เกียรติยศหัวใจ (สนพ.บางรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 215,545 Views

  • 810 Comments

  • 2,356 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    278

    Overall
    215,545

ตอนที่ 2 : การโน้มน้าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

‘แล้วทำไมคุณพ่อถึงไม่รีบคืนเขาไปละคะ ในเมื่อเราเป็นฝ่ายผิดสัญญาบอกเลิกก่อน ก็สมควรจะต้องคืนของหมั้นให้กับเขา จะได้ไม่เป็นปัญหาคาราคาซัง’

‘ชุดเครื่องเพชรพร้อมแหวนหมั้น เงินสดห้าร้อยล้านบาทเพื่อไถ่ถอนบ้านออกจากธนาคาร และรถยนต์ยุโรปอีกหนึ่งคันเป็นของหมั้นที่ไม่ใช่น้อยเลยนะลูก’

‘ของหมั้นคุณปิ๋มมีมูลค่าสูงขนาดนั้นเลยเหรอคะแม่’ 

ปัทมนตกตะลึงจนชะงักงานในมือที่กำลังทำค้างอยู่ ของหมั้นของอาภาภัสร์มีมูลค่าสูงมากจนเธอคาดไม่ถึง ข้าวของเงินทองมากมายขนาดนั้นเธอหาทั้งชีวิตก็คงไม่มีโอกาสได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ก็สมควรแล้วที่ฝ่ายถูกถอนหมั้นเขาจะขอทวงคืน

แต่นั่นอาจเป็นเงินจำนวนน้อยนิด เมื่อเทียบกับความเป็นทายาทที่ครอบครองธุรกิจมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะการส่งออกชิ้นส่วนประกอบอิเลคทรอนิกส์ทางคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนที่แต่ละปีทำกำไรให้อย่างงอกงาม เรียกว่าผู้ผลิตแทบทุกยี่ห้อจากทั่วโลกต่างก็เป็นลูกค้าของที่นี่ ไหนจะธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่แม้จะเพิ่งเปิดตัวแค่สองปี แต่ผลประกอบการที่ดีวันดีคืนก็ทำให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างง่ายดาย

 ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ดูเหมือนตระกูลกาญจนกุลจะประสบความสำเร็จไปเสียทุกอย่าง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขามีทุนเป็นรากฐานที่มั่นคงรองรับอยู่ก่อนแล้ว 

‘ชุดเครื่องเพชรกับรถยนต์เขายกให้ แต่เงินสดห้าร้อยล้านที่ช่วยไถ่บ้านหลังนี้ออกจากธนาคารคือสิ่งที่พวกเขาอยากได้มันคืน

เงินตั้งมากมายขนาดนั้นเธอไม่รู้ว่าบิดากู้เอามาเพื่อใช้ทำอะไร หรืออาจเป็นเพราะการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัวของคนบนตึกทำให้แทบสิ้นเนื้อประดาตัว เวลาถูกทวงคืนถึงได้อิดออดไม่มีให้เขา แล้วคุณธาดาสามีของอาภาภัสร์ที่ใครๆ ก็ว่าร่ำรวยหนักหนา ทำไมถึงไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย

 ‘แม่อย่าบอกนะคะว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินบ้านที่เราอยู่ปัจจุบัน ก็เป็นของคุณอิศรานนท์’

‘ใช่จ้ะ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในบริเวณบ้านเราเป็นของคุณอิศรานนท์ ตอนที่เขาช่วยไถ่คืน ตกลงกันไว้ว่าจะมีการโอนให้เป็นของขวัญวันแต่งงานระหว่างเขากับคุณปิ๋ม’’

ปัทมนตาค้างด้วยความคาดไม่ถึง เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบารมีความร่ำรวยของผู้ชายคนนั้นจะสามารถแผ่ขยายเข้ามามีผลกระทบต่อวัฏจักรชีวิตอันเงียบสงบของตัวเองได้

‘ถ้าคุณพ่อมีเงินมากพอ เขาบอกว่าพร้อมจะขายคืนให้ในราคาพันห้าร้อยล้านบาท’

‘พันห้าร้อยล้านบาท! ทำไมราคาถึงได้พุ่งกระฉูดขึ้นมามากขนาดนั้นละคะ จากห้าร้อยล้านเป็นพันห้าร้อยล้าน อย่างนี้เขาเรียกว่าค้ากำไรเกินควรแล้วนะคะ’

‘เขาอ้างว่าผ่านมาหลายปี เพื่อความยุติธรรมควรยึดราคาประเมินซื้อขายของท้องตลาดเป็นเกณฑ์ เขาไม่สนว่าเราจะสู้ราคาซื้อกลับคืนไหวหรือไม่ แต่ในฐานะเจ้าของและเป็นนักลงทุน เขาอยากใช้ที่ผืนนี้สร้างเป็นคอนโดมิเนียม ดีกว่าปล่อยให้เงินจมโดยไม่ก่อให้เกิดผลกำไร’

