มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 135 : บทที่ 135 สู่โลกมืด ตอน เก็บกวาดทีละนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 364 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

บทที่ 135 สู่โลกมืด ตอน เก็บกวาดทีละนิด

           

            คนอื่นๆ ที่ไม่รู้ว่ามากเมฆเป็นใครมาจากไหน หากได้ยินคำพูดของเขาที่บอกกล่าวถึงผลรางวัลของผู้ชนะ ที่จะได้รับมากมายมหาศาลขนาดนี้นั้น คงจะไม่มีใครเชื่อแน่ๆ แต่ทว่าทุกคนในที่นี้ และไม่ว่าใครก็ตามที่ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด มองดูเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นผ่านหน้าจอถ่ายทอดสดจากระยะไกล ล้วนแล้วแต่เชื่อในทุกๆ คำพูดของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง และมีหลักประกันอย่างยิ่งที่อีกฝ่ายจะต้องทำตามหากแพ้ ทุกคำพูดอย่างแน่นอน

 

            มหาตระกูลเมฆาเทพ

 

            นั่นก็เพราะตระกูลเมฆาเทพไม่เคยกล่าวคำพูดที่ไร้ราคาและเชื่อถือไม่ได้

 

แถมเจ้าตัวยังใช้ชื่อเต็มๆ แท้จริงอย่างเปิดเผยขนาดนั้น มากเมฆ เมฆาเทพ ประกาศนามชัดแจ้งให้ทุกคนได้รู้ และด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่มักจะมีการบันทึกภาพวีดีโอ ผ่านทางสายรัดข้อมือควอนตัมอัจฉริยะอยู่แล้วในโอกาสสำคัญต่างๆ เพียงเท่านี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มากเมฆได้พูดออกไป ก็จะถูกบันทึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์ และกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการเรียกร้องอย่างเต็มที่ หากอีกฝ่ายปฏิเสธไม่ให้รางวัลอย่างที่ได้ประกาศออกไป

 

            แต่กระนั้นคนทั้งหมดในที่นี้ และทุกๆ คนที่เฝ้ามองดูเรื่องราวจากที่ไกลๆ

 

ต่างก็เชื่ออย่างสนิทใจกันทุกคนตั้งแต่วินาทีแรกแล้วว่า ตระกูลเมฆาเทพนั้นไม่เคยผิดคำพูดของตัวเองมาก่อน แม้แต่ศัตรูของพวกเขาเองก็ตาม บอกว่าฆ่าก็ฆ่า บอกว่าจะปล่อยก็ปล่อย .. ชัดเจนและหนักแน่นมาตลอดเป็นพันๆ ปี

 

            มากเมฆกล่าวคำตะลึงโลกออกไป กระตุ้นให้ผู้คนมากมายหมายจะขึ้นมาท้าทายเขาอย่างจริงจัง จนใกล้จะบ้าคลั่งไปแล้วหลายร้อยคนรอบๆ เวทีประลอง

 

            แถมชายหนุ่มอายุน้อยที่แลดูอ่อนประสบการณ์ ยังมิได้จำกัดจำนวนคนที่จะให้ขึ้นมาบนเวทีประลองใดๆ อีกด้วย

 

ด้วยเหตุนี้มันจะมิเท่ากับเปิดโอกาสให้พวกเสือร้าย หิวโหยฉวยโอกาสเล่นงานหรืออย่างไร

 

            ".. พวกเจ้าทั้ง 6 คนจะลงจากเวทีประลองก็รีบๆ ลงไป เพราะหากเราเป็นฝ่ายโจมตีพวกเจ้าแล้ว เท่ากับเราได้เริ่มต้นทำในสิ่งที่ได้กล่าวออกไปก่อนหน้านี้ และหากใครก็ตามที่ชนะเราได้ ของรางวัลทั้งหมดจะเป็นของคนคนนั้นแน่นอน ขอให้ชื่อของตระกูลเมฆาเทพเป็นพยาน  .." ร่างจำแลงมากเมฆยิ้มระรื่น มองดูคนทั้งหมดที่กำลังลังเลในการตัดสินใจ เพราะหากพวกมันพ่ายแพ้ คนทั้ง 6 จะต้องกลายมาเป็นผู้ติดตามเป็นข้าทาสของเขาเป็นเวลาหลายปี

