คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 187 : 10 การทดลองในมนุษย์ที่สุดแสนจะน่ากลัว


     อัพเดท 23 เม.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,838 Overall : 2,763,420
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 187 : 10 การทดลองในมนุษย์ที่สุดแสนจะน่ากลัว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17992 , โพส : 49 , Rating : 84% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



                การทดลองในมนุษย์นั้นเป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้มาช้านาน แม้มันจะทำให้เทคโนโลยีก้าวหน้าก็ตาม แต่เนื่องด้วยจริยธรรมและศิลธรรมทำให้การทดลองเหล่านี้เป็นเรื่องโหดร้าย และนี้คือ 10 รายการที่มีชื่อสียงเรื่องการแพทย์ ของการทดลองโดยใช้มนุษย์เป็นๆ มาทดลอง

 

อันดับ 10 Stanford Prison Experiment

 เรือนจำ Stanford

การทดสอบคุกสแตนฟอร์ดเป็นการทดลอบทางจิตวิทยาเพื่อการศึกษาการตอบสนองของมนุษญ์เมื่อถูกจับกุมและผลกระทบต่อพฤติกรรมเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังในเรือนจำ การทดลองดำเนินการในปี 1971 โดยนักจิตวิทยา ฟิลิป ซิมบาโด(Philip Zimbardo) ของมหาลัยสแตนฟอร์ดมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยให้อาสาสมัครเป็นนักศึกษาทั้งหมด 20 คน มาเล่นบทนักโทษและผู้คุม(ทั้งหมดไม่รู้จักกันมาก่อน)ในคุกจำลองในชั้นใต้ดินของอาคารจิตวิทยาสแตนฟอร์ด 8 คนที่ถูกสุ่มจะได้เป็นผู้คุมได้ชุดฟอร์ม อุปกรณ์ครบมือ อีก12 คนที่เหลือเป็นนักโทษ ซึ่งไม่มีสิทธิในฐานะความเป็นมนุษย์ใดๆทั้งสิ้น แล้วกำหนดเงื่อนไขสถานการณ์ต่างๆ เข้าไประหว่างการทดลอง เพื่อให้ฝ่ายผู้คุมได้ใช้อำนาจของตน และให้ฝ่ายนักโทษปฏิบัติตาม (โดยห้ามใช้ความรุนแรงใดๆทั้งสิ้น หากใช้ความรุนแรงจะถูกตัดออกจากการทดลองทันที และสามารถออกไปกลางคันได้ไม่ได้เงินค่าจ้าง) โดยตอนแรกกะว่าจะทดลองสองสัปดาห์ แต่ปรากฏว่าล้มเหลวต้องหยุดกลางคันเพียงหกสัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากบทบาทของอาสาสมัครเกินขอบเขตที่จะคาดการณ์ได้และนำไปสู่สถานการณ์ที่อันตรายและเสียทางทางจิตใจ และตอนเริ่มต้นการทดลองก็เพิ่งมาทำความรู้จักกัน พวกเขายังยิ้มแย้ม หยอกล้อเล่นหัวกันแบบเพื่อน แต่เมื่อการทดลองนี้ดำเนินไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าอาสาสมัครแต่ละคน แต่ละฝ่าย ค่อยๆ อินกับบทบาทสมมติของตนมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาเริ่มทะเลาะกัน กลั่นแกล้งกัน ทำร้ายกันไปมา แล้วในที่สุด พวกเขาก็กลายเป็นผู้คุมจอมโหดและนักโทษเดนตายไปได้จริงๆหนึ่งในสามของผู้คุมกลายเป็นคนที่มีนิสัยโหดร้ายทารุณชอบทรมานนักโทษ(จำลอง)หลายคนจนบอบช้ำ และสองคนถูกตัดจากการทดลอง(บางเว็บบอกเพราะสองคนนั้นตาย) ทำให้การทดลองนี้ล้มเหลวในที่สุด

 

                อันดับ 9 The Monster Study

           Stuttering    

The Monster Study เป็นการทดสอบการพูดติดอ่างของเด็ก โดยใช้เด็กกำพร้า 22 คน(อายุ 5-15) ใน ดาเวนพอร์ท, ไอโอวา ปี 1939 ดำเนินการโดย จอห์นสัน(Wendell Johnson) แห่งมหาลัยไอโอวา จอห์นสันเลือกหนึ่งในนักศึกษาระดับบัณฑิตของเขาแมรี่ ทิวเดอร์ (Mary Tudor) ดำเนินการทดสอบและวิจัยดูแลเด็กกับด้วย สำหรับวิธีการทดลองจอห์นสันจะแบ่งเด็กเป็นสองกลุ่ม เด็กกลุ่มหนึ่งจะได้รับฟังแต่คำพูดที่ดี คำพูดสรรเสริญในแง่บวก เด็กอีกกลุ่มได้รับฟังแต่ถ้อยคำที่หยาบช้า ทับถม ติเตียนแง่ลบ ผลการทดลองพบว่า เด็กที่ฟังแต่คำชมสามารถพูดคล่องแคล่วและพูดจาสุภาพ แต่ปัญหาของการทดลองนี้คือกลุ่มที่ 2 ที่เป็นกลุ่มเด็กที่ฟังด้วยคำพูดในแง่ลบ มีปัญหาทางจิต ดื้อ เก็บกด ไม่ค่อยกับคนอื่น สร้างโลกส่วนตัว ชอบพูดติดอ่าง และส่งผลกระทบต่อการใช้ภาษาไปชั่วระยะหนึ่ง การทดลองนี้ทำให้จอห์นสันเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมากและสังคมเริ่มตื่นตัวการทดลองนี้เทียบเท่ากับการทดลองมนุษย์ของพวกนาซีในสงครามโลกครั้งที่ 2  จนมหาลัยไอโอวาต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณะชนในการทดลอง The Monster Study  ในปี 2001 (และจ่ายเงินค่าเสียหายแก่เด็กกำพร้า 6 คน เป็นจำนวนถึง 920,000 ดอลลาร์)


