สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 133,476 Views

  • 1,157 Comments

  • 1,260 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,070

    Overall
    133,476

ตอนที่ 34 : Chapter 17 (1) : ดินแดนทุรยศ | Realm of Tempest [75%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4675
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 316 ครั้ง
    3 พ.ย. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 17 (1)

ดินแดนทุรยศ | Realm of Tempest


เหมราช แฮมิลตัน เปิดซอฟท์แวร์เช็กพิกัด GPS ของเก็ดถวาในทันที เธอยังอยู่บริเวณจัตุรัสศิขเรนทร์ มีความเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ สลับนิ่งแช่เป็นพักๆ เห็นชัดว่าเธอยังออกจากบริเวณนั้นไม่ได้ ชายหนุ่มพยายามเปิดดูข่าวจลาจลกลางเมืองหลวงจากทั้งช่องข่าวท้องถิ่นและข่าวจากสำนักข่าวต่างชาติผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ก็มีแค่ข่าวสั้นคั่นเวลาไม่กี่บรรทัด มีแค่ปารัชออกมาบอกว่าควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่มีการใช้อาวุธ และไม่มีรายละเอียดอื่นใดมากกว่านั้น

“บ้าเอ๊ย !” ชายหนุ่มจากประเทศเสรีหงุดหงิดกระวนกระวายขึ้นไปอีก เมื่อเจอสภาวะการควบคุมสื่ออันอยู่หมัดของปารัช พลเทวา หัวใจร้อนรุ่มจนแทบจะบินพล่านข้ามภูเขา “ขับเร็วกว่านี้ กรณ์ !”


“คุณหมอ เราต้องวิ่งข้ามไปถนนอีกฝั่งให้ได้ ถ้าอยู่ตรงนี้โดนเหยียบตายแน่ครับ !” เสียงของเจสันทะลุความเซ็งแซ่รอบๆ ขึ้นมาหลังจากที่ทั้งสามคนพยายามวิ่งหลบทั้งคนทั้งระเบิดอยู่พักใหญ่ ความวุ่นวายไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ ผู้ประท้วงเพิ่มระดับความรุนแรงด้วยการใช้สิ่งของรอบตัวเป็นอาวุธเพื่อป้องกันตัวเองจากเจ้าหน้าที่ที่พยายามเข้ามาจับกุม เก็ดถวาที่นอนหมอบคุดคู้อยู่กับพื้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นดูก็ยังเห็นผู้คนวิ่งอลหม่านอยู่รอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลเริ่มตีวงล้อมเข้าจับตัวผู้ชุมนุม ทั้งกระชาก ทั้งลากดึง ชายฉกรรจ์คนใดที่ต่อสู้ก็โดนซัดด้วยด้ามปืนกับไม้กระบองจนได้เลือด

ผู้คนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง บ้างร้องไห้อย่างคับแค้น เสียงร้องโหยหวนจากผู้บาดเจ็บที่มีมากขึ้นเริ่มระงมไปทั่ว

คีราลัย....นี่ไม่ใช่คีราลัยที่รังสิอรุณกาลเคยรู้จักอีกแล้ว...

ทำไมปารัชถึงปล่อยให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระส่ำระสายถึงเพียงนี้  

“ไปครับคุณหมอ !” 

หญิงสาวกลั้นใจลุกขึ้นตามแรงฉุดของบอดี้การ์ดทั้งสองก่อนที่สายตาจะหันไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหวีดร้องอย่างหวาดกลัวอยู่ต่อหน้าพระบรมรูปอดีตกษัตริย์ ท่ามกลางความชุลมุน มือทั้งสองข้างของเธอกุมท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของตัวเองไว้ และ...เลือดสดๆ กำลังไหลลงมาตามขา...

