มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 56 : บทที่ 56 ถูกติดตาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    2 ต.ค. 61

บทที่ 56 ถูกติดตาม

 

          เลือดสีแดงสดสาดกระจายไปทั่วบริเวณกว้าง ของพื้นผิวหิมะสีขาวอันบริสุทธิ์ แต่ทว่ากลับไม่มีเสียงกรีดร้องบ่งบอกถึงความเจ็บปวดใดๆ ออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว จากบุรุษเพศชายหนุ่มที่ถูกแทงด้วยดาบยาวสีฟ้าอันงดงาม เข้าที่กลางหน้าอกของคนผู้นั้น

 

เหล่าชาวบ้านคนอื่นๆ และตัวของหญิงสาวเอง ถึงกับตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นอยู่ชั่วขณะ

 

เพราะเป้าหมายที่เธอต้องการจะแทงดาบสังหารให้ตาย ภายใต้หนึ่งการโจมตีของเธออยากเต็มกำลัง ที่สมควรจะเป็นชายหนุ่มผมสีเงินที่เต็มไปด้วยออร่าประหลาดน่ากลัว

 

แต่กลับกลายเป็นว่า ได้มีบุคคลอื่น ที่เจ้าตัวหญิงสาวไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ ตั้งแต่แรก กับออกมารับการโจมตีของเธอแทนชายหนุ่มคนนั้นเอาไว้ กับเป็นชายชราผมขาวที่นั่งอยู่บนก้อนเมฆสีทอง แถมชายชราผู้สูงอายุคนนี้กับมีใบหน้าท่าทาง คล้ายกับคนที่เธอเคยรู้จักเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเด็กเมื่อหลายสิบปีก่อน

 

แต่ทว่าที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง นั่นก็คือหลังจากที่เธอดึงดาบยาวสีฟ้าน้ำแข็ง กลับออกมาจากร่างกายของชายชราที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างช้าๆ แล้ว พร้อมกับกระโดดสูงตีลังกาถอยหลังห่างออกมา ทิ้งระยะสำหรับการโจมตีในครั้งถัดไปอย่างระมัดระวังด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่สบายใจ กับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น ว่าบาดแผลลึกจากดาบน้ำแข็งที่ถูกแทงก่อนหน้านี้ จนเลือดสาดกระจายไปทั่วพื้นหิมะของชายชราผู้นั้น กับได้รับการรักษาให้หายไปในพริบตา แถมอีกฝ่ายยังไม่ส่งเสียงร้องเจ็บปวดใดๆ ให้ได้ยินเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ภาพที่เห็นมันได้สร้างความประหลาดใจ ตกตะลึงให้กับเธอ และเหล่าชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ได้เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก ถึงความมหัศจรรย์ของการรักษาที่ไม่จำเป็นจะต้องเตรียมวงเวทหรือแม้แค่มนตราคาถาใดๆ เลย

 

ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ แต่เดิมก็ไม่คิดว่าตนเอง จะต้องมาถูกดาบน้ำแข็งแทงทำร้ายที่หน้าอกรุนแรง จนเลือดสีแดงสดสาดกระจาย กลายเป็นภาพศิลปะบนพื้นหิมะสีขาวแบบนี้

 

แต่ด้วยความเป็นห่วงนายท่านมากเมฆ จะถูกทำร้ายตามสัญชาตญาณของผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ภักดี และด้วยพลังพิเศษทางสายเลือดของจอมเทพมนตราในอดีต ที่ได้สืบทอดมาแบบสุ่มพลังพิเศษของแต่ละคน ทำให้ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์สามารถมองเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ 3-5 วินาที ตามความตั้งใจและสัญชาตญาณของตนเอง แต่จำเป็นจะต้องใช้พลังเวทวิญญาณอันเร้นลับในการเรียกใช้ทุกครั้ง

 

ด้วยเหตุนี้ท่านผู้เฒ่าจึงได้ตัดสินใจ เข้าปกป้องผู้เป็นนายเหนือหัวด้วยชีวิตของตนเอง และใช้ร่างกายอันแก่ชราเป็นโล่ป้องกัน ไม่ให้นายท่านถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ

 

แต่ในความเป็นจริงลึกๆ ลงไปในใจแล้ว ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ มิได้แค่ปกป้องนายท่านมากเมฆเท่านั้น

 

แต่ยังได้ปกป้องชาวบ้านทุกคนในที่นี้ไว้อีกด้วย เพราะหากเกิดอะไรที่เลวร้ายไม่ดีกับนายท่านแล้วละก็ มันอาจจะนำหายนะมาสู่หมู่บ้านแห่งนี้ก็เป็นได้ เพราะด้วยพลังอำนาจเวทมนตร์เหนือธรรมดาที่นายท่านมากเมฆถือครองอยู่ มันก็มากมายมหาศาลจนเกินว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ถึงอยู่แล้ว ยังไม่รวมกับออร่าพลังหายนะแปลกๆ ที่ชวนให้สิ้นหวังและพลังแห่งความตายอันเข้มข้น ที่ทุกคนในหมู่บ้านสัมผัสได้อยู่ทุกวัน เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่านายท่านของตนเองนั้น อันตรายมากขนาดไหน

 

เพื่อป้องกันในสิ่งที่คาดไม่ถึง ท่านผู้เฒ่าจึงเลือกที่จะเจ็บตัวเองดีกว่า เพราะยังไงก็ตามเจ้าเมฆวิเศษสีทองอันสุดแสนจะไม่ธรรมดาอันนี้ มันก็มีพลังในการรักษาอันยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่งอยู่แล้ว

 

แทบจะเรียกได้เลยว่ามันคือเมฆสีทองอมตะก็ว่าได้ ที่สามารถรักษาอาการป่วยไข้ โรคร้ายและบาดแผลต่างๆ รวมไปถึงอาการบาดเจ็บร้ายแรงทั้งหมดได้ในพริบตา แถมยังเป็นสุดยอดพาหนะที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็ว โดยแค่สั่งการต่างๆ ด้วยความคิดของผู้ที่กำลังนั่งมันอยู่เท่านั้นเอง

 

เวลาอยู่ภายในมิติลับเมฆมายา ท่านผู้เฒ่าเองยังได้ใช้เมฆสีทองอันนี้ รักษาอาการป่วยไข้อาการบาดเจ็บต่างๆให้กับทุกคนในหมู่บ้านของตนอยู่เสมอ โดยเฉพาะเหล่าเด็กๆ ที่มักจะไปเล่นซนกับลูกมังกรหายนะทั้งสามอยู่บ่อยๆ และได้บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ กลับมาทุกครั้งก็มักจะใช้ให้เมฆสีทองอันนี้ ในการรักษาพวกเขาเหล่านั้นทุกครั้งไป

 

เมฆสวรรค์สีทองนี้จึงนับได้ว่าเป็นสิ่งวิเศษที่สุดยอด อย่างเหลือเชื่อโดยแท้จริงสำหรับทุกคนในหมู่บ้าน

 

จึงทำให้ท่านผู้เฒ่ามั่นใจและกล้าที่จะรับดาบน้ำแข็งสีฟ้าแทนผู้เป็นนายเหนือหัวอย่างไม่ลังเล เพราะยังไงตนเองก็เชื่อว่าเขาจะไม่ตายอย่างแน่นอนอยู่แล้ว 100%

 

เพียงเวลาไม่ถึง 5 วินาที หลังจากที่ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์หายดีเป็นปกติแล้ว ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะใจร้อนวู่วามไปมากกว่านี้อีกจากความเป็นคนหนุ่มสาวเลือดร้อน จึงได้รีบพูดบอกกล่าวให้อีกฝ่ายเข้าใจ และใจเย็นลงมากกว่านี้

