เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 15 : ปฏิบัติการล่าหัวใจ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    7 พ.ย. 60

“นั่นไม่ใช่คำถามที่ฉันจำเป็นต้องตอบ”

 เธอหน้าแดงและโมโห คนอย่างเธอแม้ไม่เคยคบใครเป็นแฟน แต่ก็มีคนมาให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย ไม่จำเป็นเลยที่เขาจะต้องมาทำหน้าเวทนาสงสาร

“ผมเดาว่าคุณไม่เคยกล้าคบใครหรอก เพราะว่าคุณกลัว” เรอัลยังคงจี้ต่อมความโมโหของเธอ

“ใช่ ฉันกลัว... ความรักที่ไม่ยั่งยืนคือความเจ็บปวด มันไม่คุ้มกันสักนิดหากเราจะมีความสุขแค่เพียงชั่วระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมานไปอีกนานแสนนาน หรือจนกระทั่งตลอดทั้งชีวิต... เพียงพอมั้ยคะกับคำตอบที่คุณอยากได้”

เรอัลรู้ว่าเจอหญิงสาวมีปมเข้าให้แล้ว นาถลดามีอคติกับเรื่องความรักค่อนข้างมาก เขาไม่รู้สาเหตุและที่มา แต่ก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่าคงมาจากสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมให้เธอพบเจอมาตั้งแต่วัยเยาว์

“ผมว่าคุณต้องไปพบจิตแพทย์นะ คุณต้องบำบัด” สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

“คุณกำลังหาว่าฉันเป็นคนจิตไม่ปกติ” แต่นาถลดามองว่าเขากำลังดูถูกเธอ

“ผมยังไม่ได้พูดแบบนั้น การพบจิตแพทย์ของคนที่นี่ถือเป็นเรื่องปกติมาก ผมเองก็เคยต้องพบตอนที่ทุ่มเทให้กับงานจนหาความสมดุลให้กับชีวิตไม่ได้” 

ตอนที่เขามารับช่วงดูแลกิจการต่อจากพ่อใหม่ๆ เขาแบกรับความเครียดและความกดดันไว้เต็มสองบ่า ความด้อยประสบการณ์ และปัญหาขนาดใหญ่ที่ท้าชนเขาอยู่ตลอดเวลาทำให้เครียดจนต้องพึ่งยานอนหลับ

“แต่ฉันยังกล้ายืนยันว่าตัวเองสบายดี และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขมากๆ ถ้าหากจะไม่มีใครเดินสะกดรอยตาม และกำลังรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว... ฉันว่าคนมีพฤติกรรมแบบนั้นมากกว่าที่สมควรไปพบจิตแพทย์ซ้ำอีกครั้ง”

ข้อหาที่เธอตั้งให้เขาหมิ่นความเป็นเรอัลเป็นอย่างมาก แต่จะให้มากแค่ไหนงานนี้เขาก็ยังไม่คิดจะถอยและยอมรามือจากเธอง่ายๆ จนกว่าจะได้มาซึ่งความปรารถนาที่ร่ำร้องอยู่ภายในใจ

ถ้านาถลดาดื้อด้านนัก เขาจะขอบำบัดรักษาอาการหวาดระแวงที่เธอมีให้หายขาดด้วยตัวเขาเอง ส่วนวิธีการรักษาจะเป็นแบบไหนเขาจะไม่เปิดเผยให้เธอรู้

“เอาเถอะ เรื่องพบจิตแพทย์เป็นเรื่องของอนาคตวันข้างหน้า เรามาว่ากันที่เวลาปัจจุบันตอนนี้ดีกว่า ผมหิว ผมต้องการอาหาร และผมขอใช้สิทธิ์ที่เคยช่วยเหลือคุณ ทวงอาหารมื้อค่ำที่คุณสัญญาว่าจะทำเลี้ยงผม”

“จะให้ฉันบอกคุณอีกสักกี่ครั้ง ว่าวัฒนธรรมบ้านฉัน เขาไม่ให้อยู่ลำพังสองต่อสองกับผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติและคนสนิทที่พอจะเชื่อถือได้” 

