เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 11 : เดทแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 พ.ย. 60

“แต่ผมอยากได้เบอร์มือถือของคุณมากกว่า” หลงทำเสียงเข้มตามความเคยชิน เวลามีคนทำอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ

“เพราะอะไรคะ?

เขาชักจะหมั่นไส้ลูกตาแวววาวเหมือนเด็กแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้นี้เต็มทีแล้ว ถ้าขืนนาถลดาไม่ยอมทำความเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังสื่อสารกับเธอ เขาจะจัดการจูบเธอสียดี๋ยวนี้

“เพราะการใช้โทรศัพท์ที่ทำงานคุยเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้” เขาเคยออกกฎการคุยโทรศัพท์หรือติดต่อทางโซเชียลมีเดียด้วยเรื่องส่วนตัวในเวลางานมาครั้งหนึ่งแล้ว และมีพนักงานหลายคนที่ถูกเลิกจ้างเพราะฝ่าฝืนคำสั่ง

“แต่ที่ทำงานฉันเจ้าของใจดี เขาอนุญาตให้คุยได้ในบางครั้ง ครั้งละไม่เกินห้านาที”

ก็นี่มันร้านดอกไม้ที่มีคนร่วมงานไม่ถึงสิบคนนี่ครับแม่คุณ แต่ธุรกิจของผมจ้างพนักงานไว้ถึงเกือบสี่หมื่นคนทั่วประเทศ ไม่รวมสาขาที่เปิดไปยังเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกอีกต่างหาก

“สรุปคุณรังเกียจที่จะให้เบอร์โทรศัพท์มือถือผม” 

ที่จริงเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนกับคำปฏิเสธของเธอหรอก แค่เขายกหู อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอจะตกถึงมือเขาทันที แม้กระทั่งบ้านเลขที่ของประเทศบ้านเกิดเธอด้วยซ้ำ

“ไม่ได้รังเกียจค่ะ แต่ที่เช็กดูในกระเป๋าเมื่อเช้า โทรศัพท์มือถือของฉันมันไม่อยู่แล้ว มันอาจจะร่วงออกจากกระเป๋าระหว่างที่โจรวิ่งหนีตำรวจ”

“อ้าว แล้วทำไมคุณไม่บอกผมตั้งแต่แรก จะได้ให้ตำรวจเขาช่วยติดตามหาให้” เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ทำให้เสียเวลาทุ่มเถียงอยู่ได้ เธอจะรู้บ้างไหมว่าเวลาของเขามันเป็นเงินเป็นทองขนาดไหน

“ฉันเห็นว่าโทรศัพท์มันเก่าเพราะใช้งานมาหลายปีแล้ว จึงไม่อยากทำให้เรื่องมันวุ่นวายเพิ่มไปอีก ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าสิ้นปีมีโบนัสก็ว่าจะเปลี่ยนซื้อเครื่องใหม่”

“แล้วระหว่างนี้คุณจะใช้อะไร” ถ้าจะให้รอถึงสิ้นปีเพื่อที่จะได้มีเครื่องมือสื่อสารกับเธอเขารอไม่ไหว

“ฉันยังไม่พร้อมซื้อเครื่องใหม่ เพราะไม่ได้กันเงินไว้เพื่อใช้จ่ายในส่วนนี้”

เรอัลพนักหน้าเข้าอกเข้าใจ “ผมมีเครื่องสำรองอยู่หลายเครื่อง ถ้าคุณไม่รังเกียจ เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะแวะเอามาให้คุณใช้ไปก่อน” ที่จริงเขาก็มีโทรศัพท์อยู่เครื่องเดียวนั่นแหละ แต่เครื่องสำรองที่ผุดขึ้นมาในหัวมันเกิดจากแผนการอยากใกล้ชิดตีสนิทกับเธอเสียมากกว่า

“ฉันเกรงใจคุณน่ะค่ะ แต่ว่าถ้าคุณเต็มใจที่จะให้ฉันหยิบยืม ฉันก็ยินดีจะรับไว้ค่ะ”

เรอัลยิ้มด้วยความเต็มใจ อย่างน้อยที่สุดเย็นนี้ เขาก็มีโอกาสที่จะได้เห็นหน้าเธออีกครั้งหนึ่ง “ผมยินดีและเต็มใจครับ... แล้วเย็นนี้ค่อยพบกันใหม่”