 

".. นี่ แม่หนูน้อย ไรริอัส ไม่เจอกันแค่สิบเจ็ดปี แม่หนูถึงกับทำร้ายผู้เฒ่าคนนี้ได้ลงคอเลยหรือ .." ท่านผู้เฒ่าบังคับให้เมฆลอยตัวออกไปด้านหน้าอย่างช้าๆ และผู้ติดตามทั้งสามก็เดินออกไปด้วย กล่าวคำกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเองของญาติสนิทที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน

 

".. พวกเราก่อนหน้านี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนหน่วยสืบข่าวของทางเรา ได้แจ้งข่าวมาว่าพวกท่านและหมู่บ้านแห่งนั้นได้หายไปกันหมดแล้ว อาจจะถูกสังหารโดยเทพไปแล้วก็ได้ แถมไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากคนของพวกท่านเลย หลักฐานที่อยู่ใดๆ ก็ไม่มีเหลือให้เห็น พวกเราจึงไม่คิดว่าพวกท่านจะยังมีชีวิตอยู่ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งด้วยเจ้าค่ะ ที่ลงมือกระทำรุนแรงเกินไปแบบนั้น ท่านผู้นำหมู่บ้านลับลมดำผู้ดูแลรักษาสมบัติแห่งเทพ ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ .." ไรริอัสหญิงสาวแสนสวยผู้งดงามแห่งป่าหิมะแดนเหนือสุดอันตราย ผู้เป็นทั้งนักรบจอมดาบมากฝีมือ และยังเป็นจอมเวทผู้เชี่ยวชาญในทุกธาตุพลังอันหาได้ยาก ผู้มีพลังวิเศษอันหลากหลายคล้ายกับเทพเจ้าในตำนานก็ไม่ปาน และเธอก็ยังเป็นยอดหญิงแกร่งผู้มากด้วยพรสวรรค์อันโดดเด่น และในปัจจุบันเธอยังเป็นหัวหน้าองครักษ์ของป่าหิมะแห่งนี้อีกด้วย ทำหน้าที่ในการขับไล่ผู้บุกรุก สังหารศัตรูที่เข้าใกล้หมู่บ้าน และป้องกันภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นให้กับทุกคนในหมู่บ้านตลอดเวลา และเมื่อใดก็ตามที่มีผู้เล่นหรือสัตว์อสูรระดับสูง เข้าใกล้อาณาเขตของหมู่บ้านหิมะแล้วล่ะก็ไรริอัสเธอจะลงมือสังหารและทำลายล้างอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว โดยไม่สอบถามหรือกล่าวคำใดๆ แม้แต่น้อย มีเพียงความตายของอีกฝ่ายเท่านั้น ถึงจะปกป้องทุกคนในหมู่บ้านของเธอเอาไว้ได้ คนตายไม่อาจจะพูดได้นั่นเอง

 

พอได้พูดคุยสอบถามจนแน่ใจ หญิงสาวก็ทำการขอโทษท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ ที่ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บจนอาจจะเสียชีวิตได้เลยก่อนหน้านี้ ด้วยการคุกเข่าลงไปที่พื้นหิมะอันหนาวเย็นถึงกระดูก และก้มศีรษะลงไปที่พื้นหิมะเป็นการขอขมาท่านผู้เฒ่าด้วยความจริงใจ แต่กับไม่ได้มองหรือสนใจชายหนุ่มผมสีเงิน ที่ตกเป็นเป้าหมายในตอนแรกเลยแม้แต่น้อย แถมยังหลงลืมการมีอยู่ของอีกฝ่ายไปจนหมดแล้วก็ว่าได้

 

หลังจากที่เหล่าชาวบ้านและหน่วยองครักษ์คนอื่นๆ ที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ต่างก็จำได้แล้วว่าชายชราผู้นี้เป็นใคร มาจากไหนและเกี่ยวข้องอะไรกับพวกตน ต่างก็ออกมาต้อนรับขับสู้กันเป็นอย่างดีราวกับครอบครัวเดียวกันที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน เพราะยังไงก็ตามทั้งหมดก็คือญาติพี่น้อง ผู้ร่วมชะตากรรมหายนะ การทำลายล้างของเหล่าเทพเจ้าหมื่นล้านองค์ในอดีต และสืบทอดสายเลือดอันแสนวิเศษ จากจอมเทพหมื่นมนตราเช่นเดียวกันทั้งหมดนั่นเอง

 

เพียงเวลาไม่นานหน่วยองครักษ์ทั้งหมด ก็ได้ชักชวนให้ผู้มาเยือนทั้งสี่คน ได้เข้าไปพบกับท่านผู้นำหมู่บ้านป่าหิมะแดนเหนือแห่งนี้ และแน่นอนว่าท่านผู้นำหมู่บ้านในปัจจุบัน ก็คือภรรยาเอกของท่านผู้เฒ่าวอเตอร์นั่นเอง และเหตุที่ผู้ชราทั้งสองไม่อาจจะอยู่ด้วยกันได้นั้น ก็เพราะความจำเป็นบางอย่างในการปกป้องสมบัติล้ำค่า และชีวิตของทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้เอาไว้ตามคำสั่งของบรรพบุรุษ

 

ทำให้ท่านผู้นำทั้งสองตัดสินใจแยกกลุ่มออกเป็นสองหมู่บ้าน และให้กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดรักษาปกป้องสมบัติเทพจากบรรพบุรุษเอาไว้ และให้อีกกลุ่มนำจำนวนผู้รอดชีวิตหลายหมื่นคน แยกไปอยู่อาศัยในสถานที่ที่ห่างไกล และยากที่จะค้นหาได้จากสายตาของเหล่าเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายเหล่านั้น จึงเป็นเหตุให้ในหมู่บ้านลับลมดำมีชาวบ้านอยู่ราวหนึ่งพันกว่าคน  แต่ที่หมู่บ้านป่าหิมะแห่งนี้กับมีชาวบ้านลูกหลานผู้ต่อต้านเทพเจ้า มากถึงหลักหมื่นคนนั่นเอง

 

เพื่อที่ว่าหากหมู่บ้านขนาดเล็กที่ได้กลายเป็นเป้าหมายหลัก ในการค้นหาสมบัติเทพและหมู่บ้านได้ถูกทำลายลงไป พร้อมกับเหล่าเทพได้แย่งชิงสมบัติล้ำค่าไปได้แล้วทั้งสามชิ้น อาจจะทำให้เหล่าเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายเหล่านั้น หลงคิดไปว่าทุกคนในหมู่บ้านได้ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว พร้อมกับเลิกล้มที่จะออกค้นหาและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สายเลือดของพวกเขาอีกต่อไป

 

กลายเป็นการเสียสละชีวิตคนหมู่น้อย เพื่อให้ชีวิตของคนหมู่มาก ได้มีชีวิตที่ดีอยู่ต่อไป และต่อให้สมบัติเหล่านั้น พวกมันจะล้ำค่ามากแค่ไหน แต่ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา มันก็ยังไม่อาจจะมีค่าเท่ากับชีวิตของลูกหลานได้เลย

 

ด้วยเหตุนี้เอง ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์จึงจำเป็นจะต้องทำหน้าที่ดูแลสมบัติเทพ พร้อมๆ กับดูแลทุกคนในหมู่บ้านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้กลายเป็นเหยื่อล่อเหล่าเทพเจ้าที่ยังหมายตาสมบัติอยู่

 