เมื่อพูดกันเท่าไรก็ยังไม่เห็นแววรู้เรื่อง เธอก็ขอแอบอ้างดึงวัฒนธรรมรักนวลสงวนตัวของหญิงไทยออกมาใช้ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจตรงตามที่เธอขอร้องหรือเปล่า

ผมก็พร้อมอยากเป็นคนสนิทแนบชิดกับคุณจะแย่อยู่แล้วล่ะลดาความรู้สึกแท้จริงในใจของเขาโต้กลับ

“นั่นมันวัฒธรรมกี่พันปีมาแล้วคุณ แต่ที่นี่คือดินแดนเสรีภาพแห่งอเมริกา เรื่องหญิงชายอยู่ลำพังสองต่อสองมันเป็นเรื่องปกติที่แสนจะธรรมดามากๆ ผมว่า เป็นเพราะคุณกลัวผมจะทำอะไรคุณซะมากกว่า” เขาหรี่ตา จ้องหน้าเธออย่างประเมินท่าที แต่ก็ไม่คิดจะถอย

“ไม่ได้กลัวค่ะ แต่ว่าไม่ไว้วางใจ”

ตรงเกินไปนะแม่คุณ เรอัลส่ายหน้า เป่าปากจนไอร้อนจากร่างกายปะทะกับอากาศเย็นแลเห็นเป็นสาย

“ผมไม่ใช่ไอ้บ้าหื่นกาม ที่วันๆ จ้องจะทำร้ายหญิงสาวแสนสวยหรอกนะครับ ความต้องการในด้านที่คุณหวาดกลัวผม มันไม่ได้ถูกอัดอั้นจนขนาดจะเก็บมาทำร้ายใครได้ เรื่องพวกนี้ผมถือว่ามันเป็นศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันจะกระทำกับคนที่ไม่เต็มใจและไม่ให้ความร่วมมือเป็นอันขาด เรื่องนี้คุณไว้ใจผมได้... ถ้าผมเป็นอย่างที่คุณกล่าวหาจริง ผมจัดการคุณซะตั้งแต่คืนนั้นไม่ดีกว่าเหรอครับ”

เป็นครั้งแรกอีกแล้วที่เขาโดนผู้หญิงปฏิเสธ ถ้าบรรดาสาวๆ คู่ควงของเขาทั้งหลายล่วงรู้เข้า พวกหล่อนคงได้มีหัวเราะเยาะใส่หน้าเขาบ้างล่ะ

“สรุปคือเราจะยืนเถียงกันอยู่ตรงนี้ ให้ผู้คนที่เขาเดินผ่านไปผ่านมาได้ยิน แล้วตกไปเป็นข่าวให้โดนซุบซิบนินทาว่าผมมาตื๊อขอขึ้นห้องสาวน้อยนิรนามที่มีประวัติเกลียดกลัวผู้ชาย”

“คุณเรอัล!” เธอเรียกชื่อเขาด้วยความเคืองจัด ที่เอาปมในใจเธอออกมาล้อเล่นเป็นเรื่องสนุกสนาน

“เราจะขึ้นห้องกันแล้วใช่มั้ยครับลดา” เขาทำหน้าเป็น ไม่สนกับความโกรธและโมโหจนหน้าแดงของเธอ

นาถลดาแทบจะลืมไปเลยว่าเขาก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นจุดสนใจของเหล่าปาปารัซซี่ ถ้าเกิดอยู่ดีๆ มีภาพหลุดขณะยืนต่อล้อต่อเถียงออกไป มีหวังเธอได้ขึ้นแทบลอยด์หน้าหนึ่งดังไปทั้งโลก...

เธอยังไม่อยากตกเป็นเหยื่อของพวกกระหายใคร่รู้เรื่องของชาวบ้านที่คอยเกาะติดตามอ่านเรื่องไม่เป็นเรื่องของเหล่าเศรษฐีมีเงินและคนดังทางสังคมจนลืมใช้ชีวิตของตัวเองให้มีความสุข

“ฉันให้เวลาคุณแค่หนึ่งชั่วโมง สำหรับเป็นแขกของฉัน”

