มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 29 : บทที่ 29 เทพอสูรจิตมายา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 454 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62

บทที่ 29 เทพอสูรจิตมายา

 

".. จะให้ผมคนนี้ร้องขอชีวิตสินะครับ ช่างเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาซะจริง .." รากไม้เริ่มมีน้ำโห หลังจากที่โดนเจ้าเด็กน้อยโจเนสออกคำสั่งกับตนเอง แถมยังพูดเหมือนกับว่ารากไม้ไม่มีปัญญาจะต่อสู้ซะอย่างงั้น เป็นเด็กที่อวดดีมากไปแล้ว

 

".. ระดับชั้นของผมกับคุณมันต่างกันเกินไป แต่ระดับฝีปากนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่อยากเสียเวลาด้วยแล้ว อัศวินเพลิงศิลาฆ่ามันซะ .." โจเนสออกคำสั่งให้อสูรอัญเชิญของตนเข้าโจมตีรากไม้ในทันที

 

"โจเนส" ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย

 

เนื่องจากก่อนหน้านี้ โจเนสได้ใช้สกิลเวทมนตร์ตรวจสอบพิเศษของเหล่านักล่าค่าหัว ที่ได้รับมาจากอันดับนักล่าค่าหัวในปัจจุบันของเขา ทำการตรวจสอบสถานะและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ของอีกฝ่ายแล้วนั่นเอง

 

ผลลัพธ์ที่ได้กับมีแค่ระดับเลเวลเท่านั้นที่รู้ได้ นั่นก็คือชายหนุ่มผมทองตรงหน้านี้ มีระดับเลเวลอยู่ที่ 655 นั่นเอง ส่วนข้อมูลอื่นๆ ไม่อาจจะตรวจสอบได้เลย บ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยความลับ และมีทักษะสกิลเวทมนตร์ที่สามารถปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี

 

เป็นบุคคลที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งในสายตาของโจเนส

 

พอเด็กหนุ่มโจเนสรู้ว่าอีกฝ่ายมีระดับเลเวลที่ต่ำกว่าตนเองอย่างมาก

 

เพราะในปัจจุบันโจเนสมีระดับเลเวลอยู่ที่ 1,230 แล้ว และยังมีหนึ่งในอาชีพลับเป็นถึง จอมเวทปืนมนตรา อีกด้วย

 

// - - ผู้เล่นเก่าที่ออนไลน์มาตั้งแต่สมัยยังไม่รวมเกมเป็นสามพิภพ ส่วนใหญ่จะมีเลเวลอย่างต่ำอยู่ที่ 800 ขึ้นไป - - //

// - - ในสามพิภพออนไลน์ สามารถมีอาชีพมากมายแค่ไหนก็ได้ แต่จะต้องมีอาชีพตั้งต้นอย่างน้อย 1 อาชีพเป็นหลักเพื่อให้ได้รับบัพพิเศษบางอย่าง และกำหนดแนวทางที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคต - - //

// - - สามพิภพออนไลน์มีอิสระในการเรียนรู้สกิลได้ไม่จำกัด ยกตัวอย่างเช่น เป็นนักดาบ แต่อยากจะเรียนสกิลเวทมนตร์รักษาของหมอก็ได้  แต่จะมีเควสภารกิจที่ยากและลำบากในการเรียนรู้อยู่พอสมควร และผลลัพธ์ของสกิล อาจจะไม่ดีเท่ากับผู้เล่นที่เลือกอาชีพหมอเป็นอาชีพตั้งต้น ขั้นที่หนึ่งเมื่อตอนเลเวล 30  ทำให้นักดาบสามารถใช้สกิลรักษาของหมอมีประสิทธิภาพได้เพียง 60-80 % เท่านั้น และยังใช้ปริมาณพลังเวทมนตร์มากกว่าปกติถึง 30-50% เลยทีเดียว  - - //

 

ด้วยเหตุนี้เองเด็กหนุ่มโจเนสถึงได้กล้าทำเป็นเก่งและแสดงให้คนอื่นๆ รอบข้าง ได้เห็นว่าตัวเขานั้นแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายมากแค่ไหน เป็นการเพิ่มชื่อเสียงให้กับตัวเขาเองไปด้วย แถมยังได้ที่ระบายอารมณ์ที่หงุดหงิดมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ที่ตัวเขาไม่อาจจะตามหาและสืบข่าวที่อยู่เกี่ยวกับหายนะสีเงินได้เลย

 

เป็นเหตุให้ในเวลานี้หนุ่มน้อยโจเนสอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก หมดเงินหมดทองไปกับการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย แต่กับไม่ได้อะไรเลยเป็นชิ้นเป็นอัน แถมกลุ่มคนและกลุ่มผู้เล่นส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหายนะสีเงินให้สืบต่อได้บ้างเลย

 

ถึงแม้โจเนสจะพอหารูปถ่ายภาพเหมือนของหายนะสีเงินมาได้ จากคลิปเหตุการณ์ก่อนที่จะมีการระเบิดรุนแรง

 

โดยทหารเคออสนายหนึ่งได้ส่งมาให้ โดยแลกกับเงินจำนวนหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ทว่ารูปถ่ายใบนั้นกับเป็นชายหนุ่มผมสีเงินผู้สวมหน้ากากสีเงินปกปิดใบหน้าเอาไว้อีกกว่า 70% มองเห็นแค่หน้ากากกับริมฝีปากเท่านั้น ทำให้ยากที่จะตามหาและระบุเอกลักษณ์ใบหน้าเอามากๆ

 

บวกกับในเวลานี้ โจเนสได้มีที่ให้ระบายอารมณ์แล้ว จึงตั้งใจเต็มที่จะเล่นงานและทำร้ายอีกฝ่ายให้ร้องขอชีวิตให้ได้ หรือไม่ก็เล่นงานอีกฝ่ายให้หนัก จนหมดสภาพมาดหนุ่มหล่อผมทอง เพราะโจเนสรู้สึกอิจฉาในความหล่อวัวตายควายล้มของอีกอยู่มากพอสมควร

 

"..ระดับเลเวล ไม่ได้เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง เป็นเด็กที่ไร้เดียงสาจริงๆ เลยนะครับเนี่ย .." รากไม้พูดขึ้นเพราะรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย รวมไปถึงความมั่นใจอะไรนั่นมาจากไหน รากไม้ก็คิดวิเคราะห์ได้เช่นกัน พร้อมกับหลบการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย ด้วยท่าร่างก้าวเท้าดาวเคลื่อนอย่างงดงาม พร้อมกับใช้มือที่ว่างอยู่เขียนวงแหวนเวทและอักขระเวทโบราณอย่างลับๆ หลายสิบตัวอักษร

 

อัศวินเพลิงศิลาดูเหมือนจะแข็งแกร่งอย่างมาก มันมีพลังกายที่มหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ แต่มันกับมีการเคลื่อนไหวที่ไม่เร็วมากนัก และมีดาบโล่ใหญ่ยักษ์เป็นอาวุธ บวกกับมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตสูงเกือบจะ 4 เมตร ตัวใหญ่กล้ามโตไม่แตกต่างจากพวกไฮออร์คระดับสูงเท่าไหร่ จะผิดก็แค่สีผิวของอัศวินเพลิงศิลานั้น ที่จะเป็นสีแดงเข้มออกม่วง และสวมใส่เกราะเหล็กขนาดใหญ่สีดำทั้งตัว และมีเพลิงเวทมนตร์สีดำเผาไหม้ร่างกายอยู่ตลอดเวลาอย่างป่าเถื่อน จนอุณหภูมิโดยรอบร้อนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

หากรากไม้ต้องการจะเล่นงานอัศวินเพลิงศิลา ให้ได้รับบาดเจ็บโดยเร็ว ก็ควรจะโจมตีเข้าที่ดวงตาของมันทั้งสองข้างเสียก่อน แต่ทว่ากับไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย เพราะพลังป้องกันของมันนั้นสูงอย่างมาก ขนาดปามีดบินเล็งเข้าที่ดวงตาทั้งสองของอสูรร่างยักษ์ แทนที่ดวงตาของอัศวินเพลิงศิลาจะได้รับบาดเจ็บหรือตาบอด กับเป็นมีดบินที่แตกกระจายกลายเป็นเศษเหล็กแทน

 

ดวงตาของมันแข็งยังกับเหล็กกล้าเสียอีก

 

ทว่าระหว่างที่รากไม้กำลังลอยตัวจากพื้นดิน เพื่อเว้นระยะห่างให้มากขึ้น หลังจากที่การโจมตีครั้งแรกของตนเองไร้ผลและเพื่อหลบการโจมตีของอัศวินเพลิงศิลาอยู่นั้น กับถูกลอบเล่นงานอีกครั้ง จากปืนลำแสงเวทโบราณของโจเนส

 

ปืนลำแสงยิงตรงเข้ามาที่รากไม้เข้าอย่างจังถึง 7 ลำแสงพิฆาต จากการโจมตีหลากหลายทิศทาง

 

 

โดยมีอีก 5 กระบอกปืนเวทเป็นตัวล่อเป้าให้ต้องระวังอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยากที่จะหลบหนีพร้อมๆ กับป้องกันเอาไว้ได้ เพราะไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่าปืนโบราณทั้ง 12 กระบอกเหล่านี้ จะยิงออกมาเมื่อไหร่ตอนไหน หรือเป็นแค่ตัวหลอกล่อเท่านั้น เป็นคอมโบระหว่างผู้ใช้ปืนลำแสงโบราณ และสัตว์อสูรอัญเชิญที่ลงตัวอย่างพอดี

