มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 173 : บทที่ 173 ยอมรับในความผิดพลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 297 ครั้ง
    7 มี.ค. 62

บทที่ 173 ยอมรับในความผิดพลาด

 

            วันชัยได้ก้าวออกมาที่กลางห้องประชุมหลัก หลังจากที่ลูน่าได้กลับไปยังที่นั่งของเธอแล้ว

 

พร้อมกับเริ่มพูดถึงสถานการณ์เลวร้าย ในปัจจุบันของโลกเวทมนตร์ ที่ได้เปลี่ยนไปมากตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

           

            ทุกๆ ครั้งที่มีการปลดผนึกทวีปหลักได้ จะก่อให้เกิดเควสเนื้อเรื่องหลักและภารกิจใหม่ๆ อันเป็นบททดสอบขึ้นมามากมาย พร้อมกับการเกิดขึ้นของสัตว์อสูรกลายพันธุ์ สัตว์เวทโบราณที่แข็งแกร่งไม่ต่างไปจากบอสเขตแดน การเปลี่ยนแปลงแบบยกระดับมาตรฐานทั้งหมดของเหล่าสัตว์อสูร ในทุกๆ ครั้งที่เกิดขึ้นของการปลดผนึกทวีปได้

 

มันส่งผลให้สัตว์อสูรทุกๆ ตัวบนโลกเวทมนตร์ รวมไปถึงในมิติลับต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่มิติเฟยอวี่ด้วย

 

สัตว์อสูรทุกตัวล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งขึ้นมาก เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าจนไปถึงหลายพันเท่าเลยก็ว่าได้ ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตลอด 4 ปี มันส่งผลให้ผู้เล่นทุกๆ คนของโลกเวทมนตร์ พบเจอกับความลำบากเอามากๆ ในการพัฒนาตัวเองอย่างที่แล้วมา และมักจะล้มเหลวมากกว่าที่จะทำเควส หรือภารกิจสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา

 

ยกตัวอย่างเช่น ภารกิจสำหรับมือใหม่ที่ให้ไปกำจัดกระต่ายเขาดาบจำนวน 10 ตัว ด้วยผู้เล่นเพียงคนเดียว เพื่อให้ได้รับรางวัลการทดสอบความกล้าความเข้าใจ และได้รับอาวุธฝึกหัดจำพวกเลเวล 1-10 ที่เลือกได้มาเป็นรางวัล

 

โดยกระต่ายเขาดาบ พวกมันเป็นสัตว์อสูรสำหรับมือใหม่ที่มีเลเวลเพียง 1-3 เท่านั้น โดยจะเกิดขึ้นมารอบๆ เมืองเริ่มต้นในทวีปจิตมายา อันเป็นสัตว์อสูรที่เหมาะสำหรับผู้เล่นเลเวล 1 เพียงคนเดียวก็สามารถต่อสู้และเอาชนะมันได้ง่ายๆ

 

แต่ทว่าในปัจจุบัน กระต่ายเขาดาบที่มีระดับเลเวลเพียง 1-3 เท่านั้น พวกมันทุกตัวได้แข็งแกร่งขึ้นเป็น 10-30 เท่าจากเดิมมาก จากที่ใช้ทักษะเวทมนตร์ไม่ได้และไม่มีทักษะสกิลอะไรเลย เช่นเดียวกับพวกสัตว์ป่าอย่างกระต่ายทั่วๆ ไป

 

แต่ในตอนนี้พวกมันใช้ได้ทั้งเวทบอลเพลิง ตัดวายุ กระโดดสังหาร แถมยังต่อสู้แบบเป็นทีมได้อีกด้วย มีตรรกะความคิดแบบสัตว์ร้ายที่ทรงปัญญาในระดับหนึ่ง

 

ด้วยเหตุนี้เองตามความจำเป็นในระดับต่ำสุด เพื่อเอาชนะกระต่ายเขาดาบให้ได้ จึงต้องใช้ผู้เล่นเลเวล 1-5 เป็นอย่างน้อยราว 30 คน อันมีอาวุธครบมือช่วยกันรุมกระต่ายเขาดาบ 1 ตัวเท่านั้น