“จับไป จับไปให้หมด !!!” เสียงนายตำรวจผู้บัญชาการที่ยืนมองความเป็นไปด้วยแววตาแข็งกร้าวอยู่บนหลังรถจี๊ปยังคงตะโกนสั่งการผ่านโทรโข่ง เห็นชัดแล้วว่าที่นี่ไม่มีการปราบจลาจลตามหลักสากลแต่อย่างใด มีแต่การปราบปรามตามใจผู้สั่งการเท่านั้น ตำรวจปราดเข้าหาหญิงสาวคนนั้น เธอกลัวจนทรุดลงกองอยู่กับพื้น เลือดยังไหลจากหว่างขา แต่เจ้าหน้าที่ดูจะไม่สนใจ คนหนึ่งพยายามดึงเธอขึ้นมา

“อย่านะ อย่าทำ !” มาร์คกับเจสันแทบตาถลนเมื่อเจ้านายสาวพุ่งปราดไปขวางหน้าหญิงท้องผู้น่าสงสารคนนั้นเอาไว้ สิ่งที่ทำได้คือการตามเข้าประกบติดและกันเธอไว้อีกที รู้ดีว่าถ้าชักปืนออกมาตอนนี้พวกเขาจะโดนยิงสวนจนตัวพรุนแต่ทั้งสองก็เตรียมพร้อมคุ้มกันทุกวินาที

“อย่ารุนแรงกับเธอ เธอกำลังตกเลือด !” เก็ดถวาตวาดสู้ความป่าเถื่อนเหล่านั้นเป็นภาษาคีราลัยเสียงดังฟังชัด นายตำรวจผงะไปเพียงนิดเมื่อเห็นหน้าหญิงสาวใจเด็ด 

“เป็นคนท้องเสือกจะมาประท้วง กูต้องสงสารมั้ย !”

“ฉัน...ฉันมาตามสามีฉัน อย่าจับฉันไปเลย” หญิงท้องพูดไปร้องไห้ไปอยู่ด้านหลังเก็ดถวา

“ใครตามใครพวกกูไม่สน จะชายหญิงอะไรกูก็ไม่สน ทำผิด สร้างความวุ่นวายก็ไปเข้าคุกให้หมด จับไป !” 

เจ้าหน้าที่ยังสั่งเสียงก้อง คราวนี้นายตำรวจปราดเข้าหาเก็ดถวาด้วยอีกคน มาร์คกับเจสันเข้าขวางไว้ทันที มือข้างหนึ่งล้วงเข้ากระชับปืนในเสื้อสูทเอาไว้มั่น....ตายเป็นตาย

“ฝรั่ง !?” นายตำรวจงุนงง “ฝรั่งที่ไหนมาอยู่ตรงนี้ เป็นนักท่องเที่ยวก็หลบไปโว้ย นี่ไม่ใช่ที่มาเดินเล่น !” คนในเครื่องแบบของปารัชเข้าผลักหนุ่มอเมริกันทั้งสองอย่างรุนแรง ก่อนที่ตำรวจนายหนึ่งจะพลันสังเกตเห็นบางอย่างในเสื้อสูทสีดำของมาร์ค...

“เฮ้ย ปืน ! พวกมันมีปืน !!!”

เพียงเท่านั้น ปลายกระบอกปืนยาวนับสิบก็ถูกตวัดขึ้นเล็งไปที่กลุ่มคนที่กลางวงทันที ราวกับลมหายใจได้ถูกสูบหายไปสิ้น ทุกคนหยุดนิ่งอย่างตะลึงพรึงเพริดในวินาทีนั้น หากมีเพียงคนเดียวที่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าคนเจ็บ

“จับไม่ได้ ! ผู้หญิงคนนี้ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ ! นี่ตำรวจของปารัชไร้มนุษยธรรมถึงเพียงนี้เชียวหรือ !” เลือดเข้าตารังสิอรุณกาลแห่งคีราลัยเสียแล้ว เธอลุกพรวดขึ้นเผชิญหน้าอย่างท้าทาย หิมะที่โปรยลงพักใหญ่หยุดลงราวกดปุ่ม เมฆเทาเคลื่อนขยายให้ดวงตะวันได้ฉายรัศมี แสงแดดตกระทบพระบรมรูปแห่งศิขเรนทรจนสว่างเรืองรอง พาให้สร้อยสำคัญประจำกายของเก็ดถวาที่ตอนนี้หลุดออกมานอกเสื้อต้องแสงจนเกิดประกาย

หญิงสาวท้องเงยหน้าขึ้นมองความอัศจรรย์ที่กำลังบังเกิด สร้อยเกล็ดหิมะเด่นชัดอยู่ในสายตาจนนายตำรวจที่ต่างจ้องอย่างฉงนระคนตื่นตระหนกอย่างไม่แน่ใจ

