คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 188 : 10 ผู้นำ(เลวร้าย)ที่ขึ้นชื่อในโลกปัจจุบัน


     อัพเดท 28 เม.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,313 Overall : 2,746,775
22,176 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7186 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 188 : 10 ผู้นำ(เลวร้าย)ที่ขึ้นชื่อในโลกปัจจุบัน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 21235 , โพส : 73 , Rating : 78% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



                ในขณะที่การเมืองบ้านเรากำลังร้อนฉ่า(เพราะมันอากาศร้อน) หลายคนบอกว่าไม่ต้องการนายกฯ โน้นอย่างงี้ ไปไหนก็เครียด เอางี้ดีกว่า เรามานั้งอยู่กับบ้าน เราดูชีวิตประเทศอื่นๆ ดีกว่า ไม่ต้องอ่านประเทศที่เจริญหรอกอิจฉาตาร้อนเปล่าๆ เอาประเทศที่มันแย่ๆ ผู้นำโหดๆแล้วมาเปรียบเทียบประเทศของเรา จะพบว่าโชคดีที่เกิดเป็นไทย และนี้คือผู้นำของโลก ที่ปกครองประเทศของตนได้เลวร้ายจริงๆ แต่พวกเขาก็ยังสามารถอยู่ดำรงวาระตำแหน่งอย่างยาวนาน ไม่รู้ไปเสริมกระเบื้องอะไรถึงได้หน้า(ด้าน)กะลามังหนาขนาดนี้(อันดับนี้จะเน้นผู้นำที่ยังคงมีชีวิตอยู่ปัจจุบัน ภาคต่อไปจะเอาผู้นำที่ตายแล้ว และอดีตกาล)

 

อันดับ 10 ด็อกเตอร์ นาซาร์ อัล อัสซัด (Dr. Bashar al-Assad)

         

ซีเรีย เป็นประเทศในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1970 พันเอก Hafez al – Assad ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจปกครองประเทศ และในปี ค.ศ. 1971 ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของซีเรียจนถึงอสัญกรรมเมื่อมิถุนายน 2000 เดือน ต่อมา บุตรชายของอดีตประธานาธิบดี นาซาร์ อัล อัสซัด ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของซีเรีย

ดูภายนอก นาซาร์ อัล อัสซัด ดูไม่เหมือนจอมเผล็ดการสักนิด เพราะเขาได้อำนาจมาจากพ่อผู้นำจอมเผล็ดการตัวจริงเสียงจริง ซึ่งเรียกเขากลับมาฝึกหัดงานบริหารประเทศในปี 1994 ซึ่งตอนนั้นเขากำลังเรียนปริญญาโทในลอนดอน

ปัจจุบันอัล อัสซัด อายุ 44 ปี กลายเป็นคนกุมอำนาจด้านการทหารและหน่วยข่าวกรองอย่างเด็ดขาดผู้เดียวใน ซีเรีย  ซีเรียเป็นประเทศค่อนข้างปิด เป็นประเทศนิยมอาหรับและมีนโยบายต่อต้านตะวันตกและอิสราเอล นอกจากนั้น ซีเรียมีอิทธิพลต่อเลบานอนในด้านความมั่นคง และรัฐบาลเขายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารบุคคลสำคัญในประเทศเลบานอน



         อันดับ 9 สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่ 3 (King Mswati III)

         

สวาซิแลนด์(ประชากร 1.2 ล้านคน)เป็นประเทศที่ปกครองระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์สุดท้ายที่เหลืออยู่ในแอฟริกา(อุตสาหกรรมที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นหลักเพียงอย่างเดียวคือ น้ำอัดลม เพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตน้ำซ่าสีดำที่เรียกว่า โคคา-โคล่า) สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่ 3 เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่ออายุ 18 ปี หลังจากการตายของบิดา(เริ่มปกครองประเทศ 1986) เขามีประวัติศึกษาในประเทศอังกฤษในมหาลัยที่มีชื่อ เพื่อหวังว่าเขาจะนำหัวคิดที่ทันสมัยมาปกครองอาณาจักรของเขา แต่เขากับทำให้ประเทศสวาซิแลนด์กลายเป็นประเทศยากจนในบัดดล เพราะพระองค์แทบไม่เคยเอาเวลาปกครองประเทศเลย เขามีชื่อเสียงในด้านความหลงใหลชีวิตที่หรูหราและภรรยาหลายคน แต่ตรูไม่สนหรอกเพราะเขาติดหนึ่งในกษัตริย์จะมั่งคั่งด้วยเงินและสมบัติเป็นอันดับ 15 ของโลก (ประมาณ 200 ล้านดอลลาร์)

ประเทศนี้มีปัญหาอย่างใหญ่หลวงคือเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและเป็นเอดส์มากที่สุดในโลก! แต่กษัตริย์นี้ก็ใช้วิธีแก้ปัญหาที่ดับเบิ้ลมักง่าย คือในปี 2001 ทรงออกกฎหมายด้วยการห้ามสาวบริสุทธิ์และต่ำกว่า 18 ปีมีเพศสัมพันธ์ และยุ่งเกี่ยวกับงานรื่นเริงเป็นเวลา 5 ปี นัยว่าเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรคเอดส์ ชายใดที่พบว่ามีเพศสัมพันธ์กับสาวบริสุทธิ์ ก็จะถูกจับและปรับเป็นวัว 1 ตัว แต่แล้วแค่ 1 เดือนหลังจากนั้น พระองค์เองก็ต้องปรับพระองค์เองเป็นวัว 1 ตัวเมื่อทรงเลือกสาวอายุ 17 คนหนึ่งเป็นพระชายา(ตามขนบธรรมเนียมของสวาซิแลนด์นั้น   พระมหากษัตริย์ทรงมีพระชายาเป็นจำนวนมาก โดยทรงเลือกจากสาวเผ่าต่าง ๆ ทุกเผ่าที่มีในประเทศเพื่อให้เกิดความผูกพันกับประชาชนเผ่าต่างๆ ในเทศกาล "อัมฮลังกา" (Umhlanga)หรือเทศกาลระบำต้นกกที่จัดขึ้นทุกปี ซึ่งกษัตริย์จะเลือกหนึ่งคนจากจำนวนผู้หญิงในงานเทศกาลนั้น

นอกจากนี้พระองค์ยังถูกวิจารณ์ว่าเป็นกษัตริย์ที่ชอบใช้ชีวิตหรูหรา พระองค์ชอบไปช็อปปิ้งต่างประเทศอยู่บ่อยๆ พระองค์ซื้อรถหรูราคาร่วม 500,000 ดอลลาร์และสั่งไม่ให้คนอื่นมาถ่ายภาพรถของเขา อีกทั้งยังขึ้นเงินเดือนตนเอง และเป็นเจ้าของบริษัทหุ้นอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ รัฐบาลต้องจ่ายเงินกว่า 15 ดอลลาร์ในการบำเรอความสุขของเขาและภรรยา การสร้างพระราชวังใหม่ต้องจ่ายเงินถึง 4,000,000 ดอลลาร์

ปัจจุบันสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ซึ่งมีอิทธิพลเหนือราชอาณาจักรสวาซิแลนด์พยายามกดดันให้สวาซิแลนด์เปลี่ยนแปลงการปกครองเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น(ประเทศนี้มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมากนะ ครั้งหนึ่งพี่เหลี่ยมเคยมาประเทศนี้เป็นที่พักใจมาแล้ว)

 

อันดับ 8 ฟีเดล คาลโตร(Fidel Castro)

 

