คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 64 : 5 เรื่องจริงสุดโหดของคุกลับเกาหลีเหนือ (ตอนที่ 3)


     อัพเดท 11 พ.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,319 Overall : 2,763,901
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7220 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 64 : 5 เรื่องจริงสุดโหดของคุกลับเกาหลีเหนือ (ตอนที่ 3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17827 , โพส : 57 , Rating : 100% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



               แม้ว่าในปัจจุบัน คนส่วนมากจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข มีชีวิตที่ดี มีรถขับ มีหน้าที่การงานดี มีหน้าตาในสังคม มีเงินทองพอใช้ไปตลอดชีวิต แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเช่นนี้ เขาเหล่านั้นต้องทำงานกรรมกร แบกของหนักหามรุ่งหามค่ำ เงินเดือนของพวกเขาเหล่านี้ บางครั้งทำงานทั้งเดือนยังได้เงินเทียบเท่ากับชนชั้นกลางทำงานแค่วันเดียว บุคคลเหล่านี้ส่วนมากมักจะไม่ได้รับโอกาสดีดีในชีวิต ซ้ำร้ายบางคนอาจโดนซ้ำเติมเสียด้วยซ้ำ เหมือนกับผู้หญิงคนต่อไปนี้ที่เราจะพูดถึงกัน

                บัง มี ซุน หญิงสาวชาวเกาหลีเหนือ ผู้ครอบครัวมีฐานะยากจน จนทำให้ต้องไปทำงานบริการทางเพศที่เมืองจีน ได้หลบหนีการค้าบริการทางเพศในจีนออกมา และได้ทำการเปิดเผยชีวิตที่สุดแสนรันทดระหว่างหลบหนีอยู่ในประเทศจีน เพื่อให้โลกได้รับรู้ถึงความโหดร้ายที่ชาวจีนทำกับเธอเยี่ยงสัตว์ โดยนางบัง ได้เดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนคนอื่นๆ และได้ทำการเปิดเผย เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ว่านางเคยเป็นดาราของเกาหลีเหนือ และมีลูก 2 คน ส่วนสามีเสียชีวิตเพราะขาดสารอาหาร เมื่อปี 2545 และถูกปัญหาเศรษฐกิจโจมตี จนทำให้ครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน นางจึงได้หนีไปที่ประเทศจีน และถูกนายหน้านำไปขายให้กับชายแก่พิการคนหนึ่งด้วยราคาเพียง 4,000 หยวน

                นางบังแถลงทั้งน้ำตาว่า ชาวจีนกระทำกับสาวเกาหลีเหนือเหมือนกับหมู บังคับให้ทำงานในฟาร์ม และทำงานบ้านทั้งวัน กลางคืนก็ถูกกระทำเหมือนไม่ใช่มนุษย์ หากมีโอกาสได้พบกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ นางจะบอกกับเขาว่า ในประเทศจีนนั้นผู้หญิงเกาหลีเหนือถูกขายเหมือนกับสัตว์

                นางบังกล่าวว่า นางถูกรัฐบาลจีนส่งตัวกลับเกาหลีเหนือขณะพยายามตามหาลูกๆ แต่เมื่อกลับไปยังเกาหลีเหนือ นางกลับถูกจับไปขังไว้ในค่ายกักกัน ที่ซึ่งนางบังถูกสั่งให้สก๊อตจั๊มป์ 100 ครั้ง วิ่งรอบสนาม 100 รอบ ก่อนจะถูกทุบตีอย่างรุนแรง นอกจากนี้นางบังยังเห็นการทารุณกรรมนักโทษที่แสนโหดร้ายในค่ายกักกัน รวมทั้งการพยายามทำแท้งหญิงสาวที่ถูกส่งกลับมาจากประเทศจีนอย่างโหดร้าย ไร้ซึ่งศีลธรรมของเจ้าหน้าที่ เช่น การให้เจ้าหน้าที่ในค่ายนำแผ่นไม้มาวางไว้บนท้องของหญิงสาวที่ตั้งครรภ์ แล้วใช้นักโทษชาย 2 คนขึ้นไปยืนบนแผ่นไม้ ทำให้ทั้งแม่และลูกเสียชีวิต

                ทั้งนี้ นางบังซึ่งได้หนีไปเกาหลีใต้เมื่อปี2004 กล่าวว่า สิ่งที่นางต้องการตอนนี้คือการให้โลกได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสิทธิมนุษยชนในจีนและเกาหลีเหนือ

 

                อันดับ 3 การทรมานและทารุณ

                อดีตผู้คุมนิคมกักกันสองคนได้ให้การตรงกันว่า ผู้คุมถูกสั่งให้ปฏิบัติต่อนักโทษอย่างไร้ปราณีเสมือนพวกนักโทษเป็นสัตว์เดรัจฉานและศัตรู รวมทั้งลงโทษพวกเขาตามใจชอบ ยิ่งกว่านั้นผู้คุมยังได้รับอำนาจให้สังหารนักโทษสำหรับความผิดใดๆ ก็ได้ โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบหรือรับผิดชอบต่อการกระทำนั้น อดีตนักโทษหญิงที่รอดมาได้ให้การว่า “จำไว้ให้ดี นับจากนี้ไป แกไม่ใช้มนุษย์อีกต่อไป!