 

ถึงจะสามารถเอาชนะมันได้โดยไม่มีคนในปาร์ตี้เสียชีวิต และหลังจากที่เอาชนะมันได้ด้วยความยากลำบากแล้วแท้ๆ แต่ทว่ากับได้ค่าประสบการณ์ที่น้อยนิดเท่าเดิม จะมีดีขึ้นมาหน่อยก็ตรงไอเทมที่พวกมันดรอปนั้น มีคุณภาพสูงขึ้นมาก และส่วนต่างๆ ของสัตว์อสูรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด แต่หากเทียบกันแล้วกับความคุ้มค่าและการเสียเวลารวมทีมไปมากเพื่อทำเควสระดับอนุบาล และแบ่งแค่ประสบการณ์กันในกลุ่มกว่า 30 คน บอกได้เลยว่ามันไม่คุ้มเลยสักนิด

 

นี่ยังไม่รวมกับความยากของภารกิจใหม่ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น และเนื้อเรื่องหลักของโลกเวทมนตร์ที่ถูกเปลี่ยน และเหล่า NPC ชั่วร้ายจำนวนมากที่เกิดขึ้นตามกลไกของการเปิดผนึกทวีปหลักต่างๆ

 

จนเกิดช่องว่างระหว่างผู้เล่นกับ NPC แบบสุดๆ ในด้านของความแข็งแกร่งโดยรวม จนปัจจุบันในเวลานี้ทั่วทวีปหลักทั้งหมด ไม่มีเมืองหรือหมู่บ้านของผู้เล่นเหลืออยู่อีกแล้ว และผู้เล่นทุกๆ คนได้ถอยกลับมาตั้งหลักที่ทวีปเริ่มต้นจิตมายากันหมด แต่ถึงแบบนั้นความยากลำบากของผู้เล่นก็ยังไม่จบ เพราะเหมือนกับว่าระบบของโลกเวทมนตร์ได้ตั้งให้ NPC กว่า 70% ทั้งหมด มองผู้เล่นเป็นศัตรู ด้วยเหตุนี้หากผู้เล่นคนไหนทำตัวแย่ๆ หรือไปกระอะไรที่เลวร้าย จะก่อให้เกิดปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้องไปในทันที

 

มากเมฆรับฟังสิ่งต่างๆ ที่วันชัยพูดอธิบายให้ฟังอย่างตั้งใจ สุดท้ายแล้วหากนำเรื่องราวมาลำดับเข้ากันดีๆ มันก็เป็นเพราะเขาเองล้วนๆ เลยนี่หว่าที่ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่และเป็นวงกว้างแบบนี้ หากจะโทษก็ต้องโทษที่ทิ้งช่วงระยะเวลาติดตามดำเนินการต่างๆ นานไปหน่อย

 

แต่มากเมฆกับมีความคิดที่แตกต่างออกไป เขามองทุกๆ อย่างในแง่มุมที่เป็นบวก คิดบวกเพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าได้ ถึงแม้สถานการณ์ของสหพันธ์จะแย่เอามากๆ เพราะหากไม่เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นมากับสหพันธ์ของเขา ที่ได้เติบโตรวดเร็วจนมากเกินไป กลายเป็นบ่อเงินบ่อทอง และผูกทุกๆ คนที่คิดจะเข้าร่วมด้วยผลประโยชน์อันหอมหวามมากมาย และการที่เขาสนับสนุนทุกๆ คนที่เป็นสมาชิกด้วยอภิสิทธิ์พิเศษต่างๆ ที่ผ่านมาภายในมิติเฟยอวี่ มันก็ยากมากๆ ที่จะทำการคัดกรองผู้คนจำนวนมากนับล้านคนได้ ว่าใครจริงใจหรือมาแค่หาผลกำไรแบบขอไปที

 

