คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 775 : 10 บุคคลที่ตายไปพร้อมกับความลับที่ยิ่งใหญ่


     อัพเดท 8 ก.ค. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,214 Overall : 2,763,796
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7219 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 775 : 10 บุคคลที่ตายไปพร้อมกับความลับที่ยิ่งใหญ่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5747 , โพส : 7 , Rating : 0% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


                ความลับเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ และที่น่าสนใจคือมีบุคคลมากมายที่เก็บซ่อนความลับของเขาเอาไว้ ไม่ให้คนภายนอกรู้ ไม่ยอมบอกใครเลย แม้กระทั่งวันที่เขาเสียชีวิต เขาก็เอาความลับนั้นฝังไปกับเขาด้วย  และที่น่าสนใจกว่านั้นความลับที่พวกเขาเก็บนั้นมันเป็นสิ่งที่โลกอยากรู้ ไม่ว่าจะเป็น ความลับที่ต้อง ปกป้องชื่อเสียงของเขาเอง, ความลับของสิ่งประดิษฐ์, ความลับประวัติศาสตร์ และนี่คือ 10 บุคคลที่เอาความลับที่โลกอยากรู้ตายไปพร้อมกับเขาด้วย ซึ่งความลับเหล่านี้แทบจะเปลี่ยนโลกเลยทีเดียว

 

             10.อาร์เน เบอลิง (Arne Beurling)

ในปี 1940 ยุโรปกำลังอยู่ในช่วงโกลาหล เนื่องจากพวกนาซีกำลังเรืองอำนาจ และเริ่มรุกรานประเทศใกล้เคียง และนั่นเองความสำคัญของการไขรหัสของนาซีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพื่อให้ทันต่อแผนการทางทหารของนาซี แต่ปัญหาคือรหัสของนาซีนั้นมีความซับซ้อนมาก  นอกจากนาซีจะมีเครื่องอินิกม่า (Enigma) ที่การเข้ารหัสและถอดรหัสที่มีการสลับซับซ้อนแล้ว พวกเขาก็ยังมีรหัสลับ Siemens และ Halske T52 หรือที่รู้จักในชื่อ Geheimfernschreiber ( "โทรเลขลับ")  ทำให้กองทัพเยอรมันมั่นใจว่า จะไม่มีใครสามารถถอดรหัสลับได้

อย่างไรก็ตาม ต่อมามีผู้สามารถถอดรหัสโทรเลขลับนี้ได้  เมื่อมีชายคนหนึ่งชื่อ อาร์เน เบอลิง เป็นนักคณิตศาสตร์และอาจารย์ชาวสวีเดน  สามารถไขรหัสลับของเยอรมันที่ซับซ้อนและยากต่อการถอดรหัสได้สำเร็จ  เพียงแค่ใช้ปากการและกระดาษ และใช้เวลาแค่สองสัปดาห์เท่านั้นในการแก้ปัญหาเหล่านั้น หากแต่เขาไม่บอกว่าทำได้ยังไง โดยอ้างว่าเขา “นักมายากลที่ดีต้องไม่เปิดเผยความลับ” และความลับก็ยังลึกลับจนถึงปัจจุบัน


9.นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)

นิโคลา เทสลา มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1856 – 1943 (86 ปี) เป็นนักประดิษฐ์, นักฟิสิกส์, วิศวกรเครื่องกล, วิศวกรไฟฟ้า ของยุคนั้น แม้ว่าผลงานส่วนใหญ่จะไม่เสร็จและล้มเหลว แต่เขาก็เป็นที่รู้จักกันในฐานะ  ผู้ค้นคว้าพัฒนาไฟฟ้ากระแสสลับ แม้ว่าจะแพ้โทมัส เอดิสันก็ตาม (แต่ในที่สุดไฟฟ้ากระแสสลับก็ได้รับความนิยมมากกว่า) และนอกจากนี้ เขายังให้เครดิตสำหรับการประดิษฐ์ขดลวดเทสลาเครื่องส่งสัญญาณวิทยุและโคมไฟเรืองแสงและช่วงต้นทศวรรษ 1900 ได้รับการยกย่องเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา

