มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 57 : บทที่ 57 เทพก็เทพเถอะ เวลาพี่สู้ไม่มีกลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    2 ต.ค. 61

บทที่ 57 เทพก็เทพเถอะเวลาสู้ไม่มีกลัว

 

          หากคิดง่ายๆ ในแบบปกติของผู้เล่นระดับเลเวล 30 ทั่วๆไป ถูกแทงเข้าที่ช่วงท้องน้อยช่วงกลางลำตัวเข้าอย่างจังจนเลือดสาดกระจายแบบนี้คงไม่มีใครรอดมาได้แน่ๆ หากไม่มีของดีๆ ติดตัวสักอย่างสองอย่างปกป้องชีวิตเอาไว้

 

แต่โชคยังดีที่มากเมฆนั้นได้ฝึกฝนวิชาลมปราณแท้จริง ของท่านอาจารย์ไป่หลงมาก่อนเป็นเวลานานนับปีๆ ในเกมอย่างไม่รู้จักเบื่อ ด้วยความขยันผิดมนุษย์ของเขา จนสามารถสำเร็จวิชาได้ในที่สุด จึงทำให้ตัวละครของเขามีพลังชีวิตที่มากมายมหาศาล กว่าคนปกติทั่วไปหลายร้อยเท่า ตามทฤษฎีที่ว่าลมปราณคือพลังชีวิต

 

บวกกับวิชาลมปราณจักรวาลลึกล้ำ ของท่านอาจารย์ไป่หลง เป็นถึงสุดยอดวิชาลมปราณของจริง แท้จริงของโลกภายนอกที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันๆ ปี และผ่านการปรับปรุงแก้ไขจากรุ่นสู่รุ่นจนยอดวิชาก้าวหน้าไปอย่างไม่สิ้นสุด

 

จนทำให้มันกลายเป็นสุดยอดวิชากำลัยภายในอันดับหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ฝึกสามารถฝึกฝนสามสมบัติสวรรค์ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร  และทำให้มากเมฆมีกำลังภายใน รวมไปถึงพลังลมปราณที่ลึกล้ำเป็นอย่างมาก ทั้งในเกมและร่างกายที่แท้จริงที่โลกภายนอกที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าเครื่อง DSX-988HG ที่ส่งเสริมและพัฒนาร่างกายพลังลมปราณของเขาอยู่ตลอดเวลาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง

 

ด้วยเหตุนี้มากเมฆจึงสามารถอดทน และรอดมาได้จากการโจมตีของไรริอัสผู้น่าโมโห

 

แต่ถึงจะอดทนได้ แต่มันก็ยังเจ็บอยู่ดี จึงรู้สึกโกรธหญิงสาวที่ชื่อ ไรริอัส อยู่พอสมควร เพราะเป็นคนที่เอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่แบบไร้เหตุผล และไม่รู้จักคิดอะไรให้รอบด้านเลยก่อนจะทำอะไร

 

บวกกับก่อนหน้านี้ที่ยังโกรธและรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจกับการกระทำของเจ้า ZERO ที่ข้ามหัวกันแบบนี้

 

เจ้า ZERO มันบังอาจมาใช้ตัวเขาเป็นเป้าชี้ทาง ให้กับกลุ่มเทพเจ้าเหล่านั้น ออกมาทำลายล้างหมู่บ้าน

ทั้งที่เหล่าชาวบ้านทั้งหมดนับหมื่นๆ คน ได้กลายมาเป็นผู้ติดตามของเขาแล้วก็ตาม โดยไม่ถามความคิดเห็นของตนเองเลยแม้แต่น้อย ว่ายินดีร่วมมือด้วยหรือไม่ เห็นด้วยกับการกระทำเหล่านี้หรือเปล่า มันเป็นการข้ามหน้าข้ามตาไม่เห็นหัวกันเลยแม้แต่นิดเดียว

 

มากเมฆได้มองไปยังไรริอัสที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ และหมายจะสังหารเธอให้ตายๆ ไปซะจะได้จบๆ เรื่อง เพราะคนแบบนี้นิสัยแบบนี้ ต่อไปมีแต่จะสร้างปัญหาให้เท่านั้น

 

หากยังไม่รู้จักแก้ไขปรับตัวและเปลี่ยนแปลงนิสัยเดิมๆ และมากเมฆก็ไม่ได้ต้องการให้เธอมาเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดแม้แต่น้อย เพราะเท่าที่มีอยู่ก็สร้างปัญหาให้กับตนเองมากมายพออยู่แล้ว

 

ระหว่างที่เขากำลังจะเรียกใช้บทเวทมนตร์บางอย่าง เพื่อสังหารหญิงสาวที่ชื่อไรริอัสให้ตกตายไปอยู่นั้น

 

ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ก็ได้พุ่งตัวออกมาบังเอาไว้ และร้องขอไม่ให้ตนเองสังหารหญิงสาวคนนี้ด้วยท่าทางน่าสงสาร

 

จนเป็นเหตุให้มากเมฆ ไม่สามารถลงมือได้ และต้องหยุดชะงักลง !!!

 

ท่านผู้เฒ่าลงมาจากเมฆสีทอง และคุกเข่าลงที่พื้นหิมะหนาวเย็น อ้อนวอนไม่ให้ตนเองสังหารหญิงสาวคนนี้ด้วยเหตุผลต่างๆ นานามากมาย จนแม้แต่เหล่าชาวบ้านจำนวนมาก ที่ยังไม่ได้เข้าไปภายในมิติลับเมฆมายา ต่างก็ออกมาคุกเข่าขอร้องให้ไว้ชีวิตของไรริอัส

 

พร้อมกันมากถึงหลายพันคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อขอร้องอ้อนวอนไม่ให้ตนเองลงมือสังหารหญิงสาวคนผู้นี้

 

".. ได้โปรดนายท่านมากเมฆ ได้โปรดอย่าได้สังหารเธอเลย เธอยังเด็กนัก มักทำอะไรไม่คิด และเธอยังเป็นเจ้าหญิงขององค์กษัตริย์ผู้ก่อตั้งอาณาจักรผู้ต่อต้านเทพเจ้า เมื่อครั้งอดีตอีกด้วย ได้โปรดรอย่าได้ทำอะไรเธอเลย .."

 

ผู้เฒ่าวอเตอร์ร้องขอความเมตตา ด้วยความกระวนกระวายใจอย่างมาก เพราะตนเองครั้งหนึ่งก็เคยได้เห็นถึงพลังอำนาจของนายท่านมากเมฆมาก่อนแล้ว จึงรู้ดีว่านายท่านสามารถที่จะสังหารพวกเขาให้ตายยังไงก็ได้

 

".. แม่หนูไรริอัสเคยช่วยเหลือ และดูแลปกป้องทุกคนในหมู่บ้านมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก เธออาจจะแค่กังวลมากไปเท่านั้น ได้โปรดรอย่าฆ่าเธอเลย ให้โอกาสเธออีกสักครั้ง .." ชาวบ้านหญิงชราคนหนึ่งพูดขึ้น และอีกหลายๆ คนก็พูดขอร้องให้กับไรริอัส พร้อมกับเล่าเรื่องราวต่างๆ มากมายที่เธอเคยได้ทำและช่วยเหลือทุกๆ คนเอาไว้มาตลอดหลายปี

 