                เมื่อความเป็นมนุษย์ถูกปฏิเสธ ส่งผลให้มีการลงโทษที่โหดร้าย โหดเหี้ยมอย่างนับไม่ถ้วน การลงโทษและการสังหารตามอำเภอใจจนเป็นกิจวัตรปฏิบัติในนิคมกักกันและคุกนักโทษการเมืองทั้งหลาย

                คำให้การของพยานทุกคนนั้น สอดคล้องตรงกันในประเด็นเกี่ยวกับการทรมาน ว่าเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันอย่างเปิดเผยและแพร่หลายในทุกระดับในเกาหลีเหนือ กระบวนการทั้งหมดในการปฏิบัติต่อนักโทษการเมือง เห็นได้ชัดว่ามีหลายรูปแบบ แต่ทั้งหมดนั้นมีลักษณะเหมือนกันก็คือ ความโหดเหี้ยมอย่างไม่น่าเชื่อ

                ไล่ตั้งแต่การทรมานเพื่อรีดคำสารภาพในความผิดที่ตนไม่ได้ก่อไว้ ถ้าเกิดนักโทษปากแข็ง ทนต่อคำรับสารภาพพนักงานสอบสวนจะฉีดหูทั้งสองข้างของผู้ต้องหา หรือการทรมานด้วยน้ำที่นักโทษต้องโดนกรอกน้ำเป็นจำนวนมากเกินไป การถูกเฆี่ยน ถูกหวดด้วยแส้ยางหรือไม้แข็งๆ หรือการบิดแขนโดยแท่งไม้ที่สอดระหว่างนิ้วทั้งสิบถือเป็นเรื่องปกติสามัญในการสอบสวนของเกาหลีเหนือ

                การทรมานนักโทษแบบหนึ่งที่ใช้กันบ่อยคือ การขึงนักโทษไว้กับราวเหล็กถ่างแขนถ่างขาออก และการใช้แส้หรือแส้หางวัวเฆี่ยนทั่วร่างกาย เพียงแค่การถูกขึง...ให้นักหนักตัวถ่วงลงมาก็เลวร้ายจนทนไม่ได้อยู่แล้ว พอถูกเฆี่ยน ผิวหนังก็ฉีดขาดไปทุกส่วน เลือดกระเซ็นไปทั่ว และนักโทษจะเริ่มรู้สึกแทบไม่เป็นผู้เป็นคนอีกต่อไป พอนักโทษถูกแก้มัดจากราวเหล็ก ทั่วทั้งร่างกายของเขาบวมช้ำจนไม่สามารถงอหลังหรือเข่าได้ แม้จะปัสสาวะหรืออุจจาระก็ต้องยืน

 

                ประจักษ์พยานโดยนางลี ซุน ออค

                นางลี ซุน ออค เป็นพลเมืองเกาหลีเหนือ แต่เธอถูกจับกุมในปี 1984 โดยถูกกล่าวหาเท็จว่ายักยอกทรัพย์สินของรัฐ เธอถูกทรมานในช่วงสอบสวนเบื้องต้นที่กินเวลา 14 เดือน เพื่อบังคับให้เธอยอมรับข้อหาเท็จนั้น จนในที่สุดเธอก็ถูกตัดสินจำคุก 13 ปี แต่เธอก็ถูกปล่อยตัวอย่างน่าแปลกใจในปี ค.ศ.1992 และในปี ค.ศ.1995 เธอและลูกชายก็มอบตัวต่อทางการเกาหลีเหนือ และเล่าเรื่องทุกอย่างเท่าที่เธอรู้ในคุกแห่งนั้น

                เธอเล่าความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตในคุกเกาหลีเหนือดังนี้

               
                  
การไต่สวนเบื้องต้นถูกกำหนดไว้เวลา 10.00 น. ที่อดีตสำนักงานของดิฉัน ที่ซึ่งดิฉันได้ทำงานที่นั้นเป็นเวลานานถึง 17 ปี ในฐานะสมาชิกที่จงรักภักดีของพรรค ก่อนที่ดิฉันจะขึ้นศาล ดิฉันขอพบสามี แต่คำตอบก็คือ “สามีของแกไม่ได้อยู่ที่นี่ อย่าพยายามพบใครอีก” ดิฉันไม่มีโอกาสพบสามีในวันที่ดิฉันจะต้องขึ้นศาลเชียวหรือ
?

                ดิฉันได้พบทนายของฉันครั้งแรกในศาล ในศาลประกอบด้วยผู้พิพากษา อัยการ และคณะลูกขุนสองคน ผู้ที่สอบปากคำดิฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย ผู้พิพากษาได้กล่าว 3-4 ประเด็น เกี่ยวกับข้อหาดิฉันและถามดิฉันว่า ดิฉันจะยอมรับตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

                ก่อนหน้านั้น ดิฉันได้สัญญากับผู้สอบปากคำว่าฉันจะยอมรับข้อกล่าวหา แต่ในชั่วขณะนั้นดิฉันไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จึงกล่าวว่า “ข้าแต่ศาลที่เคารพ ดิฉันไม่ได้ยักยอกทรัพย์สินของรัฐบาล หรือละเมิดนโยบายพรรค ไม่เคยเลย ดิฉันบริสุทธิ์ ได้โปรดให้ดิฉันได้รับการสอบสวนอย่างยุติธรรมด้วยเถิด” ผู้คุม 2 คนขนาบข้างได้ตลาดออกมา “แกมันบ้า! แล้วก็เริ่มเตะที่หัวเข่าของดิฉัน ในเวลานั้นผู้พิพากษาก็แจ้งว่าการดำเนินคดีเบื้องต้นปิดแล้ว มันใช้เวลาไม่ถึง 15!.....................

