มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 134 : บทที่ 134 สู่โลกมืด ตอน เปลี่ยนหมากตามเกม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 381 ครั้ง
    14 ม.ค. 62

บทที่ 134 สู่โลกมืด ตอน เปลี่ยนหมากตามเกม

 

            อีกฝ่ายที่ยืนอยู่บนเวทีประลองอย่างโดดเด่นเป็นสง่า กล่าวคำท้าทายมากเมฆออกมาด้วยคำพูด ดูถูกหยาบคายสารพัดไม่ขาดสาย เล่นด่าว่าให้ร้ายเสียๆ หายๆ ตั้งแต่ตัวของเขาจนลามปามไปถึงรุ่นพ่อรุ่นแม่

 

หากเป็นคนปกติอื่นๆ หรือคนทั่วไป โดนด่าว่าให้ร้ายมากมายขนาดนี้ คงจะต้องมีโมโหอารมณ์เสียกันบ้างไปแล้วแน่ๆ

 

แต่ทว่าสำหรับมากเมฆแล้ว สิ่งเหล่านี้หาได้นำพาอารมณ์ใดๆ ให้เขาได้ มันไม่มีเลย มันไร้ผลโดยสมบูรณ์

 

มากเมฆมองไปยังสาวสวยคนข้างๆ ผู้มีเรือนร่างงดงามหุ่นแซ่บเว่อร์ ที่แลดูเหมือนจะคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ และกำลังจะกระโดดขึ้นไปตบเกรียน ใครบางคนบนเวทีประลองซะเดี๋ยวนี้ให้รู้สำนึก แต่มากเมฆได้หยุดเธอเอาไว้ก่อน เพราะหากปล่อยให้ซอนย่าขึ้นไปบนเวทีประลอง แผนการที่เขาได้คิดเอาไว้ คงจะต้องปรับเปลี่ยนอีกหลายรอบแน่ๆ และมันคงไม่เป็นผลดีกับเขาเลย หากอีกฝ่ายที่ท้าทายเขาถูกตบเกรียนแตกไปแล้ว

 

แต่กระนั้นหากเขาไม่บอกแผนการบางอย่างออกไปสักเล็กน้อย ให้ซอนย่าได้รู้ไว้ก่อน เธออาจจะกลายเป็นตัวปัญหาทำลายแผนการของเขาก็เป็นได้

 

ด้วยเหตุนี้มากเมฆจึงแกล้งเดินเข้าไปใกล้ๆ ซอนย่า พร้อมกับสวมกอดหญิงสาวเอาไว้อย่างสุภาพแบบเพื่อนกอดเพื่อน กระซิบพูดบอกที่ข้างหูของเธอเบาๆ บอกเล่าถึงแผนการที่วางไว้ให้อีกฝ่ายได้รู้

 

ซอนย่าไม่คาดคิดเลยว่าจะถูกอีกฝ่ายรุกหนักแบบนี้ ใบหน้าที่มีผิวพรรณขาวราวกับหิมะบริสุทธิ์ของเธอ

 

ในเวลานี้มันได้กลายเป็นสีแดงอ่อนๆ ไปหมดแล้วด้วยความเขินอาย ราวกับว่าเธออยู่ในกองเพลิงร้อยแรงอย่างไงอย่างงั้น รู้สึกเร้าร้อนไปถึงหัวใจเย็นชาเลยทีเดียว แต่กระนั้นไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ในเมื่อถูกอีกฝ่ายสวมกอดมาแบบนี้ ก็สู้เธอสวมกอดกลับอีกฝ่ายกลับบ้างเล็กน้อยจะเป็นไรไป .....

