เพียง หัวใจรัก

ตอนที่ 10 : รุกหนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 พ.ย. 60

การปรากฏร่างของสาวสวยที่คาดเดาว่าเป็นเพื่อนของนาถลดาทำให้เท้าที่เหยียบคันเร่งของเรอัลชะงักงันตั้งแต่แรก เขาตัดสินใจหยุดการออกตัวของรถไว้แค่นั้น ทั้งที่เช้านี้เขามีประชุมทีมวิเคราะห์การตลาดตอนสิบโมงครึ่ง 

แต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้เขาสนใจที่จะอยู่รอดูพฤติกรรมของสองสาวที่พูดจาไม่ลงรอยกัน แอบลดกระจกลงมาเล็กน้อยพอที่จะได้ยินถ้อยคำต่างๆ ของบทสนทนา

“หยุดพูดเหลวไหลได้แล้วพอลลี่ ฉันจะเป็นยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ตอนนี้ขอให้รู้แค่ว่าฉันไม่ต้องการคบเธอเป็นเพื่อนอีก พูดกันตรงๆ ง่ายๆ แบบนี้ หวังว่าเธอจะฟังเข้าใจนะ”

นาถลดาเริ่มยืนตัวสั่นกับความหนาวเหน็บของอากาศที่เย็นจัดของวันนี้ หิมะเริ่มเกาะเป็นสีขาวโพลนบนสเวตเตอร์สีครีมที่เธอสวมอยู่

“เมื่อเธอจับผู้ชายดีๆ มีฐานะได้แล้ว ก็ย่อมจะเฉดหัวฉันส่งเป็นธรรมดา” พอลลี่ยังคงเรียกร้องความเห็นใจ อยากให้นาถลดาเป็นฝ่ายรู้สึกผิดถ้าคิดสลัดเพื่อนอย่างเธอทิ้ง

“เธอจะคิดว่าฉันเป็นคนแบบไหนก็เรื่องของเธอเถอะ ขอแค่อย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับฉันอีกเป็นพอ” คนที่เคยใจดีเป็นแม่พระอย่างนาถลดาเลิกที่จะใส่ใจกับคนที่คิดจะหักหลังเธอแล้ว

“ใช่สิ พอได้ดิบได้ดีเธอก็ย่อมไม่คิดจะแคร์ฉันอยู่แล้ว”

“ที่ฉันไม่แคร์เธอ เพราะทนกับความไม่จริงใจของเธอไม่ได้มากกว่า... ฉันจะกลับเข้าไปทำงาน และหวังว่าต่อไป เราจะไม่ต้องเจอะต้องเจอกันอีก”

“เธอนี่เก่งกว่าที่ฉันคิดนะ เห็นหงิมๆ ติ๋มๆ วางตัวเชิดหยิ่ง แต่ก็หว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายแทบทุกรายจนอยู่หมัด ทั้งแพททริก อีริค และก็รวมถึงผู้ชายที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อของเธอคนนี้ด้วย... ฉันไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมเธอถึงยอมที่จะไม่สนใจผู้ชายคนอื่นๆ ก็ในเมื่อเธอเจอขุมทองแหล่งใหญ่ที่พยายามหาทางขุดมานานแล้ว”

สุดท้ายพอลลี่ก็เก็บตัวตนที่แท้จริงของตัวเองต่อไปไม่ไหว เธอทนไม่ได้ที่จะเป็นฝ่ายโดนเล่นงานอยู่ข้างเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วนาถลดาต่างหากที่เป็นต้นเหตุทำให้แพททริกเกิดความคิดที่จะไปจากเธอ

“หยุดใส่ร้ายคนอื่นได้แล้วพอลลี่ อย่าคิดว่าทุกคนจะต้องมีจิตใจต่ำช้าเหมือนตัวเอง” นาถลดาโกรธมากที่อยู่ๆ มาถูกกล่าวหาว่าเป็นนักขุดทอง