แต่อีกหนึ่งที่มากเมฆรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อยก็คือ ความสามารถในการบริหารงานของทั้ง 12 คนที่เป็นผู้นำกลุ่มเมฆมายาของเขา ทั้งที่เขาเปิดโอกาสให้บริหารกลุ่มของตัวเองได้ตามความต้องการแล้วแท้ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบเหมือนกันก็ได้ในการจัดการ และเขายังให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และวางระบบแบบแผนการทำงานให้แล้วบางส่วน ในรูปแบบที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายและเป็นที่ยอมรับได้

 

แต่ทุกคนกับขาดทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการบริหารจัดการแบบองค์รวม แต่กระนั้นมากเมฆก็ไม่คิดจะกล่าวโทษเหล่าหัวหน้าทั้งสิบสองคนของเขา เพราะถึงอย่างไรการที่มีสมาชิกหลักล้านคนแถมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา และการเติบโตที่รวดเร็วจนบ้าคลั่งมากเกินไป กับการหายไปของเขาในช่วงเวลาสำคัญของการเติบโตของสหพันธ์ คนที่เป็นผู้นำอย่างเขา จำเป็นที่จะยอมรับ น้อมรับในความผิดพลาดของเหล่าลูกน้อง และผู้ติดตามเหล่านั้นไว้ทั้งหมดเอง

 

มากเมฆก้าวเดินออกไปยังกลางห้องประชุมหลัก ด้วยใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มแห่งความพอใจ

 

พร้อมกับลอยตัวขึ้นให้สูงจากพื้นอยู่ เพื่อให้ทุกๆ คนมองมาที่เขาในจุดที่อยากจะให้เห็น

 

ก่อนที่จะกล่าวในสิ่งที่ทุกๆ คนอดไม่ได้ที่จะใจสั่นไปตามๆ กันออกมา

 

".. หากให้ผมเลือกระหว่างประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ กับความล้มเหลวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนี้ .."

 

".. ผมขอเลือกที่จะให้พวกคุณทั้งหมดล้มเหลว เพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาดไปจะดีกว่า ถึงแม้จะสูญเสียเงินไปมาก แต่พวกเราทุกคน รวมไปถึงตัวผมด้วย พวกเราต่างก็ได้บทเรียนจากความผิดพลาดเหล่านี้แล้ว ถึงมันจะเป็นบทเรียนที่ราคาแพงไปหน่อยก็เถอะ แต่พวกเราได้รับมันแล้ว ได้เรียนรู้และได้เข้าใจถึงเหตุแห่งความล้มเหลว .."

 

".. ผมจะไม่กล่าวโทษใครในสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว และทุกๆ อย่างที่ผ่านมา เพราะผมรู้ว่าพวกคุณทุกคนต่างก็คงได้กล่าวโทษตัวเองไปแล้วด้วยกันทั้งนั้น และพยายามอย่างที่สุดแล้ว เช่นเดียวกับผมที่ห่างหายไปนาน จนก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้ขึ้นมา แต่ทว่าผมกับคิดว่านี่หล่ะโอกาส โอกาสอันดีที่หาได้ยาก โอกาสที่จะทำให้พวกเราสามารถประสบความสำเร็จได้ในอนาคต จากครั้งหนึ่งของพวกเราที่เคยผิดพลาด จนเกือบจะถูกกลืนกินจนหายไปอยู่แล้วในตอนนี้ ให้ความผิดพลาดทั้งหมดที่เกิด ผมจะเป็นคนรับมันไว้เอง .."