               อันดับ 8 Project 4.1

    300Px-Project 4.1 Figures

                รัฐบาลสหรัฐได้มีโครงการเกี่ยวกับการศึกษาการแพทย์โดยการนำประชาชนจำนวนหนึ่งไปปล่อยบนเกาะมาร์แชล Marshalls เพื่อสัมผัสกัมมันตภาพรังสีที่ออกมาจากของเสียในเหตุการณ์ Castle Bravo ที่เกาะบิกีนี่ เมื่อ 1 มีนาคม 1954 ซึ่งเกาะแห่งนี้ได้รับปริมาณรังสีนี้ในปริมาณมากกว่าที่คาดคิด ผู้ทดลองได้รับกัมมันตภาพรังสีปริมาณหนึ่งๆอย่างต่อเนื่อง และเมื่อสิ้นสุดโครงการ ก็สังเกตผลกระทบ ระยะแรกผู้เข้าร่วมโครงการยังปกติอยู่หากแต่อีกไม่กี่ปีต่อมา ผลกระทบก็ตามมา เช่น การแท้งบุตร มะเร็งต่อมไทรอยด์ เด็กที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติต่าง ฯลฯ จนโครงการนี้ได้ถูกประณามจากผู้เชี่ยวชาญว่า “พวกเขาถูกใช้เป็นหนูตะเภาทดสอบรังสี”


           อันดับ 7 Project MKULTRA

 Cia Lsd

http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=20449.30;wap2

โครงการ เอ็มเคอัลทราหรืออีกชื่อหนึ่งว่า CIA mind-control research program เป็นการทดลองลับๆ ที่หน่วยข่าวกรองกลางและสืบราชการลับของสหรัฐ หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ"ซีไอเอ" พยายามปิดบังซ่อนเร้นไม่ให้ประชาชนรู้

โครงการเอ็มเคอัลทราเป็นการศึกษาและทดลอง "การควบคุมพฤติกรรมมนุษย์" โดยใช้สารเคมีและสารชีวภาพ เพื่อนำมาดัดแปลงใช้ทำอาวุธสงครามแรกเริ่มเดิมทีนั้น ซีไอเอ ไม่ได้คิดจะสร้างอาวุธชนิดนี้ พวกเขาเพียงแต่กลัวว่าประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐจะใช้อาวุธเคมีและชีวภาพในการทำสงคราม พวกเขาจึงต้องทำการศึกษาเตรียมไว้ก่อนเพื่อจะได้ป้องกันและแก้ไขแก่สถานการณ์ภายภาคหน้าเอาไว้

การทดลองนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1950 และต่อเนื่องจนถึงปี 1960 มีข่าวลื่อต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับการทดลองนี้ว่าโครงการนี้ใช้ยาหลายประเภทรวมทั้งวิธีการต่างๆ มาทดลองกับคนทดลองเพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจและสมองโดยไม่สนจะเต็มใจหรือไม่

สำหรับวิธีการทดลองพวกนักวิทยาศาสตร์ผู้เข้าร่วมโครงการนี้การทดลองในช่วงแรกนั้นทำขึ้นที่ ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด เล็กซิงตัน (Lexington Rehabillitation Center) ซึ่งปัจจุบันก็คือสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ (National Institute of Mental Health) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักโทษอาสาสมัครคดียาเสพติดนักโทษเหล่านี้จะต้องเซ็นชื่อยินยอม อนุญาตให้นำสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายของพวกเขาได้ จากนั้นพวกเขาก็ได้รับสารเสพติดชนิดเดียวกับที่พวกเขาแต่ละคนติด

ต่อมาก็มีทดลองโดยฉีดยาหลอนประสาท LSD((Lysergic acid diethylamide)) ให้กับลูกจ้าง CIA, ทหาร, แพทย์, ข้าราชการ, โสเภณี, ผู้ป่วยจิตเวช และบุคคลทั่วไปจำนวนหนึ่งซึ่งมีหลายระดับชนชั้นตั้งแต่อาชญากรชั้นต่ำไปจนถึงระดับไฮโซ มีทั้งคนอเมริกันและคนต่างชาติ เพื่อศึกษาฤทธิ์ของยา LSD ซึ่งคนที่ทดลองบางคนก็ยินยอม บางคนไม่ได้รับเนื้อหาการทดลอง และบางคนไม่ยอมให้ตนเองมาทดลองกับโครงการนี้ แต่กระนั้นบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและวุฒิสมาชิกต่างก็พากันปฏิเสธกันให้พัลวันว่าไม่มีการทดลองที่ผิดศีลธรรมและจรรยาดังกล่าว

ในปี 1973 CIA ถูกสั่งให้ทำลายไฟล์ทั้งหมด ทำให้เอกสารเกี่ยวกับโครงการนี้ถูกทำลายเผาไหม้ไปด้วย ทำให้ไม่มีหลักฐานว่ามีการทดลองนี้เกิดขึ้นจริงใน CIA


 