“โอ...คีรีบุตรี...” บุตรีแห่งเทพเจ้าแห่งขุนเขา หญิงตั้งครรภ์พึมพำอย่างอ่อนระโหยโรยแรง 

“ตรงนี้รออะไรกัน ! จับไปให้หมด แล้วเคลียร์พื้นที่เร็วที่สุด” รถจี๊ปของผู้สั่งการใหญ่วิ่งปราดเข้ามากลางวงที่กำลังเกิดเรื่อง ปากสั่งโวยวายพาให้ลูกน้องกระชับปืนขึ้นเหมือนเดิม และคราวนี้สิ่งที่ปรากฏเหนือฟากฟ้าต่อมาก็ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง

อินทรีภูเขาสีดำดุดันตัวใหญ่บินกางปีกโฉบลงในระยะเรียดศีรษะพาให้มนุษย์ผู้บ้าคลั่งต่างหลบวูบ เก็ดถวามองตาค้างเมื่อเห็นมันบินลอยขึ้นเกาะอยู่บนพระกรขวาของพระบรมรูปแห่งทูลกระหม่อมพ่อ กางปีกของมันไว้อย่างน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบของมันมีอำนาจล้นเหลือ 

“อินทรี...อินทรีคู่บารมี...” นายตำรวจชั้นผู้น้อยมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อได้เห็นอินทรีภูเขาตัวใหญ่ด้วยตาตนเอง อินทรีที่คนคีราลัยไม่ได้เห็นมานานแสนนาน อินทรีที่มีสายกำเนิดจากหิมาลัยแท้ๆ ที่จะปรากฏกายขึ้นพร้อมกับคีริชแห่งคีราลัยเท่านั้น.... 

ทุกอย่างดูน่าฉงนระคนอัศจรรย์จนทุกอย่างหยุดนิ่ง หากผู้บัญชาการยังคงรักษาความเหี้ยมเอาไว้ได้ไม่มีถดถอย

“จับมันไป !” คำสั่งเด็ดขาดดังก้องขึ้น ลูกน้องจำต้องยกปืนขึ้นอีกครั้งก่อนขยับเข้าหากลุ่มคนที่อยู่กลางวง เก็ดถวากลั้นหายใจ

“พวกคุณจับคนพวกนี้ไปไม่ได้ !!!” เสียงทุ้มหนักทรงอำนาจดังขึ้นหยุดการกระทำนั้น เกล็ดถวาคลี่ยิ้มเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู เหมราช แฮมิลตัน พร้อมกรณ์ผู้ช่วยคนสนิทของเขาวิ่งแหวกวงล้อมของตำรวจเข้ามาประจันหน้ากับปลายกระบอกปืนด้วยดวงตาลุกโชน ผู้บัญชาการหน่วยปราบจลาจลชะงักนิ่งไปทันที

“ท่านผู้บัญชาการชาลิคที่อยู่บนรถจี๊ปน่าจะรู้จักผมแน่ แต่เผื่อพวกคุณที่เป็นชั้นผู้น้อยอาจจะยังไม่รู้จักผม ผม เฮคเตอร์ แฮมิลตัน ที่ปรึกษาพิเศษ ประธานาธิบดีปารัช พลเทวา” เสียงของเขาก้องดัง นายพลตำรวจชาลิคผู้เป็นผู้บัญชาการหน่วยปราบจลาจลกำมือแน่น นายตำรวจอื่นๆ ที่รุมอยู่ตรงนั้นเริ่มมองหน้ากันหน้าตาตื่น 

“ผมจะพา ‘คนของผม’ ออกจากพื้นที่ กรุณาเปิดทางให้เราด้วย” 

ผู้บัญชาการหน่วยจ้องตากับ ‘ท่านที่ปรึกษา’ ชั่วอึดใจ ก่อนจำต้องเปลี่ยนคำสั่ง 

“เปิดทางให้ท่านที่ปรึกษา ! ไปเคลียร์ตรงอื่น !” นายตำรวจค่อยๆ ลดปืนลงแล้วสลายตัวจากบริเวณนั้น ผู้คนโดยรอบเริ่มซาลงไปแล้ว อินทรีภูเขาที่เกาะพระกรของพระบรมรูปก็หายไปแล้ว เหมราชหันมองหญิงสาวที่ยืนหอบสะท้านอยู่ด้านหลังก่อนพลิกกายมากอดเธอไว้แน่น 

