เกียรติยศหัวใจ (สนพ.บางรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 215,548 Views

  • 810 Comments

  • 2,356 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    281

    Overall
    215,548

ตอนที่ 3 : ความเป็นเดือดเป็นร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

ปัทมนยอมรับว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่บางครั้งก็อยากให้ผู้ใหญ่รับรู้ว่าจิตใจเธอได้รับผลกระทบต่อการกระทำทั้งหมดอย่างไรบ้าง เธอกลายเป็นคนปิดกลั้นตัวเองจากบางอย่าง จนมีบุคลิกค่อนไปทางนิ่งเฉย 

เป้าหมายสูงสุดที่เธอตั้งใจว่าต้องทำให้ได้ คือหาทางพาตัวเองและแม่ออกไปจากวิถีทางไร้ความยุติธรรมของบ้านหลังนี้

บัวจะใจดำทิ้งคุณพ่อได้ลงคอเหรอลูก จะต้องให้แม่พูดกี่ครั้งว่าพ่อก็รักลูกมากเช่นกัน

แต่ทำไมบัวถึงสัมผัสถึงความรักที่คุณพ่อมีต่อบัวไม่ได้เลยละคะ หลายครั้งที่บัวเคยถามตัวเองว่าเป็นลูกของคุณพ่อจริงหรือเปล่า ตั้งแต่จำความได้บัวสนิทกับทุกคนที่อยู่รอบเรือนคนรับใช้ ไม่เคยได้รับโอกาสเท่าเทียมกับพวกคุณๆ บนตึก แม้แต่ขับรถไปส่งบัวที่โรงเรียนสักครั้งคุณพ่อก็ยังไม่เคยทำ

ความน้อยใจถาโถมเข้าใส่ปัทมนตลอดมาตั้งแต่เล็กจนโต โชคดีที่เธอนำข้อด้อยตรงนั้นมาผลักดันด้านการเรียนจนสอบเข้ามาหาวิทยาลัยที่ดีได้ แรงจูงใจสำคัญเพราะอยากพิสูจน์ให้บิดาหันมาสนใจหรือเอ่ยชมเธอบ้าง จนกระทั่งเรียนจบปริญญาโท คร่ำเคร่งอ่านหนังสือสอบแข่งขันจนได้เป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัย แต่การรอคอยของเธอก็ยังคงเป็นแค่ความว่างเปล่า คำพูดที่เธออยากฟังไม่เคยหลุดลอดออกจากปากบิดาให้หัวใจแตกระแหงของเธอได้ชุ่มชื่นเลยสักครั้ง

แม่อย่าพยายามหลอกบัวอีกเลยนะคะ ไม่มีพ่อคนไหนไม่อยากไปร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญาลูกตัวเองถึงสองครั้งหรอกค่ะ แม้แต่วันสำคัญเช่นนั้นเธอยังมีเพียงแม่คนเดียวที่อยู่ข้างกาย ไม่มีญาติพี่น้องห้อมล้อมเหมือนบัณฑิตคนอื่นๆ 

คุณพ่อก็บอกแล้วไงลูกว่าติดประชุมสำคัญไปร่วมงานไม่ได้ แต่คุณพ่อก็ซื้อโทรศัพท์มือถือให้บัวเป็นของขวัญแล้วนี่นา

อย่างบัวคงเป็นได้แค่ลูกกาฝาก ทำได้เพียงอาศัยเกาะคนอื่นให้มีชีวิตอยู่รอดเท่านั้น 

ปมในใจทำให้เธอเพียรพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น ว่าลูกเมียนอกทะเบียนสมรสที่ถูกตราหน้าว่ามีชีวิตด้อยกว่าคนอื่น ก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ทุกวันนี้ปัทมนจึงทำงานหนัก เป็นทั้งอาจารย์ประจำ ทั้งวิ่งรอกรับสอนตามสถานศึกษาของเอกชนนอกเวลางาน ตารางชีวิตของเธออัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นหวังสร้างเนื้อสร้างตัวแสวงหาชีวิตใหม่    