 

            แต่กระนั้นหากชนะมิใช่จะได้กลายเป็นยอดยุทธ์ปราณเบิกภพ

 

ผู้มีพลังลมปราณอายุ 300 ปีหรอกหรือ แถมยังจะได้มีเงินมีทองมากมายให้ใช้ไปทั้งชีวิต

 

พร้อมกับหลักประกันความเป็นตาย ที่ราวกับเป็นอมตะเลยหรือไง ถึง 100 ครั้ง

 

และเพียงแค่ไม่กี่วินาทีความละโมบโลภมาก อยากจะได้อยากจะมีของคนทั้ง 6 บนเวทีประลอง ก็เอาชนะทุกๆ เหตุผลของจิตใจด้านดีงามได้โดยง่าย

 

".. ข้าหยางเหวิน ขอรับคำท้าทายและการเดิมพันนี้ของเจ้า และหากข้าแพ้ข้ายินดีติดตามรับใช้เจ้า 3 ปีไม่ขาดแม้แต่หนึ่งวัน .." หยางเหวินพูดยังมิทันจบดี ก็หมายมั่นพุ่งโจมตีอีกฝ่ายด้วยเพลงกระบี่อันดุดัน ทุกกระบวนท่ากับเต็มไปด้วยรัศมีแห่งการฆ่าฟันอันรุนแรง เหมาะสมอย่างยิ่งที่เป็นเพลงกระบี่ที่มักจะใช้ในศึกสงคราม

 

".. ข้าเฉิงหลิว ขอรับคำท้าทายและการเดิมพันนี้ของเจ้าเช่นกัน และเป็นเจ้าเองที่ไม่กำหนดกติกาไว้ให้ดี หากพ่ายแพ้ก็อย่าให้กล่าวหาว่าพวกเราใช้คนมากรุมรังแกเจ้าก็แล้วกัน .." เฉิงหลิวรับกระบี่อีกเล่มจากศิษย์น้องผู้ชายหน้าอ่อนคู่ขาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เวทีประลองโยนมาให้ พร้อมกับใช้ออกด้วยเพลงกระบี่คู่ชั้นสูงอันไม่ธรรมดา ของสำนักธาราสวรรค์ด้วยท่วงท่าที่งดงามลื่นไหล ยากต้านทาน ยากจะทำลายหากไร้พลังลมปราณที่เหนือกว่า

 

".. ข้าหลี่เซวียน หากพ่ายแพ้หมดสภาพ ข้าจะติดตามเจ้าเป็นเวลา 3 ปีแต่โดยดี แต่หากข้าสามารถเอาชนะเจ้าได้ตามลิขิตฟ้าในวันนี้ หวังว่าเจ้าจะไม่กลืนคำพูดของตัวเอง รับมือ !! .." หลี่เซวียน ศิษย์เอกลำดับที่ 1 เจ้านิกายฟ้าสวรรค์ เรียกใช้กระบี่อ่อนสีม่วงที่ราวกับสายฟ้าอสรพิษความเร็วสูงในมือ เข้าโจมตีบุกรุกใส่ช่องโหว่ต่างๆ ของวิชาท่าร่างพื้นฐานของมากเมฆอย่างต่อเนื่อง หมายจะสกัดกั้นมิให้อีกฝ่าย สามารถหลบหลีกหนีหายไปได้อย่างที่แล้วๆ มา

 