ถ้าผืนดินที่เคยอยู่อาศัยตั้งแต่เล็กจนโต ถูกทดแทนด้วยตึกสูงของคอนโดมิเนียมจริงเธอเองคงจะเศร้าใจไม่น้อย เป็นใครก็ต้องรู้สึกอาลัยในสิ่งที่ผูกพันกับชีวิตตัวเองด้วยกันทั้งนั้น วังวรทัศน์มีตำแหน่งที่ตั้งจัดว่าเป็นทำเลที่ดีเยี่ยม ด้วยมีเนื้อที่ด้านหลังเลาะเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนด้านหน้าติดถนนสายหลักที่สัญจรไปมาได้สะดวก บรรยากาศภายในร่มครึ้มถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่พันธุ์หายาก บางต้นมีอายุยาวนานร่วมแปดสิบถึงร้อยกว่าปี 

แม้ใครได้เป็นเจ้าของจะนำไปต่อยอดทำธุรกิจอะไรก็ได้ หากอิศรานนท์นำไปลงทุนทำคอนโดมิเนียมอย่างที่พูดจริง ก็เชื่อว่าน่าจะดึงดูดผู้คนให้สนใจเข้าจับจองทำกำไรได้อีกหลายร้อยล้าน

 ‘เขาขีดเส้นตายมาแล้วว่าภายในวันพรุ่งนี้ถ้าคุณพ่อหาเงินพันห้าร้อยล้านไปจ่ายเขาไม่ได้ เขาจะให้คนนำเครื่องจักรเข้ามารื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดเพื่อปรับหน้าดินให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งมันจะทำให้เราทุกคนกลายเป็นคนไร้ที่อยู่’

ปัทมนได้ฟังแล้วถึงกับช็อค หากจะว่ากันตามจริงสถานะของเธอต่ออาณาเขตกว้างขวางบนที่ดินกว่าห้าไร่ที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงรั้วอันงามสง่า ผู้คนผ่านไปมาย่านนี้รู้จักกันดีว่า ‘วังวรทัศน์’ แต่ลึกเข้ามาด้านในจนสุดปลายเนื้อที่ มีเรือนไม้ขนาดเล็กถูกสร้างปะปนอยู่กับเรือนคนรับใช้หลังอื่นๆ เรือนไม้หลังนี้เป็นที่ซึ่งเธอกับแม่ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายสมถะในฐานะแค่ผู้อาศัย และนั่นคือสาเหตุทำให้เธอไม่ได้ภาคภูมิใจในสายเลือดและชาติกำเนิดของตัวเองเลย

‘แล้วบัวคิดว่าคุณพ่อจะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นได้จากที่ไหน คุณธาดาแนะนำว่านั่นคือราคาที่โหดเกินไป ถ้าเราซื้อไว้ก็ถือว่ายอมก้มหัวให้ถูกเขาเอาเปรียบ’

‘แล้วคุณธาดากับคุณปิ๋วได้คิดบ้างมั้ยคะว่าทุกคนในบ้านจะไปอยู่ที่ไหน’

‘เฮ้อ แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนบนตึกเขาเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกันบ้างรึเปล่า เห็นว่าพรุ่งนี้คุณนพดาราจะบินไปเที่ยวต่างประเทศกับลูกๆ ปล่อยให้คุณพ่อเครียดหนักหาทางออกอยู่เพียงลำพัง’  

ปัทมนแอบลอบมองสีหน้าของผู้เป็นแม่ ยามใดที่บิดาทุกข์ใจ ดูเหมือนแม่จะทุกข์หนักกว่าหลายเท่า ‘บัวอยากรู้จังว่าคุณพ่อเอาเงินไปทำอะไรหนักหนา ถึงกับได้เอาที่ดินไปจำนองไว้กับธนาคาร’

จากเดิมที่ตั้งใจจะทำตัวหมางเมินเย็นชาปิดหูปิดตาทั้งสองข้าง เพราะเบื่อพฤติกรรมของผู้คนบนตึกใหญ่ แต่ความหวาดวิตกหลังจากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ทำให้อดตื่นตัวไม่ได้

‘ฟังจากที่คุณพ่อเล่า ครอบครัวเราประสบปัญหาเรื่องการเงินมาได้หลายปีแล้ว เริ่มตั้งแต่การส่งพวกคุณๆ ที่เป็นลูกแม่ใหญ่ ทั้งคุณปิ๋ม คุณแป๋ม และคุณปิ่น ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศพร้อมๆ กันถึงสามคนทำให้แต่ละเดือนต้องใช้เงินจำนวนมาก ไหนจะค่าใช้จ่ายภายในบ้าน รวมถึงต้องเลี้ยงดูผู้คนจำนวนไม่ใช่น้อยทำให้การเงินเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง’