นาถลดาตัดบท ขยับขาออกเดินนำหน้า รู้แล้วว่าไม่มีทางจะขจัดเรอัลออกจากช่วงเวลาสับสนวุ่นวายของชีวิตในตอนนี้ได้ เขาอ้างบุญคุณที่เคยช่วยเหลือเธอ แค่นี้เธอก็น้ำท่วมปาก จึงตัดสินใจที่จะทำอาหารเลี้ยงขอบคุณเขา และหวังว่าหลังจากจบวันนี้ วิถีทางระหว่างมหาเศรษฐีกับหญิงสาวปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงตัวเองไปวันๆ ด้วยค่าจ้างแค่วันละไม่กี่เหรียญ จะแยกย้ายต่างคนต่างไป

                                     

“ห้องพักคุณดูเล็กๆ กะทัดรัดดีนะ” ความจริงเขาอยากจะบอกว่ามันแคบเอาเสียมากๆ

เรอัลไม่ได้ทำตัวเป็นแขกที่นั่งนิ่งๆ เขาเดินสำรวจไปรอบบริเวณห้องพัก พร้อมกับชะโงกหน้าออกทางหน้าต่าง เพื่อชมวิวในจุดที่ไม่คุ้นจากที่เคยเห็นเป็นประจำ

ถ้าเขารู้ว่ามีสมบัติหลายชิ้นที่เธอรับช่วงมาจากคนอื่นเขาคงหัวเราะเธอแน่ ว่าตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวบางชิ้น หรือแม้กระทั่งโซฟาขนาดเล็กกลางเก่ากลางใหม่ ที่เธอดูแลรักษาไว้อย่างดีต่อจากคนที่เคยพักอาศัยอยู่ก่อนหน้า และยินดียกให้เธอแทนการลากออกไปทิ้ง

“ก็ฉันอยู่คนเดียว และที่สำคัญฉันไม่มีปัญญาไปเช่าอพาร์ตเมนต์พื้นที่กว้างๆ แต่ราคาแพงลิบแบบที่คุณอยู่หรอกค่ะ”

เขาอยากจะบอกเธอว่า พูดผิดแล้วล่ะสาวน้อย นั่นมันเพนต์เฮาส์ของเขาต่างหาก และที่สำคัญเขาซื้อขาดไม่ได้จ่ายค่าเช่าทุกเดือนแบบที่เธอทำๆ อยู่ และไอ้ตึกนั้นทั้งตึกมันก็เป็นของเขาที่เปิดให้บริการเช่าทำเงินอย่างเป็นล่ำเป็นสันมาหลายปีแล้ว

“ผมสนใจแบ่งห้องให้คุณเช่าราคาถูกๆ คุณสนใจบ้างมั้ยล่ะ” แผนล่าลูกแกะของเขาวิ่งเข้ามาในหัวทันทีที่โอกาสอำนวยและเปิดช่อง

“ฉันชอบที่จะอยู่ที่นี่ค่ะ ฉันอยู่มาหลายปีแล้ว และคงจะอยู่ต่อจนกว่าจะย้ายกลับเมืองไทย”

ไม่มีทางที่ผู้หญิงรักศักดิ์ศรีเอามากๆ อย่างนาถลดาจะเห็นแก่ความสุขสบายที่ได้มาง่ายดายแบบนั้น ถ้าเธอหลวมตัวทำตามที่เขาแนะนำ มีหวังได้โดนเจ้าของห้องเช่าขย้ำ ถูกจับกินตั้งแต่วันแรกเลยล่ะมั้ง

“คุณมีแพลนจะกลับเมืองไทยเมื่อไรเมื่อไร” เรอัลถึงกับหูผึ่งทันทีที่ได้ยินว่าเธอจะย้ายไปจากเมืองนี้

“ยังตอบไม่ได้ค่ะ ฉันต้องลองสมัครทำงานเป็นเรื่องเป็นราวให้ได้ซะก่อน เพราะตอนนี้วีซ่านักเรียนของฉันก็ใกล้จะหมดแล้ว ถ้าไม่ได้งานและไม่มีใบอนุญาตทำงาน ฉันก็คงจำเป็นต้องกลับ”

“เรื่องนั้นผมช่วยคุณได้” เขารีบเอ่ยปาก เสนอตัวยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอทันที

แต่ตอนนี้เธอมองคนอย่างเรอัลแตกต่างไปจากเดิมแล้ว นักการเงินคิดเล็กคิดน้อยอย่างเขา คงไม่ช่วยเหลือใครโดยไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทนแน่ ก็ดูแค่เรื่องช่วยเธอไว้จากคืนนั้น ก็ยังหวังถึงขนาดอยากให้เธอขึ้นเตียงกับเขาด้วยความยินยอมพร้อมใจ พอไม่ได้อย่างที่ขอก็ตามตื๊อไม่ยอมเลิกรา

“ผมช่วยคุณได้จริงๆ นะลดา ขอแค่ให้คุณล้มเลิกความคิดที่จะกลับเมืองไทย”

เรอัลไม่คิดจะปล่อยให้ความจำเป็นของนาถลดาเกิดขึ้นแน่ แต่ที่ยอมถามๆ ความสมัครใจ ก็เพราะว่าเขาไม่อยากทำตัวเป็นจอมเผด็จการหักหาญน้ำใจเธอเลยสักนิดเดียวหากไม่จำเป็น แต่ถ้าถึงที่สุดแล้วยังพูดตกลงกันไม่ได้ เขาถึงจะดึงความเป็นจอมเผด็จการแบบนั้นออกมาโชว์ให้เธอเห็น

“ฉันอยากใช้ความสามารถที่มีในการหางานทำ ไม่ขอรบกวนให้คุณต้องช่วยอีก” เธอยังต้องการไขว่คว้าหาอิสรภาพให้กับตัวเอง หากไม่ถึงที่สุด ใครล่ะจะยอมเอาตัวเองไปผูกติดไว้กับคำว่าบุญคุณ

“ผมจริงจังเรื่องร้านดอกไม้นะลดา ที่นั่นนอกจากจะทำให้คุณได้ใบอนุญาตทำงานอย่างง่ายดายแล้ว คุณก็ยังจะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำกับงานที่คุณรัก” ทุกครั้งที่พูดเรื่องนี้ หน้าตาเขาจะซีเรียสขึ้นมาทันที

“เรื่องร้านดอกไม้ที่คุณบอก ฉันก็สนใจนะคะ แต่มาคิดดูแล้วผลประโยชน์ที่คุณตอบแทนมันมากเกินจริงกับสิ่งที่ฉันควรจะได้จากตรงนั้น” เธอคิดทบทวนเรื่องนี้ดีที่สุดแล้ว ถ้าจะตัดขาดออกห่างจากชีวิตเขา เธอก็ควรตัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชายคนนี้ให้หมดสิ้น

ผลประโยชน์ตอบแทนที่มากเกินจริง 

ตั้งแต่สวมสูทผูกเนกไทเป็นนักธุรกิจมาก็เพิ่งเคยจะได้ยิน คนที่ออกมาคัดค้านด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่าตัวเองจะได้ส่วนแบ่งมากเกินไป... ยิ่งรู้จัก ยิ่งได้พูดคุย ก็ยิ่งไม่เข้าใจในความคิดความอ่านของผู้หญิงคนนี้เอาเสียมากๆ สาวน้อยหน้าสวยสะกดสายตาและมีหุ่นที่ยั่วยวนชวนหลงใหล แถมยังมีความคิดผิดแผกจากมนุษย์ผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยพบเจอมา

นาถลดาช่างน่าโดนจับเข้าคอร์สอบรมให้รู้จักบ่มเพาะความมีสัญชาตญานการเป็นนักล่าผลกำไรเสียบ้าง อย่างน้อยสักเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งที่ดึงออกจากตัวเขาไปก็ยังดี...