เขายื่นถุงใบใหญ่คืนให้กับเธอ นาถลดารับไว้พร้อมกล่าวขอบคุณเสียงอุบอิบ... ตลอดเวลาที่อยู่กับผู้ชายคนนี้เธอต้องเอ่ยแต่คำว่าขอบคุณ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เธอไม่มีเงินทองที่จะซื้อของตอบแทนเขานี่นา

แต่แล้วอยู่ๆ เรอัลก็คว้ามือบอบบางข้างหนึ่งของเธอขึ้นมาจูบ ริมฝีปากอ่อนนุ่มผสมผสานเข้ากับลมหายใจอุ่นร้อนที่สัมผัสลงบนหลังมือ มันมีกระแสบางอย่างวิ่งตรงเข้าสู่ร่างกายให้นาถลดายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกไฟฟ้าช็อต จนกระทั่งเขาเดินทิ้งระยะห่างไปเกือบถึงรถที่จอดอยู่ เธอถึงได้ดึงสติของตัวเองกลับคืนมาได้สำเร็จ

ชัดเจนแล้วว่าเรอัลสนใจเธอ ถ้าจะเรียกว่าสิ่งที่เขาทำอยู่เป็นการเปิดเกมรุกจีบเธอก็คงจะใช้คำไม่ผิดนัก... แต่ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้นาถลดาจะพลอยยินดีจนลืมมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง เธอจะไม่ยอมตกลงไปในหลุมเสน่ห์เพียงเพราะมีผู้ชายฐานะดีคนหนึ่งใช้เงินขุดอำพรางล่อหลอก... แต่ที่เธอยอมให้โอกาสเขาได้เข้ามาใกล้ชิด ก็เพราะไม่อยากปิดกั้นโอกาสของตัวเอง

เธอคิดว่ามันไม่แฟร์เท่าไร ถ้าจะให้การรู้จักและคบกันเพียงแค่ผิวเผินแล้วไปด่วนตัดสินว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่การกระทำระยะยาวของเขานับจากนี้ต่างหาก ที่จะตัดสินได้ว่าเขาคิดจริงจังกับเธอมากน้อยแค่ไหน

 

“มีความสุขอะไรนักหนานะลดา ฉันถึงได้เห็นเธอนั่งอมยิ้มกับตัวเองทั้งวัน” ระหว่างที่ทั้งสองพักกลางวันและนั่งรับประทานอาหารง่ายๆ ที่ร้านฟาสต์ฟู้ดด้วยกัน เคธี่อดที่จะถามไม่ได้

“ฉันยิ้มมากขนาดนั้นเลยเหรอเคธี่” ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งไหนหลุดลอดสายตาของเพื่อนรักอย่างเคธี่ได้บ้าง

“ก็ใช่น่ะสิ ปกติเธอจะเป็นคนตั้งอกตั้งใจมุ่งมั่นกับงานเอามากๆ แต่นี่ดูเหม่อๆ ชอบกล ทำราวกับว่ากำลังตกหลุมรักใครเข้าอย่างนั้นแหละ"

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก วันนี้ฉันดูเพลียๆ แบบไม่พร้อมมากกว่า เมื่อคืนนอนดึก แล้วก็แฮงก์ด้วย”

“นั่นน่ะสิ ลืมไปว่าเมื่อคืนเธอไปปาร์ตี้มา เรียนจบแล้วคิดจะทำอะไรต่อ” นี่เป็นคำถามที่เธอก็ถามตัวเองทุกวันเหมือนกัน

“ก็คงต้องออกหางานทำ ฉันสนใจธุรกิจเครื่องสำอาง แม้จะเป็นคนไม่ค่อยชอบแต่งหน้าเท่าไร แต่ก็พอจะอ่านใจผู้บริโภคกลุ่มลูกค้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้”

“แล้วการจัดดอกไม้นี่ล่ะ เธอจะหันหลังทิ้งมันไปตลอดชีวิตเลยงั้นเหรอ” เพราะเห็นว่านาถลดามีพรสวรรค์ด้านนี้มากกว่าเธอที่เรียนมาโดยตรงเสียอีก จึงคิดเสียดายความชำนาญงานและสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้กับเธอเป็นพิเศษ