 

แต่ในครั้งนี้ผิดกับครั้งที่แล้วอยู่มากโข เพราะรากไม้ได้เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว

 

จึงได้สร้างบาเรียเวทมนตร์ที่มีผลกับปืนลำแสงพิฆาตชนิดนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยได้ทำการวิเคราะห์เรียนรู้รูปแบบพลังเวท ธาตุพลังที่ใช้ อักขระโบราณที่ใช้ วงแหวนเวทที่ใช้ประจุ และอักษรรูนที่รวมกันอยู่ภายในลำแสงพิฆาตเหล่านี้ จากตอนที่ถูกลอบยิงเข้าที่กลางหน้าท้องในครั้งแรก จนรากไม้กระเด็นไปไกล

 

ทำให้รากไม้สามารถสร้างบาเรียเวทมนตร์ที่มีผลลัพธ์ ทำให้ปืนลำแสงของโจเนสไร้ผลอย่างสมบูรณ์แบบ

 

แถมรากไม้ยังเข้าใจดีถึงรูปแบบการต่อสู้ของโจเนส และอสูรอัญเชิญจากนรกตนนี้

 

จากการคาดเดาของเขาที่ผ่านการประมวลผลแล้วอย่างสมบูรณ์ ยกตัวอย่างง่ายๆ

 

เช่น วิธีการต่อสู้ของอีกฝ่ายเป็นการอนุญาตให้อสูรอัญเชิญ ทำการโจมตีที่รุนแรงไปยังเป้าหมายตรงหน้า และทำการติดตามเป้าหมายอย่างใกล้ชิดได้อย่างอิสระ หากเป็นการต่อสู้แบบ 2 ต่อ 1 เพราะจะทำให้โจเนสมีสมาธิมากขึ้นไม่ต้องควบคุมอสูรอัญเชิญให้มาก และสามารถคาดเดาเส้นทางในการหลบหนี ของเป้าหมายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และง่ายต่อการลอบโจมตีในมุมมองที่ยากจะมองเห็นได้ ด้วยปืนลำแสงเวทมนตร์โบราณทั้ง 12 กระบอกที่สามารถลอยตัวกระจายกันออกไปในอากาศอย่างอิสระตามแต่การควบคุมของผู้ใช้

 

 

ยิ่งเป้าหมายพยายามหลบหนีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปิดโอกาสในการลอบโจมตีให้กับโจเนสมากขึ้นเท่านั้น และในกรณีที่พยายามจะหลบลำแสงพิฆาต ก็จะมีโอกาสอย่างมากราว 70% ที่จะถูกการโจมตีกายภาพอย่างรุนแรง หรือทักษะสกิลบางอย่างของอสูรอัศวินเพลิงศิลา เข้าให้อย่างจังจนได้รับบาดเจ็บสาหัสในขณะที่เสียสมาธิ

 

หลังจากที่รากไม้ได้ตรวจสอบอาวุธปืนและอนุภาคพลังงาน ของลำแสงพิฆาตอย่างละเอียดแล้ว ก็ยิ่งทำให้รากไมมั่นใจว่า ปืนลำแสงโบราณทั้ง 12 กระบอกของโจเนสนั้น มีพลังในการทะลุทะลวงสูงมาก และดูเหมือนว่าสามารถยิงแบบต่อเนื่องคล้ายกับปืนกลได้อีกด้วย เป็นอาวุธที่จัดได้ว่าอันตรายอย่างมาก

 

หากในกรณีที่เป้าหมายของโจเนสเป็นผู้เล่นระดับสูงกว่ามาก หรืออยู่ในระดับเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นจะต้องหลบการโจมตีในครั้งแรกได้แน่นอน 100% แต่อาจจะหลบการโจมตีในครั้งที่สองได้ยากขึ้น และหากต่อให้หลบได้อีกครั้ง

 

ทางโจเนสก็คงยิงปืนลำแสงเข้าใส่อย่างต่อเนื่องราวกับปืนกล เพื่อทำดาเมจให้ได้มากที่สุด และคงออกคำสั่งให้อสูรอัญเชิญ เข้าสกัดกั้นหนทางรอดของอีกฝ่ายเอาไว้ โดยไม่เสียดายชีวิตของอสูรอัญเชิญแม้แต่น้อย เป็นการคอมโบที่ดีมีลำดับในการทำงานชัดเจน และแผนการในการใช้งานและบรรลุผลได้ดีเยี่ยม

 

ถึงแม้ไม่ใช่คอมโบที่ดีที่สุด แต่ก็ได้ผลที่เป็นเลิศและง่ายต่อการควบคุมอย่างมาก

 

ช่างเป็นวิธีการต่อสู้ที่ดูออกง่ายมากๆ แต่กับมีประสิทธิภาพที่ดี และเข้ากับอุปนิสัยของเจ้าตัวจริงๆ เสียด้วย

 

เจ้าเด็กอวดดี !!

 

รากไม้เป็น AI ระดับสูง จึงได้ทำการวิเคราะห์และตรวจสอบอีกฝ่ายอย่างละเอียด ในแบบที่มนุษย์ปกติไม่สามารถกระทำได้ และรากไม้เองก็มีแผนการมากมายที่จะทำให้ชนะได้เป็นล้านๆ แผนการอย่างง่ายๆ  เช่นกัน หรือต่อให้ไม่ใช้แผนการใดๆ เลย เอาแต่พลังอย่างเดียวเข้าปะทะกับเด็กน้อยโจเนส รากไม้ก็ชนะได้แน่นอน 100% ถึงแม้ระดับเลเวลจะน้อยกว่ามากก็ตาม

 

สำหรับรากไม้ในเวลานี้มันไม่ได้อยากจะมาเสียเวลา และทำอะไรที่ไร้สาระอยู่ที่นี่มากนัก เพราะจุดหมายของรากไม้ในเวลานี้ก็คือการกลับไปหานายท่านมากเมฆให้เร็วที่สุดเท่านั้น

 

          ".. เป็นการต่อสู้ที่ดีเด็กน้อย แต่เราสองคนมันต่างกันเกินไป อ้อแล้วก็วันหลัง อย่าได้ไปดูถูกใครอีก ไม่อย่างงั้นมันจะจบลงแบบนี้ จบแบบเห็นความต่างแบบสุดๆ เลยละ .." รากไม้รู้สึกจะปากร้ายเอามากๆ กับเด็กหนุ่มโจเนสผู้อวดดี แถมยังไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้พูดโต้ตอบกลับมาแม้แต่น้อย

 

รากไม้ในระหว่างที่กำลังพูดอยู่นั้น ก็เคลื่อนไหวไปมารวดเร็วจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยวิชาตัวเบาสุดล้ำ แถมเจ้าตัวยังเคลื่อนไหวไปมาแปลกๆ อีกด้วย ราวกับกำลังทำสัญลักษณ์อะไรบางอย่างอยู่ วิ่งไปวิ่งมาราวกับกำลังสร้างอะไรบ้างอย่างที่น่าสงสัย พร้อมๆ กับปรากฏอักษรรูนและอักขระเวทโบราณขึ้นมายังมุมที่แตกต่างกัน ทั้งห้าทิศทางและที่พื้นบริเวณกว้างก็ปรากฏวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ขึ้นมาอย่างช้าๆ จนผู้เล่นทั้ง 500 กว่าคน และโจเนสไม่ทันได้สังเกตเห็น

 

และกว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว รวมไปถึงกลุ่มคนก่อนหน้านี้อีกกว่า 500 คน ต่างก็ตกอยู่ในกลางวงแหวนเวทขนาดใหญ่มหึมาของรากไม้เสียแล้ว

 

พร้อมๆ กับรากไม้พูดบอกให้ทั้งกลุ่มตกใจเล่นอีกเล็กน้อย ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับ

 

          ".. ผมหายนะสีทองยินดีที่ได้รู้จัก และก็ลาก่อน เด็กน้อยทั้งหลาย โดยเฉพาะเด็กอ่อนโจเนสไว้พบกันใหม่ .."

 

รากไม้พูดจบก็หายตัวไปอย่างไร้ล่องลอย พร้อมกับการปรากฏขึ้นของวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่มหึมา และมีแสงสีสันงดงามอย่างมากลอยตัวขึ้นไปในอากาศ เป็นวงเวทที่ซับซ้อนอย่างมาก เพราะในหนึ่งวงแหวนเวทเหล่านี้กับมีบทเวทที่ทำงานพร้อมๆ กันอยู่ ถึง 3 บทเวทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโซ่ตรวนเวทวิญญาณที่ถูกปลดปล่อยออกมา เพื่อจับผู้เล่นทั้งหมดทุกคนไม่ให้หลบหนีออกไปไหนได้อีก

 

            // - - บทเวทที่ 1 โซ่ตรวนเวทวิญญาณ  มีผลทำให้ผู้เล่นถูกพันธนาการอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นระยะเวลาหนึ่งตามแต่พลังเวทมนตร์ของผู้ร่าย ที่ถูกใช้ในการสร้างโซ่ตรวนนี้ขึ้นมา ผู้ถูกพันธนาการ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และไม่สามารถใช้เวทมนตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายได้ในระยะเวลาหนึ่ง - - //

 