 

".. ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมควรจะเปิดเผยถึงเป้าหมายแท้จริงของสหพันธ์ และตัวตนของผมให้พวกคุณได้รู้เอาไว้ รวมถึงจัดการกับปัญหาทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และเผยให้รู้ถึงหนึ่งในความสามารถของกำไลเวทมิติสหพันธ์ที่พวกคุณสวมใส่กันอยู่ .." มากเมฆลอยเด่นอยู่กลางห้องประชุม ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งมหาเทพราชันออกมาอย่างไม่รู้ตัว คล้ายกับมันเป็นสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้วของเขา คล้ายกับเงาที่อยู่กับเขามานาน

 

เหล่าผู้นำกลุ่มการค้าทั้ง 12 คน ต่างก็รู้ดีถึงความผิดพลาดของตัวเอง ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

 

รวมไปถึงโอกาสที่ได้รับจากมากเมฆตั้งแต่ต้น ถึงอำนาจในการตัดสินใจและการบริหารกลุ่มการค้าของตัวเองได้อย่างอิสระ และมันขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ล่ะคน

 

หากในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีใครสักคนกล้าที่จะคิดต่าง และสร้างกองกำลังรบจากผลกำไรที่ได้รับขึ้นมาเป็นของตัวเอง และไม่รอแต่ให้มากเมฆมาเติมเต็มสิ่งต่างๆ ที่ขาดหายให้เหมือนเด็กทารกที่ไม่รู้จักโต

 

สถานการณ์เลวร้ายจะไม่เกิดขึ้นหนักหนามากขนาดนี้  

 

แผนธุรกิจที่สองจะไม่ล้มเหลว แต่ทว่าทั้งหมดกับไม่มีใครเลยที่คิดจะทำมันอย่างจริงจัง อาศัยว่าจ้างแต่กองกำลังผู้เล่นที่ไม่รู้ว่าจะหักหลังวันไหน แทนเพื่อประหยัดต้นทุน หรือไม่ก็เลือกใช้เพียงกลุ่มคนที่ไว้ใจได้ของตัวเอง แบบแบ่งผลกำไรพิเศษให้ ภายในกลุ่มการค้าที่เคยเป็นกิลด์ระดับสูง และมีทักษะในการต่อสู้มาก่อนเท่านั้นในการตอบโต้ต่อต้าน และมันก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ รวมไปถึงการบริหารและการจัดการป้องกันต่างๆ ภายในกลุ่มของตัวเองด้วย

  

แต่ก็อย่างว่า ไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิดโดยแท้จริง ...

 

ทุกคนจำต้องเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด และบทเรียนราคาแพงด้วยกันทั้งนั้น

 

".. มากเมฆจะเปิดเผยอะไรหรอคะ แล้วไม่ใช่ว่าแผนธุรกิจของมากเมฆทั้งสามแผนคือเป้าหมายของสหพันธ์หรอกหรอ หรือยังมีอะไรที่พวกเราไม่รู้อยู่อีก .." หลิ่งหลิน หัวหน้ากลุ่มการค้าที่ 11 กล่าวถามขึ้น คนอื่นๆ ก็เช่นกันต่างคนต่างก็อยากรู้ในสิ่งที่หัวหน้าใหญ่ของพวกเขาและเธอกำลังจะกล่าว

 

".. งั้นเรามาเริ่มจัดการกับปัญหาสี่ปีที่ผ่านมาก่อนแล้วกัน  เริ่มจากภายในและไอพวกทรยศน่าตายพวกนั้น .." มากเมฆทำการถอดกำไลมิติของตัวเองออกมา และโยนขึ้นไปให้สูงเล็กน้อยในระดับสายตาของเขา

 

ก่อนที่อยู่ๆ กำไลเวทมิติอันเป็นตัวต้นแบบของกำไลเวทมิติทุกๆ อันและมีอำนาจสูงสุด จะกลายสภาพเป็นวงแหวนเวทมนตร์อันเชิญแบบเชื่อมระหว่างมิติ และปรากฏออกมาเป็นจอภาพจำนวนมาก หลายสิบจอภาพอันมีขนาดแตกต่างกันไปอยู่ตรงหน้า พร้อมกับข้อมูลจำนวนมากฉายออกมาให้เห็น เป็นระบบฐานข้อมูลทั้งหมดของสหพันธ์ที่ผ่านมา รวมไปถึงข้อมูลในปัจจุบันไว้ทุกอย่าง และมีแผงควบคุมอันเป็นแป้นพิมพ์ขนาดใหญ่ลอยเข้ามาหาผู้เป็นเจ้าของ

 

มากเมฆมองยิ้มๆ ไปยังจอภาพก่อนที่จะพูดในสิ่งที่จะทำออกมา

 

".. พวกที่ทรยศและยังไม่ได้ออกจากสหพันธ์และกลุ่มการค้า มีเหลืออยู่ด้วยกันทั้งหมด 44 คน จากสมาชิก 9,981 คนที่เหลืออยู่ และทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ซื่อสัตว์ต่อสหพันธ์อย่างแท้จริง .."