“คุณเหมราช คุณเหมราช...” พูดอะไรไม่ออกนอกจากพร่ำเรียกชื่อเขา

“ผมเป็นห่วงคุณแทบบ้า แคท” เขาพึมพำอยู่กับเรือนผมที่เต็มไปด้วยกลิ่นเขม่าของระเบิดควัน “ขอบคุณพระเจ้าที่คุณปลอดภัย”

ทันทีที่เหมราชผละกายออกจากคุณหมอของเขา ชายชาวคีราลัยก็วิ่งถลาเข้ามากอดสาวตั้งครรภ์ผู้เป็นภรรยาตัวเองที่กำลังหอบเหนื่อยจนตัวโยนอยู่กับพื้น สองสามีภรรยากอดกันกลมร้องห่มร้องไห้ เก็ดถวารีบเตือน

“รีบออกไปจากตรงนี้เถอะค่ะ คุณต้องพาภรรยาคุณไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ !” คุณหมอไม่อยากบอกเรื่องน่าตกใจแต่ก็จำเป็น “เธอ...ตกเลือด”

ผู้เป็นสามีแทบช็อก มองเมียตัวเองที่เริ่มหน้าซีดลงเรื่อยๆ ก่อนจะรีบช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้มไว้ 

“ขอบคุณครับ ขอบคุณ” ชายคีราลัยไม่ลืมกล่าวขอบคุณหญิงสาวแปลกหน้าที่ช่วยภรรยาไว้ เขาออกวิ่งไม่คิดชีวิตมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลที่อยู่ห่างจากจัตุรัสไม่กี่ร้อยเมตร หากแต่คนที่ทรุดลงต่อมากลับเป็นอีกคน

“มาร์ค !” เหมราชมองดูแขนของบอดี้การ์ดที่ดูจะมีเลือดไหลออกมากขึ้น

“ผมโอเคครับนาย”

กรณ์กับเจสันเข้าหิ้วปีกเขาไว้คนละข้าง เก็ดถวาดูแผลอย่างเป็นห่วง “ถ้าเลือดไหลไปเรื่อยๆ นี่ไม่โอเคแน่เราเองก็ต้องไปโรงพยาบาลเหมือนกัน ไปกันเถอะค่ะคุณเหมราช”


โรงพยาบาลกลางแห่งอันชุลที่เก็ดถวาเห็นเมื่อวานว่าโหดร้ายแล้ว หากวันนี้มันโหดกว่าหลายเท่าตัวราวกับระเบิดลงอย่างไรอย่างนั้น ห้องฉุกเฉิกตอนนี้ทะลักทลายไปด้วยผู้บาดเจ็บจากเหตุจลาจลจนล้นออกมาถึงโถงใหญ่ หมอและพยาบาลวิ่งวุ่นไม่มีใครอยู่นิ่งแม้คนเดียว เตียงทุกเตียงเต็มแน่น รถเข็นทุกคันไม่มีว่าง พื้นห้องเปรอะไปด้วยเลือด และยังมีอีกมากที่ยังต้องนั่งโอดโอยรออยู่ตามเก้าอี้

เก็ดถวา เหมราช กรณ์ และผู้คุ้มกันทั้งสอง มองสภาพโรงพยาบาลรัฐที่ใหญ่ที่สุดในคีราลัยอย่างอึ้งๆ ก่อนที่นายแพทย์มรุตจะสังเกตเห็นพวกเขายืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยอาการงงงัน 

“คุณหมอเก็ดถวา !”

“คุณหมอมรุต...” 