ฟีเดล คาลโตร ผู้นำเผด็จการของคิวบาและได้บันทึกสถิตว่าเป็นผู้ครองตำแหน่งเผด็จการคิวบายาวนานที่สุดของโลกในอเมริกาใต้ เขามีอำนาจปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 1959 จากการปฏิวัติรัฐบาลคอรัปชั่นและเขาได้กลายเป็นต้นแบบของนักปฏิวัติคนสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่เขารับตำแหน่งใหม่ๆ ช เขาสัญญากับประชาชนว่า "ทุกคนจะมีขนมปังพร้อมกับเสรีภาพเต็มที่โดยไม่ต้องหวาดผวาอีกต่อไป" แต่แล้วเพียงไม่นาน เขาก็เผยให้เห็นธาตุแท้ว่ากระหายอำนาจอย่างไร้ที่สิ้นสุด คิวบากลายเป็นประเทศยากจน ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ประชาชนอพยพออกนอกประเทศ ฯลฯ(แม้ว่าคิวบาจะเป็นประเทศยากจน แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณสุขดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ฟรีทุกคน)

ผลที่ตามมาคือคิวบากลายเป็นประเทศตะวันตกชาติแรกที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์อย่างเต็มตัว สอดคล้องกับเผด็จการทางทหารถ่ายทอดสู่ระบอบเศรษฐกิจ การปันส่วน การทำเกษตรกรรมรวม การจ้องจับผิดเพื่อนบ้าน ตลอดจนรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นรูปธรรมทั้งหลาย เช่น ธงแดง การประดับสถานที่ต่างๆด้วยภาพเหมือนของมาร์กซ์กับเลนินและกองกำลังเยาวชนเดินสวนสนาม ช่วงรุ่งเรืองสุดขีดคิวบาแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วละตินอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง ทั้งนี้เพราะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากโซเวียตซึ่งให้ความ...

นโยบายที่คาสโตรยึดถือมายาวนานคือ การเป็นศัตรูกับสหรัฐ หลังนจากที่นำประเทศคิวบาสู่การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ และเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับสหภาพโซเวียต ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดกับสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก ความขัดแย้งขึ้นไประดับสูงสุดในวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา เมื่อ ค.ศ. 1962

คาสโตรครองอำนาจมานานถึง 47 ปี เขาสามารถบงการทุกอย่างในประเทศที่เป็นเกาะในทะเลแคริบเบียนแห่งนี้ เขามักปราบปรามพวกนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน นักวิชาการส่งไปยังคุกเฉลี่ย 19 คนต่อปี และเขาควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศทั้งหมด

ปัจจุบัน ฟิเดล คาสโตร ได้ยุติบทบาทในการบริหารประเทศคิวบาอย่างเป็นทางการแล้ว ประเทศเวียดนามได้ประกาศยกย่องฟิเดล คาสโตร ว่าเป็น "มหามิตรที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล"

 

อันดับ 7 มูอัมมาร์ อัล กัดดาฟี (Muammar Al-Gaddafi)

               

กัดดาฟี   เกิดเมื่อ ค.ศ. 1942 เขาเกิดในกระโจมในทะเลทรายใกล้เมืองเซอร์ตี มีชื่อเต็มๆว่า มูอัมมาร์ กัดดาฟี พ่อเป็นชาวอาหรับ เบดูอิน ซึ่งพเนจรเร่รอนไปในทะเลทราย เป็นชนเผ่าเบอร์เบอร์ เขาเรียนหนังสือเก่ง และไต่เต้าทหารระดับสูงในกองทัพ พออายุได้ 27 เขาและนายทหารชั้นนายร้อยทั้งหลายก็สามารถยึดประเทศและดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดของสาธารณรัฐลิเบีย และผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาปฎิวัติ   หลังจากยึดอำนาจจากรัฐบาลได้แล้ว กัดดาฟีก็ตั้งตัวเป็นศัตรูอเมริกาอย่างเป็นทางการ  โดยการไม่ยินยอมให้สหรัฐฯและอังกฤษตั้งฐานทัพในลิเบียอีกต่อไป มหาอำนาจทั้งสองจึงต้องถอนกำลังออกทั้งหมด  ส่งผลให้ลิเบียเป็นเจ้าของกิจการน้ำมันในประเทศทั้งหมดจนลิเบียเป็นประเทศที่มั่งคั่งที่สุดประเทศหนึ่งในตะวันออกกลางสมัยนั้น

  จากนั้นกัดดาฟี่ได้ใช้เงินที่ได้จากน้ำมันพัฒนาโครงการเศรษฐกิจ และก่อสร้างบ้านเรือนที่ทันสมัย ตั้งแต่ ทศวรรษที่ 1980 ปรากฏว่ารายได้เฉลี่ยของชาวลิเบียสุงถึง 7000 เหรียญต่อปี

กัดดาฟี่ยึดรถยนต์เมอซีเดซ ที่เจ้านายและนักการเมืองในอดีตใช้กันอย่างหรูหรา ได้ถึง 600 คัน ส่วนตนเองใช้รถจี๊ปแลนด์โรเวอร์ และยังได้ลดเงินเดือนรัฐมนตรีลงครึ่งหนึ่ง ลดค่าเช่าบ้านเพื่ออยู่อาศัยของคนจนลง 1 ใน 3

จากความจะเป็นอันเนื่องมาจากมหาอำนาจตะวันตก ล้วนเป็นปริปักษ์ต่อลิเบีย กัดดาฟี จึงต้องซื้ออาวุธจากโซเวียตเป็นจำนวนมาก ทั้งรถถัง เครื่องบิน ปืนใหญ่ และยุทโธปกรณ์อย่างอื่นอีก

จึงไม่แปลกเลยที่ ในสายตาของชาวลิเบีย และชาวอาหรับมากมาย กัดดาฟี่ คือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของโลกอาหรับ แต่ในสายตาของรัฐบาลอเมริกาและชาวโลก เขาคือปีศาจร้ายที่ต้องต้องทำลายให้สิ้น เพราะอยู่เบื้องหลังการใช้เงินจากการขายน้ำมันมาสนับสนุนขบวนการก่อการร้ายทั่วโลก ส่วนในประเทศถ้ามีนักการเมืองคนไหนขัดแย้งเขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แถมมีกฎหมายประหลาดๆ เช่น ผู้หญิงที่ถูกข่มขื่นจะถูกตัดสินจำคุกแบบไม่มีกำหนด, นักโทษประหารต้องมีการบันทึกภาพเผยแพร่ทางโทรทัศน์แก่ประชาชน.............


          อันดับ 6 ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ (Saparmurat Niyazov)

 

เจ้าของวันแต่งไทยแห่งชาติ!! ประธานาธิบดีของเติร์กเมนิสถานผู้ครองตำแหน่งเพียง 7 ปี (1999-2006) แต่เขาทำให้ประเทศนี้กลายเป็นประเทศที่ไม่เหมือนใคร เขาต้องการให้ทุกคนในประเทศจดจำเขา เขาเลยมีนโยบายให้รูปของเขาปรากฏทุกทีทุกมุมในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเงินตรา รูปปั้นขนาดยักษ์ที่มีทุกหนทุกแห่ง เปลี่ยนชื่อเดือนมกราคมเป็นชื่อตนเอง ออกหนังสือประวัติของตนเองและจิตวิญญาณของเขาที่ทุกคนต้องอ่านทุกโรงเรียนทุกระดับชั้น และพนักงานของรัฐบาลทุกคนจะต้องจดจดเนื้อหาบางส่วนเพื่อที่จะเข้ามาทำงานเป็นข้าราชการได้ นอกจากนี้เขายังเป็นคนร้องเพลงชาติด้วยตนเองด้วย

ในอดีตนั้นเขาเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ถูกฆ่าตาย เขาเลยต้องชดเชยสิ่งที่สูญเสียในวัยเด็กให้มากที่สุด อยากให้ผู้คนจดจำเขามากๆ เขาเปลี่ยนชื่อเมือง Krasnovodsk มาเป็นชื่อของเขา(Turkmenbashi) เขาเปลี่ยนชื่อโรงเรียน, สนามบิน หรือแม้แต่อุกกาบาตเป็นชื่อของเขา เขาเป็นผู้นำคุ้มดีคุ่มร้ายที่คอยกำกับสื่อของประเทศให้นำเสนอภาพพจน์เขาให้ดีที่สุดในสายตาของประชาชน เขาร่ำรวยทรัพย์สมบัติจากธุรกิจน้ำมันในขณะที่ประชาชนไม่ได้รับผลประโยชน์นี้เลย