ฉันพูดความจริง เธอมันก็ผู้หญิงสร้างภาพ เป็นนักขุดทองมืออาชีพ... เมื่อกี้เธอพูดใช่รึเปล่าว่าไม่ขอเป็นเพื่อนกับฉันต่อไป ขอให้รู้ไว้นะว่าฉันก็คิดแบบเดียวกันกับเธอนั่นแหละ แต่อีกอย่างที่ฉันมีเพิ่มเติมก็คือ... ฉันจะมองเธอเป็นศัตรูตลอดไป... นับจากนี้เธอกับฉัน เรายืนอยู่บนโลกคนละใบ”

“หยุดเถอะพอลลี่ นี่เธอกำลังพูดจาดูถูกลดาอยู่นะ เธอกำลังทำให้เขาเสียหาย” แพททริกเข้ามาขวาง เขากลัวว่าความโมโหที่เกินผู้หญิงปกติทั่วไปของอดีตแฟนจะทำให้นาถลดาถูกทำร้าย

“หยุดปกป้องยัยผู้หญิงต่างชาติคนนี้ซะทีแพททริก มันไม่ได้เป็นคนดีที่น่ายกย่องอย่างที่เธอคิดหรอก ไม่อย่างนั้นคงไม่ล่าเหยื่อได้ภายในคืนเดียวจนกระทั่งตามกันมาส่งถึงที่ทำงานแบบนี้... ดูจากสารรูปแล้ว เมื่อคืนก็คงไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมายสินะ ตื่นเช้ามาเธอถึงได้มีเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่มาทำงาน”

ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามไปกันใหญ่ เรอัลก็เดินถือถุงก้าวลงมาจากรถมุ่งตรงเข้าไปหาหนุ่มสาวสามคนที่ยืนทุ่มเถียงกัน โดยไม่ได้คิดจะสนใจว่าใครจะมองเขาด้วยสายตาแบบไหน

“ผมเอาผ้าพันคอมาให้ อากาศข้างนอกเย็นมาก คุณไม่ควรออกมายืนตากหิมะอยู่อย่างนี้” เขาตวัดผ้าพันคอผืนใหญ่ของตัวเองพันให้รอบคอนาถลดา

“อีกอย่างคุณลืมของไว้ในรถ” 

เหลือบมองถุงใบใหญ่ที่เขาถืออยู่ ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าลืมถุงเสื้อผ้าชุดเมื่อคืนไว้ในรถเขา ไม่รู้ว่าเรอัลจะเดาเจตนาหาว่าเป็นความตั้งใจของเธอรึเปล่า?

“ฮึ... นี่สินะ ผู้ชายที่ตกเป็นเหยื่อเธอเมื่อคืนนี้” พอลลี่ส่งเสียงขึ้นจมูกกล่าวดูถูกเธอ

แต่เรอัลไม่สนใจฟังถ้อยคำไร้สาระพวกนั้น เขายื่นแขนข้างหนึ่งโอบรอบไหล่นาถลดาไว้อย่างสนิทสนมราวกับเป็นคู่รัก นาถลดาเพียงมองตามเขาอย่างงงๆ เพราะกำลังอารมณ์ไม่เป็นปกติกับการทะเลาะมีปากเสียง

“ตอนนี้มันเลยเวลางานของคุณแล้วนะที่รัก ผมว่าคุณควรรีบกลับเข้าไปที่ร้านจะดีกว่า มายืนตากหิมะอยู่อย่างนี้เดี๋ยวจะพานไม่สบายไปกันใหญ่” 

เขาปัดเกล็ดหิมะที่ติดอยู่ตามเส้นผมยาวนุ่มลื่นออกให้เธออย่างเบามือ หยิบฮูทที่ห้อยติดเสื้อทางด้านหลังขึ้นมาสวมลงไปบนศรีษะให้อย่างใส่ใจ

“อะ ไร นะ คะ” 