 

แต่ทว่าหลังจากที่อยู่ๆ ถูกมากเมฆมากระซิบบอกที่ข้างหูเบาๆ สาวเจ้าถึงกับอารมณ์เปลี่ยนไปเล็กน้อยในทันที

 

แต่ยังไงก็ตามเธอก็ได้กำไรไปเต็มๆ อยู่ดีอย่างที่ต้องการ แถมความรู้สึกที่ถูกอีกฝ่ายมากระซิบที่ข้างหูเบาๆ มันชวนให้รู้สึกเสียวซ่านเอามากๆ และอยากให้มากเมฆทำแบบนี้กับเธอบ่อยๆ หลังจากนี้และตลอดไป

 

เสียงท้าทายดูถูกยังคงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

            หลังจากที่ได้บอกให้ซอนย่ารู้ถึงแผนการบางอย่างของเขาแล้ว มากเมฆจึงเริ่มทำตามแผนการของเขาในทันที

 

ชายหนุ่มใช้ออกด้วยสุดยอดวิชาที่ตนเองคิดค้น หมื่นศาสตราดาราทมิฬ  ผสานร่วมกับพลังพิเศษมิติรังสรรค์เรียกใช้เคล็ดวิชา เนรมิตหมื่นจิตเมฆอสูร สร้างร่างจำแลงของตัวเองขึ้นมาให้อยู่ที่นี่ ส่วนร่างจริงของเขานั้น ได้อาศัยจังหวะที่ทุกคนไม่ทันสังเกตเห็น วาร์ปหายตัวออกไปในทันที จากภายในห้องของงานจัดเลี้ยงที่เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวมากมาย

 

//- - สุดยอดเคล็ดวิชาลำดับที่ 4 เนรมิตหมื่นจิตเมฆอสูร : สร้างร่างจำแลงแบ่งจิตเทพอสูรได้ตามประสงค์ สร้างยักษ์ได้ยักษ์ สร้างเทพได้เทพ จิตควบคุม - -//

 

ร่างจำแลงมากเมฆที่ถูกสร้างขึ้นมาเหมือนจริงทุกๆ ประการ แม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยก็เหมือนจริงทั้งหมด

 

แถมมากเมฆยังสามารถควบคุมร่างจำแลง แบ่งจิตเมฆอสูรตนนี้ได้จากระยะไกลโดยไร้ปัญหา แต่จะสามารถคงสภาพ 100% ได้ไม่นานนักเพียงแค่ 4-5 วันเท่านั้น

 

ไป๋อวี้หลิงเห็นท่าไม่ดีที่แขกจากแดนไกล และยังเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของคุณปู่ทวดที่เคารพรักของเธอ

 

ถูกชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จัก และน่าจะเป็นเพียงชนชั้นไร้ชื่อของฝ่ายธรรมะ ที่หน้าไม่หล่อพ่อไม่รวย และไม่ได้เก่งกาจอะไรเลยแท้ๆ ออกมาท้าทายด่าว่าแบบนี้อยู่นานสองนาน

 

ด้วยคำพูดที่หยาบคายรุนแรงต่างๆ นาๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงได้ขอตัวจากเพื่อนๆ ที่สนิทกันมากที่เพิ่งจะมาถึงพร้อมกันกับเธอ เมื่อไม่นานนี้หลายคน ขอตัวเดินเข้าไปหามากเมฆ เพื่อทักทายและขอโทษที่ทำให้ต้องเดือดร้อน อับอายกับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ และตัวเธอเองยังได้ขออาสา ขอให้คนของเธอขึ้นไปจัดการกับอีกฝ่ายที่กำลังด่าว่ามากเมฆ อยู่บนเวทีประลองอีกด้วย

 

".. ต้องขอโทษคุณมากเมฆด้วยนะคะ ที่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ ขอโทษจริงๆ ค่ะ .."

 

".. เดี๋ยวอวี้หลิงจะให้อาฟงที่คุณมากเมฆเคยพบก่อนหน้านี้ ขึ้นไปจัดการกับคนคนนั้นให้เองนะคะ .."

 

ไป๋อวี้หลิงกล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจ เพราะเธอเองก็ไม่คาดคิดเลยว่าภายในงานเลี้ยงวันนี้ ที่มีแขกผู้มีเกียรติอยู่มากมายจากสถานที่ต่างๆ ของโลกยุทธจักร จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาได้

 

และดูเหมือนเธอจะรู้สึกอับอายไปด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเหล่าอาวุโสระดับสูงหลายคนต่างก็รู้ว่าเธอ เป็นคนที่รับหน้าที่ที่ให้ไปเชิญมากเมฆมาที่นี่

 

ร่างจำแลงของมากเมฆเพียงยิ้มรับกับคำขอโทษเท่านั้น

 

ก่อนที่จะกล่าวตอบออกไปตามมารยาท ".. ไม่เป็นไรหรอกครับ ในเมื่ออีกฝ่ายอยากสู้อยากจะประลองท้าทายผม ผมจะเป็นคนออกไปเอง ให้คนอื่นออกหน้าแทนให้แบบนี้ ทุกคนที่นี่คงได้หัวเราะผมจนตายแน่ๆ .."