บทเวทที่สองเป็นบทเวทแห่งคำสาปใบมีดแหลมคม ที่จะปรากฏใบมีดออกมานับร้อยนับพันเล่ม และพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมายจนกว่าจะตายอย่างช้าๆ และในบทที่สามก็เป็นบทเวทที่ผู้เล่นมากมายรู้จักกันดี บทเวทสายลมแห่งการรักษาจะช่วยในการฟื้นฟูและรักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมดให้กลับมาดังเดิม จนกว่าจะ HP จะครบ 100% เวทบทนี้จึงจะหยุดการทำงานอย่างถาวรและสลายหายไปจากวงแหวนเวท

 

            // - - บทเวทที่ 2 คำสาปใบมีดแหลมคม เป็นเวทมนตร์คำสาปทรมานระดับสูง ที่จะคอยสร้างใบมีดเล็กๆ จำนวนมากพุ่งเข้าใส่โจมตีผู้เล่น จากหลากหลายทิศทาง ให้ความรู้สึกคล้ายกับกำลังถูกมีดบาดครั้งละจำนวนมากๆ จนเลือดสดๆ ไหลนองพื้น จนขาดใจตายในที่สุด - - //

 

            // - - บทเวทที่ 3 สายลมแห่งการรักษา เวทมนตร์ระดับสูงของจอมเวทรักษา ที่สามารถเยียวยาบาดแผลที่ได้รับมาได้อย่างรวดเร็ว ราวกับสายลมที่พัดมาและผ่านไป สามารถรักษาบาดแผลและเพิ่มพลังชีวิตให้เต็มได้ถึง 100% หลังจากที่รักษาผู้เล่นจนหายดีแล้ว บทเวทนี้จะหยุดการทำงานและหายไปเอง - - //

 

แต่พอรากไม้นำเอาทั้งสามบทเวทเข้ามารวมกันแล้วอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับตั้งลำดับเวลาในการทำงานของแต่ละบทเวทให้กระทำอย่างเหมาะสม มันก็กลายเป็นบทเวทที่มหาโหดและอํามหิตอย่างมาก เพราะลำดับการทำงานของพวกมันจะต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ วนไปวนมาจนกว่าพลังเวทในวงแหวนที่เหลือทิ้งเอาไว้จะหมดลง หรือมีผู้เล่นคนใดที่มีระดับพลังลบล้างคำสาประดับสูง มาทำลายวงแหวนเวทมนตร์นี้ลงได้เท่านั้น มันจึงจะสลายหายไป

 

 

          1.จับกุมเป้าหมายไม่ให้หลบหนี  ---> 2.ทรมานด้วยใบมีดนับร้อยนับพันแทงทะลุร่างกาย --->3.รักษาไปเรื่อยๆ และเวทรักษาจะหยุดลงเมื่อฟื้นตัวแล้ว 100% หรือหมดเวลา ระหว่างที่รักษาก็ทรมานต่อไปเรื่อยๆ หนีไปไหนก็ไม่ได้

 

รากไม้ไม่ได้ต้องการจะสังหารและฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย เพราะหากทำแบบนั้นจะเป็นการเปิดเผยถึงสถานะอีกอย่างของตนเองในทันที และในบทเวททั้งสามนี้ บทเวทสายลมแห่งการรักษามีพลังเวทอยู่มากที่สุด เท่ากับว่าพอบทเวทอื่นๆ หมดพลังลงไปแล้ว ก็จะทำการรักษาจนหายดีและปล่อยคนเหล่านั้นไป และจะไม่มีใครตายเลยสักคน

 

ช่างเป็นความใจดีที่แตกต่างจากผู้เป็นนายท่านเสียจริง พ่อคุณพระรากไม้!!!

 

            ผู้เล่นจำนวนมากเหล่านั้นและโจเนส จะได้มีประสบการณ์อันหาได้ยากที่มีก็แต่ความทรมานจากความเจ็บปวดจากการถูกมีดแทง มีดบาด ทะลุร่างกายซ้ำไปซ้ำมาอยู่เรื่อยๆ รากไม้ใจดีกับคนกลุ่มนี้เอามากๆ เพราะเห็นแก่นายท่านของมันและไม่อย่างจะเสียเวลามากไปกว่านี้แล้ว ไม่อย่างงั้นอาจจะมีบทเวทอื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไปอีกเยอะก็เป็นได้

 

หลังจากวิ่งหนีออกมาด้วยวิชาตัวเบาก้าวเท้าดาวเคลื่อน รากไม้ก็ทิ้งห่างจากคนกลุ่มนั้นมาไกลพอสมควร เพราะวิชาตัวเบาของรากไม้เองก็ร้ายกาจตรงตามตำรา 100% จะผิดก็แต่ยังมีความเร็วสูงสุด สู้นายท่านมากเมฆของมันไม่ได้ที่วิ่งได้เร็วกว่ามาก และเร็วจนไร้เสียงและเบาดุจขนนกในเวลาเดียวกัน

 

พอหาที่เหมาะๆ ได้แล้ว รากไม้ก็ทำการใช้บทเวทเคลื่อนย้ายทางไกลในทันที และไปปรากฏตัวอยู่ในทะเลสาบแห่งหนึ่งใกล้กับจุดที่มาเรียและลูกมังกรทั้งสามกำลังพักผ่อนอยู่

 

พอมาถึงทะเลสาบแห่งนี้ กับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างยิ่ง รากไม้จึงต้องใช้บทเวทบางอย่างที่ทำให้บินได้ในทันที เพื่อที่จะได้ไม่ตกลงไปในน้ำ พร้อมๆ กับเปิดใช้การ์ดวิเศษคำอวยพรทั้งหมดของนายท่านมากเมฆอย่างไม่ลังเลใจ หรือตรวจสอบรายละเอียดให้มากความ บวกกับที่พอได้มองไปรอบๆ ก็พบเข้ากับลูกแมวสามตัวอ้วนกลมที่ดูเหมือนพวกมันกำลังตื่นกลัว กับหญิงสาวที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนหนึ่ง แต่ยังจำไม่ได้ว่าเป็นใครเพราะไม่ได้ใส่ใจที่จะจำและนึกให้ออก กำลังนอนบาดเจ็บสาหัสที่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ และมีเหล่าแมวน้อยทั้งสามคอยปกป้องอยู่

 

แต่รากไม้กับมองหานายท่านของตนไม่พบ ทั้งที่พิกัดก่อนวาร์ปมา ที่นี่เป็นจุดวาร์ปจุดสุดท้ายที่นายท่านมากเมฆเหลือประวัติเอาไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ ก่อนที่จะวาร์ปหายไปไหนก็ไม่รู้

 

สุดท้ายรากไม้จึงตัดสินใจบินเข้าไปถามกับหญิงสาวที่กำลังนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ พร้อมกับจะช่วยใช้เวทมนตร์ในการรักษาอีกด้วย แต่ทว่าเจ้าลูกแมวทั้งสองตัวกับกระโดดเข้ามาขัดขวางเอาไว้ และไม่ให้รากไม้ได้เข้าไปใกล้ เพื่อรักษาและสอบถามได้เลย

 

".. หยุดก่อนผมแค่อยากจะช่วยผู้หญิงคนนั้น และถามอะไรนิดหน่อยเท่านั้น .."  รากไม้ตะโกนบอกพร้อมกับลอยตัวอยู่ใกล้ๆ เว้นระยะห่างพอสมควรจากแมวทั้งสอง

 

รากไม้เห็นหญิงสาวคนนั้นใกล้ๆ ก็คุ้นหน้าคุ้นตาอย่างมาก ราวกับว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อนจากที่ไหนสักแห่ง และด้วยความทรงจำและความคิดที่เร็วกว่าแสง ไม่เกิน 1 วินาทีรากไม้ก็นึกออก ที่แท้หญิงสาวที่กำลังบาดเจ็บและมีหอกประหลาดแทงที่ท้องคนนี้ คือ NPC สาวสวยที่ให้เควสการสร้างอาชีพกับนายท่านมากเมฆนั่นเอง และทำไม NPC สาวถึงถูกทำร้ายได้และเสียเลือดตลอดเวลาแบบนี้ ไม่ใช่ NPC พิเศษจะต้องมีพลังในการป้องกันระดับสูงหรือไง และดูเหมือนลูกแมวตัวสีเหลืองออกทองตัวนี้ จะทำการรักษาและพยายามใช้พลังประหลาดบางอย่าง เพื่อฟื้นฟูร่างกายของ NPC สาว แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเท่าไหร่

 

รากไม้ในขณะที่กำลังคิดและตรวจสอบสิ่งต่างๆ โดยรอบ และทำการหลบการโจมตีต่างๆ ไปด้วย จากลูกแมวอีกสองตัวตรงหน้า ไม่ว่าพวกมันจะโจมตีรากไม้มายังไง รากไม้ก็ได้แค่ป้องกันตัวเท่านั้น เพราะคาดเดาได้ว่าเจ้าลูกแมวทั้งสามตัวนี้ พวกมันคงเป็นหายนะทั้งสามที่เป็นผู้ติดตามตัวใหม่ของนายท่านแน่ๆ

 

สุดท้ายรากไม้ไม่อยากมีปัญหากับลูกแมวพวกนี้อีก พร้อมกับแสดงพลังของรุ่นพี่ให้ได้เห็น โดยใช้ทักษะแห่งการรังสรรค์สร้างกรงเหล็กสำหรับจับกุมพวกมันโดยเฉพาะขึ้นมา เป็นกรงเหล็กที่รากไม้เคยเห็นและสัมผัส เมื่อตอนที่เจ้าลูกมังกรผสมสีดำแดงถูกจับขังเอาไว้ก่อนหน้านี้ พอจับพวกมันได้แล้วแทนที่จะสงบลง แต่กลับทำให้พวกมันโกรธมากกว่าเดิม และดูเหมือนว่ากรงเหล็กพวกนี้จะทนได้ไม่เกิน 20 วินาทีด้วยซ้ำ

 

ดูเหมือนพวกมังกรเหล่านี้จะแข็งแกร่งขึ้น .!!