แต่สำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมา กับกลายเป็นว่ากำลังถูกผู้เล่นชั่วร้ายฆ่าล้างหมู่บ้าน และต้องจำยอมให้ทุกคนต้องตายไปแบบนั้นอย่างโหดร้าย จนสุดท้ายสมบัติเทพได้หลุดลอยออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และจะได้เป็นการหายไปของพวกเขาทุกคน และเหล่าเทพเจ้าก็คงไม่สนใจชีวิตน้อยๆ ของพวกเขาอีกต่อไป ถึงแม้จะไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของเหล่าเทพก็ตาม

 

และนี่คือแผนการการเสียสละของคนในหมู่บ้านลึกลับป่าลมดำก่อนหน้านี้ จึงทำให้หมู่บ้านลึกลับในป่าลมดำของท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ มีจำนวนสมาชิกที่น้อยกว่า และมักจะกลายเป็นเป้าหมายให้กับกลุ่มคนโลภมากที่คิดจะแย่งชิงไอเทมสมบัติล้ำค้า เข้ามาทำร้ายและสืบข่าวเรื่องราวในตำนานต่างๆ ที่คนในหมู่บ้านรู้ และทั้งหมดจะกลายเป็นที่รู้จักในอีกไม่ช้าถึงแม้จะต้องใช้เวลา สิบปียี่สิบปีก็ตาม และหลังจากที่ข่าวการมีอยู่ของพวกเขา ได้กระจายออกไปเป็นวงกว้างและคงจะถูกเทพเจ้าเหล่านั้นค้นพบ และถูกทำลายให้หายไปในสักวันหนึ่ง

 

 

แต่ทว่าหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือ จากนายท่านมากเมฆผู้มีพลังอำนาจไม่ต่างจากพระเจ้าแล้ว

 

จึงทำให้ท่านผู้เฒ่าเริ่มคิดถึงครอบครัวและทุกๆ คนที่แยกตัวออกไป เพื่อความอยู่รอดของสายเลือดบรรพกาล ทำให้ท่านผู้เฒ่ากล้าที่จะพูดความจริงมากขึ้น หลังจากที่วางใจในนายเหนือหัวของตนเองแล้ว และกล้าที่จะขอร้องขอความช่วยเหลือที่เห็นแก่ตัว จากนายท่านมากเมฆของตนเองดูสักครั้ง

 

ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ไม่อาจจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสุขสบาย ได้แต่เพียงคนของหมู่บ้านลับลมดำเท่านั้น แถมในแต่ละวันที่ผ่านมา ตนเองก็ยังเฝ้าคิดถึงครอบครัว และเป็นห่วงคนอื่นๆ อยู่เสมอ ทำให้ท่านผู้เฒ่ากล้าร้องขอในสิ่งที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ออกมาได้

 

หลังจากที่คนทั้งหมดได้เข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่ที่สุด กลางหมู่บ้านหิมะแล้ว ภายในห้องรับแขกที่ไม่ได้หรูหราอะไรเลยดูเล็กเกินไปด้วยซ้ำ กับได้พบหญิงชราที่ดูท่าทางอ่อนแอขี้โรคใกล้ตายคนหนึ่ง กำลังนอนหลับอยู่บนที่นอนเล็กๆ และข้างๆ กายของหญิงชรา ก็ปรากฏชายหนุ่มหน้าตาดุดันร่างกายสูงใหญ่แข็งแรงวัยกลางคน แถมหน้าตาของคนผู้นั้นกับคล้ายท่านผู้เฒ่าวอเตอร์อย่างมาก และหากสังเกตดีๆ แล้วทั้งสองคน มีส่วนคล้ายกันมากถึง 6-8 ส่วนเลยทีเดียว

 

ชายวัยกลางคนผู้นี้คือ วอลรัส  เวอริทัส

 

ผู้เป็นบุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ และหญิงชราใกล้ตายที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่

 

ถึงแม้พ่อลูกแท้ๆ จะได้พบหน้าหลังจากที่ไม่ได้พบกันมานานหลายสิบปี แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าอกเข้าใจกันดี เพราะคนสำคัญอันเป็นที่รักของคนทั้งสอง กำลังใกล้จะตาย ทำให้ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ถึงกับลืมตัวกระโดดลอยลงจากเมฆสีทองพุ่งเข้าไปหาภรรยาสุดที่รักในทันที

 

".. โรล่า นี่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ข้ามาพบกับเจ้า แล้วลืมตาสิ พวกเราไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวเทพเจ้าชั่วร้ายพวกนั้นอีกแล้ว เจ้าห้ามตายเด็ดขาด ได้โปรด .." ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์เป็นห่วงภรรยาคนรักของตนเองอย่างมาก ภายในจิตใจใต้สำนึกเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม จนกระทั่งหลงลืมการมีอยู่แม้แต่เจ้าเมฆสีทองอันน่าอัศจรรย์ ที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ให้หายไปได้ในพริบตา

 

ระหว่างที่ท่านผู้เฒ่ากำลังกุมมือของภรรยาอันเป็นที่รักอยู่นั้น หญิงชรานามว่าโรล่าก็ได้สติกลับมาอีกครั้งและมองชายชราผมขาวตรงหน้า ด้วยแววตาแห่งรักและความคิดถึงอย่างสุดหัวใจ และยังหลงคิดไปว่าในเวลานี้ตนเองกำลังอยู่ในความฝัน หรืออยู่ในสวรรค์หลังจากที่ตายไปแล้วแน่ๆ

 

และเหตุที่หญิงชราโรล่า ผู้นำหมู่บ้านป่าหิมะล้มป่วยนั่นก็เพราะเมื่อหลายวันก่อน ตนเองได้รับข่าวร้ายที่ยากจะทำใจแม้ว่าจะเคยเตรียมใจมาแล้วหลายปี กับการหายไปและถูกทำลายของหมู่บ้านลับลมดำ ทำให้หญิงชราหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก และโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะเคยเตรียมใจไว้ก่อนแล้วก็ตาม

 

แต่สำหรับความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียคนรักนั้น มันเป็นความทรมานที่ยากที่จะทำใจได้ แถมเธอเองก็มีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน และหวังว่าสักวันหนึ่ง จะได้มีโอกาสได้กลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง

 

แต่หลังจากที่ได้รับข่าวร้ายนั้นแล้ว หญิงชราก็ร้องไห้เสียใจอยู่หลายวันโดยไม่ให้ใครเห็น และหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป จนพลังชีวิตเริ่มอ่อนแอลงไปทุกวัน แม้แต่ภาพที่ได้เห็นตรงหน้าในขณะนี้ ตนเองยังคิดเลยว่ามันเป็นแค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้นเอง

 

ชายชรากุมมือภรรยารักของตนเองเอาไว้แน่น และพูดบอกความในใจออกไปมากมาย พร้อมกับพยายามบอกให้เธอรู้ว่าชายอันเป็นที่รักที่อยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้ ไม่ใช่ความฝันไม่ใส่สวรรค์ แต่ทุกอย่างที่เห็นนี่คือความจริงทั้งหมด ตนเองยังไม่ตายและยังมีชีวิตอยู่ดี

 

".. เป็นคุณจริงๆ ใช่มั้ย วอเตอร์ ฉันไม่ได้ฝันอยู่ใช่มั้ยคะ คุณ คุณยังไม่ตาย ดีจริงๆ ดีจริงๆ .." หญิงชราโรล่าพูดออกมาทั้งๆ น้ำตาแห่งความสุขล้น ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองของเธอ และพยายามลุกขึ้นยืนให้ได้อย่างช้าๆ สวมกอดชายชราสามีที่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวันอย่างมีความสุข

 

