คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 389 : 10 ปิติสุขเมื่อได้ฆ่าสังหารหมู่


     อัพเดท 1 ส.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,046 Overall : 2,737,931
22,171 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7169 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 389 : 10 ปิติสุขเมื่อได้ฆ่าสังหารหมู่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9886 , โพส : 20 , Rating : 30% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



เราได้เห็นฆาตกรบ้าเลือดไล่ล่าฆ่าคนไม่เลือกในภาพยนตร์สยองขวัญหลายเรื่อง หากแต่ชีวิตจริงนั้นบางทีอาจน่ากลัวกว่าภาพยนตร์ที่เห็นหลายร้อยเท่า

           ปิติสุขเมื่อได้ฆ่า (spree killer)  เป็นฆาตกรที่ก่อเหตุฆ่าคนมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไปในพื้นที่หนึ่ง โดยก่อเหตุครั้งเดียวและช่วงเวลาเดียว  และจะฆ่าต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่สนว่าเหยื่อเป็นใครมาจากไหนหากพบจะฆ่าทันที และจะไม่หยุดจนกว่าตัวฆาตกรจะถูกฆ่าหรือถูกตำรวนจับ ซึ่งฆาตกรประเภทดังกล่าวจัดระดับอันตรายของ FBI และหน่วยงานของอเมริกา ซึ่งฆาตกรที่เป็นอันตรายที่สุด จำเป็นต้องป้องกันให้เร็วที่สุด

 ปิติสุขเมื่อได้ฆ่า ฆาตกรประเภทนี้จะเกิดความรู้สึกสนุกสนานเมื่อได้ฆ่าเหยื่อรายแรก จะโดยบังเอิญหรือตั้งใจก็ตาม ซึ่งฆาตกรประเภทนี้มักเริ่มต้นฆ่าเหยื่อรายแรกด้วยอารมณ์โทสะที่ควบคุมไม่อยู่ อาจจะถูกยั่วยุหรือแรงกดดันที่มาตั้งแต่เกิด และความรู้สึกเมื่อได้ฆ่าเขาจะลิ้มรสแบบผู้มีชัย ผู้ยื่นเหนือชีวิตของผู้อื่นของคนอื่นที่สามารถมอบความตายให้แก่เหยื่อที่ถูกเขาฆ่าได้ มันได้แผ่ซ่านขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ทำให้เขามีความรู้สึกอิ่มเอิบเมื่อได้ฆ่าจนกลายเป็นเสพย์ติด และเขาจะฆ่าต่อไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าจะจนมุมหรือถูกฆ่า

                ทางการสหรัฐเห็น  ปิติสุขเมื่อได้ฆ่า เป็นฆาตกรที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด เพราะพบบ่อยฆาตกรต่อเนื่อง เกิดขึ้นแต่ทุกพื้นที่ทุกเวลา จะมีเหยื่อที่ตายเพราะฆาตกรนี้จำนวนมาก และเกิดได้ทุกสถานที่และทุกเวลา เกิดแต่ละทีมักเป็นข่าวดังทั้งประเทศและทั่วโลกและที่สังเกตคือประเทศส่วนใหญ่ที่เกิดมักเกิดในประเทศที่ เจริญแล้ว และนี้คือ 10 สุดยอดฆาตกรอาละวาดที่อันตารายที่สุดในประวัติศาสตร์

 

10. George Hennard (สังหารคนไป 23 ราย บาดเจ็บ 20 ราย)

  

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1991 จอร์จ เฮนนาร์ด ในเขตเบล เท็กซิส ขับรถกระบะของเขาทะลุหน้าต่างของร้านอาหารลูบี้  หน้าต่างแตกกระจายและรถชนกับพื้นที่ในร้าน เสียงกรี๊ดร้องของผู้คนที่ทานอาหารและความตกตะลึงจนให้ตอนนั้นตกอยู่ในความโกลาหล ทันใดเองเขาลงออกจากรถและตะโกนสุดเสียงว่า “นี้คือสิ่งที่เบลเคานต์ดี้ทำกันฉันไว้” เหยื่อรายแรกคือไมเคิล กริฟฟิสัตวแพทย์ท้องถิ่นที่วิ่งไปข้างด้านคนขับรถเพื่อเสนอความช่วยเหลือผ่านทางหน้าต่างแต่เขากลับถูกยิง จากนั้นเขาก็ทำการฆ่าคนในพื้นที่แห่งนั้นด้วยปืนพก Glock 17 และปืน Ruger P89 ทีละคนทีละคน จากนั้นก็เข้าหาฮัปส์ ซูซานน่า(คนใหญ่คนโตในพรรคพรรครีพับลิกัน) และพ่อแม่ของเธอ ความจริงเธอพกอาวุธปืนมาด้วยหากแต่อยู่ในรถเพราะกฎหมายของสหรัฐห้ามพกอาวุธปืนในที่สาธารณะ พ่อของเธอพยายามหนีแต่ถูกยิงหน้าอก ส่วนแม่ของเธอถูกยิงที่หัว แต่เธอก็รอดได้(ต่อมาเธอก็เรียกร้องกฎหมายการพกอาวุธปืนพกในสหรัฐอเมริกา)

ในเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้กล้าคนหนึ่งคือทอมมี่ จอห์นที่โยนตัวเองผ่านกระจกหน้าต่างเพื่อให้คนอื่นสามารถหลบหนีได้ทำให้หลายคนรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลทำให้คน 23 คนถึงแก่ความตายและ 20 คนบาดเจ็บ(เฉลี่ยมีแต่คนวัยกลางคนและคนสูงอายุที่ตาย เนื่องจากจอร์จละเว้นไม่ฆ่าเด็ก)  จนกระทั้ง 10 นาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้มาถึงที่เกิดเหตุทำการควบคุมสถานการณ์ โดยเขาถูกต้อนเข้าห้องน้ำปลิดชีพฆ่าตัวตาย ต่อมามีการวิเคราะห์สาเหตุแรงจูงใจว่าทำไมเขาถึงก่อเหตุดังกล่าว ผลสรุปคือที่เขาทำแบบนั้นก็เพราะเกลียดชังผู้หญิง ซึ่งเป็นผลจากประวัติชีวิตที่ล้ทเหลว เหตุการณ์สังหารหมู่ที่ร้านอาหารลูบี้ถูกจัดเหตุการณ์อาละวาดยิงกันตายที่ร้ายแรงที่สุดในอเมริกาในเวลานั้น ก่อนที่จะถูกลบสถิติลงในปี 2007 จากเหตุการณ์สังหารหมู่เวอร์จีเนียเทค

 

9.Baruch Goldstein (ผู้เสียชีวิต 29 รายและบาดเจ็บ 125 ราย)

                

บารุค โกลด์สไตน์ ชาวยิวพลเมืองสหรัฐอพยพไปอยู่ในอิสราเอลมีความคิดขวาจัดสุดโต่งจนก่อการร้ายในปี 1994 ในเหตุการณ์สังหารหมู่ถ้ำของพระศาสดา (Cave of the Patriarchs massacre) หรือหะรอมอัล-คอลีล' หรือคนทั่วไปเรียกว่า มัสยิดนบีอิบรอฮีม เมืองฮีบรอน ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเป็นเขตพิพาทกันชาวยิวกับปาเลสไตน์

บารุค โกลด์สไตน์เป็นชาวยิวที่ได้รับการฝึกอบรมการเป็นแพทย์ และเข้าร่วมกลุ่มสันติบาลกลาโหมยิว (Jewish Defense League) จนเป็นเหตุทำให้เขากลายเป็นชาวยิวหัวรุนแรง ต่อมาก็อพยพไปอิสราเอลเพื่อทำหน้าที่เป็นแพทย์ฉุกเฉินในกลุ่มดังกล่าว แต่เขาปฏิเสธในการรักษาชาวอาหรับ ต่อมาริบบี คาเฮนเพื่อนใกล้ชิดของเขา ถูกลอบสังหารทำให้เขาสาบานว่าจะแก้แค้น จนกระทั้งถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1994 เขาก็ได้เข้าไปห้องน้ำในถ้ำของพระศาสดาแต่งกายในลักษณะชุดกองทัพที่เขาสังกัดจากนั้นก็ใช้ปืนกล Galil  กวาดยิงชาวมุสลินที่กำลังละหมาดกว่า 800 คนในที่แห่งนั้น โดยฆ่ามากที่สุดเท่าที่มากได้ เลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่งผลทำให้ชาวมุสลิมที่กำลังละหมาดต้องเสียชีวิต  29 คนและบาดเจ็บถึง 125 คนภายในระยะเวลาอันสั้น การสังหารหมู่สิ้นสุดลงเมื่อฝูงชนใช้ถังดับเพลิงทุบตีเขาจนเสียชีวิต

ผลจากเหตุการณ์สังหารหมู่ดังกล่าวทำให้เกิดการจลาจลโดยชาวปาเลสไตน์เกิดขึ้น ทำให้ทั้งสองผ่ายต่างมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตหลายราย ส่วนรัฐบาลอิสเราเอลได้ออกประมาณการสังหารหมู่ และดำเนินนโยบายต่อสนองจากเหตุการณ์ดังกล่าว และในเวลาต่อมาบารุค โกลด์สไตน์ได้กลายเป็นบุคคลที่ผู้ก่อการร้ายชาวยิวหัวรุนแรงให้ความนับถือ ทุกวันนี้ชาวอิสราเอลหลายคนเดินทางมาหลุมศพของเขาในเมืองฮีบรอน เพื่อเฉลิมฉลองการกระทำของเขาในวันสังหารหมู่ดังกล่าวท่ามกลางเสียงประณามจากทั่วโลก

 

8. Toi Mutsuo (เหยื่อเสียชีวิต 30ราย และบาดเจ็บ 3 คน)

  