อันดับ 6 The Aversion Project

            Levine

                โครงการแห่งความเกลียดชัง เป็นการทดลองของหน่วยงานตามนโยบายการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ที่บังคับนำทหารรักร่วมเพศผิวขาว (เลสเบี้ยนและเกย์) มาทำการทดลอง "เปลี่ยนเพศ" (The Aversion Project) ซึ่งดำเนินตั้งแต่ปี 1970 และ 1980 โดยใช้สารเคมีที่มีผลทำให้หมดความรู้สึกทางเพศ/เป็นหมัน (chemical castration) ใช้กระแสไฟฟ้าช็อต ฮอร์โมน และอื่นๆ การทดลองทางแพทย์ที่ผิดจรรยาบรรณนี้ไม่มีตัวเลขผู้ทดลองที่แน่นอนแต่ก็มีการประเมินว่าผู้ทดลองมีมากถึง 900 คนที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนเพศ และอาจมีการดำเนินการระหว่าง 1971 และ 1989ที่โรงพยาบาลทหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการลับสุดยอด ผลกระทบต่อการทดลองนี้คือคนที่โดนทดลองกลายเป็นอาการทางจิต ไม่สามารถหายจากการติดยาเสพย์ติดได้ ต้องบำบัดอาการช็อกความเกลียดชังเรื่องเพศของตัวเอง และการรักษาฮอร์โมนและอื่นๆ



อันดับ 5 North Korean Experimentation

 200403020016 01

มีรายงานจำนวนมากเกี่ยวกับการทดลองในมนุษย์ในค่ายกักกัน(นรก)ของเกาหลีเหนือ รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและการทดลองนั้นคล้ายกับการทดลองมนุษย์ของนาซีและญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองไม่มีผิด แต่กระนั้นข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ถูกปฏิเสธทั้งหมดโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือโดยอ้างว่านักโทษทั้งหมดในเกาหลีเหนือถือว่าเป็นมนุษย์

อดีตนักโทษเกาหลีเหนือที่สามารถหลบหนีไปยังต่างประเทศได้บอกว่า นักโทษที่ค่ายกักกันเกาหลีเหนือถูกทดลองมนุษย์เสมือนพวกเขาเป็นสัตว์ไม่ใช้คน และวิธีการทดลองนั้นสยดสยอง พวกเขายกตัวอย่างว่า 50 นักโทษหญิงที่สุขภาพดีถูกคัดเลือกและได้ถูกบังคับรับประทานใบกะหล่ำปลีที่เต็มไปด้วยพิษร้ายแรง(หากนักโทษไม่กินจะโดนซ้อมทั้งตัวนักโทษและครอบครัว) หลังจากที่ได้กินนักโทษส่งเสียงกริ๊ดร้องและทุกข์ทรมาน หลังจากนั้น 20 นาทีต่อมาพวกเขาทั้งหมดอาเจียนเป็นเลือดออกทางปากและทางทวารหนัก ก่อนที่จะตายอย่างน่าสงสาร

ควอน (Kwon Hyok) อดีตผู้คุมหัวหน้ารักษาความปลอดภัยที่แคมป์ 22 บอกว่าพวกเขาจะมีห้องปฏิบัติการหลายห้องสำหรับทดลองก๊าซพิษ,การสำลักอากาศและการทดลองเลือด ซึ่งจะเลือก 3 ใน 4 คนหรือทั้งครอบครัวมาทดลอง หลังจากระยะการตรวจสอบต่างๆ พวกเขาจะถูกส่งไปยังห้องรมก๊าซ แพทย์จะฉีดยาพิษเข้าสู่ทดลองและพวกเขาก็มองผ่านกระจก มองดูคนทดลองตายอย่างช้าๆ อดีตผู้คุมอ้างว่าเขาได้เห็น 2 ครอบครัว พ่อ แม่ และลูกสาวตายจากการสำลักก๊าซ และผู้ปกครองอีกคนพยายามช่วยเด็กด้วยการเป่าปากกับปากไปตราบเท่าพวกเขายังคงมีลมหายใจอยู่


อันดับ 4. Poison laboratory of the Soviets

          Sovietlab

                ห้องปฏิบัติการพิษของหน่วยลัยโซเวียต หรือเรียกว่าปฏิบัติการ 1, ปฏิบัติการ 12 และ Chamber เป็นการทดลองวิจัยเกี่ยวกับพิษต่างๆ ที่พัฒนาในสถานที่หน่วยงานตำรวจลับของโซเวียตภายใต้การนำของ Pavel Sudoplatov โดยโซเวียตทดสอบพิษร้างแรงชนิดต่างๆ กับนักโทษจากคุก Gulag (ศัตรูของประชาชน)โดยการสูดดมหรือกิน,ดื่มที่มีส่วนผสมของนา เช่นก๊าซมัสตาร์ด,ไรซิน (Ricin) เป็นสารพิษ อาจอยู่ในรูปของฝุ่นผง ละอองหรือเป็นเม็ด,ไดจิท็อกซิน(digitoxin)  และยาพิษอื่นๆ อีกหลายขนาน เป้าหมายของการทดสอบเพื่อหาสารพิษที่ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ส่งผลให้เหยื่อการทดลองมีร่างกายเปลี่ยนไป และบางรายตายภายในสิบห้านาที