                เธอเล่าความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตในคุกเกาหลีเหนืออีกว่า

                ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1989 ดิฉันถูกขังในห้องลงทัณฑ์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในข้อหาพยายามแก้ไขเสื้อเด็กอายุ 20 เย็บผิด

                ห้องลงทัณฑ์ เป็นการลงโทษที่นักโทษกลัวมากที่สุด ซึ่งนักโทษต่างขนามมันว่า “ห้องชิลซอง”(Chilsong Chamber)แปลว่า “ห้องแห่งความตายโดยอสูรดำ มันเป็นคุกที่ไม่เหมือนใครในโลก มันน่าสะพรึงกลัวที่สุดในค่ายกักกัน

                
                ห้องลงทัณฑ์ เป็นห้องที่มีขนาดกว้าง 60 เซนติเมตร สูง 110 เซนติเมตรเท่านั้น ดังนั้นนักโทษจะไม่มีพื้นที่ที่จะยืนขึ้น เหยียดขา หรือเอนกาย แม้กระทั้งจะเอนหลังพิงกำแพงก็ทำไม่ได้ เพราะผนังเต็มไปด้วยปุ่มแหลม มีห้องแบบนี้อยู่ 20 ห้องสำหรับนักโทษหญิง และ 58 ห้องสำหรับนักโทษชาย พวกเขามักถูกขังไว้ในห้องนั้นเป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน สำหรับความผิดเล็กๆ น้อย เช่น ทำคราบน้ำมันเปื้อนเสื้อผ้า(ที่ผลิต) ไม่สามารถท่องจำสุนทรพจน์ปีใหม่ของผู้นำ หรือล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการทำงาน

                จากภาพจะเห็นว่าห้องจะแคบมากๆ นักโทษจะอยู่ท่านั้นทั้งวันทั้งคืนและต้องกลางระหว่างห้องจะมีรูขนาดใหญ่พอสมควร นั้นก็คือรูส้วม!! ซึ่งถ้าเป็นฤดูหนาวลมที่พัดเข้ามาทางรูส้วมยิ่งทรมานสุดแสนสาหัส ยิ่งฤดูร้อนนักโทษยิ่งตะลีตะลานในการปัดพวกหนอนนับพันๆ ตัวกลับเข้าไปในรูส้วม  กล่าวกันว่าถ้ามีหนูสักตัวไต่ขึ้นมาตามรูส้วมก็ถือว่าโชคดีมหาศาลในวันนั้น พวกเขาจะจับหนูด้วยมือเปล่าและเขมือบมันดิบๆ เพราะหนูเป็นแหล่งเนื้อชนิดเดียวกันในคุก เขากล่าวว่า รสชาติแสนอร่อยของหนูดิบนั้นไม่มีทางลืมได้เลย แต่ถ้าหากเขาจับได้ว่ากินหนู การลงโทษก็จะยืดออกไป ดังนั้นพวกเขาจะต้องระมัดระวังอย่างมากในการจับและกินหนู

                พอนักโทษถูกปล่อยตัวออกจากห้องขัง เขาจะอยู่ในสภาพบิดเบี้ยวอย่างทรมาน รวมทั้งหิมะกัดหากเป็นฤดูหนาว ทำให้นักโทษไม่สามารถเดินได้ เหยื่อหลายคนต้องพิการถาวร เพราะไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และเสียชีวิตในที่สุดจากการที่ต้องเริ่มทำงานต่อทันทีหลังจากปล่อยจากห้องทรมาน

                สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคระบาด นางลี ซุน ออคก็ย้อนอดีตว่า

                “ดิฉันถูกแยกตัวไปห้องคนป่วย และถูกปล่อยทิ้งไว้รอความตาย 2 ครั้ง คือในปี 1989 และ 1992 ในเดือนพฤษภาคม 1989 ได้เกิดโรคระบาดคล้ายไทฟอยด์ระบาดในหมู่นักโทษ โดยหลายคนบ่นว่าเจ็บท้องน้อยและมีไข้สูงก่อนที่จะเป็นลมหมดสติ แพทย์ประจำคุกสั่งให้เอานักโทษไปกักตัวรวมกันในห้องเล็กๆ นักโทษที่ป่วยมีร่วม 50 คน และห้องก็เล็กมากจนนักโทษถูกกองทับไว้ในห้องนั้น พวกที่ยังมีสติก็ยื่นมือออกมาขอความช่วยเหลือ ส่วนพวกที่หมดสติไปก็ถูกกองทับอยู่ข้างล่าง และเสียชีวิตในที่สุด

                นางสาวยอง ฮี วัย 19 ถูกนำตัวมาที่คุกพร้อมกับมารดาของเธอ ด้วยเสียงอันอ่อนระโหย เธอร้องเรียกแม่ของเธอเพื่อขอแอปเปิลสักผลและน้ำเพียงเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะจบชีวิตลงใต้นักโทษคนอื่นๆ ฝ่ายแม่ของเธอกำลังทำงานในโรงงานผลิตของเบ็ดเตร็ด และไม่ทราบว่าลูกสาวของเธอจบชีวิตลงที่นั่น