โทอิ มุทสึโอะ เด็กหนุ่มอายุ 21 ปีที่ทั้งชีวิตถูกกดดันอย่างหนักและได้รับทุกข์ทรมานจากวัณโรคที่รักษาไม่หาย เขาอาศัยในหมู่บ้านไคโอะ หมู่บ้านขนาดเล็กในหุบเขา ซึ่งส่วนหนึ่งของเมืองสึยามะในจังหวัดโอคายามะ พ่อแม่ตายตั้งแต่เด็ก ยายรับเลี้ยงดูแต่เกิดภาวะซึมเศร้าและถูกหญิงในหมู่บ้านปฏิเสธที่จะคบเป็นแฟนเพราะเขาเป็นวัณโรค จนทำให้ความถึงขีดสุดจนก่อเหตุสังหารหมู่ขึ้น โดยในบันทึกฆ่าตัวตายของเขาบอกเป็นนัยว่าที่เขาทำเรื่องดังกล่าวเพราะความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธจากเพื่อนหญิงของเขา

ในชั่วโมงแรกของวันที่ 21 พฤษภาคม 1938  มุทสึโอะขึ้นไปในห้องใต้หลังคาแล้วเปลี่ยนชุดเตรียมออกรบ เขาใส่เสื้อคอตั้งของทหาร พันสายคาดกับหน้าแข้งทั้งสองข้าง บนหัวพันกระบอกไฟฉายขนาดเล็กสองอันไว้ราวกับเขาของปีศาจ แล้วแขวนไฟหน้าของจักรยานไว้กับตัว ที่เอวเสียบดาบญี่ปุ่นกับมีดจีนอีกสองเล่ม ในมือถือปืนลูกซอง  เขายัดกระสุนลงในกระเป๋ากว่า 100 นัด สะพายย่ามซึ่งบรรจุดินปืนกับปลอกกระสุน และวางพินัยกรรมของตนทิ้งไว้แล้วก็พร้อมที่จะเปิดฉากการล้างแค้นเริ่มจากใช้ขวานฆ่ายายของเขาด้วยการตัดหัวจนขาดกระเด็น จากนั้นเขาก็ตัดสายกระแสไฟหมู่บ้านให้มืดสนิท จากนั้นเขาก็เดินไปบ้านแต่ละหลัง(11หลัง)และฆ่าคนในบ้านที่เขาบุกรุกเข้าไปตายทีละคนสองคนด้วยปืนและดาบ  และแล้วในที่สุด คดีฆาตกรรมซึ่งกินเวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งก็สิ้นสุดลง รวมจำนวนผู้เสียชีวิต เหยื่อเสียชีวิต 30ราย และบาดเจ็บ 3 คน สุดท้ายเขาก็กลับบ้านตนเองและฆ่าตัวตายด้วยการยิงตนเองด้วยปืนลูกซองที่หน้าอก และนี้คือคดีสังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น โดยประโยคแรกในจดหมายลาตายของเขาเขียนไว้ว่า “เมื่อคุณอ่านจดหมายฉบับนี้แสดงว่าผมคงไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว สิ่งที่ผมทำลงไปนั้นทำตัดสินใจทำลงไปจริง แต่ผมก็ไม่สามารถฆ่าคนที่สมควรจะฆ่า กลับฆ่าคนที่ไม่ควรจะฆ่าเพราะเหตุการณ์พาไป....”

 

7.Campo Elias Delgado(ตาย 30 คน บาดเจ็บ 15)

  

แคมโป เอเลียส  รูอาโน เป็นครูสอนภาษาอังกฤษชาวโคลัมเบีย ที่เมืองโบโกตา  อดีตเคยเป็นทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม ซึ่งสงครามดังกล่าวทำให้เขาเป็นคนโดดเดี๋ยวและมีประสบการณ์ที่ขมขื่นต่อต้านสังคม เขาตำหนิแม่ตนเองว่าเป็นต้นเหตุปัญหาทั้งหมด และเกลียดชังแม่ของตนเอง จนมีความคิดอยากสังหารหมู่ขึ้น และแล้วในช่วงบ่ายของวันที่ 4 ธันวาคม 1986 เขาก็แทงนักเรียนหญิงจากโรงเรียนของเขาและแม่ของเธอที่อพาร์ทเม้นท์ด้วยมีดล่าสัตว์ จากนั้นเขาก็กลับไปอพาร์ทเม้นท์ของแม่และฆ่าเธอด้วยการแทงที่ด้านหลังคอ จากนั้นเขาก็ห่อร่างกายของแม่ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์และตั้งไฟทำให้สัญญาเตือนไฟไหม้ดังขึ้น เขาวิ่งไปแล้วกรีดร้องว่า “ไฟไหม้ ไฟไหม้” ทำให้ผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆ หนีเข้าไปในห้องโถงหลักจากนั้นเขาก็รอคอยเหยื่อของเขาและฆ่าทีละคนทีละคน เขาจัดการแทงชายคนหนึ่งถึงแก่ความตายก่อนที่จะยิงปืนลูกโม่ .32 calibre 5 นัด

                แต่นั้นยังไม่จบ ต่อมาเขาเดินในร้านอาหารลอซเซตโต (Pozzetto) จากนั้นก็สั่งอาหารแพงที่สุดในร้าน เป็นสปาเก็ตตี้ ไวน์แดงและวอดก้า เขากินเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงอย่างใจเย็น ก่อนที่จะฆ่าคนทีละคนทีละคนตายไป 21 คนด้วยวิธีเล็งยิงหน้าผากของเหยื่อก่อนที่จะฆ่าคนถัดไป โดยอาวุธเขามีเพียงมีดล่าสัตว์และปืนลูกโม่ Revolver (.32 calibre  )เท่านั้น แต่เขาก็สามารถฆ่าคนตายไป 30 คนและบาดเจ็บ 15 คน ก่อนที่จะถูกยิงตายโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในอีก 10 นาทีต่อมา