ความจริงประเทศเติร์กเมนิสถานนั้นเป็นประเทศที่มีแต่ทะเลทรายและฝนตกน้อย การเกษตรส่วนใหญ่เน้นปลูกฝ้ายเป็นหลักทำให้สิ่งทอกลายเป็นเศรษฐกิจหลักของประเทศ แต่กระนั้น ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟได้มีการกำหนดวันหยุดแห่งชาติคือ วันแตงไทยแห่งชาติ(National Melon Day) เป็นวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ให้กับพลเมืองเติร์กเมนิสถานนึกถึงความสำคัญของแตงไทย เป็นงานฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยวที่ดำเนินต่อเนื่องแม้เขาจะตายแล้วก็ตาม

นอกจากนี้เขายังออกกฎหมายแปลกๆ มากมาก เขาปิดอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทั้งหมด, โรงพยาบาลบางแห่งที่อยู่นอกเมืองหลวงถูกส่งปิดเนื่องจากการรักษาผู้ป่วยควรมารักษาที่เมืองหลวง, ยกเลิกบำนาญผู้สูงอายุ, ห้ามมีลิปซิงค์ในการแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าประชาชนในปี 2005 โดยอ้างว่ามันจะเป็นผลเสียการพัฒนาเพลงดนตรีศิลปะของประเทศ, เจ้าของสุนัขและแมวถูกจำกัดให้เลี้ยงหนึ่งตัวหนึ่งชนิดเท่านั้น, ห้ามแต่งหน้าในโทรทัศน์โดยเฉพาะผู้หญิงเพราะเขาเชื่อว่าผู้หญิงของเติร์กเมนิสถานสวยพอแล้ว, ห้ามสูบบุหรี่และเคี้ยวยาสูบ, ห้ามเคลือบฟันทอง ห้ามเยาวชนไว้ผมยาวและหนวด ฯลฯ

กฎของซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ คือไม่มีฝ่ายค้าน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญบอกว่าใครเป็นประธานาธิปตีจะต้องลาออกเมื่ออายุ 70 ปี แต่เขา(ไม่สน เขาได้แก้กฎหมายและตั้งตนเองเป็น "ประธานาธิบดีตลอดชีพ"

เริ่มจากควบทั้งเก้าอี้นายกฯ แม่ทัพ ผู้นำพรรคการเมืองพรรคเดียวของประเทศ ไม่ยอมให้มีฝ่ายค้าน ให้ประชาชนเรียกเขาว่า "เกรท เติร์กเมนบาชิ" (บิดาแห่งชาวเติร์กเมนทั้งมวล)

ซาปาร์มูรัตเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจวายเมื่อเดือนธันวาคม 2006 ด้วยอายุ 66 ปี มีประชาชนเข้าพิธีศพเป็นอย่างมาก มีผู้คนร่ำไห้ต่อหน้าโลง แต่กระนั้นมีข่าวลื่อว่าพวกเขาถูกบังคับเพื่อมางานไว้อาลัยในครั้งนี้


อันดับ 5 โอมาร์ ฮัสซัน อาห์หมัด อัล-บาชีร์ (Omar Hassan Ahmad al-Bashir)

 

ซูดานเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาที่อยู่ท่ามกลางสงครามเมืองที่ซับซ้อนมากว่า 20 ปี จนติดหนึ่งในประเทศอันตรายที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก สาเหตุหลักๆ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ผู้นำของประเทศนี้นั่นเอง

โอมาร์ อัล บาชีร์ เป็นลูกของชาวนา เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม  1944 ที่เขตโฮซี  บันนากา ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งที่อียิปต์และซูดานถือครองร่วมกัน  หลังจากเรียนจบชั้นมัธยม ได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียนเตรียมทหาร ในไคโร และกลับมาที่กรุงคาร์ทูม สำเร็จการศึกษาเมื่อปี 1966   ในกองทัพมีความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่อย่างรวดเร็ว เริ่มจากตำแหน่งพลร่ม ที่ได้เข้าร่วมต่อสู้กับกองทัพของอียิปต์ในสงครามระหว่างอาหรับและอิสราเอล

หลังจากเข้ารับตำแหน่งของโอมาร์ อัล บาชีร์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 1989 เป็นเผด็จการที่ยึดอำนาจจากการรัฐประหารและยกเลิกรัฐธรรมนูญทันที เขายกเลิกนิติบัญญัติและห้ามพรรคการเมืองและสหภาพแรงงาน เขายึดหลักประเทศที่ต้องปกครองด้วยกฎหมายอิสลามทั้งๆ ที่ทางภาคใต้ของซูดานมีผู้นับถือคริสเตียนและนับถือภูตผีสางเป็นจำนวนมาก  ในช่วง 20 ปี ที่เขาปกครองนั้นมีผู้คนเสียชีวิตถึง 20,000,000 คน จากสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายกบฏที่มีอย่างยาวนาน, สงครามดาร์ฟูร์ และภาวะอดอาหาร  นอกจากนั้นโอมาร์ยังมีส่วนฆ่าประชาชนบริสุทธิ์อีกมากเขาเคยสั่งบอมบ์ระเบิดปูพรมทางอากาศในเมืองของตนเองมาแล้ว ยังเป็นผลให้ประชาชนของตนเองตายเกลื่อน จนนายอัล บาชีร์ต้องออกมารับผิดชอบ โดยการตั้งกรรมการสอบสวนด้านสิทธิ มนุษย์ชนอย่าง เร่งด่วน แต่ทำท่าว่าจะไม่ได้เรื่อง(โกงนั้นแหละ)เพราะคณะกรรมการที่สอบสวนเขาคืออดีต ผู้ต้องหาอาชญากรสงคราม!?

ปัจจุบันซูดานกลายเป็นประเทศที่ขาดความมั่นคงตามดัชนีความเสี่ยงของการเป็นรัฐที่ล้มเหลว ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ได้ออกหมายจับ โอมาร์ อัล บาชีร์ อายุ 65 ปี ซึ่งเขาเป็นอาชญากรคนแรกที่มีหมายจับในระหว่างดำรงตำแหน่ง ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ 5 กระทง และอาชญากรสงครามอีก 2 กระทง ซูดานยังตอบโต้ในทันทีด้วยการประกาศว่าจะไม่ให้ความร่วมมือกับไอซีซีอย่างเด็ดขาด เพราะการออกหมายจับครั้งนี้ไม่ใช่การใช้อำนาจศาล แต่เป็นการตัดสินใจทางการเมือง ขณะที่ชาวซูดานหลายพันคนได้ออกไปเดินขบวนไปบนท้องถนนในเมืองหลวงพร้อมกับตะโกนคำขวัญว่า "เราจะปกป้องประธานาธิบดีเบชีร์ด้วยเลือดทุกหยอดของพวกเรา" ปัจจุบันเขาติดหนึ่งในผู้นำยอดแย่ อันดับ 3 ในข้อหาเอาเงินจากการค้าน้ำมันไปใช้ในการซื้ออาวุธเพื่อล้างเผ่าพันธุ์

 

อันดับ 4 เตโอโดโร โอเบียง งวยบา (Obiang Nguema)

 

อิเควทอเรียลกินีเป็นประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก(ประชากร 500,000 คน) เคยอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส และตกเป็นอาณานิคมของสเปนเป็นเวลาถึง 190 ปี จนได้รับเอกราชฃโดยมีนาย Macias Nguema ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกและถูกฆ่าตายโดยเตโอโดโร โอเบียง งวยบาซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ของเขา จากนั้นเขาก็รับตำแหน่งเป็นประธานาธิปดี(เผด็จการ)เมื่อวันที่ 1979 และปกครองประเทศนี้ยาวนานถึง 30 ปี