                เช้าวันหนึ่ง ดิฉันตื่นนอนขึ้นได้ยินเสียง คิม ชิน ออค ซึ่งเป็นนักโทษและพยาบาล “คุณคงมีชีวิตอยู่หรือนี้ ? เป็นไปได้ไง คนอื่นๆเสียชีวิตหมดแล้ว รีบออกจากที่นี่เล็ก” ดิฉันนับว่าเป็นผู้ป่วยที่โชคดีรอดชีวิตจากประสบการณ์เลวร้ายนั้น

 

                ประจักษ์พยานโดยนายฮาห์น ฮยอค

                เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติต่อนักโทษอย่างไรก็ได้ จึงมีคำบอกเล่ามากมายเกี่ยวกับนักโทษในนิคมกักกันคนหนึ่งเคยเป็นเหยื่อของความป่าเถื่อนเช่น “กระสอบทราย”

                  นายอาห์น ฮยอค เกิดในเกาหลีเหนือในปี ค.ศ.1968 เขามีความผิดฐานลักลอบเข้าไปในประเทศจีนเมื่ออายุ 18 ปี ซึ่งเป็นการเดินทางเพราะอยากรู้อยากเห็น แต่เขาก็ถูกส่งตัวไปคุกลับเป็นเวลา 2 ปี และถูกทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่จะถูกย้ายไปจองจำที่นิคมกักกันโยดกเป็นเวลาประมาณ 16 เดือน และปล่อยตัวในปี ค.ศ.1992 เป็นเวลา 10 ปี และได้แปรพักตร์สู่เกาหลีใต้ในปี ค.ศ.1992 และเรียนจบมหาลัยกรุงโซล

                และนี้คือส่วนหนึ่งของประจักษ์พยาน

                เรื่องที่ 1

               

                ในเดือนมกราคม 1986 ผมถูกจองจำอยู่ในกองบัญชาการความมั่นคงแห่งชาติ(National Security Headguarters) ในเมืองมันโป เกาหลีเหนือ โทษฐานไปประเทศจีนโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้องขังนั้นทั้งมืดและแคบ โดยมีขนาดเพียง 2.1 เมตร และยาว 1.5 เมตรเท่านั้น ผมถูกสั่งให้นั่งคุกเข่า หน้ามองตรง มือไว้บนต้นขา และห้ามเคลื่อนไหว ในห้องขังไม่มีแสงแดดส่องถึง และมีแต่แมลงนานานชนิด เช่า เหา หมัด และแมลงสาปไต่เต็มตัวของผม ความอึอัดและคันทำให้ผมต้องเคลื่อนไหวเล็กน้อย เพียงแค่นั้นก็ทำให้ผมถูกซ้อมอย่างหนักจนฟันและดั้งจมูกหัก ผมรู้สึกมีเลือดไหลออกจากลำคอ ผมหิวมากแต่ก็ทานอะไรไม่ลงหลังจากถูกซ้อม พอไม่ทานอะไร ผมก็ถูกซ้อมอีก ไม่มีสักวันที่ผ่านไปโดยผมไม่ถูกซ้อมอย่างหนัก

                เช่นเดียวกับนักโทษคนอื่นๆ หลายๆ คนที่นั่น ผมต้องทนทรมานจากอาการท้องผูก ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้เพราะขาดการออกกำลังกาย เมื่อได้รับอนุญาต บางครั้งผมก็ต้องใช้ส้วมที่อยู่ตรงมุม ซึ่งอยู่เหนือบ่ออุจาระพอดี อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ในทันที ผู้คุมก็ตะคอกผม “มึงคิดว่าจะเล่นลูกไม้กับกูได้โดยการแกล้งนั่งพักบนส้วมงั้นรึ? คุกเข่าลงและมุดหัวเดี๋ยวนี้!” ผมต้องอยู่ในท่านั้นนานถึง 2 ชั่วโมง กลิ่นอันเหม็นตลบนั้นยังพอทนได้ แต่ความเจ็บปวดจากการต้องงอหลังและคออย่างนี้เป็นเวลา 2 ชั่วโมงนั้นเหมือนทานทน ผมบอกตัวเองว่าความตายยังจะดีกว่านี้เป็นร้อยเท่า

                ในขณะเดียวกัน ทั้งฟันและจมูกของผมก็ระบมไปหมด จนผมนึกขึ้นไหด้ในทันทีนั้นเองว่ามีคนเคยบอกว่าถ้ากัดแมลงสาบจะทำให้ความเจ็บปวดคลายลง ผมจับแมลงสาบได้ตัวหนึ่งใต้ท้องของผมและกัดมันด้วยฟันที่ปวดระบม โดยที่ผู้คุมไม่ทันเห็น พอกัดลงไปผมรู้สึกว่ามีของเหลวพุ่งออกมา แต่โชคดีผมไม่ได้กิล่นเพราะดั้งจมูกผมหักไปแล้ว............................