 

6. Cho Seing-hui (มีเหยื่อเสียชีวิต 32 คน และบาดเจ็บ 17 คน)

  

โช ซึงฮึยนักศึกษาวัย 23 ปีจากเกาหลีใต้ในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค เมืองแบล็กส์เบิร์ก มลรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาทางจิตและความวิตกกังวลอย่างรุนแรงในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะเขาถูกตำหนิว่าเป็นพวกโรคจิตแอบตามดูผู้หญิงสองคน เขาเลยเริ่มแผนการแก้แค้นอย่างมีพิถีพิถัน โดยการฝึกซ้อมยิงปืนในท้องถิ่น การจัดหาอาวุธ พร้อมทั้งถ่ายวิดีโอเทปตัวเองที่บอกสาเหตุการสังหารหมู่ว่าเขาเกลียดโลกใบนี้ อีกทั้งยังชื่นชมอีริค แฮริส กับ ไดแลนด์ เคลโบลด์ ที่ก่อเหตุสังหารหมู่โรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ เทปดังกล่าวถูกนำโพสกระจายไปทั่วอินเตอร์เน็ต ซึ่งสส่วนใหญ่ของเนื้อหาจะพูดเชิงรุนแรงแต่ไร้สาระ

วันที่ 16 เมษายน 2007 เวลา 7 นาฬิกา มีมือปืนคือนาย โช ซึงฮึย เริ่มปฏิบัติการแก้แค้นของเขา โดยใช้ปืน ปืน Walther กึ่งอัตโนมัติสังหารเพื่อนนักเรียนสองคนในหอพักเวอร์จีเนีย จากนั้นเขายังคงใจเย็นเข้าไปในห้องของตนเองและส่งภาพวีดีโอไปให้ข่าวเอ็นบีซี ก่อนที่จะเตรียมตัวด้วยการเอาปืนพก Norris Hall ติดตัวและเดินไปที่มหาลับจากนั้นก็เอาโซ่ล่ามปิดทางออกเพื่อป้องกันคนหลบหนี เขายังวางบันทึกในปนะตูไว้ว่าหากใครพยายามเปิดประตูจะเกิดการระเบิด จากนั้นเขาก็ไปที่ห้องเรียนที่ตอนนั้นกำลังมีการเรียนการสอน และเริ่มทำกราดยิงหลายนัด โดยเขาเดินเข้าไปทีละห้องโดยกำหนดเป้าหมายไปด้วย อย่างไรก็ตามมีเหยื่อหลายรายที่เขามีโอกาสยิงแต่เขาไม่ยิง และเขาไม่สนใจที่จะไปห้องที่มีการกั้นประตูจากนักศึกษาที่พยายามเอาตัวรอดโดยไม่ให้เขาเข้ามา เหตุการณ์ดังกล่าวมีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 32 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 17 ราย หลังเหตุการณ์เกิดได้ 9 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาและเอาโซ่ล่ามออกพร้อมปิดประตูทางเข้าออกทั้งหมด เมื่อเขารู้ตัวว่าขาถูกต้อนจึงใช้ปืนฆ่าตาย  ซึ่งต่อมาเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยต่อความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยและตำหนิข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจของมหาวิทยาลัย ที่ไม่รายงานเหตุมือปืนจิตป่วย โชเซืองฮุย บุกยิง 2 นักศึกษาในหอพักในทันที

 

5. Ahmed Ibragimov (เหยื่อเสียชีวิตมากกว่า 34 ราย บาดเจ็บ 20 ราย)

  

ฮาเหม็ด อิบรากิมอฟ เป็นชาวเชเชนที่มีอาชีพคนขับรถ ไล่ยิงคนที่เป็นชาวนรัสเซียที่กำลังเดินทางในหมู่บ้าน Mikenskaya ของชาวเชเชน อย่างสนุกสนานส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 34 ราย(รายงานไม่แน่ชด) ในปี 1994 แรงจูงใจที่ก่อการสังหารหมู่ของอิบรากิมอฟนั้นยังคงไม่ทราบ เนื่องจากมีข้อมูลน้อย ในอินเตอร์เน็ตก็มีข่าวลือต่างๆ มากมาย แต่สิ่งที่รู้คือก่อนหน้านั้นเขาเป็นบุรุษไปรษณีย์ และเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เขาออกจากบ้านและเริ่มยิงคนซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวการสู้รบกลุ่มกบฏเชเชนและรัสเซียกำลังเริ่มหยุดลง โดยวิธีการของเขาคือเรียกเหยื่อให้ออกมาก่อนที่จะใช้ปืนไรเฟิลยิง เขาฆ่ากระทั่งเด็กอายุ 10 ขวบซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อของเขา ก่อนที่จะหลบหนี มีข่าวลือว่าในขณะที่เขาซ่อนตัวยังฆ่าคนตามรายทางอีกจำนวนหนึ่ง ผลพวงจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สองวันต่อมาเขาก็ ถูกฆ่าด้วยการรุมประชาทัณฑ์จากญาติของผู้ตายที่โกรธแค้นเขา โดยการเอาแท่งเหล็กดีจนตายและทิ้งศพเขาไว้บนถนน