คนถูกโอบถึงกับพูดไม่เป็นคำ ที่รักที่เขาพูดออกมาจากปาก ทำให้เธอต้องแหงนหน้ามองผู้ชายตัวโตที่อยู่ๆ ไม่รู้เขาคิดอะไร และจะมาไม้ไหนกับเธออีก ตอนนี้ที่ต้องรับมือกับพอลลี่และแพททริกก็จะแย่อยู่แล้ว

“ไหนเมื่อกี้เธอบอกกับฉันว่าไม่ได้เป็นอะไรกับผู้ชายคนนี้ไงล่ะ... ทีนี้ทำมาเป็นยืนอ้ำอึ้งพูดจาอึกอัก... ดูเอาไว้ซะนะแพททริกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นจอมลวงโลกแค่ไหน แล้วนายยังคิดจะเข้าข้างเธออีกงั้นเหรอ”

พอลลี่ถึงกับทนเก็บอาการความร้อนรุ่มในหัวใจไว้ไม่ได้ อารมณ์ริษยาและอยากครอบครองผู้ชายคนนี้เอ่อท้นเข้ามาในความคิด จึงต้องการปั่นกระแส แฉความเป็นคนหลอกลวงออกมาให้ทุกคนได้เห็นธาตุแท้ของนาถลดา โดยเฉพาะการดิสเครดิตต่อหน้าผู้ชายดูดีที่กำลังทำตัวแสนหวานใส่เพื่อนแค้นของเธอ

“ผมคิดว่า ไม่ว่าผมกับลดาจะอยู่ในสถานะอะไร มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกคุณอยู่ดี... เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่สะดวกใจที่จะคบกันต่อ ตามความคิดของผม ก็ขอให้จบความเป็นเพื่อนกันแบบแฟร์ๆ เถอะนะครับ” เรอัลเหลืออด ตอบกลับแทนนาถลดาชนิดที่ทุกคนอ้าปากค้าง

นาถลดาขอเดาเจตนาว่าเขาต้องการปกป้องเธอจากสถานการณ์ที่กำลังถูกระราน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เดินลงมาจากรถ ทั้งที่เขาบอกว่ามีประชุมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“เชื่อผม คุณควรกลับเข้าไปทำงาน แล้วหาเครื่องดื่มอุ่นๆ คลายหนาวสักแก้ว แล้วตอนเย็นผมจะมารับ”

ประโยคที่ฟังแล้วชวนให้หลงประเด็น นาถลดาเห็นทั้งแพททริกและพอลลี่ยืนฟังคำพูดที่ออกจากปากเรอัลราวกับไม่เชื่อหู ที่เขาออกมาแสดงตัวตนประกาศว่าเป็นผู้ชายของเธอ

“เข่าคุณยังเจ็บอยู่ ผมว่าผมเดินไปส่งคุณถึงในร้านจะดีกว่า... ขอโทษคุณสองคนด้วยนะครับ ที่ลดาอยู่คุยต่อกับพวกคุณไม่ได้ เพราะเธอต้องทำงาน” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แววตาช่างตรงกันข้าม เขากำลังบอกทั้งสองคน ว่าควรหยุดทำตัววุ่นวายกับนาถลดาผู้หญิงของเขาได้แล้ว

“ผมเข้าใจ” แพททริกพยักหน้าแบบลูกผู้ชาย การมาเจอนาถลดาเช้านี้เป็นผลดีที่ทำให้เขาหายคาใจ จะได้ไม่คิดหวังอะไรกับเธออีก

“คุณเป็นแฟนลดาจริงๆ เหรอคะ?” 

ความค้างคาทำให้พอลลี่ถามเขาออกไปตามตรง ให้ตายเถอะ เธอเชื่อไม่ลงว่ารูปร่างหน้าตา และฐานะอย่างผู้ชายเช่นเขา จะมาตกหลุมรักผู้หญิงธรรมดาที่ค่อนไปทางทำตัวจืดชืดเย็นชาเป็นแม่ชีอย่างนาถลดาเด็ดขาด... ที่สำคัญ ทั้งสองเพิ่งเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแค่คืนเดียว อย่างนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนตัดสินใจได้ว่องไว ออกตัวรับว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนของตัวเองหรอก

“คำตอบอยู่ที่สายตาของคุณ ถ้าคุณมองว่าใช่มันก็คือใช่ และเราสองคนไม่มีหน้าที่ที่จะต้องตอบคำถามใครถึงสิ่งที่พวกเราเป็นอยู่... ขอตัวก่อนนะครับ”

 “ไปกันเถอะลดา” ร่างสูงออกแรงเบาๆ รั้งไหล่ที่โอบกอดนาถลดาอยู่ให้เดินตาม ไม่คิดสนใจว่าใครจะมองเขากับเธอเช่นไรอีก

 

“เป็นไงล่ะ แม่นางฟ้าแสนงามของนายแพททริก... สุดท้ายแล้วความเป็นฮีโร่ของนายก็ไร้ความหมาย ดูผู้ชายที่ลดาเลือกสิ เขาอยู่ห่างไกลจากนายหลายช่วงตัวเลยทีเดียว ถ้านายคิดจะลงแข่งกับเขางานนี้ก็คงจะต้องเหนื่อยหน่อยนะ” 

เมื่อทำอะไรไม่ได้พอลลี่ก็หันมาเยาะเย้ยถากถางคนใกล้ตัว งานนี้เธอจะไม่ยอมเสียหน้าคนเดียวเด็ดขาด อย่างน้อยๆ แพททริกก็ได้รับความผิดหวังไม่ได้ต่างไปจากเธอ

 “แล้วคิดว่าฉันรู้ไม่ทันรึไง ว่าเธอก็นึกอิจฉาชีวิตลดาเขาอยู่ เธออยากได้ผู้ชายคนนั้นมาเป็นของตัวเองตั้งแต่วินาทีที่สบตากับเขา ฉันอ่านสายตาเธอออกหรอกน่าพอลลี่”

แพททริกพูดแทงใจดำเธอได้ตรงเผง เธอแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าทำไมเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงโชคดีได้เดินเคียงข้างผู้ชายเพอร์เฟ็กต์คนนั้น แต่กลับเป็นนาถลดา ผู้หญิงที่แย่งความภูมิใจของเธอไปแทบจะทุกทาง

ก็ให้มันรู้ไปสิ ว่าสามร้อยหกสิบห้าวันในหนึ่งปี จะไม่มีวันไหนเลยที่ฉันจะเอาชนะผู้หญิงอย่างเธอได้ยายนาถลดา

“แต่อย่างน้อยฉันก็ได้ความสะใจ ที่ได้เห็นสายตาผิดหวังจากนายเช่นกัน” เธอแสยะยิ้ม ลอยหน้าลอยตาเย้ยหยันใส่อดีตคนรัก

“ฉันว่าเธอมีปัญหาทางจิตนะพอลลี่ บางทีต่อมริษยาของเธออาจจะทำงานผิดปกติ เธอควรเข้ารับการรักษา แต่ถ้าเธอติดขัดไม่มีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ ฉันก็พอจะช่วยเธอได้” แพททริกสวนกลับอย่างเจ็บแสบ

“เก็บเงินไว้รักษาโรคเอดส์จากความสำส่อนของนายเถอะแพททริก” เธอสะบัดหน้าใส่เขา คนอย่างเธอไม่ได้อับจนอะไรขนาดนั้น

ถ้าฉันเป็น แล้วเธอจะรอดได้ยังไงล่ะพอลลี่ คิดดูให้ดีๆ ก็แล้วกันว่าเราคั่วกันมากี่ปีแล้ว... ไม่เอาน่า อย่าเอาความริษยาของเธอมาสาปแช่งกันดีกว่า”

“ทีแรกฉันคิดว่าฉันยังหลงเหลือความรู้สึกด้านดีให้กับนายอยู่บ้างนะแพททริก แต่พอฉันเห็นผู้ชายคนใหม่ของนาถลดา มันทำให้ฉันรู้ว่า บนโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ยังมีผู้ชายที่มีดีกว่านายอีกนับแสนนับล้านคน และฉันก็เสียเวลาจมปลักกับนายมานานเกินไป มันถึงจุดสิ้นสุดที่เราควรจะได้แยกย้ายจากกันซะที”