‘โธ่...บัว ลูกอย่าคิดอย่างนั้นเพราะมันไม่ได้เป็นความจริงเลย คุณพ่อรักบัวนะลูก ถึงแม้ท่านจะไม่ค่อยแสดงออก แม่รู้ว่าลึกๆ แล้วคุณพ่อภาคภูมิใจที่บัวทำหน้าที่ลูกที่ดีได้ไม่มีตกหล่น เชื่อแม่เถอะนะ ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่รักลูกตัวเอง’

แม่รีบออกรับแทนบิดาพร้อมปลอบโยนเธอในคราวเดียวกันเช่นทุกครั้ง ความอะลุ่มอล่วยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของแม่ เปรียบเสมือนกาวใจชั้นดีคอยประสานรอยร้าวไม่ให้ความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างเธอกับบิดามีอันต้องแตกหัก

‘ถ้าหากมีการจัดอันดับความรัก บัวคงเป็นลูกที่คุณพ่อรักน้อยที่สุด’ กล่าวออกมาด้วยความอัดอั้น ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเธอว่าจิตใจได้รับความบอบช้ำมานานแค่ไหน กว่าจะผ่านวัยเด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ปัทมนเคยผ่านการนอนร้องไห้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่โชคดีที่คำสอนของแม่และมุมมองความคิดบวก ทำให้เธอค่อยปรับตัวเข้าใจและยอมรับอะไรได้มากขึ้น

‘บัวจ๋าอย่าคิดมากสิลูก บัวของแม่เป็นคนดีมีความมุมานะ ชีวิตวันข้างหน้าไม่ต้องกลัวว่าจะต้องตกอับ คนดีอยู่ที่ไหนคุณพระคุณเจ้าย่อมตามปกปักคุ้มครองเสมอ สิ่งเดียวที่แม่หวังและอยากเห็นมากที่สุดคือ ยามใดที่พาลพบกับปัญหา ลูกสาวของแม่จะยืนหยัดต่อสู้กับมันได้อย่างเข้มแข็งและมีสติรอบคอบ’

แม่มักจะฝึกเธอให้อดทนและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หลายครั้งยามท้อใจ เธอก็ผ่านพ้นมาได้เพราะเชื่อฟังในคำสอนของท่าน

‘บัวก็แค่ขอระบายความอัดอั้นที่ทับถมอยู่ในใจออกมาบ้าง บัวจำสิ่งที่แม่สอนได้ทุกอย่าง และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตอนนี้บัวเรียนจบมีงานทำ หลังจากนี้บัวขอเวลาอีกสองปีเราจะมีบ้านเป็นของตัวเอง’ เธอไม่อยากทนฟังคำพูดจากระทบกระเทียบ ว่าไม่มีปัญญาหาทางไปได้ดีกว่าหาเกาะอาศัยคนอื่นอยู่

‘อยู่นี่แม่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร งานทุกอย่างที่แม่ทำ แม่มีความสุขกับมันนะลูก’

ความสุขของแม่เกิดขึ้นได้เพียงแค่ได้เห็นทุกคนได้อยู่กันพร้อมหน้า การที่แม่ไม่ยอมออกไปใช้ชีวิตนอกเขตรั้ววังวรทัศน์ เป็นเพราะไม่อยากตัดความสัมพันธ์ขั้นเด็ดขาดกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี แม้จะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ ในตัวเขาเลย แต่แม่ก็พึงพอใจที่จะเก็บตัวเงียบอยู่ในที่ในทางของตัวเอง โดยไม่เคยมีปากเสียงกับใครทั้งนั้น

‘แต่เราทนให้เขาเหยียบย่ำมานานเกินไปแล้วนะคะ บัวอยากเห็นแม่มีความสุขเหมือนคนอื่นบ้าง... เชื่อบัวเถอะนะคะ เราออกไปใช้ชีวิตข้างนอกด้วยกัน ถ้าคุณพ่อคิดถึงพวกเราท่านก็สามารถไปหาได้’