 

4. Martin Bryant (มีผู้เสียชีวิต 35  บาดเจ็บ 21 คน)

  

ในปี 1996 ชายหนุ่มอายุ 28 ปีคนหนึ่งชื่อ มาร์ติน ไบรอัน ในแทสมาเนีย ประเทศออสเตรเลีย ได้รับการวินิจฉันว่าเป็นคนปัญญาอ่อนที่ไม่เป็นอันตราย โดยเพื่อนบ้านของเขาให้การว่าเขาเป็นคนดี เป็นที่รักของเด็กท้องถิ่น ที่เขามักจะซื้อของเล่นราคาแพงๆ มาให้ แต่ไบรอันเหงามีภาวะซึมเศร้าจากการที่เขาไม่ได้งานทำ เขายังบอกจิตแพทย์ว่าเขาอยากยิงคน ต่อมาเขาก็ได้เงินมรดก 1,500,000 ดอลลาร์ และเขาใช้เงินส่วนดังกล่าวซื้ออาวุธปืน นำไปสู่การสังหารหมู่สะเทือนขวัญที่สุดในออสเตรเลีย  

                เมื่อวันที่ 28 เมษายน 1996  มาร์ติน ไบรแอนต์ได้เดินเข้ามาในร้านกาแฟในสวนประวัติศาสตร์พอร์ตอาเทอร์ ในมือถือกระเป๋าสีดำขนาดใหญ่และสั่งอาหาร เขานั่งลงและคุยกันคนอื่นๆ ในร้านกาแฟ โดยบทสนทนามีเรื่องต่างๆ มากมายก่อนที่จะสรุปว่าวันนี้อากาศร้อน จากนั้นเขาก็เปิดกระเป๋าหยิบ เออาร์-15 ที่ได้รับการบรรจุซองกระสุนขนาด 30 นัดเอาไว้แล้วออกมา  จากนั้นก็ยิงคนในร้านทันที 12 คน  และเขายังไล่ฆ่าคนที่หนีในพื้นที่ร้านขายของกระจุกกระจิกอีก 8 คน  ก่อนที่จะออกไปลานจอดรถ คนที่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นก็วิ่งกันกระจัดกระจาย และเขายังไล่ล่าคนพร้อมโดยเปลี่ยนอาวุธเปลี่ยนอาวุธเป็น FN FAL (ไรเฟิลเบาอัตโนมัติของเบลเยียม)

จากนั้นไบรแอนต์ขับรถและฆ่าคนไปเรื่อยๆ  ตามรายทาง ก่อนที่จะชิงรถบีเอ็มดับบลิว แต่เขาไม่ฆ่าคนในรถแต่จับตัวเป็นประกันและใช้รถคนนี้ขับไปยังบ้านคู่สามีภรรยามาร์ติน เขาย้ายตัวในบ้าน ในบางช่วงของเวลานั้น เขาลงมือเผารถที่เขาขโมยมา เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง เขาก็ติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยโทรศัพท์ เขาอ้างว่ามีตัวประกันสามีภรรยามาร์ตินและตัวประกันคนอื่นๆ ในบ้าน  การเจรจาผ่านไปถึง 18 ชั่วโมง จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัดสินใจใช้ไฟและการใช้กระสุนรัวยิงบีบให้เขายอมมอบตัว  สุดท้าย เขาก็หนีออกมาพร้อมเสื้อผ้าที่ถูกไฟไหม้ เขาพยายามถอดเสื้อผ้าที่ติดไฟออก เขาถูกตำรวจจับและนำไปรักษาที่โรงพยาบาล และจากการตรวจสอบก็พบตัวประกันที่เหลือที่ใส่กุญแจมือที่ราวบันได รวมทั้ง ร่างของคู่มาร์ตินที่ตายเพราะถูกฆ่าก่อนหน้านานแล้ว(ก่อนหน้าที่ไบรอันจะไปสวนประวัติศาสตร์พอร์ตอาเทอร์ด้วยซ้ำ) ผลสรุปคือเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตถึง 35 คน บาดเจ็บ 21 คน ไบรอันถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีการลดหย่อนโทษ ปัจจุบัน มาร์ติน ไบรแอนต์ยังคงถูกคุมขังอยู่ที่ ศูนย์จองจำวิลเฟรด ใกล้กับเรือนจำริสดอน

 

                3.William Unek (ตาย 57 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 20 ราย)

                 

                กรณีของวิลเลี่ยม อูเนเคอาจแปลกกว่ากรีณสังหารหมู่อื่นๆ เนื่องจากเขาสังหารหมู่ 2 ครั้งในระยะเวลาห่างไป 3 ปี โดยในปี 1954 เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสาธารณรัฐคองโก  ในช่วงเวลาดังกล่าวเขาทำการสังหารหมู่อย่างโหดร้ายด้วยการฆ่าคน 21 คนด้วยขวาน ในมาฮาก้าก่อนที่จะจบที่ทังกันยิกา เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากมาย แรงจูงใจก็ไม่ชัดเจน และหลังเหตุการณ์เขาหลบหนี