อย่างที่บอกเอาไว้ข้างต้นว่าผลงานส่วนใหญ่ของนิโคลา เทสลานั้นมักล้มเหลวมากกว่าที่จะสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ “ระบบไฟฟ้าไร้สาย” ซึ่งเราสามารถใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็นต้องมีสายไฟฟ้า หรือตัวนำต่อไป ในปี 19058ในปี 1905 ด้วยความช่วยเหลือทางการเงินของผู้ประกอบ JP Morgan, Tesla เริ่มทำงานใน โครงการ Wardenclyffe Tower ต้นแบบ โดยมีวัตถุประสงค์ใช้งานส่งไฟฟ้าไปยังชั้นบรรยากาศโลก . หากสำเร็จมันจะสามารถส่งพลังงานไฟฟ้าไปที่ใดก็ได้ในโลก  อย่างไรก็ตามด้วยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ทำให้โครงการที่ทะเยอทะยานต้องยุติลง

แม้ว่าเทสลาจะเสียชีวิตลงเมื่อปี 1943 แต่หลายคนพยายามที่จะนำผลงานของเขามาต่อยอด โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าไร้สาย หากแต่น่าเสียดายส่วนใหญ่ผลงานของเทสลาไม่ค่อยจดลงในบันทึกเป็นรายละเอียดมากนัก มีเพียงภาพสเก็ตซ์ กับข้อมูลที่กระจัดกระจาย มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะมีคนตามรอยเทสลา และนั่นทำให้ความลับของระบบไฟฟ้าไร้สายได้ตายไปพร้อมกับเขาด้วย

 

8. เลโอนาร์โด ดา วินซี ( Leonardo da Vinci)

               

           หนึ่งในคำถามที่คนในวงศิลปะ และชาวโลกอยากรู้ ก็คือ “รอยยิ้มของโมนาลิซ่า” ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงในภาพวาดที่ชื่อ “โมนาลิซ่า” ภาพวาดชื่อดังของเลโอนาร์โด ดา วินชี   นั้นเป็นใคร พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กันแน่

ภาพโมนาลิซ่าถือว่าเป็นภาพหลายศตวรรษที่หลายคนรู้จักมากที่สุด โดยภาพเป็นภาพสมัยศตวรรษที่ 16 เป็นภาพสีน้ำมันบนแผ่นไม้ทำมาจากไม้ชนิดหนึ่ง เขาได้วาดภาพนี้ในเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี หากแต่เป็นสมบัติของฝรั่งเศส ปัจจุบันมันถูกนำมาโชว์ในพิพิธภัณฑ์กรุงปารีส พร้อมกับคำถามว่าผู้หญิงในภาพโมนาลิซ่านั้นแท้จริงแล้วเป็นใคร เหตุใดดา วินซีจึงใช้เธอมาเป็นต้นแบบ มันซ่อนความลับอะไรอยู่กันแน่

แน่นอนว่ามีหลายทฤษฏีที่มีการพูดถึง บางที่บอกว่าเธอก็คือลีซา เกอราร์ดีนี ภรรยาของขุนนางนักธุรกิจไหมผู้มั่งคั่ง ชาวเมืองฟลอเรนซ์ ที่ชื่อ ฟรานเชสโก เดล โจกอนโด (Francesco del Giocondo) แต่ก็มีอีกทฤษฏีหนึ่งว่า ผู้หญิงในภาพก็คือตัวของดาวินซีนั่นเอง ซึ่งเขาวาดภาพนี้ขึ้นเมื่อส่องกับกระจกเงา ซึ่งความจริงจะเป็นยังไงนั้นมีเพียง เลโอนาร์โด ดา วินชี  เท่านั้นที่รู้ และเขาก็จากไปนานแล้ว โดยไม่บอกว่าผู้หญิงในภาพนี้คือใคร