".. นี่ไม่ใช่ความฝัน โรล่า พวกเราทุกคนยังมีชีวิตอยู่ และได้รับความช่วยเหลือจากนายท่านผู้นี้ ต่อไปพวกเราไม่จำเป็นจะต้องหวาดกลัวเทพเจ้าเหล่านั้นอีกแล้ว .." ผู้เฒ่าวอเตอร์พูดบอก และแนะนำให้ทุกคนในห้องได้รู้จักกับนายท่านมากเมฆ ชายหนุ่มผู้มีพลังดุจพระเจ้า ผู้มีสัมผัสพลังที่อันตรายและยากจะเข้าใจ

 

ผู้คนทั้งหมดภายในห้อง ต่างก็ขอบคุณและขอบคุณมากเมฆอยู่ตลอดเวลา และภาพแห่งความสุขนี้ ทำให้เขามีความสุขไปด้วยอย่างมาก

 

เพราะมากเมฆเป็นคนที่อ่อนไหวได้ง่าย กับความรักของครอบครัวเป็นพิเศษ แค่ได้เห็นทั้งสองคนกอดกันรักกันด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง เขาเองก็มีน้ำตาคลอเล็กๆ ออกมาให้เห็นแล้ว

 

และหลังจากที่ได้ยินว่าชายหนุ่มผมสีเงิน หรือที่ชื่อ มากเมฆ มีความแข็งแกร่งอย่างมาก จากปากของท่านผู้เฒ่าวอเตอร์อยู่ตลอดเวลา หญิงสาวไรริอัสเธอเองก็อดประหลาดใจไม่ได้ว่าทำไมชายหนุ่มคนนี้ ที่ดูยังไงก็อ่อนแออย่างมาก ไม่มีออร่าพลังที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งใดๆ อะไรเลยแม้แต่น้อย มีเพียงออร่าพลังแปลกๆ ที่ยากจะเข้าใจเท่านั้นหลุดลอยออกมานานๆ ครั้ง แถมในเวลานี้ยังยิ้มเล็กๆ และมีน้ำตาคลอออกมาให้เห็นอีกด้วย เป็นคนที่อ่อนแอเห็นๆ กันอยู่จะไปแข็งแกร่งได้ยังไง

 

ทำไมท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ ถึงได้บอกว่าชายหนุ่มคนนี้มีพลังอำนาจดุจพระเจ้า !? !?

 

พอมากเมฆเห็นคนทั้งสามรักกันดี เป็นครอบครัวที่ตนเองได้แต่เฝ้าฝันถึง แถมยังมองไปเห็นลูกชายของท่านผู้เฒ่าวอเตอร์เองก็มีน้ำตาคลอออกมาเล็กน้อย จากความสุขที่อบอุ่นหัวใจที่อยากเห็นพ่อและแม่มีความสุข

 

วอลรัสจึงได้เดินเข้าไปหามากเมฆ และกล่าวคำขอบคุณอย่างเป็นทางการ และยินดีจะติดตามรับใช้เป็นการตอบแทนอย่างจริงใจ

 

หลังจากที่ได้รับรู้ความตั้งใจของอีกฝ่าย ตัวเขาเองก็พอใจ และมากเมฆก็อยากจะช่วยเหลือให้พวกเขาเหล่านี้ ได้อยู่ด้วยกันต่อไปอีกนานๆ เท่าที่จะทำได้ จึงได้ออกคำสั่งให้เมฆสีทองขยายตัวขึ้นมากกว่าปกติเป็นสองเท่า และแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างช้าๆ ตรงหน้า และส่งอีกอันที่แบ่งตัวออกมาแล้ว ให้มันบินไปรักษาหญิงชราในทันที

 

หญิงชราโรล่าตกใจเล็กน้อย และทุกคนในห้องก็ตกใจเช่นกัน ที่อยู่ๆ เมฆสีทองก็ลอยเข้าไปหาพร้อมกับอุ้มหญิงชราให้นั่งบนเมฆอย่างสบาย และสีหน้าท่าทางที่เคยเจ็บป่วยของเธอก็ค่อยๆ หายไปอย่างรวดเร็ว และกลับมาแข็งแรงดั่งเดิม

 

ในเวลานี้ผู้ที่นั่งบนเมฆสีทองทั้งสอง ต่างก็หันหน้ามามองมากเมฆเป็นตาเดียวกันอย่างรู้บุญคุณ และท่านผู้เฒ่าก็เริ่มพูดขึ้นถึงวัตถุประสงค์หลักที่มาในครั้งนี้

 

".. ขอบคุณนายท่านมากเมฆที่ช่วยเหลือ ขอบคุณจริงๆ .." ผู้เฒ่าวอเตอร์ก้มหัวลงต่ำเป็นการแสดงความเคารพและขอบคุณนายเหนือหัวอย่างจริงใจ มากเมฆเพียงยิ้มรับไว้เท่านั้น และบอกให้ทั้งหมดไม่ต้องใส่ใจอะไรก็ได้

 

ท่านผู้เฒ่าเริ่มรู้นิสัยของนายท่านมากเมฆพอสมควร นายท่านมักเป็นคนไม่ใส่ใจพิธีการอะไรมากนัก อยากทำก็ทำอยากช่วยก็ช่วยเท่านั้นเอง จึงไม่ได้พูดบอกอะไรให้มากมาย และหันกลับไปพูดคุยกับภรรยาของตนเองถึงจุดหมายสำคัญในครั้งนี้

 

".. โรล่าข่าวที่พวกเจ้าได้รับนั้นเป็นความจริง หมู่บ้านของพวกเราได้ถูกทำลายแล้ว แต่ได้นายท่านมากเมฆผู้นี้ช่วยเอาไว้ และได้ให้ที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยกับพวกเรา โดยแลกกับการเป็นผู้ติดตามของท่านเท่านั้น .."

 

".. เหตุที่ต้องให้พวกเราเป็นผู้ติดตามนั้น เพราะสถานที่ที่พวกเราได้อยู่อาศัย มันเป็นมิติลับที่เต็มไปด้วยพลังอันมากมายมหาศาล และปลอดภัยอย่างแท้จริงจากเหล่าเทพหมื่นล้านองค์ แม้แต่เทพเจ้าใดๆ ก็ไม่อาจจะทำลายมันได้ และเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ทรยศหักหลังต่อผู้มีพระคุณ พวกเราทั้งหมดจึงยินดีผูกพันธะสัญญาเลือด ด้วยหัวใจที่ยอมรับและเต็มใจกันทุกคน .."

 

".. และในครั้งที่ผ่านมานายท่านมากเมฆยังได้ช่วยเหลือ และชุบชีวิตให้กับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ไม่สามารถจะชุบชีวิตได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะใช้พลังและบทเวทในตำนานมากแค่ไหนก็ตาม แต่นายท่านมีผู้รับใช้เป็นถึงมังกรผู้ยิ่งใหญ่ที่มีพลังอำนาจของพระเจ้าอย่างแท้จริง ถึงสามมังกร ทำให้สามารถชุบชีวิตและเรียกวิญญาณทุกคนในหมู่บ้านกลับมาจากโลกหลังความตายได้ .."

 

".. ข้าจึงอยากให้พวกเจ้าทุกคน ยอมรับและติดตามนายท่านมากเมฆด้วยเช่นกัน เพื่อที่พวกเราจะได้ย้ายเข้าไปอยู่อาศัยภายในมิติลับแห่งนั้นได้ด้วยกันทั้งหมด  .."