                เรื่องที่2

                นักโทษส่วนใหญ่มักมีแต่หนังหุ้มกระดูก เนื่องจากความอดอยากและการถูกทรมาน พวกผู้คุมมักจะใช้นักโทษเป็นเป้าซ้อมศิลปะป้องกันตัวเป็นประจำ โดยผลัดกันต่อยและแตะนักโทษ ซึ่งร่วมลงกองกับพื้น เลือดไหลรินตั้งแต่ถูกต่อยครั้งแรก และนี้คือคำให้การของนายอาห์น ฮยอค อดีตนักโทษในนิคมกักกัน

                “พวกเราถูกมัดไว้กับเสา ผู้คุมคนหนึ่งรายงานต่อเจ้าหน้าที่ “ท่านครับ พวกเราพร้อมแล้วครับ” เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่า “ดี สอนบทเรียนพวกมันเลย”

                จากนั้น ผู้คุมคนหนึ่งตวาดผม “จักรวรรดิอเมริกาจอมก้าวร้าวจงฉิบหาย ย้าก!” แล้วก็แตะปลายคางผมอย่างแรงด้วยเท้าที่สวมรองเท้าบูท พวกเรากลัวลนลานขอให้เขายกโทษให้ แต่คำวิงวอนของเราก็ไร้ผล

                แล้วผู้คุมก็เริ่มบรรเลงเพลงมวยสารพัด ประเคนใส่เราทั้งแตะและต่อยทั่วร่างกาย ผมโดนแตะหว่างขาอย่างแรงจนหมดสติ และรู้สึกว่าทั้งปัสสาวะและอุจจาระราดออกมา ผมรู้สึกมีเลือดทะลักลงไปในลำคอและได้กลิ่นมันด้วยซ้ำ ผู้คุมคนหนึ่งผลักหัวผมให้เงยขึ้น สบถว่า “ไอ้สัตว์” และถุยน้ำลายใส่หน้าเปรอะไปด้วยเลือดของผม พวกผู้คุมซ้อมเราตลอดเย็นในวันนั้น จนในที่สุด ร่างของเราก็ชุ่มไปด้วยเลือดจากบาดแผล แล้วก็หมดสติไป พวกเราถูกมัดตั้งแต่ 6 โมงเย็น และถูกปล่อยประมาณ 10 โมงเช้าของวันต่อมา...............

                เรื่องที่3

                นักโทษทุกคนถูกคาดหวังว่าจะต้องจำข้อความทั้งหมดของโอวาทปีใหม่ของผู้นำยิ่งใหญ่ การไม่สามารถจำโอวาททั้งหมดได้ถือว่า “มีพิรุธในด้านอุดมการณ์” และต้องถูกสอบสวน มันเป็นสิ่งที่เครียดและยากยิ่งนักที่จะจดจำทุกบรรทัดในขณะที่ทำงานที่แสนหนัก การที่อยู่ดีๆ ถูกเรียกตัวนั้นสร้างความหวาดผวาแก่เราเสมอ เพราะหวั่นเกรงว่าไม่มีใครจะต้องกลายเป็นเหยื่อคนต่อไป

                ในเดือนมกราคม 1998 พวกเราถูกสั่งให้มารวมตัวกันเพื่อการสุ่มเรียกชื่อ ซึ่งเป็นอารัมบทสู่โศกนาฏกรรมสำหรับบางคน “ทุกคนที่มีปากกาหมึกซึม จงก้าวมาข้างหน้า” พวกนักโทษชายโสด ซึ่งดูสกปรกและอเนจอนาถตัวสั่นไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว นักโทษหลายคนก้าวออกไปข้างหน้าและตอบคำถาม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอาหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งออกมาและถาม “ใครทำหมึกหกเลอะโอวาทปีใหม่ในหนังสือพิมพ์นี้?” มีหมึกหยดเล็กๆ บนข้อความใต้ภาพของ “ผู้นำยิ่งใหญ่” ผมนึกในใจว่า “แค่นี้ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตด้วยหรือ?” นักโทษคนหนึ่งถูกเลือกและถูกซ้อมอย่างโหดเหี้ยม

                เขาวิงวอน “ท่านครับ ผมไม่ได้ทำ ได้โปรดเชื่อผม ผมไม่ได้ทำ” แต่พวกเจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้ไม่ชี้ต่อคำวิงวอน พวกเรารู้สึกเสียใจต่อนักโทษผู้นั้น แต่คิดว่ายังดีกว่าถูกฆ่า แล้วเขาก็ถูกนำตัวไปสำนักงานสอบสวน และพวกเราก็ไม่มีใครเห็นหรือได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับเขาอีกเลย.................

                เรื่องที่ 4

               

                ผมไม่สามารถลืมการปฏิบัติอันต่ำช้าที่เราได้รับในวันหนึ่งในฤดูร้อนของปี ค.ศ.1998 ในขณะที่กำลังทำงานก่อสร้างกำแพงกันกระสุนในช่วงเช้า เราเก็บรวบรวมหินที่หนักมากๆ และขุดร่องลึก 2 เมตร หลังจากทานข้าวกลางวันอย่างรวดเร็ว พวกเราก็ล้าอย่างมากจนต้องยืนพิงกำแพงร่อนที่เราขุดและงีบหลับไปสักพักหนึ่ง

                ทันใดนั้นเอง พวกเราก็รู้สึกว่ามีน้ำอุ่นๆ บนใบหน้า ตอนแรก เราคิดว่าฝนกำลังตก แต่พอลืมตาขึ้นก็ได้ยินเสียจากข้างบนว่า “อย่าขยับ ไม่งั้นพวกมึงตาย!” ผู้คุมหลายคนกำลังปัสสาวะรดเรา แต่เราก็ขยับตัวไม่ได้ “เฮ้ย ไอ้สัตว์ อ้าปากสิเว้ยพวกกูจะได้เล็งให้ตรงเป้า” พวกผู้คุมพูดพลางหัวเราะ เราต้องยืนนิ่งอยู่ที่นั่งจนผู้คุมปัสสาวะเสร็จ มันนานเหมือนชั่วกัลป์…………

 