 

".. โดยผมได้ใช้โปรแกรมสำหรับการดักฟัง และสแกนถึงพฤติกรรมที่ถูกบันทึกไว้ในช่วงเวลาผ่านมา มันเป็นระบบที่ถูกติดตั้งไว้แต่แรกแล้ว อาจจะดูเหมือนผมละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เป็นคนเลวก็ตาม แต่มันก็คือมาตรการป้องกันที่ผมได้วางเอาไว้ตั้งแต่แรก .."

 

".. และสำหรับพวกที่ออกจากสหพันธ์ไปแล้ว แต่ก็ยังเก็บกำไลเวทมิติไว้อยู่ โดยผมตั้งใจไว้แล้วว่าแม้จะออกจากสหพันธ์ไปแล้ว กำไลเวทมิติจะไม่หายไป และจะถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ไอเทมชิ้นหนึ่ง แต่ก็ยังใช้ได้อยู่ไม่กี่ฟังก์ชั่น เช่นสามารถใช้ในการวาร์ปเข้ามายังมิติเฟยอวี่ได้อยู่ แต่ระยะเวลาที่ใช้งานได้แต่ละครั้งคือ 12 ชั่วโมง .."

 

".. สำหรับคนที่ออกไปแล้วและค้นพบความจริงในข้อนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกทรยศและนกสองหัว พวกมันได้ใช้ประโยชน์จากกำไลเวทมิติ และคงไม่ยอมทิ้งมันไปเด็ดขาด เพราะพวกคนเลวๆ พวกนี้ คงไม่มีใครยอมที่จะไปซื้อ การ์ดบัตรเชิญเพื่อเข้ามายังมิติเฟยอวี่ในราคาใบละ 2 ล้านเหรียญทองแน่ๆ แต่กว่าจะเปิดฟังก์ชั่นนั้นได้ ก็จำเป็นจะต้องเป็นสมาชิกระดับสูงแล้วเสียก่อนที่จะออกจากสหพันธ์ และจากประวัติที่ตรวจพบมีการทดลองและเข้าๆ ออกๆ สหพันธ์หลายครั้งสำหรับหลายหมื่นคนเลยทีเดียวตลอด 1-2 ปีแรกที่ผมไม่ได้ออนไลน์ .."

 

".. บทลงโทษที่พวกมันจะได้รับก็คือ มนุษย์ดอกไม้ไฟอันงดงาม ตามจำนวนครั้งของเลเวลที่พวกมันมี จนกว่าระดับเลเวลของพวกมันจะกลับไปเป็นหนึ่งแล้วกัน อ้อไม่ต้องคิดมากนะครับ พวกมันไม่มีทางรู้แน่ๆ ว่าการระเบิดที่เกิดขึ้น จะมาจากกำไลเวทมิติที่พวกมันได้แอบเก็บเอาไว้ เพราะกำไลเวทมิติจะทำการบังคับสวมใส่ปลอกคอทาส และทำการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงไปเรื่อยๆ จนกว่าเลเวลจะเหลือ 1 คล้ายกับเหตุการณ์ที่มีคนเสียสละ ระเบิดตัวเองเพื่อช่วยเหล่า NPC ของเมืองเมฆเคลิ้ม .."