".. ไรริอัสเธอแค่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ในสถานะเจ้าหญิง และเป็นหญิงสาวที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปเท่านั้น ได้โปรดยกโทษให้กับเธอด้วย นายท่านมากเมฆ ไรริอัสเธอเป็นคนดี ได้โปรดอย่าทำอะไรเธอเลย .." โรล่าหญิงชราผู้นำหมู่บ้านป่าหิมะ ถึงจะมีอายุที่มากแล้วแต่ก็ยังคงความสง่างามของอิสตรีวีรชน เธอได้คุกเข่าขอร้องลงไปที่พื้นด้วยเช่นกัน อยู่ข้างๆ ผู้เฒ่าวอเตอร์ผู้เป็นสามี ขอร้องไม่ให้นายท่านมากเมฆสังหารไรริอัสจากความผิดที่เธอได้กระทำ พร้อมกับขอโอกาสให้เธออีกสักครั้ง ให้เธอได้แก้ตัว และเรียนรู้ที่จะปรับปรุงตัวเอง

 

".. พี่สาวไรริอัสเธอเป็นคนดี เธอเคยช่วยผมไว้หลายครั้ง และเล่นกับผมบ่อยๆ ได้โปรดอย่าทำอะไรพี่สาวเลยนะครับพี่ชาย พี่ไรริอัสเธอก็แค่กลัวว่าพวกเราจะถูกหลอกเท่านั้น อย่าทำอะไรพี่สาวเลย .." เด็กชายตัวน้อยอายุราว 4-6 ขวบปีพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัวและมีน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลา พร้อมที่จะไหลออกมาได้ทุกเมื่อ เดินเข้ามากอดขาของไรริอัสเอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอกำลังจะหายไป และยังมีเด็กๆ คนอื่นอีกหลายคนทำตาม และออกมาปกป้องเธอเอาไว้เต็มไปหมด

 

ไรริอัสเธอรู้ตัวเองดีว่าตนเองเป็นคนใจร้อนวู่วาม หลายต่อหลายครั้ง มักทำอะไรไม่คิดอยู่เสมอ จนคนในกลุ่มและพรรคพวกของเธอเดือดร้อน และในครั้งนี้ก็เช่นกัน

 

เพราะด้วยความมั่นใจในตัวเองของเธอที่มากเกินไป จนหลายๆ ครั้งไม่เห็นหัวใคร บวกกับพลังพิเศษจากสายเลือด และพรสวรรค์ที่มียิ่งทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นไปอีก จนแม้แต่สัตว์อสูรระดับราชา เลเวลหลายร้อยบริเวณรอบๆ ป่าแดนเหนือแห่งนี้ ก็ยังไม่อาจจะทำอะไรเธอได้แม้แต่น้อย ก็ยิ่งทำให้เธอมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากขั้นไปอีก

 

บวกกับเธอเองไม่ค่อยอยากจะเชื่อ ในตัวของมากเมฆแม้แต่น้อย โดยใช้ความรู้สึกอันอ่อนประสบการณ์ของเธอเองเป็นที่ตั้ง และการที่เธอสัมผัสพลังพิเศษใดๆ จากชายหนุ่มผมสีเงินตาสีเงินคนนี้ไม่ได้เลย

 

มันก็ยิ่งทำให้เธอเชื่อว่าคนคนนี้ น่าจะเป็นแค่คนโกหกหลอกลวงเท่านั้น ยิ่งทำให้เธอเชื่อว่าคนคนนี้อ่อนแอกว่าเธอ และไม่น่าจะมีพลังอภินิหารอะไร อย่างที่ท่านผู้เฒ่าได้บอกเล่าให้ทุกคนได้ฟังเมื่อก่อนหน้านี้เลย

 

และหลังจากที่โดนเหล่าเทพเจ้าทั้งสิบค้นพบที่ตั้งของหมู่บ้านป่าหิมะ ที่ได้หลบซ่อนตัวมาได้อย่างยาวนานจากสายตาของเหล่าเทพเจ้าโบราณพวกนั้น และยังถูกโจมตีอย่างรุนแรงหมายจะสังหารคนทั้งหมดให้ตกตายไม่มีเหลือ

 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเลยสักครั้งที่เทพเจ้าเหล่านั้น จะมองเห็นและสัมผัสได้ ว่าพวกตนอาศัยอยู่ที่นี่แม้แต่น้อย

 

จึงเป็นเหตุให้เธอโกรธโมโหจนขาดสติ พร้อมกับกล่าวโทษว่าชายหนุ่มมากเมฆเป็นคนนำพาเทพเจ้าเหล่านั้นมาที่นี่ และได้หลอกลวงทุกคนในหมู่บ้านให้ต้องกลายเป็นทาส เพราะการทำสัญญาเลือดโบราณ หากสั่งให้ตายก็ต้องตาย สั่งให้อยู่ก็ต้องอยู่ มันเป็นพันธะสัญญาทาสดีๆ นี่เอง และเธอก็ไม่ยอมรับชายหนุ่มคนนี้เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว

 

หลังจากที่ได้รับฟังเรื่องราวด้านดีต่างๆ ของเจ้าหญิงไรริอัสจากปากของชาวบ้านจำนวนมาก มากเมฆเองก็เริ่มที่จะอารมณ์เย็นลงมาบางแล้วหลายส่วน และหลังจากที่ได้คิดทบทวนบางอย่างในใจอยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวบอกให้ทุกๆ คนในที่นี้ รวมไปถึงตัวต้นเหตุได้รับรู้

 

".. ผมจะให้โอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และโอกาสในครั้งนี้ ไม่ใช่ผมที่เป็นคนให้ แต่เป็นทุกๆ คนในที่นี้ ได้ขอร้องเอาไว้ด้วยน้ำตาและชีวิตของพวกเขาที่อาจจะตายได้ทุกเมื่อ จากมหาเวทข้างนอกนั่นหากม่านพลังถูกทำลาย นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่ได้รับมาจากทุกๆ คนในหมู่บ้าน จะทำสัญญาเลือด!??  หรือไม่ทำ ก็ไสหัวไปซะไปตายที่ไหนก็ไปไกลๆ เลย เพราะผมไม่ต้องการพวกโง่ งี่เง่า และไม่รู้จักคิดอะไรให้รอบคอบก่อนทำอะไร ให้มาเป็นภาระแบบนี้ พวกที่ใช้แต่อารมณ์โง่ๆ เป็นที่ตั้งจนขาดสติในการรับรู้เรื่องราวให้ดี สวยใสแต่ไร้สมอง มีดีแค่หน้าอกใหญ่ใบหน้าสวยและหุ่นดี ผมไม่ต้องการ หรือแม้ว่าจะเก่งกาจมากความสามารถแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเป็นได้แค่พวกที่ใช้การไม่ได้อยู่ดี ฝากความหวังหรือให้ทำอะไรก็คงมีแต่จะล้มเหลว คิดเอาเองแล้วกัน มีสมองก็หัดคิดให้เป็น มีตาก็หัดใช้ให้ถูก มีปากก็หัดพูดและถามให้ได้ อย่าได้หลงตัวเองจนกลายเป็นลาโง่ ไม่ได้ความ .." มากเมฆพูดบอกด้วยน้ำเสียงที่เย็นชากำลังสอง มองตรงไปยังจุดที่หญิงสาวไรริอัสยืนอยู่พร้อมกับพวกเด็กๆ กอดขาเธออยู่รอบๆ ชายหนุ่มผมสีเงินในเวลานี้ แลดูปากจัดผิดกับที่เป็นผู้ชายอยู่หลายส่วน แสดงให้เห็นว่ายังคงโกรธและโมโหอยู่ไม่น้อย ทุกคำพูดที่กล่าวออกไป เขาได้พยายามสะกดข่มความไม่พอใจเอาไว้เท่าที่สามารถแล้ว