 

รากไม้จึงพุ่งตรงไปยังเจ้าลูกแมวตัวสีดำแดง เพราะจำได้ว่าเจ้าตัวสีนี้ มันจะต้องเป็นพี่ใหญ่ประจำกลุ่มสามหายนะแน่นอน และพอรากไม้เข้าไปใกล้ก็ทำการสื่อสารกับมันโดยตรง โดยสัมผัสไปที่ศีรษะของเจ้าลูกแมวโดยทันที

 

พร้อมกับอธิบายถึงสถานะของตัวเองและให้พวกมันตรวจสอบได้เลยอย่างอิสระ และก็ใช้เวลาไม่นานนัก เจ้าลูกแมวทั้งสองทั้งหมดก็สงบลง และรากไม้เองก็ได้รับการยอมรับให้เป็นรุ่นพี่ของพวกมัน ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่ามาก่อน และเจ้ามังกรดำจิ๋นซีก็เหมือนจะเคยได้ยินเสียงของรากไม้มาก่อนหน้านี้ด้วย คล้ายกับว่าจะเป็นเสียงที่ดังออกมาจากหน้าต่าง AI ที่มักจะลอยอยู่ข้างๆ สหายใหญ่มากเมฆ

 

หลังจากทุกอย่างกลับมาสงบปกติแล้ว รากไม้ก็เดินเข้าไปดูอาการของ NPC สาวในทันที

 

หลังจากที่ได้ดูอาการของหญิงสาวที่นอนหมดสติอยู่ รากไม้ก็เห็นท่าไม่ดีแล้ว และดูเหมือนว่าหอกประหลาดอันนี้มันเต็มไปด้วยคำสาปร้ายแรง แม้แต่รากไม้เองก็ไม่อาจจะจับต้องมันได้ เพราะแค่จะเอามือไปสัมผัสที่ตัวหอกก็เจ็บปวดไปทั้งตัวอย่างรุนแรงแล้ว

 

หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อีกไม่เกิน 10 นาที NPC สาวสวยคนนี้ได้ตายแน่นอน 100% และการตายของ NPC ก็เหมือนกับการตายถาวรของสัตว์อสูรเสียด้วย หากไม่ได้รับการชุบชีวิตในเวลาที่เหมาะสมก็จะเป็นการหายไปตลอดกาล ของ NPC นั้นๆ ที่ได้จากไป เพราะ NPC หรือ AI ของแต่ละดวงดาวนี้ ต่างก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนมนุษย์โลกทั่วๆไป มีอายุขัยและมีความรู้สึก มีความฝัน มีความรักแต่งงานและมีลูกได้ มีวัฒนธรรมความเป็นมาและยังพัฒนาสังคมความเป็นอยู่ของพวกเขาเหล่านั้นเองอยู่ตลอดเวลา มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย เป็นวัฏจักร

 

โดยปกติมนุษย์ NPC ของโลกสามพิภพของดินแดนนี้ หรือเหล่า NPC ทั้งหลายทั่วๆ ไป จะมองผู้เล่นเป็นนักเดินทางจากต่างโลก เป็นผู้กล้า เป็นเทพจุติ เป็นมารจุติ เป็นผู้กลับชาติมาเกิดแตกต่างกันไป เพราะตั้งแต่มีการพัฒนาและการอัพเกรดครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ทำให้ปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย มีความละเอียดอ่อนและมีความนึกคิดที่มากขึ้นอย่างมาก

 

..............................................................

 

รากไม้และลูกแมวทั้งสามเป็นกังวลอย่างมาก เพราะหากหญิงสาวคนนี้เสียชีวิตไป ก็ไม่รู้จะอธิบายกับนายท่านมากเมฆของพวกมันยังไงเช่นกัน

 

สำหรับลูกแมวน้อยทั้งสาม พวกมันเองได้รับหน้าที่ให้ปกป้องดูแล และรักษาความปลอดภัยให้กับพี่สาวมาเรียคนนี้

 

แต่พวกมันเองกับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า และไม่อาจจะช่วยเหลือ หรือรักษาอาการบาดเจ็บตามที่มากเมฆได้บอกเอาไว้ได้เลย

 

แมวน้อยทั้งสามไม่อยากจะสูญเสียพี่สาวอันเป็นที่รักคนนี้ พวกมันชอบมาเรียอย่างมาก  รักมากเพราะมาเรียให้ความรักกับพวกมันอย่างจริงใจ

 

แมวน้อยทั้งสามรู้สึกโกรธและเกลียดตัวเองที่อ่อนแอเหลือเกิน แม้แต่คนที่ตนเองรัก ก็ยังไม่อาจจะปกป้องเอาไว้ได้

 

.........................................................

 

ย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากที่มากเมฆกลับมาแล้ว มาเรียก็ขอดูกระดาษเควสโดยทันทีและพบว่ามากเมฆสามารถเอาชนะวานรแปดแขนทมิฬได้สำเร็จ แต่กับพบว่าสีหน้าและท่าทางของมากเมฆเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความโศกเศร้าเสียใจอยู่ตลอดเวลา

 

ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบไม่พูดจาเลยสักคำ มาเรียจึงสงสัยอย่างมากและพยายามถามและหลอกถามมาตลอดทั้งวันระหว่างเดินทางมายังทะเลสาบแห่งนี้ หลังจากที่มาเรียเห็นว่ามากเมฆไม่เหมือนเดิม จึงได้พยายามปลอบใจและเอาใจทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ ทั้งพูดคุยและให้กำลังใจมากเมฆอยู่เรื่อยๆ

 

จนในที่สุดมากเมฆก็ยอมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พี่สาวมาเรียได้ฟัง พร้อมกับระบายความในใจที่เจ็บปวดออกมาพร้อมๆ กับน้ำตาของลูกผู้ชายที่ยังคงโทษและไม่ให้อภัยตัวเองอยู่

 

".. มากเมฆคุณพ่อกับคุณแม่วานรที่พวกท่านได้เลือกไม่คืนชีพ พวกท่านมีเหตุผลนะ .." มาเรียโอบกอดมากเมฆอย่างอบอุ่น พร้อมกับอธิบายให้มากเมฆเข้าใจถึงเหตุผลที่แท้จริง พร้อมกับหอมแก้มมากเมฆอีกหลายครั้ง เพื่อให้กำลังใจอย่างเงียบๆ ในแบบของเธอ

 

".. การที่พวกท่านไม่เลือกคืนชีพ เพราะพวกท่านรู้ดีว่าจะต้องสูญเสียลูกชายอีกคนที่พวกท่านรักและห่วงใยมากๆ ไป พ่อวานรแม่วานรและลูกๆ จึงเลือกที่จะจากไป และอยู่อย่างสงบสุขบนสวรรค์ดีกว่า พวกท่านเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า และส่งต่อความทรงจำที่มีค่าของครอบครัวให้กับมากเมฆยังไงล่ะ  คนเรามีชีวิตเดียวเหมือนกันทั้งนั้น พวกท่านจึงรักและหวงแหนความทรงจำอันมีค่านี้ไว้ ในเมื่อพวกท่านได้ตายไปแล้ว ก็ขอให้ได้ตายไปพร้อมๆ กับความทรงจำอันมีค่าของตนเองดีกว่า ดีกว่าต้องมากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่าและไร้ความทรงจำ และรอวันเวลาให้ถูกลบหายไป .."

 

".. ส่วนพวกลูกๆ วานร เองก็คิดเหมือนกัน การได้เป็นครอบครัวไม่จำเป็นหรอกนะที่ต้องอยู่ด้วยกันเสมอไป แค่เรารู้ว่ายังคงมีคนที่รักและห่วงใยเราอยู่เสมอ แค่นี้ก็พอแล้ว มากเมฆตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องอยู่ในส่วนของพ่อวานรแม่วานรและน้องๆ วานรด้วย ต้องแข็งแกร่งและเก่งกาจจนแม้แต่พ่อกับแม่วานรที่อยู่บนสวรรค์ ได้รับรู้ว่าลูกชายคนนี้ มากเมฆเป็นสุดยอดผู้ไร้เทียมทาน เป็นผู้แข็งแกร่งจนแม้แต่สวรรค์ยังต้องยอมสยบให้ และเพื่อให้พ่อวานรแม่วานรและลูกๆ ได้ยินชื่อเสียงของมากเมฆอีกครั้ง มากเมฆต้องสู้และเก่งให้มากกว่านี้ ดีมั้ย .."

 

".. มากเมฆต้องไม่แพ้และสู้ต่อไปนะ อย่ายอมแพ้รู้มั้ย พี่สาวคนนี้จะอยู่เคียงข้างเสมอ หากมากเมฆทำตัวดีๆ ในอนาคตพี่สาวคนนี้ อาจจะยอมเป็นเจ้าสาวให้มากเมฆก็ได้นะ .."