ความเป็นคนมักน้อยและเจียมเนื้อเจียมตัวบางครั้งเขาถือว่าคนคนนั้นเป็นคนขี้ขลาด... อย่างนาถลดา เธอไม่กล้าแม้แต่จะแสวงหาความสุขสบายที่เดินมาเคาะประตูรอหยิบยื่นให้เธอจนถึงหน้าบ้าน... สักวันถ้ามีโอกาส เขาจะมุ่งมั่นตั้งใจสั่งสอนด้านนี้ให้เธออย่างเต็มที่ เอาชนิดที่แบบไม่มีขาดตกบกพร่อง

“อย่าคิดมากสิลดา ผมไม่ได้ประโยชน์จากตรงนั้นคนเดียวซะหน่อย ผมอยากให้มันเป็นธุรกิจที่คุณทำแล้วมีความสุข และผมก็มีความสุขด้วย... พอดีคุณย่าผมท่านเป็นคนชอบดอกไม้มาก ท่านคงดีใจถ้าได้มาเยี่ยมชมอีกหนึ่งกิจการของผม” 

เขาใช้ความเป็นผู้ใหญ่พูดจากล่อมเธอให้มีความคิดคล้อยตาม ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะทำได้สำเร็จหรือเปล่า

คุณหมายถึงมาดามเซียนน่า ไคย์เซอร์น่ะเหรอคะ ฉันพอรู้จักค่ะ เพราะท่านเป็นลูกค้าขาประจำของฉัน”

 เธอเอ่ยชื่อย่าเขาออกมาอย่างเต็มยศ เจตนาก็เพื่อแสดงให้เรอัลรู้ว่า ประวัติและเรื่องราวของเขา เธอได้อดหลับอดนอนไล่อ่านจากอินเทอร์เน็ตมาหมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืน รวมทั้งผู้หญิงคนอื่นๆ ที่พัวพันในชีวิต ทั้งสาวสวยมีชื่อเสียงคุ้นหน้าคุ้นตาบนหน้าปกแมกกาซีน หรือนักแสดงนำหญิงบนแผ่นฟิล์มที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จัก... ไม่ใช่เฉพาะมาดามเซียนน่าหญิงชราที่เขาชอบเอ่ยถึง

“ถูกต้องครับ นั่นคือคุณย่าของผม ท่านหลงรักดอกไม้จากทั่วทุกมุมโลก และท่านก็ชื่นชมในตัวคุณมาก” เรอัลยอมรับแบบไม่สะทกสะท้าน ก็เขาพยายามบอกเธอแล้ว แต่เธอจำเขาไม่ได้เองนี่นา มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

“เรื่องร้านดอกไม้ เอาเป็นว่าฉันจะลองคิดดูอีกทีก็แล้วกันนะคะ” เพราะไม่อยากขวางเขาไปเสียทุกอย่าง จึงตอบแบ่งรับแบ่งสู้เพื่อยุติชนวนความขัดแย้งระลอกใหม่

ไม่ต้องคิดทบทวนอะไรทั้งนั้นแหละลดา ยังไงร้านดอกไม้ที่ว่าก็จะต้องถูกเปิดขึ้นแน่นอนนี่คือแนวทางความคิดของเรอัลสำหรับเรื่องนี้

“หวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันในเร็ววัน” ระหว่างเขาพูดถ้อยคำสร้างความน่าเชื่อถือ เธอเองยังสัมผัสได้ถึงความมั่นอกมั่นใจที่ฉายชัดออกมาจากแววตาคมกระด้างของเรอัลได้

 

ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง อาหารที่ส่งกลิ่นหอมมาตั้งแต่ตอนที่เขาแอบเห็นนาถลดามุ่งมั่นตั้งใจกับการปรุงมันอยู่หน้าเตาจนมือเป็นระวิงก็ถูกนำมาเสิร์ฟไว้ที่โต๊ะกินข้าวขนาดเล็กที่นั่งหันหน้าชิดกันได้เพียงสองคน

“อาหารเรียบร้อยแล้วนะคะ เชิญคุณกินได้เลยค่ะ” นาถลดาเร่งทำให้เสร็จ และเร่งอยากให้เขารับประทานให้อิ่ม เรอัลจะได้ออกจากที่พักเธอไปเสียที บุญคุณที่เคยมีจะได้รีบตอบแทนให้จบๆ กันไป

“ชื่อเมนูอะไรครับ หน้าตาน่ากินมาก” เขาเดินเข้าไปชะโงกหน้าสูดกลิ่นอาหารใกล้ๆ ก่อนที่จะนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเธอพร้อมส่งแววตาเป็นประกายสุขสมหวัง

