คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 388 : 10 เรื่องดลใจน่ากลัวที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์


     อัพเดท 14 เม.ย. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,787 Overall : 2,738,672
22,173 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7169 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 388 : 10 เรื่องดลใจน่ากลัวที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17216 , โพส : 21 , Rating : 63% / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

หลายคนชอบภาพยนตร์แนวสยองขวัญซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าวมุ่งเน้นการให้ผู้ดูเกิดอารมณ์ความหวาดกลัว ความรู้สึกรังเกียจในการนำเสนอภาพยนตร์ และคุณรู้หรือไม่ว่าภาพยนตร์หลายเรื่องมีพื้นฐานจากเหตุการณ์จริงหรือตำนานที่น่ากลัวของโลก ที่ผู้สร้างนำบางส่วนของเรื่องเหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ และนี้คือ  10 เรื่องดลใจน่ากลัวที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์

 

10. The Hills Have Eyes ได้รับแรงบันดาลใจจาก Sawney Bean

 

ซอวน์ บีนเป็นหัวหน้าครอบครัวมนุษย์กินคนของสกอตแลนด์ในช่วงศตวรรษที่ 15 หรือ 16 ที่มีคนในครอบครัว 48 ชีวิต ที่เขาและครอบครัวอาศัยอยู่ในถ้ำลับแห่งหนึ่งในชายฝั่งทะเลในกัลป์โลเวอร์ และพวกเขาทำการดักฆ่านักเดินทางผ่านมาบริเวณ โดยมีการประมาณว่ามีเหยื่อที่ถูกครอบครัวนี้ฆ่าไปมากกว่าหนึ่งพันคน เรื่องราวของซอว์นี่ บีน ปรากฏอยู่ในบันทึกนิวเกตส์ ซึ่งเป็นหนังสือบันทึกของนักโทษที่ถูกจำคุกในนิวเกตส์ โดยบันทึกว่าครอบครัวดังกล่าวทุกคนมีพฤติกรรมชอบกินเนื้อคน เวลาฆ่าเหยื่อพวกเขาจะลากศพมาเพื่อนำไปชำแหละในถ้ำและเอามารมควันหรือทาเกลือเพื่อนำไปทำเป็นอาหารกินกันทั้งครอบครัว พวกเขาทำแบบนี้มานานหลายปี จนกระทั้งวันหนึ่งก็พลาดท่าปล่อยให้เหยื่อหนีรอดไปได้ และมีเหยื่อนีไปบอกทางการ พระเจ้าเจมส์ที่ 6 ก็นำทหารกว่า 400 คนมาตามล่า จนสามารถตามจับสมาชิกครอบครัวทั้งหมดได้ ต่อมาพวกเขาก็ถูกประหารชีวิตทั้งครอบครัวทันทีโดยไม่มีการไต่สวนโดยผู้ชายถูกหั่นทั้งเป็นและผู้หญิงถูกเผา แม้ตำนานดังกล่าวน่าสยดสยอง แต่นักประวัติศาสตร์บางคนกลับมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด

ตำนานซอว์นี่ บีนยังกลายเป็นแรงบันดาลใจภาพยนตร์สยองขวัญหลายเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวมนุษย์กินคน ในปี 1977 มีภาพยนตร์สยองขวัญคลาสสิกเรื่อง “The Hills Have Eyes” หรือชื่อไทย โชคดีที่ตายก่อนกำกับโดย เวส คราเว่น (Wes Craven) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมนุษย์กลายพันธุ์กินคนในถ้ำกลางทะเลทรายในประเทศอเมริกาที่ดักล่าคนที่ขับรถไปตามท้องถนน ด้วยเนื้อหาดิบเถื่อน ระทึกขวัญ เขย่าขวัญ และการเอาตัวรอด ส่งผลทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังในเวลาต่อมา จนถูกนำมาสร้างใหม่ในปี 2006 ในชื่อเดียวกัน

 

9. The Blobได้รับแรงบันดาลใจจาก Star Jelly

  

เมือกต่างดาว เป็นสารลึกลับที่มีลักษณะเหมือนวุ้นตามตำนานเชื่อว่ามันติดมากับฝนดาวตก โดยสารดังกล่าวมีลักษณะคล้ายเจลาตินสีเทาหรือสีขาวโปร่งแสง ระเหยตัวช้า ตากรายงานพบว่ามีการพบมายาวนานหลายศตวรรษ ยกตัวอย่างในปี 1950 ในฟิลาเดลเฟีย, เพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบเยลลี่รูปโดมเส้นผ่าศูนย์กลางหกฟุต เมื่อพวกเขาพยายามนำมันกลับก็ปรากฏว่ามันละลาย ไม่มีกลิ่น หลังจากนั้นก็มีรายงานการพบสสารนี้ทั่วโลกมีการตรวจสอบก็พบว่าไม่มีดีเอ็นเออะไรในเยลลี่ทั้งสิ้น(บางอันก็มีดีเอ็นเอและเชื้อโรค)  มีคำอธิบายเกี่ยวกับที่มาของสารนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง ของเหลวของกบหรือคางคกหรือหนอน  ราเมือก และการตกค้างของไซยาโนแบคทีเรีย เ

เรื่องของเมือกต่างดาว ถูกนำไปสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวมากมาย เช่นThe Blob หรือชื่อไทย เหนอะเคี้ยวโลก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญไซไฟเกรดบีที่มีเนื้อหาคลาสสิกในปี 1950 มีเนื้อหาเกี่ยวกับสสารลึกลับตกจากฟ้าตอนแรกมันมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแค่ 6 ฟุตเท่านั้น หากแต่เมื่อมันทำการกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่มันเข้าใกล้และเมื่อโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มกินเมือง เนื้อหาสยดสยองแหวะๆ น่ากลัว แม้เป็นภาพยนตร์เกรดบีแต่กระนั้นมันกลับทำรายได้กว่า 4,000,000 ดอลลาร์ ทั้งที่ทุนสร้างแค่ 110,000 ดอลลาร์เท่านั้น  และภาพยนตร์ดังกล่าวก็มีการรีเม็กใหม่ และกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันในเวลาต่อมา