ในช่วงที่ปกครองมีหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าเขาคือเผด็จการที่เลวร้ายที่สุดของแอฟริกายิ่งกว่าโรเบิร์ต มูกาเบ้ แห่งซิมบับเว ภายใต้ระบบการปกครองเผด็จการของประธานาธิบดี ประชาชนกว่า 1 ใน 3 ของประเทศถูกสังหารหรือหนีออกนอกประเทศยิ่งกว่ายุคของอาของเขาเสียอีก

ในเดือนกรกฎาคม ปี 2003 สถานีวิทยุของรัฐประกาศว่าโอเบียงสามารถติดต่อจากพระเจ้าได้โดยตรงและเขามี สิทธิสั่งฆ่าใครก็ได้โดยไม่ตกนรก นอกจากนี้เขายังอ้างว่าเขเป็นคาทอลิกผู้ศรัทธาที่ได้รับเชิญไปวาติกันด้วย

โอเบียงชอบคนที่สรรเสริมตน เขามักกล่าวคำคำสุนทรพจน์เรื่องอวยพรตนเองมากกว่าจะอวยพรสาธารณรัฐทั้งๆ ที่อยู่ต่อหน้าประชาชน อาคารสำหรับในเมืองต้องมีรูปประธานาธิปดี และต้องมีการเฉลิมการก่อรัฐประหารของเขา รวมทั้งประชาชนต้องสวมเสื้อผ้าและใบหน้าของเขาเฉลิมฉลองไปด้วย

นอกจากนี้มี่ข่าวลื่อว่าเขาเป็นมนุษย์กินคน และครั้งหนึ่งเขาเคยประกาศต่อประชาชนว่าเขารู้สึกมีภาระหน้าที่ในการปกป้อง สมบัติของประเทศชาติ ว่าแล้วพี่แกก็เลยจัดการโอนเงินที่ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินจำนวนหลายพัน ล้านไปเก็บเป็นบัญชีของตนเองและครอบครัวที่ธนาคารในต่างประเทศซะเลย

รัฐธรรมนูญ ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม 1982 เปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งพรรคฝ่ายค้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนั้น ในปี 1991 ประธานาธิบดี โอเบียงได้สถาปนาระบบการเมืองหลายพรรคขึ้น โดยจัดให้มีการเลือกตั้งแบบหลายพรรคขึ้นครั้งแรกในปี 1996 อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว พรรค Partido Democrático de Guinea Ecuatorial (PDGE) ของนายโอเบียงยังคงเป็นพรรคการเมืองที่ถือครองเสียงข้างมากเพียงพรรคเดียว และมักมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการจำกัดคู่แข่งทางการเมืองและความไม่โปร่งใสใน การเลือกตั้งเสมอๆ


          อันดับ 3 โรเบิร์ต มูกาเบ (
Robert Mugabe)

 

เขาคือสุดยอดแห่งความอัจฉริยะ อดีตเขาเป็นนักศึกษาที่เก่งหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นนิติศาสตร์, วิทยาศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต และปริญญาโททางกฑหมาย จนได้ปริญญาบัตรดุษฏีบัณทิต จากมหาลัยชั้นนำของโลกมากกว่า 30ใบ ครองอำนาจมาตั้งแต่ปี1980ใน ซิมบับเว ทางตอนใต้ทวีปแอฟริกา และตลอดเวลาที่ครองอำนาจพี่แกได้รับเสียงโหวตผู้นำ “ห่วยแตก” อันดับต้นๆ ของโลก ที่บริหารประเทศ(โครต)ไม่ได้เรื่อง

สมัยก่อนนั้นประเทศซิมบับเวเคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของทวีปแอฟริกา และเคยเป็นผู้ผลิตยาสูบรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ซิมบับเวมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากหลายแห่ง(ที่รู้จักก็น้ำตกแปลกๆ ที่กระทู้เด็กดีเอามาตั้งซ้ำซากนั้นแหละ) มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีตลอดคริสตทศวรรษ 1980 (อัตราการเติบโตของจีดีพีร้อยละ 5.0 ต่อปี) ประชาชนก็อัศยาศัยดี ประเทศมีแต่ความปลอดภัย

แต่แล้วเมื่อมูกาเบรับตำแหน่งด้วยความฉลาดเหลือล้นเขาได้ทำให้ประเทศนี้กลายเป็นประเทศเสื่อมถอยอย่างอึดใจ สภาพเศรษฐกิจของซิมบับเวถึงขั้นย้ำแย่สุดเลวร้าย อัตราเงินเฟ้อสูงถึง 8000% (200,000 เหรียญซิมบับเว (ZWD) คุณจะซื้อได้แค่เพียงน้ำตาลทรายหนึ่งถุงเท่านั้นเอง)อัตราคนว่างงานเพิ่มขึ้น 80% ทรัพยากรอาหารก็ลดลงต่อเนื่อง นับเป็นภาวะเงินเฟ้อรุนแรงที่เลวร้ายเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์โลก รองจากวิกฤติเงินเฟ้อในฮังการีในปี 1946 อัตราการว่างงานมากกว่าร้อยละ 80 ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนลำบากมาก น้ำมันและอาหารขาดแคลนอย่างหนัก ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า สาธารณูปโภคหยุดมากกว่าทำงาน ประชาชนเกือบร้อยละ 20 ติดเชื้อ HIV และประชาชนกว่าร้อยละ 10 อพยพไปทำงานต่างประเทศ ในจำนวนคนที่อพยพออกนั้น ครึ่งหนึ่งเป็นหมอและพยาบาลฃ ซิมบับเว เคยมี ระบบสาธารณสุขแต่ตอนนั้นมันได้ล่มสลายโดยปริยาย เห็นสถิติเหล่านี้แล้วอาจจะเข้าใจผิดว่า ซิมบับเวเพิ่งผ่านสงคราม แต่ตลอดสิบสี่ปีที่ผ่านมา ซิมบับเวไม่ได้รบกับใคร และไม่มีสงครามกลางเมือง แต่การล่มสลายของระบบเศรษฐกิจ และสังคมซิมบับเว เกิดจากการบริหารประเทศที่ผิดพลาดของประธานาธิบดีมูกาเบคนนี้คนเดียว

เนกาเบ้มีนโยบายการเมืองที่ห่วยแตกอย่างมาก เมื่อหลายปีก่อนประเทศเกิดปัญขาดดุลงบประมาณ จากนโยบายประชานิยม ธนาคารกลางเลยต้องพิมพ์เงินให้รัฐบาลใช้จนเกิดปัญหาเงินเฟ้อและค่าเงินซิมบับเวตกลง ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนตกต่ำขึ้นเรื่อย จนเศรษฐกิจดิ่งเหว โดยสาเหตุหลักมาจากการบริหารที่ล้มเหลวและการคอร์รัปชันของรัฐบาลมูกาเบ และบริหารประเทศแบบผลประโยชน์ระยะสั้นมากกว่าระยะยาว

รัฐบาลทำตามนโยบายหาเสียงที่ว่าจะให้ประชาชน ส่งผลให้มีนโยบายขับไล่ชาวไร่ผิวขาวกว่า 4,000 คนในระหว่างการจัดสรรที่ดินที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในปี 2000(โดยสมัยก่อนคนผิวขาวมีระบบฟาร์มขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของส่วนคนผิวดำเป็นลูกจ้าง) และเมื่อขับไล่คนผิวขาว ส่งผลให้ระบบเกษตรพังลงทันที ซิมบับเวซึ่งเคยเป็นผู้ส่งออกข้าวโพดกลับกลายเป็นผู้นำเข้าแทน  ปริมาณการส่งออกยาสูบก็ลดลงอย่างมาก คนผิวดำซึ่งทำอาชีพเกษตรต้องตกงาน