“ที่จริงฉันก็เสียดายความรู้และอาชีพตรงนี้นะ แต่จะให้ทำไง เงินค่าแรงที่ได้มันน้อยเกินไป ฉันอยากทำงานเก็บเงินให้ได้สักก้อนแล้วว่าจะกลับเมืองไทยไปทำธุรกิจเล็กๆ อะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง ซึ่งอาจจะเป็นร้านดอกไม้ก็ได้นะ” นั่นคือความฝันอันแสนหวานของเธอเลยทีเดียว

การได้อยู่กับดอกไม้ก็เหมือนได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรัก เธอมีความสุขไปกับมันทุกๆ วัน ราวกับว่านั่นไม่ใช่การทำงาน ทุกคนที่เดินเข้ามาในที่แห่งนี้ล้วนมีช่วงเวลาและโอกาสแห่งความสุขด้วยกันแทบทั้งสิ้น วันแต่งงาน วันเกิด วันแห่งความรัก วันของการงอนง้อขอคืนดี 

หรือแม้กระทั่งวันที่อยากขอโทษใครสักคน สิ่งเหล่านี้เธอเคยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของลูกค้าที่น่ารักและสุดแสนประทับใจที่เขาโทรกลับมาหาเธอ และกล่าวขอบคุณที่ดอกไม้ของเธอทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นน่าจดจำและมีความหมายมากยิ่งขึ้น

“ก็ถูกของเธอนะ ทุกคนก็อยากได้ชีวิตที่ดีกว่าเก่า เจ้าของร้านนี้เขากดราคาค่าจ้างเธอเกินไปหน่อย ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนฝีมือดีและทำงานให้กับเขามาตั้งหลายปี ที่จริงเขาควรจะเพิ่มค่าจ้างให้เธอมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงด้วยซ้ำ หรือไม่ก็ตั้งเงินเดือนให้เธอพร้อมสวัสดิการด้านอื่นๆ”

ตัวเคธี่เองเรียนจบด้านการจัดดอกไม้โดยตรงมาจากอังกฤษ และทางร้านก็ให้ค่าจ้างเธอเป็นรายเดือนมาตั้งแต่แรก ซึ่งรายได้ต่างกันมากกับนาถลดาที่ได้ค่าจ้างแบบรายชั่วโมงเหมือนเด็กพาร์ตไทม์ทั่วไป แม้นาถลดาจะมารู้ความจริงทีหลัง แต่เธอก็ไม่ได้โกรธเกลียดหรือริษยาเคธี่เลย

“ฉันไม่ว่าเขาหรอก เขาให้งานทำมาตั้งหลายปี เพราะถ้าไม่มีคนให้โอกาส ฉันก็คงไม่ได้รู้จักกับการจัดดอกไม้ คงต้องไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟเดินน่องโตอยู่ร้านอาหาร ไม่ได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักแบบที่เป็นอยู่นี้ อย่างน้อยที่นี่ก็สอนอาชีพที่จะติดตัวเราไปจนตาย โดยไม่ต้องไปจ่ายเงินค่าเรียนแสนแพง ซึ่งฉันคงไม่มีปัญญาจ่าย”

“เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีจัง ก็เพราะคิดอย่างนี้น่ะสิ เจ้าของร้านเขาถึงได้เอาเปรียบเธออยู่ได้ตั้งหลายปี” 

เคธี่เคยพยายามเรียกร้องสิทธิ์ด้านนี้ให้กับนาถลดาอยู่หลายครั้ง แต่เจ้าของร้านก็ทำเมินเฉย จนสุดท้ายนาถลดาจำต้องยอมให้เป็นไปตามความพึงพอใจ ว่าเขาจะเห็นความสำคัญของเธอหรือไม่

“สัปดาห์หน้า ฉันมีสัมภาษณ์งานที่บริษัทเครื่องสำอาง วันหยุดนี้ว่างๆ เราไปเดินเล่นที่ตลาด เชลซีมาร์เก็ตกันมั้ย ที่นั่นมีร้านช็อกโกแลตอร่อยๆ ที่เธอชอบด้วยนะ ส่วนฉันก็จะไปเดินซื้อเสื้อผ้ามือสองสำหรับการใส่ไปสัมภาษณ์งาน... รวมถึงรองเท้าคู่ที่ใส่ๆ อยู่ก็จวนจะขาดแล้วด้วย”