7. อันโตนิโอ สตราดิวารี (Antonio Stradivari

แม้ว่าคุณจะไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิก แต่คุณน่าจะสนใจเรื่องลึกลับของ อันโตนิโอ สตราดิวารี ช่างทำเครื่องดนตรีชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงอาศัยอยู่ในช่วงปี 1644 และ 1737 มีชื่อเสียง ในการสร้างไวโอลิน วิโอลา เชลโล กีตาร์ และฮาร์พ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งถูกเรียกว่า Stradivari ซึ่งตลอดชีวิตของเขาสร้างดนตรีมากกว่า 1100 และจนถึงทุกวันนี้เครื่องดนตรีของเขาเหลือเพียง 650 อัน และในจำนวนนี้มีไวโอลีน 500 อัน ทุกตัวล้วนมีค่า เครื่องหนึ่งก็อย่างต่ำมูลค่า 20 ล้าน

สาเหตุที่ไวโอลีนของสตราดิวารี มีค่านั้นนอกจากจะมีความสวยงามแล้ว มันยังเป็นไวโอลีนที่ให้เสียงที่ไพเราะมาก  และที่สำคัญวิธีการทำไวโอลินของเขายังคงลึกลับ และสตราดิวารีไม่ยอมบอกใครและความลับนี้ก็ตายไปกับเขาด้วย  

จนถึงปัจจุบันไม่มีใครสามารถทำไวโอลินเลียนแบบของเขาได้ แม้ว่านักวิทยาสาสตร์ จะพยายามที่จะค้นหาความลับนี้ โดยมีการค้นพบว่า ไม้เมเปิ้ล (Maple) ที่ถูกใช้ในการทำไวโอลิน น่าจะถูกปรับสภาพโดย กระบวนการทางเคมี (เพื่อรักษาคุณภาพของเสียง, โทนเสียง ตลอดจนไดนามิคเสียงของเครื่องดนตรี แน่นอนว่ามันไม่ใช่ทั้งหมด

 

6. อาร์ซีน กูดเดเทีย (Arsene  Goedertier)

ฉากแท่นบูชาเกนต์ ( Ghent Altarpiec) เป็นบานพับภาพเขียนเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1432 ที่เขียนแบบตระกูลการเขียนภาพแบบเนเธอร์แลนด์เริ่มแรกซึ่งเคยตั้งอยู่ที่โบสถ์น้อยโยสต์ ไฟต์ (Joost Vijdt) ในมหาวิหารเซนต์บาโวที่เมืองเกนต์ในประเทศเบลเยียม (อดีต) มันเป็นชิ้นงานศิลปะที่น่าทึ้งในช่วงต้นทศวรรษที่ 15 ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะหลายคนเชื่อว่ามันเป็นหนึ่งในภาพวาดที่สำคัญที่สุดในโลก และยังเป็นภาพที่ถูกขโมยและเกือบถูกทำลายหลายครั้ง อันเนื่องจากภาพเป็นบานพับ ประกอบหลายบาน ซึ่งมีถึง 24 บาน แม้บางส่วนจะถูกนำกลับคืนมาก็ตาม

   อย่างไรก็ตาม ในปี 1934 มีการพบว่าภาพเขียนส่วนสองส่วนถูกขโมยหายไปจากวิหาร ต่อมา บิชอฟแห่งเมืองเกรนต์ ได้รับจดหมาย เรียกร้องเงิน 1 ล้านฟรังค์เบลเยี่ยม เป็นค่าไถ่ ซึ่งผู้เขียนลงชื่อว่า D.U.A.  ต่อมาโจรยังคงส่งจดหมายหลายฉบับมา และหนึ่งในนั้นได้นำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบที่ซ่อนภาพเขียนหนึ่งบานที่ถูกขโมยแต่ไม่เสียหายอะไร แต่พวกเขาไม่พบภาพเขียนส่วนที่เรียกว่า De Rechtvaardige Rechters เลย อย่างไรก็ตาม การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทางการไม่คิดจะจ่ายเงินให้โจรแม้แต่สลึงเดียว ทำให้โจรหยุดติดต่อ และการสือบสวนก็ถึงทางตัน