ระหว่างปี 1998 ถึง 2002 ซิมบับเวมีส่วนร่วมกับสงครามในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทำให้ต้องสูญเสียหลายร้อยล้านดอลลาร์ออกจากระบบเศรษฐกิจ

จากรายงานในเดือนมิถุนายน 2007 ของหน่วยปฏิบัติการเพื่อการอนุรักษ์ซิมบับเว ประมาณว่าซิมบับเวสูญเสียสัตว์ป่าไปถึงร้อยละ 60 ตั้งแต่ปี 2000 สาเหตุเพราะรัฐบาลมีโครงการทำลายป่าไม้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวด้วย

ปลายปี 2006 ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่เลวร้าย รัฐบาลเริ่มประกาศอนุญาตให้ชาวไร่ผิวขาวกลับมาสู่ที่ดินของตนอีกครั้ง มีชาวไร่ผิวขาวเหลืออยู่ในประเทศประมาณ 400-600 คน แต่ที่ดินที่ถูกยึดคืนส่วนใหญ่นั้นกลายเป็นที่ดินเสื่อมสภาพและไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้อีกต่อไป[ ในเดือนมกราคม 2007 รัฐบาลยอมให้ชาวไร่ผิวขาวเซ็นสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว   แต่แล้วในปีเดียวกันรัฐบาลก็กลับขับไล่ชาวไร่ผิวขาวออกจากประเทศอีกครั้ง

ประชากรว่างงานถึง 80% และประชาชน 1 ใน 4 พยายามหนีออกจากนอกประเทศ  บางส่วนเผชิญความอดอยาก กำลังเผชิญกับการกดขี่ข่มเหงจากรัฐบาล ที่ใช้อาหารเป็นเครื่องต่อรองเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองมีรายงานว่าทหารและตำรวจของซิมบับเวได้เข้าปล้นอาหาร 20 ตันที่สหรัฐกำลังขนส่งไปบริจาคให้เด็กนักเรียนที่หิวโหย และนำไปมอบให้สมาชิกพรรครัฐบาล

และข่าวดีคือนายมูกาเบยังอุตสาห์หน้าด้านทนขออยู่ในตำแหน่งอีก 6 เทอม จนมหาวิทยาลัยแมสซาชูเสตต์ของสหรัฐ ได้ประกาศเพิกถอนใบปริญญานิตติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ที่เคยมอบให้กับประธานาธิบดีมูกาเบ้เมื่อปี 1986 ในฐานะผู้ส่งเสริมประชาธิปไตยและการปฏิรูปในแอฟริกาแล้ว โดยให้เหตุผลว่าผู้นำซิมบับเวละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจด้วยการจัดเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยกลโกงและการข่มขู่สารพัด ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยไม่เคยเพิกถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ใครมาก่อนเลย

ปัจจุบันผู้นำซิมบับเวยังปฏิเสธที่จะออกจากวงการเมืองของประเทศ แม้มีหลายฝ่ายทั้งในและนอกประเทศจะออกมาขอร้องก็ตาม


          อันดับ 2 ตาน ฉ่วย (
Than Shwe)

 

เขาติดอันดับผุ้นำ “ห่วยแตก” อันดับต้นๆ 1-2 ของโลกแข่งกับคิม จอง อิล ประจำ เขาไม่ใช้ใครที่ไหน เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี้เอง

พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย ผู้นำเผด็จการของรัฐบาลทหารพม่า มีใครที่ไม่รู้จักเขา เพราะมันใกล้บ้านเรานี้เอง คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากเกี่ยวกับตัวเขา เจ้าของสมญานาม" บูล ด็อก"ซึ่งฉายานี้มาจากการที่เขาไม่เคยยิ้มกับใครเลย(ยกเว้นคนรวยด้วยกัน) ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสิบของผู้นำจอมเผด็จการของโลก คือ หวาดระแวง,คอรัปชั่น และเป็นโรคจิตหลงละเมอความยิ่งใหญ่และความร่ำรวย

อดีตตาน ฉ่วยเรียนไม่จบมัธยม อาชีพแรกของเขาคือเสมียนในสำนักงานไปรษณีย์ ก่อนที่จะสมัครเข้าเป็นทหาร และก้าวหน้าจนได้เลื่อนชั้นเป็น ซีเนียร์ เจนเนอรัล หรือนายพลอาวุโส ต่อมามีการปฏิวัติแล้วเขาก็ได้อำนาจสูงสุดมาโดยส้มหล่น ปกครองประเทศแบบกดขี่ร่วม 45 ปี ทำให้ประเทศพม่าล้าหลังกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียหลายเท่าตัว เพราะเขามีส่วนสำคัญในการทำให้คนพวกนั้นจนลงและเศรษฐกิจของประเทศเลวร้ายลง

พม่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานและซับซ้อน มีประชาชนหลายเผ่าพันธุ์มากมาย พวกเขาทนไม่ได้กับการกดขี่เหล่านี้ จึงพร้อมใจจับอาวุธปืนพร้อมสู้กับรัฐบาลทหารของพม่า จนกลายเป็นว่าเป็นสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดของโลกและด้วยสงครามกลางเมืองนี้เอง ทำให้พม่ามีกองทัพพัฒนาจนมีกำลังพลถึง 350,000 นาย ได้รับการยอมรับว่าเป็นกองกำลังขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากเวียดนาม(เพราะว่ามีทหารเด็กรวมอยู่ด้วย) และผู้นำพม่าใช้รายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติและฝิ่นนำมาใช้การปราบปรามกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย

ตาน ฉ่วยเป็นคนที่รวยมากๆ ดีไม่ดีอาจติดอันดับโลกด้วยซ้ำ  เพราะมีอำนาจจะควบคุมทรัพยากรอย่างผูกขาด  ไม่ว่าจะเป็น กิจการค้าไม้ ข้าว อัญมณี ก๊าซ หรืออะไรก็ตามที่ส่งออกไปขายนอกประเทศ โดยมีไทย อินเดีย และจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งแทนที่เงินเหล่านี้จะเป็นของประชาชน กลับกลายเป็นว่าเขากินรวบหมด ในงานฉลองสมรสของลูกสาวตานฉ่วย เบ็ดเสร็จใช้เงินจัดงานแค่ 1,575 ล้านบาทเองนะเนี้ย ว่ากันว่างานแต่งงานนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก และยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงมาจนถึงทุกวันนี้

ตาน ฉ่วยมีเพื่อนฝูงเยอะ ล้วนเป็นคนรวย,มีทั้งอิทธิพลและโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งพ่อค้าอาวุธและเฮโรอีน เขาหมกมุ่นอยู่กับความหวาดระแวง,ความพยายามทำให้ตัวเองรวยขึ้นๆ และไสยศาสตร์ด้วย...ว่ากันว่าเมืองหลวงใหม่ของพม่าคือ เนปิดอว์ ซึ่งแปลว่า "ที่ประทับแห่งกษัตริย์" ก็สร้างขึ้นตามคำแนะนำของโหร ท่ามกลางข่าวลือว่าเขาตั้งใจจะตั้งราชวงศ์ขึ้นมาใหม่ โดยเขาจะเป็นกษัตริย์เสียเอง

มีข่าวลือที่ว่าเขาเชื่อไสยศาสตร์ และเชื่อว่าตนเองเป็นปางหนึ่งของพระพุทธเจ้า ..เขาสร้างพระพุทธรูปซึ่งพระพักตร์เหมือนใบหน้าของเขามาก และประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งชาวพม่าเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธ์ที่สุด

 พม่ามักมีวิธีการจัดการกับประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับเผล็ดการเสมอ มีครั้งหนึ่งที่ประชาชนทนไม่ไหวที่ราคาขึ้นพรวดพราด พระสงฆ์และประชาชนเลยเดินขบวนเรียกร้องปีระชาธิบไตย พี่ตาน ฉ่วยเลยยิ้มและไม่ลังเลใจ ใช้ทหารยิงกวาดใส่ฝูงชนซะเลย พี่หม่องผู้รัก ชาติตายเพียบ(แต่ข่าวปิดตายแค่ 10-20 คน) ส่วนนางซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพสัญลักษณ์ประชาธิปไตยในพม่า ก็ยังขังอยู่ในบ้านต่อไป

ปัจจุบันเราแทบไม่ได้ยินข่าวของผู้นำคนนี้เท่าไหร่นัก ว่ากันว่าเขากำลังขัดแย้งกับนายทหารคนอื่นๆ และมีสิทธิที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง แต่ข่าวลื่อนี้ไม่รู้เป็นจริงเท็จเพียงใด แต่ที่แน่ๆ พม่าก็ยังคงต้องรอประชาธิปไตยแบบสิ้นหวังตามเคย

 

อันดับ 14 คิม จอง อิล (Kim Jong-il)

 

เขาติดอันดับผู้นำยอดแย่ของโลก อันดับหนึ่งหลายสมัย และไม่มีใครเกินกว่าเขา คิม จอง อิล

          คิมจองอิล ประวัติชีวิตนั้นสับสน บ้างก็บอกว่าเขาเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1941 ที่ค่ายทหารโซเวียตในไซบีเรีย แต่ในแหล่งข้อมูลบางแห่งกลับกล่าวว่าเขาเกิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1942 ในฐานที่มั่นลึกลับในยอดเขาเบคดู ยอดเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีเหนือ ศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในกรุงเปียงยาง โดยสอบได้ในอันดับ 1 ตลอด ต่อมาถูกส่งตัวไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐ ประชาชนจีนเพื่อความปลอดภัย ต่อมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคิม อิล ซุง จบปริญญาด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง ก่อนจะเริ่มงานกับพรรคแรงงานและก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคในปี 1994 ภายหลังจากการเสียชีวิตของคิมผู้พ่อเป็นเวลา 3 ปี และครองอำนาจสูงสุดในเกาหลีเหนือนับแต่นั้นเป็นต้นมา

นอกจากประวัติการเกิดยังสับสนแล้วการบริหารประเทศก็สับสนเช่นกัน ภายใต้การปกครองคิม จอง อิล ได้เปลี่ยนเกาหลีเหนือกลายเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนาภายใต้นโยบายเสริมกำลังทหารแต่ไม่เสริมสร้างเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเกาหลีเหนือดำเนินไปโดยการวางแผนกำหนดเป้าหมายและสั่งการจากส่วนกลาง อย่างปราศจากการทำงานของกลไกตลาด ทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่ง ผู้ขัดขืนหรือวิจารณ์ ถูกนำไปยิงเป้าหรือเข้าค่ายแรงงานในพื้นที่หนาวเย็นสุดสุด ชนิดไปแล้วไปลับ ส่งผลให้ความเป็นอยู่ของประชาชนประสบการขาดแคลนอาหารสุดๆ ในทศวรรษ 1990 จนมีประชาชนอดตายไปไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน

และรู้ไหมว่าคอมมีวิธีแก้ปัญหาอย่างงี้ยังไง มีข่าวลื่อว่าใน ปี 2006 นักเพาะพันธ์กระต่ายรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศเยอรมัน ได้รับการติดต่อจากรัฐบาลเปียงยาง ว่าจะขอซื้อกระต่ายขนฟูทั้งหมด 12 ตัว โดยทั้งหมดนั้นเป็นแผนของนาย คิมที่ตั้งใจจะผสมพันธ์กระต่ายด้วยตนเอง เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตในภาวะที่ข้าวยากหมากแพง (12 ตัวจะพอกินมั้ย)แม้ว่าผู้ขายจะเตือนว่า การนำกระต่ายไปผสมพันธุ์เพื่อกินเนื้อ จะทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะเจ้าพวกนี้มีแต่ขนพองๆฟู ส่วนเนื้อที่กินได้กลับมีปริมาณเพียง 5 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งพวกมันยังจะพาคนเลี้ยงจนอีกด้วย เพราะวันๆเล่นเขมือบมันฝรั่งกับแครอทเป็นปริมาณมากๆ แต่สุดท้ายเฮียคิมก็ยังจะสัยว์น้อยน่ารักสั่งมากินจนได้

แม้ประชาชนจะอดอยากปากแห้ง แต่ผู้นำรายนี้กลับใช้เงินกว่า 350,000 เหรียญสหรัฐ ต่อปี เพื่อคอนยัคของเฮนเนสซี่ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำเข้าคอนยัคอันดับ 1 ของโลก

การปกครองของคิม จอง อิลค่อนข้างมีส่วนผสมเอาแต่ใจของผู้นำรวมไปด้วย เช่น ในปี 2007  แพทย์บอกให้ คิมเลิกสูบบุหรี่ เขาเลยมีโครงการรณรงค์ห้ามสูบหรี่กันทั่วบ้านทั่วเมือง

แม้แต่ชีวิตส่วนตัว เขาก็เรื่องมากพอๆ กับการปกครอง ใน ปี 2004 พ่อครัวคนเก่าคนแก่ของ คิมเปิดเผยว่า คนงานของผู้นำเกาหลีเหนือต้องตรวจตราให้แน่ใจว่า เมล็ดข้าวทุกเม็ดของ คิม จะต้องมีขนาดเท่ากันและมีสีเดียวกัน ซึ่งเป็นความโปรดปราณแบบเฉพาะตัว

ครั้งหนึ่งเขาเคยประสบอุบัติเหตุระหว่างขี่ม้า คิมถูกสั่งให้ใช้ยาแก้ปวด ซึ่งจู่ๆเขาก็กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก จึงได้สั่งให้พนักงานทั้งครึ่งโหลเขาฉีดแบบเดียวกันกับเขาทันที ภายใต้ เหตุผลที่ว่า ถ้าเขาเป็นอะไร เขาก็จะไม่เป็นเพียงลำพัง นอกจากนี้ คิม จอง-อิลจะสั่งไม่ให้ฉายฟุตบอลโลกหากทีมโสมแดงแพ้

 ประชาชนไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับข่าวสารใดๆ มากกว่าที่ทางรัฐบาลกำหนด สถานีโทรทัศน์ในเกาหลีเหนือ ต้องหยุดฉายโฆษณา หลังผู้นำบ้าไม่พอใจที่มีการโฆษณาระหว่างการดูรายการต่างๆ ซึ่งเขายังพาลให้หัวหน้าสถานีโทรทัศน์ของโสมแดงถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วย

 หรือใครที่คิดลองดีหนีไปประเทศอื่นละก็นับลองเป็นจะได้รับบทลงโทษเป็นผีเฝ้า ประเทศแน่นอน

ภายใต้การปกครองของคิม จอง อิลทำให้ประเทศเกาหลีเหนือเป็นศัตรูกับประเทศอื่นไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เขาประกาศอย่างท้าทายโลกชว่าประเทศเกาหลีเหนือของตนมีระเบิดปรมาณู และตั้งใจจะสะสมอาวุธต่อไปเพื่อต่อสู้กับการรุกราน

คิมจองอิลเปลี่ยนเกาหลีเหนือจนกลายเป็น Hermit Kingdom (อาณาจักรของผู้ตัดขาดจากโลกภายนอก) และถูกเรียกว่าเป็น Axis of Evil (แกนแห่งความชั่วร้าย) มีหลักฐานเกาหลีเหนือเป็นแหล่งผลิตธนบัตรร้อยเหรียญสหรัฐปลอม เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสำหรับผลิตยาบ้าและยาเสพติดอื่นๆ มานานปี

บ้านเมืองเกาหลีเหนือกลายเป็นเมืองแห่งความเป็นระเบียบเงียบสงบ ทุกอย่างดูจะอยู่ใต้การควบคุมที่เข้มงวด ทุกแห่งที่ไปจะมีรูปปั้นและรูปเขียนของประธานาธิบดี คิม จอง อิล เต็มไปหมด และประชาชนต้องกราบรูปคิม จอง อิล ดุจพระเจ้ามิปาน