 

จะไม่ให้โกรธได้ยังไงเล่นเอาดาบมาแทงกันแบบนั้น แถมยังไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีอีก เกือบทำม่านพลังแตกยังไม่รู้ตัว

 

ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ดีใจมาก รีบกล่าวคำขอบคุณเสียงดังพร้อมๆ กับชาวบ้านคนอื่นๆ  และรีบลุกวิ่งไปหานายท่านมากเมฆ ด้วยร่างกายที่แก่ชราทั้งล้มลุกคลุกคลานอย่างหมดสภาพ เพื่อที่จะนำเอาม้วนคัมภีร์เลือดในมือของนายท่านไปส่งมอบให้กับไรริอัสในทันที พร้อมกับบังคับให้เธอทำสัญญาเลือด

 

ไรริอัสเธอยังคงโกรธและรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของอีกฝ่ายพอสมควร แต่ก็เริ่มที่จะได้สติและคิดอะไรได้มากขึ้นหลายอย่าง ถึงแม้เธอจะเห็นแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้ ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด และออกจะแข็งแกร่งเกินไปด้วยซ้ำ

 

แต่เธอก็ยังไม่ยอมรับ เพราะนิสัยดื้อรั้นโดยกำเนิดของเธอเอง แต่หลังจากที่ทุกๆ คนในหมู่บ้านที่เหลืออยู่กว่าพันคน ต่างก็ยังไม่ยอมเข้าไปในประตูมิติลับเมฆมายา อดทนต่อความร้อน ทรมานราวกับอยู่ในนรกทะเลเพลิง

 

และเริ่มกดดันเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสายตานับพันๆ คู่ จนในที่สุดไรริอัสก็ตอบรับ และหยดเลือดลงไปในพันธะสัญญาเลือดโบราณเล่มสุดท้าย ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมรับเท่าไรนัก พร้อมกับกล่าวขอโทษทุกๆ คนในหมู่บ้านหิมะที่ต้องทำทุกคนให้เป็นห่วง และทำให้ทุกๆ คนเกือบจะต้องตายกันหมด เพราะอารมณ์ร้อนหุนหันพลันแล่นของเธอ

 

มากเมฆบอกให้ทุกๆ คนรีบเข้าไปในมิติลับเมฆมายาได้แล้ว เพราะอีกไม่ถึง 180 วินาที ม่านพลังป้องกันคงทนไม่ไหวแล้ว และจะถูกทำลายลงในไม่ช้า จากพลังเพลิงของเทพเจ้าโบราณพวกนั้น

 

ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านที่เหลือจำนวนพันกว่าคน จึงรีบเร่งเข้าไปในมิติลับเมฆมายาในทันที บางคนถึงกับทิ้งสมบัติบางส่วนเอาไว้ เพราะไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

จนในที่สุดก็เหลือแค่ 3 คนเท่านั้น ที่ไม่ได้เข้าไปในมิติลับเมฆมายานั่นก็คือ มากเมฆ ไรริอัส วอลรัส

 

".. ขออนุญาตให้ผมได้เห็นด้วยตาของตัวเอง ว่านายท่านมากเมฆ แข็งแกร่งทรงพลังอำนาจอย่างที่คุณพ่อของผมได้พูดเอาไว้จริงหรือไม่ด้วยนะครับ ผมจะพยายามไม่เป็นปัญหาให้กับนายท่านอย่างเด็ดขาด .." วอลรัสพูดขึ้นด้วยท่าทางเคารพต่อผู้เป็นเจ้านาย

 

".. อนุญาต แต่ชีวิตของพวกคุณต้องดูแลกันเอาเอง โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น หากจะตายก็ตายไปแบบไม่ต้องให้ผมมาชุบชีวิตให้ หวังว่าจะเข้าใจนะ .." มากเมฆพูดเสียเบาราบเรียบ ไม่สบตาและไม่หันไปมองแม้แต่น้อย เฝ้าดูชาวบ้านที่เหลือจำนวนเล็กน้อย รีบเร่งเข้าไปในประตูมิติให้หมดจนคนสุดท้าย

 

ไรริอัสรู้สึกว่าเธอกำลังโดนดูถูกอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะในตอนนี้ได้กลายเป็นทาสไปแล้ว มีเพียงแต่ไม่ตายเท่านั้น ถึงจะเป็นการตอบโต้ให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าตัวเธอ ไม่จำเป็นจะต้องให้ใครที่ไหนมาปกป้อง

 

วอลรัส ไรริอัส ทั้งสองคนได้ใช้บทเวทมนตร์อัญเชิญโบราณของจอมเทพหมื่นมนตรา

 

ทำการอัญเชิญชุดเกราะเทพสงครามสวรรค์และโลก ระดับ SSS ของตนเองออกมาสวมใส่ พร้อมกับอาวุธประจำกายของชุดเกราะนั้นๆ ออกมาเตรียมพร้อมไว้ ทั้งสองคนยังได้ใช้บทเวทมนตร์โบราณ หลากหลายสิบบทเวทในการป้องกันธาตุพลังต่างๆ ไปบนร่างกายและชุดเกราะเทพของพวกเขาและเธอด้วย และทั้งสองคนในเวลานี้ จำเป็นจะต้องรีบหนีออกห่างจากจุดศูนย์กลาง ของลำธารเพลิงผลาญสวรรค์ให้ได้

 

ไม่อย่างงั้นไม่มีโอกาสรอดชีวิตแน่ๆ จากมหาเวทเทพเจ้าที่กำลังตกลงมาเรื่อยๆ อย่างไม่จบไม่สิ้นตลอดเวลา หลังจากที่ม่านพลังใกล้จะแตกสลายไปแล้ว !!! ในอีกไม่ช้า

 

ในที่สุดม่านพลังป้องกันก็แตกสลายหายไป มากเมฆเองก็เปลี่ยนรูปแบบชุดจิตมายาและเครื่องแต่งกายเช่นกัน ให้เป็นเหมือนทุกครั้งอย่างที่แล้วๆ มาในรูปแบบของหายนะสีเงินผู้ลึกลับ เพราะสัมผัสได้ว่ากำลังมีกลุ่มผู้เล่นจำนวนมากมุ่งหน้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะยังอยู่อีกไกลมากก็ตาม

 

ทั้งวอรัส และไรริอัสทั้งสองคนสามารถหลบหนีออกไปได้โดยไม่ยากเย็นอะไร ถือได้ว่ามีทักษะเอาตัวรอดที่สูงมาก และไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย ที่สามารถหลบหนีออกมาจากมหาเวทเทพเจ้าได้แบบนั้น

 

แถมในเวลานี้ทั้งสองคน ยังมีปีกพลังแสงเวทมนตร์โบราณสีทองที่กลางหลัง มันมีความงดงามเป็นประกายราวกับปีกของภูติสวรรค์ในอดีตที่สูญหายไปหมด และทำให้คนทั้งสองสามารถบินได้อย่างอิสระเสรีกลางท้องฟ้ากว้างไกล และเคลื่อนไหวไปมาได้รวดเร็วอย่างมาก ราวกับกำลังเทเลพอร์ไปมาในอากาศก็ว่าได้