 

8. Natural Born Killers ได้แรงบันดาลใจจาก Charles Starkweather and Caril Ann Fugate

  

ชาร์ลส์ สตาร์คเวเธอร์และคาริล ฟูเกตเป็นคู่รักฆาตกรที่มีชีวิตอยู่ในเมืองลิงคอล์น รัฐเนแบรสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 1950 ตอนนั้นชาร์ลส์อายุ 18 ส่วนคารินอายุ 13 ปีเป็นเด็กปัญหาที่สร้างความปวดหัวต่อคนรอบข้าง อีกทั่งยังเป็นฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคนหลายรายโดยไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ครั้งแรกฆ่าเด็กปั๊มในขณะจับตัวเป็นตัวประกัน จากวันที่ 21 มกราคม 1958 ก่อคดีฆ่าพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยงและน้องสาวอายุ 2 ปี จนตายด้วยปืนไรเฟิล  แม้ไม่มีหลักฐานว่าคารินมีส่วนร่วมแต่กระนั้นทั้งคู่ก็อาศัยอยู่บ้านที่เหยื่อทั้งสามถูกฆ่าอยู่หลายสัปดาห์โดยไม่มีการฝังหรือซ่อนศพใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากนั้นหลายสัปดาห์ทั้งคู่ก็ออกจากบ้านและสนุกสนานในการฆ่าคนตามรายทางที่ทั้งคู่หลบหนีภัย เพียงแค่สองเดือนมีเหยื่อสิบเอ็ดคนต้องจบชีวิตของคนคู่ดังกล่าว

เมื่อทำการจับกุม ชาร์ลส์ได้อ้างว่าเหยื่อที่พวกเขาฆ่าขัดขืนและพยายามฆ่าเขา แต่คารินบอกว่าชาร์ลส์ฆ่าเหยื่อลงไปเพราะมันเป็นความสนุก ชาร์ลส์ สตาร์คเวเธอร์ ถูกประหารชีวิตในวันที่ 25 มิถุนายน 1959 เขาไม่มีคำพูดสุดท้าย นอกจากคำขอที่ว่าขอให้เพชฌฆาตและผู้คุมสัญญาว่าเก้าอี้ไฟฟ้านั้นจะไม่ทำให้เขาเจ็บปวดมากนัก และช่วยให้เขาตายทนที แต่เอาเข้าจิรงมันกับทำให้เพชฌฆาตต้องสับสวิตช์ถึง 3 ครั้ง เพราะชาร์ลส์ไม่ยอมขาดใจตายสักที ทั้งที่กระแสไฟฟ้าแรงสูงได้แล่นผ่านตัวเขาจนลูกตาทะลักออกจากเบ้า ส่วนทางด้านของคาริน คณะลูกขุนไม่เชื่อเธอแม้แต่น้อยว่าเธฮเป็นตัวประกันของชาร์ลส์ เพราะมีหลักฐานชัดว่าเธอมีส่วนรับผิดชอบทุกคดีที่ชาร์ลส์ก่อ และถูกตัดสินให้ประหาร แต่ตอนนั้นเธออายุเพียง 14 ปี จึงเป็นไปไม่ได้ว่าศาลแห่งรัฐจะส่งเธอไปนั่งเก้าอี้ไฟฟ้าโทษของคารินคือจำคุกตลอดชีวิต แต่กระนั้นคารินก็ถูกปล่อยตัวเมื่อปี 1976  ถูกปล่อยตัวโดยติดทัณฑ์บนและเกิดใหม่ในชื่อ คริสเตียน

เรื่องราวของชาร์ลส์ สตาร์คเวเธอร์และคาริล ฟูเกต กลายเป็นแรงบันดาลใจแก่ภาพยนตร์เรื่อง Natural Born Killers (1994) ชื่อไทยคือ “เธอกับฉันคู่โหดพันธุ์อำมหิต”  โดยเปลี่ยนชื่อชาร์ลส์ สตาร์คเวเธอร์และคาริล ฟูเกต มาเป็นมิคกี้ น็อกซ์และ มัลลอรี่ย์ น็อกซ์ ร่วมมือกันฆ่าพ่อแม่ของฝ่ายหญิงก่อนจะออกเดินทางฆ่าคนเรี่ยร่ายรายทางอย่าง เมามันนานกว่า 3 สัปดาห์ และ ด้วยการนำเสนอข่าวสารอย่างต่อเนื่องของสื่อมวลชน อาชญากรทั้งสองได้กลายมาเป็นดาราดังระดับประเทศ ในเวลาต่อมา ภาพยนตร์ดังกล่าวมีเนื้อหารุนแรงและมีข้อถกเถียงมากในเวลานั้น

 

7. Child's Play ได้แรงบันดาลใจจาก Robert the Doll

  