ปัจจุบันเราไม่รู้ชะตากรรมว่าคิม จอง อิลมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ผู้นำสูงสุดวัย 68 ปีของเกาหลีเหนือยังเก็บตัวเงียบ ท่ามกลางความอึมครึมทางการเมือง ไม่รู้เป็นหรือตายแล้ว  แต่ที่แน่ๆ เขาติดอันดับผู้นำยอดแย่ของโลกปัจจุบันโดยมิต้องสงสัย

 

10 อันดับนี้ไม่ได้เรียงนะครับ จัดอันดับตามความคิดของผมเอง เนื่องด้วยอันดับเว็บนั้นมันมีผู้นำจีนและซาอุด้วย ทำให้ผมไม่สามารถมาเขียนได้ เดี๋ยวคนอื่นจะมาด่าผม ไม่รู้ว่ามันมีพวกผู้พิทักษ์ซาอุด้วย และอันดับเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

http://www.parade.com/dictators/2009/

เอามาจากเว็บนี้แหละครับ มีถึง 20 คน ส่วนข้อมูลอื่นๆ เอามาจากวีกีพีเดียกับ

http://www.bangkok-today.com/node/3581

+ +


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 188 : 10 ผู้นำ(เลวร้าย)ที่ขึ้นชื่อในโลกปัจจุบัน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 21235 , โพส : 73 , Rating : 78% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3
# 73 : ความคิดเห็นที่ 21852
ท่านผู้นำฟิเดล คัสโตส จากเรไปแล้ว พ.ศ.2559
Name : corason [ IP : 49.49.238.119 ]

วันที่: 11 เมษายน 2560 / 23:37
# 72 : ความคิดเห็นที่ 21851
ท่านผู้นำฟิเดล คัสโตส จากเรไปแล้ว พ.ศ.2559
Name : corason [ IP : 49.49.238.119 ]

วันที่: 11 เมษายน 2560 / 23:37
# 71 : ความคิดเห็นที่ 21850
ท่านผู้นำฟิเดล คัสโตส จากเรไปแล้ว พ.ศ.2559
Name : corason [ IP : 49.49.238.119 ]

วันที่: 11 เมษายน 2560 / 23:37
# 70 : ความคิดเห็นที่ 21849
ท่านผู้นำฟิเดล คัสโตส จากเรไปแล้ว พ.ศ.2559
Name : corason [ IP : 49.49.238.119 ]

วันที่: 11 เมษายน 2560 / 23:36
# 69 : ความคิดเห็นที่ 21317
โพสต์ตามเวลาปัจจุบันนี้ รู้สึกว่าข้อมูลเก่ามากแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงปี พ.ศ. 2560 แล้ว
Name : Tea [ IP : 125.27.5.221 ]

วันที่: 20 กันยายน 2558 / 17:11
# 68 : ความคิดเห็นที่ 18215
ทษชว. ของไทย หายไปไหน
Name : GiantLord < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ GiantLord [ IP : 27.145.252.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 เมษายน 2556 / 11:56
# 67 : ความคิดเห็นที่ 14940
ถ้าผู้นำหรือพระราชาที่ดีที่สุดในโลก เราเลือก พระเจ้าอยู่หัว อยู่แล้ว
PS.  แฟรี่เทล!!!!
Name : โซนากะ มาระ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โซนากะ มาระ [ IP : 223.204.82.195 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2555 / 20:30
# 66 : ความคิดเห็นที่ 14485
 คิมจองอิลตายแล้ว กัดดาฟี่ตายแล้ว ~ :D

ไม่มีมูบารักของอียิปหรอคะ?

PS.  You're always there, you're everywhere, but right now I wish you were here... :(
Name : MMOOTOOB < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MMOOTOOB [ IP : 125.24.63.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มกราคม 2555 / 17:57
# 65 : ความคิดเห็นที่ 9335
ฮ่าๆ เฮฮาอันดับเก้า เหมือนกระเทยหลังซอยเลยวู้(อิอิ)
คิดเหมือนกันว่า ทักกี้ ของเราไปไส

PS.  ♥GoddeSS Of SpRing;ChanyaJungZ ♥
Name : ♥ChanyaJungZ♥ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♥ChanyaJungZ♥ [ IP : 115.87.202.240 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 / 16:44
# 64 : ความคิดเห็นที่ 8529

คห. 5359 ทั้งสองคน คือ วีรบรุษนะครับ คอนเฟิร์ม

Name : ข้าพเจ้า!!! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ข้าพเจ้า!!! [ IP : 125.26.240.69 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 / 11:11
# 63 : ความคิดเห็นที่ 8434
ดีที่ไม่ไปเกิดใน10ประเทศนี้  เฮ้อ  ประเทศไทยจงเจริญ!!
PS.  อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจากปัญญาและความกล้าหาญ
Name : uhakub < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ uhakub [ IP : 110.169.136.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 / 22:53
# 62 : ความคิดเห็นที่ 7534

โอ้ ... คุณคิมติดอันดับแรกเลยนะคะ 5555

Name : Imo'buff < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Imo'buff [ IP : 223.205.23.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2553 / 13:48
# 61 : ความคิดเห็นที่ 7310
น่าจะมีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ด้วยนะครับ
Name : mos [ IP : 125.27.25.121 ]

วันที่: 3 ตุลาคม 2553 / 22:35
# 60 : ความคิดเห็นที่ 6390
ขอเพิ่มเติมนิดนึงครับ อันนี้ผมได้มาจากเพื่อนที่เป็นคนพม่าโดยตรง แต่เป็นชนกลุุุุุ่มน้อย(กะเหรียง)และเป็นศัตรูของรัฐบาลพม่า เรื่องประวัติผู้นำพม่าดังนั้นเรื่องจึงค่อนข้างน่าเชื่อถือ ครับ ตานฉ่วยเดิมเป็นลูกชาวนาที่ยากจน ต่อมาพ่อและแม่เสียชีวิตเมื่ออายุเพียงสิบขวบ แต่เป็นคนที่เรียนดีมาก แต่ต้องออกกลางคันเมื่อเรียนอยู่มัธยมเนื่องจากยากจน ต่อมาก็สมัครงานทำงานที่ไปรษณีย์ และเข้าเรียนอีกครั้งจนจบมัธยม เมื่อทำงานได้สองปี ตานฉ่วยจึงไปสอบโรงเรียนนายร้อย แต่ได้เป็นแค่ นายร้อยสำรอง เมื่อเรียนจบโรงเรียนนายร้อยไม่นาน รัฐบาลดันพลิกล็อคเรียกเข้าประจำการได้เข้าป็นที่แรกรับราชการเป็นร้อยหนุ่มที่รัฐฉานเนื่องจากท่านได้จบด้านหลักสูตร(จิตวิทยาทหาร)ผลงานดีเยี่ยมเนื่องจากสามารถเกลี้ยกล่อมให้รัฐที่ฉานซึ่งเป็นรัฐที่เข้มแข็งที่สุดที่ต่อสู้กับรัฐบาลยอมวางอาวุธเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ท่านยังเป็นคนเคร่งศาสนาพุทธมาก ไม่ทานเนื้อสัตว์เลย และที่สำคัญมีเมียคนเดียว ไม่มีบ้านน้อยบ้านเล็กให้ลูกเมียปวดหัว เนื่องจากผลงานเข้าตาทหารผู้ใหญ่จึงเข้าประจำเลือกตั้งการที่เมืองหลวงและเป็นเสนาธิการในเวลาต่อมา ตำแหน่งก็เจริญเป็นลำดับ(ว่ากันว่ามีเงินใต้ดินจำนวนมากจากขุนส่าเพื่อแลกกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์) โดยอาสัยอำนาจ(เงิน)และบารมีในกองทัพใต่เต้ามาเรื่อยๆ ผมเองอยากเตือนเพื่อนๆให้ใช้วิจารณญานเรื่องที่ฝรั่งเขียน ผมเองก็มีหลายเรื่องที่ไม่เห็นด้วยครับเกี่ยวกับเรื่องหลายเรื่องที่ฝรั่งเอามายัดใส่หัวเรา เพราะฝรั่งชอบสร้างภาพที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริงเพื่อหลอกคนเอเชียกับพวกเรา ผมเองก็มีหลายเรื่องที่ไม่สามารถนำมาลงให้เพื่อนๆได้อ่านได้เพราะกลัวภัยมาหาตัว
แต่เอาไปคิดเล่นๆนะครับ 1.ทำไมฝรั่งบอกว่าแอฟริกาอันตราย แต่มันดันไปค้าขายเอาประโยชน์ พอมีนายกไทยจะไปค้าขายกับที่นี่ก็โดนบีบจนอยู่ไม่ได้ 2.ทำไมไทยถึงได้รู้สึกดีกับฝรั่งเศสนัก นำเข้าน้ำหอม กระเป๋า อื่นๆอีกทั้งๆที่ไทยโดนฝรั่งเศสข่มเหงแต่กลับเกลียดพม่า 3.อดีตนายกไทยท่านหนึ่งถูกใส่ร้ายว่าลอบสังหารพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวรัชการที่8 (เป็นดร. หัวดีทััันฝรั่ง)ความจริงเป็นอย่างไร///ฯลฯ หากท่านใดอยากได้ข้อมูลก็เมลล์ได้ครับ pp_nara@yahoo แลกเปลี่ยนความคิดกันครับ เพราะผมเองก็อยากได้ข้อมูลเพิ่มจากเพื่อนๆเช่นกัน ผมออกตัวก่อนนะครับผมไม่ใช่เสื้อแดง ไม่ใช่เสื้อเหลือง ผมเป็นคนไทย ที่อยูตรงกลางของความขัดแย้ง และยืนดูอย่างเวทนา ผมเรียนที่ไทย และเคยใช้ชีวิตเมืองนอกมา จึงพอรู้ทันฝรั่ง
Name : เด็กบ้านนอก [ IP : 119.31.126.67 ]