‘เรื่องย้ายบ้านออกไปอยู่ข้างนอกเรายังมีเวลาตัดสินใจกันอีกมาก ลูกควรลำดับความสำคัญว่าตอนนี้ควรทำอะไรก่อนและหลัง เราไม่ควรนิ่งดูดายปล่อยคุณพ่อทิ้งไว้แล้วหนีไปมีความสุข ถ้ามีทางที่จะช่วยท่านได้ แม่ก็อยากให้บัวช่วยให้เต็มที่’ 

          

ชีวิตในวัยเด็กปัทมนชาชินกับสถานะการตกเป็นเบี้ยงล่างยอมให้คนอื่นโขกสับ ที่เป็นอย่างนั้นไม่ใช่เป็นเพราะเธออ่อนแอยอมก้มหัวให้ใคร แต่เป็นเพราะแม่สั่งเด็ดขาดว่าไม่ให้เธอแข็งข้อกับคนบนตึก พยายามเกลี้ยกล่อมเรื่องบ้านใหม่กับแม่มานานแรมปี แม้รายได้ของความเป็นอาจารย์จะยังไม่มากมายนัก แต่อาชีพรับราชการก็การันตีความมั่นคงได้ในระดับหนึ่ง รวมกับงานสอนพิเศษที่เธอรับไว้หลายที่ เชื่อว่าจะสามารถรับผิดชอบเลี้ยงดูแม่เพียงคนเดียวให้มีความสุขได้ แต่ทุกครั้งที่พูดเรื่องนี้ทีไร แม่ก็จะทำบ่ายเบี่ยงไม่มีท่าทีสนับสนุนความคิดนี้ของเธอเลย จนหลายครั้งที่ปัทมนอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ความอดทนของแม่จะสิ้นสุดลงซะที 

 ‘แต่ปัญหาของคุณพ่อคือการหาเงินพันห้าร้อยล้านนะคะ ต่อให้เห็นใจแค่ไหน บัวก็ไม่มีปัญญาช่วยท่านได้หรอกค่ะ’ เวลามีเรื่องทุกข์ใจหาทางออกไม่ได้ บิดามักจะนำมาเล่าให้พลอยต้องเครียดตามอยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าหวังอยากให้แม่ช่วยอะไร ทั้งที่ความยุ่งเหยิงที่เกิดทั้งหมดก็มาจากภรรยาและลูกสาวสุดที่รักทั้งนั้น  

‘แม่รู้ว่าบัวคงสงสัยว่าคุณพ่อเอาเงินไปทำอะไรถึงได้เป็นหนี้มากมายจนต้องเอาบ้านและโฉนดที่ดินไปจำนำ’  

ปัทมนเริ่มสะกิดใจ เพราะก่อนหน้าบิดาไม่เคยเห็นความสำคัญของแม่ถึงขนาดจะนำเรื่องเงินทองมาปรึกษาหารือ เวลามีความสุขท่านแทบจะไม่เคยนึกถึงลูกเมียทางนี้ ยกเว้นเวลามีปัญหาถึงจะบากหน้ากลับมาเห็นค่าคนที่ตัวเองซุกซ่อนเอาไว้ ทุกคนบนตึกใหญ่ร่ำรวยใช้เงินฟุ้งเฟ้อแค่ไหนเธอกับแม่ก็ได้แต่มองดูอยู่ห่างๆ อาจจะเคยนึกอิจฉาพวกเขาบ้างบางครั้ง แต่ก็ทำได้แค่เจียมเนื้อเจียมตัว     

 ‘ความจริงบัวก็ไม่อยากจะสนใจเรื่องคุณๆ บนตึกหรือแม้แต่คุณพ่อหรอกนะคะ แต่ถ้าสิ่งที่แม่กำลังจะบอกมันอาจจะทำให้เราต้องเดือดร้อน บัวก็จำเป็นต้องฟังค่ะ' ดีเหมือนกัน คืนนี้เธอจะได้ช่วยแม่กรอกน้ำปรุงใส่ขวดให้เสร็จ ทำงานไปฟังแม่เล่าไปจะได้แก้ง่วง