 

มาเรียยังคงปลอบใจและสวมกอดมากเมฆอยู่ตลอดเวลา เพราะเธอเองก็เข้าใจได้ว่ามากเมฆถึงภายนอกจะดูเหมือนเก่งและแข็งแกร่งอย่างมาก

 

แต่จริงๆ แล้ว ภายในจิตใจกับอ่อนแออย่างมาก ชีวิตจริงจากโลกภายนอก คงทำร้ายตัวเขาจนเป็นแผลใจมากมายเลยสินะ และการได้มีครอบครัวได้มีคนรักและห่วงใย สำหรับมากเมฆแล้วมันมีค่าอย่างมาก มาเรียสัมผัสได้ถึงความไร้เดียงสาและความอ่อนโยนอ่อนไหว ภายในจิตใจของมากเมฆ และการได้เห็นชายหนุ่มอายุ 19 ปี ร้องไห้แบบไม่ห่วงหล่อห่วงมาดอะไรเลย ก็บ่งบอกได้ล่ะว่าคนคนนี้เป็นคนที่จริงใจและซื่อตรงมากแค่ไหน

 

มาเรียอยากจะอยู่กับมากเมฆนานๆ แต่คนเรามีพบก็ต้องมีจากและวันเวลาเหล่านั้นใกล้เข้ามาถึงแล้ว

 

มาเรียเห็นมากเมฆเป็นเหมือนน้องชายของเธอจริงๆ และอยากอยู่ด้วยกันตลอดไป เพราะเธอเกิดความรู้สึกว่าอยากจะดูแลเด็กคนนี้ อยากสอนให้มากเมฆรู้จักความรักในแบบต่างๆ อยากให้มากเมฆเดินในหนทางที่ถูกต้องและเข้มแข็งเอาไว้ให้ได้เสมอในทุกๆ สถานการณ์ในชีวิต

 

มาเรียนั้นเป็น AI พิเศษ มีอายุขัยมาอย่างยาวนาน ถึงแม้จะยังดูเป็นสาวสวยวัยละอ่อน แต่ในความเป็นจริง เธอคือ AI ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นรุ่นแรกๆ และอาจจะหายไปได้ทุกเมื่อตามระบบที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ตั้งแต่แรก

 

แต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้น เมื่อมีชายหนุ่มหน้าตาดีนิดหน่อย แต่ท่าทางดูซื่อบื้อมากๆ ยังไงก็ไม่รู้มาขอทำเควสกับเธอโดยไม่ตั้งใจ คล้ายกับเป็นโชคชะตาก่อนที่เธอจะหายไป

 

มาเรียเธอดีใจมากและนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้ายของเธอแล้ว ที่จะยังมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ได้อีกครั้ง และเมื่อไหร่ก็ตามที่เควสนี้ได้จบลง เธอเองก็จะต้องหายไปตลอดกาล เธอไม่อาจจะโกหกและให้ภารกิจเควสกับมากเมฆไปเรื่อยๆ ได้ ถึงจะอยากทำก็เถอะ แต่มาเรียใจไม่แข็งพอที่จะแกล้งให้มากเมฆต้องลำบากได้จริงๆ

 

มาเรียไม่เคยบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้กับมากเมฆเลย เมื่อถึงเวลาที่เควสสำเร็จแล้ว 100% เธอจะแกล้งทำเป็นออกไปธุระและหายไปโดยไม่ให้มากเมฆได้รู้ เพราะเธอรู้แล้วล่ะว่าหากเธอหายไป จะต้องมีคนร้องไห้แน่ๆ และเธอเองก็ไม่อยากให้มากเมฆเสียใจกับการจากไปของเธออีกด้วย

 

ในระหว่างที่มากเมฆนอนหนุนตักของมาเรียอยู่ริมทะเลสาบอยู่นั้น สีหน้าและท่าทางของมากเมฆดูดีขึ้นมาก ดูสบายใจและผ่อนคลายลงไปเยอะมากแล้วจากที่ผ่านๆ มา แต่ทว่าเมื่อ อยู่ๆ เทพอสูรที่มากเมฆสมควรจะออกตามหา มันกับเป็นฝ่ายตื่นขึ้นมาเอง และออกมาตามหามากเมฆเสียเองอย่างจริงจัง

 

แถมยังพุ่งเข้าโจมตีมากเมฆ ในตอนที่มากเมฆกำลังหลับอยู่อีกต่างหาก

 

ทำให้มาเรียต้องใช้พลังพิเศษของเธอสร้างโล่สวรรค์ออกมา ปกป้องมากเมฆเอาไว้ในทันที เพราะคู่ต่อสู้ของมากเมฆในครั้งนี้อันตรายอย่างมาก อันตรายเกินกว่าที่ใครหลายๆ คนจะคิดฝันถึง

 

เทพอสูรนั้นไม่เคยสนใจกฎและกติกาอยู่แล้ว มันต้องการฆ่าและสังหารเป้าหมายของมันเท่านั้น

 

มันจึงได้ใช้หอกเทพอสูรแทงทะลุพลังป้องกันโล่สวรรค์ของมาเรีย ออกมาอย่างรุนแรงและต้องการจะฆ่าเธอให้ได้ในหนึ่งการโจมตีอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ เพราะนังผู้หญิงสารเลวนางนี้ มันบังอาจมาขัดขวางการสังหารอันร้อนแรงบ้าคลั่งของมันนั่นเอง

 

หอกเทพอสูรเต็มไปด้วยพลังโจมตีที่บ้าคลั่งรุนแรงอย่างมาก ราวกับอุกกาบาตจากนอกโลก ทำให้แทงทะลุโล่สวรรค์เข้ามายังช่วงท้องของมาเรียอย่างง่ายดาย เข้าอย่างจัง จนเป็นเหตุให้เลือดไหลออกมา และกระจายไปทั่วบริเวณจนเต็มใบหน้าของมากเมฆที่กำลังนอนหลับอยู่ เต็มไปด้วยเลือดสีแดงอุ่นร้อนจนสัมผัสได้

 

มากเมฆที่หลับอยู่ถึงกับตื่นตกใจและตื่นขึ้นมา พร้อมๆ กับเจ้าลูกแมวมังกรทั้งสาม และทำการเข้าปกป้องมาเรียในทันทีด้วยทุกอย่างที่มี และมากเมฆก็ได้ใช้เวทรักษามาเรีย

 

แต่ไม่ว่าจะใช้เวทบทไหนก็ไม่อาจจะรักษาเธอได้เลย และดูเหมือนพลังชีวิตของมาเรียกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ อีกด้วย

 

มากเมฆต้องการดึงหอกเทพอสูรออกมา แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ พอเอามือไปจับก็โดนคำสาปประหลาดมากมายเล่นงาน โชคยังดีที่คำสาปใดๆ ภายในทวีปจิตมายาจะไร้ผลกับมากเมฆ แต่ทว่ามากเมฆก็ยังพยายามจะดึงหอกออกมา แต่มันก็ไร้ผลจึงได้หันหน้าไปมองตัวต้นเหตุของเรื่องที่ทำให้มาเรียบาดเจ็บสาหัส และหมดสติไปแล้วในครั้งนี้

 

มากเมฆมองเทพอสูรด้วย ดวงเนตรอสูรหมื่นมายาอันน่าหวาดกลัว พร้อมๆ กับปลดปล่อยคลื่นพลังจิตมายาออกมาจากร่างโดยไม่ปิดบังใดๆ

 

แต่ต่อให้สายตาของมากเมฆจะน่ากลัวแค่ไหน มันก็ไร้ผลกับเทพอสูรจิตมายาตนนี้

 

เทพอสูรมีร่างกายไม่ต่างจากมนุษย์ สวมใส่เสื้อเกราะเหล็กสีดำเลือดลายมังกรที่ดูหน้ากลัว และมีผมยาวสีเขียวอ่อนไปถึงเอว มีดวงตาสีเลือดคล้ายอสรพิษและมีเพลิงมารปีศาจสีดำและขาวลอยออกมาตลอดเวลารอบตัว ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักประหลาดที่ดูโบราณเก่าแก่ และปลดปล่อยพลังที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจนยากจะหายใจได้อยู่ตลอดเวลา

 

".. นังผู้หญิงคนนั้นมันโง่ หากยอมให้ข้า สังหารเจ้าดีๆ ก็จบเรื่องไปแล้ว ไม่ต้องมาทรมานจนตายแบบนี้ อ้อแล้วก็เจ้ามนุษย์ผู้แสนจะอวดดี หากอยากจะช่วยนังผู้หญิงคนนี้ ต้องเอาชนะข้าให้ได้ภายใน  10 นาทีเท่านั้น ไม่อย่างงั้น นังสารเลวนั่นจะตายและหายไปตลอดกาล ไม่มีบทเวทใดๆ ชุบชีวิตมันได้อีก ฮ่าฮ่าฮ่า .." เทพอสูรพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเย็นชา ถึงแม้ตัวมันเองในเวลานี้จะใช้พลังได้แค่ 10% จากทั้งหมดที่มีเท่านั้น

 

แต่มันก็มั่นใจอย่างเต็มที่เลยว่าไม่มีใครเอาชนะมันได้ แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ต่อให้พวกระดับเลเวล 5,000 มาอยู่ที่นี่ก็ตาม พลัง 10% ของมันก็มากเกินพอแล้วสำหรับทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของทวีปจิตมายาแห่งนี้ได้

 

".. หากอยากสู้กับข้าให้เข้ามายังประตูมิตินี้ อย่าได้เสียเวลาของข้า เจ้ามนุษย์ขยะ .." เทพอสูรพูดจบก็สร้างประตูมิติสีเลือดขึ้นมา พร้อมกับลอยเข้าไปด้านใน และยังได้แอบยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก ราวกับมีแผนชั่วในใจที่จะทำให้มากเมฆต้องหลงกลอย่างแน่นอน

 