".. ข้าลู่เมิ่ง ขอเดิมพันและท้าทายเจ้า หากแพ้ข้าเป็นทาสรับใช้เจ้า 3 ปี หากชนะข้าขอรางวัล หวังว่าตระกูลเมฆาเทพของเจ้า จะไม่ใช่พวกที่ดีแต่ปากกลับคำพูด .." ลู่เมิ่งหันไปมองหน้าอาวุโสของตระกูลหยกสวรรค์ ส่งสายตาร้องขอให้อีกฝ่ายส่งอาวุธคู่กายของตนมาให้ เพราะตั้งแต่แรกที่มันขึ้นมาบนเวทีประลอง ลู่เมิ่งก็หาได้เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา จึงคิดลงมือด้วยวิชามือเปล่าเพียงเท่านั้น แต่ในเมื่อมีการเดิมพันมาเกี่ยวข้อง มันจำจะต้องเอาจริงให้ครบสิบส่วนอย่างถึงที่สุด ไม่อย่างงั้นคงทำให้ตระกูลของมันอับอายเป็นแน่

 

".. ข้าเนี่ยเฟยเทียน ข้อรับการเดิมพันของเจ้า รับดาบของข้า .." เนี่ยเฟยเทียน ศิษย์ลำดับที่ 1 นิกายดาบเลิศภพพูดน้อยกว่าทุกทีไม่เหมือนในตอนแรก ที่อาวุโสในนิกายให้สคริปท์มาพูดจนดูดีทั้งคณะ และดูเหมือนจิตใจรวมไปถึงความมุ่งมั่นทั้งหมดที่มีในตอนแรก คงจะสลายหายไปในอากาศหมดแล้ว หมายมั่นจะลงมือเพื่อเอาชัยชนะอีกฝ่ายให้ได้โดยเร็วที่สุด ด้วยเพลงดาบสังหารที่ดุดันดิบเถื่อน วิชาดาบลืมภพ และแทนที่ดาบใหญ่ในมือสมควรจะเชื่องช้า แต่กลับรวดเร็วรุนแรงผิดธรรมดา ไม่แตกต่างไปจากความว่องไวของเพลงกระบี่เลยแม้แต่น้อย

 

มากเมฆเห็นคนทั้งห้าบุกเข้ามาพร้อมๆ กันด้วยแววตาแห่งความละโมบ

 

แต่เขาก็หาได้สนใจมันแม้แต่น้อย ทำการหลบหลีกท่ายากของคนเหล่านั้นโดยง่าย หนีหายออกไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ได้ท้าทายมากเมฆด้วยถ้อยคำเสียๆ หายๆ มาก่อนหน้านี้

 

และในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะพูดแสดงตัวตน ขอรับการเดิมพันเช่นคนอื่นๆ

 

มากเมฆกับใช้ขาคู่อันพิสดารความเร็วสูง กระโดดถีบขาคู่เข้าเต็มใบหน้าของอีกฝ่าย

 

จนเป็นเหตุให้มันกระเด็นไปไกลชนเข้ากับกำแพงหินที่ด้านหลังอย่างรุนแรง พร้อมกับได้กลายเป็นประติมากรรมฝาผนังไปในทันที โดยใช้เลือดสีแดงสดของอีกฝ่าย ในการประทับภาพสุดจะจินตนาการลงไปบนกำแพงอย่างพอดิบพอดี หมดสิทธิ์ได้กล่าวคำพูดใดๆ สืบต่อไปตลอดกาล

 

 

คนทั้งห้าเห็นมากเมฆเล่นทีเผลอกับอีกฝ่าย ในขณะที่กำลังจะกล่าวคำพูดบางอย่าง ก็อดที่จะแสดงตัวตนด้านคุณธรรมความดีงามออกมามิได้ ต่อว่ามากเมฆและใช้สกิลปากอยู่เรื่อยๆ

 