ยามว่างปัทมนจะช่วยแม่ทำน้ำอบน้ำปรุง ซึ่งถือเป็นงานถนัดที่แม่ยึดเป็นอาชีพ แม่ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้โดยตรงมาจากหม่อมย่า คือ หม่อมปรางค์ทิพย์ น้ำปรุงสูตรความหอมละเมียดละไมแบบสาวชาววังดั้งเดิมเมื่อครั้งในอดีต ทำให้สปาชั้นเลิศหรือแม้แต่โรงแรมชื่อดังมีออเดอร์เข้ามาอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด 

ลูกค้าที่เคยได้ลองใช้ต่างติดอกติดใจสั่งซื้อจนกลายเป็นลูกค้าประจำติดต่อกันมาหลายปี บางรายสั่งทำเป็นของขวัญในวันพิเศษของตัวเอง ทั้งของชำร่วยวันแต่งงาน หรือของที่ระลึกวันขึ้นบ้านใหม่ สร้างอาชีพและรายได้ให้เธอกับแม่หาเงินเลี้ยงดูตัวเองมาอย่างยาวนาน

‘ปัญหาของคุณพ่อ แม่ไม่อยากให้บัวแค่ฟังเพลินๆ แก้ง่วง แต่อยากให้ช่วยกันคิดหาทางออกเพื่อแก้ไข เผื่อมีช่องทางไหนจะช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อได้บ้าง’

 ‘บัวคิดไม่ออกหรอกค่ะ’ ตามความเห็นเธอใครเรียนผูกก็ควรต้องเรียนแก้ โดยเฉพาะอาภาภัสร์งานนี้เธอควรต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ก่อเรื่องเอาไว้

‘บัวฟังแม่นะลูก ยังไงคุณพ่อก็คือผู้มีพระคุณที่ให้ชีวิตบัวมา ลูกจะปล่อยให้คุณพ่อจมอยู่กับภาวะความเครียดตามลำพังไม่ได้ ก็รู้นี่นาว่าคุณพ่อสุขภาพไม่สู้จะแข็งแรง บัวคงไม่อยากเห็นคุณพ่อต้องถูกหามเข้าโรงพยาบาลเพราะเส้นเลือดในสมองแตกหรอกนะลูก’

‘แต่คุณพ่อไม่ได้มีลูกแค่คนเดียว ลูกรักคนอื่นๆ น่าจะคิดหาทางช่วยท่านได้ดีกว่าบัวนะคะ... ไหนจะภรรยาผู้ฉลาดปราญเปรื่องของท่าน... ฐานะกึ่งๆ คนรับใช้อย่างเราไม่มีทางสู้สติปัญญาพวกเขาได้หรอกค่ะ’ เพราะเหลืออดจึงแอบประชดประชันใส่

‘ลูกทุกคนถ้ามีโอกาสควรทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ถ้าไม่มีคุณพ่อบัวก็คงไม่ได้เกิดมา ทุกวันนี้ที่เรามีที่อยู่ที่กินก็เพราะบารมีคุณพ่อทั้งนั้น หากลูกไม่เห็นแก่คุณพ่อก็ควรคิดถึงหม่อมย่าบ้าง หม่อมย่าท่านรักบัวมาก บัวจะปล่อยให้สิ่งที่หม่อมย่ารักและหวงแหนที่สุดหลุดลอยไปเป็นของคนอื่นต่อหน้าต่อตา โดยไม่คิดลงมือทำอะไรเลยเชียวหรือ... นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาแสดงความทิฐิใส่กัน เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ควรต้องหันหน้าช่วยเหลือกันสิ’

‘แม่จะให้บัวสงสารคนที่มีรถยนต์หรูขับ มีกินมีใช้ฟุ่มเฟือย ใช้แต่ของแบรนด์เนม อยากไปเที่ยวไหนบนโลกใบนี้ก็ได้ไป ในขณะที่เราสองคนยังต้องนั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำ กว่าจะได้เงินสักบาทมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง กว่าบัวจะเก็บเงินดาวน์รถมือสองเพื่อใช้ขับไปทำงานได้สักคัน บัวต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด แล้วนี่เรายังต้องมาแบกรับเรื่องยุ่งยากที่ไม่ได้เป็นคนก่ออีกอย่างนั้นเหรอคะ’