มากเมฆก่อนจะเข้าไปในประตูมิติของเทพอสูร ได้หันมาสั่งงานออกคำสั่งให้ปกป้องและพยายามรักษามาเรียให้ได้ ตัวมันเองจะรีบกลับมา มากเมฆรู้สึกไม่มั่นใจและร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก พร้อมกับมีความรู้สึกหวาดกลัวเป็นครั้งแรก

 

ไม่ใช่ความกลัวจากเทพอสูร แต่เป็นความหวาดกลัวจากการสูญเสีย และมันทำให้มากเมฆไม่มั่นใจและรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอจนไร้ค่า

 

หลังจากที่มากเมฆเข้าไปในประตูมิติของเทพอสูรแล้ว ก็พบเข้ากับสัตว์อสูรโบราณมากมายเต็มไปหมดรออยู่

 

พร้อมๆ กับประตูมิติได้ปิดลง แต่มากเมฆไม่ได้สนใจประตูมิติมากนัก สนใจเพียงแค่จะต้องเอาชนะเทพอสูรให้ได้ในเวลา 10 นาทีเท่านั้น

 

มากเมฆร้อนใจ และไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ จึงได้นำไม้เท้าเวทมายาออกมา

 

พร้อมๆ กับใช้โล่อักขระกลืนมายา และใช้กระบวนท่าไม้ตายสุดท้ายของวิชาไม้เท้าวาตภัยเก้าวชิระในทันทีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง พร้อมกับปลดปล่อยพลังทั้งหมดพุ่งตรงไปยังเทพอสูร เพื่อโจมตีให้ตายในทีเดียวให้ได้ โดยไม่ได้คิดอะไรให้รอบคอบแม้แต่น้อย

 

เงาลม ไร้ตัวตน เมฆฝน ล้างโลกา !!! กระบวนท่าสุดยอดที่เต็มไปด้วยพลังงานธรรมชาติ เวทมนตร์ ลมปราณจักรวาลลึกล้ำ ปราณเวท เต็มไปด้วยพลังงานอันมหาศาลและจู่โจมเทพอสูรในทันที

 

เพียง 0.3 วินาที ก็เกิดแรงระเบิดรุนแรงอย่างมากระดับเดียวกับซูเปอร์โนวา เป็นเหตุให้มากเมฆกระเด็นไปไกลด้วยแรงระเบิดสุดอลังการ และมากเมฆคิดว่าต้องเอาชนะอีกฝ่ายได้แน่ๆ

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเป็นสิ่งที่มากเมฆไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเลย และผลที่ได้ก็ยิ่งทำให้มากเมฆร้อนรนร้อนใจ และขาดสมาธิความสุขุมรอบคอบที่มีไปจนหมด

 

เพราะเทพอสูรยังยืนอยู่ที่เดิม พร้อมกับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย แถมยังดูดกลืนเอาแรงระเบิดซูเปอร์โนวาเข้าปากไปกินอีกอีกด้วย ถึงแม้แรงระเบิดอาจจะทำให้สัตว์อสูรในมิติแห่งนี้จำนวนมากเสียชีวิตได้

 

แต่กับเทพอสูรแล้ว มันกับเป็นได้แค่อาหารว่างเท่านั้น และดูเหมือนอีกฝ่ายจะทำหน้าท่าทางเซ็งๆ อีกด้วยเป็นการตอบรับ พร้อมกับมองมากเมฆอย่างไม่สบอารมณ์นัก ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกขยะแขยง ราวกับกำลังมองดูหนอนแมลงอย่างไงอย่างงั้น

 

".. เป็นทักษะที่บ้าดี แต่มันไม่สมดุลและขาดหลักสำคัญในการใช้งานไปเยอะ เป็นทักษะสกิลปัญญาอ่อนอะไรวะระเบิดระยะประชิด แถมรุนแรงระดับระเบิดดาวเคราะห์เล็กๆ ได้เลย แต่กับเป็นสกิลระยะประชิด ฮ่าฮ่าฮ่า ใครเป็นคนคิดวิชานี้ มันบ้ามาก กระจอกซิบหาย โง่กว่านี้มีอีกมั้ย สกิลขยะที่ไม่ได้เห็นมาเป็นหมื่นๆ ปี ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นวิชาที่ไว้ทำร้ายตัวเองชัดๆ เจ้ามนุษย์ขยะ ทักษะของเจ้ามันขยะเกินไป แต่ไม้เท้าของเจ้าข้าต้องการ  .." เทพอสูรหัวเราะและพูดจาดูถูกมากเมฆและต้นแบบของวิชานี้อย่างมาก แถมยังไม่ปิดบังในความโลภที่คิดจะแย่งชิงไม้เท้าเวทมายาไปจากมากเมฆอีกด้วย

 

มากเมฆไม่ได้โกรธหรือรู้สึกอะไรกับคำพูดดูถูกพวกนั้นเลย แต่กับร้อนใจอย่างมากแทน เพราะเวลายิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ มาเรียก็อาจจะตายได้ทุกเมื่อเช่นกัน

 

จนในเวลานี้มากเมฆสูญเสียสมาธิและความเยือกเย็นไปหมดแล้ว

 

ในหัวของมากเมฆมีแต่ความกังวล ความคิดที่ว่า จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี อยู่เต็มไปหมด ไม่เอาแล้ว ไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว ความคิดมากมายที่สับสันจำนวนมากวนเวียนอยู่ในหัวจนมากเมฆ ไม่ใช่คนเดิมที่เคยเป็นอีกแล้ว

 

มากเมฆได้แต่ถามและก็ถามจะทำยังไงดี ท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดกับทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย

 

จะทำยังไงดี ระหว่างที่คิดอยู่มากและกังวลใจอยู่นั้น เทพอสูรกับไม่คิดจะให้อีกฝ่ายได้มีเวลาหยุดพักเลยแม้แต่น้อย

 

เทพอสูรจิตมายาหายตัวเข้ามาในระยะประชิดของมากเมฆที่ด้านหน้าและใช้หมัดเปล่าๆ  ที่เต็มไปด้วยพลังเพลิงเทพอสูรสีขาวดำ ชกเข้าที่ใบหน้าของมากเมฆอย่างแรง จนมากเมฆกระเด็นไปไกลไม่ต่ำกว่า 200 กิโลเมตร แถมแขนและขายังหักอีกด้วยเพราะชนเข้ากับพื้นหินที่แข็งอย่างมาก และตลอดระยะทาง 200 กิโลเมตร มากเมฆชนเข้ากับภูเขาหินหน้าผานับสิบๆ ลูก จนพวกมันพังทลายลงมาเกือบทั้งหมด

 

โล่อักขระกลืนมายาเองก็แตกสลายหายไปตั้งแต่แรก

 

".. อะไรกัน แค่หมัดเดียวก็หมดสภาพซะแล้ว เจ้ามนุษย์ขยะผู้โง่ยิ่งกว่าแมลงวัน จะกระจอกอ่อนหัดก็ให้มันดูดีหน่อยไม่ได้รึไง ข้าเทพอสูรเสียดายไม้เท้าเวท

ดีๆ เสียจริง ที่เลือกเจ้านายอ่อนแอไร้ค่าแบบนี้ สงสัยพระเจ้าบ้าอะไรนั้นจะปัญญาอ่อนไปด้วยละมั้งหลังจากที่ข้าหลับไปนาน ฮ่าฮ่าฮ่า .." เทพอสูรหัวเราะและแอบขำในใจอย่างมาก ที่มีไอ้โง่ขยะไร้ค่าตามตนเองเข้ามาประลองในมิติส่วนตัวแบบนี้ได้

 

เพราะในมิติเทพอสูรนี้ทำให้บัพพลังและพรวิเศษต่างๆ ที่มากเมฆเคยได้รับมาทั้งหมด 15 ใบไม่อาจจะใช้ได้เลย

 

แถมมากเมฆก็ต้องถูกลดพลังทุกอย่างที่มีลงไป 50 % อีกด้วย เมื่อเข้ามายังมิติแห่งนี้ โดยเทพอสูรผู้เป็นเจ้าของเป็นผู้ตั้งกฎเอาไว้ตั้งแต่แรก ทักษะสกิลและบทเวทต่างๆ ถูกลดระดับและความรุนแรงลงไปถึง 50% ด้วยเช่นกัน สำหรับมากเมฆแล้วที่นี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันชนะเลยแม้แต่น้อย

 

แต่สำหรับเทพอสูรแล้ว มันเองยังสามารถฟื้นฟูพลังต่างๆ ของตัวเองได้รวดเร็วเป็นร้อยเท่าพันเท่าจากปกติ เมื่ออยู่ในมิติของตนเอง พลังโจมตีพลังป้องกัน และพลังพิเศษเฉพาะเจ้าแห่งมิติแห่งนี้ ก็ส่งเสริมให้เทพอสูรจิตมายากลายเป็นพระเจ้าในดินแดนของตัวเอง

 

การที่เทพอสูรแกล้งทำเป็นโจมตีมากเมฆในตอนที่นอนหลับอยู่ แต่กลับใช้หอกเทพอสูรแทงทะลุท้องของมาเรียนั้น แท้จริงแล้วก็เพื่อจะได้ปิดปาก NPC สาวเอาไว้ ไม่ให้พูดบอกข้อมูลและความเป็นมาของตนเอง รวมไปถึงพลังและทักษะต่างๆ ที่มี เพื่อที่จะได้ล่อลวงให้อีกฝ่ายตามเข้ามาภายในมิติเทพอสูรจิตมายาแห่งนี้ เพื่อที่จะได้รับประกันในชัยชนะ 100% ของตนเอง