ในเมื่อเหตุการณ์หลายๆ อย่างมันพิสูจน์ว่าแพททริกหมดใจให้กับเธอแล้ว... รูปร่างหน้าตาอย่างเธอ ยังมีดีพอที่จะแสวงหารักใหม่ ซึ่งอาจจะดีกว่าแพททริกเป็นร้อยเป็นพันเท่า

“นั่นคือประโยคอันน่ายินดีตั้งแต่เธอเคยพูดกับฉันมาเลยนะพอลลี่... ฉันคงต้องพูดว่าลาก่อนกับเธอสินะมันถึงจะถูก” 

แพททริกเดินหันหลังกลับ โบกมืออำลาสาวสวยหุ่นเซ็กซี่อดีตคนรักของตัวเองอย่างไร้ความรู้สึก

 

“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ คุณช่วยเหลือฉันมากมายเหลือเกิน... ส่งฉันที่ตรงนี้ก็พอ”

เรอัลยังไม่ยอมปล่อยแขนจากการโอบไหล่นาถลดาแม้จะเดินมาถึงหน้าร้าน เธอจึงรีบชิงกล่าวคำขอบคุณตัดหน้า กลัวว่าเขาจะเดินโอบเธอเข้าไปส่งถึงประตูด้านใน ถ้าเป็นอย่างนั้น มีหวังวันนี้เธอต้องตอบคำถามจากความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนร่วมงานโดยเฉพาะเคธี่ไม่จบไม่สิ้น

“ถ้าผมจะขอให้คุณพูดประโยคอื่น ที่ไม่ใช่คำว่าขอบคุณ อยากรู้ว่าคุณจะพูดคำว่าอะไร” 

เขาเบี่ยงตัวเองมายืนต่อหน้าเธอแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากไหล่เธออยู่ดี จากความสูงระดับเขา ถ้าจะให้เห็นแววตาว่าคิดอ่านอะไรอยู่ เธอคงต้องแหงนหน้าขึ้นไปหาเท่านั้น

เมื่อสองสายตาประสานจ้องกัน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเรอัลที่มองจ้องมามีประกายบางอย่างที่เธอคาดเดาไม่ถูก เหมือนเขากำลังหยอกล้อต่ออารมณ์และความรู้สึกของเธอ หรือบางครั้งเหมือนเขาพยายามที่จะสื่อสารความรู้สึกบางอย่างให้เธอพยายามเข้าใจในความเป็นเขา 

แต่เธอจะไม่ยอมหลงเดินไปตามเส้นทางและอารมณ์ที่เขาปูไว้เป็นอันขาด ระหว่างเธอกับเขามันมีแต่คำว่า ห่างไกลเท่านั้นเป็นคำตอบของอนาคต

“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะคุณเรอัล ถ้าจะกรุณา ช่วยส่งเสื้อผ้าในถุงนั้นคืนให้ฉันเถอะ” นี่ไงล่ะ ประโยคนอกเหนือคำว่าขอบคุณที่เธออยากจะพูดกับเขา

“ช่างไม่คุ้มค่ากับความช่วยเหลือที่ผ่านมาเลยสักนิด” เรอัลยิ้มมุมปากกับประโยคที่เรียกว่าตรงเกินไปนั้นไม่ได้ เคยได้ยินเพื่อนผู้ชายมักพูดว่าสาวเอเชียออดอ้อนเอาใจเก่ง แต่ทำไมกับผู้หญิงคนนี้ถึงดูห่างไกลจากที่ได้ยินได้ฟังมาเหลือเกิน

“แล้วคุณอยากให้ฉันพูดอะไรล่ะคะ ถ้าพูดแล้วทำให้คุณสบายใจและมีความสุข ฉันก็ยินดีจะพูดให้คุณฟังค่ะ”