                ต่อมาเขากลับมาทำงานอีกครั้งโดยไม่รู้ไม่ชี้ในสิ่งที่เกิดขึ้น และด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบเขาได้ก่อเหตุซ้ำรอยอีกครั้งในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1957 เขาใช้ปืนที่ขโมยว่าและไล่ฆ่าคนในหมู่บ้านท้องถิ่น Malampaka ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่เกิดเหตุครั้งแรก ภายในสิบสองชั่วโมง เขายิงคนตายสิบคน ผู้หญิงแปดคน เด็กแปดคน ผู้ชายอีกห้าคนถูกฆ่าด้วยขวาน และผู้หญิงและเด็กสองคนถูกวางเพลิงจนตาย และเขายังรัดคอผู้หญิงอายุ 15 คน ส่งผลทำให้มีชาวบ้านตาย 36 คน ก่อนที่เขาจะหลบหนีอีกครั้ง ต่อมาก็โดนตำรวจล้อมและถูกยิงจนต้องยอมจำนน ก่อนที่จะเสียชีวิตในโรงพยาบาลในที่สุด

 

2.Woo Bum-Kon

  

วู บอม-คอน (1955-11982) เป็นฆาตกรสังหารหมู่ที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้  เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใน Gyeongsangnam-do ก่อนที่จะวันที่เกิดเหตุ นั้นเขาทะเลาะกับแฟนอย่างหนักถึงขั้นตบตีกัน เขาออกจากบ้านและไปยังทำงาน ก่อนที่จะดื่มอย่างหนัก กลับบ้านและทะเลาะกับแฟนอีกรอบ ก่อนที่เขาจะตรงไปคลังแสงสรรพาวุธเพื่อรวบรวมซึ่งประกอบด้วย ปืนไรเฟิล M2 carbines สองกระบอกพร้อมกระสุน และระเบิดมืออีกจำนวนหนึ่ง(ประมาณเจ็ดลูก)

เวลาประมาณ 9 โมงของวันวันที่ 26 เมษายน 1982 วูได้ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านท้องถิ่น เขาแอบซ่อนตัวในพุ่มไม้และเริ่มยิงคนในตลาดของหมู่บ้าน  ตอนนั้นเองแฟนเขาได้ตามหาเขาและเจอเขาพอดี แต่เขายิงเธอที่ต้นขา แต่ไม่ฆ่าเธอ จากนั้นเขาก็ไปที่ทำการไปรษณีย์และยิงคนสามคนในนั้นจนตายก่อนที่จะตัดสายโทรศัพท์หมู่บ้านทั้งหมดเพื่อไม่ให้มีการแจ้งความฉุกเฉิน จากนั้นเขาก็ไปบ้านแต่ละหลังในหมู่บ้านถัดไปแบบสุ่ม โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาใช้ประโยชน์โดยการบอกให้คนในบ้านออกมาข้างนอกก่อนที่จะใช้ปืนไรเฟิลหรือไม่ก็ระเบิดมือฆ่าทุกคนบ้านแต่ละหลังตายหมด วิธีการดังกล่าวเขาสามารถฆ่าคนถึง 42 คน โดยประกอบด้วย 18 คนในหมู่บ้าน Ungye และ 24 ในหมู่บ้าน Pyongchon หลังจากนั้นเขาก็พยายามหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั้งถึงวันที่ 27 เมษายน เขาได้ฆ่าคนตามรายทาง ก่อนที่จะจับตัวประกันสามคนซ่อนตัวในโรงนา และเมื่อถูกปิดล้อมกดดันเขาก็ฆ่าตัวตายพร้อมกับตัวประกัน เหตุกันดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 57 คน และได้รับบาดเจ็บ 35 คนและการสังหารหมู่ของวูได้ถูกจารึกว่าเป็นบุคคลสังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในยุคปัจจุบันก่อนที่จะถูกลบสถิตจากเหตุสังหารหมู่ในนอร์เวย์ 22 กรกฎาคม 2011 ในที่สุด

 

1.Anders Behring Breivik (ตาย 77 ราย และบาดเจ็บ 96 ราย)

  

แอนเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก (เกิด 13 กุมภาพันธ์ 1979) เป็นชาวนอร์เวย์ฝ่ายขวาจัดหัวรุนแรงที่ก่อเหตุสังหารหมู่ในนอร์เวย์เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2011 โดยเริ่มต้นด้วยการลอบวางระเบิดในรถขนาดไหนที่อยู่สถานที่ราชการในกรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 8 คน จากนั้นเขาก็ใช้เรือข้ามฟากไปยังเกาะอูโทยา และไล่ยิงกลุ่มวัยรุ่น 600 คน ซึ่งเป็นนักเรียนในค่ายฤดูร้านบนเกาะ ตอนนั้นเขาสวมเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้ป้ายปลอมผ่านเขตรักษาความปลอดภัยเข้ามาโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเขาก็เข้ามาค่ายดังกล่าว พร้อมตะโกนไปว่าเขามาช่วยปกป้องเยาวชนที่ค่ายบนเกาะที่ หลังจากเกิดเหตุระเบิดในเมืองหลวงสามชั่วโมงก่อนหน้านั้น ซึ่งเยาวชนหลายคนเชื่อจงออกมาข้างนอก ก่อนที่เขาจะใช้ปืนกลยิงใส่ทุกคน เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 77 คน ส่วนใหญ่ 69 คนเป็นวัยรุ่น อายุ 14-19 ปี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 76 คน