                     

เพราะคุณหนูบนตึกทุกคนหยิบจับทำอะไรด้วยตัวเองไม่เป็นเลยสักอย่าง แม้แต่การจะหาน้ำสักแก้วให้ตัวเองดื่มยังเรียกหาคนรับใช้ให้วุ่นวายกันไปหมด เวลาคุณๆ เหล่านั้นอยู่บ้าน จะต้องมีคนไว้คอยเรียกหาใช้รองมือรองเท้า อยากได้อะไรจะต้องได้เดี๋ยวนั้น ใครทำงานไม่ทันอกทันใจจะถูกกริ้วใส่ชนิดไม่ไหว้หน้า

‘ไม่ว่าจะต้องสิ้นเปลืองมากแค่ไหน คุณพ่อเต็มใจที่จะจ่ายอยู่แล้วล่ะค่ะ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของคุณๆ ลูกแม่ใหญ่’

ใช่ว่าปัทมนจะไม่เคยรู้สึกน้อยใจสถานะของตัวเอง แม้ว่าเธอจะเป็นพี่ใหญ่ของบรรดาลูกสาวทั้งหมดของบิดา แต่น้องทุกคนไม่เคยให้ความเคารพ ไม่เคยมองว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งกับชีวิตของพวกเขา เธอถูกผลักกระเด็นออกมาไกลเหลือเกินจากความเป็นลูกหลานวรทัศน์ ไม่มีใครพูดพาดพิงถึงหรือสนใจถามไถ่ ญาติแทบทุกคนของคุณพ่อไม่มีใครนับถือว่าเธอเป็นสายโลหิตร่วมวงศาคณาญาติ เธอจึงเปรียบได้กับกาฝากของวรทัศน์เท่านั้น

อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้กระทั่งบิดาแท้ๆ ของเธอเองก็น้อยครั้งมากที่จะให้ความสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของลูกนอกสายตา ตั้งแต่เล็กจนโตปัทมนมีเพียงแม่คนเดียวเท่านั้นที่ประคบประหงมเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ แม้แม่จะเรียนจบเพียงมัธยมปลาย แต่แม่ก็ไม่เคยละเลยที่จะสนับสนุนให้การศึกษาเธออย่างเต็มกำลังความสามารถ ต่อให้ต้องทำงานดึกดื่นหามรุ่งหามค่ำ หรือใครจะดูถูกว่างานนั้นต่ำต้อยรายได้น้อยนิด แต่ความมุมานะพากเพียร ก็ทำให้แม่ส่งเธอเรียนจบปริญญาโทได้อย่างไม่น้อยหน้าคนอื่น

              ‘อย่าต่อว่าหรือน้อยใจคุณพ่อเลย แม่เชื่อว่าคุณพ่อเองก็รักบัวไม่ต่างจากลูกคนอื่นๆ เลยนะจ๊ะ แต่เพราะภาระมากมายที่แบกรับไว้ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน ทำให้คุณพ่อไม่มีเวลาเท่าที่ควร พอรู้ว่าเราพอจะพึ่งพาตัวเองได้ คุณพ่อก็เลยหายห่วง ปล่อยให้เราดูแลกันเอง’

เธอไม่เคยเชื่อสักนิดในสิ่งที่แม่พยายามพูดแก้ต่างให้กับบิดา เพราะไม่ว่าเธอจะเรียนที่ไหน หรือสอบได้ที่เท่าไหร่ มันไม่เคยอยู่ในความนึกคิดของท่านแม้สักนิดเดียว  ค่าเล่าเรียนของเธอที่ใช้จ่ายก็มาจากเงินน้ำพักน้ำแรงของผู้เป็นแม่ แม่ผู้ซึ่งเธอไม่เคยรู้ว่าได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนจากการเป็นภรรยาอีกคนบ้างหรือเปล่า แม่ที่เธอเคยแอบเห็นนอนร้องไห้เมื่อผู้เป็นสามีไม่มาหาเป็นเวลานานนับเดือนเพราะถูกบ้านใหญ่สั่งห้าม

แต่แม่ก็เป็นผู้หญิงที่สามารถควบคุมอารมณ์และมีน้ำอดน้ำทนได้อย่างยอดเยี่ยม ทุกครั้งไม่ว่าจะขุ่นเคืองหรือน้อยอกน้อยใจมากแค่ไหน ยามที่บิดามางอนง้อ แม่ก็พร้อมจะเปลี่ยนสีหน้าจากเศร้าสร้อยเป็นยิ้มแย้มให้อภัยได้ทันที ความรักและความซื่อสัตย์ที่แม่มีต่อพ่อนั้น เป็นสิ่งที่ลูกอย่างเธอไม่เคยเข้าถึงและเข้าใจมันได้เลย