                ประจักษ์พยานโดย นาย กัง ชุล ฮวาน

                นายกัง ชุล ฮวานเคยเป็นนักโทษเด็กในนิคมกักกันระดับต้นในเกาหลีเหนือ เกิดในปี ค.ศ.1968 ในกรุงเปียงยาง เขาถูกขังในนิคมกักกันเมื่อปู่ของเขาหายตัวไปในวันหนึ่ง ทำให้ครอบครัวของนายกังที่ประกอบด้วยย่า บิดา อา และน้องสาวถูกส่งไปกักกันในเมืองโยดกในปี ค.ศ.1977 และพวกเขาทนอยู่ที่นั้นจนมีชีวิตรอดได้ และถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ปัจจุบันเขาสามารถแปรพักตร์สู่เกาหลีใต้ได้สำเร็จ และได้ก่อตั้ง “เครื่องข่ายประชาธิปไตยเพื่อก่อตั้งระบบคุกแรงงานโหดของเกาหลีเหนือ”

                ระหว่างที่นายกัง ชุล ฮวานเคยเป็นนักโทษเด็ก(อายุ 9 ขวบ) เขาถูกจองจำในนิคมกักกันระดับต้น ในช่วง 10 ปีที่เขาอยู่ในนิคมดังกล่าว พวกเขาต้องเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยว่า “คุณครู” แต่การปฏิบัติต่อเด็กนั้นไม่แตกต่างอะไรกับผู้คุมปฏิบัติต่อนักโทษที่เป็นผู้ใหญ่คนอื่นๆ ในฐานะศัตรู

                 และนี้คือส่วนหนึ่งของประจักษ์พยาน

                
                 ในฤดูร้อนปีหนึ่ง พวกเราได้รับคำสั่งให้ทำงานในแปลงผักขนาดใหญ่ เราใช้เวลาอยู่ในแปลงผักเพื่อปลูกผัก ย้ายผัก และกำจัดวัชพืช มากกว่าที่ใช้เวลาในห้องเรียนเสียอีก เราต้องทำงานทั้งวันในอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งเป็นงานที่กดดันมากจนเด็กมักจะบ่นโอดโอยจากงานที่แสนหนักนี้.........................

                วันหนึ่ง เด็กชายชั้นประถมต้นคนหนึ่งพึงพำอะไรบางอย่างกับตัวเองขณะที่กำลังหาบถุงอุจจาระ เด็กอีกคนหนึ่งที่อยู่ถัดไปได้ยินจึงไปฟ้อง “คุณครู” และ “คุณครู”ก็ปรี่เข้ามาหาเด็กคนนั้น อัดเขาและเตะเข้าไปที่ใบหน้าด้วยเท้าที่สวมบูทในขณะที่เด็กคนนั้นล้มลง

                “ไอ้ชาติหมา! ลงไปในบ่อขี้นี่เดี๋ยวนี้และทำความสะอาดมันด้วยมือเปล่า เข้าใจไหม?” แต่เด็กคนนั้นถูกซ้อมจนน่วมแล้ว จึงแทบจะไม่สามารถลุกขึ้นได้ “คุณครู” จึงเตะเด็กผู้อ่อนแอลงไปในบ่ออุจาระตื้นๆ ที่ขุดเอาไว้ชั่วคราว เด็กก็พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากบ่อนั้น

                คราวนี้ “คุณครู” เด็กไปด้วยโทสะและเตะเขาลงไปในบ่ออุจาระอีกครั้งพอพยายามขึ้นมาจากบ่ออีกครั้งเขาก็ถูก “คุณครู” เตะเข้าอย่างแรงที่ศีรษะ ตอนนี้เด็กคนนั้นเนื้อตัวเต็มไปด้วยอุจจาระปนเลือดและบาดเจ็บหนัก เขานั้นโงหัวไม่แล้ว แต่ก็ถูกทำโทษให้หาบอุจจาระต่อไปในช่วงที่เหลือของวันนั้น โดยที่ถูกเฆี่ยนอย่างแรงทุกครั้งที่เคลื่อนไหวช้าหรือหยุดเคลื่อนไหว เขาถูกสั่งให้โกยอุจาระออกจากถังด้วยมือและกระจายมันในแปลงปลูกพืช ตลอดทั้งเช้าวันนั้นและรวมไปถึงช่วงบ่ายบางช่วง เขาต้องทำงานอย่างหนักจนในที่สุดก็เป็นลมหมดสติไป น้ำลายฟูมปาก เด็กคนอื่นๆ ต่างโกรธ “คุณครู” จนตัวสั่นที่ลงโทษเด็กคนนั้นอย่างป่าเถื่อน แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เพราะกลัวถูกลงโทษ และอีกอย่างกลิ่นอุจจาระที่ติดตัวเด็กคนนั้นก็เหม็นอย่างน่าสะอิดสะเอียน พอตะวันตกดิน เด็กคนอื่นๆ ก็กลับไปบ้าน แต่เด็กคนนั้นยังคงนอนนิ่งบนพื้น และก็แน่นิ่งอยู่บนพื้นเช่นนั้นจนมีคนพบในเช้าวันรุ่งขึ้นว่าเสียชีวิตแล้ว………………