เธอมองว่ามันไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่ ถ้าจะต้องมารับผิดชอบปัญหาที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ก่อ และครั้งนี้เธอจะไม่โอนอ่อนยอมตามใจผู้เป็นแม่เหมือนที่ผ่านมาอีก เพราะเธอไม่อยากเป็นแม่พระผู้เสียสละได้ทุกอย่าง 

ภาพเหตุการณ์ตอนแม่ขอร้องให้เธอยอมยกต่างหูและกำไลข้อมือให้กับอาภาภัสร์ เป็นความเจ็บช้ำที่เธอจดจำได้ดีไม่มีวันลืม ของทั้งสองชิ้นเป็นของรักของหวงที่เธอได้รับเป็นของขวัญจากหม่อมย่า แต่เมื่ออาภาภัสร์เห็นแล้วเกิดอยากได้ เธอจึงร้องไห้ฟูมฟายบีบน้ำตาเพื่อจะเอาไปเป็นของตัวเอง  

แม้จะเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็กไม่ได้มีมูลค่าอะไรมากนัก แต่ของเพียงไม่กี่ชิ้นที่หม่อมย่ามอบให้ ก็แทบจะถูกบรรดาลูกสาวคนโปรดของบิดาปล้นไปจนเกือบหมด เหลือเพียงสร้อยคอเพียงเส้นเดียวที่ปัทมนเหลือสวมติดไว้กับตัวตลอดเวลา ที่รอดพ้นสายตามาได้ก็เพราะพยายามใส่เสื้อผ้าปกปิดไม่ให้คนเห็น

‘เครื่องประดับมีค่าควรได้อยู่กับลูกหลานแท้จริงอย่างพวกเรามากกว่าหลานกาฝากอย่างเธอนะแม่บัวเผื่อน อย่าลืมสิว่าแม่เธอเคยเป็นแค่หญิงรับใช้มาก่อน หม่อมย่ารับเลี้ยงไว้ก็นับว่าดีนักหนา เพราะฉะนั้นมาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ ควรต้องรู้ว่าจะปฏิบัติกับเจ้าของบ้านตัวจริงยังไง’

นพดารามักฝังคำพูดเหล่านี้ใส่ในหัวของเธอจนปัทมนซึมซับ เริ่มเกิดไม่พึงพอใจในชาติกำเนิดของตัวเอง ถ้าเลือกได้เธอแทบไม่อยากใช้นามสกุลวรทัศน์ร่วมกับคนเหล่านี้ด้วยซ้ำ

‘อย่าคิดว่าเป็นหลานรักหม่อมย่าแล้วจะมีสิทธิ์ครอบครองเครื่องประดับท่านไว้แค่คนเดียว’ 

ทุกครั้งที่เห็นปัทมนใส่ของมีค่า อาภาภัสร์มักเกิดความริษยาอยากแย่งชิงมาเป็นของตน วิธีโกงซึ่งๆ หน้าของเธอก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่เอ่ยปากออดอ้อนบิดาในฐานะลูกสาวคนโปรด ไม่นานก็มักจะได้ในสิ่งที่ต้องการเสมอ 

‘คุณนพดาราเธอเป็นลูกคนรวยมีหน้ามีตามาก่อน เธอจึงคบแต่เพื่อนฝูงในสังคมมีระดับ แม้ยามที่เงินทองร่อยหรอเธอก็ไม่เคยสนใจ ยังคงใช้เงินฟุ่มเฟือยต่อไปอย่างไม่เป็นเดือดเป็นร้อน หนำซ้ำยังสอนลูกๆ ทุกคนให้ใช้เงินมือเติบเหมือนกับเธออีกด้วย’ 