ในวันหยุด ถ้าไม่ติดเรื่องการอ่านหนังสือสอบและทำรายงาน นาถลดาก็มักจะใช้เวลาเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆ หรือไม่ก็เดินเลือกซื้อหาอาหารที่ตลาดน่ารักๆ และมีสินค้ามือสองราคาย่อมเยาจำหน่าย เผื่อวันไหนโชคดี เธอจะได้เสื้อผ้าแบรนด์เนมสวยๆ อยู่ในสภาพดีมากๆ มาใส่อวดให้ผู้คนอิจฉา

“ได้เลย สัปดาห์หน้าฉันจะกลับบ้านไปวันเกิดแม่ที่แอลเอ จะได้มองหาของขวัญน่ารักๆ ราคาย่อมเยาให้กับแม่ด้วย”

ครอบครัวของเคธี่ย้ายไปปักหลักที่แอลเอได้หลายปีแล้ว แม่ของเธอเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์มีชื่อเสียง ในขณะที่พ่อก็เป็นคนทำดนตรีประกอบภาพยนตร์เช่นกัน ส่วนพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอก็เป็นตากล้องให้กับสารคดีสัตว์โลกที่แทบจะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ติดบ้านนับตั้งแต่เรียนจบและออกทำงาน

“ตื่นเต้นแทนเธอจัง ที่จะได้อยู่กันพร้อมหน้าทั้งครอบครัว”

นาถลดาเองก็คิดถึงแม่ปริ่มจะขาดใจ แต่ทำอย่างไรได้ เธอไม่ได้อยู่ในฐานะจะซื้อตั๋วบินไปกลับระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาเพียงเหตุผลเพราะทนคิดถึงบ้านไม่ไหว

“ฉันส่งภาพถ่ายกับอีเมลเล่าเรื่องเธอให้พ่อกับแม่ฟังตลอด ทุกคนที่บ้านฉันอยากเจอเธอตัวเป็นๆ มากเลยนะ ขนาดพี่ชายฉัน ที่วันๆ ใช้ชีวิตหลงใหลท่องไปบนผืนโลกอันเต็มไปด้วยธรรมชาติและสัตว์ป่า แค่ฉันหลอกว่าจะมีเพื่อนชื่อลดาไปเป็นแขกที่บ้านด้วย ดูเขาระริกระรี้ขึ้นมาเกินปกติเลยเชียวล่ะ ป่านนี้คงจองตั๋วเครื่องบินเตรียมตัวกลับบ้านเรียบร้อย” 

เธอเล่าไปพร้อมกับขำพี่ชายของตัวเองไป

“เธอก็ชอบแกล้งพี่ชายตัวเองอยู่เรื่อย” นาถลดาฟังแล้วก็รู้สึกสงสาร ไม่คิดว่ายุคนี้จะมีผู้ชายแบบนี้หลงเหลืออยู่อีก ผู้ชายที่ยอมสารภาพกับน้องสาวว่าตกหลุมรักเธอตั้งแต่เห็นภาพถ่ายครั้งแรก และผ่านมาเป็นปียังไม่มีโอกาสได้แม้แต่เห็นตัวจริงกันด้วยซ้ำ

“ก็เขาอยากให้ฉันส่งรูปถ่ายเพื่อนสนิทให้ดูทำไมล่ะ พอเห็นรูปเธอเท่านั้นแหละ เกิดอาการอยากออกจากป่าบินมาหาฉันที่นิวยอร์กขึ้นมาซะเดี๋ยวนั้น”

หยุดโกหกเขาเถอะ ฉันไม่อยากให้ตัวเองต้องทำบาปโดยไม่รู้ตัวนะ” นาถลดาเอ่ยห้ามปราม

“ถ้าเธอไม่อยากทำบาป ก็ไปที่บ้านพร้อมฉันสิ พ่อแม่และพี่ชายฉันต้องดีใจมากแน่ๆ ทุกคนรู้ดีว่าเธอเป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด” เคธี่ยังคงพูดโน้มน้าว

“ได้เลยเคธี่ ได้เลย ถ้าฉันว่างและไม่ได้ติดธุระอะไร รับรองว่าฉันไม่พลาดวันสำคัญของครอบครัวเธอแน่นอนจ้ะ ตั้งแต่มาอยู่อเมริกา ฉันยังไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนเลย แม้กระทั่งนิวยอร์กก็ยังไปไม่ครบทุกที่”

“ฉันจะถือว่าเธอตอบตกลงฉันแล้วนะ เย็นนี้ฉันจะได้อีเมลไปบอกพี่ชายว่าเธอไปแน่ๆ”