เมืองคีย์เวสต์ ฟลอริด้า เป็นชุมชนเมืองเล็กๆ ริมชายหาดที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน และมีตำนานเรื่องผีมากมาย เนื่องจากเมืองแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมรภูมิสงครามกลางเมือง เกาะโตรสลัดและอาชญากรอื่นๆ สถานที่เก็บศพอื่นๆ จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่สถานที่แห่งนี้จะมีผีสิง และมีนักท่องเที่ยวมาในเมืองแห่งนี้เพื่อพิสูจน์เรื่องดังกล่าว โดยหนึ่งจำนวนนี้สถานที่ที่น่ากลัวขึ้นชื่อในเมืองแห่งนี้ก็คือ ที่ Fort East Martello Museum & Gardens ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บผลงานของศิลปินในท้องถิ่น และ ณ ที่นั้นเองยังมีตุ๊กตาเก่าๆ ตัวหนึ่งชื่อตุ๊กตา โรเบิร์ตที่มีอายุกว่า 105 ปี โดยประวัติของมันเล่ากันว่าครั้งหนึ่งเป็นมันเป็นของขวัญของลูกของ โรเบิร์ต ยูจีน ออตโต จิตรกรเมื่อปี 1904 โดยเชื่อว่าตุ๊กตาดังกล่าวต้องมนต์ดำวูดูของคนใช้ชาวจาเมกาที่ไม่พอใจคนในตระกูลดังกล่าว เลยใช้การสาปแช่งตุ๊กตาผมคน (ความจริงแล้วตุ๊กตาดังกล่าวไม่ได้ทำจากผมมนุษย์ แต่ใช้วัสดุสังเคราะห์คล้ายเส้นด้ายขนสัตว์ต่างหาก) โดยคนในครอบครัวโรเบิร์ตได้อ้างว่าระหว่างตุ๊กตาอยู่กับครอบครัว เขาได้ยินตุ๊กตาดังกล่าวพูดได้(พูดเหมือนเด็กผู้ชายพูดจาโต้ตอบ) เดินได้โดยสามารถเคลื่อนไหวจากหน้าต่างบานหนึ่งไปยังหน้าต่างอีกบานหนึ่งได้เอง ชอบทำของเล่นและของใช้ในบ้านเสียหายอยู่เสมอ  นอกจากนั้นมันยังมีความคิดจะฆ่าพวกเขาด้วย จนในที่สุดตุ๊กตาดังกล่าวเลยถูกเก็บไว้บนห้องหลังคา หลังจากที่ยูจีนเสียชีวิตในปี 1974 ครอบครัวใหม่ก็มาซื้อบ้านหลังดังกล่าว และครอบครัวใหม่ดังกล่าวก็ได้ยินเสียงตุ๊กตากรีดร้อง เดินเข้ามาพยายามฆ่าลูกสาวของพวกเขา  

เรื่องราวของตุ๊กตาโรเบิร์ตถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Child's Play ในปี 1988 หรือชื่อไทยว่าแค้นฝังหุ่น ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญไล่ฆ่าที่หลายคนรู้จักกันดี โดยเรื่องของครอบครัวหนึ่งชื่อตุ๊กตาตัวหนึ่งชื่อ ชัคกี้ ตุ๊กตาที่มีชีวิตที่นิสัยโรคจิตชอบฆ่าคน โดยอดีตเป็นฆาตกรโรคจิตที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงในร้านของเล่น แต่ก่อนตายพี่แกก็ร่ายคาถามนต์ดำเอาวิญญาณของเขาใส่ในตุ๊กตา และเมื่อมีครอบครัวหนึ่งซื้อเจ้าตุ๊กตานี้ไปเล่น  และมันก็เริ่มฆ่าคน ทำร้ายคนในครอบครัวดังกล่าว ภาพยนตร์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างสูงจากผู้ดู เนื่องจากมีความสยองผสมตลกร้ายๆ ไม่เหมือนใคร เพราะเจ้าชัคกี้ฆ๋าคนแบบมีวางแผน ไม่ใช่บ้าพลังฆ่าแหลกแต่อย่างใด และภาพยนตร์ก็ถูกสร้างถึง 5 ภาค

 

6. Jaws ได้แรงบันดาลใจจาก Jersey Shore Shark Attacks of 1916

  

นวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ได้รับแรงบันดาลจากจากเหตุการณ์ “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์ (ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว) ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริการะหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง)

สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่ (แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรก คือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคน คือชาร์ลส์ ถูกฉลามทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือ ฉลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาที่ฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก หลังจากนั้นก็มีคนตายและคนบาดเจ็บเพราะถูกฉลามกัดหลายราย แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโจมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่า ตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็น วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทรายล้อมชายหาดที่เกิดเหตุต้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวดถึงขั้นเอาตาข่ายล้อมรอบชายหาดเลยทีเดีย จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย

                และแล้วนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ก็ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์แนวสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” หรือ จอว์สที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ด ซึ่งเป็นผลงานแรกๆ ของการกำกับของเขา ซึ่งพล็อตเรื่องราวก็เป็นต้นแบบของภาพยนตร์แนวสัตว์ทำร้ายคนจนถึงปัจจุบันด้วย คือเป็นเรื่องของฉลามกินคนที่โผล่ในหาดอดมิตี้ และกินคนหลายคน แต่ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นฉลาม เพราะปกติฉลามไม่อาละวาดแถบนั้น จนกระทั้งหาดกำลังจะจัดงานเทศกาลประจำปี ทำให้ผู้เกี่ยวข้องหาทางกำจัดฉลามดังกล่าวก่อนที่จะมีคนตายมากขึ้น และภาพยนตร์ดังกล่าวได้รับความสำเร็จอย่างสูง จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดจนถึงปัจจุบัน จนถูกสร้างตามมา 3 ภาค(แต่สตีเว่น สปิลเบิร์ดไม่ได้กำกับ)

 

5. A Nightmare on Elm Street ได้รับแรงบันดาลใจจาก Sudden Unexpected Death Syndrome

 

Sudden Unexpected Death Syndrome หรือ โรคไหลตายเป็น ความตายที่เกิดแก่บุคคล ไม่ว่าวัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ อย่างปัจจุบันทันด่วนขณะนอนหลับ และไม่อาจอธิบายสาเหตุแห่งความตายนั้นได้ คือก่อนเข้านอนปกติ พอเช้ากลับพบว่าเสียชีวิตโดยไม่ลืมตาตื่นดูโลกอีกเลย โรคนี้เป็นที่ฮือฮามาก ในอเมริการู้จักโรคนี้เมื่อทศวรรษที่ 1970 ในกลุ่มอพยพชาวกัมพูชา(ม้ง)ที่ลี้ภัยมายังประเทศสหรัฐเป็นจำนวนมาก และหนังสือพิมพ์ยุคนั้นได้ตีข่าวว่ากลุ่มชาวอพยพกัมพูชาปฏิเสธในการนอนหลับเพราะไม่อยากเจอฝันร้ายที่เกิดจากประสบการณ์เขมรแดงเรืองอำนาจหลอกหลอน ไม่เพียงเท่านั้นหลายคนที่นอนหลับได้เสียชีวิตระหว่างนิทรา ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหน้าที่การแพทย์ไม่เคยเจออาการชนิดนี้มาก่อน โดยสาเหตุของอาการนิดนี้ไม่แน่ชัดว่าเกิดมาจากสาเหตุใดกันแน่ ทั้งๆ คนที่เกิดอาการยังเป็นคนหนุ่ม(อายุระหว่าง 19-57 ปี) ร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ มาก่อน และส่วนมากเป็นชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้    

โรคไหลตายกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่ภาพยนตร์เรื่อง “A Nightmare on Elm Street(1984)หรือ ฝันร้ายถนนเอลม์ เป็นผลงานของ เวส คราเวน(Wes Craven) โดยแรงบันดาลใจของเขานั้นคือเขาไปเจอบทความหนึ่งเกี่ยวกับโรค โรคไหลตาย เข้า โดยภาพยนตร์เป็นเรื่องราวของปีศาจนานนามว่าเฟรดดี้ที่มีความสามารถคือมันสามารถเข้าฝันของวัยรุ่นและมันจะหลอกหลอนหรือฆ่าเจ้าของฝันจนตาย หากเจ้าของความฝันหนีมันไม่พ้นจะไม่มีโอกาสตื่นในโลกแห่งความจริงอีกเลย โดยวิธีป้องกันมีทางเดียวเท่านั้นคือการถ่างตาไม่ให้นอนหลับเฟรดดี้มีประวัติไม่แน่นอนเพราะเปลี่ยนไปเรื่อย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเขาตายเพราะถูกเผาทั้งเป็น และเฟรดดี้ได้กลายเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์ตลอดกาลในจิตใจของคนอเมริกันและคนทั่วโลกติดอันดับต้นๆ และภาพยนตร์ที่มีเฟรดดี้ปรากฏก็มีมากมายหลายภาค จนมันได้กลายเป็น แฟรนไชส์ ที่ฮิตติดอันดับเรื่อยมาปัจจุบันเฟรดดี้ถูกนำมารีเม็คใหม่ในปี 2010 และเปลี่ยนบุคลิกให้เฟรดดี้มืดหม่นและจริงจังน่ากลัวขึ้น

  

4. The Shining ได้แรงบันดาลใจจาก Stanley Hotel

  

โรงแรม เดอะ แสตนลีย์ เป็นโรงแรม 138 ห้อง ตั้งอยู่ใน ในพาร์ค เอสเตส รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา    โรงแรมนี้สร้างขึ้นโดยนาย เอฟ.โอ.แสตนลีย์และภรรยาของเขา ฟลอร่า  นายแสตนลีย์เป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งชาวบอสตันที่ร่ำรวยอย่างมหาศาลจากธุรกิจเครื่องจักรไอน้ำยี่ห้อสแตนลี่ย์  เขาได้ใช้ชีวิตปั่นปลายสุดท้ายในการสร้างโรงแรมด้วยเงินทั้งหมดของเขาที่สวนสวยร่มรื่นแถบเอสเตส ปาร์ค ราวปี 1903   จนสร้างเสร็จปี 1909 แล้วก็กลายเป็นสถานที่ตากอากาศติดอันดับอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยความร่มรื่น บรรยากาศสดชื่นเขียวขจี อากาศก็บริสุทธิ์ ซ้ำยังใกล้อุทยานอีกต่างหาก ผู้คนเลยหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ

        หากแต่หลังจากที่ นายแสตนลีย์และภรรยาถึงแก่กรรม โรงแรมก็ปรากฏเหตุการณ์น่ากลัวบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเสียงลึกลับ ก็มีรายงานมาว่ามีการพบเห็นนาย แสตนลีย์และภรรยาเดินไปทั่วโรงแรม โดยมีคนเห็นผีแสตนลีย์เดินอยู่ที่ล็อบบี้ บาร์ และห้องเล่นบิลเลียด ขณะที่เชื่อกันว่าวิญญาณของฟลอร่านั่งเล่นเปียโนอยู่ในห้องดนตรี เพราะแขกมักจะได้ยินเสียงบรรเลงเพลงมาจากห้องนั้น และเมื่อพวกเขาเปิดประตูเข้าไปดู ก็เห็นเหมือนแป้นกดบนเปียโนกำลังกระเด้งขึ้นๆ ลงๆ เหมือนมีคนเล่น แต่ว่า ไม่มีใครเลย และพอเข้าไปใกล้ๆ (ดูซิ ยังจะกล้าไปดูใกล้ๆ อีก) ดนตรีก็หยุดลงอย่างฉับพลันนอกจากนี้ยังเสียงเด็กที่เล่นกันตรงกลางโถงทางเดิน จนแขกนอนไม่หลับทั้งคืน

                วันที่ 30 ตุลาคม 1947 สตีเฟ่น คิงและภรรยาได้เข้าพักโรงแรมดังกล่าว เพื่อตรวจสอบห้อง 217 ที่ว่ากันว่าเป็นห้องผีสิงเพื่อนำพล็อตไปแต่งนิยายผลงานอันดับ 3 ของเขา และหลังจากอาหารค่ำเขาก็ได้ฝันร้าย โดยฝันว่าลูกชายวันสามขวบของเขาก็วิ่งเข้ามาในห้อง หน้าตาตื่น กรีดร้องเพราะโดนอะไรบางอย่างไล่ล่าตามหลังมา เขาตกใจตื่นเหงื่อท่วมตัว และเดินมาสูบบุหรี่และเขาก็เห็นเทือกเขาร็อกกี้ที่หน้าต่าง แล้วแล้วนิยายสยองขวัญเรื่อง “The Shining” หรือ เดอะ ไชน์นิ่ง  ก็ถือกำเนิดในที่สุด

                และแล้วในปี 1977 นิยาย The Shining ของสตีเฟ่น คิงก็ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงถึงเรื่องราวของครอบครัวทอร์เรนซ์ ที่ประกอบไปด้วย แจ๊ค นักเขียนผู้เคยติดเหล้าและมีประวัติทำร้ายลูกตัวเอง, เวนดี้ ภรรยาที่อ่อนโยน และ แดนนี่ ลูกชายที่มีสัมผัสพิเศษถึงสิ่งเหนือธรรมชาติ ซึ่งตัวแจ๊คพยายามเป็นสามีที่ดี เขาได้งานทำเป็นยามเฝ้าโรงแรมโอเวอร์ลุคยามไร้ผู้คน และที่นั้นเขาก็ได้พบว่าโรงแรมที่เขาเป็นยามแห่งนี้เป็นโรงแรมผีดุ!!

