คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 863 : 10 ลำดับเหตุการณ์ลึกลับของ The Dyatlov Pass


     อัพเดท 30 ธ.ค. 60
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,474 Overall : 2,737,359
22,170 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7168 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 863 : 10 ลำดับเหตุการณ์ลึกลับของ The Dyatlov Pass , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2858 , โพส : 3 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1959 สิ่งต่างๆได้เปลี่ยนไปอย่างน่าสยดสยองในเทือกเขาอูราล นักปีนเขา-นักสกีที่มีประสบการณ์จำนวน 9 คนเสียชีวิตภายใต้สถานการณ์ที่หลายคนคิดว่ามันลึกลับและน่าสงสัย พื้นที่ที่พวกเขาตายหลังจากนั้นจะได้รับการตั้งชื่อว่า The Dyatlov Pass เพื่อเป็นเกียรติแก่ อิกอร์ ดยัตลอฟ (Igor Dyatlov)หัวหน้าทีม และจนถึงปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักเดินทางไกลเหล่านี้

แม้วันนี้ข่าวลือและทฤษฏียังคงมีให้อธิบายเกี่ยวกับการเสียชีวิตของสมาชิกนักเดินทางทั้ง 9 คน เป็นต้นว่า สาเหตุมาจากการทดลองทางทหาร, ยูเอฟโอ และเยติ ที่ยังคงวนเวียนให้เหตุการณ์นี้ลึกลับน่ากลัวขึ้น ดังนั้นบทความนี้จึงขอเรียงลำดับให้เข้าใจมากขึ้น

 

10. พวกเขาทั้งหมดเป็นนักเดินทางไกลที่มีประสบการณ์

นักเดินทางไกลเก้าคนที่ถูกฆ่าตายในระหว่างการเดินทางผ่านเทือกเขาอูราล ทุกคนต่างมีประสบการณ์ปีนเขามากมาย แต่พวกเขากลับพบกับความตายที่ไม่คาดฝันในถิ่นทุรกันดารที่ไม่น่าจะเกิด ก่อให้เกิดคำถามมากมายในภายหลัง 

อิกอร์ ดยัตลอฟ (Igor Dyatlov) วัย 23 ปี ผู้นำทีมได้ชักชวนผู้หลงใหลการเล่นสกีหิมะ 9 คน เป็นชาย 7 คน และหญิง 2 คน ประกอบไปด้วย ซิไนด้า กอลโมโกโรวา (Zinaida Kolmogorova) ลยุดมิลา ดูบินิน่า (Lyudmila Dubinina) อเล็ก แซนเดอร์ โคลีวาตอฟ (Alexander Kolevatov) รัสเตม สโลโบดิน (Rustem Slobodin) ยูริ คริโวนิเชนโก้ (Yuri Krivonischenko) ยูริ โดโรเชนโก้ (Yuri Doroshenko) นิโคไล ทิบอกซ์บริจนอลลี (Nicolai Thibeaux-Brignolle) อเล็กแซนเดอร์ โซโลทาเรฟ (Alexander Zolotayov) และยูริ นูดิน (Yuri Yudin) ทั้งหมดเป็นนักศึกษาบัณฑิตสถาบันยูรัลโพลีเทคนิคอล และทุกคนผ่านประสบการณ์การปีนเทือกเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะมาแล้วหลายครั้ง

การเดินทางไปเทือกเขาอูราล ซึ่งเป็นภูเขาที่อยู่ใน ภาคเหนือของสหโซเวียต (เดิม) เริ่มจากพวกเขาเดินทางมาถึงโดยรถไฟเมืองอิฟเดล  ของเช้าตรู่ วันที่ 25 มกราคม 1959   ที่ ก่อนจะต่อด้วยรถบรรทุกไปยังหมู่บ้านวิซไฮ เพื่อเตรียมตัวขั้นสุดท้ายก่อนที่จะเดินทางไปยอดเขา

วันที่ 28 มกราคม ยูริ ยูดิน เกิดป่วยกะทันหัน ไม่สามารถไปต่อได้ และเป็นภาระของทีม ทำให้ เขถูกบังคับให้เดินทางกลับ ทีมนักเล่นสกีจึงเหลือเพียงแค่ 9 คน และพวกเขาเดินทางต่อไป