                พวกคุณครูนั้นมีสารพัดวิธีการลงโทษเด็กๆ และเหี้ยมโหดเป็นอย่างยิ่ง การซ้อมนั้นเป็นรูปแบบปกติ การลงโทษในรูปแบบอื่นๆ เช่น การให้เด็กเคลื่อนไปรอบๆ ลานออกกำลังกายโดยลากผ้าและหัวเข่าไปและทำความสะอาดลานด้วยมือเปล่า บางทีก็บังคับให้เด็กๆ ยืนตากแดดทั้งวัน หรือไม่ก็สั่งให้เด็กตะโกณซ้ำๆ ซากๆ ว่า “ผมเป็นหมา!” เด็กบางคนถึงกับมีสภาพจิตใจและร่างกายไม่สมประกอบไปเลยหลังจากถูกซ้อมและถูกลงโทษอย่างรุนแรงเช่นนั้น

                 

(ติดตามตอนต่อไป+ +)



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 64 : 5 เรื่องจริงสุดโหดของคุกลับเกาหลีเหนือ (ตอนที่ 3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17827 , โพส : 57 , Rating : 100% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 57 : ความคิดเห็นที่ 21244
ทำไมคุณครูถึงโหดอย่างนี้!!!!!!!! 
  

ไม่สมกับเป็นครูเลย!!!!!
Name : 12amtum < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 12amtum [ IP : 171.4.243.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2558 / 17:03
# 56 : ความคิดเห็นที่ 20315
ยิ่งอ่านยิ่งไม่ชอบ แบบเหมือนเห็นชีวิตคนในประเทศตัวเองเป็นแมลงสาปที่จะบี้ให้ตายตอนไหนก็ได้
คอมมิวนิสต์แบบโหดร้าย คิดว่ามีนิวเคลียร์แล้วเจ๋งอ้ออออ

เดี๋ยวเจอสงครามโลก ทุกชาติระดมฆ่าพวกชั่วช้านี้ให้หมดดด!
Name : หนูชอบอาเบะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนูชอบอาเบะ [ IP : 49.230.148.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กรกฎาคม 2557 / 02:57
# 55 : ความคิดเห็นที่ 20300
ประเทศนี้มันนรกชัดๆ
PS.  เกมในกระดาษ ... ความยิ่งใหญ่เล็กๆของคนหนึ่งคน
Name : Waterlilly < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Waterlilly [ IP : 1.0.192.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 / 16:26
# 54 : ความคิดเห็นที่ 18307
เกาหลีเหนือนี่ได้ใจจริงๆเลย-____-***
PS.  รักที่มันต้องจบ...มันก็ยังสวยงาม
Name : Meceron < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Meceron [ IP : 223.206.68.1 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2556 / 16:12
# 53 : ความคิดเห็นที่ 16353
พวกนี้มันไม่เหมาะที่จะเรียกว่าครูหรอก

มันน่าจะเรียกว่าสัตว์!!!!!มากกว่า
Name : photo [ IP : 58.11.52.72 ]

วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 / 14:31
# 52 : ความคิดเห็นที่ 13592
 น่าสงสาร เนี่ยเหรอคุณครูอ่ะ!! ใจร้าย TT'
Name : qwerty6579 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ qwerty6579 [ IP : 125.26.248.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤศจิกายน 2554 / 20:11
# 51 : ความคิดเห็นที่ 12110
คุณครู?
คุณครูอย่างงั้นหรอ?


ไอพวกนี้ไม่มีค่าพอที่จะเรียกแบบนั่นหรอ!!!

จะมีครูที่ไหนทำแบบนี้กัน!
Name : myfani < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ myfani [ IP : 58.8.132.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 / 21:29
# 50 : ความคิดเห็นที่ 11804
คำว่าครูสูงส่งมากเลย อีด๋อยนี่ไม่ควรใช้ว่ะ ~
Name : No other < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ No other [ IP : 49.230.62.196 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2554 / 21:09
# 49 : ความคิดเห็นที่ 11748
จีนเขาเริ่มเอือมระอา ไม่เอาแกแล้ว ไอ่โสมแดง ถ้ามะกันเล่น มีหวัง แกตายลูกเดียว คิมจองอิล (ข้อมูลจากวิกิลีกส์นะคะ)
Name : Itachi Uchiha < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Itachi Uchiha [ IP : 124.120.88.45 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มิถุนายน 2554 / 16:11
# 48 : ความคิดเห็นที่ 11463
คนไม่ สัตว์ยังชั้นสูงกว่าเลย อย่างแกน่ะไปเป็นอะมีบาไป๋ (ด่าแบบเด็กวิยท์)
PS.  เปิดคลังรูปการ์ตูนแล้วนะคะ เข้ามาสูปได้น๊า
Name : Daisy [[ i ]] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Daisy  [[ i ]] [ IP : 124.121.1.0 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 พฤษภาคม 2554 / 14:46
# 47 : ความคิดเห็นที่ 10681
 น่าสงสารเนอะ
PS.  ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์ [ I  Ma Mom ]
Name : เจ้าหญิงเขียด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงเขียด [ IP : 65.10.225.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 เมษายน 2554 / 06:00
# 46 : ความคิดเห็นที่ 10173
 โชคดีที่เกินเป็นไทย....
เกาหลีเหนือ ย่ำแย่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย....
แต่เราอยากรู้เกี่ยวกับเกาหลีใต้มั่งอะ....

PS.  อยากรู้ อยากลอง ไร้เดียงสา ไร้สาระ นี่แหละตัวฉัน
Name : ~Pan~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~Pan~ [ IP : 124.121.76.98 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มีนาคม 2554 / 13:47
# 45 : ความคิดเห็นที่ 9671
บางคนหนีมายังเกาหลีใต้ได้นับว่าคุณโชคดีมาก...