ไม่มีครั้งไหนที่ปัทมนจะเห็นคุณผู้หญิงแห่งวังวรทัศน์จะวางตัวติดดินเฉกเช่นคนอื่น เธอเป็นคนดุและเจ้ายศเจ้าอย่าง เวลาพูดกับใครที่ระดับต่ำกว่าแล้วล่ะก็ จะไม่มีการรักษาน้ำใจในถ้อยคำสักนิด ลูกๆ ทั้งสามก็ถอดแบบนิสัยชอบดูแคลนคนอื่นเหมือนกันกับเธอมาชนิดไม่มีตกหล่น

‘คุณนพดาราพยายามทำธุรกิจหลายอย่าง เพราะอยากขยับฐานะตัวเองเป็นมหาเศรษฐีมีเงินหลายพันล้านเทียมหน้าเทียมตาเพื่อนฝูงคนอื่น ดังนั้นเธอจึงหาช่องทางการลงทุนใหม่ๆ โดยไม่ศึกษาและไตร่ตรองให้รอบคอบ เธอหุ้นกับเพื่อนทำร้านอาหารขนาดใหญ่ นำเข้าเสื้อผ้าและรองเท้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ แม้แต่ธุรกิจทำเครื่องประดับที่ต้องใช้เงินทุนสูง ก็ไม่มีใครกล้าขัดใจเธอได้’

‘ขยันช่วยคุณพ่อทำธุรกิจหาเงินก็ดีแล้วนี่คะ คุณนพดาราใช้เงินมาก ก็ควรหาให้ได้เท่ากับที่เธอใช้จะได้เกิดความสมดุล’

‘มันไม่ใช่อย่างนั้นนะสิ ทุกธุรกิจที่ว่ามาลงทุนได้ไม่นานก็ต้องทยอยปิดตัวเพราะผลประกอบการติดลบประคองต่อไม่ไหว’ การเปิดร้านโก้เก๋ตามกระแสนิยมของคนร่ำรวยบางคน ก็ทำแค่เป็นงานอดิเรก พวกเขาไม่ได้ใส่ใจทำอย่างจริงจัง มีเงินเท่าไหร่ก็ทุ่มลงไปไม่ยั้ง เบื่อเมื่อไหร่ก็สั่งปิดกิจการแล้วไปหาอะไรสนุกๆ อย่างใหม่ทำกันต่อ

‘จนกระทั่งธุรกิจสุดท้ายที่เสียหายมากที่สุด คุณนพดาราลงทุนเกี่ยวกับสถานเสริมความงามแบบครบวงจร มีการนำเข้านวัตกรรมและเครื่องมือใหม่ๆ ราคาต่อเครื่องหลายสิบล้านมาจากต่างประเทศ ธุรกิจมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนัก แต่สุดท้ายกิจการก็ไปไม่รอด’

‘เพราะอย่างนี้นี่เอง คุณพ่อถึงได้เอาโฉนดที่ดินไปจำนองไว้กับธนาคาร คงกู้เอามาตามใช้หนี้ที่คุณนพดาราขยันก่อ’ ที่แปลกใจคือทำไมบิดาไม่ต้านทานให้ถึงที่สุด ทั้งที่ก็เห็นว่าสิ่งที่ภรรยาตัวเองทำอยู่นั้นมีความเสี่ยงกับฐานะการเงินของครอบครัวมากเกินจุดที่จะรับได้ การใช้จ่ายเกินตัวนำความเดือดร้อนมาสู่อีกหลายสิบชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขตรั้วเดียวกัน

‘โชคดีที่ช่วงนั้นคุณปิ๋มเธอได้หมั้นหมายกับคุณอิศรานนท์ พอเธอขอร้องให้เขาช่วยเคลียร์หนี้กับธนาคาร โฉนดที่ดินพร้อมบ้านจึงหลุดจำนองมาได้’

‘แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะโอนเป็นชื่อของตัวเองไว้ก่อน พอถูกถอนหมั้น จึงเอาคืนอย่างเจ็บแสบ’