ต่อมามีชายชราชื่อ อาร์ซีน กูดเดเทีย ได้ประสบปัญหาหัวใจวาย ได้สารภาพกับทนาย ออกมายอมรับว่าเขาเป็นผู้ขโมยเอาภาพเขียนทั้งสองไป และบอกว่าเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าภาพอยู่ไหน  หากแต่ไม่ทันทีเขาจะบอกเขาก็หัวใจวายสิ้นใจบนเตียงเสียก่อน ซึ่งจากคำสารภาพนี้ทำให้พบหลักฐานว่าเขาเป็นคนส่งจดหมายเรียกค่าไถ่ และน่าจะมีส่วนในการขโมยภาพวาดแน่นอน หากแต่ตำรวจไม่พบหลักฐานใดๆ ในการค้นหาภาพวาดอีกบานเลย เลย ในที่สุดก็ไม่มีใครทราบว่า De Rechtvaardige Rechters อยู่ที่ไหนจนปัจจุบัน


5. ลุควิค  บีโธเฟน (Ludwig Beethoven)

              08 

           ใครๆ ต่างรู้จักบีโธเฟน นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงของโลก แม้เขาจะจากไปด้วยชีวิตโดดเดี่ยวเมื่อปี 1827 หากแต่เขาก็ได้ทิ้งปริศนาลึกลับที่แสนโรแมนติกที่มีชื่อเสียงพอๆ กับเพลงของเขา กับบุคคลลึกลับที่เขาเรียกว่า “นอดรักอมตะ” ให้โลกได้เดาว่าเป็นใคร

                ในช่วงชีวิตของบีโธเฟนนั้น เขาได้ตกหลุมรักผู้หญิงหลายคน แต่ส่วนมากผู้หญิงที่เขาแอบหลงรักนั้นเป็นผู้หญิงที่แต่งงานกับชายอื่นไปแล้ว หรือไม่ก็ความแตกต่างกันในสถานะสังคม และดังนั้นทำให้เขาสามารถจะเอยชื่อของเธอออกมาตรงๆ ได้ และหนึ่งในนั้นได้ปรากฏหญิงลึกลับที่บีโธเฟนเรียกเธอว่า ยอดรักอมตะ” (The Immortal Beloved) รวมอยู่ด้วย

                ชื่อของเธอลึกลับคนนี้ ปรากฏขึ้นหลังการเสียชีวิตของบีโธเฟน เมื่อมีการค้นพบจดหมายรักที่เขาเขียนให้ผู้หญิงลึกลับผู้นี้ (แต่ไม่ได้ส่ง) เชื่อว่าเขเเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1902  ในเมืองไฮลิเกนชตัดท์ ชานกรุงเวียนนา ซึ่งบีโธเฟนอาศัยอยู่ที่นั่นหลายช่วงรวมทั้งในช่วงปลายของชีวิตด้วย ซึ่งเนื้อหาจดหมายแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างบีโธเฟนและหญิงลึกลับผู้นี้ว่ามีความซับซ้อน และรักเธอมาก ชนิดว่าเธอคือทุกอย่างของเขาตลอดไป

แน่นอนว่ามีหลายทฤษฏีในการตามหารักอมตะของบีธเฟ่น ที่น่าจะเป็นไปได้ก็มีหลายคน แต่นักวิชาการหลายคนเชื่อว่าคนที่มีแนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดคืออันโทนี เบรนทาโน หญิงสาวที่แต่งงานและมีลูกแล้ว ซึ่งเธอรู้จักกับบีโธเฟน ว่ากันว่าหนึ่งในผลงานของเขาได้ทุ่มเพื่อเธอด้วย

 

                4. โยฮันน์  เบสเลอร์ (Johann Bessler)

               