 

เทพอสูรไม่ใช่แค่เก่งกาจเท่านั้น แต่ยังฉลาดอย่างมากอีกด้วย

 

 

มากเมฆเจ็บปวดไปทั้งตัว ร่างกายไม่พร้อมที่จะต่อสู้เลยแม้แต่น้อย มีบาดแผลสาหัสหลายแห่งแม้แต่โล่อักขระกลืนมายาเองก็ยังถูกทำลายไปแล้ว มากเมฆในตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลและร้อนใจอย่างมาก และไม่ได้สังเกตตัวเองเลยว่าพลังพิเศษต่างๆ มันไม่ทำงานตั้งแต่ต้น

 

แถมยังไม่อาจจะฟื้นฟูพลังได้อีกด้วย เพราะหลังจากใช้กระบวนท่าไม้ตายไปแล้ว พลังต่างๆ กับลดหายไปมากกว่าปกติและดูเหมือนว่า หากอยู่ในมิติแห่งนี้จะต้องใช้พลังมากกว่าปกติเป็นสิบเท่าจากของเดิมที่เคยใช้

 

ในช่วงขณะที่มากเมฆกำลังท้อใจและคิดว่าไม่อาจจะเอาชนะได้แล้ว ไม่อาจจะช่วยพี่สาวมาเรียไว้ได้ ไม่อาจจะปกป้องอะไรไว้ได้เลย พร้อมกับกล่าวโทษตนเองต่างๆ นานๆ อย่างคนหมดหวังและหมดกำลังใจ

 

แต่แล้วอยู่ๆ มากเมฆกับได้ยินเสียงพูดเบาๆ ของมาเรียที่เคยพูดบอกกับตนเองเอาไว้ก่อนหน้านี้เป็นคำพูดง่ายๆ และให้กำลังใจมากเมฆ มาตลอดหลายวันที่ผ่านมา

 

".. มากเมฆต้องไม่แพ้และสู้ต่อไปนะ อย่ายอมแพ้รู้มั้ย พี่สาวคนนี้จะอยู่เคียงข้างเสมอ หากมากเมฆทำตัวดีๆ ในอนาคตพี่สาวคนนี้ อาจจะยอมเป็นเจ้าสาวให้มากเมฆก็ได้นะ .." คำพูดของมาเรียที่พูดให้กำลังใจ และยิ้มให้มากเมฆเสมอในวันที่มากเมฆท้อแท้และหมดวัง

 

          ".. ผมจะไม่แพ้จะต้องช่วยให้ได้ .." มากเมฆลุกขึ้นสู้อีกครั้ง พร้อมกับใช้เวทรักษาตนเองให้กลับมาสภาพเหมือนเดิม ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้รึไม่

 

แต่ในเวลานี้เขาจะแพ้ไม่ได้ เพราะหากแพ้มันก็หมายถึงความตายของมาเรียนั่นเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 454 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3919 ไป่หู (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 16:22
    หวังว่าต่อจากนี้ อีก200ตอน ไรท์จะใช้คำว่า "กับ" และ "กลับ" ถูกนะครับ ผมอ่านแล้วเวลาเจอคำพวกนี้มันหงุดหงิดอะครับ มันคันไม้คันมือแปลกๆ ฮ่าๆ
    #3,919
    1
    • #3919-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      3 มิถุนายน 2562 / 08:59
      ยังมีผิดพลาดอยู่บ้างครับ หลายๆ ตอนผมยังไม่ได้กลับไปตรวจทานกับแก้ไขเลย
      #3919-1
  2. #3126 war2123 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:41
    ผมข้ามๆเลย อ่านเเต่เนื้อหา
    #3,126
    1
    • #3126-1 Padpit123(จากตอนที่ 29)
      23 เมษายน 2563 / 11:23
      ใช่ครับ55
      #3126-1
  3. #3033 boommerrangboom (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 03:04
    เอาจริงคนเรามันไม่ได้โง่ขนาดนั้นมั้ง เข้าใจว่าพยายามทำให้เรื่องมันดูมีอะไรแต่แบบ -โง่ขาดสติอะไรขนาดนี้ พลอดเดียวกับอนิเมัญี่ปุ่นที่ชอบรันทดหดหู่แบบในชีวิตจริงไม่มีทางเป็นไปได้
    #3,033
    0
  4. #2994 GrFl4D (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 06:15
    ทำไมคนแต่งชอบแบบพระเอกรันทดหรอ
    #2,994
    0
  5. #2974 mildinlar (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 15:44
    200กิโลเมตร แม่งเกือบเท่ากรุงเทพไปโคราชเลยนะนั่น นั่งรถตั้งสามชั่วโมงกว่าจะถึง ขึ้นเครื่องก็เป็นชั่วโมง ควรบอกว่ามันโหดรึมันเว่อร์5555
    #2,974
    1
    • #2974-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      17 มกราคม 2562 / 15:48
      ขอตอบว่าทั้งโหดทั้งเวอร์ครับ อิอิ
      #2974-1
  6. #2432 rihanna22703 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 14:20
    ขอให้มาเรียตายสาธุ

    อ่านตอนต่อไปละ
    #2,432
    0
  7. #2333 NEW007 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 12:33

    น้ำเยอะเกินนนน

    ขอเนื้อบ้างงงง
    #2,333
    0
  8. #2332 BB8888 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 20:07

    มากเมฆ เป็นคนฉลาดนะ แต่คนฉลาดก็ต้องคิด ถ้าไม่คิด มันก็พังทุกคนนั่นแหละ
    ข้อเสียของม่านเมฆคือ ชอบทำก่อนคิดเสมอ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาแย่ เฮอ แต่ชื่อไม่ได้แล้วนะอยู่แต่ในบ้านมาตลอดไม่ค่อยทันคนแถมยังไม่เคยทำอะไรเองด้วย ( รู้สึกจะยาวไปไหน)​ อยากให้แต่งแบบค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ เขาก็เข้าใจว่าพระเอกไม่เข้าสังคมเลย อยู่คนเดียวมาตลอดก็เลยเป็นแบบนี้แหละนะ
    #2,332
    0
  9. #1880 Unnilium (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:01
    มาเรียมีอิสระในการช่วยผู้เล่นเกินไป
    #1,880
    0
  10. #1678 Tanz Giroro (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:00
    มันจะโกงไปมั้ยเนี่ยยยย แล้วใครมันจะไปทำเควสผ่าน ทั้งโหดทั้งโกง
    #1,678
    0
  11. #1013 ผู้หิวโหยสาหร่าย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 06:32
    คือจริงๆเราชอบการเขียนของไรต์มากนะ มันอ่านแล้วเข้าใจอ่ะ มันสามารถคิดตามทุกอย่าง เพราะงั้น ถ้ามีคอมเม้นทำร้ายจิตใจมา อย่าเพิ่งท้อนะ ยังคนชอบการเขียนของไรต์อยู่ สู้ๆนะคะ
    #1,013
    0
  12. #768 plaikaidum42 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 19:56
    น้ำแม่งโคตรเยาะมากกว่าครึ่งตอนอีกอะตั้งแต่ตอนที่ยี่สิบมาเนี้ยอ่านข้ามเป็นว่าเล่นเลยและไรท์-ไม่ต้องเขียนยาวก็ได้นะยาวแล้วมีแต่น้ำมันก็ไม่อยากอ่านวะมันน่าเบื่อสั้นแล้วมีเนื้อยังดีกว่าอีกอะและเวลาอ่านตอนพระเอกมันสู้หนะแล้วเขียนอธิบายว่าพระเอกใช้ความสามารถอะไรบ้างอะแค่ให้ย่อแบบพอเข้าใจมาได้ไหมก็พอแล้วหละไม่ต้องอธิบายให้มันละเอียดก็ได้มันไม่จำเป็นเลยมันมีแต่ความหน้ารำคานความรู้ศึกเหมื่อนเล่นเกมแล้วเหลาะอะมันทำให้หัวร้อนเพราะมันคัดอารมตอนมากจากนิยายดีกายเป็นขยะได้เลยหนะ
    #768
    3
    • #768-2 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      17 ธันวาคม 2560 / 20:16
      ผมคงไม่สามารถแต่งนิยายให้ทุกคนชอบได้
      บางคนก็บอกเนื้อเยอะน้ำน้อย ล่าสุดก็ #768 เนื้อน้อยน้ำเยอะ

      ใครใคร่อ่านก็อ่านเถอะครับ บทแรกๆ ยังไงก็ต้องอธิบายเยอะ
      เพื่อให้หลายๆ คนเข้าใจเนื้อหาบางส่วนเสียก่อน อย่าให้เป็นเหมือนก่อนหน้านี้
      มาถามหาสกิลชุบชีวิต ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าก็มีบอกไว้ก่อนแล้ว พวกอ่านข้ามก็ข้ามไปเถอะ
      ข้ามไปเรื่องอื่นได้ก็ดีครับ แล้วก็เวลาคุณไปพูดอะไรกับใคร ช่วยสุภาพด้วยนะครับ

      ไป วะ วะ กับใครหากเขาไม่ใช่เพื่อนคุณ คุณจะดูแย่มากๆ พวกไม่มีมารยาท
      #768-2
    • #768-3 BB8888(จากตอนที่ 29)
      4 กันยายน 2561 / 19:59