ปัทมนเคยเห็นอิศรานนท์อยู่สองสามครั้งตอนที่เขามาหาอาภาภัสร์ที่บ้าน และครั้งที่มีโอกาสเห็นเต็มตาก็เมื่อตอนงานวันหมั้นที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อสองปีที่แล้ว ความรู้สึกแวบแรกที่ได้เห็นเขา ทำให้เธอรู้สึกอิจฉาอาภาภัสร์เล็กน้อยที่ได้คู่หมั้นสมบูรณ์แบบทุกอย่าง

อิศรานนท์ กาญจนกุลเป็นบุรุษร่างสูงสมาร์ทไหล่กว้างผึ่งผาย ใบหน้าค่อนข้างคมตัดกับผิวขาวเกลี้ยงเกลาส่งให้เขาดูหล่อเหลาบาดใจ แม้จะเป็นคนมีสีหน้าค่อนไปทางเคร่งขรึมปนดุ ตามบุคลิกนักบริหารที่ต้องใช้ความคิดอ่านตลอดเวลา แต่ยามที่เขาเผลอปัทมนเคยแอบเห็นเขายิ้มแย้มทักทายเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดอย่างเป็นกันเอง เธอจึงแอบเดานิสัยว่าความจริงแล้วเขาน่าจะเป็นคนสนุกสนาน เป็นที่รักของคนใกล้ชิดอยู่ไม่น้อย

’เวลาที่เขาให้เราเตรียมการก็บีบกระชั้นจนเหลืออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง พ้นจากคืนนี้ไปอนาคตของวังวรทัศน์จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้’ ยิ่งเล่าแม่ก็ยิ่งมีสีหน้าที่เคร่งเครียด

‘แล้วคนอื่นๆ จะไปอยู่กันที่ไหน?’ ปัทมนอดเป็นห่วงคนเหล่านี้ไม่ได้ ลำพังตัวเธอกับแม่ก็ไม่เท่าไหร่ แต่คนรับใช้จะตั้งรับกับข่าวร้ายนี้ยังไง อย่างน้อยการทำงานอยู่ที่นี่ก็มีที่พักฟรี มีอาหารให้กินอิ่มครบทั้งสามมื้อ แม้เงินเดือนจะไม่มากมายแต่ก็ยังพอหาอาชีพเสริมทำเพิ่มเอาได้

‘แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้ทุกคนยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง’ ผู้มีจิตใจอ่อนไหวเริ่มน้ำเสียงสั่นเครือ ที่เดือดเนื้อร้อนใจ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสงสารผู้คนที่สนิทคุ้นเคยและอยู่ด้วยกันมานาน

‘ไม่รู้ว่าคุณพ่อได้ลองให้คุณปิ๋มเจรจากับคุณอิศรานนท์บ้างรึยังนะคะ อย่างน้อยคนเคยรักกัน คงเหลือเยื่อใยหรือไม่ก็ความหวังดีให้กันบ้าง เร่งรัดขนาดนี้ เหมือนจงใจจะแกล้งกันมากกว่า เขาก็น่าจะทราบดีว่าเงินตั้งมากคุณพ่อคงหาให้ทันทีไม่ได้’

‘คุณอิศรานนท์ไม่ยอมรับการเจรจา เขาส่งแค่ทนายมายื่นข้อเสนอ’

‘เขาไม่มีทางออกอื่น นอกจากให้เราซื้อที่ดินกลับคืนเลยหรือคะ’ เริ่มเป็นเดือดเป็นร้อนเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบ

‘ทางออกที่เขาให้ก็พอมี คุณพ่อถึงได้ให้แม่มาคุยกับลูกนี่ไงล่ะจ๊ะ’

 ‘คุณพ่อให้แม่มาคุยกับบัว เอ่อ เรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับบัวด้วยเหรอคะแม่’ 

ลางสังหรณ์บางอย่างเตือนว่าเค้าลางความเดือดร้อนกำลังย่างกรายเข้าใกล้ตัวทุกขณะ ที่แม่พยายามพูดโน้มน้าวมาทั้งหมดก็เพื่อเปิดช่องรอให้เธอถามคำถามนี้