 

จากนั้นท่านผู้เฒ่าก็ได้บอกเล่าเรื่องราวและเหตุผลต่างๆ อีกมากที่เกิดขึ้น รวมไปถึงภารกิจหน้าที่และงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายให้กับทุกคนได้รับได้ฟัง และทั้งหมดยังมีอิสระที่จะเลือกและทำตามความฝันได้ทั้งหมดแม้ว่าจะมีพันธะสัญญาเลือดของผู้ติดตามที่คล้ายกับทาสก็ตาม

 

จากนั้นไม่นานนักก็มีการเรียกประชุมสำคัญเกิดขึ้น และเหล่าตัวแทนของแต่ละกลุ่มของเขตต่างๆ ของแต่ละครอบครัวก็เข้าร่วมและรับฟังในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

เหล่าตัวแทนของหมู่บ้านทั้งหมดได้ใช้เวลาไม่นานนัก ก็สามารถหาข้อตกลงและยินดีทำพันธะสัญญาเลือดด้วยความเต็มใจ และทั้งหมดต่างก็เชื่อในการตัดสินใจของท่านผู้เฒ่าวอเตอร์กันอยู่แล้ว ตั้งแต่ในสมัยก่อน เพราะทั้งหมดต่างก็ต้องการที่พักอาศัยที่สามารถอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย และไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าจะถูกเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายเหล่านั้นทำลายล้างและสังหารให้หมดสิ้น

 

หลังจากที่ตกลงกันได้แล้วมากเมฆก็มอบม้วนคัมภีร์สัญญาเลือดโบราณ ให้กับทุกคนในหมู่บ้านได้ทำสัญญาเลือดกันทั้งหมดทุกคน จะมีก็แต่ไรริอัสเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ยังไม่วางใจในตัวของชายหนุ่มผู้นี้ที่ดูอ่อนแอไร้พิษภัย และไม่มีแววว่าจะเก่งหรือแข็งแกร่งอะไรเลย

 

เธอจึงไม่ได้หยดเลือดทำพันธะสัญญาแต่อย่างใด

 

แต่สำหรับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือคนชราต่างชายหรือหญิง ต่างก็ยินดีทำพันธะสัญญากันทั้งหมด และในตอนนี้มากเมฆก็มีผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นถึง 23,931 คนเข้าไปแล้ว

 

การผูกพันธะสัญญาเลือดโบราณ ทำให้ผู้ติดตามเหล่านั้นไม่อาจจะทรยศมากเมฆได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ และเขาเองก็ไม่จำเป็นจะต้องแบ่งค่าประสบการณ์ EXP ใดๆ ให้ทั้งสิ้น แบบผู้ติดตามแบบลุงโลเวอร์ และลูกมังกรหายนะทั้งสาม

 

จริงอยู่มันไม่ต่างจากสัญญาทาส เจ้านายเจ้าชีวิตแบบที่รู้ๆ กันอยู่ของคนสมัยก่อน ที่อยากให้ตายก็ตาย อยากให้อยู่ก็อยู่อะไรแบบนั้น แต่ทั้งหมดก็ยินดีเป็นทาสเป็นผู้ติดตามอย่างมีความหวัง เพราะจากคำบอกเล่าของท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ผู้ไม่เคยโกหกใคร และผู้ติดตามทั้งสามของท่านที่มาด้วยในครั้งนี้ ได้ใช้พลังเวทมนตร์พิเศษของแต่ละคน แสดงภาพของสถานที่มิติลับ วิวทิวทัศน์ต่างๆ ของหมู่เกาะสวรรค์รังสรรค์ทั้งห้า รวมไปถึงสิ่งต่างๆ มากมายภายในมิติลับเมฆมายาให้ทุกคนได้เห็น ก็ยิ่งเป็นตัวช่วยให้ทุกๆ คนยินดีทำสัญญาและติดตามมากเมฆกลับไปนับหมื่นๆ คนทั้งหมด

 

ระหว่างที่ทั้งหมดกำลังเตรียมขนย้ายข้าวของเข้าไปในมิติลับเมฆมายากันอยู่นั้น อยู่ๆ ที่ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก อยู่ๆ ก็ปรากฏวงแหวนเวทขนาดใหญ่ยักษ์ที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจของเทพเจ้าผู้สูงศักดิ์และมีกลุ่มคนร่างใหญ่กว่ามนุษย์ปกติถึง 10 เท่าลอยตัวออกมาหลายสิบคนกลางท้องฟ้า

 

ทั้งหมดแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหรา อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลอย่างโดดเด่นสูงศักดิ์ แลดูงดงามล้ำค่าและเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขล้นจากบางสิ่งที่พึ่งใจ และยังมีแววตาแห่งความรัก ความเมตตาที่ชวนให้หลงใหล ศรัทธาอย่างไม่รู้ตัวมอบให้กับทุกๆ คนที่พบเห็น และที่ด้านหลังของพวกเขาและเธอเหล่านั้น

 

ยังได้มีปีกแสงขนนกเทพเจ้าโบราณสีขาวบริสุทธิ์ อันงดงามตระการตา ถึง 8 คู่ส่องสว่างประกายแสงสีแห่งราชันย์เหนือสรรพอย่างยิ่งใหญ่ คล้ายกับปีกแห่งอิสระเหนือโลกและสวรรค์ก็ไม่ปาน

 

พร้อมกับมีวงแหวนเทพเจ้าสวรรค์โบราณ หลายพันหลายหมื่นวง ขนาดใหญ่อันงดงามเหนือสามัญ ที่เต็มไปด้วยดวงดาวสีสันแห่งจักรวาลกว้างไกล และพลังเหนือธรรมชาติของสวรรค์และโลก อยู่มากมายภายในทับซ้อนกันอยู่อย่างลึกลับ แลดูทรงพลังอำนาจเต็มไปด้วยออร่าพลังของเทพเจ้าอย่างแท้จริงและปฏิเสธมิได้

 

ทุกๆ การเคลื่อนไหว ทุกๆ การกระทำ ล้วนเต็มไปด้วยพลังสวรรค์ของเทพเจ้าโบราณอันมากล้น ที่จะทำให้ทุกๆ ชีวิตไม่อาจจะต่อต้านใดๆ ได้เลย

 

พวกเขาและเธอทั้งหมด ต่างก็ปลดปล่อยพลังของเทพเจ้าอย่างแท้จริงออกมา แต่ละองค์เป็นตัวแทนของธาตุพลังสวรรค์อันยิ่งใหญ่ของพิภพมนตราแห่งนี้ ประกอบไปด้วยธาตุพลังต่างๆ เช่น

 

ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า แสง ความมืด ไม้ โลหะ พิษ เทพเจ้าโบราณทั้งสิบปรากฏกายออกมา และมองลงมายังป่าหิมะแดนเหนือ ด้วยสายตาของเทพราชันย์ผู้กระหายทำลายล้าง และในวันนี้ จะเป็นวันที่ภารกิจนับหมื่นๆ ปีของพวกเขาเหล่าองค์เทพต้องจบลง

 

ไรริอัสและทุกๆ คนในหมู่บ้านป่าหิมะ ต่างก็สัมผัสได้ว่าเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย ได้ค้นพบที่อยู่ของพวกตนเองแล้ว

 

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เหล่าองค์เทพต่างก็ไม่สามารถสืบหาที่อยู่ของพวกตนเองได้เลยแท้ๆ  แม้แต่เทพเจ้าเหล่านั้นจะให้มนตรามหาเวทดวงตาเทพเจ้าแล้วก็ตาม แต่ทำไมครั้งนี้ เทพเจ้าเหล่านั้นถึงได้หาที่อยู่ของตนเองพบ

 

แววตาสายตาอันไม่ชอบใจไม่พอใจจำนวนมากหลายพันคู่ ต่างก็หันมามองมากเมฆกันหมด และหลงคิดไปว่าชายหนุ่มคนนี้ที่พวกตนยินดีทำสัญญาเลือดด้วยหัวใจอันยินดีและยอมรับ จะต้องเป็นผู้เปิดเผยที่อยู่ของตนเองเป็นแน่ และคงเป็นสาเหตุอื่นใดไปไม่ได้