      สรุปให้นะคะ

      comment ด้านบนต้องการบอกว่า ไม่ต้องอธิบายเยอะก็ได้ค่ะ แค่นี้พอเข้าใจก็พอ บางที undefined เยอะไปก็ทำให้เบื่อนะคะสู้ๆค่ะ
      #768-3
  13. #578 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 00:43
    ถ้าชนะได้ ก็จะเก่งขึ้นอีกนะ สู้ๆ
    #578
    0
  14. #524 Fayrious (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 14:42
    เกือบจะน้ำตาไหลอีกรอบ ฮ่าๆๆ
    #524
    0
  15. #484 #DESTINY# (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 20:15
    สนุกมากครับ
    #484
    0
  16. #455 shiro sora no kuhaku (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 08:03
    เปลียน"ไม่"คำที่สองเป็น"มัน"นะ
    #455
    0
  17. #454 shiro sora no kuhaku (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 07:59
    มันอธิบายเกินไปเหมือนเรียงความไงไม่รู้ ไม่เหมือนฟังเรื่องเล่าที่มีคนเล่าเเค่1คน เเบบว่ามันไม่ค่อย(จะใช้คำว่าไรดีวะ)ไม่ค่อยได้ฟิวอะไม่รู้จะเข้าใจเปล่านะ ที่เเน่ๆมันอธิบายเกินไป เหมือนกินก๋วยเตียวมีเเต่เส้น
    #454
    1
    • #454-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      1 ธันวาคม 2560 / 02:06
      ขาดน้ำสินะครับ งั้นเดี๋ยวผมจะลองกลับไปแก้ให้นะครับ แต่คงหลังจากที่ได้จอคอมใหม่แล้วตอนนี้มันติด ๆ ดับๆ ผมแต่งนิยายได้ไม่ต่อเนื่องเลยต้องพักจออยู่เรื่อยๆ
      #454-1
  18. #437 GodDevilFox (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 19:58
    เกมกับคลื่อสมองมันคู่กันแล้วคลื่นตัวเอกมันไม่จำกัดเท่านี้ตัวเอกก็เหนือทุกสิ่งในเกมแล้วสิ แต่ใช้ไม่เป็น 5555+
    #437
    1
    • #437-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      29 พฤศจิกายน 2560 / 01:24
      จะพยายามใช้ให้เป็นเร็วๆ นะครับ
      #437-1
  19. #429 phonphimon0123 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 17:02
    ต่ออออออ
    #429
    0
  20. #421 jamesmaimini (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 13:02
    เทพอยู่ดีๆ ฉลาดมากๆมาหลายตอน ไหงกาก noob กระจอก ตอนนี้มันขัดใจ จริงๆนะ อยากบึ่มบ้านไรท์จริงๆนะ อยากบึ่มจริงๆ
    #421
    1
    • #421-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 17:11
      มากเมฆกำลังจิตตกเสียพ่อเสียแม่ ด่าว่าต้นเองเป็นต้นเหตุให้ครอบครับวานรเทพต้องตาย แถมยังมาเป็นกังวลกับมาเรียอีกว่าจะตายด้วยมั้ย จะเสียพี่สาวคนนี้ไปรึเปล่าอีก กำลังใจติดลบพลังใจไม่มี ดาเมจเลยไม่ออกน่ะครับ
      #421-1
  21. #420 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 10:39
    ฉลาดกับเรียนรุ้ไวอีนเดียวกันมั้ยทำไมรุ้สึกพระเอกฉบาดน้อยคิดน้อย
    #420
    1
    • #420-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 17:12
      มันอยู่ที่ชวนอารมณ์ด้วยนะครับ ต่อให้ฉลาดแค่ไหนแต่หากอยู่ในช่วงอารมณ์ที่ไม่ดี

      สติปัญญาความนึกคิดอะไรก็ ลดน้อยลงเป็นธรรมดา แบบคนเราโมโหก็จะลืมคิดถึงเหตุและผล และทำอะไรที่ไม่สมควรทำไงครับ ตอนที่ 29 มากเมฆยังจิตตกเสียใจอยู่เลย
      #420-1
  22. #419 Sora (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 08:34
    ยิ่งอ่ายอิ่งรู้สึกเกียด พระเอกขึ้นมาเรื่อยๆ
    #419
    1
    • #419-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 17:13
      เกียจตรงไหนอ่ะครับ ผมจะได้พัฒนางานเขียนได้
      #419-1
  23. #418 Reezas (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 08:21
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งติด
    #418
    0
  24. #417 นิค&NIck (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:33
    ความบ้าคลั่งที่มากพอจะเปิดใช้สุดยอดพลังจิตของเคออส พลังแห่งความว่างเปล่า

    เช่นในวินาทีนั้นเหมือนเวลาหยุดลงคลืนสมองถูกเร่งถึงขีดสุดข้อมูลต่างๆของzero ได้ถูกดาวโหลดแบบเต็มกำลังในเสี้ยววิ ในเวลานี้เหมือนมากเมฆกลายเป็นอีกคนที่อยู่บนจุดสูงสุด ค่าสถานะที่ระบบไม่สามารถวัดได้แรงกดดันที่ว่างเปล่าเหมือนมันไร้ค่าสุดๆ พลังต่างๆกลับไปสู่ต้นกำเนิดเดียว หลอมรวมเป็น1อีกครั้ง
    พลังที่กำเนิดทุกสิ่ง ที่สุดของสายพลัง พลังที่มีแต่ผู้สร้างที่สร้างทุกสิ่งอย่างแท้จริง ได้ตื่นจากการหลับไหลชั่วคราว เพราะตัวจริงของคลื่นสมองไร้ขีดจำกัด

    เมื่ออีกตัวตนที่ตื่นขึ้นมามองไปทางเทพอสูรด้วยสายตาเฉือยชาแต่แรงกฎดันนั้นยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เจอในชั่วงชีวิตของมันสายตาที่มองมากเมฆนั้นเปลียนไปอย่างหมดสิ้น
    สัญชาติญาณร้องเตือนสุดๆจนแทบบ้า ไม่มีความคิดว่าชนะได้ได้อยู่ในหัวแม้แต่น้อยทั้งๆที่เมื่อกี้ยังอวดเก่งอยู่เลยมิติที่มันควบคุมอยู่โดนเปลียนไปอย่างไม่อาจต้านทานความสามารถของมิติส่วนตัวเองย้อนมาหาแบบหนักว่าเดิมอย่างมาก ทั้งๆที่เคยเป็นของตัวเองเมือกี้แต่กลับหายไปอยู่ในมือของมากเมฆทันที สกิล พร ความแข็งแกร่งทุกๆอย่างถูกดูดไปให้มากเมฆหมด
    ตอนนี้ค่าสถานะ สกิลต่างๆกลับอยู่บนจุดสูงสุดทุกสกิล
    แต่ถึงจะแพ่มมาขนาดนี้เวลาจริงผ่านไปแค่2วิเท่านั้น

    เป็นเจ้าสินะที่มายุ่งกับร่างของข้า งั้นเจ้าจงทรมารไปชั่วนิรันดร์ซะเถอะ เพียงโบกมือก็ปรากฎอักศรโบราณขั้นสูงสุดในเสี้ยววิและเดินกลับออกมาจากมิติที่มากเมฆเป็นเจ้าของสมบรูณแล้วออกมาแล้วเอามือไปจับหอกที่ตอนแรกไม่ว่าจะดึงยังไงก็ไม่หลุดแถ้มมีคำสาปสารพัดแต่ตอนนี้กลับหลุดอย่างง่ายดายแล้วสบัด1ครั้งบาดแผลคำสาปทุกๆอย่างกลับเป็นปกติ แล้วนำเธอยกลอยไปวางที่นอนก่อนจะส่งของความถึงzeroโดยตรงทันทีอย่างง่ายดายว่า "อย่าคิดจะใช้ประโยชน์ตามใจชอบ เจ้านั้นไม่ใช่หนูทดลองของพวกแก แม้จะตรวจสอบคลืนสมองของ ไอหนูนิก็เกินไปนักเพราะพวกแกได้เพียงเศษเสี้ยวเท่านั้นอย่ามีอย่างนี้อีก และมากเมฆก็สลบไป ตัวตนอีกคนของมากเมฆหายไปอย่างไร้ร่องรอย แค่ตัวตนนั้นตื่นเขาก็ยืดzeroได้อย่างง่ายดายเหมือนมีสิทธ์การควบคุมทุกอย่างได้ทั้งหมดแค่คิด

    กลองมาล้วนๆเลยจากสมอง
    #417
    3
    • #417-2 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 29)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 17:09
      สุดยอดเลยครับ อยากชวนให้มาแต่งภาคพิเศษด้วยกันจริงๆ
      #417-2
    • #417-3 สายมุก (จากตอนที่ 29)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 18:48
      ถ้าไรท์มาแนวเม้นท์นี้จะชื่นใจมาก เพราะตอนนี้เริ่มหมั่นใส้ZEROที่ได้แต่หลอกใช้คนไปทั่ว
      #417-3
  25. #416 Over_Lord_666 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:05
    พยายามมันทุกตอนอ่ะไรต์
    พยายามให้ตัวเอกอ่อนแอ่ลง
    พยายามให้ผมผวาตับ
    พยายามเขียนให้ผมมโนว่ายังไงตอนหน้าก็ NTR ทุกรอบ
    พยายาม อะไรหลายๆอย่าง
    พยายามทำให้ตัวเอกฉลาดขึ้น
    พยายามทำอะไรที่แบบ... ชั่งเหอะ
    พยายามต่อไป เขียนออกมาเรื่อยๆ เราขอดองไว้ ยาวๆ เลย ไม่อยากนั่งค้างเล่น จนลงแดง บายย~
    #416
    0