 

ไป๋อวี้หลิงยังคงกล่าวคำขอโทษอยู่เรื่อยๆ ตามมารยาทของเธอ

 

พร้อมกับได้แนะนำเพื่อนๆ ที่ติดตามมาด้วยที่ด้านหลังจำนวนหลายคน ที่ต่างก็เป็นบุตรสาวของตระกูลใหญ่ ที่มีชื่อเสียงและพลังอำนาจในประเทศจีนให้มากเมฆได้รู้จัก

 

หลังจากที่พูดคุยกับพวกสาวๆ พอเป็นพิธี มากเมฆได้กระโดดลอยตัวด้วยวิชาตัวเบาพื้นฐาน ย่างก้าวเพียงไม่กี่ครั้งก็ขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีอย่างสง่างาม

 

และการที่อยู่ๆ มีชายหนุ่มรูปงามมาปรากฏกายอยู่บนเวทีประลอง ได้เรียกความสนใจเป็นอันมากจากทุกๆ คน ที่ต่างก็รอคอยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ และในขณะเดียวกันพวกเฒ่าชราที่มีแผนการชั่วร้ายไว้ในใจ ต่างก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างพร้อมเพรียง แลดูมีรอยยิ้มที่ชั่วร้ายแฝงอยู่บนใบหน้าของพวกมันอย่างชัดเจน

 

พอมากเมฆมายืนบนเวทีประลองวินาทีแรกที่เขาสัมผัสได้ก็คือ บนเวทีประลองแห่งนี้ได้ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษบางอย่างเอาไว้ และมันน่าจะเป็นเครื่องสลายพลังอนุภาค SP ที่มีไว้ต่อต้านผู้มีพลังพิเศษ และเหล่าเอสเปอร์ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติโดยเฉพาะแน่ๆ ทำให้ผู้มีพลังพิเศษไม่สามารถใช้พลังใดๆ ได้ในพื้นที่นี้ และจะกลายเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไปอย่างที่แล้วๆ มาเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเทคโนโลยีต้องห้ามที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลโลกได้ประกาศให้เป็นสิ่งต้องห้าม อันตรายอย่างร้ายแรงต่อมนุษยชาติ และพิมพ์เขียวต้นแบบของเจ้าเครื่องกลอุปกรณ์ที่ว่า มันก็ได้ถูกทำลายไปแล้ว พร้อมๆ กับเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่สร้างมันขึ้นมาอีกด้วย

 

แต่โชคยังดีที่มากเมฆเคยได้เผชิญหน้ากับเจ้าเครื่องสลายพลังอนุภาค SP เหล่านี้มาก่อน

 

จากคุณน้องชายกายเมฆของเขา จากเหตุการณ์ภายในเกมสามพิภพออนไลน์ ที่นำเอาอุปกรณ์ที่ว่ามาสร้างใหม่ดัดแปลงใหม่ ให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ปล่อยคลื่นพลังงานสลายพลังเวทมนตร์สะอย่างงั้น

 

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มากเมฆเพียงปรับเปลี่ยนรูปแบบ ของคลื่นพลังพิเศษมิติรังสรรค์ภายในร่างจำแลงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ก็สามารถต่อต้านและยืนอยู่บนเวทีประลองได้อย่างปกติ ไม่มีผลอะไรกับรูปลักษณ์ภายนอกของร่างจำแลงเลยแม้แต่น้อย แต่กระนั้นแล้วเฉพาะพลังพิเศษที่มีของเขาเท่านั้นจำนวนหนึ่ง ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลลดลงไปไม่ต่ำกว่า 20% ด้วยเช่นกัน

 