วันที่: 20 สิงหาคม 2553 / 12:03
# 59 : ความคิดเห็นที่ 5958
แต่ละคน อับดับ 2 และอันดับ 1 นี่สุดจะ...
PS.  SHINee พี่คืออ๊อกซิเจนของฉัน? รักผู้ชาย 5 คนนี้จริงๆนะ
Name : fah_ชยาอินี่ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fah_ชยาอินี่ [ IP : 124.121.88.218 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 สิงหาคม 2553 / 08:26
# 58 : ความคิดเห็นที่ 5340
อันดับ 1 นะ ไม่ใช่ 14! 5555
ทักษิณกับฮิตเลอร์ ไปไหนอะ - -*
Name : funkyshroom* [ IP : 58.137.158.114 ]

วันที่: 18 มิถุนายน 2553 / 14:54
# 57 : ความคิดเห็นที่ 5235
10-20 คนนี้ = ทักษิณตัวเดียว
Name : ... [ IP : 118.174.54.5 ]

วันที่: 12 มิถุนายน 2553 / 19:46
# 56 : ความคิดเห็นที่ 5234
ไม่มีทักษิณ หราฟะ ???
Name : ... [ IP : 118.174.54.5 ]

วันที่: 12 มิถุนายน 2553 / 19:44
# 55 : ความคิดเห็นที่ 5124

จริงๆเมื่อก่อน โรเบิร์ต มูกาเบ้ เคยเป็นวีรบุรุษของซิมบับเวนะครับ เพราะแกนี่แหล่ะเป็นผู้เรียกร้องเอกราชให้กับซิมบับเวจากอังกฤษ  แกเคยติดคุกนานหลายปีจากเรื่องเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชนี่แหล่ะ  พอเป็น ปธน ก็เกิดหลงอำนาจบริหารประเทศห่วยแตก จนเปลี่ยนจาก วีรบุรุษ เป็น ทรราชย์ ในตอนนี้

มูกาเบ้ออกกฏเลยนะว่าในโรงหนังก่อนฉายจะต้องมีรูปตัวเองขึ้นก่อน และคนดูหนังจะต้องยืนทำความเคารพ ( ไม่ยืนผิดกฏหมาย ) มีเรื่องเล่าว่า อยู่มาวันนึงมูกาเบ้เกิดอยากรู้ว่าคนซิมบับเวภักดีกับตัวเองแค่ไหนก็เลยปลอมตัวเข้าโรงหนัง  เมื่อถึงเวลาฉายรูปมูกาเบ้ ปรากฏว่าทุกคนในโรงหนังต่างลุกขึ้นยืนโดยพร้อมเพรียงกัน  ทำเอามูกาเบ้เกิดอาการ " ปลื้มอย่างแรง " จนลืมยืนทำความเคารพตัวเอง
  แต่ที่ขำก็คือ ขณะที่มูกาเบ้กำลังปลื้มอยู่นั้นก็มีมือมาสะกิดข้างหลังแก แล้วพูดว่า  " ข้าพเจ้ารู้สึกเห็นใจท่านที่รังเกียจชั่วนี่  แต่เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง  ขอให้ท่านทนยืนให้มันสัก 2-3 นาทีเถิด "  น่าเสียดายที่ไม่ได้เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

Name : kevin G < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kevin G [ IP : 125.27.196.145 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 มิถุนายน 2553 / 21:05
# 54 : ความคิดเห็นที่ 5077

อันดับ 14 คิม จอง อิล (Kim Jong-il)

ไม่ค่อยจะดีมั้ง


PS.  เมื่อวันเวลาที่ฝนจางฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ...ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ
Name : Season_Change < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Season_Change [ IP : 125.24.128.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มิถุนายน 2553 / 20:40
# 53 : ความคิดเห็นที่ 4760
อันดับที่ 1 นี่สุดๆแล้วจริงๆค่ะ

อ่านคุกใต้ดินแล้วแบบว่า...-*-
Name : นู๋น้อยJR < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นู๋น้อยJR [ IP : 61.90.7.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤษภาคม 2553 / 12:13
# 52 : ความคิดเห็นที่ 4719
สดๆร้อนนี่จากเมืองไทยเลยนะคะ อภิสิทธ์ เวชชาชีวะเลยค่ะ รายนี้หล่อมเกรียมชนิดคาดไม่ถึงเลยค่ะ
Name : พลอยไพลิน [ IP : 110.164.161.59 ]

วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 / 16:42
# 51 : ความคิดเห็นที่ 4666
 ไม่แปลกใจเลยที่คิมจองอิลได้ที่หนึ่ง ตอนอ่านเืรื่องค่ายนรกที่เกาหลีเหนือนี่แบบว่า... โอว เขาคนนี้นี่นรกส่งมาให้นักโทษนี่นั่นจริงๆ



PS.  "Don't be embarrassed, I think... it's only fair that you have your fun, too..."
Name : Lofe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lofe [ IP : 183.89.168.84 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 / 18:29
# 50 : ความคิดเห็นที่ 4650
อันดับ 1 ของเค้าแรงจริงๆ

ปกครองได้...สุดๆ
PS.  มีไว้ทำอะไรนะ
Name : Hanami < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hanami [ IP : 65.49.14.55 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 / 21:21
# 49 : ความคิดเห็นที่ 4394

อันดับ 1 นี่แน่นอน


PS.  ถ้าฉันเป็นติ่งหู พวกคุณก็ไส้ติ่งน่ะแหละ พวกไร้ประโยชน์แถมจะสร้างโทษให้ร่างกายซะอีก หึๆ
Name : me,dae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ me,dae [ IP : 180.180.117.234 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 / 20:43
หน้าที่ 1 | 2 | 3
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android