          อันดับ 3 Tuskegee Syphilis Study

         Event Tuskegee

http://www.medicine.cmu.ac.th/research/ethics/Evolution.htm

ปี ค.ศ. 1972 เกิดข่าวเสื่อมเสียเกี่ยวกับการทดลองศึกษาโรคซิฟิลิสในอเมริกา เรียกว่า Tuskegee Syphilis Study ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1932 -1972 ระยะเวลานานถึง 40 ปี ใน Tuskegee เมืองชนบทในมลรัฐอลาบามา โดย U.S. Public Health Service (PHS) ของอเมริกาที่ต้องการศึกษาการเจริญเติบโตของโรคซิฟิลิส เพื่อเข้าใจโรคที่ยังไม่มียารักษา โดยการทดลองนี้คือการการฉีดยาให้แก่ผู้ทดลองแก่คนผิวดำกว่า 412คน(ชุดแรก) ในย่านอาศัยแถวนั้น โดยคนผิวดำส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือและยากจน จากนั้นก็ศึกษาวิจัยการดำเนินโรคซิฟิลิสตามธรรมชาติในคนโดยที่คนเหล่านั้น  ผู้โชคร้ายเหล่านี้เข้าใจว่า ตนกำลังได้รับการรักษาจากรัฐ โดยไม่เคยมีใครบอกให้รู้ว่าเป็นโรคอะไร และจะไม่ได้รับการแจ้งว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และไม่ได้รับการรักษาใด ๆ เลย มีการทำหัตถการหลายอย่างเพียงเพื่อการศึกษาวิจัย เช่น การเจาะหลังเพื่อนำน้ำไขสันหลังไปตรวจ เป็นต้น  ตอนแรกการทดลองวางกำหนดการณ์ไว้ที่ไม่กี่เดือน แต่การวิจัยครั้งนี้กลับดำเนินการต่อเนื่องถึง 40 ปี ส่งผลให้ผู้ถูกทดลองรอดชีวิตเพียงประมาณ 70 คนจากทดลอง(ไม่รวมผู้ที่ติดเชื้อจากการทดลองนี้) แล้วสิ่งที่ได้คือวงการแพทย์ได้ศึกษาเกี่ยวกับซิฟิลิสอย่างละเอียด

นิวยอร์กไทม์ได้ประนามการทดลองนี้ว่า "เป็นการทดลองที่ไม่มีการให้ยารักษา ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการแพทย์" เป็นการทดลองที่ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย อีกทั้งโรคนี้มียารักษามานานแล้ว เห็นได้ว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น และมีการกระจายภาระไม่เป็นธรรมโดยเลือกแต่ชาวผิวดำในพื้นที่ยากจน ส่งผลให้ประธานาธิบดีแถลงขอโทษต่อผู้เข้าร่วมโครงการที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือครอบครัว และชุมชน และเสนอให้ดูแลชดใช้ความเสียหายอันเกิดจากโครงการวิจัย ในปี ค.ศ. 1997 ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เข้าทำเนียบขาวเพื่อรับฟังคำกล่าวขออภัยจากประธานาธิบดีคลินตัน  นำไปสู่การออกกฎหมายควบคุมดูแลการวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา (National Research Act)

 

          อันดับ 2 Unit 731

Unit731S
          ย้อนไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่
2 อันเป็นที่มาของการก่อตั้งหน่วยปฏิบัติการ  731 ด้วยเหตุว่าเมื่อเกิดสงคราม เป้าหมายคือชัยชนะ ทั้งสองฝ่ายต่างงัดเล่ห์เพทุบายมาใช้โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมหรือความชอบธรรมใด ๆ และสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่งคือการใช้สารพิษและอาวุธชีวภาพ หรือพูดง่าย ๆ ว่าอาวุธเชื้อโรคเพื่อทำลายพลเมืองทีละเป็นหมื่นเป็นแสนคน จนเป็นเรื่องฉาวโฉ่ที่สุดในอาชญากรรมสงครามของญี่ปุ่น

หน่วยปฏิบัติการ 731 (1937-1947) เป็นชื่อหน่วยปฏิบัติการทางการแพทย์ของญี่ปุ่น ภายใต้การควบคุมกำกับโดยนายแพทย์ อิชิอิ ชิโร(Shiro Ishii) การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ในการสร้างพัฒนาอาวุธเชื้อโรคเพื่อใช้ในสงครามอย่างมีประสิทธิภาพ และการทดลองนี้จำเป็นที่ต้องใช้มนุษย์เป็นๆ ในการทดลองจำนวนมาก หน่วยนี้ได้ถูกส่งมายังประเทศจีนและเลือกเมืองฮาร์ปินเป็นที่ตั้ง และปกปิดชื่อโครงการโดยใช้ชื่อ หน่วยงานพิเศษเพื่อการศึกษาภูมิคุ้มกันและการบำบัดน้ำเสีย จากนั้นก็นายทหารผู้ช่วยให้ตระเวนจับชาวจีนหรือรัสเซียผู้โชคร้ายมายังห้องปฏิบัติการ เพื่อทดลองมนุษย์เป็นๆ

การทดลองของโครงการนี้มีหลายอย่าง เช่น การผ่ามนุษย์โดยไม่ใช้ยาสลบ, การใส่สารพิษที่คิดค้นมาใหม่ลงไปในหารและน้ำดื่ม เพื่อฆ่าประชาชนทีละมาก ๆ, การบังคับให้หญิงสาวร่วมเพศกับชายที่ป่วยเป็นโรคซิฟิลิส (หนองใน) นับสิบคน เพื่อศึกษาการพัฒนาเชื่อซิฟิลิสที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์, การฉีดเลือดสัตว์ที่มีเชื่อเข้าร่างกายมนุษย์ที่ถูกจับมาเป็นเหยื่อ เพื่อดูผลการแพร่เชื้อในมนุษย์เป็น ๆ,  การจับเหยื่อห้อยหัวลงจนกว่าจะตาย เพื่อทดสอบความทนในการเอาชีวิตรอด, การจับเหยื่อเข้าไปในห้องทดลอง และอัดความดันหรือดูดอากาศออกจนร่างระเบิดเละ, การจับมนุษย์เปลือยร่างแช่ในน้ำอุณหภูมิเป็นลบ, การตัดเอาชิ้นส่วนมนุษย์ออก เช่น ตัดกระเพาะออก นำลำไส้ต่อตรงมาที่หลอดอาหารเพื่อดูว่ามนุษย์ไม่มีกระเพาะอาหารจะมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่, การตัดแขนขา และนำต่อใหม่ด้วยการสลับข้าง ฯลฯ  ซากของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะถูกโยนเข้าไปในเตาเผาด้านหลังของหน่วยปฏิบัติการ สิ่งเหล่านี้คือภารกิจของหน่วยปฏิบัติการ  731