การเดินทางเหมือนราบรื่น มันเป็นกิจกรรมที่สมบูรณ์แบบ ที่ไม่มีอะไรผิดปกติเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่จะเดินทางกลุ่มนักเดินทางได้ใช้กล้องของตนเองถ่ายรูปการเดินทางหลายภาพ เกือบทุกรูปแสดงให้เห็นว่านักเดินทางต่างยิ้มแย้ม ไร้ซึ้งความกังวล เต็มไปด้วยพลังชีวิตชีวาในการเดินทาง  โดยหารู้ไม่ว่านี่คือการเดินทางครั้งสุดท้ายที่จบลงด้วยความสยดสยอง

 

9. จุดตั้งเต็นท์

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นปริศนาของเหตุการณ์ The Dyatlov Pass ก็คือ การตัดสินใจตั้งเต็นท์ของเหล่านักเดินทาง

จ่ากบันทึกประจำวันและกล้องที่พบในบริเวณที่ตั้งแคมป์ครั้งล่าสุด สามารถอธิบายเส้นทางการเดินทางของพวกเขาก่อนเกิดเหตุการณ์เลวร้ายได้ โดยการเดินทางช่วงแรกๆ ไม่มีปัญหานัก  อีกทั้งบริเวณเขาก็เต็มไปด้วยไม้ พวกเขาสามารถเก็บไม้ทำฟืนและเก็บอาหารได้ จนกระทั้งพวกเขาเจอสภาพอากาศเลวร้าย มีพายุหิมะ วิสัยทัศน์ถูกบดบัง ผลคือทำให้พวกเขาหลงทาง ไปด้านบนของเทือกเขาโคแลต สแยกหล์ (Kholat Syakhl)

 กว่าที่เขาจะรู้สึกตัวว่าหลงทาง เวลาก็เริ่มมืด  อุณหภูมิลบอยู่ที่ -16.6 องศาเซสเซียส (2.1 องศาฟาเรนไฮต์) ต่ำกว่าจุดเยือกเย็น ทีมนักเล่นสกีจึงตัดสินใจกางเต็นท์พักแรมบนเชิงเขาบนเนินลาดชันตรงนั้น ปัญหาคือจุดตั้งเต็นท์อยู่ห่างจากเขตป่าไม้เพียงแค่ 1.5 กม. พวกเขาน่าจะเดินย้อนกลับไปกางเต็นท์ในป่า ซึ่งปลอดภัยกว่าการกางเต็นท์ในที่โล่ง

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ตอนนั้นวิสัยทัศน์คงแย่มาก เห็นได้จากมีการนำกิ่งไม้สดมาก่อกองไฟในขณะที่มีกิ่งไม้แห้งมากมายอยู่ในบริเวณ ทำให้เกิดทฤษฎีเหล่านักเดินทางสูญเสียประสาทการมองเห็น เพราะอากาศเลวร้ายนั่นเอง

 

8. ค้นหาและค้นพบ

ก่อนออกเดินทางอิกอร์ ดยัตลอฟตกลงกันว่าพวกเขาจะส่งโทรเลขไปที่สปอร์ตคลับทันที เมื่อกลับลงมาจากเขาภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ หากขาดการติดต่อมาแสดงว่าพวกเขากำลังพบปัญหา อย่างไรก็ตามเมื่อถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ก็พบว่าอิกอร์ไม่ติดต่อกลับมาเลย  แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขายังไม่กังวลมากนัก เพราะการเดินทางของอิกอร์อาจล่าช้าสองสามวันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จนกระทั่งถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์อิกอร์ก็ยังไม่ติดต่อมา และนั่นทำให้หลายคนเริ่มกังวลถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

เหล่าญาตินักเดินทางได้ขอความช่วยเหลือ ทั้งอาสาสมัคร, กองกำลัง มีการส่งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์มาช่วยเหลือด้วย

การค้นหาสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เมื่อมีคนพบจุดกลุ่มนักเดินทางตั้งเต็นท์ หากแต่มันแปลกคือสภาพตอนนี้ มันเป็นเต็นท์ว่างเปล่าที่รกร้าง ที่สภาพถูกรื้อและจมใต้กองหิมะ เหล่านักเดินทางทั้ง 9 คนหายไป ทั้งๆ ที่สิ่งของเครื่องใช้เกือบทั้งหมดและรองเท้าถูกทิ้งอยู่ในเต็นท์ครบถ้วน