 

คำกล่าวแบบสบายๆ ของมากเมฆ และการกระทำของผลลัพธ์ที่พวกทรยศได้ก่อและสมควรได้รับ เล่นทำเอาบรรดาผู้ติดตามและหัวหน้ากลุ่มการค้าแต่ล่ะคน ถึงกันอดไม่ได้ที่จะสั่นกลัวในใจนิดๆ กับการเปิดเผยถึงหนึ่งในลูกเล่นที่ถูกติดตั้งเอาไว้ในกำไลเวทมิติแสนสะดวกอันนี้

 

ดูเหมือนทุกๆ คนในที่นี้จะต้องมองมากเมฆใหม่แล้ว .. อีกแล้ว และจากความเชื่อเล็กๆ ที่ว่า มากเมฆคือหายนะสีเงินนั้น มันยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วภายใจหัวใจของใครหลายๆ คน

 

โลกเวทมนตร์ ภายในเมืองต่างๆ ทั่วทวีปจิตมายา ไม่เว้นแม้แต่ในดันเจี้ยน

 

เมืองต่างๆ ที่เคยเงียบสงบเรียบร้อย มันได้เกิดเหตุการณ์หายนะของการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงไปทั่ว

 

มนุษย์ดอกไม้ไฟจำนวนมาก ถูกฆ่าตายซ้ำไปซ้ำมา เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดที่ได้ฟัง

 

เสียงกรีดร้องจะเป็นจะตายไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ล้วนแล้วแต่ดังออกมาจนจับใจความไม่ได้เลยสักคน

 

แถมการระเบิดที่เกิดขึ้นติดๆ กันราวกับเป็นเหตุการณ์วันหายนะของคนโรคจิต ยังก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างยิ่งกว่าการก่อการร้ายแบบไม่เลือกเป้าหมายเสียอีก มันได้ทำให้มี NPC และผู้เล่นจำนวนมาก ได้เสียชีวิตไปด้วยแล้วมากกว่า 6 หลัก เกิดเพลิงลุกไหม้ไปทั่วเป็นบริเวณกว้าง

 

---------

ยังมิได้ตรวจคำผิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 297 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3361 RazeLosT (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:51
    เปิดตัวแบบฮาร์ดคอเลยวุ้ย 5555
    #3,361
    0
  2. #3360 นิค&NIck (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:57
    พูดถึงเรื่องป่าภูตและ fairyโบราณ

    รบกวนมากเมฆไปทำภารกิจที่เหมือนจะไม่ต่อเนื่องนั่นก็คือทำการย้ายภูตและแฟรี่บนโลกเวทมนตร์ทั้งหมดให้เข้ามาในมิติพระเจ้าเมฆมายา เพราะว่ามันมีหลายทวีปมีทวีปละ 1 แห่งและพวกเขาและเธอต้องการความช่วยเหลือ

    ใช่แล้วใช่ว่าจะมีที่เดียวที่เป็นแบบนั้นซะหน่อยไหนๆก็ช่วยแล้วทำอีกซะ 8 9 ครั้งจะเป็นอะไรไป อยากได้มากเลยครับอยากจะรู้ว่าถ้าป่าภูตแล้วแฟรี่ทั้งหมดมันรวมกันในมิติพระเจ้าเมฆมายา จะสามารถรวมกันเป็นขั้นที่สูงกว่าได้หรือไม่
    #3,360
    0
  3. #3359 loliz (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:55
    เฮ้ย ค่าหัวไม่ขยับ เพราะตายยังไงไม่รู้สินะงานนี้

    เหอะๆ เกือบหมื่นคนเองจิ๊บๆ
    #3,359
    0
  4. #3358 joelamtan (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:34
    ตรวจเจอคร้าบบบ ค้างสุดๆๆ ขอบคุณครับ
    #3,358
    0
  5. #3357 หนุ่มยาคู้ (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:13

    สั่นเหมือนไรท์

    #3,357
    0
  6. #3356 KurouNeko (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:08
    ค่าหัวที่นิ่งไปนานได้ขยับซะแล้วมั้งนี่
    #3,356
    0
  7. #3355 pnipni1999 (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:00
    สยองงงงงงง
    โหดไปไหม
    สงสารมันจังใช่หมื่นเข็มทิ่มแทงก็ได้นิน่า
    #3,355
    0