             ในปี 1712 มีชายชาวเยอรมันคนหนึ่ง ชื่อโยฮันน์ เบสเลอร์ (ฉายา Orffyreus) ได้ออกมาอ้างว่าเขาสามารถคิดค้นเครื่องจักรกลอนันต์ ที่สามารถเคลื่อนไหวตลอดเวลา (และตลอดกาล) โดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงใดๆ แน่นอนว่าเขาได้เผยเครื่องจักรดังกล่าว  โดยเครื่องจักรที่ว่าจะทำให้ล้อหมุน (เส้นผ่าศูกย์กลาง 6.5 ฟุต) ตลอดเวลา ซึ่งมันสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 54 วันโดยไม่มีใครมายุ่งกับมันเลย

                แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้สร้างความฉงนต่อนักวิทยาศาสตร์, นักปรัชญา และนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเวลานั้นมาก พวกเขาคิดไม่ออกเลยว่ามันทำงานได้ยังไง เมื่อขอให้โยฮันน์บอกข้อมูล เขาก็เรียกน้องชองเงิน 20,000 ดอลลาร์ (เวลานั้นเยอะมาก) เพื่อให้เขาเปิดเผยความลับดังกล่าว แม้จะมีผู้สนใจจะขอซื้อผลงาน หนึ่งในนั้นคือปีเตอร์มหาราชที่ส่งคนมาเพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว หากแต่ต่อมาโยฮันน์กลับมองว่ามีคนพยายามขโมยความลับของเขา เขาจึงทำลายเครื่องจักรอนันต์ แล้วก็เอาความลับตายไปกับเขาด้วย เขาเสียชีวิตในปี 1745 โดยไม่บอกความลับสิ่งประดิษฐ์นี้กับใครทั้งสิ้น

                อย่างไรก็ตาม ต่อมานักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ไม้ได้เชื่อว่าเครื่องจักรอนันต์ของโยฮันน์มีอยู่จริง มันเป็นเพียงเรื่องต้นตุ๋นที่หลอกเอาเงินคนอื่นเท่านั้น แต่นั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถสรุปว่าโยฮันน์ใช้วิธีหมุนล้อตลอดเวลาได้ยังไง และมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้นมีเพียงโยฮันน์แต่เพียงผู้เดียวที่รู้ความลับนี้


3. จอห์น บี คอนนอลลี (John B. Connally)

 

วันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี ได้เดินทางไปยังเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เพื่อหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยหน้า โดยท่านประธานาธิบดีได้นั่งรถลีมูซีนเปิดประทุน โดยมีนายจอห์น บี คอนนอลลี  ผู้ว่ารัฐเท็กซัสและภรรยา อยู่ด้านหน้าและสองข้างทางมีประชาชนชาวดัลลัสเดินทางมาต้อนรับประธานาธิบดีอย่างล้นหลาม

หลังจากขบวนรถได้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเอล์ม และในระหว่างนั้นเองก็เกิดเสียงปืนดังขึ้น กระสุนถูกประธานาธิบดีที่คอ และยังถูกผู้ว่าจอห์นที่บริเวณหลังอีกด้วย หลังจากนั้นก็เสียงปืนก็ดังขึ้นอีก 1 นัด กระสุนถูกประธานาธิบดีที่ศีรษะ ทำให้ประธานาธิบดีเสียชีวิตแบบช็อคโลก

ต่อมาตำรวจก็ได้ผู้ต้องสงสัยนามว่า ลี ฮาร์วี ออสวอลด์ เขาถูกตั้งข้อหาฆ่าประธานาธิบดี หากแต่ยังไม่ทันที่สอบสวน เขาก็ถูกชายหนึ่งฆ่าตายเสีย  ทำให้คดียุติลง