ภายหลังผู้เชี่ยวชาญได้ออกความเห็นว่าเต็นท์ถูกอะไรบางอย่างทำให้ฉีดขาดจากข้างนอก มันบบอกว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามาคุกคามพวกเขา อะไรบางอย่างที่ทำให้ทั้งนักเดินทางทั้งเก้าคนตื่นตระหนกตกใจพอจนขาดสติ คิดจะหนีอย่างเดียว  พวกเขาพยายามออกจากเต็นท์เพื่อหนีสิ่งนั้น โดยทิ้งข้าวของจำเป็นเช่น เสื้อแจ็คเก็ต ถุงมือ  กางเกง และเสื้อผ้าที่อบอุ่น รวมไปถึงอุปกรณ์นำทางเช่นเข็มทิศ   และมีดฟินแลนด์   พวกเขาวิ่งหนี โดยใส่แค่เสื้อผ้าบางๆ  วิ่งด้วยเท้าเปล่าไม่ใส่รองเท้าแบบไม่คิดชีวิต พวกเขายอมไปตายดาบหน้าดีกว่าที่จะถูกสิ่งที่คุกคามนั้นจัดการ

แล้วสิ่งที่คุกคามที่ว่ามันคืออะไรกันแน่?       

 

             7 .หนาวตาย

เมื่อมีการพบเต็นท์ที่ถูกรื้อ พวกเขาก็พยายามหานักเดินทางทั้ง 9 คนต่อ พวกเขาได้แกะรอยเท้าของพวกเขาไปยังเขตป่า ทีมกู้ภัยได้ตามรอยเท้าไประยะทางเกือบกิโล พวกเขาก็พบศพนักเดินทางห้าศพ เกือบทั้งหมดเปลือยเปล่า สวมชุดชั้นใน บางคนสวมถุงเท้า

เริ่มจากสองศพ ยูริ คริโวนิเชนโก้ กับยูริ โดโรเชนโก้ พวกเขาจมอยู่ใต้หิมะ สวมเสื้อน้อยชิ้น (ภายหลังพบว่าสาเหตุเสื้อน้อยชิ้นเพราะนักเดินทางคนอื่นๆ เอาเสื้อจากสองผู้ตายมาสวมเพื่อให้อบอุ่นขึ้น) ใกล้ๆ กันนั้นมีกองไฟเล็กๆ แสดงว่าพวกเขาพยายามทำตัวให้อบอุ่น แต่มันก็ไม่ได้ผล ที่ประหลาดมากยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือมีรอยหักของกิ่งสนซีดาร์สูง 5 เมตร ที่อยู่ใกล้ๆกองไฟทำให้เชื่อได้ว่าใครคนใดคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อมองหาอะไรบางอย่าง

ห่างกันออกไปเล็กน้อย พวกเขาก็พบร่างของอิกอร์ ดยัตลอฟ, ซิไนด้า  กอลโมโกโรวา และรัสเตม สโลโบดิน (พวกเขาถูกพบแยกจากกันที่ระยะทาง 300, 480 และ 630 เมตรจากต้นไม้) พวกเขาแต่งตัวดีกว่าสองคนที่เสียชีวิตก่อนเล็กน้อย ดูเหมือนว่าทั้งสามคนพยายามกำลังเดินทางกลับเต็นท์เพราะทนความหนาวเย็นไม่ไหว จากการชันสูตรภายหลังก็ไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆบนร่างกาย จึงลงความเห็นว่าผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 5 คน เสียชีวิตจากภาวะร่างกายสูญเสียความร้อน (Hypothermia) หลังจากพวกเขาหนีแบบไม่คิดชีวิต ก็มารู้สึกตัวอีกที ว่าพวกเขาไม่ได้สวมอะไรเลย และแล้วความเย็นก็ทำให้เส้นประสาทในเส้นเลือดต้องทุกข์ทรมานและกลายเป็นอัมพาต พวกเขาพยายามทำตัวให้อบอุ่นสุดชีวิต แต่ก็ไม่ได้ผล ผลสุดท้ายก็เสียชีวิตจากความหนาวสุดขั้วอย่างนั้น