“ผัดซีอิ๊วค่ะ ของคุณรสชาติไม่เผ็ด” เธอแนะนำอาหารชนิดใหม่ให้เขารู้จัก ผัดซีอิ๊วใส่เฉพาะเนื้อตรงส่วนอกไก่และไข่ที่สุกเหลืองน่ารับประทานเข้ากันได้ดีกับก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่และผักคะน้า ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้าเก้าอี้ที่เขานั่ง

นาถลดาง่วนกับการปรุงเครื่องด้วยสารพัดขวดเล็กขวดน้อยที่วางอยู่ จัดการคลุกเคล้าใส่ลงในจานอาหารของตัวเอง “ของคุณคงจะเผ็ดและร้อนแรงน่าดู” เขามองตามด้วยความประหลาดใจ อดจะทึ่งกับการกินอาหารรสจัดของเธอไม่ได้

“ฉันเบื่ออาหารรสชาติจืดชืด ถ้ามีเวลา อย่างน้อยก็เดือนละหนึ่งครั้งจะต้องหาทางทำอาหารไทยรับประทาน ไม่อย่างนั้นชีวิตของฉันคงจะหดหู่น่าดู”

ถ้านาถลดายอมที่จะคบกับเขา รับรองเลยชีวิตนี้เธอจะลืมคำว่าจืดชืดหดหู่ไปอย่างหมดสิ้น

“เป็นไงคะ พอจะกินได้ไหม” เธอลุ้นสีหน้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแขก เกรงว่าฝีมือตัวเองจะทำให้เรอัลผิดหวัง และหิวไส้กิ่วเพราะต้องทนอดอาหารต่อไป

“อร่อยเลยครับ รสชาติเยี่ยมมาก เป็นอีกหนึ่งเมนูที่คุณทำให้ผมเซอร์ไพรส์ ไม่คิดเลยว่าผมจะชื่นชอบในรสชาติอาหารไทยของคุณแทบจะทุกชนิด” เขาตอบตามจริง บวกผสมกับความประจบเอาใจ

ฟังดูเหมือนการได้รู้จักกับเธอถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ชวนตื่นเต้นของเรอัลเสียจริง นอกจากนิสัยที่ไม่เปิดรับใครง่ายๆ ที่เป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับเขาแล้ว ความอร่อยที่เธอแนะนำให้เขาได้รู้จักก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรอัลชื่นชอบมัน

“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

เขาพยักหน้าแทนคำตอบ ขณะตักอาหารรสชาติแปลกใหม่ไม่คุ้นลิ้นเข้าปากอย่างต่อเนื่อง... เธอไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่เขาพูดมันเป็นจริงตามนั้นหรือเปล่า แต่แค่เห็นเขารับประทานได้ก็รู้สึกโล่งใจ อีกทั้งเสียดายวัตถุดิบหากจะต้องทิ้งมัน

“เดี๋ยวมีของหวานด้วยนะคะ ฉันซื้อข้าวเหนียวมะม่วงมาด้วยค่ะ ถึงแม้ราคาจะแพงไปนิด แต่วันนี้ฉันจัดเต็มที่ค่ะ พร้อมต้อนรับแขกมหาเศรษฐีระดับโลกอย่างคุณด้วย” เธอแอบประชดเขาอย่างอดไม่อยู่

เจ้าของบ้านกล่าวปิดท้ายเมนคอร์สของคาวด้วยการเดินเข้าไปหยิบข้าวเหนียวมะม่วงที่เตรียมไว้ออกมาเสิร์ฟ เมื่อเห็นว่าเรอัลจัดการผัดซีอิ๊วของเธอหมดเรียบไม่มีเหลือ

เรอัลมองตามเรือนร่างสูงโปร่งบอบบาง ในระหว่างที่เธอเดินหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ในครัวเล็กๆ ร่างกลมกลึงไปทุกสัดส่วนยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เพลิดเพลินสายตา และออกอาการคันไม้คันมืออยากแตะต้องสัมผัสด้วยความมันเขี้ยว อยากจับล็อกใบหน้าของเธอจูบสั่งสอนปากกล้า ที่เผลอเมื่อไรเมื่อไรเป็นต้องแอบจิกกัดเขาอยู่ร่ำไป