นายแพทย์ใหญ่ที่กำลังเหงื่อตกบอกอย่างเหน็ดเหนื่อย หมอทุกคนต้องลงมาช่วยกันแม้แต่นายแพทย์มรุตผู้เป็นผู้อำนวยการใหญ่ก็ยังต้องลงมาดูแลผู้บาดเจ็บด้วยตัวเอง “มีผู้ชุมนุมหนีตายกันเข้ามาในโรงพยาบาลเพียบ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บก็เยอะ ตอนนี้คนเจ็บล้นทะลักเลยครับ เรากำลังวุ่นกันมาก...ว่าแต่ ทำไมคุณหมอกับคุณแฮมิลตันถึงดูมอมแมมแบบนี้ โอ...หรือว่า...”

เก็ดถวาพยักหน้า “พวกเราอยู่บังเอิญอยู่ในเหตุจลาจลด้วยค่ะ บอดี้การ์ดของฉันบาดเจ็บ เขาถูกมีดกรีดที่แขนซ้าย ดูแล้วยังไงก็คงต้องเย็บ” 

หมอมรุตเปิดดูแผลของมาร์คแล้วก็เห็นจริง แต่สีหน้าของเขากลับมีความกังวลแทรกขึ้นมา เมื่อมองไปรอบตัวยังไม่เจอหมอคนใดที่ว่างพอจะดูแลเคสนี้ได้ เก็ดถวามองแล้วเหมือนจะเดาออก

“ฉันเย็บเองได้ค่ะ ขอแค่ยาชากับอุปกรณ์ก็พอ” 

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพยักหน้าอย่างรู้สึกผิด “ผมขอโทษจริงๆ แต่หมอเราไม่พอ ผมจะให้ผู้ช่วยพยาบาลเอาอุปกรณ์มาให้” 

เตียงทำแผลของมาร์คไม่ได้อยู่ในห้องฉุกเฉินแต่คือเก้าอี้ยาวที่ใช้นั่งรอเรียกตรวจภายในโถงใหญ่ ไม่ใช่ที่ที่เหมาะสมแต่ยามนี้มันเป็นที่ที่พอจะว่าง

“มาวันแรกผมก็บกพร่อง ขออภัยจริงๆ ครับนาย คุณหมอ” มาร์คเอ่ยขึ้นเบาๆ ตอนที่คุณหมอเก็ดถวาใช้กรรไกรตัดไหมเรียบร้อยเป็นขั้นตอนสุดท้าย บาดแผลไม่ฉกรรจ์มาก แต่ก็โดนไปเบาะๆ สิบห้าเข็ม เหมราชถอนหายใจ 

“นายทำได้ดีมาก ฉันต้องขอบคุณนายมากกว่า” ถ้าไม่มีมาร์คคอยคุ้มกัน คนที่ต้องนอนให้เย็บตอนนี้คงไม่พ้นเป็นเก็ดถวา มาร์คจึงไม่ใช่แค่ช่วยเจ้านาย หากช่วยหมอผู้มีคุณประโยชน์ต่อชีวิตอื่นๆ 

“สักเจ็ดวันก็ตัดไหมได้ค่ะ แต่ช่วงนี้อย่าให้แผลโดนน้ำนะคะ คุณมาร์คคะ...” เธอมองเขาอย่างขอบคุณ “ขอบคุณมากค่ะ คุณเจสันด้วยนะคะ”

การปฏิบัติต่อบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าของหญิงสาวผู้นี้ทำให้เหมราชมองคล้อยอย่างชื่นชม ท่ามกลางปลายกระบอกปืน ต่อหน้าพระบรมรูปแห่งกษัตริย์ผู้เป็นราชบิดา รังสิอรุณกาลยืนหยัดอย่างไม่ตื่นกลัว ไม่อ่อนปวกเปียก แต่ก็ไม่มุทะลุจนดูขาดสติ หญิงสาวยึดถือหลักแห่งความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนพึงได้รับเหนือสิ่งอื่นใด ไม่ใช่เพียงอินทรีภูเขาหรือสร้อยเกล็ดหิมะที่สร้างความตื่นตะลึง แต่เพราะหัวจิตหัวใจที่เด็ดเดี่ยวและกิริยาองอาจผิดสตรีคีราลัยทั่วไปต่างหากเล่าที่ทำให้ทุกสายตาที่จับจ้องเธอนั้นเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ

เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดยังระงมไปทั่วบริเวณ กรณ์ที่เพิ่งกลับจากเอารถที่จอดทิ้งไว้ที่หัวถนนเดินตรงรี่เข้ามา