".. นายเองสินะ มากเมฆ เมฆาเทพ ผู้ที่ได้รับพลังลมปราณสืบทอดจากท่านอาวุโสเทพยุทธ์ไป๋ .." ชายหนุ่มที่ท้าทายมากเมฆมาตลอด หันกลับมามองหน้าเขาอย่างดุดัน กล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ราวกับอันธพาลหน้าปากซอยขี้อิจฉา

 

มากเมฆฟังคำกล่าวบอกกึ่งคำถามที่รู้ๆ กันอยู่แล้วของอีกฝ่าย

 

เขาก็รู้ได้ในทันทีถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในรูปประโยค แน่นอนว่าเขาเป็นมากเมฆของตระกูลเมฆาเทพ และเรื่องที่ว่าเขาได้รับพลังลมปราณสืบทอดอะไรนั่น

 

มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย

 

แต่การที่อีกฝ่ายกล่าวถามออกมาแบบนี้ โดยในคำถามก็เหมือนคำประกาศบอกเล่าให้รู้กันทั่วอยู่ก่อนแล้ว มีจริงและเท็จผสมกันอยู่ ในรูปประโยคของคำถามตั้งแต่ต้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะมองมาที่เขาราวกับมีคำถามเพิ่มเติม

 

และต่อให้มากเมฆตอบรับออกไปว่าใช่ หรือไม่ใช่ ปฏิเสธเรื่องที่ได้รับสืบทอดพลังลมปราณ เขาก็จะกลายเป็นคนที่ไม่ให้เกียรติผู้เป็นอาจารย์ไปในทันที และต่อให้เขาบอกว่าใส่ คนจำนวนมากที่นี่ก็จะมองมากเมฆในทางที่แย่และเลวร้ายเช่นกัน พวกอาศัยใบบุญอาจารย์ พลังที่มีไม่ใช่พลังของตนเอง และดูเหมือนชายหนุ่มตรงหน้าเขาที่รูปไม่หล่อพ่อไม่รวย จะมีสกิลปากวาทศิลป์เป็นเลิศจริงๆ

 

แต่กระนั้นมากเมฆก็หาได้ใส่ใจ

 

เพราะหากเขาสนใจและให้ความสำคัญต่อความคิดของคนอื่นๆ ให้มามีผลกับชีวิตของเขาแล้ว เขาก็สมควรตายๆ ไปให้พ้นตั้งนานแล้ว หากต้องใช้ชีวิตไปวันๆ และมีจิตใจอ่อนแอแบบนั้น 

 

".. ใช่เราคือมากเมฆ เจ้าท้าทายเราหลายต่อหลายครั้ง ยังไม่รู้อีกหรือไงว่าเราเป็นใคร ถามอะไรโง่ๆ ออกมา เรายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่เข้ามาทดสอบดูเองล่ะว่า เรานั้นอาศัยใบบุญอาจารย์ อาศัยตระกูลมหาอำนาจเมฆาเทพ อย่างที่เจ้ากล่าวอ้างหรือไม่ เข้ามาสิ .."

 

ร่างจำแลงของมากเมฆแลดูเย็นชาไปถึงกระดูก และยากจะเข้าถึงได้ ด้วยลักษณะของชายหนุ่มที่ไม่สนใจโลกหล้า และด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา จนแม้แต่เทพบุตรสุดชั้นฟ้ายังต้องอิจฉา มีน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ให้กับความหล่อเหลาที่ไม่ธรรมดาของเขา จึงทำให้หญิงสาวจำนวนมากในที่นี้ ทั้งโสดและไม่โสดที่ต่างก็เป็นลูกหลานของตระกูลเก่าแก่ใหญ่โต

 

ต่างก็ตกหลุมรักมากเมฆเข้าเต็มๆ แต่ละคนคิดอยากจะมีลูกให้กับเขามากกว่าหนึ่งร้อยคนกันทั้งนั้น ขอเพียงให้ได้อยู่ในสายตาเย็นชาของเขาก็ยังดี

 

".. เจ้ามันก็แค่คนหนุ่มที่ได้ใบบุญจากอาจารย์ และจากที่ข้ารู้ เจ้าได้รับพลังลมปราณสืบทอดมาจากยอดฝีมือมากกว่าหนึ่งคน และหนึ่งในนั้นก็เป็นคนของโลกมืดซึ่งเป็นศัตรูของฝ่ายธรรมะอีกด้วย เจ้านั้นไม่มีคุณสมบัติแม้แต่น้อยนิด ที่สมควรจะเป็นศิษย์ของเทพยุทธ์ไป๋หลง และยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะให้เจ้า ผู้อ่อนแอราวกับทารก ได้รับสืบทอดฉายานามเทพยุทธ์ของท่าน .."