 

มากเมฆรับรู้และสัมผัสได้หลังจากที่เห็นแววตาเหล่านั้นนับพันๆ คู่มองมา ก็คาดคิดได้ในทันทีว่าตนเองอาจจะถูกสะกดลอย หรือเฝ้าติดตามจากใครสักคนอยู่ก็เป็นได้

 

จนเป็นสาเหตุให้ที่นี่ถูกค้นพบ และทุกคนในหมู่บ้านที่ยังไม่ได้เข้าไปภายในมิติลับเมฆมายา ต่างก็กำลังโกรธแค้นและไม่พอใจเขาที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ และคนที่มากเมฆสงสัยมากที่สุดก็คือเจ้า ZERO เพราะมันอาจจะแอบติดตามเขาอยู่ก็เป็นได้ ถึงทำให้เหล่าเทพเจ้าพวกนั้น รู้สถานที่ตั้งของกลุ่มคนเหล่านี้ได้

 

ในเมื่อเขาเองเป็นต้นเหตุก็ต้องรับผิดชอบ มากเมฆจึงตัดสินใจพูดบางสิ่งออกไปทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาเองเงียบและสงบปากคำมาตลอด และไม่ได้พูดอะไรออกไปมากนัก

 

".. ในเมื่อทุกคนคิดว่าผมเป็นต้นเหตุ เป็นคนทรยศที่ทำลายความเชื่อใจของพวกคุณ ผมจะเสนอหน้าไปจัดการกับเทพเจ้าเหล่านั้นให้เอง แต่ก็ไม่รับปากว่าจะชนะนะครับ แต่ยังไงก็รีบๆ เข้าไปในประตูมิติลับกันด้วย เพราะผมยังมีธุระอย่างอื่นต้องทำ .." มากเมฆพูดออกมาด้วยท่าทางง่ายๆ สบายๆ เหมือนทุกที และนำเอาไม้เท้าเวทมายา ระดับ SSS ออกมาเตรียมพร้อม และปรับเปลี่ยนชุดเกราะจิตมายาให้เป็นแบบพร้อมรบอย่างเต็มที่

 

".. นายท่านมากเมฆ พวกเราไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น ได้โปรดตัดสินใจใหม่ด้วย เทพเจ้าเหล่านั้นแข็งแกร่งมากผู้เฒ่าเกรงว่านายท่านอาจจะต้านรับไว้ไม่ไหว  เพราะเท่าที่เห็น เหล่าเทพมาพร้อมๆ กันถึง 10 องค์ และเป็นสิบองค์เทพที่มีธาตุพลังเฉพาะของใครของมันอีกด้วย .." ผู้เฒ่าวอเตอร์พูดบอกแสดงตัวแทนคนอื่นๆ ที่กำลังสงสัยในนายท่านมากเมฆ เพราะกลัวว่านายท่านจะโกรธ

 

".. เจ้านะเหรอจะไปต่อต้านเทพเจ้าได้ เราไรริอัส ลูกหลานของจอมเทพหมื่นมนตราไม่ได้รู้สึกถึงพลังพิเศษใดๆ จากตัวเจ้าเลยแม้แต่น้อย และเราไม่ยินดีทำสัญญาเลือดกับเจ้าเด็ดขาด แถมเจ้ายังเป็นคนนำพาเทพเจ้าเหล่านี้มาอีก เจ้ามันเป็นคนเลวร้ายที่เกินจะให้อภัย ตายๆ ไปซะ .." ไรริอัสพูดเสียงดังเสียงสูงด้วยความไม่พอใจ เพราะมโนไปเองเยอะมากในหลายๆ เรื่องของเธอเองที่มีต่อชายหนุ่มผมสีเงินตรงหน้า และด้วยความไม่เชื่อก่อนหน้านี้เป็นเหตุ ไรริอัสจึงได้พุ่งตัวเข้าโจมตีมากเมฆในทันทีอย่างรวดเร็ว ด้วยอารมณ์โกรธแค้นและไม่สนใจรับฟังเหตุผลใดๆ อีกแล้วจากคนรอบข้าง

 

ตัวมากเมฆเองก็ไม่สนใจการโจมตีเด็กๆ ของไรริอัสที่กำลังใกล้เข้ามาแม้แต่น้อย

 

แต่ในขณะนั้นเองมากเมฆมองขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับยกไม้เท้าเวทในมือขึ้นเล็กน้อย สร้างม่านพลังโปรงใส และปลดปล่อยพลังเวทลมปราณอันแปลกประหลาดที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนออกมา พลังที่ว่ามันได้ท้าทายสามัญสำนึกของทุกคนที่สัมผัสได้ และทำการปกคลุมทั้งหมู่บ้านขนาดใหญ่เอาไว้ในทันทีในพริบตา

 

เพราะในขณะเดียวกันในระหว่างที่ไรริอัสกำลังบ้าเลือดพุ่งโจมตีใส่มากเมฆ ได้มีมหาเวทอุกกาบาตดาวตกเพลิงทมิฬโบราณที่เต็มไปด้วยคำสาปกัดกร่อน ที่มีขนาดเป็นลูกไฟใหญ่ยักษ์จากท้องฟ้า สูงเหนือขึ้นไปจากหมู่บ้านป่าหิมะเพียงแค่ 300 กว่าเมตรเท่านั้น และมีจำนวนหลายร้อยอุกกาบาตเพลิง ที่กำลังพุ่งตรงมายังป่าหิมะแดนเหนือแห่งนี้อย่างกับพายุฝนผู้บ้าคลั่ง หมายจะลบล้างทุกๆ ชีวิตของทุกคนในป่าหิมะแห่งนี้ให้หมดไป

 

          ตูมมมมมมม!!!  ตูมมมมมมม!!!  ตูมมมมมมม!!!  X 100 ตู้ม

 

แรงระเบิดของอุกกาบาตทำลายล้าง มันรุนแรงบ้าคลั่งอย่างที่ไม่เคยได้พานพบ จนพื้นแผ่นดินสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินน้ำแข็งที่นี่ได้แยกตัวออกจากเปลือกโลก คลื่นความร้อนมหาศาลได้หลอมละลายน้ำแข็ง และหิมะจนพวกมันระเหยเป็นไอในพริบตา พลังจากคำสาปกัดกร่อนทุกๆ สิ่งในระยะของมันจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก อุกกาบาตทมิฬนับร้อยๆ กระทบเข้ากับม่านพลังป้องกัน ที่มากเมฆสร้างขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว

 

หากว่าช้ากว่านี้แค่ 2-3 วินาที ทุกๆ ชีวิตได้เป็นอันตกตายไม่เหลืออย่างแน่นอน

 

เพราะมหาเวทดาวตกที่พุ่งชนกับม่านพลังป้องกันที่ว่านี้ มันเต็มไปด้วยพลังทำลายอันรุนแรงที่สามารถทำลายล้างทุกๆ ชีวิตได้ทั้งหมด แถมยังเป็นการโจมตีที่จับสัมผัสได้ยากอย่างมาก จะบอกว่าสัมผัสไม่ได้เลยก็คงใช่ ราวกับอยู่ๆ อุกกาบาตนับร้อยๆ ก็ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า

 

ป่าหิมะแดนเหนืออันงดงาม และมีหิมะสีขาวอันบริสุทธิ์ ในตอนนี้มันได้ถูกทำลายหายไปจนหมดสิ้น

 