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ คดีลอบสังหารเคนเนดี ยังคงมีเรื่องราวต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะทฤษฏีสมคบคิด ที่หลายคนเชื่อว่าคดีนี้น่าจะมีเบื้องหลัง โดยเฉพาะทฤษฏี “มือปืนมากกว่าหนึ่งคน” ที่นอกจากออสวอลด์ แล้วน่าจะมีมือปืนคนอื่นๆ ซุ่มยิงจากที่อื่นอีก ซึ่งมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือคือ กระสุนที่ยิงถูกผู้ว่ารัฐเท็กซัสนั้นน่าจะมาจากที่อื่น ไม่ใช่ปืนที่ออสวอลด์ยิง เพราะถ้าจริงกระสุจจะต้องเปลี่ยนทิศทางกลางคันแล้วคดเคี้ยวผ่านอากาศเพื่อถูกตัวผู้ว่าเท็กซัส

เพื่อพิสูจน์สมมุติฐานนั้น พวกเขาจำเป็นต้องวิเคราะห์ บาดแผล หรือเศษกระสุนที่อยู่ในตัวของผู้ว่าเท็กซัส หากแต่ผู้ว่ารัฐเท็กซัสได้ปฏิเสธ แม้เขาจะเสียชีวิตญาติก็ปฏิเสธที่จะให้ตรวจสอบ ทำให้ความลับนี้ถูกฝังไปพร้อมกับร่างของผู้ว่าเท็กซัสไปตลอดกาล


2. เอ็ดเวิร์ด ลีดสกัลนิน (Edward Leedskalnin)

เอ็ดเวิร์ด ลีดสกัลนิน  เขาเป็นชาวลัตเวีย (ในยุโรปเหนือ) เกิดเมื่อปี 1923 อพยพมาอยู่ในอเมริกา และเขาใช้ชีวิตอย่างเดียวดายในฟลอริด้า และเสียชีวิตในปี 1951 หากแต่เขาได้ทิ้งความลึกลับเอาไว้ เมื่อเขาได้สร้างปราสาทปะการัง (Coral Castle) เอาไว้

   ปราสาทปะกาลังที่ว่า มันเป็นคฤหาสน์ที่ประกอบขึ้นด้วยแท่งหินปะการังที่เป็นแท่งที่มีรูปร่างต่างๆ บ้างก็เชื่อมต่อ ติดตั้งซ้อนกัน บ้างถูกแกะสลักเสวยงาม แต่ละแท่งนั้นไม่สามารถเคลื่อนย้ายเพียงคนเดียวได้แน่นอน เพราะมันมีน้ำหนักอย่างน้อย 30 ตัน และที่แปลกคือทั้งหมดนั้นเขาทำคนเดียว  สามารถขนหินมากมาย และมีน้ำหนักหลายตันมาตั้งไว้ โดยไม่มีใครช่วยเลย!?

   จากคำให้การ เอ็ดเวิร์ดนั้นทำงานคนเดียว และไม่ให้ใครได้เห็นเขาขณะที่ทำงานเลย แต่อย่างไรก็ตาม มีพยานเป็นวัยร่นสองคนที่ทำงานได้เห็นภาพจากระยะไกล ได้อ้างว่าเห็นบล็อกแท่งเหล่านั้นลอยเหมือนลูกโป่งสวรรค์อย่างน่าอัศจรรย์

และเมื่อเอ็ดเวิร์ดถูกสัมภาษณ์ว่าเขาทำแบบได้ยังไง เขาบอกว่า มันเป็นเรื่องง่ายๆ หากรู้วิธีโดยเขาอ้างว่ารู้ความลับของคนสมัยโบราณ ว่าพวกเขาก่อสร้างสิ่งก่อสร้างใหญ่โต ด้วยหินก้อนใหญ่ๆหนักหลายพันตัน ซึ่งเขาได้อ้างว่าเขาทำสิ่งเหล่านั้นได้โดยใช้เพียงรอกกับเชือก และอุปกรณ์พื้นๆ เท่านั้น แน่นอนว่าหลายคนไม่เชื่อ

   ความลับเหล่านี้เอ็ดเวิร์ดไม่ยอมเผยให้ใครรู้ และความลับก็ตายไปพร้อมกับเขา หลังจากเขาเสียชีวิตจากโรคขาดสารอาหารจากโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร ทุกวันนี้ ปราสาทปะการังของเขาก็ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม

 

1. เจมโรม (Jerome)

               

             เมื่อวันที่ 8 กันยายน 1863 เด็กคนหนึ่งที่แซนดี้โคฟ โนวาสโก ประเทศแคนาดา ได้พบชายลึกลับคนหนึ่ง ที่ชายหาด ที่แปลกคือขาทั้งสองข้างเหนือเข่าของชายผู้นี้พึ่งถูกตัดสดๆ ใหม่ (แผลแสดงให้เห็นว่าเขาถูกตัดโดยผู้มีทักษะทางแพทย์)  และมีเหยือกน้ำ และขนมปังบางส่วนถูกวางไว้ที่บริเวณใกล้เคียง

ที่แปลกกว่านั้นคือชายคนนั้นไม่สามารถเอยคำเกินสอง-สามคนเลย (อาจจะไม่เต็มใจก็ไม่ทราบได้) ไม่ก็พึงพำเหมือนไม่ภาษาอังกฤษ หนึ่งในคำที่เขาเปล่งออกมาคือ “เจมโรม” จึงนำไปตั้งเป็นชื่อของชายผู้นี้ แน่นอนว่ามันอาจไม่ใช่ชื่อจริง แต่ถ้าหากมีใครถามชื่อเขาก็จะโกรธ ส่งเสียงเหมือนสัตว์คำราม ราวกับว่ามันเป็นความลับที่ไม่ควรพูดถึง จนกระทั่งเขาเสียชีวิตลงในปี 1912 แม้จะมีหลายทฤษฏีแต่มันก็ไม่สามารถให้คำตอบเจอโรมผู้นี้ได้เลยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน

 

 


อ้างอิง

http://listverse.com/2008/12/02/top-10-fascinating-secrets-taken-to-the-grave/

http://www.toptenz.net/10-people-died-carrying-huge-secrets.php

http://www.mandatory.com/2016/01/22/10-awesome-secrets-these-people-took-to-the-grave/

http://listverse.com/2014/12/29/10-confounding-secrets-taken-to-the-grave/



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 775 : 10 บุคคลที่ตายไปพร้อมกับความลับที่ยิ่งใหญ่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5747 , โพส : 7 , Rating : 0% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 7 : ความคิดเห็นที่ 21919
ข้าคือเจมโรม แฮ่~~~ (คำราม)
Name : ผีเจมโรม [ IP : 103.26.22.251 ]

วันที่: 5 สิงหาคม 2560 / 19:35
# 6 : ความคิดเห็นที่ 21669
ลึกลับจริงๆ
Name : Kyudutchie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kyudutchie [ IP : 182.232.170.118 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 สิงหาคม 2559 / 11:13
# 5 : ความคิดเห็นที่ 21628
รอๆๆๆๆ????????????????
Name : Orathai9800 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Orathai9800 [ IP : 49.230.23.65 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2559 / 18:17
# 4 : ความคิดเห็นที่ 21627
รอติดตามตอนต่อไปค่าา
PS.  Eternal Glory
Name : BE.Glory < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BE.Glory [ IP : 103.26.22.210 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2559 / 00:27
# 3 : ความคิดเห็นที่ 21626
ขอบคุณค่ะ
PS.  P.s.날 알던 사랑들 모두 하나 둘씩 겯을 떠나 난 가진 게 너뿐이&
Name : sungmin-pink boy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sungmin-pink boy [ IP : 182.232.82.154 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กรกฎาคม 2559 / 22:25
# 2 : ความคิดเห็นที่ 21625
ขอบคุณครับ
PS.  ครับ
Name : Horintear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Horintear [ IP : 115.84.119.51 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กรกฎาคม 2559 / 15:07
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21624
ติดตาม
Name : EATWELL < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ EATWELL [ IP : 58.10.19.120 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กรกฎาคม 2559 / 17:24
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android