 

ในที่สุดชายหนุ่มผู้มีวาทศิลป์ก็เปิดเผยถึงความตั้งใจอันแท้จริงออกมา และหลังจากที่ทุกๆ คนในที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาว หรือแก่ชรามีอายุที่ต่างก็มางานเลี้ยงในครั้งนี้

 

พวกเขาเหล่านั้นต่างก็รู้สึกเหมือนๆ กันว่า ชื่อฉายานามเทพยุทธ์นั้นไม่สมควรส่งมอบให้กับคนที่เป็นลูกศิษย์ของมารกระบี่เป็นอย่างมาก และด้วยสถานะของอีกฝ่ายที่ไม่ใช่ฝ่ายธรรมะอย่างเปิดเผยจริงใจ

 

มันก็ยิ่งไม่สมควรส่งมอบชื่อฉายานาม อันทรงเกียรตินี้ให้กับเด็กเมื่อวานซืน ที่มีดีแค่พลังลมปราณที่ได้รับจากสุดยอดฝีมือทั้งสองด้วยเช่นกัน เนื่องจากผู้คนจำนวนมากต่างก็คิดเหมือนๆ กันว่า ต่อให้มากเมฆมีพรสวรรค์มากแค่ไหน พลังวิชาต่างๆ ในการฝึกปรืออย่างมากก็เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น

 

".. แล้วตัวเจ้ามีสิทธิ์อะไร ถึงได้มาบอกว่าเราสมควรได้รับ หรือไม่ได้รับ หรือเจ้าเป็นประมุขยุทธภพสูงสุดของฝ่ายธรรมะในที่นี้ แต่ดูจากอายุของเจ้าแล้ว ก็ไม่ต่างอันใดกับเรามากเมฆนัก และสมควรจะมีอายุมากกว่าแค่ไม่กี่ปี แต่เจ้าก็น่าแก่ก่อนวัย อ้อ หรือเจ้าจะเป็นประมุขยุทธภพอะไรนั่นจริงๆ ที่ว่างเว้นตำแหน่งมาตลอดเกือบหนึ่งพันปี ประมุขยุทธภพผู้ไร้ชื่องั้นสินะ ฮ่าฮ่า เป็นไปได้เจ้าไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวก็ได้ เราไม่อยากจะรู้เพราะเรามิได้สนใจ และยิ่งพวกที่ดีแต่ปากแบบเจ้าด้วยแล้ว เรามากเมฆคร้านจะใส่ใจจริงๆ .."

 

มากเมฆบอกกล่าวร่ายยาวอย่างช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้ว ช่างดูประชดประชันจิกกัดยังกับไก่ และในขณะเดียวกันร่างจริงของเขา ก็ได้แอบลอบเข้าไปภายในห้องประชุมลับของเหล่าผู้อาวุโสเทพยุทธ์ และเหล่ายอดคนที่มีชื่อเสียงฐานะระดับสูงสุดขั่วของฝ่ายธรรมะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

".. เจ้า !! .." ชายหนุ่มที่ฝีปากกล้ามาโดยตลอด เริ่มมีน้ำโห

 

แต่ทว่าทันใดนั้นอยู่ๆ ก็มียอดฝีมือจำนวน 5 คน ที่เป็นเพศชายล้วนๆ

 

แต่ละคนต่างก็เป็นคนรุ่นใหม่ของฝ่ายธรรมะ ที่มีชื่อเสียงในด้านพรสวรรค์อัจฉริยะในการฝึกยุทธ์โบราณ และดูเหมือนจะมีอายุอยู่ราว 25-35 ปีเท่านั้นในแต่ละคน ต่างก็ได้กระโดดขึ้นมาบนเวทีประลองอย่างพร้อมเพรียง ยังกับตัวละครในทีวีอย่างพวกห้ายอดมนุษย์ไฟฟ้า 5 สี ที่มักปรากฏตัวพร้อมๆ กัน

 

".. ข้า หยางเหวิน จากตระกูลหยางโบราณเทพนักรบ ขอคำชี้แนะเพลงกระบี่จากเจ้า .."