แต่ไม่มีร่องรอยของนักเดินทางอีกสี่คนที่เหลืออยู่ในบริเวณนั้น


6. ศพนักเดินทางอีกสี่

เมื่อสำรวจละเอียดพบว่านักเดินทางทั้ง 5 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มือของพวกเขามีรอยช้ำ ที่เกิดจากการพยายามปีนต้นไม้ (ซึ่งมีการพบเศษชิ้นเนื้อมนุษย์ที่รอยแตกต้นไมที่อยู่ใกล้ศพ) แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามปีนต้นไม้สุดชีวิตเพื่อหาที่ปลอดภัยจากอะไรบางอย่างที่ไล่ล่า นอกจากนี้ก็มีรอยถลอกเล็กน้อย  ส่วนรัสเตม สโลโบดิน  มีรอยร้าวเล็กๆที่กะโหลกศีรษะ (ขนาด 4 เซนติเมตร) แต่มันไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต ส่วนของซิไนด้า  กอลโมโกโรวา บาดเจ็บหลายแห่งที่ใบหน้า และมีรอยถลอกและอาการบวมเป็นน้ำเหลือที่มือและข้อศอก

ราวกับว่ามันไม่แปลกพอ เมื่อฝ่ายการค้นหาเริ่มค้นพบศพนักเดินทางไกลที่เหลือสี่คน พวกเขาก็พบสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่า

สองเดือนผ่านไป หลังจากที่ห้าคนถูกพบ ก็มีการพบศพสี่นักเดินทางที่เหลือจมอยู่ใต้กองหิมะหนา 4 เมตรลึกเข้าไปในป่า ในสภาพศพที่แปลกประหลาด นิโคไล ทิบอกซ์บริจนอลลี ถูกค้นพบใต้ชั้นของหิมะ แต่กะโหลกศีรษะของเขาถูกกระแทกจนขากรรไกรและกะโหลกศีรษะร้าวอย่างรุนแรง  สิ่งแปลกประหลาดที่สุดคือไม่มีบาดแผลความเสียหายรุนแรงภายนอกเลยแม้แต่น้อย

ส่วนสองคนอเล็กแซนเดอร์ โคลีวาตอฟเสียชีวิตจากร่างกายบอบช้ำภายในอย่างรุนแรง ที่หลังหูแผลแผลเปิดจนเห็นกะโหลกศีรษะ   และศพอเล็กแซนเดอร์ โซโลทาเรฟ ดวงตาหาย และเนื้อเยื่ออ่อนอยู่ใกล้กับบริเวณดวงตา กะโหลกศีรษะเผยให้เห็นแผลกว้าง และหน้าอกและซี่โครงหักหลายแห่ง

และที่น่าตกใจที่สุด คือการค้นพบศพนักเดินทางคนสุดท้าย ลยุดมิลา ดูบินิน่า บอบซ้ำจากภายใน เนื้อเยื่ออ่อนที่ใบหน้าส่วนใหญ่ขาดหายไปจากใบหน้า ดวงตาของเธอทั้งสองข้างของเธอหายไป และจมูกของเธอถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์ ปากของเธอแสดงให้เห็นการ "กรีดร้อง" ก่อนที่จะเสียชีวิต  และเมื่อการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าลิ้นของเธอหายไปอย่างลึกลับ

สี่ศพสุดท้ายที่พบล้วนแต่งกายในชุดป้องกันความหนาวอย่างถูกต้องกับสภาพอากาศ อเล็กแซนเดอร์ โซโลทาเรฟ สวมเสื้อกันหนาวและหมวกของลยุดมิลา ดูบินิน่า ขณะที่ลยุดมิลาพันเท้าด้วยเศษผ้าจากกางเกงขนสัตว์ของยูริ คริโวนิเชนโก้ จากหลักฐานนี้ทำให้เชื่อว่าพวกเขานำเสื้อผ้าของผู้ที่เสียชีวิตก่อนมาสวมใส่ เพื่อสู้อากาศเลวร้ายสุดชีวิต   

ผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถอธิบายการบาดเจ็บรุนแรงที่แตกต่างของนักเดินทางทั้งสี่ได้ ว่ามันมีสาเหตุจากอะไร และมันก็คือปริศนาขนาดใหญ่ที่เร่องน่ากลัวนี้


5.แรงกระแทกลึกลับ

แพทย์ที่ชันสูตรทุกคนที่ตรวจสอบศพนักเดินทางทั้งหมด แม้ว่าจะตอบได้ว่าห้าคนเสียชีวิตเพราะไม่สามารถทำกับอุณหภูมิต่ำติดลบ แต่สี่คนหลัง ไม่สามารถตอบสาเหตุได้ว่าพวกเขาเสียชีวิตเนื่องจากอะไร พวกเขาไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมลิ้นถึงหายไป ทำไมกระดูกหัก ทำไมกะโหลกแตก แพทย์ไม่สามารถตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักเดินทางเหล่านี้