“โธ่ เคธี่ หยุดล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นซะทีเถอะ” แต่ประโยคแค่นี้ ไม่มีทางหยุดความเป็นกามเทพผู้หวังดีของสาวสวยเคธี่ไปได้เด็ดขาด

 


“ร้านดอกไม้ฟอร์ยู ลดารับสายค่ะ” 

นาถลดาได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นใกล้เวลาเลิกงาน เธอกำลังพะวงกับการนัดหมายของผู้ชายที่ทำให้เธอนั่งยิ้มโดยไม่รู้ตัวอย่างที่เคธี่บอก

“จะให้ผมไปรอที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้าม หรือว่าจะให้เข้าไปรับคุณที่ร้าน” เสียงที่ดังเข้ามาในโทรศัพท์ทำเอาใจเต้นระทึกยืนแทบเท้าไม่ติดพื้น

“นี่ผมเรอัลนะ คุณได้ยินที่ผมพูดรึเปล่า” เขารีบรายงานตัวทันทีเมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงตอบกลับ

“เอ่อ ได้ยินค่ะ... คุณไปรอที่ร้านอาหารก็ได้ค่ะ ฉันเลิกงานแล้วจะตามไป”

หวังว่าเขาจะเข้าไปรอยังร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ใช่เข้าไปร้านอาหารหรูๆ ที่อยู่ติดกับโรงแรมตรงหัวมุมถนนนั่นหรอกนะ

“แล้วเจอกันครับ”

เขาตัดสายทิ้งไปแล้ว แต่เธอยังคงยืนจังงังอยู่อย่างนั้นราวกับต้องคำสาป ถือว่าโชคดีที่วันนี้เคธี่มีนัดกับกลุ่มเพื่อนๆ ของเธอสมัยเรียนที่อังกฤษ จึงไม่ได้อยู่ซักข้อสงสัยที่เธออยากจะรู้

คิดแล้วก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อว่าคนอย่างเธอจะมีโอกาสออกไปดินเนอร์ร่วมโต๊ะกับชายหนุ่มหล่อเหลาราวเทพบุตรคนนั้นอีก ตลอดทั้งวันนี้เธอยังไม่มีโอกาสได้สืบค้นหาประวัติของเรอัลเลย ไม่อย่างนั้นป่านนี้เธอคงรู้ไปแล้วว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ทำไมอพาร์ตเมนต์ของเขาถึงได้หรูหรากว้างใหญ่ขนาดนั้น รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มันไม่มีสิ่งไหนที่พอจะบอกเธอให้เชื่อได้เลยว่า 

เขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง มีฐานะไม่แตกต่างจากประชากรส่วนใหญ่ของคนอเมริกันทั่วไป แต่ช่างเถอะ...

หลังจากจบการกินอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ดูไม่เข้ากับท่าทางความภูมิฐานของเขาค่ำนี้ เรอัลอาจจะหนีห่างออกจากชีวิตเธอไปเลยก็เป็นได้

อย่าหลงไปกับภาพลักษณ์และความร่ำรวยของเขาโดยเด็ดขาดนะลดา ไม่ว่าเขาจะเอาอะไรมาล่อ เธอก็อย่าทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นนักขุดทองอย่างที่พอลลี่ตะโกนใส่หน้าเป็นอันขาดจิตใต้สำนึกส่งเสียงเข้มเตือนสติ

ขนาดว่าไม่อยากสร้างความประทับใจให้เขาเท่าไร แต่นาถลดาก็ส่องกระจกสำรวจตัวเองในห้องน้ำถึงสามรอบ... ลิปบาล์มกลิ่นและรสสตรอเบอรี่ที่เธอชื่นชอบถูกทาทาบไปบนเรียวปากอิ่ม เนินแก้มรับกับใบหน้ายาวรีรูปไข่ถูกปัดด้วยบลัชออนสีลูกพีชอ่อนหวาน ดวงตาคมยาวรีถูกล้อมกรอบด้วยขนตาดกหนาแม้ไม่ได้แต่งแต้มสิ่งใด คิ้วคมได้รูปที่ถือเป็นมงกุฎแห่งหน้าโก่งสวยได้รูปเฉกเช่นทุกวัน รวมไปถึงผมดำขลับยาวสลวยก็ถูกหวีจนเรียบลื่นชวนสัมผัส... 