 

แต่ดูเหมือนไม่สามารถบินได้นานนัก คล้ายกับมีเวลาจำกัดในการเรียกใช้หรืออาจจะมีพลังไม่พอ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองคนได้ใช้พลังเวทมนตร์ไปเป็นจำนวนมากในพริบตา ในการป้องกันธาตุพลังเพลิงสวรรค์ และหลบหนีออกมาในจุดที่ปลอดภัย

 

ทั้งสองคนไม่สามารถมองเห็นนายท่านมากเมฆได้ และไรริอัสก็คิดว่าชายหนุ่มผมสีเงินคนนั้น คงได้ตายไปแล้วแน่ๆ จากพลังเพลิงสวรรค์เหล่านั้น จะมีก็แต่วอลรัสที่ยังไม่คิดแบบนั้นพร้อมกับมองไปรอบๆ บริเวณอย่างใจเย็น

 

เพราะระหว่างที่ตนเองกำลังร่ายเวทมนตร์คาถา บทเวทเคลื่อนย้ายในพริบตา เพื่อวาร์ปหนีออกมานั้น เขาได้เห็นนายท่านมากเมฆที่กำลังสวมใส่หน้ากากสีเงินแปลกตา กับชุดคลุมเวทสีดำแห่งความตายโบราณอยู่นั่นเอง และเขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ว่าจะสวมหน้ากากและแต่งตัวแบบนั้นไปทำไม หรือมันเป็นแฟชั่นของคนในยุคนี้ที่พวกเขาไม่รู้

 

เหล่าเทพเจ้าทั้งสิบมองเห็นการปรากฏตัวของลูกหลานผู้ต่อต้านเทพเจ้าที่เหลือรอดทั้งสอง ก็เกิดอารมณ์เสียโมโหขึ้นมาเป็นอย่างมาก จนอากาศและมิติเวลารอบๆ ตัว ถึงกับแตกกระจายจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

 

เพราะขนาดลงทุนใช้มหาเวทเทพเจ้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถฆ่าหรือสังหารมนุษย์คนใดได้เลย แม้แต่คนเดียวภายในหมู่บ้านแห่งนั้น มันช่างเป็นความอัปยศโดยแท้สำหรับเหล่าเทพเจ้าแท้จริง ที่ได้ร่วมรู้และเห็นในเหตุการณ์ครั้งนี้

 

มันยิ่งทำให้เทพเจ้าทั้งเก้าองค์ มองเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิง ด้วยสายตาที่ดูถูกในความไร้สามารถ ราวกับกำลังมองดูหนอนแมลงวันยังไงอย่างงั้น ที่ไม่สามารถทำได้อย่างปากพูดเลยสักครั้ง

 

การถูกมองด้วยสายตาอันดูถูกเย้ยหยัน ของเหล่าเทพเจ้าธาตุพลังโบราณทั้งเก้า ก็ยิ่งทำให้เทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงโกรธแค้นเป็นอย่างมาก จนไปกระตุ้นให้เปลวเพลิงร้อนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายร้อยพันเท่าทบทวี จนสีของเปลวเพลิงสวรรค์กลายเป็นสีน้ำเงินไปแล้วอย่างช้าๆ

 

เพลิงสวรรค์สีน้ำเงินอันเข้มข้น ทำให้บริเวณโดยรอบที่เคยเป็นป่าหิมะน้ำแข็งงดงามสุดลูกหูลูกตา ต้องกลายเป็นทะเลสาบลาวาโลหิตในพริบตา จนสภาพอากาศแปรปรวนจนวิปริตบ้าคลั่ง เดี๋ยวลมพายุ เดี๋ยวเมฆฝนน้ำกรดจากฟ้า ฟ้าผ่านับหมื่นนับแสนไม่แน่นอน

 

แถมดวงตาเพลิงสุริยันของเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงโบราณเอง ยังถึงกับเปลี่ยนสีจนน่ากลัว และมองไปยังวอรัสและไรริอัสบินอยู่ ด้วยคล้ายกับแววตาที่กำลังมองดูซากศพที่ตายไปแล้วอย่างเย็นชาไร้หัวใจ

 

ในเวลาแค่เสี้ยววินาทีเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงที่กำลังโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่ง และโมโหอย่างไร้เหตุผล จนปะทุพลังเทพเจ้าของตนเองออกมามากมายราวกับเขื่อนแตก ก็ได้มาปรากฏตัวตรงหน้าของทั้งสองคนในพริบตา

 

พร้อมกับได้ใช้มือยักษ์ขนาดใหญ่ ที่บีบอัดด้วยพลังเพลิงสวรรค์สีน้ำเงินอันร้อนแรง ดุจดาวเทพสุริยะจากเอกภพ ตบกระแทกไปยังคนทั้งสองจนลอยไปชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง ที่อยู่ห่างไกลออกไปราว 10 กิโลเมตรในทันที จนทำให้ภูเขาน้ำแข็งงดงามที่ตั้งอยู่มายาวนานนับล้านปี ที่เคยสูงใหญ่แปดพันเมตรจากพื้นดิน ถึงกับแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ พร้อมแรงสั่นสะเทือนไปทั้งทวีปจิตมายา

 

โชคยังดีที่คนทั้งสองได้เตรียมบทเวทป้องกันเพลิงสวรรค์ และสวมใส่เกราะเทพสงครามเอาไว้ทั่วร่างกาย

 

จึงทำให้การโจมตีทางกายภาพที่แฝงเร้นด้วยพลังเพลิงสวรรค์ ถึงไร้ผลเป็นระยะเวลาราว 3 วินาที

 

แต่ก็ทำให้ร่างกายของคนทั้งสองบาดเจ็บภายในจนกระอับเลือดออกมา พร้อมกับถูกกระแทกเข้ากับภูเขาน้ำแข็งล้านปีอย่างรุนแรง จนเกราะเทพสงครามบางส่วนถึงกับแตกเสียหาย

 

แถมหลังจากบัพพลังป้องกันเวทสวรรค์ได้หมดลง ทั้งสองคนก็ยังได้รับผลกระทบจากความร้อนแรงจำนวนมาก ของเพลิงสวรรค์ที่ติดมาด้วยอยู่ดี เข้าทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ รวมไปถึงจิตวิญญาณภายในจนได้รับบาดเจ็บ

 

และในขณะเดียวกัน ฝ่าพระหัตถ์ยักษ์ของเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงโบราณที่ได้ติดตามมา ยังทำให้ชุดเกราะเทพสงครามและเสื้อผ้าของทั้งสองคน ถูกเผาไหม้ทำลายไปกว่า 80% และไม่อาจจะซ่อมแซมได้อีกต่อไป

 

จนในตอนนี้วอลรัสและไรริอัสเหลือพลังชีวิตเพียงแค่ 30% เท่านั้น

 

ไรริอัสกับวอรัสทั้งสองพยายามจะให้ร่างกายของตนเอง ตกลงไปในแอ่งน้ำลึกที่ใกล้ที่สุด จากที่มองเห็นได้อย่างรางๆ ของคนทั้งคู่ เพื่อที่จะได้ดับความร้อนแรงที่ร่างกายได้รับในขณะนี้ก็ยังดี ด้วยสภาพร่างกายที่แทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว

 

เทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงยิ้มเยาะในการกระทำของคนทั้งสองที่โง่จนไม่รู้จะบรรยายยังไงดี เพราะต่อให้ในเวลานี้พวกมันทั้งสองได้รับน้ำ หรือวารีสวรรค์ก็ยังไม่อาจจะดับความร้อนแรง จากพลังเปลวเพลิงสวรรค์สีน้ำเงินของตนเองได้แม้แต่นิดเดียว

 

เพื่อที่จะได้ระบายอารมณ์ที่โกรธแค้น จากการถูกมองอย่างดูถูกจากเหล่าเทพเจ้าด้วยกัน เทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงโบราณ ได้ทำการรวบรวมพลังเพลิงสวรรค์จำนวนมาก และบีบอัดให้เล็กลงเป็นลูกทรงกลม คล้ายกับดวงดาวพลังงาน

 

พร้อมกับที่มันยังเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ราวกับดวงอาทิตย์ขนาดเล็กสีน้ำเงินก็ไม่ปาน

 

ก่อนที่จะทำการขว้างดวงอาทิตย์สีน้ำเงินดวงนั้น เข้าใส่คนทั้งสองอย่างแม่นยำป่าเถื่อนไร้เมตตาใดๆ

 

ในนาทีชีวิตของความเป็นความตายที่ใกล้เข้ามาอย่างรุนแรง วอรัสกับไรริอัส คนทั้งสองรวมพลังกันต่อต้านดวงอาทิตย์สีน้ำเงินที่ใกล้เข้ามาอย่างสุดกำลังความสามารถที่มี

 

โดยสัญชาตญาณดิบเถื่อนของลูกหลานจอมเทพหมื่นมนตราในอดีต ของคนทั้งสองได้ตื่นขึ้นอย่างกับปาฏิหาริย์จนดวงตาของคนทั้งคู่กลายเป็นสีทองประกายลึกล้ำ

 

// - - คล้ายกับการปลุกพลังสายเลือดแท้จริงให้ตื่นขึ้น ในวินาทีแห่งความตาย จนดวงเนตรสีทองอันศักดิ์สิทธิ์สุดลึกล้ำแสดงตัวออกมา พร้อมกับพลังเวทมนตร์เหนือจิตนาการ ส่วนเล็กๆ ของจอมเทพในอดีต - - //

 

พร้อมกับสร้างโล่ป้องกันที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์โบราณ ภายในวงแหวนเวทยังเต็มไปด้วยอักขระเวทของเทพเจ้าโบราณที่สาบสูญไปแล้วนับหมื่นๆ ปี หลังจากเหตุการณ์สงครามเทพเจ้าในยุคนั้น ของเหล่าบรรพบุรุษเมื่อหลายหมื่นปีก่อน กลายเป็นโล่สวรรค์ขนาดใหญ่ยักษ์มหึมาออกมา เพื่อป้องกันหายนะแห่งชีวิต จากดวงอาทิตย์ดวงนั้นที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

พลังเวทสวรรค์ทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงบ้าคลั่ง ก่อให้เกิดสภาพอากาศที่เลวร้ายมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า แรงกระแทกอันมหาศาล จากแรงระเบิดของคลื่นความร้อนจากดวงอาทิตย์ขนาดเล็ก

 

เล่นงานจนสภาพของโล่สวรรค์ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างลวดๆ จากพลังที่เพิ่งจะตื่นขึ้นของสายเลือดจอมเทพทั้งสอง แลดูคล้ายกับเศษแก้วบางๆ ที่ใกล้จะหายไปได้ทุกเมื่อ

 

จนส่งผลให้สภาพร่างกายในปัจจุบันของทั้งคู่ ไม่สามารถที่จะลุกยืนขึ้นมาได้อีกต่อไป ได้แต่นอนรอความตายอยู่ตรงพื้นน้ำแข็งอย่างทรมาน จากหลากหลายสาเหตุที่ร่างกาย ยังไม่อาจจะปรับสภาพรองรับพลังเวทสวรรค์ได้ไหว และบาดเจ็บทรมานจากเพลิงสวรรค์โบราณก่อนหน้านี้อยู่ก่อนแล้ว

 

แถมในปัจจุบันไรริอัสอยู่ในสภาพที่ใกล้จะเปลือยเปล่า แทบจะไม่เหลือเครื่องนุ่งห่มใดๆ เลยปกปิดร่างกายแม้แต่ในส่วนที่เร้นลับของสตรีเพศ ทั้งชุดเกราะและเสื้อผ้าของเธอ ทั้งหมดถูกคลื่นความร้อนที่หลุดลอยผ่านโล่สวรรค์ออกมาเผาไหม้ทำลายอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเด็กอ้วนที่หิวกระหาย

 

ทั่วทั้งร่างกายที่เคยขาวบริสุทธิ์ของเธอ ยังเต็มไปด้วยบาดแผลร้ายแรงน่ากลัวจำนวนมาก ผิวหนังบอบบางราวกับหิมะถูกเผาไหม้ทำลายไปกว่า 70% และมีเลือดไหลนองเต็มพื้นหิมะสีขาวไปหมด หญิงสาวกรีดร้องอย่างทรมานจากความเจ็บปวดที่ได้รับที่ไม่อาจจะทานทนได้ไหวอีกต่อไป

 

เพียงเวลาไม่นานนัก เลือดสีแดงสดของเธอเหล่านั้น ก็ได้ระเหยกลายเป็นไอเลือดลอยขึ้นไปบนอากาศจากความร้อนของดวงอาทิตย์ที่ใกล้เข้ามา และโล่สวรรค์ก็เสียหายไปแล้วกว่า 80% จากทั้งหมด แถมบริเวณโดยรอบยังคงร้อนระอุราวกับอยู่ในมหาสมุทรแห่งเปลวเพลิงก็ไม่ปาน

 

ส่วนวอลรัสชายวัยกลางคน ผู้ที่มีร่างกายสูงใหญ่กำยำและจะต้องดำรงตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านคนต่อไป และยังเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านผู้เฒ่าวอเตอร์และภรรยาชราโรล่า

 

แต่ทว่าตัวเขานั้นกับมีสภาพร่างกายที่แย่มากที่สุด แขนและขาทรงพลังของเขาก่อนหน้านี้ ถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากให้ได้เห็น ใบหน้าหล่อเหลาองอาจถูกเผาไหม้ทั้งหมด

 

จนแทนจะจำไม่ได้เลยว่าเขาเคยเป็นใคร ร่างกายทุกส่วนกว่า 90% ถูกเผาไหม้ทำลายเป็นแผลน่ากลัว ที่หากใครมีจิตใจอ่อนแอได้มาเห็นสภาพของเขาในตอนนี้ อาจจะเป็นลมหมดสติไปได้ง่ายๆ และตัวเขาเองก็กำลังจะตายในอีกไม่กี่นาทีจากนี้ หากยังไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอในทันที

 