สิ่งที่น่าตะหนกคือ หน่วยปฏิบัติการ 731 ได้เคยทดลองใช้อาวุธชีวภาพเพื่อฆ่ามนุษย์ทั้งในห้องปฏิบัติการและในสนามรบของประเทศจีนมากกว่า 2,700 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตล้มตายนับจำนวนไม่ได้ มีการลอบใส่สารพิษลงไปในน้ำดื่มและอาหารที่ประชาชนบริโภค การโปรยหมัดที่ติดเชื้อรุนแรงลงไปในเมืองใหญ่ ๆ ปล่อยเชื้อไข้ไทฟอยด์ อหิวาห์ บิด ลงไปในน้ำดื่ม  การใช้ก๊าซพิษฆ่าคนทีละมาก ๆ

ในเวลาต่อมาเมื่อหน่วยถูกยุบ นายแพทย์อิชิอิ ชิโร ไม่ได้ถูกตัดสินหรือจำคุกในฐานะอาชญากรในสงครามใดๆ ทั้งสิ้น เขาเสียชีวิตลงเมื่ออายุ 67 โดยโรคมะเร็งลำคอ 

 

 

อันดับ 1 Nazi Experiments

 Dachautests

                การทดลองมนุษย์ของนาซีเป็นการทดลองมนุษย์ที่ใช้มนุษย์เป็นๆ จำนวนมากและสังเวยชีวิตกับการทดลองนี้มากเช่นกัน ภายใต้ระบอบนาซีเยอรมันเต็มที่ในการทดลองมนุษย์ในค่ายกักกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดนเฉพาะที่"ค่ายเอาชวิตซ์" (Auschwitz) และดาเชา (Dachau) และที่ค่ายกักกันอื่นๆ ทั่วยุโรป นักโทษที่ส่วนใหญ่เป็นชาวยิวหรือชาวรัสเซียนั้นถูกพวกนาซีใช้เป็นหนูตะเภาในการทดลองทางการแพทย์หลายอย่าง ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการคิดค้นยา และการหาวิธีการรักษาทหารเยอรมันจากโรคภัยและอันตรายที่เกิดขึ้นเนื่องๆ ในระหว่างสงคราม วัตถุประสงค์ทางการทหาร การทดลองระดับลับสุดยอด โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองกำลังทหารนาซี

แพทย์เหล่านั้นมิใช่ถูกบังคับข่มขู่ แต่เป็นการกระหายใคร่รู้ในผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์โดยไม่มีเหตุผล ไม่คำนึงถึงศีลธรรมและไร้ซึ่งจรรยาบรรณ เมื่อคำพิพากษาหนึ่งเดียวสำหรับนักโทษชาวเยอรมัน เชลยชาวยิว โปแลนด์ เชค รัสเซียฯลฯ คือ "ไร้ค่า" แพทย์ในคราบสัตว์กระหายเลือดเฝ้ารอคำสั่งจากท่านผู้นำฮิตเลอร์ให้ใช้นักโทษ "ทดลอง" เพื่อความรุ่งเรืองของเยอรมนี

นักวิจัยที่มีชื่อเสียมากกว่าชื่อเสียงที่สุดก็คือ Dr.Sigmund Rascher เป็นผู้ควบคุมการทดลองในดาเชา และยังเป็นคนคิดค้นวิธีการทดลองแนวไซโคแบบต่างๆ เช่น

-การฉีดไข้มาเลียให้นักโทษที่มีร่างกายปกติดี(ประมาณ 1,100 ในค่ายคาเคา)เพื่อให้คนเหล่านั้นเป็นไข้ขึ้นมา แล้วจึงทดลองรักษาด้วยการใช้ยาชนิดต่างๆ เพื่อศึกษาผล ปรากฏว่า นักโทษหนูตะเภาและนักโทษอื่นๆ ที่ร่างกายอ่อนแอก็พลอยรับเชื้อติดต่อจากนักโทษคนอื่นๆ ไปด้วย ทำให้มีนักโทษจำนวนไม่น้อยที่ต้องสังเวยชีวิตไปในการทดลองครั้งนี้

-นอกจากนี้พวกนาซียังทดลองเรื่องสภาวะความกดดันอากาศลดต่ำโดยฉับพลัน(Decompression)ซึ่งสภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบินถูกยิงในขณะบินในระดับสูงๆ อันทำให้ความกดดันอากาศในห้องนักบินที่ปรับไว้พอดีสำหรับร่างกายของมนุษย์เกิดลดต่ำอย่างกะทันหัน นักโทษที่เป็นหนูตะเภาจะต้องถูกนำไปใส่ห้องที่ปรับความดันอากาศต่ำ และสังเกตอาการ ซึ่งอาการที่ปรากฏก็คือขาดออกซิเจนจนตัวเขียว หายใจเร็ว หนาว อาเจียน จนหมดสติ มีบันทึกของนักโทษคนหนึ่งในค่ายคาเคาที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการทดลองนี้ว่ามีนักโทษ 200 คนเข้ามาเป็นหนูทดลอง มีคนตาย 70-80 คน

-การทดลองเพื่อหาวิธีช่วยชีวิตนักบินทหารอีกอย่างคือ การทดลองคนที่หนาวจนแข็ง เพราะนักบินอาจตกลงในน้ำทะเลที่เย็นจัด เมื่อช่วยนักบินขึ้นจากน้ำแล้วจะมีวิธีใดที่ทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นโดยเร็ว ดังนั้น นักโทษจึงถูกสวมชุดนักบิน แล้วนำไปแช่อ่างที่มีน้ำเย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง ให้หนาวจนถึงที่สุดแล้วนำไปให้ความอบอุ่นด้วยวิธีต่างๆ ถ้าไม่สำเร็จก็ตายไปเถอะ