         

3. Dracula ได้รับแรงบันดาลใจจาก  Vlad III Dracula

  

วลาด ดราคูล่าที่ 3 (1431-1476) หลายคนรู้จักในนาม วลาดจอมเสียบ เขาเป็นเจ้าชายแห่งแคว้นวาลาเคีย ซึ่งชื่อดราคูล่านั้นหมายถึง บุตรมังกร เมื่อเขาอายุ 13 ปีพ่อได้ส่งตัวเขาและน้องชายถูกส่งไปเป็นตัวประกันภายใต้จักรวรรดิออตโตมานในฐานะประเทศราช  ต่อมาเมื่อพ่อถูกฆ่าตายเขาก็สืบทอดอำนาจต่อ ภายใต้จักรวรรดิออตโตมาน ว่ากันว่าวลาด เซเปช เป็นนักรบที่โหดเหี้ยม ชอบวิธีการทรมานเชลยที่จับมาได้ด้วยวิธี เอาไม้แหลมมาเสียบตั้งแต่ทวารหนัก จนถึงปาก  เสียบประจาน ไว้ตามทุ่งหญ้ากว้าง จนเชลยเสียชีวิตในที่สุด ต่อมาวลาดก็ปฏิเสธที่จะจ่ายบรรณาการและสังหารภูตของจักรวรรดิออตโตมานด้วยการตอกประตูกับผ้าโพกหัวติดศีรษะและประกาศเอกราชวาลาเตียจากอิทธิพล แม้ว่าวลาดได้รบแบบกองโจรและประสบความสำเร็จหลายครั้ง แต่ภายหลังวลาดต้องแพ้เพราะมีขุนนางไส้ศึก ออตโตมานเข้าพิชิตวาลาเคีย และตั้ง น้องชายของวลาดขึ้นบัลลังค์แทน วลาดได้หนีไปหาพันธมิตรของพระองค์คือฮังการี แต่กลับถูกจับและถูกปล่อยตัวในปี ค.ศ. 1474 และในปี ค.ศ. 1476 ราชอาณาจักรฮังการีได้ตัดสินใจที่จะสนับสนุนวลาดให้กลับไปยึดวาลาเคียอีกครั้ง วลาดสามารถยึดบัลลังค์ได้ และปกครองบัลลังค์วาลาเคียเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งพระองค์ปกครองได้ไม่นาน ก็ได้ถูกสังหารลงในการรบกับออตโตมาน

วลาดกลายเป็นแรงบันดาลใจของ บราม สโตกเกอร์ ในการเขียนนวนิยายเรื่อง “Dracula” นิยายเรื่องที่ 5 ตีพิมพ์เมื่อปี 1857 โดยจุดเริ่มต้นนิยายดังกล่าวมาจากการกินปูผัดผงกระหรี่ของภรรยาแล้วตอนหลับเขาเกิดปวดท้องและฝันร้ายเข้า จนเอาความน้ากลัวนี้มาถ่ายทอดเป็นนิยาย โดยเอาวลาดเป็นต้นแบบของแดร็กคูล่า ซึ่งเนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับเค้าท์แดรกคูลา  แวมไพร์ผู้เป็นอมตะ อาศัยอยู่ในปราสาทที่ทรานซิลเวเนีย เป็นชายชราแต่ร่างกายแข็งแรง มีผมและหนวดเคราสีขาวโพลน ตาสีแดงมีแววโหดเหี้ยม ฟันเล็กแหลมคม ชอบสวมชุดยาวสีดำล้วน พูดภาษาอังกฤษชัดเจนแต่สำเนียงแปลก จะปรากฏตัวเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น พยายามจะขยายอิทธิพลจากทรานซิลเวเนียไปทั่วยุโรป โดยเริ่มจากลอนดอน ภายหลังที่บราม สโตกเกอร์ เสียชีวิตได้ไม่นาน นวนิยายเรื่องแดรกคูลา ก็ถูกนำไปแปลงเป็นบทภาพยนตร์สัญชาติเยอรมันเรื่อง Nosferatu: A Symphony of Horror ในปี ค.ศ. 1922 อย่างชนิดที่ลอกเลียนมาเกือบทั้งหมด โดยเปลี่ยนแค่ชื่อตัวละครและสถานที่จากภาษาอังกฤษและเป็นภาษาเยอรมัน และจากประเทศอังกฤษและประเทศเยอรมนี เท่านั้นเอง ซึ่งในเรื่องนี้ภรรยาม่ายของสโตกเกอร์ ก็ได้ฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์และได้รับชัยชนะในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้ชื่อว่า ได้ทำให้เค้าท์แดรกคูลา เป็นตัวละครที่ชาวโลกรู้จัก และรู้จักมากขึ้นตราบจนถึงปัจจุบัน

 

2. The Exorcist

  