และถึงแม้จะเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส มากแค่ไหนก็ตาม วอลรัสก็ไม่เคยร้อง หรือส่งเสียงใดๆ ออกมา เขาไม่ปริปากบ่นออกมาแม้แต่คำเดียวให้ใครได้ยิน ไม่ว่าจะเจ็บปวดทรมานร่างกายจนอยากจะตายมากแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังสมกับเป็นชายชาตรี ที่จะได้รับตำแหน่งให้เป็นผู้นำในการต่อต้านเทพเจ้ารุ่นต่อไปอย่างแท้จริง และถึงแม้จะสูญเสียทั้งแขนและขาไปจนหมด แต่ชายวัยกลางคนคนนี้ ก็ยังพยายามจะลุกขึ้นโดยใช้ศีรษะของเขาค้ำยันจากพื้น ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักยอมแพ้อย่างแท้จริง

 

กลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย ก่อนที่พลังสวรรค์ทั้งสองจะปะทะกันอย่างรุนแรง ในขณะที่ดวงอาทิตย์ของเทพเจ้าผู้บ้าคลั่งกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ตัวโล่สวรรค์ของพวกเขาทั้งสองคนยังสร้างออกมาได้ไม่สมบูรณ์ 100% ด้วยระยะเวลาที่น้อยเกินไป

 

ในขณะนั้นวอลรัสเห็นท่าไม่ดี จึงได้ใช้ร่างกายสูงใหญ่กำยำของเขา เข้าปกป้องน้องสาวตัวน้อยที่เขาได้เฝ้าดูการเจริญเติบโตและเลี้ยงดูเธอมาตลอดหลายสิบปี ตั้งแต่เมื่อครั้งที่อีกฝ่ายยังเด็กเป็นทารกอย่างไรริอัสเอาไว้

 

โดยไม่เสียดายชีวิตแม้แต่น้อย เพราะยังไงก็ตามไรริอัส เธอก็คือเจ้าหญิงแท้จริงของพวกเขา และเป็นน้องสาวผู้น่ารักตัวน้อย ของเขามาตลอดยั้งแต่ยังเล็ก และเขาเองก็ยินดีสละชีวิตเพื่อปกป้องเธอเอาไว้อย่างภาคภูมิ ในฐานะพี่ชาย และองครักษ์ของเธอ

 

ในขณะเดียวกันและตลอดเวลาที่ผ่านมา ระหว่างการต่อสู้กับเทพเจ้าและลูกหลานเทพเจ้าทั้งสอง มากเมฆยังคงอยู่ในจุดศูนย์กลางของเปลวเพลิงสวรรค์อันบ้าคลั่ง ของมหาเวทเทพเจ้าโบราณที่ยังมีเพลิงสวรรค์ไหลออกมาไม่สิ้นสุดอยู่ตลอดเวลา

 

เขายืนอยู่ ณ กลางลำธารเพลิงสวรรค์เหล่านั้นอย่างชิลล์ๆ ไม่ได้รู้สึกร้อนหรือหนาวอะไรเลย กับพลังดาเมจและสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แถมเขายังเฝ้ามอง ดูการต่อสู้ของคนทั้งสองคนอย่างสนใจใคร่รู้พอสมควร ว่าทั้งคู่หนึ่งวัยรุ่นเลือดร้อน หนึ่งชายวัยกลางคนผู้ใจเย็นจะไปได้ไกลมากแค่ไหน

 

แถมใจจริงของมากเมฆเองก็ไม่อยากจะเข้าไปช่วยเหลืออะไร หญิงสาวที่ชื่อไรริอัสแม้แต่น้อย เพราะไม่ชอบนิสัยของเธอที่คล้ายกับเขาในอดีตอยู่หลายส่วน เพราะมันทำให้เขามองเห็นตัวเองที่เคยเป็นคนแบบนั้นในหลายๆ ความหมายที่ยอมรับไม่ได้ ถึงความอ่อนหัดของตัวเขาเองที่ผ่านมา

 

แต่นั่นก็ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงบางสิ่ง และยกระดับจิตใจของตัวเองให้สูงขึ้นอีกครั้ง คนเราไม่อาจจะใจแคบ หรือจะดีจะเลวจนเกินไปไม่ได้ และเขาเองก็เช่นกัน

 

ในเมื่อเขาในตอนนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนนิสัยของเขาได้ เธอคนนั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน และนี่ก็คือการให้โอกาสอย่างแท้จริงของเขาที่มอบให้เธอ เจ้าหญิงไรริอัส ผู้ที่ใสซื่อจนเกินเหตุ

 

และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ หลังจากที่ได้เห็นการกระทำของชายที่ชื่อ วอลรัส ผู้ที่เสียสละตนเองด้วยจิตใจของผู้ให้อย่างแท้จริง ผู้ที่ปกป้องคนของตัวเองอย่างไม่กลัวตาย หรือหวาดกลัวต่อความเจ็บปวดใดๆ เลยหลังจากที่ถูกกระทำ  คนคนนี้ได้แสดงให้เห็นแล้ว ถึงความภาคภูมิของเขาเอง และมันทำให้มากเมฆประทับใจ ในชายที่ชื่อวอลรัสอย่างมาก และคงจะไม่มีทางยอมแน่ๆ หากคนคนนี้ต้องมาตายจากไปแบบนี้

 

หลังจากที่เห็นเป้าหมายทั้งสองคนยังไม่ตาย แถมยังต้านทานพลังสวรรค์ของตนเองไว้ได้อีก เทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงโบราณจึงได้ตัดสินใจทำบางสิ่งเพื่อที่จะได้จบชีวิตของคนทั้งสอง

 

เทพเจ้าร่างพลังเพลิงได้ยกมือขึ้นเหนือศีรษะของเขา รวบรวมพลังเพลิงสวรรค์สีน้ำเงินจำนวนมากจากมิติเอกภพสวรรค์ต่างๆ ที่เข้าถึงได้จากโลกเวทมนตร์แห่งนี้ ดูดกลืนมาสร้างเป็นดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ยักษ์ และตั้งใจจะขว้างไปผสมโรงกับดวงอาทิตย์ขนาดเล็กที่ยังไม่หายไป พุ่งตรงไปยังลูกหลานของเหล่าผู้ต่อต้านเทพเจ้าทั้งสอง ให้ตกตายตกนรกไปให้หมดด้วยกันทั้งสองคน เผาไหม้วิญญาณจนไม่ต้องไปผุดไปเกิดได้อีก

 

แต่ทว่าในระหว่างนั้นเอง กลับมีบุรุษผู้สวมหน้ากากสีเงินปรากฏตัวขึ้นมา กลางท้องฟ้าวิปริตบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ กึ่งกลางระหว่างเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิง และคนทั้งสองจากระยะไกลในสายตาของทุกคนที่มองเห็น

 

ทำการขัดขวางการโจมตีสุดท้ายของเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด ราวกับดวงอาทิตย์สีน้ำเงินขนาดใหญ่สุดร้อนแรงดวงนั้น เป็นได้แค่ลูกบอลไฟเล็กๆ สำหรับเขาเท่านั้น

 

ใครจะไปเชื่อกับสิ่งที่ได้เห็นล่ะว่า แม้แต่ดวงอาทิตย์ขนาดเล็กสีน้ำเงินสุดร้อนแรงก่อนหน้านี้ ที่กำลังปะทะกับโล่สวรรค์ของคนทั้งสองที่หมดสติไปแล้ว ดวงอาทิตย์ดวงนั้นมันได้กลายเป็นบอลน้ำแข็งไปเสียแล้วในพริบตาอย่างง่ายๆ และถูกบดขยี้ทำลาย ด้วยพลังของนิ้วมือทมิฬขนาดใหญ่ยักษ์ที่แยกตัวออกมาจากมิติอวกาศใกล้ๆ เข้าทำลายมันจนหายไปราวกับฝุ่นควัน