“ฝีมือการปอกมะม่วงของฉันอาจจะไม่เนี้ยบมากนะคะ แต่ว่าถ้าได้ชิมรสชาติแล้วจะลืมไม่ลง” ไม่ได้ตั้งใจพูดยั่วกิเลสเขาหรอก แต่อยากออกตัวกับหน้าตาของมะม่วงน้ำดอกไม้ที่สุกงอมเกินแล้วทำให้ปอกยาก

“ผมอยากชิมใจจะขาดแล้วล่ะครับลดา คุณพูดซะผมอดใจแทบไม่ไหว” 

เรอัลส่งแววตาสื่อถึงความต้องการตามที่เขาพูด แต่นาถลดารู้ว่าเจตนาเขาว่าไม่ได้หมายถึงอาหารแน่ๆ

ใจจริงเขาอยากจะบอกว่า รสชาติที่ผมอยากลิ้มลองคือรสชาติบนร่างกายคุณต่างหากลดา คุณทำให้ผมทุรนทุรายแบบที่ไม่เคยรู้สึกว่ากำลังจะขาดใจตายตอนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงคนไหนมาก่อน

              ข้าวเหนียวมูนราดน้ำกะทิข้นหวานมัน เสิร์ฟพร้อมมะม่วงน้ำดอกไม้สุกสีเหลืองน่ารับประทาน เพียงคำแรกที่เขาตักเข้าปากและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย เรอัลก็ถึงกับเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก

“อร่อยจนหมดคำบรรยายจริงๆ”

นาถลดาอมยิ้มกับความน่ารักเหมือนเป็นเด็กของเขา แววตาใสซื่อแบบนั้นเธอเชื่อว่าเขาพูดจริงไม่ได้เสแสร้งเพื่อแกล้งเอาใจ เห็นได้ชัดว่าหน้าตาแขกของเธอดูมีความสุขและปลื้มกับของหวานที่เธอนำมาเสิร์ฟมาก

“อร่อยก็กินให้หมดนะคะ เพราะรอบหน้าฉันคงไม่มีปัญญาเลี้ยงคุณอีกแล้ว” 

เขานิ่วหน้า เหลือบสายตานึกตำหนินาถลดาที่ขยันพูดบ่อนทำลายบรรยากาศดีๆ ราวกับต้องการจะผลักไสเขา ซึ่งความจริงแล้วเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ... ถ้าหากเขาไม่พร้อมที่จะไปเสียอย่าง ใครก็ขัดเขาไม่ได้หรอก

              “เดี๋ยว อย่าเพิ่งขยับ” อยู่ดีๆ เขาก็ยื่นมือมาจับที่ปลายคางเล็กเรียวของเธอ

              “อะไรคะเรอัล!” 

              นาถลดาเองก็ตกใจ จนลืมนึกถึงเรื่องที่เขาถูกเนื้อต้องตัว ซึ่งเธอระมัดระวังมาตั้งแต่แรก

 และก่อนที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นิ้วเรียวยาวของเรอัลก็ลากเบาๆ สัมผัสลงที่ริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังมีความสุขกับการเคี้ยวข้าวเหนียวมะม่วงของนาถลดาค้างอยู่ 

การกระทำของเขาสร้างความหวาดหวั่น จนเธอกลืนของหวานคำนั้นลงสู่คอแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ริมฝีปากอิ่มเต็มเผยอขึ้นเล็กน้อย ดวงตาตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึง จนกระทั่งนิ้วมืออบอุ่นเร่าร้อนของเขาขยับออกไป

              “เจ้านี่มันติดที่ปากคุณเลอะเทอะน่ะ” เขาชูข้าวเหนียวเม็ดสวยที่จับตัวกันอยู่ในมือโชว์ให้เธอดู พร้อมกับส่งมันเข้าปากตัวเองเคี้ยวต่ออย่างหน้าตาเฉย

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

เชื่อว่าเรอัลคงไม่มักน้อยหวังกินแค่ข้าวเหนียวมะม่วงกับผัดซีอิ๊วเท่านั้น ลดาระวังตัวให้ดี ท่าทางพี่แกจะมาเร็วเคลมเร็วซะด้วย

โหลดอีบุ้คเพียงหัวใจรัก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น