และในขณะเดียวกันก็เริ่มจะมีผู้คนมากมายหลากหลายสำนักยุทธ์ หลายสิบหลายร้อยคนคน และมากขึ้นเรื่อยๆ กระโดดขึ้นไปบนเวทีประลองอย่างต่อเนื่อง ประกาศตัวรับคำท้าทายและการเดิมพันอย่างหนักแน่น โดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

 

แต่อนิจจาไม่ว่าจะเป็นคนที่เก่งกาจมาจากไหน มากเมฆก็ทำการตบตีเพียงดอกเดียวจอดทุกราย

 

แม้แต่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ทั้งห้าที่ท้าทายมากเมฆก่อนหน้านี้

 

พวกมันทั้งหมดได้กลายเป็นประติมากรรมฝาผนังด้วยเช่นกัน และไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ก็หาได้มีใครสนใจไปมองดูหรือถามอาการอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

 

แถมตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีสักคนเลยที่มีทักษะวิชาที่น่าสนใจ

 

เพราะไม่อาจจะไปกระตุ้นให้ เนตรทฤษฎี ทำงานได้เลยสักคน และที่น่าอเนจอนาถแบบสุดๆ เลยก็คือ คนทั้งหมดที่กระโดดขึ้นมาบนเวทีประลอง ไม่มีใครเลยที่มีพลังลมปราณขอบเขตสูงๆ เลยสักคนอีกเช่นกัน แต่กระนั้นมากเมฆก็สัมผัสได้ว่าพวกระดับพลังขอบเขตสูงๆ ยังคงสังเกตการณ์อยู่จากที่ไกลๆ

 

และอย่างมากทุกๆ คน ที่หน้ามืดตามัวโดดขึ้นมาบนเวทีประลอง ก็มีเพียงแค่ขอบเขตลมปราณมนุษย์เท่านั้น

 

ซึ่งมันอ่อนแอเอามากๆ หากนำไปเปรียบเทียบกับเหล่ารุ่นเยาว์ของทางโลกมืด ที่ใกล้จะบรรลุระดับขอบเขตปราณเบิกภพกันแล้วหลายพันคน

 

*********************

 

ในขณะเดียวกัน

 

มากเมฆร่างจริงได้แอบเข้าไปภายในห้องประชุมลับได้แล้ว

 

และทำการซ่อนพลังรวมไปถึงตัวตนการมีอยู่ของเขาเอาไว้แล้วอย่างสมบูรณ์ เพื่อทำการระบุเป้าหมาย พร้อมกับตรวจสอบทุกๆ คนภายในห้องให้ชัดเจน ก่อนที่จะลงมือทำอะไรลงไปหลังจากนี้

 

และจากที่มากเมฆสังเกตเห็น มีอาวุโสระดับสูงอายุน่าจะหลักร้อยปี และใช้วิทยาการสมัยใหม่ในการยืดอายุให้อยู่ได้อย่างยาวนาน มากกว่าปกติทั้งหมด 8 คนด้วยกัน จากเหล่าอาวุโสระดับสูงของฝ่ายธรรมะจำนวนทั้งหมด 15 คนภายในห้อง

 

พวกมันทั้งแปดคนล้วนแล้วแต่เป็นคนของโลกมืด และเป็นนกสองหัวที่กระทำชั่วมาทั้งชีวิตโดยไม่อายฟ้าดิน รับงาน รับเงิน รับผลประโยชน์มากมายจากทั้งสองฝ่ายจนร่ำรวย

 

และจากการที่มากเมฆได้สืบค้นข้อมูลทางการเงินของอีกฝ่าย แบบเจาะลึกผ่านเครือข่ายเทพเจ้าความเร็วสูง ผ่านทางหน้ากากสีเงินอบราซัสด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขาได้เห็นถึงธุรกิจสกปรกมากมายของเฒ่าชราน่าตายทั้งแปดคน

 

จนเขาอยากจะอ๊วกและอยากจะออกไปฆ่าพวกมันให้ตายๆ เสียไปให้พ้น

 