 

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เทพเจ้าองค์อื่นๆ ทั้งเก้าองค์ที่เฝ้าดูอยู่จากระยะไกล ถึงกับสนอกสนใจมองมาที่บุรุษหนุ่มลึกลับผู้สวมหน้ากากสีเงินในทันทีเป็นตาเดียวกัน

 

".. นั่นจะใช่คนที่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ยิ่งใหญ่ในชั้นฟ้าสวรรค์ของพวกเรา ได้บอกกล่าวให้พวกเราต้องระวังตัวหรือไม่ แต่พลังที่ข้าสัมผัสได้ มันน่าชวนหัวล่อเสียจริงๆ แบบนี้จะให้ระวังไปทำไมกัน เหล่ามดแดงไฟบนสวรรค์ยังจะดูเลวร้ายกว่าเสียอีก .." เทพเจ้าแห่งปฐพีโบราณพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูกไม่เห็นอีกฝ่ายในสายตา และมองไปยังบุรุษหนุ่มผู้สวมหน้ากากสีเงินที่แสนจะอ่อนแอ ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะเข้าใจ

 

".. ใช่แล้วจะทำไม ไม่ใช่แล้วจะทำไม มาขัดขวางภารกิจหมื่นๆปีของพวกเรา ที่ได้รับมอบหมายโดยพระเจ้าผู้สร้างสวรรค์โดยตรง ยังไงก็ต้องทำลายให้หายไปพร้อมๆ กันอยู่ดี แต่ข้ากับสนใจในมือทมิฬอันนั้นมากกว่า .." เทพเจ้าแห่งความมืดโบราณพูดขึ้นเสียงดังและสนใจอีกฝ่ายอย่างมาก เพราะดูเหมือนจะใช้พลังแห่งความมือเช่นเดียวกัน และเต็มไปด้วยความกระหายใคร่จะต่อสู้เหลือเกิน

 

ระหว่างนั้นเองเหล่าผู้เล่นจำนวนมากกว่า 856 คนที่เหลือรอดมาถึงอย่างปลอดภัย และมีบางส่วนตกตายไปเป็นร้อยชีวิตก่อนหน้านี้ พวกเขาเหล่านี้ต่างก็มาจากเมืองหิมะโปรยอันห่างไกล แต่ก็เดินทางมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นรีบเร่งอย่างสุดชีวิต และต้องการจะหาคำตอบของสิ่งที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ยังกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และพวกเขาเหล่านั้นได้มาถึงภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่มหึมา ใกล้กับจุดเกิดเหตุหายนะนานาประการมากที่สุด และทั้งหมดได้ใช้ที่ตรงนี้เป็นฐานในการสังเกตการณ์จากระยะไกล

 

ผู้เล่นแต่ละคนยังได้ใช้กล้องส่องทางไกลเวทมนตร์ที่พกมาด้วยมองดูสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ นาๆ ของสหพันธ์การค้าเมฆมายา ที่ล้ำสมัยมากที่สุดที่ออกวางขายเมื่อเร็วๆ นี้เป็นจำนวนมาก ในการป้องกันของแต่ละคนอย่างเต็มที่

 

และได้ใช้บางส่วนที่ส่งผลในการมองเห็นระยะไกล และบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเอาไว้ และยังได้ตั้งฐานปักหลักใช้ค่ายกลเวทบนยอดเขาน้ำแข็งเอาไว้ให้แข็งแรงมากที่สุดอีกด้วย

 

เพื่อระวังภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน และยังได้มีผู้เล่นบางส่วนที่ร่ำรวย และมีอาชีพสตรีมเมอร์โดยเฉพาะเป็นหลัก ทำการซื้อบริการพิเศษเหมากล้องแบบทำลายไม่ได้ที่คิดเงินเป็นวินาที จากทางระบบหลักของเกมสามพิภพในราคาที่แสนจะแพงอย่างน่าเลือดในปัจจุบัน ทำการถ่ายทอดสด ส่งตรงไปขายยังบอร์ดเกมต่างๆ หรือแม้แต่ช่องชาแนลเกมของพวกเขาเอง เพื่อหารายได้พิเศษกันอีกหลายร้อยคน

ทั้งหมดกว่า 856 ชีวิต พวกเขาเหล่านั้นต่างก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ป่าไม้น้ำแข็ง หิมะแดนเหนืออันยิ่งใหญ่ที่เคยกินพื้นที่ขนาดใหญ่มหึมา สุดลูกหูลูกตาอย่างที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้จากความทรงจำของใครหลายๆ คน

 

มันได้กลายสภาพเป็นทะเลสาบลาวาโลหิตอันร้อนระอุไปหมดแล้ว หลายๆ อย่างไม่มีอะไรหลงเหลือ และบอกได้เลยว่าที่นี่เคยเป็นดินแดนน้ำแข็งหลายสิบล้านปีมาก่อนเลยสักอย่าง

 

แถมขนาดกลุ่มคนเหล่านี้ที่อยู่ไกลออกไปไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรจากยอดเขาสูงเสียดฟ้า พวกเขาทุกคนยังสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงของทะเลโลหิตลาวาได้อย่างชัดเจน และมองเห็นสภาพอากาศโดยรอบอันบ้าคลั่งอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้อย่างเต็มๆ สองตาโดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เวทใดๆ ช่วยเหลือ

 

และเริ่มจะมีบางคนทนไม่ไหวกับอากาศที่ร้อน ถึงกับถอดเสื้อกันหนาวออกมาแล้วหลายร้อยคน เหตุเพราะบริเวณแถวนี้ไม่มีอากาศหนาวเย็นใดๆ หลงเหลืออยู่อีกเลย ยังกับพวกเขาได้อยู่บนโลกที่แตกต่างจากที่เคยเดินทางผ่านมาตลอดหลายนาทีที่ผ่านมา ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

ในจำนวนผู้เล่นที่มาในครั้งนี้ หลายต่อหลายคนเป็นผู้เล่นจากสมัย 5 ปีก่อน เป็นผู้เล่นมากประสบการณ์และมีความอาวุโสในด้านของข้อมูลมากกว่าผู้เล่นใหม่ๆ  และบางคนยังเคยพบเห็นรูปร่างหน้าตาเทพเจ้าโบราณของธาตุพลังต่างๆ มาก่อนแล้วหลายสิบคน

 

จากเควสภารกิจโบราณที่เคยได้รับ และบางเควสก็ยังได้รับจากเทพเจ้าเหล่านั้นโดยตรงอีกด้วย

 

ทำให้คนทั้งหมดในที่นี้ ได้รู้ว่ากลุ่มบุคคลทั้งสิบ ที่มีร่างกายใหญ่โตกว่าปกติเหล่านั้น พวกเขาและเธอคือเทพเจ้าโบราณและเป็นตัวแทนของแต่ละธาตุพลัง ของสวรรค์อันบริสุทธิ์นั่นเอง และเหล่าเทพเจ้าทั้งหมดต่างก็กำลังต่อสู้อยู่กับคนคนเดียว ผู้ที่สวนใส่หน้ากากสีเงินปกปิดใบหน้าเอาไว้ และสวมชุดคลุมเวทสีดำโบราณแห่งความตายอยู่ตลอดเวลา