ตอนนี้เธอพร้อมแล้วสำหรับเดตแรกในชีวต

“ทางนี้ครับลดา”

เพียงเธอเดินเร็วๆ ข้ามถนนไปถึงยังฝั่งตรงข้าม เรอัลก็เดินเข้ามาคว้ามือเธอไปกุมไว้เสียแน่น มืออุ่นของเขาสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับมือบอบบางของเธอราวกับเป็นคู่รัก จับจูงชักนำให้เดินตามเขาไปราวกับไม่อยากให้เธอได้ตั้งตัวหยุดคิดทบทวนหาเหตุผลใดอีก

“เข้าไปที่ร้านกันก่อนเถอะ เย็นนี้หิมะตกหนักมาก ตอนนี้เขาสู่ฤดูหนาวเต็มรูปแบบ” 

เรอัลฉลาดพอที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของเธอออกจากความไม่พอใจจากการถูกกุมมือ เขาลอบสังเกตเห็นเธอทำตาวาวอย่างเอาเรื่องในวินาทีแรกที่เขาทำตัวสนิทสนมเกินเลยทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ได้อนุญาต

“พื้นถนนลื่น เกาะมือผมให้แน่นๆ เลยนะ” จริงอย่างที่เขาบอก พออากาศมืดครึ้มก็ดูเหมือนหิมะจะโปรยลงมาแบบไม่สนใจผู้คนบนโลกมนุษย์ว่าจะหนาวเหน็บแค่ไหน เธอจึงยอมเลือกทำตามที่เขาแนะนำ

“ร้านฟาสต์ฟู้ดอยู่ทางนี้นะคะ” เธอเอ่ยทักท้วงขึ้นทันทีเมื่อเห็นเขาเดินมุ่งหน้าไปอีกทางที่ไม่ใช่ร้านอาหารตามที่ตกลงกันไว้

“เอาไว้วันหลังที่ผมนึกสนุกอยากกินอาหารแบบนั้นก่อนเถอะ แล้วเราค่อยไปร้านนั้นกัน... แต่วันนี้อากาศหนาวมาก ผมเลยนึกอยากกินอาหารไทยรสจัดจ้าน เอาแบบชนิดที่เรียกว่าร้อนแรงกันสุดๆ ไปเลย"

 เวลาพูดคำว่าร้อนแรง เขาจงใจมองจ้องเข้ามาที่ตาเธอด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น... แต่ขอบอกเอาไว้ก่อน ถ้าเขาจะเปรียบเธอเป็นอาหาร และต้องการจะกินเธออย่างที่พูดล่ะก็ เธอไม่มีวันยอมแน่

“แต่ฉันไม่มีปัญญาเลี้ยงอาหารราคาแพงมหาโหดแบบนั้นกับคุณได้หรอกนะคะ ถ้าคุณอยากกิน คุณก็ต้องลำบากจ่ายเอง” 

เธอบอกปัญหาของตัวเองออกมาตรงๆ เขาจะได้รู้ว่าเธอเป็นแค่นักศึกษาปริญญาโทที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ยังไม่ได้ทำงานมีเงินเดือนประจำและฐานะมั่นคงเหมือนกับเขา

“เรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาที่เราจะต้องมาถกเถียงกันเลยนะลดา คุณจะกินอาหารไทยหรืออาหารชาติไหนๆ บนโลกใบนี้ จะทุกวันหรือแม้กระทั่งทุกมื้อผมก็มีปัญญาจ่ายเลี้ยงคุณได้” 

เขาทำหน้าแบบว่า เชื่อผมเถอะ ผมทำแบบที่ว่าได้จริงๆ

ถ้าจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้ทึ่มที่สุดเท่าที่เขาเคยออกเดตมาก็น่าจะถูก อยากถามเธอจริงๆ ว่าผ่านมาหนึ่งวัน เธอยังไม่คิดจะรื้อค้นหาประวัติว่าเขาเป็นใครเลยรึไง... เพราะถ้าเธอรู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง คงไม่ต้องมาเกี่ยงเรื่องราคาอาหาร หรือเป็นกังวลว่าใครจะเลี้ยง หรือใครจะจ่ายอยู่อย่างนี้ 

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เจอผู้หญิงสวยเย่อหยิ่ง งานนี้รีอัลลงมือจีบเลยทันที แต่ลดาก็ดูท่าจะหัวแข็งเหมือนกัน  


โหลดอีบุ้คเพียงหัวใจรัก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น