-นอกจากนี้ยังมีการทดลองเกี่ยวกับโรคทั่วไป  เช่น วัณโรค เชื้อหนองที่ทำให้เป็นแผลอักเสบ ซึ่งกระทำโดยการฉีดเชื้อเหล่านี้ให้กับนักโทษเพื่อลองยาเช่นกัน

-ร่วมประเวณีกับนักโทษโสเภณีจากค่ายกักกัน และที่น่าหดหู่ใจกว่านั้นก็คือ ท้ายที่สุดเหยื่อผู้รอดชีวิตทั้งหมดจะต้องถูกยิงตายในที่สุด      

- การพยายามผ่ากะโหลกศีรษะของเหยื่อออกเป็นสองซีก ในขณะที่เหยื่อยังมีสติดีอยู่ (ถ้าไม่เผลอช็อคตายไปซะก่อน) ทั้งนี้ก็เพราะต้องการตรวจสอบระบบการทำงานของสมองมนุษย์ขณะที่ยังมีลมหายใจนั่นเอง 

นักวิจัยที่มีชื่อเสียมากกว่าชื่อเสียงที่สุดอีกคนคือดร.โจเซฟ แม็งเกเล่ (Josef Mengele) ผู้ควบคุมการทดลองมนุษย์ในค่ายเอาชวิตซ์ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง  

-การตัดอวัยวะเพศหรืออวัยวะบางส่วนเพื่อการทดสอบเรื่องยีน โดยไม่ใช้ยาสลบ การนำนักโทษหญิงมาทดลองต่อกระแสไฟฟ้าว่าชาร์ตสูงเพียงใดถึงจะมีชีวิต การเอานักโทษมาเอ็กซ์เรย์อวัยวะเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ โดยไม่สนใจว่าถ้าปล่อยกระแสไฟฟ้านานๆ จะทำให้อวัยวะนั้นถูกเผาไหม้ ฯลฯ

- การทดลองปลูกถ่ายอวัยวะ โดยการผ่าตัดร่างกายของนักโทษคนหนึ่งเพื่อเปลี่ยนถ่ายให้กับอีกคน,

-เหยื่อที่ หมอโจเซฟ ชื้นชอบที่สุด คือ ฝาแฝด และคนแคระ มีฝาแฝดประมาณ14 คู่ที่ต้องจบชีวิต โดยมือของ หมอโจเซฟ ( รูปซ้ายล่าง คือครอบครัว Ovitzทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน ตระกูลนี้มีพี่น้อง 10 คน 7 คน เป็นคนแคระ ทั้ง 12ชีวิตถูกจับส่งเข้าสู่ค่ายเอาชวิตซ์ เมื่อ หมอโจเซฟ พบครอบครัว Ovitzเขาคิดว่าพระเจ้าได้ประทานสิ่งหายากยิ่งให้แก่เขา 2 ใน 12เสียชีวิตในการทดลอง ที่เหลือโชคดีที่การทดลองยังไม่ทันจบเยอรมันก็แพ้สงครามก่อนจึงรอดชีวิตมาได้

ไม่เพียงแต่แพทย์ชายเท่านั้น แพทย์หญิงก็ไม่เว้นที่จะทำการทดลองมนุษย์ด้วย แพทย์หญิง เฮอร์ทา โอเบอร์ฮอยเซอร์ ( Dr. Herta Oberheuser )หมอเฮอร์ทา ทำการทดลองเกี่ยวกับการรักษาบาดแผล ที่เกิดจากสงครามซึ่งการทดลองของเธอคือการทำให้นักโทษเกิดบาดแผลต่างๆ เพื่อให้เธอรักษา เช่น ผ่าร่างกายของเชลยให้เกิดบาดแผล แล้วใส่เศษดิน ต้นไม้ใบหญ้า เศษกระจก เศษเหล็กเป็นการจำลองแผลจากสงครามขึ้น ขอจนอับแสบอย่างรุนแรง แล้วทำการรักษาด้วยตัวยาสูตรต่างๆ ส่วนบาดแผลไฟไหม้ เธอก็ทำเหมือนเช่นเดิน เธอจะกีดร่างกายเหยื่อแล้วใส่สาร Phosphorous ลงในแผล แล้วจุดไฟ จะเกิดการลุกไหม้อย่างแรงทำให้เกิดแผลไฟไหม้รุนแรง

สุดท้าย ก่อนที่สงครามโลกจะยุติ หลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับการทดลองเหล่านี้ถูกทำลายไปภายในระยะเวลาอันแสนสั้น กลุ่มแพทย์นาซีที่มีเอี่ยวกับการทดลองมนุษย์ที่รอดชีวิตจากสงคราม ส่วนหนึ่งถูกพิจารณาคดีในฐานะอาชญากรสงคราม และอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อย ได้กลับเข้ามาทำงานในแวดวงการศึกษาโดยมีทั้งที่ใช้ชื่อเดิม และชื่อใหม่ บางคนก็หลบหนีไปยังต่างประเทศและใช้ชีวิตจนหมดสิ้นอายุไข ทำให้เรื่องของการทดลองมนุษย์ของนาซีกลายเป็นเพียงแค่ฝันร้ายข้ามคืนของชาวโลกเท่านั้นเอง