แค่เกิดในเกาหลีเหนือ...ก็รู้แล้วว่า...ชีวิตนี้จบแล้ว
PS.  I'm E.L.F & WDF :: LeeYe!! จงเจริญ!! จิ้นๆๆๆ ใครไม่จิ้นฉันจิ้น(อยู่คนเดียว)! ลีดเดอร์ผู้น่ารัก!
Name : B-Blue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B-Blue [ IP : 115.87.57.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2554 / 00:54
# 44 : ความคิดเห็นที่ 7788
คุณครูเนี่ยนะ...

ทำไมถึง...

เห็นด้วยกับ คห. 1905 
แต่ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะมีจิตสำนึกหรือเปล่าน่ะสิ!!
Name : MiNi❤LoliPop < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MiNi❤LoliPop [ IP : 222.123.246.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2553 / 18:03
# 43 : ความคิดเห็นที่ 7626
จิตสำนึกของมันหายไปไหน
Name : DarkCat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DarkCat [ IP : 58.9.9.80 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2553 / 13:15
# 42 : ความคิดเห็นที่ 7524

เป็นประเทศที่ ... โว้ย !! ไม่รู้จะหาคำไหนมาด่า
ผู้นำประเทศนี้เป็นพวกเห็นแก่ตัวสุด teen มากอะ
แล้วพวกทหารด้วย
เห้ย ... นักโทษไม่ใช่คนเหรอไง???

Name : Imo'buff < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Imo'buff [ IP : 223.205.38.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2553 / 12:09
# 41 : ความคิดเห็นที่ 7446
ถูกปกครองใครๆก็อยากไ้ด้ ประชาธิบไตย

เเต่ถ้าได้ปกครองใครๆก็อยากเป็น เผด็จการ

อย่าไปว่าท่าน คิม เขาเลย เหอๆ
Name : ค่อมเตี้ย [ IP : 125.25.147.134 ]

วันที่: 8 ตุลาคม 2553 / 21:38
# 40 : ความคิดเห็นที่ 7445
ุถ้ามีสงครามโลกครั้งที่ 3 ใครจะกล้าเสี่ยงไปยุ่งกับเกาหลีเหนือ - -*

ตอนี้ปกติไม่วุ่นวายยังไม่มีใครกล้าเลย
Name : ค่อมเตี้ย [ IP : 125.25.147.134 ]

วันที่: 8 ตุลาคม 2553 / 21:34
# 39 : ความคิดเห็นที่ 7421

ถ้ามีสงครามโลกครั้งที่ 3 แนะนำให้ทุกชาติบนโลกระดมบุกเกาหลีเหนือแล้วจับตายพวกที่มันย่ำยีคนอื่นซะให้หมด รู้สำนึกซะบ้าง


PS.  0 143 255 63 0
Name : 0 143 255 63 0 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 0 143 255 63 0 [ IP : 202.183.186.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2553 / 11:16
# 38 : ความคิดเห็นที่ 6873
เลว ให้เื่รียก"คุณครู"หรอ
คุณครูเป็นผู้ให้ความรู้
แต่พวกมันเลวกว่า สัตว์
เป็นมนุษย์ไม่ได้จริงๆ
PS.  ทุกสิ่งlริ่มที่ตัวlรา.. llม้llต่ความรัก... ก้olช่นกัน everything begins that ourselves , even the love , as a result , also .
Name : YAMSANG!! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YAMSANG!! [ IP : 183.89.203.214 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กันยายน 2553 / 13:37
# 37 : ความคิดเห็นที่ 6686
พวก วรานุช เลว มุงน่าจะตายไปซะ

PS.  ความรัก เป็นคำสั้นๆ ไม่มีความหมายแน่นอน แต่เราทุกคนเข้าใจมัน รู้จักมัน เข้าถึงมัน
Name : บัญชาเทพ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บัญชาเทพ [ IP : 58.8.127.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2553 / 21:23
# 36 : ความคิดเห็นที่ 6376

คุณครูหรือเจ้านาย

จะซ้อมอะไรกันนักหนาจะไปแข่งหรอไง


PS.  จะรอ ให้คังอิน คิบอม ฮันเกิง กลับมา ONLY 13 อาจจะเห็นแก่ตัว แค่อยากเห็นพวกพี่อยู่บนเวที่ครบ 13 คน!
Name : ❤ SupeR JunioR◄ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ❤ SupeR JunioR◄ [ IP : 180.180.65.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 สิงหาคม 2553 / 20:35
# 35 : ความคิดเห็นที่ 6218
คุณครู

ลูกศิษตัวเองแท้
ยังทำได้อ่า
PS.   I 13evile with always eveystime KYUMIN
Name : คิระ ยางามิ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิระ ยางามิ [ IP : 125.27.4.9 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 สิงหาคม 2553 / 18:23
# 34 : ความคิดเห็นที่ 6037

ขนาดเด็กยังไม่เว้นนะ เชี่ย เอ้ย

ไปลงนรกไป๊ พวกเกาหลี่เหนือเวง -*-^^^^^^^^

Name : chihodani < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ chihodani [ IP : 110.164.181.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 สิงหาคม 2553 / 02:52
# 33 : ความคิดเห็นที่ 5454
จะบอกว่ากระไรดีเนี่ย เจ้าพวก_ตื๊ด_เอ๊ย
PS.  Good Luck Every Body
Name : Kiss of Ghost < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kiss of Ghost [ IP : 110.169.32.65 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มิถุนายน 2553 / 20:20
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android