ไม่รู้ผู้ชายตัวโตร่ำรวยเกินหน้าเกินตาชาวบ้านทั่วๆ ไปคนนี้หวังจะได้อะไรจากเธอกันแน่ ทีแรกก็ทำเหมือนความดีที่ทำไม่ได้คิดหวังจะเรียกร้องอะไร แต่เอาไปเอามา ก็พยายามจะพูดจาบ่ายเบี่ยงอยากได้โน่นได้นี่จากเธอ หรือว่าพอได้ฟังความจากพอลลี่แล้ว เขาจะเก็บเอามาคิดว่าเธอจะเป็นจริงตามนั้น ผู้หญิงขุดทอง

“รู้สึกเหมือนคุณพูดเพื่อตัดความรำคาญซะมากกว่า”

ส่วนเรอัลกลับคิดว่า เขารึอุตส่าห์รักษาความเป็นสุภาพบุรุษ เก็บกิริยาท่าทางความต้องการที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันตั้งแต่ตอนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ทั้งที่ใจจริงอยากจะขย้ำเธอใจแทบขาด แต่เขาก็อดทนและผ่านพ้นค่ำคืนนั้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ฉันไม่ได้รำคาญคุณนะคะ เพียงแต่ว่ายิ่งคุณทำดีกับฉันมากเท่าไร ฉันก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจ”

ตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่เขาดูแลเธอด้วยความสุภาพและรักษามารยาทอันดี ทั้งที่ความจริงเขาก็หวังผลในวันข้างหน้าเหมือนผู้ชายทั่วๆ ไปนั่นแหละ... 


แต่สำหรับเขา เงื่อนไขความเป็นลูกผู้ชายที่ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ตามที่ถูกอบรมสั่งสอนมาจากครอบครัวที่เคร่งครัดในการให้เกียรติสุภาพสตรีคือ ความเต็มใจและยินยอมของทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

แต่จากการประเมินสถานการณ์ด้วยความเป็นนักบริหารมืออาชีพแล้ว ดูท่าทางเป้าหมายของเขาในวันนี้ โอกาสที่เธอจะให้ความร่วมมือและเต็มอกเต็มใจในสิ่งที่เขาเพ่งเล็ง ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากกว่าผู้หญิงคนอื่น เขาถึงต้องคิดหาช่องทาง 

แม้วิธีการอาจจะแลดูเป็นหนุ่มน้อยแรกรักไปบ้าง แต่ การจีบก็เป็นวิธีเดียวที่เหลือให้เขาใช้จัดการ เพื่อหวังครอบครองผู้หญิงคนนี้

“ถ้าจะกรุณา ช่วยเปลี่ยนจากคำขอบคุณและเกรงใจ เป็นเลี้ยงอาหารผมสักมื้อก็จะเป็นการดีมากเลยนะครับ” เขาเอ่ยขอซึ่งๆ หน้า เพราะอยากหาโอกาสได้อยู่กันลำพังสองต่อสองอีกครั้ง

 “ฉันไม่มีเงินเลี้ยงอาหารร้านหรูๆ ตอบแทนคุณหรอกนะคะ แต่ถ้าคุณพอจะกินอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไปได้ ฉันก็ยินดีที่จะเลี้ยงตอบแทนคุณ”

นาถลดาออกตัวอย่างอย่างไม่อาย ไม่กลัวสายตาดูถูกหากเขาจะหาว่าเธอเป็นผู้หญิงไร้รสนิยมและอยู่คนละสังคมกับเขา เธอไม่อยากทำตัวเป็นผู้หญิงสร้างภาพให้ต้องมาเสียความรู้สึกกันทีหลัง ตัวตนที่แท้จริงเป็นอย่างไร เธอก็อยากเปิดเผยให้เขาได้รู้จักอย่างถ่องแท้