 

http://listverse.com/2008/03/14/top-10-evil-human-experiments/

  เนื้อหาแปลอาจดำน้ำเล็กน้อย แต่อารมณ์ประมาณนี้แหละ     + +   


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 187 : 10 การทดลองในมนุษย์ที่สุดแสนจะน่ากลัว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17992 , โพส : 49 , Rating : 84% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 49 : ความคิดเห็นที่ 21294
เรื่องที่ 8,9,10 เราเคยศึกษาอยู่บ้างตอนเรียนจิตวิทยา แต่รายละเอียดจะมากกว่านี้ มีการสรุปผลการทดลองเยอะแยะมากมาย(อะไรก็ไม่รู้)
บอกตามตรงตอนเราเรียนเรื่องการทดลองพวกนี้ ก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายนะ ประมาณว่าเราเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าในสภาพแวดล้อมที่ถูกกำหนดขึ้น เพื่อใช้ศึกษาเรื่องที่อยากรู้ สภาพจิตมนุษย์ในตอนนั้นจะเป็นไหน การทำงานของสมอง สภาวะภายใน-นอกร่างกาย พฤติกรรมทางกายภาพที่แสดงออกมา อิทธิพลต่อความคิดและนิสัยฯ อะไรแบบนั้น
ซึ่งพอเรียนจบแล้วหันกลับไปมอง ถึงได้รู้ว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องเลวร้าย และผิดมนุษยธรรม เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สมควรที่จะกระทำกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย แม้จะอ้างเหตุผลว่าเป็นการทดลองต่างๆ นานา ก็เถอะ
เหมือนตอนเรียนเราถูกครอบงำด้วยความอยากรู้ อยากลอง และอยากเห็น แบบเกินขอบเขตจนมองข้ามเรื่องความเป็นมนุษย์ไป
เป็นเรื่องที่แย่เรื่องหนึ่งเลย
Name : 1234 [ IP : 171.100.72.110 ]

วันที่: 13 กันยายน 2558 / 00:54
# 48 : ความคิดเห็นที่ 19957
การทดลองเรื่องพูดติดอ่างนี่ เราเป็นค่ะ ตรงมาก แต่ไม่ร้ายแรงเท่านั้น
น้องเราก็เป็น แต่เราถูกกดดันมากกว่าเพราะเป็นพี่คนโต
Name : เฮ้ออ [ IP : 58.8.239.25 ]

วันที่: 12 เมษายน 2557 / 21:06
# 47 : ความคิดเห็นที่ 19616
ซาดิสต์  ไซโค  กูโระ  สายไหนดีเอ่ย???
PS.  อวยBF อวย8018 อวย2784 อวย1884
Name : สาวกyaoi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สาวกyaoi [ IP : 180.183.153.148 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:39
# 46 : ความคิดเห็นที่ 18727
...นี่ล่ะมนุษย์ ทำได้ทุกอย่างเพื่อชัยชนะของตนเองโดยไม่เห็นแก่ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ด้วยกัน
มนุษยธรรมเเละสัจธรรมเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในสมัยนี้ คนเราไว้ใจกันไม่ได้หรอกค่ะ...เพราะเราไม่มีทางรู้ไปถึงจิใจได้ ว่าคนๆนั้นคิดอะไรอยู่ เพราะฉะนั้น ถึงได้เข้าใจ ว่าไม่มีอะไรในโลกจะน่ากลัวไปกว่าความคิดของมนุษย์อีกแล้วล่ะค่ะ


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กรกฎาคม 2556 / 15:35
Name : รอยยิ้ม^^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รอยยิ้ม^^ [ IP : 125.24.127.102 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กรกฎาคม 2556 / 15:34
# 45 : ความคิดเห็นที่ 15779

นี่ละน้าที่เขาว่ากันว่า "คน" น่ากลัวกว่า "ผี"
ไร้จิตใจกันจริงๆ


PS.  You've Made My Routine Days Become More Meaning.
Name : I'm Rainchan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I'm Rainchan [ IP : 182.52.109.195 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 พฤษภาคม 2555 / 23:18
# 44 : ความคิดเห็นที่ 14578
ทำไมศาลยังปล่อยพวกนี้ไปอีก
Name : นิริน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นิริน [ IP : 124.122.146.75 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:54
# 43 : ความคิดเห็นที่ 14290
 ไอคนที่ทดลองมันยังเป็นคนอยู่ปะ?
PS.  .....................
Name : Demon_Drief < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Demon_Drief [ IP : 58.64.62.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2554 / 21:18
# 42 : ความคิดเห็นที่ 13857
พวกเชี้ย!!!

PS.  บนโลกมันช่างแสนโหดร้ายย้ากกกกกกก รันทดโครตอยากตาย
Name : เงื่อนไขระหว่างเวลา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เงื่อนไขระหว่างเวลา [ IP : 124.122.235.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 / 21:31
# 41 : ความคิดเห็นที่ 13373
 อยากให้พวกที่ทดลองลอง โดนทดลองกลับบ้างจะได้รู้สึก-*-
PS.  - -
Name : Angel Evil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Angel Evil [ IP : 183.89.70.252 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ตุลาคม 2554 / 02:06
# 40 : ความคิดเห็นที่ 12288
โหดร้าย!!
ขอสาปแช่งคนที่ทำการทดลองโหดร้ายพรรค์นี้!!(เฉพาะที่เต็มใจอ่านะ)
น่าสงสารTT^TT
Name : ------ [ IP : 113.53.232.210 ]

วันที่: 20 กรกฎาคม 2554 / 17:57
# 39 : ความคิดเห็นที่ 10976
อ๊ากกก น่ากลัวดีแท้T[]T
น่าสงสารนักโทษหญิงในคุกเกาหลีเหนือที่ต้องกินกะหล่ำปลี
อาเจียนออกมาเป็นเลือด แค่คิดก็น่ากลัว เอื๊อก
Name : AMBER [ IP : 61.7.183.197 ]