@@@@@@@@@@@@

อย่ายอมนะบัว ใครทำอะไรไว้ ก็ให้รับผลกรรมไปเถอะ 


บันทึกบทความนี้เป็นเรื่องโปรด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #753 เมียพี่บุ๊ค (@PEACHBABY) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 09:53
    รำคาญคุณแม่มากกกกก โลกสวยเกิน
    #753
    0
  2. #502 M@ybe28 (@heroesofolympus) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 20:07
    แม่นี่น่ารำคาญมาก
    #502
    0
  3. #371 Thittayaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 13:06
    แม่พยายามพูดให้ลูกหาทางช่วยยังไงได้ละค่ะ มีแผนจะเอาตัวลูกไปขัดแทนคุณปิ๋มหรือไง เฮ้อ แม่จ๋าทนทุกข์ทรมานให้เค้ากดขี่ข่มเหงมานานนับปี ยังพ่วงให้ลูกสำนึกในบุญคุณอันจิมปลอมให้ถูกกดยิ่งกว่าคนใช้เสียอีก สงสารบัวดีที่ไม่เป็นโรคซึมเศร้า
    #371
    0
  4. #166 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 11:41
    สุดท้ายแล้วคนอ่านเชื่อว่าคุณแม่จะโน้มน้าวบัวได้สำเร็จค่ะ
    #166
    0
  5. วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 01:55
    เพลียกับแม่นางเอก รักผัวมากกว่าลูก ทั้งๆที่เค้าเหยียบเราขนาดนั้นยังจะยอมโง่อยู่อีก
    #155
    0
  6. #18 kaihunisreal (@kaihunisreal) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 19:54
    เห็นแม่นี่นอกจากรักผัวนี่เคยสงสารลูกตัวเองบ้างไหม ยอมอยู่ให้เขาข่มเหงรังเกียจขนาดนี้ แอบไม่ชอบแม่อะใจดีแต่ไม่มีศักดิ์ศรีเลย อย่างน้อยๆก็สู้เพื่อลูกให้ไม่มีปมเรื่องพ่อแต่นี่เอาแต่หาข้ออ้างให้ผัวตัวเองส่วนลูกก็ถูกทับถมด้วยความรู้สึกแย่ๆจากคนเป็นพ่อไป พอเดือดร้อนกลับมาขอความช่วยเหลือตอนเอาเงินไปใช้ก็ไม่ได้ใช้ด้วยนิ ไม่เข้าใจความคิดแม่นางเอกจริงๆว่าทำไมถึงไม่นึกถึงใจลูกบ้าง ถ้ารพ่อรักลูกจริงไม่ทำแบบนี้หรอก
    #18
    0
  7. #15 nuii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 11:30
    ชอบมากคะ ขอให้อัพบ่อยๆนะคะ
    #15
    0
  8. #14 จุ๋ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 08:34
    มีคุณเนสไว้ในครอบครองแล้วคะ

    ขอพระเอกร้ายๆๆแบบคุณเนส แต่ไม่เอาแบบมีหญิงอื่นแบบนั้นนะคะ

    แบบร้ายๆๆแต่ปากแข็ง แต่รักบัวคนเดียว หลายใจม่ายอาว
    #14
    1
    • #14-1 lilies (@calla-lilies) (จากตอนที่ 3)
      29 มิถุนายน 2560 / 09:45
      ขอบคุณที่รับคุณเนสไปครอบครองนะคะ สัญญาว่าเรื่องนี้พระเอกจะไม่หลายใจ (จะทำได้รึเปล่าไม่รู้ อิอิ)
      #14-1
  9. #13 12082010lucas (@12082010lucas) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:57
    เดาได้ตั้งแต่แม่กล่อมบัวครั้งแรกแล้วละ... กรรมของบัวมีแม่ใจดีโครตๆ
    #13
    1
    • #13-1 lilies (@calla-lilies) (จากตอนที่ 3)
      29 มิถุนายน 2560 / 09:49
      บัวจะต้านทานได้รึเปล่าไม่รู้
      #13-1