 

ทั้งหมดกว่าแปดร้อยชีวิตได้เคยพบเห็นกับบุรุษผู้ลึกลับคนนั้นมาก่อน คนทั้งโลกเวทมนตร์ต่างก็กำลังออกตามหา

 

แต่ละคนจึงได้ออกคำสั่งพิเศษ ให้เอไอส่วนตัวช่วยเขียนรายงาน การปรากฏตัวของคนคนนี้ในเว็บบอร์ดเกมทันที

 

แจ้งข่าวให้ทุกคนที่กำลังออนไลน์เกมสามพิภพในตอนนี้ ที่มีมากกว่าแสนล้านคนได้รับรู้ว่าในขณะนี้

 

หายนะสีเงินผู้ลึกลับและไร้พ่ายคนนั้น กำลังต่อสู้อยู่กับเทพเจ้าโบราณที่แท้จริง ทั้งสิบธาตุพลังสวรรค์ของโลกเวทมนตร์ ด้วยตัวคนเดียวอย่างบ้าพลัง พร้อมกับภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถูกส่งตรงขึ้นไปยังเว็บไซต์และสื่อต่างๆ มากมาย สร้างรายได้ให้กับกลุ่มคนทั้ง 856 คน อย่างมากในเวลาต่อมา

 

เพียงเวลาไม่ถึง 30 วินาที หลังจากที่ภาพและสื่อต่างๆ ได้กระจายข่าวออกไป

 

ข่าวการต่อสู้ของเทพเจ้าโบราณทั้งสิบพระองค์ และการปรากฏตัวของหายนะสีเงินผู้มีค่าหัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเสมือนจริง ได้กลายมาเป็นประเด็นร้อนแรงในทันที

 

และมียอดผู้ชมเหตุการณ์ในครั้งนี้แล้วผ่านทางสื่อและเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ต่ำกว่าแปดหมื่นล้านคนจากทั่วทั้งระบบสุริยะจักรวาลอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสฟีเวอร์ที่ว่า

 

 

ผู้เล่น สามารถสู้กับเทพเจ้าแท้จริงได้ จริงดิ !!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4692 ท่านอากิระ ! (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 12:39
    ฉันละเกลียดอินางนี้ที่สุดตั้งแต่อ่านมา... หวังว่าคงไม่ใช่หนึ่งในฮาเร็มนะ!
    #4,692
    0
  2. #3801 lills (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 12:11
    Zero เละแน่
    #3,801
    0
  3. #2415 Code; Ver.million (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 14:17

    ผู้ได้ภารกิจจากพระเจ้าผู้สรรค์สร้าง(เทพ)vsผู้ที่ได้พลังของพระเจ้าผู้สรรค์สร้าง(มากเมฆ)

    #2,415
    0
  4. #2414 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 05:12

    เทพเจ้า เจอกับ เทพหายนะ 5555

    #2,414
    0
  5. #2413 loliz (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 00:40
    เดี๋ยวให้เจ๊แกไปกระทืบให้ยับเจ้าzero ป่านนี้คงเตรียมชิ่งล่ะมั้ง เจ้ามากเมฆก็ดันใจอ่อนซะเหลือเกินระวังจะตายห่ากับผู้หญิงเข้าซักวัน
    #2,413
    0
  6. #2412 joelamtan (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 22:55
    ขอบคุณครับ
    #2,412
    0
  7. #1703 Tanz Giroro (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:31
    เป็นผู้หญิงแบบที่โคตรเกลียด!!
    #1,703
    0
  8. #1482 โอมิเล็ต สไมล์ตี้ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:36
    นี่แหระตัวผู้หญิงน่าลำคาญ ทำมาเป็นเก่ง ทำมามีบท งี่เง่า ตัวน่ามคานของแท้
    #1,482
    0
  9. #1154 MewThanayot (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 21:03
    แค่ก็ข้าไม่อยากให้จบเร็ว กับ ตอนทำพันธะสัญญาเลือดด้วยความเป็นไป อีกช่วงนึงผมลืม ขอบคุณครับ นี่ขนสดอยู่ในทวีปเริ่มต้นนะ
    #1,154
    1
    • #1154-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 57)
      13 มกราคม 2561 / 21:31
      ช่วยได้มากเลยครับ ขอบคุณมาก

      ตัวละครหลักไปไหนก็มีแต่เรื่อง หุหุ
      #1154-1
  10. #1153 โด่งเด่ง (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 20:17
    ค้างงงงงสุดๆ
    #1,153
    0
  11. #1150 phonphimon0123 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 18:01
    ต่อออออออ
    #1,150
    0
  12. #1149 phongphatr (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 17:03
    ค้างๆๆ ต่อเลยจ้า กำลังสนุกเลย
    #1,149
    0
  13. วันที่ 13 มกราคม 2561 / 10:57
    ไอผู้หญิงนี้ น่าตายแน่นอน เพราะ พระเอกถือคติ ดีมาดีกลับ ร้ายมากุร้ายกลับ 100 เท่า มั้งๆ เดานะ
    #1,148
    0
  14. #1147 น้องเฟย์ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 10:26
    ค้างอีกแล้ว
    #1,147
    0
  15. #1146 xวาuxวาu (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 10:02
    ยัยนี่เป็นอะไรมากป่าว ไม่มีเหตุผลเลยอ่ะ โคดงี่เง่าเลย
    #1,146
    0
  16. #1145 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 09:44
    ขอบคุณค่ะ
    #1,145
    0
  17. #1144 จิ้งจอกกอดลูกโลก (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 09:35
    ฆ่ามันนนนน หมายถึงยัยผญ.นั้น....
    #1,144
    0
  18. #1143 prapat91 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 08:43
    ขอบคุณ
    #1,143
    0
  19. #1142 Pkumsomsri-2546 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 02:11
    ไม่ต้องอยู่หรอก กิริยาต่ำๆ แบบนี้ ทิ้งให้มันตายๆ ไปเถอะค่ะ ค่าตัวไม่แพงเสียเท่าไหร่ 555
    #1,142
    0
  20. #1141 Scorpio ★|| (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 00:22
    โง่จัง ไม่รับเป็นนางเอก(ในเกมส์)นะคะแบบนี้ รับเป็นคนติดตามอย่างเดียวค่ะ อยากให้บาดเจ็บหนักๆเจียนตายจริงๆ
    #1,141
    0
  21. #1140 KurouNeko (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 00:05
    เซเลเน่ มาจัดหนัก Zero หน่อยเร็ว
    #1,140
    0
  22. #1139 boat489 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 23:51
    จะโง่ไปไหน
    #1,139
    0
  23. #1138 the7golf (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 23:10
    จัดหนักๆไปเลย พวกไม่มีเหตุผล แทงผู้เฒ่าเกือบตายไปทีหนึ่งแล้วยังไม่รู้จักรอบคอบอีก ทิ้งแม่มเลยปล่อยมันไว้คนเดียว
    #1,138
    0
  24. #1137 Se7ennarak~* (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 23:03
    e ดอก คน เค้ามาช่วย ยังจะไปแทงเขาอีด โง่
    #1,137
    0
  25. #1136 Paradox of chaos (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 22:59
    ฆ่าอีดอ ก นี่เลยไรต์โครตเกียจเลยพวกเเบบนี้เนี่ย
    #1,136
    0