 อยากรู้เสียจริง ว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่รู้สึกหวั่นไหวยามที่อยู่ใกล้ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าทรงเสน่ห์มากที่สุดคนหนึ่งของประเทศนี้เลยเชียวหรือ เธอจะรู้บ้างไหม ว่าเขาคือ เรอัล คลิน ไคย์เซอร์ ผู้ถือครองทรัพย์สินมหาศาล และมีสิทธิ์ชี้ชะตาชีวิตผู้คนหรือแม้กระทั่งบริษัทหรือกิจการมากมาย 

เพียงแค่เขาหยุดปล่อยสินเชื่อเงินกู้ เพื่อโอบอุ้มสภาพคล่อง ก็จะมีบริษัทล้มไม่เป็นท่าอีกนับพันราย วงจรธุรกิจของเขากุมชะตาชีวิตผู้คนนับล้าน... ถามหน่อยเถอะจะมีสักกี่คน ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้านที่อยู่อาศัยแล้วไม่ขอสินเชื่อกับธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง ไคย์เซอร์ยูไนเต็ดแบงค์

“ผมก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร ร้านไหนก็ได้ แค่ขอให้คุณเต็มใจที่จะเลี้ยงก็พอ” ไม่รู้อยู่ๆ ทำไมชีวิตเขาถึงลดทอนเงื่อนไขลงมาได้ง่ายดายเสียอย่างนั้น ทั้งที่ใครก็บอกว่าเขาเป็นคนเจ้าแบบแผน กินยาก อยู่ยาก เรื่องมากกับทุกอย่างรอบตัว ถ้าไม่ดีไม่เนี้ยบ คนอย่างเรอัลไม่ยอมเอาตัวเขาไปข้องเกี่ยวเด็ดขาด

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาค่ะ ขอให้คุณนัดเวลาที่สะดวกมาได้เลย”

“ขอเบอร์ติดต่อคุณไว้หน่อยก็ดีนะครับ”

นี่เป็นการขอเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิงครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องแค่นี้เขาไม่จำเป็นต้องถามจากเธอด้วยซ้ำ หากเรื่องไหนที่เขาอยากรู้ บนโลกใบนี้ไม่มีข้อมูลตรงจุดไหนที่เงินจะจัดหามาไขข้อข้องใจเขาไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลของผู้หญิงตัวเล็กๆ สามัญชนคนธรรมดาอย่างนาถลดา ความง่ายมันระดับยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก

“ให้เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานก็แล้วกันนะคะ”

สาวสวยคนนี้คิดจะท้าทายเขามากเกินไปแล้วล่ะ การที่มีผู้ชายขอเบอร์โทรศัพท์มือถือ แม่คุณจะไม่รู้เลยเชียวหรือว่ามีคนสนใจเธออยู่ หรือรู้แล้วแกล้งทำไม่รู้ เขาขอเดาว่าเธอรู้แน่ๆ หน้าตาของเธอก็ไม่ได้ดูเป็นคนหัวช้าไม่ทันเกมใครเลยนี่ ออกจะฉลาดและกล้ายั่วแหย่อารมณ์ความโมโหของเขาด้วยซ้ำ

“แต่ผมอยากได้เบอร์มือถือของคุณมากกว่า” หลงทำเสียงเข้มตามความเคยชิน เวลามีคนทำอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เรอัลรุกหนักเลยงานนี้ ลดาเตรียมตัวรับมือให้ได้นะ


สนใจโหลดอีบุ้ควิวาห์รักหัวใจทระนง     โหลดอีบุ้คแสนร้ายพ่ายรัก   โหลดอีบุ้คสยบรักจอมบงการ     โหลดอีบุ้คเล่ห์รักลวงวิวาห์     โหลดอีบุ้คเพียงหัวใจรัก



         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น

  1. #147 Cinderaela (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 11:14
    ชอบแบบนี้เลยคร่า ให้เรอัลจีบเลย ไม่ใช่เอ๊ะอ่ะ เจอกันที่เตียงเลย
    #147
    0
  2. #40 mawae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 21:05
    เป็นเรื่องแรกที่อ่านเจอโมเม้นของผู้ชายอารมณ์ฝันหวาน 555555 สลับกับผู้หญิงผู้เย็นชา
    #40
    0