ในปลายทศวรรษที่ 1940 มีบทความหนึ่งปรากฏในหนังสือพิมพ์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นรายงานประหลาดของเด็กบ้า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 1949 โดยรายงานว่าเด็กสาวอายุ 14 ปี จากแมรี่แลนด์คนหนึ่งมีอาการคล้ายกับปีศาจเข้าสิง และมีอาการแปลกประหลาด จนบาทหลวงคาทอริกชื่อได้ทำพิธีกรรมโบราณขับไล่ และต่อมาบทความดังกล่าวได้ถูกดัดแปลงสร้างเป็นนวนิยายในชื่อ “The Exorcist” ของวิลเลียม พีเตอร์ แบล็ตตี ในปี 1971

ต่อมานวนิยายดังกล่าวก็ถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่อง “The Exorcist” ในปี 1973  ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กสาวคนหนึ่งชื่อเรแกน แม็คนีล ที่ถูกผีร้ายสิ่งสู่จนทำให้เธอมีพฤติกรรมประหลาดและมีพลังเหนือธรรมชาติ จนแม่เด็กเป็นห่วง เลยจัดการให้หมอผีเอ็กซอซิสต์มาทำพิธีขับไล่ผี โดยหมอผีดังกล่าวประกอบด้วยคุณพ่อเมอร์รินและคุณพ่อเดเมี่ยน คาร์ริส  และนี้คือจุดเริ่มต้นความสยองขวัญในเวลาต่อมา

ภาพยนตร์หมอผีเอ็กซอซิสต์ภภาคแรกก็ได้รับการจารึกว่าเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ดีที่สุดสามารถกวาดรางวัลออสการ์ถึง 10 รางวัล และ รางวัลลูกโลกทองคำ 4 รางวัล จนเรียกว่าเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเวลานั้น จึงไม่แปลกอะไรที่ทำให้มีภาคต่อในเวลาต่อมา(และคุณภาพลดลงตามลำดับ)

นอกเหนือจากนี้ภาพยนตร์ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกรู้จักฮิสทีเรียซึ่งเป็นโรคจิตประสาท พร้อมกับข่าวลือแปลกๆ ตามมาเป็นต้นว่าเป็นภาพยนตร์ต้องคำสาป เคยมีคนดูภาพยนตร์ดังกล่าวแล้วเกิดไปฆ๋าคนและฆ่าตัวตายมาแล้วโดยพวกเขาให้การว่าได้ยินเสียงปีศาจสั่งให้พวกเขาทำดังกล่าว หรือแม้แต่กองถ่ายภาพยนตร์เองก็เจอเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติบ่อยๆ จนมีคนในกองถ่ายตายระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว

 

1. Psycho มีแรงบันดาลใจจาก Edward Theodore Gein

  

                เอ็ดกีน ค.ศ. 1984-1906 เป็นชายที่อยู่ใน เพลนฟิลด์เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่กลางรัฐวิสคอนซินในอเมริกา ภายนอกเหมือนคนสุภาพอ่อนโยนและสันโดษ แต่ชาวบ้านมองว่าเป็นคนผิดปกติและเป็นที่รังเกียจจนกระทั่งวันหนึ่ง ในปี1957 เบอร์นิซ วอร์เดน หญิงวัยกลางคนร่างใหญ่ได้หายตัวไปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามตามร่องรอยของเธอจนกระทั่งมาถึงบ้านของเอ็ด กีน และที่นั้นพวกเขาก็ตกตะลึงสุดขีดกับสภาพศพของนางเบอร์นิซ วอร์แดนที่อยู่ในสภาพโหดเหี้ยม ร่างไร้ศีรษะของเธอถูกแขวนห้อยหัวลงมาจากเพดาน ศพถูกผ่าเป็นเส้นตรงตั้งแต่หว่างขาลงมาถึงอก เครื่องในถูกควักออกราวกับกวางที่ถูกชำแหละเรียบร้อยแล้ว แต่นั้นดูเล็กน้อยไปเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นในบ้านสกปรกซอมซ่อเต็มไปด้วยจานซึ่งไม่ได้ล้าง ข้าวที่กินเหลือ กระป๋องเปล่า ขวดเปล่า ขยะถูกทิ้งเกลื่อนไปทั้งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้หลายตัวซึ่งพื้นรองนั่งทำจากหนังมนุษย์ หัวกะโหลดที่ถูกเลื่อยออกมา 4 หัว สองหัวประดับไว้ที่เตียงของเอ็ด อีกสองถูกใช้เป็นถ้วยชาม มีถุงบรรจุจมูกมนุษย์ และอวัยวะเพศหญิงถนอมรักษาไว้ด้วยเกลือ เครื่องในและไส้ของมนุษย์ที่เตรียมไว้ทำอาหาร หน้ากากกรอบผนังห้องนอนที่ถูกถลกออกมา หัวนมผู้หญิงมาร้อยเป็นเข็มขัด วิกผมสีดำยาวมากจากศีรษะที่ถูกถลก และเครื่องแต่งกายที่ทำจาหนังของผู้หญิงที่ตายแล้ว และที่ชวนน่าขนหัวลุกคือ เมื่อพระจันทร์เต็มดวงเอ็ดจะออกมาเต้นรำโดยใส่หน้ากากเป็นผู้หญิง ใส่วิกและเสื้อหนังมนุษย์เต็มยศ ส่วนอวัยวะเพศหญิงไว้ในกางเกงใน และเมื่อสืบประวัตินางเบอร์นิซ วอร์เดนและเหยื่อรายก่อนหน้าก็พบว่าทั้งสองมีนิสัยและลักษณะคล้ายกับแม่ของเอ็ด ซึ่งเขาได้รับอิทธิพลจากคำสอนของแม่ว่าผู้หญิงล้วนแต่เลวทราม กระหายเซ็กต์ และชั่วช้า

แพทย์ซึ่งตรวจเอ็ดยืนยันว่าเขามีอาการป่วยทางจิตอย่างรุนแรงจนยากจะเยียวยา เขาจึงรอดจากการตัดสินของศาลในฐานะผู้ไม่มีความสามารถในการรู้ผิดชอบ เขาถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลโรคจิตของรัฐ เขาประพฤติตัวสงบเสงี่ยมจนแม้แต่แพทย์ก็ยังยกให้เป็นผู้ป่วยตัวอย่าง จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