 

".. ข้า เฉิงหลิว ศิษย์หลักลำดับที่ 3 ของสำนักธาราสวรรค์ ขอคำชี้แนะ อาวุธไร้ตา ล่วงเกินแล้วรับกระบี่ .."

 

".. ข้า หลี่เซวียน ศิษย์เอกลำดับที่ 1 เจ้านิกายฟ้าสวรรค์ ขอคำชี้แนะ ข้าขอทดสอบเพลงกระบี่เทพมารของเจ้า .."

 

".. ข้า ลู่เมิ่ง จากตระกูลโบราณลู่หยกสวรรค์ ขอคำชี้แนะจากเจ้า เรามิได้มีแค้นต่อเจ้า แต่เจ้ามิคู่ควรกับฉายานามเทพยุทธ์ เจ้ามันเป็นศิษย์ของมาร เป็นมารมากกว่าเป็นเทพ .."

 

".. ข้า เนี่ยเฟยเทียน ศิษย์ลำดับที่ 1 นิกายดาบเลิศภพ ผู้ฝึกวิชาดาบลืมภพ ขอคำชี้แนะจากเจ้า ศิษย์สืบทอดหนึ่งเดียวของเทพยุทธ์ไป๋หลง และจักรพรรดิโลกมืดมารกระบี่ทันฮยองอู พวกเราทั้งห้าให้เกรียติเจ้าแล้ว ด้วยการลงมือพร้อมกันห้าคนอย่างพร้อมเพรียง เพราะเจ้าเป็นศิษย์สืบทอดของท่านปรมาจารย์เทพยุทธ์ไป๋หลงผู้นั้น เพราะหากให้เราต่อสู้ประลองประมือกับเจ้าโดยลำพัง และเจ้าเกิดพ่ายแพ้สิ้นท่า พวกเราที่เป็นฝ่ายชนะคงไม่มีหน้าไปอธิบายกับท่านปรมาจารย์เทพยุทธ์ไป๋ได้ถึงความอ่อนแอของเจ้า .."

 

แต่ละคนกล่าวคำออกมาดูดีเสียนี่กระไร ได้หน้าได้ตาไปเต็มๆ ดูหล่อขึ้นมาหลายเมตรเลยทีเดียว มั่นหน้าจู่โจมมากเมฆในขณะที่ไร้อาวุธอยู่ในมือ อย่างรวดเร็วรุนแรง

 

แต่สุดท้ายก็พวกมันก็ยังเป็นเพียงหมาหมู่อยู่ดี กล่าวอ้างไปเรื่อยเพื่อให้ได้รับความชอบธรรม

 

แถมในคำพูดที่กล่าวออกไป ยังประกาศให้โลกรู้ ฟ้ารู้ ทุกคนรู้ ว่ามากเมฆเป็นศิษย์สืบทอดคนสุดท้ายของมารกระบี่ทันฮยองอูจักรพรรดิแห่งโลกมืดอีกด้วย และถึงแม้ทุกคนที่นี่ส่วนใหญ่ที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง และเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะพวกหนุ่มสาวยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นลาโง่เอาแต่ฝึกวิชาบ้าพลังไปวันๆ

 

ต่างก็มักจะเคยได้ยินและรู้เห็นในข้อมูลส่วนนี้มาก่อน และมีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่ออยู่มากมายเช่นกัน

 

เมื่อครั้งที่มากเมฆเคยประกาศข้อมูลส่วนตัวลงไปบนอินเตอร์เน็ต เพื่อรับมือกับแผนการร้ายที่มองไม่เห็น ของวิญญาณร้ายนอกพิภพในเวลานั้น ที่ได้ประกาศถึงตัวตนบุตรชายคนโตของตระกูลเมฆาเทพออกไป ให้ทุกๆ คนได้รู้ เพื่อที่จะได้มาเล่นงานเขาแทนที่จะไปลงมือกับตระกูลเมฆาเทพในเวลานั้น