หิมะและน้ำแข็ง สัตว์ป่า สัตว์อสูรมากมายกลายเป็นไอน้ำระเหยออกไปอย่างรวดเร็วในพริบตา ป่าไม้ถูกเผาไหม้ทำลายจนไม่มีเหลือแม้แต่ซาก หรือหลักฐานการมีอยู่ใดๆ แรงสั่นสะเทือนของอุกกาบาตนับร้อยๆ ครั้ง ทำให้เมืองหิมะโปรยที่ตั้งอยู่ห่างไกลออกไป ถึงกับสั้นไหวอย่างรุนแรง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นคนจากอาคารบ้านเรือนถล่มลงมา รวมไปถึงเหล่า NPC ชาวบ้านปกติที่เมืองแห่งนั้นด้วยเช่นกัน ที่ต่างก็เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก

 

จนในตอนนี้ได้มีผู้เล่นจำนวนมากตื่นกลัว และหวาดหวั่นถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น จนพากันรีบหนีและออกเดินทางไปยังเมืองใกล้ๆ กันเป็นจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ NPC วาปไม่สามารถให้บริการได้ทันเพราะมีผู้ใช้บริการมากเกินไป และมีบางกลุ่มของผู้เล่นที่ไม่กลัวตาย ได้รีบเร่งเดินทางมายังศูนย์กลางแรงระเบิดสั่นสะเทือนในครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบและหาคำตอบในสิ่งที่เกิดขึ้นไปก่อนหน้านี้

 

เหล่าเทพเจ้าทั้งสิบองค์ ต่างก็ประหลาดใจและเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดในแววตาของแต่ละองค์

 

ทั้งหมดมองลงมาจากที่สูงด้วยสายตาเย้ยหยันยิ้มเยาะ ให้กับเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงที่ไม่สามารถทำลายแม้แต่ม่านพลังเล็กๆ ได้ แถมการโจมตีไปเมื่อสักครู่ก็ไร้ผล ไม่มีใครสักคนในหมู่บ้านป่าหิมะเสียชีวิตเลยสักคนเดียว

 

".. ผ่านมาหลายหมื่นหลายพันปี ไม่ใช่ว่าเจ้าใจอ่อนให้กับพวกมัน ผู้ต่อต้านพวกเราหรอกนะ เจ้าเพลิงเน่าผู้แสนจะไม่ได้ความ หากรู้อย่างงี้ ข้าเป็นคนลงมือเองน่าจะดีกว่า แบบนี้พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราอาจจะไม่พอใจก็ได้นะ .." เทพเจ้าหญิงสาวผู้งดงามทรงเสน่ห์ และเต็มไปด้วยออร่าพลังแห่งวารีสวรรค์พูดขึ้น เธอคือเทพเจ้าแห่งธาตุพลังวารีสวรรค์อันบริสุทธิ์ และดูเหมือนเธอกำลังพูดดูถูกชายหนุ่มที่มีร่างกายเป็นเปลวเพลิงสีแดงอย่างไม่ไว้หน้า ที่ไม่อาจจะทำได้อย่างปากว่าก่อนหน้านี้

 

".. ข้าก็แค่ไม่อยากให้มันจบเร็วเกินไปนัก อย่าปากดีให้มันมากนักยายน้ำเน่า .." เทพเจ้าแห่งเพลิงเริ่มจะโกรธและมองชายหนุ่มผมสีเงิน ดวงตาสีเงินที่ด้านล่างใจกลางหมู่บ้าน ที่บังอาจต่อต้านพลังของตนเองเอาไว้ได้

 

เทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงก้าวเท้าอัคคีออกไปหนึ่งก้าวกลางเวหา ก็ปรากฏวงแหวนเวทเทพเจ้าโบราณขนาดใหญ่มหึมา ขึ้นทับซ้อนกันหลายร้อยวงเวท แถมแต่ละวงเวทยังเต็มไปด้วยพลังแห่งเพลิงสวรรค์โบราณ ทุกขั้นตอนไม่มีการร่ายเวทคาถาใดๆ หรือดูดกลืนพลังเวทมนตร์ หรือพลังธาตุใดๆ ทั้งสิ้นให้เห็น ทุกสิ่งถูกสร้างออกมาจากปลายเท้าของเทพเจ้าแห่งเพลิงในพริบตา

 

ดูเหมือนว่าเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิง คิดจะทำลายม่านพลังอันแข็งแกร่งนี้ ด้วยการเผาไหม้ของเพลิงสวรรค์ จนทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องหายไปตลอดกาล

 

".. มหาเวทเทพเจ้าเพลิงสวรรค์ผลาญพิภพ .." เทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงเอ่ยเรียกนามสวรรค์ของบทเวทในตำนาน ที่อยู่ในระดับมหาเวทเทพเจ้าโบราณ ของเหล่าเทพเจ้าแท้จริงเท่านั้น ถึงจะใช้ได้ออกมา น้ำเสียงของเทพเจ้าโบราณช่างเต็มไปด้วยพลังลึกลับจนไม่อาจจะทานทนได้ ผู้เล่นที่ใกล้เข้ามาบางคน ไม่ทันได้ระวังตัวให้ดี ในระหว่างที่กำลังเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ พวกเขาเหล่านั้นบางส่วนกับได้ยินเพียงเสียงพูดบางเบา จากที่ไกลๆ ของเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงที่กำลังโกรธอยู่ ถึงกับร่างกายเผาไหม้หายไปในทันที

 

สิ้นเสียงเอ่ยนามสวรรค์ของบทเวทในตำนาน กลางท้องนภาไพศาลไร้สิ้นสุด กับปรากฏเป็นทะเลเพลิงสีแดงเข้มพุ่งออกมาเป็นเส้นตรงลำแสงขนาดใหญ่ ราวกับเสาค้ำสวรรค์ รอบด้านทุกทิศยังปรากฏวงแหวนเวทขนาดมหึมาราวกับลำธารเพลิงนิรันดร์ที่ต้องการจะทำลายทุกสรรพสิ่งให้หายไป

 

ลำแสงคลื่นพลังเปลวเพลิงมากมายมหาศาล พุ่งชนเข้ากับม่านพลังป้องกันอย่างต่อเนื่อง

 

บริเวณรอบๆ ถูกเผาไหม้ทำลายจนกลายเป็นทะเลลาวา แม้แต่อากาศบริสุทธิ์ยังถูกทำลายจนไม่เหลือ

 

ชาวบ้านจำนวนนับพันๆ คนเริ่มตื่นกลัว และทรมานไปกับความคลื่นร้อนที่ได้รับ บางคนถึงกับเริ่มที่จะขาดอากาศหายใจ แถมยังมีทั้งเด็กเล็ก และคนชราจำนวนมากไม่อาจจะทนได้ไหว เริ่มเป็นลมหมดสติกันหลายสิบคนแล้วในตอนนี้

 

ในขณะเดียวกันดาบยาวน้ำแข็งของไรริอัส ได้แทงเข้าที่กลางลำตัวของมากเมฆเข้าอย่างจังในขณะที่เขาไม่ได้ระวังตัวและกำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเด็กๆ และคนชราที่เริ่มจะไม่ไหว จนมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากที่บาดแผล และตัวของไรริอัสเองก็ถูกวอลรัสจับกระแทกจนกระเด็ดออกไป

 

          วอลรัสรู้สึกผิดที่ไม่ได้พูดคุยกับไรริอัสให้เข้าใจ และดูท่านิสัยใจร้อนของเธอจะยังแก้ไม่หาย และไม่อาจจะปกป้องผู้เป็นนายท่านมากเมฆเอาไว้ได้ในตอนแรก จนตอนนี้ได้รับบาดเจ็บ

 

ม่านพลังป้องกันเริ่มแตกร้าว จากพลังที่ถูกส่งเข้าไปไม่เสถียร และค่อยๆ ถูกเผาไหม้ทำลายในไม่ช้า