แต่ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว และมากเมฆเองก็จะทำการเก็บกวาดทำความสะอาดทั้งที เป็นของขวัญให้อาจารย์ไป๋หลง

 

มากเมฆจึงได้ยิ่งเจาะลึกข้อมูลต่างๆ ลงไปอีกในส่วนที่ลึกเอามากๆ สืบให้รู้ถึงความผิดต่างๆ และหลักฐานความผิดทั้งหมดที่หามาได้โดยละเอียด หรือไม่ก็เล่นสร้างหลักฐานที่ว่าขึ้นมาเองก็ได้

 

ส่งไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่เชื่อถือได้ของรัฐบาลโลก

 

เพราะหลังจากนี้คงจะมีการสืบสวนตรวจสอบอย่างจริงจังแน่ๆ หลังจากที่หน่วยงานพวกนั้นได้รับหลักฐาน กระทำความผิดทางธุรกิจดำมืดของพวกมันทั้ง 8 คนแล้ว

 

โดยเฉพาะหนึ่งในนั้น ธุรกิจการค้ามนุษย์ของพวกมัน ที่มีการค้าขายตั้งแต่ที่เป็นเด็กทารกแรกเกิดจำนวนมากในแต่ละวัน ขโมยเด็กๆ จากพ่อและแม่ในโรงพยาบาลที่มีระบบรักษาความป้องภัยอ่อนแอ และยังมีกลุ่มคนของพวกชั่วเหล่านี้ ได้เข้าไปขโมยเด็กแรกเกิดตามบ้านเรือนต่างๆ ในประเทศที่ยากจนบนโลกสลับไปเรื่อยๆ

 

เพื่อนำไปขายให้กับพวกคนบ้าที่อยากจะกินเลือดกินเนื้อ ของเด็กแรกเกิดตามความเชื่อผิดๆ ที่ไม่รู้ไปเอามาจากที่ไหน ว่าหากได้รับประทานเนื้อของเด็กบริสุทธิ์เป็นประจำทุกวัน จะทำให้เลือดเนื้อและกระดูกของคนคนนั้นสะอาด บริสุทธิ์ไม่แตกต่างไปจากเทพเซียน ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันมันได้เข้าสู่ยุคใหม่ยุคแห่งการบุกเอกเอกภพอวกาศ ยุคแห่งเหตุและผลของคนมีสติปัญญาความคิด ยุคแห่งวิทยาศาสตร์แล้วแท้ๆ แต่ทำไมยังมีคนบ้าๆ แบบนี้อยู่อีก

 

และในเมื่อคนพวกนี้คิดจะเป็นศัตรูกับเขาตั้งแต่แรก จะให้พวกมันตายง่ายๆ ก็คงสบายเกินไป

 

มากเมฆจึงได้ทำการเจาะระบบธนาคารภายในดาวโลกหลายแห่ง ที่พวกมันฝากเงินเอาไว้ทั้งหมดอย่างลับๆ แทนที่จะเอาเงินที่หามาได้จำนวนมาก ไปฝากไว้กับธนาคารกลางสุริยะที่มีระบบความปลอดภัยสูงกว่า

 

สงสัยคงจะกลัวว่าจะถูกทางเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของทางธนาคารกลาง ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินแน่ๆ

 

พวกชั่วทั้ง 8 ถึงได้เอาเงินที่มีทั้งหมด ไปฝากไว้ที่ธนาคารภายในประเทศต่างๆ ที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยคนของตระกูลเทพบารมีอีกด้วย และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้มากเมฆได้รู้ข้อมูลมาเล็กน้อยอีกว่าพวกตระกูลเทพบารมี ได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการดูแลรักษาเรื่องเงินๆ ทองๆ ให้กับองค์กรต่างๆ ของโลกมืดและฝ่ายธรรมะอีกด้วย

 