ผู้รอดชีวิตภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวให้การว่า นายเบรวิกก่อเหตุด้วยท่าทีที่สุขุมมาก ซ้ำยังหัวเราะในขณะที่เขาลงมือฆ่าเหยื่อทั้งที่ร้องขอชีวิตจากเขา หลายคนพยายามแกล้งตายเพื่อรอดชีวิตแต่เบริกกลับยิงซ้ำไปที่ร่างเหยื่อ เพื่อให้แน่ใจว่าเสียชีวิตแน่นอน บางคนพยายามลงในน้ำและพยายามว่ายน้ำเข้าฝั่ง แต่หลายคนจมน้ำตายและมีไม่กี่คนที่ถูกช่วยมาได้ เยาวชนวัยรุ่นบางส่วนซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำชั้นใต้ดินและใช้โทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสารในที่ต่างๆ ผ่านข้อความ หลังจากนั้นเวลา 90 นาทีของการสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึงและเบรวิกก็ยอมจำนนด้วยท่าทีเงียบสงบโดยไม่มีการต่อต้านแต่อย่างใด

ที่น่าตะลึงในเวลาต่อมาก็คือแผนการสังหารหมู่ของนายเบกวิกนั้นมีการวางแผนตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเขาได้สร้างไดอารี่เล่าถึงกระบวนการวางแผนที่เขาอ้างว่าได้ร่วมมือกับองค์กรก่อการร้ายผ่านทางอินเทอร์เน็ต การซื้ออาวุธในปรากในปี 2009 นอกจากนี้เขายังก่อตั้งจีโอฟาร์ม (Breivik Geofarm) โดยเป็นเจ้าของกิจการเพียงคน เดียว เพื่อเพาะปลูกพืชผัก แตงโม พืชมีหัว เพื่อบังหน้าเพื่อที่จะซื้อปุ๋ยที่เป็นส่วนผสมในการทำระเบิด และแรงจูงใจในการก่อเหตุสังหารหมู่ว่าเขามีความความเกลียดชังผู้อพยพและมุสลิมที่หลั่งไหลเข้าไปตั้งถิ่นฐานในนอร์เวย์และชาติอื่นๆ ในยุโรป อีกทั้งมองผู้อำนวยความสะดวกช่วยเหลือคนเหล่านั้นว่าเป็นผู้ทรยศ สมควรตายสถานเดียว เมื่อเขาถูกนำตัวขึ้นศาลจิตแพทย์ในชั้นศาลได้ชี้ว่าเขามีอาการทางจิตหลงใหลบุคลิกภาพอันแข็งแกร่งในตัวของเขา สุดท้ายนายเบรวิกถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้าย ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 21 ปี แต่มีสิทธิที่จะถูกลงโทษด้วยการจำคุกสูงสุด 30  ปี

 

อ้างอิงจาก
http://listverse.com/2011/10/22/top-10-deadliest-rampage-killers/

+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 389 : 10 ปิติสุขเมื่อได้ฆ่าสังหารหมู่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9886 , โพส : 20 , Rating : 30% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 20 : ความคิดเห็นที่ 13694
เกาหลีใต้โหดได้อีก
PS.  Save Me Barry!!!
Name : WeTheAnne < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WeTheAnne [ IP : 101.108.50.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 / 03:11
# 19 : ความคิดเห็นที่ 13536

เขาคงจัดอันดับตามจำนวนเหยื่อ คดีสังหารหมู่หอคอยเท็กซัส มีจำนวนเหยื่อเพียง 17 รายเท่านั้น


PS.  สมาคมหอยหลอดแห่งประเทศเทย
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 182.53.240.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2554 / 13:11
# 18 : ความคิดเห็นที่ 13535
โทษทีไม่ใช่แยกประเภทไม่เป็ฯแต่ลืมอ่านหัวข้อน่ะ
แต่ว่าที่เป็นมือปืนแล้วขึ้นไปยิงคนในหคอย
แบบรู้สึกจะเป็นมหาวิทยาลัย ไม่ติดแฮะ
Name : tail [ IP : 125.26.40.18 ]