 

มากเมฆจึงหันไปมองชาวบ้านทุกคนที่กำลังตื่นตกใจหวาดกลัว และกับบางคนที่ยังไม่ได้ทำสัญญาเลือดอีกหลายร้อยคนที่ยังลังเลไม่แน่ใจ ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า

 

".. เฉพาะคนที่ทำสัญญาเลือดแล้วเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์เดินผ่านเข้าไปยังประตูมิติลับเมฆมายาที่เปิดอยู่ได้ รีบๆ ออกเดินทางกันได้แล้ว เอาของไปเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ม่านพลังคงป้องกันได้อีกไม่นาน หากทั้งหมดอยากจะตายที่นี่ หรืออยากจะอยู่รอดก็เลือกเอาเอง มีตัวอย่างแล้วเห็นแล้ว น่าจะเข้าใจเองได้ และสำหรับคนที่ต้องการจะรอดและทำสัญญาเลือดแล้ว ก็อย่าลืมช่วยเหลือเด็กและคนชรา หรือใครก็ตามที่หมดสติหรือเดินเองไม่ได้ พาไปยังประตูมิติด้วย แต่จะผ่านประตูมิติไปได้ ก็ต่อเมื่อทำสัญญาเลือดแล้วเท่านั้น ผมไม่ได้จะใจดีมากพอที่จะช่วยทุกคนหรอกนะครับ หากพวกคุณยังไม่ช่วยแม้แต่ตัวของพวกคุณเองก่อน หวังว่าจะเข้าใจ .." มากเมฆกล่าวบอกด้วยน้ำเสียไม่สบอารมณ์ และขยับมือเล็กน้อยก็ปรากฏประตูมิติขนาดใหญ่มากขึ้น จำนวน 3 ประตูมิติขึ้นมาพร้อมๆ กันตรงหน้าของเขา พอที่จะให้ทุกๆ คนสามารถขนย้ายสิ่งของสมบัติ และขับรถลากเข้าไปในประตูได้

 

ส่วนเขาเองในตอนนี้ ก็ค่อยๆ ดึงดาบยาวน้ำแข็งที่กลางลำตัวออกมาอย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

 

แต่ภายในใจกับรู้สึกโกรธอยู่มากพอสมควร ที่หญิงสาวนักดาบที่ชื่อไรริอัสอะไรนั่น ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักคิดและมองไปรอบๆ ตัวเองให้ดีก่อนจะทำอะไรจริงๆ แต่มันก็คล้ายๆ กับตัวเขาเองในสมัยก่อนเหมือนกัน ที่มักจะทำอะไรตามอารมณ์มากเกินไป จนขาดหลักของเหตุและผลอยู่บ่อยครั้ง

 

พอถึงดาบน้ำแข็งที่เย็นไปถึงกระดูกออกมาได้แล้ว แน่นอนว่ามันเจ็บมาก ปวดมากด้วย เพราะไม่เคยโดนอะไรแบบนี้มาก่อน แถมระบบเกมที่เจ้ารากไม้ตั้งค่าเอาไว้ให้ มันก็ดันไปเปิดระบบการรับรู้เจ็บปวดเอาไว้อีก มันดันปรับให้รับรู้ความเจ็บปวดในระดับสูงสุดอีก 80% อยากจะบ้าตายจริงๆ

 

และในขณะเดียวกัน มากเมฆก็ได้ใช้บทเวทลมหายใจมหาเทพรักษาตนเองจนหายดี

 

พร้อมกับเรียกเก็บม้วนคัมภีร์สัญญาเลือดโบราณ ที่เหลือหนึ่งม้วนกลับมาอยู่ในมือในทันที ทำให้ท่านผู้เฒ่าวอเตอร์และภรรยาชราโรล่าทั้งคู่ตกใจกับสิ่งที่เห็น และเต็มไปด้วยความกังวลเป็นอย่างมาก ว่าเด็กสาวไรริอัสอาจจะถูกทิ้งให้ตายอยู่ที่นี่ก็เป็นได้

 

 

มากเมฆมองไปยังหญิงสาวที่ชื่อไรริอัส ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ และไม่พอใจ !!!

 

งานนี้จะมีปล่อยให้ตาย

 

งานนี้จะช่วยหรือ พระเอก

 

หรือ ... ทำ อย่าง .. ว่า ... จากนั้นก็ ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3055 boommerrangboom (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 00:27
    เอาจริงแม่งคนแบบนี้มีทุกเรื่องอ่ะกอปอนิเมะญี่ปุ่นป่ะเนี่ยตัวโง่ๆอ่ะ
    #3,055
    0
  2. #2411 loliz (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 13:37
    ปล่อยแมร่ง ปัญญาอ่อน ช่วยแล้วยังทำงี้

    ปล่อยตายฃปเลย
    #2,411
    0
  3. #2410 joelamtan (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 07:55
    ขอบคุณครับ ค้างจิ
    #2,410
    0
  4. #2409 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 05:25

    ทิ้งไปเลยยยยยยย

    #2,409
    0
  5. #1128 kamol1122 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 10:52
    สนุกดีครับ
    #1,128
    0
  6. #1127 prapat91 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 08:38
    ขอบคุณ
    #1,127
    0
  7. #1126 เลซี่เคซี่ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 05:02
    รอตอนต่ออออ สู้ๆนะคะ
    #1,126
    0
  8. วันที่ 12 มกราคม 2561 / 00:47
    คิดถึงแม่นางเซ...
    #1,125
    0
  9. วันที่ 12 มกราคม 2561 / 00:47
    ไม่อิ่มอ่ะ
    #1,124
    0
  10. #1123 inasba (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 23:41
    -ขอบคุณครับ มาถึงโดนแทงเลย
    #1,123
    0
  11. #1122 Black Diamonds - [ NACҚ ] (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 23:22
    พานาโซนิค สินะ อืมมมม (' ~ ') ตอนแรกไม่ทันคิด
    #1,122
    0
  12. #1121 KurouNeko (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 23:10
    สาวใหม่อีกคน?
    #1,121
    0
  13. #1120 MewThanayot (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 23:01
    ขอบคุณครับ
    #1,120
    0
  14. #1119 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 22:52
    ขอบคุณค่ะ
    #1,119
    1
  15. #1118 นิค&NIck (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 22:40
    รู้สึกน้อยๆหน่วงๆไงไม่รู้ อยากให้มากเมฆฝึกวิชาแล้ว
    รวมถึงเจอเซเรเน่ด้วยบทจะหายเกินไปละรากไม้ด้วย
    #1,118
    1
    • #1118-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 56)
      11 มกราคม 2561 / 22:55
      ใจเย็นๆ องค์ประกอบยังไม่ครบเลย หากเป็นวันเวลาในนิยายจริงๆ มันพึ่งจะผ่านมาไม่กี่วันเองนะ
      เอาจริง ๆ ยังไม่ถึง 15 วันด้วยซ้ำ ยกเว้นแต่ในมิติลับ

      รากไม้กับเซเลเน่หายไปเพราะยังไม่มีบทในตอนนี้ เพราะคุณเธอกับน้องไปสร้าง ???

      ส่วนวิชารออีกนิดครับ
      #1118-1
  16. #1117 boat489 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 22:32
    เอิ่มมม-.-
    #1,117
    1
    • #1117-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 56)
      11 มกราคม 2561 / 22:55
      ง่ะ ขอบคุณที่ติดตามครับ
      #1117-1
  17. #1116 พู่กันลี้ลับ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 22:26
    ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะครับ

    ฝากดูให้ด้วยนะจะได้แก้ไขให้ดีขึ้นครับผม

    ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ
    #1,116
    0