เอ็ด กีน กลายมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงทันทีในสังคมอเมริกัน เป็นที่กล่าวขานถึงมากมายทั้งในแง่ของความน่ากลัว วิปริต และในแง่มุมของทางจิตวิทยา และได้เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ โรเบิร์ต บล็อก นักเขียนชาวอเมริกัน นำบุคลิกของเขาไปสร้างเป็นตัวละครโรคจิตชื่อ นอร์แมน เบตส์ ในนวนิยายเรื่อง Psycho ซึ่งต่อมาได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ขาวดำในชื่อเรื่องเดียวกันเมื่อปี ค.ศ. 1960 ที่กำกับโดย อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก ผู้กำกับชาวอังกฤษ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากและกลายมาเป็นต้นแบบของภาพยนตร์สยองขวัญในแนวเดียวกัน

 

0. Moby Dick มีแรงบันดาลใจจาก Essex (Whaleship)

  

เอกเซ็กต์เป็นเรือล่าปลาวาฬสัญชาตอเมริกันจากแมสซาซูเซต  ควบคุมโดยกัปตันจอร์จ พอลลาร์ด จูเนียร์ก่อนที่จะถูกจมจากการโจมตีโดยปลาวาฬสเปิร์มในภาคใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกในปี 1820 ก่อนที่จะเดินทางครั้งสุดท้ายเรือได้ประกอบใหม่บันทึกไว้อยู่ที่ 87 ฟุต(27 เมตร) หนักกว่า 238 ตัน ก่อนหน้านั้นเรือทำการล่าปลาวาฬในบริเวณนอกชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาใต้ จนกระทั้งถึงวันเกิดโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 1820 ลูกเรือได้เห็นปลาวาฬสเปิร์มขนาดใหญ่ยาวประมาณ 85 ฟุต(26 เมตร) และมันก็เข้าโจมตีเรือด้วยการพุ่งเข้ามาชน จากนั้นไม่กี่นาทีเรือก็แตกและลูกเรือเกือบทั้งหมดจนน้ำตาย ส่วนคนที่รอดมาได้อยู่ในเรือชูชีพและอาหารและน้ำจืดมีอยู่จำกัดและต้องลอยคว้างทะเลหลายวัน จนการค้นหาและช่วยเหลือมีเพียง 8 คนที่รอดชีวิตเท่านั้น และส่วนใหญ่รอดชีวิตมาได้เพราะการกินเนื้อพวกเดียวกันเองเพื่อเอาเอาตัวรอด และเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เฮอร์มัน เมลวิลล์ เขียนนวนิยายชื่อ “โมบิดิก” ในปี 1851

นิยายโมบิดิก เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางผจญภัยของกลาสีชื่อ อิชมาเอล ในเรือล่าวาฬ Pequod และกัปตันเรือชื่อ อาฮับที่ขาข้างหนึ่งเป็นไม้ ต่อมาไม่นานอิชมาเอลก็ทราบว่า อาฮับกำลังออกติดตามหาวาฬตัวหนึ่งชื่อ โมบิดิก ซึ่งเป็นวาฬสีขาวขนาดมหึมาที่ดุร้ายมาก ไม่ค่อยมีเรือล่าวาฬลำใดรู้จักโมบิดิก ยิ่งที่เคยได้เจอตัวมันยิ่งน้อยนัก เมื่ออาฮับเจอมันคราวก่อน วาฬยักษ์ทำลายเรือของอาฮับและยังกัดขาเขาขาด อาฮับจึงคิดจะตามแก้แค้น นิยายดังกล่าวได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในนวนิยายภาษาอังกฤษที่ยอดเยี่ยมที่สุด และทำให้เมลวิลล์เป็นหนึ่งในนักเขียนชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเรื่องล่าสุดถูกทำเป็นภาพยนตร์ในชื่อ Moby Dick โคตรวาฬยักษ์ดึกดำบรรพ์พันธุ์มหากาฬ ภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญ ปี 2010

 

อ้างอิงจาก

http://www.toptenz.net/top-10-real-events-that-inspired-scary-movies.php

 + +

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 388 : 10 เรื่องดลใจน่ากลัวที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17216 , โพส : 21 , Rating : 63% / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 21 : ความคิดเห็นที่ 18352
เคยดูอันดับ 0 นะ คิดในใจ ทำไมหนังมันห่วยปานชะนี้วะ
PS.  มนุษย์ตั้งบอร์ดมาให้อ่าน ไม่ใช่ตั้งเพื่อให้'ด่า'
Name : I..am..Peachy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I..am..Peachy [ IP : 124.121.120.84 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 / 13:26
# 20 : ความคิดเห็นที่ 15677
โห มีหนังหลายเรื่องเลยที่เราเคยดู เพิ่งรู้นะเนี่ย ขอบคุณนะคะ
Name : seaukun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ seaukun [ IP : 58.8.152.66 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 / 23:43
# 19 : ความคิดเห็นที่ 15371
ชะ ชัคกี้ !! เรื่องนี้ทำให้เราหลอนตุ๊กตา TT กลัวมาก ตั้งแต่เด็กแล้วง่าา
Name : OoPimmyLovelyoO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ OoPimmyLovelyoO [ IP : 58.9.248.40 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2555 / 20:34
# 18 : ความคิดเห็นที่ 13837
อันดับหนึ่งเล่นเอาอึ้งไปเลย
พี่แกจิตเกินเยียวยาจริงๆT^T

PS.  ไม่มีอะไรที่เรียกว่าบ้า... สำหรับคำว่ารัก
Name : ดั้งเเหมบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดั้งเเหมบ [ IP : 161.200.209.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤศจิกายน 2554 / 09:36
# 17 : ความคิดเห็นที่ 13732
คือ.....บางอันก็น่ากลัวเกิ๊นง่ะ