วันที่: 3 พฤศจิกายน 2554 / 12:44
# 17 : ความคิดเห็นที่ 13533
คนเกาหลีใต้น่ากลัวอ่ะ
PS.  มนตรา ป่าไม้ สายน้ำ น้ำตก เหมันต์
Name : [PN]ohanmina_Neji[PN] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [PN]ohanmina_Neji[PN] [ IP : 180.183.167.58 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2554 / 10:38
# 16 : ความคิดเห็นที่ 13532
หน้าตาอันดับ 4 ไม่น่าไว้ใจจริงๆ - -
Name : นู๋ไอซ์ไม่รู้นี่คะ < My.iD > [ IP : 118.172.216.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2554 / 08:36
# 15 : ความคิดเห็นที่ 13510
อันดับ 2 เอามาทำแฟนได้ไง มีอาวุธเยอะซะขนาดนั้น น่ากลัวออก
PS.  ฉันพึ่งรู้ว่ารัก.."ตัวตน" มัน"ไม่มี " ที่ฉันทำดีมันก็เท่านั้น มันก็แค่ "อากาศ"
Name : Ms. Kwon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ms. Kwon [ IP : 125.24.230.119 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2554 / 16:07
# 14 : ความคิดเห็นที่ 13472
น่ากลัว แต่บางคนก็มีประวัติน่าสงสารนะ (รูปบางคนนี่แววตาเย็นชามาก)
Name : วอเตอร์ [ IP : 202.12.97.113 ]

วันที่: 29 ตุลาคม 2554 / 23:54
# 13 : ความคิดเห็นที่ 13470
มีคนเกาหลีใต้ตั้ง 2 คน
Name : เกาหลีโคตรจังไร [ IP : 180.180.190.107 ]

วันที่: 29 ตุลาคม 2554 / 22:25
# 12 : ความคิดเห็นที่ 13451
แต่ละคน - -''
Name : bbb [ IP : 171.98.114.4 ]

วันที่: 28 ตุลาคม 2554 / 06:04
# 11 : ความคิดเห็นที่ 13450
แต่ละคน - -''
Name : bbb [ IP : 171.98.114.4 ]

วันที่: 28 ตุลาคม 2554 / 06:04
# 10 : ความคิดเห็นที่ 13449
มีที่ยิงคนในร้าน Hop ด้วยหรือเปล่าค่ะ

เห็นออกข่าวในอินไซด์ อินดิชั่น ในทรู
Name : Love_Hina♥♥ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Love_Hina♥♥ [ IP : 124.120.218.251 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 22:35
# 9 : ความคิดเห็นที่ 13448
อันดับ 1 ต้องเป็นคนที่เพิ่งสังหารหมู่ที่นอร์เวย์ที่เพิ่งออกข่าวไปปีนี้แน่เลย

ที่ชื่อโบรเวียค ๆ ไรเนี่ย
Name : รักยิ่ง ชินวัด [ IP : 223.205.207.166 ]

วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 21:47
# 8 : ความคิดเห็นที่ 13444
โซดิแอตเป็นฆษตกรต่อเนื่องนะครับ ไม่ใช่ฆาตกรสังหารหมู่ แยกประเภทฆาตกรด้วยนะครับ
Name : cammy [ IP : 118.172.122.231 ]

วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 17:30
# 7 : ความคิดเห็นที่ 13442
ให้เดานะน่าจะมีเจ้าโซดิเอคอยุ่ด้วยใช่ไหมค่ะ
จำไม่ค่อยได้ว่าชื่ออะไร แต่เป้นคนที่ประสาท
ชอบฆ่าหนุ่มสาวที่มาหลบสายตาทำอะไรกันตอนกลางคืน
Name : tail [ IP : 125.26.32.117 ]

วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 17:00
# 6 : ความคิดเห็นที่ 13441
 คนที่4หน้าตาก็นะ น่าจะโรคจิตจริงๆนั่นแหละ เหอะๆ =="
PS.  ฉันมองฟ้า ฟ้ามองฉัน ถึงตอนนั้น เราจะรู้ว่าเรา 'ไร้ค่า' เพราะฟ้านั้นยิ่งใหญ่เกินไป..
Name : Lαgιυѕ’ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lαgιυѕ’ [ IP : 115.87.164.71 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 16:56
# 5 : ความคิดเห็นที่ 13439
โรคจิต o[]o
Name : HarvestGirl < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ HarvestGirl [ IP : 101.108.101.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2554 / 15:59
# 4 : ความคิดเห็นที่ 13435
1911มีglock17แล้วหรอครับ
PS.  อย่าคิดว่าเขาเลวเพราะเขาแค่น่าเกลียด อย่าคิดว่าเขาดีเพราะหน้าตาดี อย่ามองคนเพียงภายนอก ต้องมองภายในถึงจะรู้
Name : J_kid < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ J_kid [ IP : 171.98.84.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 ตุลาคม 2554 / 16:59
# 3 : ความคิดเห็นที่ 13424
 อัพต่อไปนะคะ ^A^~!
PS.  - -
Name : Angel Evil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Angel Evil [ IP : 183.89.46.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 22:57
# 2 : ความคิดเห็นที่ 13421
ความจริงมีจัดอันดับดังกล่าวแล้วนะครับ ผมแค่เพิ่มรายละเอียดเท่านั้นว่ามันน่ากลัวยังไง
PS.  สมาคมหอยหลอดแห่งประเทศเทย
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 182.52.184.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 21:13
# 1 : ความคิดเห็นที่ 13420
 อัพเร็วนะครับ
PS.  KIG starter ผมคือแฮกเกอร์ที่จะรับทุกข้อมูลแห่งความคิดและแพร่จินตนาการให้ระบาดไปทั่วเน็ตเวิร์ก
Name : bbsaver < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bbsaver [ IP : 125.26.25.233 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 19:31
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android