 

แต่กระนั้นผู้คนส่วนใหญ่ในที่นี้ ต่างก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ของเขาอย่างเปิดเผย

 

เพราะยังคงเกรงใจอาจารย์อีกคนของเขาอยู่มาก แต่ด้วยประโยคคำพูดดังกล่าวที่ได้ตะโกนเสียงดังออกไป ด้วยพลังเสียงลมปราณอย่างทั่วถึง ไหนเลยจะไม่ดึงดูดความสนใจ และความโกรธแค้นจากอาริเก่าก่อน ของมารกระบี่ทันฮยองอูมาลงที่มากเมฆได้ ...

 

หมากตานี้ของพวกเฒ่าชรานกสองหัว พวกมันเดินเกมเร็ว .. เปลี่ยนแผนกันไว้จริงๆ รุกได้รุกใส่และจัดเต็ม

 

แต่สำหรับมากเมฆแล้วไม่ว่าจะร่างจริงหรือร่างจำแลง กับเต็มไปด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก และเป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะเห็นสักครั้ง แต่ทุกครั้งมักจะมีหายนะเกิดขึ้นเสมอ แต่หายนะที่ว่าจะไปลงที่ใครนั้น สุดจะคาดได้จริงๆ ..

 

*************

 

ในขณะที่มากเมฆใช้วิชาท่าร่างพื้นฐานวิ่งวนหลบไปรอบๆ เวทีประลองขนาดใหญ่ หลบกระบวนท่าจู่โจมของคนทั้งหก นับรวมตัวประกอบฝีปากกล้าไปด้วย ไม่ว่าคนพวกนั้นจะผสานการโจมตีกันได้ดีเลิศแค่ไหน แต่หากมันไม่ถูกตัวของเขาเลย มันก็ยังไร้ค่าอยู่ดี

 

".. ศิษย์สืบทอดเทพยุทธ์อะไรกัน มีดีแค่หลบหลีกไปมาหรือไง เสียชื่อเทพยุทธ์ไป๋ที่สั่งสอนวิชาให้เจ้าจริงๆ .."

 

หนึ่งในคนที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ไกลๆ และเป็นหนึ่งในหน้าม้าที่รอคิวแสดงพูดขึ้น สบถด่าว่ามากเมฆอยู่เรื่อยๆ จนหลายๆ คนเริ่มคิดตามเหมือนๆ กัน

 

".. เอาอย่างงี้ดีมั้ย พวกเรามาเดิมพันสนุกๆ ให้ตื่นเต้นกันเล็กน้อย .." มากเมฆไม่ได้หยุดเคลื่อนไหวแต่อย่างใด แต่ใช้เสียงพูดด้วยพลังลมปราณเปล่งเสียง เพื่อให้ทุกๆ คนในงานเลี้ยงได้ยิน

 

".. หากเรา มากเมฆ เมฆาเทพ พ่ายแพ้ให้กับใครก็ตามที่ขึ้นมาบนเวทีประลอง เราผู้นี้จะไม่มีวันรับฉายานามเทพยุทธ์สืบทอดจากอาจารย์ และยินดีมอบพลังลมปราณบริสุทธิ์ 300 ปี ให้กับคนคนนั้นที่เอาชนะเราได้ และอีกอย่างเรายินดีจะมอบเงินสดไม่หักภาษีโอนย้ายจำนวน 1 ล้านล้านสุริยะให้กับคนคนนั้นอีกด้วย  อ้อ และยังจะแถมขวดยาสารเหลวเพลิงอมตะของตระกูลเมฆาเทพให้อีก 100 ขวด .."