ดังนั้นคำอธิบายเรื่องเหล่านี้ก็มีเพียง “แรงกระแทกลึกลับ” ที่มันได้ทำร้ายและฆ่านักเดินทาง แต่ประเด็นคือแรงที่ว่ามันมาจากไหน เพราะมันไม่มีหิมะหล่มเกิดขึ้นเลย แรงกระแทกนั้นน่าจะเกิดจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรงโดย เฉียบพลันเท่านั้น เช่น การถูกรถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชน ซึ่งมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้บนเทือกเขาอูราล

 

4.ปิดคดีอย่างรวดเร็ว

หลังจากชันสูตรเสร็จสิ้น รายงานก็ถูกส่งไปให้ผู้ตรวจสอบ และแล้วคดีการเสียชีวิตลึกลับของนักเดินทางทั้งเก้าที่เทือกเขาอูราลก็ถูกปิดเกือบทันที และมันก็ถูกปิดผลึกโดยเจ้าหน้าที่รัญยาลของรัสเซียในเวลานั้น โดยไม่มีการสืบสวนใดๆ อีก

แม้ว่าจะมีความพยายามสืบสวน แต่พวกเขาไม่มีเบาะแสใดๆ สมุดบันทึกการเดินทางและภาพถ่าย ตั้งแต่วันเริ่มออกเดินทางจนถึงเย็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่เกิดเหตุ ก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติใดๆ สถานที่เกิดเหตุก็ไม่มีบ้านเรือนผู้คน ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกที่เป็นมนุษย์ หรือร่องรอยของสัตว์ร้ายในบริเวณนั้น ไม่พบสิ่งผิดปรกติใดๆทั้งสิ้น  ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเป็นการเกิดทันทีทันใดอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

สุดท้ายคดีปิด สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่มีเพียง อนุสาวรีย์ของนักเล่นสกีในบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งภายหลังถูกตั้งชื่อว่า ช่องเขาดยัต ลอฟตามนามสกุลของอิกอร์ ดยัตลอฟ หัวหน้าคณะทีมสำรวจเท่านั้น


3.การทดลองทางทหาร

ยังมีเรื่องประหลาดในเหตุการณ์การเสียชีวิตนักเดินทางทั้ง 9 เมื่อมีการพบว่าเสื้อผ้าของนักเดินทางไกลมีระดับสารกัมมันตรังสีเข้มข้นสูงมาก บริเวณที่ตั้งแคมป์เช่นกันเมื่อทำการสำรวจต่อไปก็พบว่ามีกัมมันตรังสีจำนวนมากเช่นกัน   รวมไปถึงศพร่างกายเดินทางก็มีผิวสีส้มและเส้นผมบางส่วนของพวกเขาก็กลายเป็นสีเทา 

และนั้นทำให้เกิดทฤษฏีที่เชื่อว่าการเสียชีวิตของเก้านักเดินทางเกิดจากการทดสอบทางทหารของกองทัพในพื้นที่ โดยทดลองอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ก็ทดสองอาวุธรังสีวิทยา แล้วอาวุธเกิดระเบิดขึ้นกระทบกับพื้นที่แล้วสร้างความเสียหายกับนักเดินทาง ทำให้เกิดบาดแผลภายใน พร้อมกับทำเกิดศพในลักษณะดังกล่าว 

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ของทางการได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการทดสอบเกิดขึ้นในพื้นที่  หากมีการแผ่รังสีจริง สภาพสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ในพื้นที่แถวนั้นก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง หากแต่ตอนพบศพนักเดินทางพื้นที่รอบๆ แห่งนั้นก็ไม่มีสิ่งผิดปกติอะไรเลย  อีกทั้งสภาพศพนักเดินทางก็ไม่มีความเสียหายภายนอกอะไรเลย   ทำให้เหตุการณ์นี้ยังคงลึกลับ


2.ยูเอฟโอ

อีกหนึ่งทฤษฏีที่ค่อนข้างแปลก แต่มีความเป็นไปได้ก็คือ ตัวต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมด เป็นฝีมือของยูเอฟโอ อันเนื่องจากมีรายงานว่าในช่วงกลางคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรม  มีพยานหลายคนได้พบเรื่องประหลาด กล่าวคือที่ท้องฟ้าปรากฏลูกไฟเรืองแสงสีส้มแปลกๆ ลอยอยู่เหนือท้องฟ้าในบริเวณใกล้เคียง 