มากเมฆใช้เวลาเพียงไม่นาน ทำการโอนย้ายเงินเก็บของพวกมันจำนวนมาก ออกไปยังบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า และบ้านพักคนชรา บ้านคนพิการอนาถา หน่วยงานที่ต้องการเงินจำนวนมากในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีเลยด้วยซ้ำ โดยที่พวกเฒ่าชราชั่วทั้ง 8 คนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าในเวลานี้ พวกมันได้กลายเป็นยาจกไปแล้วโดยสมบูรณ์

 

แน่นอนว่ามากเมฆหลังจากที่ทำการโอนเงิน โอนย้ายทรัพย์สินสมบัติของพวกมันไปทั้งหมดแล้ว

 

เขาได้ทำการลบหลักฐานการมีอยู่ของเขาที่เข้าไปภายในระบบนั้นๆ ของพวกมันด้วยเสมอ เพื่อไม่ให้พวกตระกูลเทพบารมี สามารถตรวจสอบถึงร่อยลอยของเขาได้หลังจากนี้ แต่กระนั้นมากเมฆก็ยังได้แอบสร้างประตูลับในที่ลับ ภายในระบบของพวกตระกูลเทพบารมีเช่นกัน เผื่อเอาไว้วันหลังจะได้แอบเข้ามาขโมยเงินของพวกมันอีก

 

เสียงพูดคุยภายในห้องโถงประชุม

 

".. ไม่ได้ จะให้เจ้าเด็กนั่นมาสืบทอดฉายานามเทพยุทธ์ และมีสิทธิ์มีเสียงเทียบเท่าเราผู้ชราไม่ได้ เราผู้เฒ่าไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับเด็ดขาด .." เจ้าเฒ่าชั่วหมายเลข 1 พูดขึ้นเสียงดังอย่างไม่พอใจ ปฏิเสธความต้องการของเทพยุทธ์ชราที่เสนอให้มากเมฆ ได้รับฉายานามของท่านอาจารย์ไป๋หลง และให้ชายหนุ่มมาเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายธรรมะอย่างถูกต้อง พร้อมกับประกาศให้ทุกๆ คนภายในงานเลี้ยงได้รู้ในวันนี้ไปเลย ตัดหน้ามิให้มากเมฆหลงเดินทางผิด ก้าวเดินเข้าสู่โลกมืดตามความต้องการของมารกระบี่ทันฮยองอู

 

".. ใช่แล้วท่านเทพยุทธ์หาน เราเองก็ผ่านวันเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกันหลายร้อยปี ทำไมท่านถึงไม่คิดปรึกษาพวกเราก่อนที่จะประกาศเรื่องสำคัญเหล่านี้ออกไป หากมิใช่พวกเราได้รู้เรื่องมาก่อนเล็กน้อยจากเหลนของเทพยุทธ์ไป๋ และเข้ามาห้ามท่านเอาไว้ และหารือปรึกษากับท่านในเวลานี้ก่อน ความเสียหายจากความใจร้อนของท่าน อาจจะนำพาให้พวกเราถูกคนของโลกมืดหาข้ออ้างมาเล่นงานพวกเราได้ .." เจ้าชั่วหมายเลข 2 พูดขึ้นเสียตัวเองดูดี แลดูเป็นคนรอบคอบเลยทีเดียว ทั้งที่ตัวมันเองเป็นคนกระจายข่าวลับๆ ออกไปแท้ๆ จนทำให้มีผู้คนมากมายเดินทางมางานเลี้ยงเล็กๆ ในครั้งนี้ แปรเปลี่ยนจุดประสงค์ตั้งแต่แรกของเทพยุทธ์หาน และตัวมันเองก็เป็นคนคิดแผนชั่ว เปิดเผยมากเมฆให้ต้องตกที่นั่งลำบากจากสถานการณ์ที่พวกมันคิดจะสร้างขึ้น แต่กับถูกมากเมฆทำลายไปเสียก่อนจากผลรางวัลที่ล่อตาล่อใจขนาดนั้น และเพื่อให้มากเมฆได้กลายเป็นศัตรูกับทั้งทางโลกมืดและฝ่ายธรรมะจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่คำพูดคำจาของมันกับบอกเล่าเรื่องราว ราวกับไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวมันเลย

 

".. ข้าเทพยุทธ์หานซิ่น ได้ตัดสินใจไปแล้ว และมีเพียงแต่ 5 เทพยุทธ์ด้วยกันเท่านั้นที่จะสามารถทำให้ข้าเปลี่ยนใจได้ และจากที่พวกเจ้ามาทั้งหมดในวันนี้  ไม่ใช่มาเพื่อขัดขวางข้าหรือยังไง หรือพวกเจ้ามองไม่เห็นถึงผลเสียที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ หากลูกศิษย์คนสุดท้ายของไป๋หลงสหายรักของข้าเข้าสู่โลกมืดไป  และต้องกลายมาเป็นศัตรูในสักวัน ข้าคงไม่อาจหักใจทำร้ายลูกศิษย์ที่ยังเป็นผู้เยาว์ของสหายรักไป๋หลงได้ .." เทพยุทธ์หานซิ่นเฒ่าชราที่มีอายุมากกว่าอาจารย์ไป๋หลงเสียอีก แต่ด้วยอาจารย์ไป๋หลงไม่คิดพึ่งพาวิยาการในการยืดอายุ จึงทำให้ดูแก่ชราและใกล้ตายจนสุดท้ายโชคดีได้ย้ายจิตเข้าไปในสามพิภพ ผิดกับผู้อาวุโสหานซิ่นที่ใช้อนุภาคนาโนบำบัดร่างกาย ที่เสื่อมสภาพอยู่เรื่อยๆ จนสามารถมีอายุได้ยืดยาว

 

เทพยุทธ์หานซิ่นนั่นหวังดีกับมากเมฆเอามากๆ และคิดอ่านแทนอีกฝ่ายไปไม่น้อย ใช้ทั้งแรงและสมองไปในหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา กว่าจะไปเชิญเทพยุทธ์คนอื่นๆ มาเป็นพวกได้ถึง 2 คน

 

โดยคิดจะให้มากเมฆผู้มีพรสวรรค์เลิศล้ำเหนือโลก ตามคำกล่าวที่น่าเหลือเชื่อของสหายรักไป๋หลง

 

ทำการเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายเข้ารับฉายานามเทพยุทธ์ต่อจากอาจารย์ ก่อนที่จะอาศัยวันเวลาและชื่อเสียงฐานะของตนเองและพรรคพวก ผลักดันให้มากเมฆก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประมุขยุทธภพให้ได้เป็นคนแรกในรอบ 1 พันปี

 

หลังจากที่ว่างเว้นตำแหน่งผู้นำของฝ่ายธรรมะมายาวนาน จากเหตุการณ์ที่ถูกลอบสังหารอย่างปริศนา และสิ่งแทนตัวประมุขยุทธภพได้หายไปจนถึงวันนี้

 

แต่ดูเหมือน.. อะไรๆ คงไม่ง่ายอีกแล้ว .. ..a

 

---

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 364 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #2976 Meemiza (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 16:14
    ตายแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ๆพวกนี้
    #2,976
    0
  2. #2966 Nazzga2 (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:54
    เจอบุคคลที่จะโดนมากเมฆแปลงเพศเพิ่ม 2 ราย
    #2,966
    0
  3. #2965 joelamtan (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 19:38

    ขอบคุณครับ
    #2,965
    0
  4. #2964 Green_pn (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 19:01

    อัพๆๆๆ
    #2,964
    0
  5. #2963 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:58

    ค้างมากกกกกกกก

    #2,963
    0
  6. #2962 KurouNeko (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:50
    พวกระดับสูงของแค่นั้นคงล่อ ออกมาไม่ได้ละมั้ง
    #2,962
    0