 

เพียงมากเมฆพูดจบประโยคไม่ถึงหนึ่งลมหายใจเข้าออก ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ที่นี่ และทุกๆ คนที่เฝ้ามองการต่อสู้จากที่ไกลๆ ผ่านกล้องถ่ายทอดสด ที่ได้ยินข้อเสนอไม่คิดฝันออกจากปากของมากเมฆ บุตรชายคนโตของมหาตระกูลเมฆาเทพ

 

ทุกๆ คนถึงกับเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นมากมายมหาศาล จนยากจะควบคุมไว้ได้ ไหนจะเงิน 1 ล้านล้าน ไหนจะขวดยาสารเหลวอมตะที่เป็นหลักประกันชีวิต แม้ว่าจะตายหรือพิการยังไงก็ตาม สามารถรักษาพร้อมกับฟื้นคืนชีพได้ แล้วไหนจะชื่อเสียงบันลือโลกที่ได้จากชัยชนะในครั้งนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะผลรางวัลใดๆ ล้วนแล้วแต่ล่อตาล่อใจเป็นอย่างยิ่ง

 

และที่สุดยอดหาใดเปรียบสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทุกๆ คนในที่นี่ด้วยแล้ว

 

พลังลมปราณบริสุทธิ์ 300 ปี เพียงพลังลมปราณนี้เท่านั้น ก็เพียงพอให้ผู้คนฆ่ากันตาย ตัดพี่ตัดน้อง เพื่อให้ได้มันมาไว้ในครอบครองแล้วอย่างบ้าคลั่ง ประหยัดวัดเวลาที่ต้องใช้ไปในการฝึกฝนเป็นร้อยๆ ปี แม้แต่คนพิการได้รับพลังลมปราณนี้ไปยังกลายเป็นยอดฝีมืดได้ในพริบตา

 

".. แต่ทว่าหากเราเป็นฝ่ายชนะพวกเจ้าทุกคน จนถึงเช้าวันนี้ หรือพระอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว เรามากเมฆไม่ได้ต้องการอะไรมากนัก หลังจากนี้พวกเจ้าจงกลายมาเป็นผู้ติดตามรับใช้ของเราเสีย เราสั่งให้ไปทางซ้ายก็ซ้าย เราสั่งให้ไปทางขวาก็ขวา และใครก็ตามที่ขึ้นมาบนเวทีประลองนี้แล้ว ต้องทำตามกฎที่ว่าหากพ่ายแพ้เป็นเวลา 3 ปี .."

 

".. อ้อ สำหรับพวกเจ้าทั้งหกคน เรามากเมฆ อนุญาตให้พวกเจ้าลงเวทีประลองไปก่อนได้ แต่หากยังคิดจะอยู่ต่อ พวกเจ้าก็ต้องทำการกฎที่ว่าของเราเช่นกัน .."

 

เพียงพูดไม่กี่ประโยค หมากบนกระดานของเหล่าเฒ่าชรานกสองหัวก็เริ่มเปลี่ยนทิศทาง เพราะแม้แต่พวกเฒ่าชราเองยังเต็มไปด้วยความโลภอยากได้อยากมีเช่นกัน

 

และต่อให้คนเหล่านี้ที่อยู่ในงานเลี้ยง จะมีสักกี่คนที่คิดแค้นมากเมฆมากแค่ไหน ที่เขาเป็นศิษย์สืบทอดของมารกระบี่ เป็นคนของโลกมืดหรือยังไงก็ตาม แต่ด้วยความโลภ ความชอบธรรมที่หามาได้ง่ายๆ ในครั้ง ผลประโยชน์และผลรางวัลที่ล่อลวงมากมาย

 

ฝ่ายธรรมะ .. ผู้จริงใจเปิดเผยเที่ยงธรรมแล้วอย่างไร ..  สุดท้ายก็กลายเป็นตัวหมากให้ผู้อื่นใช้งานได้อยู่ดี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 381 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #2955 loliz (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:45
    ถามว่าจะลีลาไปไหนล่ะ หวดเปรี้ยงก็จบ จะได้ไปต่อ ล่อแมลงอยู่นั่นล่ะ
    #2,955
    0
  2. #2954 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 19:08

    จะได้บู้แล้วววววว สนุกมากกกก

    #2,954
    0
  3. #2953 KurouNeko (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 17:00
    ไม่ได้บู๊ซักที
    #2,953
    0
  4. #2952 joelamtan (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 16:54
    ขอบคุณครับ ประโยคเดียว ค้างงงงงงงงงงงงงงง
    #2,952
    0
  5. #2951 Green_pn (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 16:53
    ให้เลย2คำ
    ชิบหายยยยยยย
    #2,951
    0