รายงานนี้ได้สอดคล้องกับหลักฐานภาพถ่ายใบหนึ่ง ที่เชื่อว่ามันเป็นภาพถ่ายสุดท้ายของนักเดินทาง และน่าจะมีภาพถ่ายในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ มันอยู่ในเป็นกล้อง Zorki 35 มม.ของ ยูริ คริโวนิเชนโก้พบในเต็นท์ติดกับขาตั้งกล้อง ภาพถ่ายได้แสดงแสดงวัตถุที่สว่างสีเข้มและดูเหมือนเคลื่อนที่เร็วและเปล่งแสง On the illustration you can see the 33rd frame and two more pictures of fast-moving objects: a rocket and a meteorite. ภายหลังภาพนี้ถูกเรียกว่าเฟรมที่ 33 (33rd frame)

ยังมีบันทึกของนายเลออน อีวานอฟ (Lev Ivanov) ผู้รับผิดชอบในการสืบสวนคดี ได้เขียนว่าที่ยอดของต้นไม้รอบๆ ศพของนักเดินทาง และที่ใกล้ตั้งแคมป์ของพวกเขามีบางส่วนถูกเผาไหม้และถูกเผา ทำให้แนวคิดเรื่องยูเอฟโอปรากฏตัวและทำร้ายนักเดินทางเริ่มเป็นที่สนใจขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังยูเอฟโอก็ไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในรายงานสืบสวนอย่างเป็นทางการ และมันก็ถูกปิดผลึกลง ภายหลัง ในปี 1990 ได้ออกมาบอกว่าเขาถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่คนอื่น ให้ยกเลิกบันทึกข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับยูเอฟโอที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

คำถามต่อไป ทำไมรัฐบาลถึงต้องปกปิด พวกเขากำลังซ่อนความลับอะไร และหากนักเดินทางถูกฆ่ายูเอฟโอจริงๆ ละก็ เหตุใดถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น มนุษย์ต่างดาวต้องการอะไรจากนักเดินทางทั้งเก้า ซึ่งแน่นอนว่าคำถามนี้ก็ยังไม่มีคำตอบจนถึงปัจจุบัน

 

1.ทฤษฏีอื่นๆ

แม้จะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าอะไรเกิดขึ้นกับนักเดินทางทั้ง 9 บนเทือกเขาอูราล  2 กุมภาพันธ์ 1959 แต่ก็มีทฤษฏีที่หลายหลายที่พยายามอธิบายเรื่องราวดังกล่าว หนึ่งในทฤษฏีที่พูดกันมากที่สุดก็คือการแทรกซึมของ KGB (Komitet gosudarstvennoy bezopasnosti-คณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ (สหภาพโซเวียต) ที่ทำภารกิจลับ แลกเปลี่ยนต่อรองสินค้าจำพวกวัสดุกัมมันตภาพรังสี กับใครบางคน เช่น จำพวกเข้าหน้าที่ของอเมริกา หากแต่ถูกขัดจังหวะ จนต้องถูกสั่งเก็บหมด แม้จะไม่น่าชื่อ แต่มันก็พออธิบายได้ว่าทำไมรัฐบาลถึงพยายามปกปิดความลับเหล่านี้

นอกจากนี้ก็ยังมีทฤษฏีอีกมากมาย เป็นต้นว่าหิมะถล่ม ที่พอที่จะทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่พบหลักฐานสัญญาณว่าเกิดหิมะถล่มในบริเวณนั้น  ส่วนทฤษฏีว่าสิ่งความตายของนักเดินทางเป็นฝีมือของสิ่งมีชีวิตลึกลับ อย่างเยติ เพราะมันมีกำลังเหนือมนุษย์ที่น่าจะทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้  แต่ข้อสันนิษฐานนี้ต้องจบลงเพราะไม่มีหลักฐาน

ทุกวันนี้เหตุการณ์ The Dyatlov Pass ยังคงลึกลับ

 

 


อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Dyatlov_Pass_incident

http://dyatlov-pass.com/camera-krivonischenko

http://listverse.com/2017/09/27/10-intriguing-facts-about-the-dyatlov-pass-incident/









Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 863 : 10 ลำดับเหตุการณ์ลึกลับของ The Dyatlov Pass , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2858 , โพส : 3 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 22002
เพิ่มเติมครับ
1.ตัดหิมะถล่มไปได้เลย ตรงจุดที่ตั้งเต้นไม่ได้มีความชันพอสำหรับหิมะถล่ม
2.UFO แต่ดันมีสารกัมมันตรังสีมาเกี่ยวข้อง แปลกนะเพราะถ้าพูดถึงสารกัมมันตรังสีผมจะนึกถึงว่ามันเป้นการกระทำของมนุษย์ อ้อ และแสงสีส้มที่พบถูกพิสูจน์ว่ามันเป็นจรวดครับ

ตอนนี้ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการทดลองของทหารครับ มีข้อสังเกตุเพิ่มเติม
1.เต้นท์: จากการตรวจสอบพบว่าเต้นท์ถูกกางอย่างผิดวิธีซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ว่านักปีนเขาจะกางเต้นผิดวิธี น่าคิดว่าเต้นถูกกางโดยคนอื่น
2.ของที่พบในเต้น: พบของใช้บางอย่างที่ไม่ใช่ของนักปีนเขาอยู่ภายในเต้น น่าคิดว่าที่ตรงนั้นมีบุคคลอื่นอยู่ไม่ใช่แค่นักปีนเขา
3.ลำดับการตาย: มีลำดับการตายแปลกๆ สองศพที่ตายก่อนแล้วโดนชิงเสื้อผ้าไปไม่พบว่าร่างกายมีอาการบาดเจ็บ สามศพที่ตายในเวลาต่อมาคืออิกอร์ผู้ที่มีประสบการณ์มากที่สุด แต่สี่ศพสุดท้ายทุกคนล้วนบาดเจ็บภายในรุนแรงมากแต่ดันตายหลังเพื่อนที่มีร่างกายสมบูรณ์ (ลำดับเหตุการณ์ตายจากเสื้อที่ใส่ ใครแก้ผ้าแสดงว่าตายก่อน ส่วนใครที่เอาผ้าคนอื่นมาใส่แสดงว่าตายทีหลัง)
4.การพบศพ: 5ศพแรกถูกค้นพบทันทีไม่มีความผิดปกติ ตายเพราะความหนาว แต่อีกสี่ศพต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะพบและทุกศพล้วนตายแบบแปลกๆอีกทั้งร่างกายมีสารรังสีน่าคิดว่าสี่ศพนี้อาจถูกซ่อนเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้หาเจอโดยเร็ว
5.บาดแผล: เจ็บภายในรุนแรง แต่ไม่มีแผลภายนอก นอกจากรถชนแล้วยังมีอีกอย่างที่ทำได้มันคือระเบิดชนิดหนึ่งของโซเวียตครับ และน่าตกใจที่ดันมีการพบชิ้นส่วนระเบิดชนิดนี้แถวเทือกเขาแต่ห่างจากจุดพบศพไปมาก


สมมุติฐาน(ส่วนตัว): นักสกี4 คนถูกระเบิดจากการทดลองระเบิดโซเวียตจนตาย ทหารต้องเก็บความลับโดยการฆ่านักสกีอีก 5 คนอาจจะโดยการบังคับให้ถอดเสื้อผ้าแล้วให้หนาวตาย จากนั้นพาศพไปให้ห่างจากจุดเกิดเหตุนี่จึงเป้นสาเหตุว่าทำไมจุดพบศพถึงไปอยู่นอกเส้นทางของนักสกี จากนั้นจัดฉากต่างๆให้ดูซับซ้อน แต่การจัดฉากนั้นดันมีจุดพลาดเล็กๆ เช่น ทหารดันกางเต้นผิดจากวิธีของนักสกี และเผลอทิ้งของบางอย่างไว้ที่เต็น
Name : boonyarpat [ IP : 180.183.172.216 ]

วันที่: 4 มกราคม 2561 / 15:16
# 2 : ความคิดเห็นที่ 21999
แปลกมาก.
Name : Takgy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Takgy [ IP : 223.24.140.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2560 / 07:47
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21997
เรื่องนี้ไม่เคยอ่านมาก่อนเลย...
PS.  สเปคเราคือแรปเปอร์และมักเน่
Name : ลูซีเฟ๋ออ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลูซีเฟ๋ออ [ IP : 119.76.159.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2560 / 18:04
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android