ขนคอตั้งชันเลยทีเดียว ง๊าาาาา

แล้วเค้าจะนอนหลับมั้ยคืนนี้
Name : กริฟฟินไร้เงา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กริฟฟินไร้เงา [ IP : 182.53.47.40 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 / 22:29
# 16 : ความคิดเห็นที่ 13452
อันดับหนึ่งอึ้งไปเลยค่ะ O [ ] O
PS.  วายุน่ะ มักจะมาเคียงข้างกับพิรุณอยุ่แล้ว เมฆาที่ลอยอยู่ภายใต้ผืนนภา และคอยปกป้องท้องนภานั้นตลอดไป^ ^[♥8059 1827♥] ...ท้องนภาผืนนี้ อาจจามีอีกท้องนภาที่คอยเฝ้ามองอยุ่ก้ได้นะ^ ^[♥2727]
Name : CizEL_Pz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CizEL_Pz [ IP : 58.9.206.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ตุลาคม 2554 / 07:06
# 15 : ความคิดเห็นที่ 13436
อ่านไป ท้องไส้ปั่นป่วนไป TT น่ากลัวมาก!
PS.  สึนะก็ดูดี มุคุโร่ก็หล่อล่ำ ฮิบาริก็น่าหม่ำ เฮ้ออยากได้เป็ยสามีจังเลย
Name : LikeCartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LikeCartoon [ IP : 49.228.45.217 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 ตุลาคม 2554 / 23:45
# 14 : ความคิดเห็นที่ 13423
พี่แคมมี่ อันดับ 9 ชื่อไทยมันชื่อ หนืบเคี้ยวโลก ไม่ใช่อ่อ เหมือนเคยดูตอนเด็กๆ ช่องเจ็ดเอามาฉาย 555
Name : nong [ IP : 58.11.23.103 ]

วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 22:31
# 13 : ความคิดเห็นที่ 13418

อันดับ 7 ตุ๊กตาน่ากลัวอ่ะ


PS.  Lake of tears Ocean of sorrow Valley of death and End of life
Name : หนูน้อยหมวกดํา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนูน้อยหมวกดํา [ IP : 125.24.27.255 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 13:01
# 12 : ความคิดเห็นที่ 13417
 ทำไมอันดับสิบหน้าเหมือนโวลเดอมอร์ =___=;;
//คหสต.
PS.  คนน่ารัก~
Name : wish'in'!}} < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wish'in'!}} [ IP : 124.120.237.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 11:03
# 11 : ความคิดเห็นที่ 13352
 ขนลุกซู่
PS.  อยากมีเพื่อนที่น่าสนใจ
Name : ดินสอหัก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดินสอหัก [ IP : 58.8.177.21 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ตุลาคม 2554 / 20:40
# 10 : ความคิดเห็นที่ 13348
เอ็ดกีนน่ากลัวมากกกก Y_Y
ทารุณศพด้วย
Name : ~*The-Kingkongz*~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~*The-Kingkongz*~ [ IP : 180.183.168.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ตุลาคม 2554 / 17:36
# 9 : ความคิดเห็นที่ 13346
โอ้ อันดับที่หนึ่งเหวอเลย
PS.  เด็กเล่น ไม่ใช่เด็กเรียน
Name : rike < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rike [ IP : 115.87.141.74 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ตุลาคม 2554 / 17:26
# 8 : ความคิดเห็นที่ 13340
ต้องมีแบล็คดาเลียแน่ๆเลย
Name : Gapyo [ IP : 115.87.86.56 ]

วันที่: 24 ตุลาคม 2554 / 11:21
# 7 : ความคิดเห็นที่ 13337

เข้ กุสตาฟติดมั้ยค่ะ

ไชนนิ่งกำลังมีภาคสองแล้วนะค่ะ (ภาคคุณลูกตอนโต)


PS.  ผลักดันดาร์คแฟนตาซี ต่อต้านกองเซ็นเซอร์ เบื่อพันธมิตร ขับไล่ประชาธิปปัตย์ เอวังกับนิยายแนวโรงเรียน สิ้นชีพเพราะสัปดาห์หนังสือ เดินหน้าสู่ด้านมืด...
Name : Seberjung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Seberjung [ IP : 223.205.51.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ตุลาคม 2554 / 05:22
# 6 : ความคิดเห็นที่ 13336
ไซโค เอ็ด กีน ใช่ไหมครับ?
Name : nol [ IP : 110.168.20.149 ]

วันที่: 23 ตุลาคม 2554 / 23:43
# 5 : ความคิดเห็นที่ 13324
ไม่มีสิงหาสับครับ แต่ไซโคมี
PS.  สมาคมหอยหลอดแห่งประเทศเทย
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 182.53.240.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 ตุลาคม 2554 / 11:06
# 4 : ความคิดเห็นที่ 13320
อันดับ10 คุ้น ๆ อ่ะ =w=; 
PS.  ベル 愛する 雲雀 恭弥 や 土方十四郎。(-_-^)
Name : ★BlueBell` | Hello™ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ★BlueBell` | Hello™ [ IP : 124.122.221.226 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2554 / 22:20
# 3 : ความคิดเห็นที่ 13318
ผมค่อนข้างมั่นใจว่า List นี้มี"สิงหาสับ"หรือเรื่อง texas chainsaw massacre อยู่ด้วยแน่นอนครับ
Name : therock2029 [ IP : 110.168.153.78 ]

วันที่: 22 ตุลาคม 2554 / 22:17
# 2 : ความคิดเห็นที่ 13314
น่ากลัวจังเลย ToT
PS.  แค่เนี๊ย....
Name : HarvestGirl < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ HarvestGirl [ IP : 101.108.97.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2554 / 18:58
# 1 : ความคิดเห็นที่ 13311
เหมือนกับว่าเคยดูเรื่องที่ 10 นะ คุ้น ๆ อยู่
Name : Big Bonez [ IP : 180.210.216.131 ]

วันที่: 22 ตุลาคม 2554 / 16:12
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android