วันที่: 30 เมษายน 2554 / 20:33
# 38 : ความคิดเห็นที่ 9736
 มันมีอยู่ในตัวพวกเราทุกคน เราก็ชอบทำ ในเกมส์นะ เดอะ ซิม อะ ทำแบบสะสมหลุมศพเลย ฆ่าๆๆๆ ให้จมน้ำ ให้ไฟเผา สนุกดี

แต่เราไมม่เคยคิดจะทำกะคนจริงๆนะ ไม่ไหว มันน่ากลัวเกมส์ไม่น่ากลัว ตลกดี

PS.  อยากมีเพื่อนที่น่าสนใจ
Name : ดินสอหัก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดินสอหัก [ IP : 58.8.174.54 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มีนาคม 2554 / 20:56
# 37 : ความคิดเห็นที่ 9524

โหดร้ายอ่ะ
พวกที่กล้าทดลองโหดร้ายกับคนแบบนั้นก็ไม่ต่างกับฆาตกรโรคจิตหรอก

Name : janejz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ janejz [ IP : 115.87.92.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 / 14:36
# 36 : ความคิดเห็นที่ 7909

ยังอยากย้ำ ประเทศไทยดีที่ซู้ดดดดดดดดดดดดด

Name : ruruga < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ruruga [ IP : 125.25.238.145 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2553 / 01:27
# 35 : ความคิดเห็นที่ 7426

เหมือนตัวละครนึงในเรื่อง H.A.C.K. ของ EniGma เลย ชอบเอาคนมาทดลองอะไรบ้าๆบอๆ แต่ก็เคยทดลองเหมือนกัน = =
อันนี้ทดลองในมด สงสัยว่ามดมันจะเดนได้มั้ยถ้าเราตัดหนวดกับตามันออก? ผลยังไม่ทันรู้เลยก็ตายซะแล้วเพราะเผลอเอาดินสอทิ่มมันแรงไปหน่อย หัวหลุด...แต่ถ้าเราเอาน้ำยาล้างจานมาผสมกับน้ำพ่นไปที่มดมันจะเป้นอัมพาตชั่วคราวนะ ส่วนแมลงสาบหัวขาดอยู่ได้ประมาณ 7-9 วัน (นานแฮะ)


PS.  0 143 255 63 0
Name : 0 143 255 63 0 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 0 143 255 63 0 [ IP : 202.183.186.122 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2553 / 11:59
# 34 : ความคิดเห็นที่ 7118
 ----
กรรม!!

ทำกันได้หนอ~
Name : MiNi❤LoliPop < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MiNi❤LoliPop [ IP : 222.123.7.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กันยายน 2553 / 21:37
# 33 : ความคิดเห็นที่ 7117
 ----
กรรม!!

ทำกันได้หนอ~
Name : MiNi❤LoliPop < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MiNi❤LoliPop [ IP : 222.123.7.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กันยายน 2553 / 21:37
# 32 : ความคิดเห็นที่ 4931
น่ากลัว - -
PS.  I IoVe SUJU~~TVXQ mY love
Name : number_zero ➹ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ number_zero ➹ [ IP : 124.120.234.115 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 / 23:56
# 31 : ความคิดเห็นที่ 4563
โครงการแห่งความเกลียดชังหรอ!?

PS.  '❤' จะ 'เจ็บ!' แต่ '❤' อยากจะ 'จำ!' เหมือนกับ 'อากาศ' ถ้า 'ขาด' มัน 'หัวใจ' ก็จะ 'ไม่ทำงาน' ต่อไป!!!
Name : >_NTW_< < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ >_NTW_< [ IP : 110.49.205.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 / 10:39
# 30 : ความคิดเห็นที่ 4283
โหดร้าย!! TT"
Name : wasunthara < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wasunthara [ IP : 117.47.241.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 เมษายน 2553 / 12:26
# 29 : ความคิดเห็นที่ 4251
โหดร้ายจริงๆ
ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเราต้องเป็น1ในเหยื่อที่ถูกทดลองนั่น.. บรื๋อออ..
PS.  どんな作り物も 簡単に壊れてしまう日が来る
Name : [Mp] : -๏FuTuRe๏- < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [Mp] : -๏FuTuRe๏- [ IP : 125.26.20.186 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 เมษายน 2553 / 20:08
# 28 : ความคิดเห็นที่ 4231
 โหดร้ายจังเลย
ยังไงๆก็คนเนอะ
PS.  ลัลล้า วันละนิดชีวิตแจ่มใส แต่ลัลล้ามากไประวังบ้านะจ้ะ
Name : l bloodybear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ l bloodybear [ IP : 183.89.75.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 เมษายน 2553 / 20:42
# 27 : ความคิดเห็นที่ 4206
ทำไป...เพื่ออะไร
อันดับหกนี่...มันยังไง?
 บาปกรรมจริงๆนักวิทยาศาสตร์พวกนี้ T__T 
Name : mokemake < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mokemake [ IP : 124.120.85.9 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 เมษายน 2553 / 11:18
# 26 : ความคิดเห็นที่ 4171
เฮ้อ นี่เหรอ อเมริกา ผู้ต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนสุดชีวิต - -*

เติมนิดนึงครับ ผลงานที่เลวร้ายของหน่วย731อีกอย่างก็คือ"การเพาะเชื้อแอนแทรกซ์เพื่อการสงคราม"ด้วยครับ
Name : แดจือฮวอน < My.iD > [ IP : 118.174.1.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2553 / 14:31
# 25 : ความคิดเห็นที่ 4126

ประหลาดดีแท้


PS.  
Name : milarn101 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ milarn101 [ IP : 124.122.117.212 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2553 / 14:52
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android