‘การไปเรียนต่อต่างประเทศยังไงก็ไม่น่าใช้เงินมากขนาดนั้น บัวมีเพื่อนไปเรียนต่อด็อกเตอร์ตั้งหลายคน พวกเขาทำงานพิเศษส่งเงินมาให้ที่บ้านด้วยซ้ำ... เงินที่หมดไป บัวว่าคุณพ่อเอาไปใช้ทำอย่างอื่นมากกว่า’

‘มีค่าใช้จ่ายจำเป็นอีกมากมายที่คุณพ่อเล่าให้แม่ฟัง บัวอย่าเพิ่งปรักปรำคุณพ่อเลยนะลูก’

ในสายตาของภรรยาผู้มีแต่ความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อสามี ทุกการกระทำของบิดาล้วนมีเหตุผลและความจำเป็นรองรับเสมอ ไม่มีสักครั้งที่ปัทมนจะได้ยินคำตำหนิหรือพูดไม่ดีถึงบิดาหลุดออกจากปากแม่ตัวเอง

‘แม่อย่าเครียดกับคุณพ่อนักเลยค่ะ เดี๋ยวจะพาลไม่สบายไปอีกคน บัวเชื่อว่าไม่นานคุณพ่อคงหาทางจัดการกับปัญหาพวกนี้ได้’

แม้จะเป็นเพียงภรรยารองไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หัวใจรักของแม่ก็เทิดทูนบูชาผู้เป็นสามีจนแทบจะลืมรักตัวเอง ไม่อย่างนั้นแม่คงไม่ทนอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี ทั้งที่ตัวเองเป็นภรรยามาก่อนผู้หญิงที่ชูคอเชิดหน้าอยู่บนตึกตั้งหลายปี แม้ต่อมาจะถูกบ้านใหญ่ดูหมิ่นโขลกสับใช้งานสารพัดราวกับเป็นเพียงหญิงรับใช้ในบ้านคนหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจบั่นทอนความมั่นคงภายในใจของแม่ได้เลย

‘ใครเป็นคนใช้เงิน คนๆ นั้นก็ควรรับผิดชอบกันเอง... บัวว่าถึงเวลาแล้วนะคะแม่ ที่เราจะต้องไปจากบ้านหลังนี้ซะที ถ้าเขาไล่กะทันหัน เราออกไปเช่าบ้านอยู่กันก่อนก็ได้ รอเก็บเงินดาวน์ได้สักก้อน บัวจะทำเรื่องกู้ซื้อบ้านสักหลัง’ 

@@@@@@@@@@@@@@@@@@

บอกตรงๆ ว่ากลัวการโน้มน้าวของแม่ซะเหลือเกิน 

บันทึกบทความนี้เป็นเรื่องโปรด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #730 Book2 (@Book2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 09:48
    เป็นนางเอกต้องยอมหรือ โดนมาขนาดนี้ยังยอม เบื่อมากก
    #730
    0
  2. #601 ปัณณ์ญี (@dubble_AA) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:11
    แม่เลือกที่จะเป็นเมียน้อยนี้ น่าจะสตรองระดับหนึ่งเลยะ แม่ไม่น่าอ่อนแอ่แบบนี้เลย
    #601
    0
  3. #239 แม่ไก่จ๋าา (@kaija22) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 21:33
    แค่สงสัย ทำไมแม่นางเอกต้องมาเป็นเมียน้อยเขาด้วย
    #239
    0
  4. #164 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 11:21
    ไม่แน่นะคะคุณแม่อาจจะโน้มน้าวบัวสำเร็จก็ได้นะคะ
    #164
    0
  5. #12 kaihunisreal (@kaihunisreal) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 19:57
    อย่าบอกนะว่าพ่อจะขายลูกนอกไส้กิน
    #12
    1
    • #12-1 lilies (@calla-lilies) (จากตอนที่ 2)
      28 มิถุนายน 2560 / 22:32
      รอลุ้นนะคะ
      #12-1
  6. #10 GerrardPang Rangsiya (@gerrardpang253) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 12:14
    รออ่านอยู่นะคะ
    #10
    1
    • #10-1 lilies (@calla-lilies) (จากตอนที่ 2)
      28 มิถุนายน 2560 / 22:33
      เร่งปั่นเช่นกันค่ะ ไม่อยากให้ทุกคนรอนาน
      #10-1
  7. #9 nuii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 11:45
    ชอบนิยายของ ไร้ท์ ทุกเรื่องคะ รออ่านต่อนะคะ
    #9
    1
    • #9-1 lilies (@calla-lilies) (จากตอนที่ 2)
      28 มิถุนายน 2560 / 22:32
      ขอบคุณค่ะ
      #9-1