“ผมไปเอารถมาแล้ว นายอยากกลับที่พักเลยไหมครับ” 

ทริปเปิลเอชมองไปที่หญิงสาวที่กำลังมองบรรยากาศรอบตัวอย่างหวั่นวิตก เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมาจากห้องฉุกเฉิกอีกระลอก น่าจะมีคนเจ็บที่ถูกหามกันมาส่งอีกจำนวนหนึ่ง พยาบาลวิ่งกันวุ่นไปหมด

“คุณเหมราชคะ...” เก็ดถวาหันไปหาชายหนุ่มเป็นเชิงขออนุญาต ทายาทคนโตแห่งแฮมิลตันพยักหน้าให้อย่างเข้าใจสิ่งที่เธอจะพูดในทันที 

“ไปเถอะ ทำในสิ่งที่คุณเห็นว่าควรทำ ผมจะอยู่ช่วยคุณ” 

เป็นอีกครั้งที่เก็ดถวามองเขาอย่างซาบซึ้งในหัวใจ ดวงตาของเธอที่มองเขามันกล่าวคำขอบคุณออกมาอย่างท่วมท้นจนคำพูดอาจไม่จำเป็นอีกแล้วในตอนนี้ หญิงสาวก้าวขาเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน ห้องที่เธอคุ้นชินที่สุดไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก เหมราชมองตามร่างน้อยพอดีกับที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น

“คุณเฮคเตอร์ คุณกลับถึงที่พักแล้วหรือยังครับ แล้วคุณหมอล่ะ” ภวันติส่งเสียงวิตกมาตามคลื่น

“ยังครับ แต่ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันแล้ว” เหมราชตอบเรียบๆ ภวันติคงยุ่งกับเรื่องนี้ทั้งวันจนเกือบจะลืมโทรมาถามเคลื่อนไหวของแขกวีไอพี

“พี่ภาริตาบอกว่าคุณหมอติดอยู่ในจัตุรัสที่มีจลาจล ผมตกใจแทบแย่”

“เราไม่เป็นไร” ฟังดูแปร่งๆ กับอาการเป็นห่วงเป็นใยเกินเหตุนั้น เหมราชรู้อยู่ว่าภวันติรู้สึกพิเศษกับคุณหมอสาวที่มีสถานะเป็น ‘แฟน’ เขา พยายามไม่หงุดหงิดกับเรื่องนี้เพราะรู้ดีว่าเก็ดถวาไม่เล่นด้วยแน่ แต่บางครั้งมันก็น่ารำคาญ “แต่บอดี้การ์ดของผมบาดเจ็บ เลยต้องมาทำแผลกันนิดหน่อย ที่โรงพยาบาลกลาง”

“พวกคุณอยู่โรงพยาบาลกลางหรือครับ ?!” เสียงนั้นตกใจขึ้นเห็นชัดจนท่านที่ปรึกษาสะดุดหู หากลูกชายของปารัชพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ “คือ...ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วผมอยากให้พวกคุณกลับเรือนรับรองให้เร็วที่สุดนะครับ ถึงตำรวจจะควบคุมสถานการณ์ในอันชุลได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ค่อยน่าไว้ใจ ผมเป็นห่วงพวกคุณ”

เหมราชพยายามจับสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้น้ำเสียงห่วงใยนั้น ก่อนจะรับคำไปแบบผิดความเป็นจริง “ครับ เราจะรีบกลับเดี๋ยวนี้” 

ภวันติวางสายไป ในขณะที่ผู้บาดเจ็บรายใหม่ถูกหิ้วปีกกันมาถึงห้องฉุกเฉิน เสียงแห่งความโกลาหลดังขึ้นอีกครั้งเมื่อผู้ชุมนุมรายนี้ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ช่องท้องอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน เขาเป็นผู้ชุมนุมแน่ ดูจากสภาพสะบักสะบอม ปารัชให้ข่าวว่าเป็นการควบคุมฝูงชนโดยสงบ ไม่มีการใช้อาวุธร้ายแรง แต่ชายคนนี้ก็ยังโดนยิง นายแพทย์มรุตที่กำลังง่วนอยู่กับผู้บาดเจ็บอีกเตียงถึงกับต้องละมาดูด้วยความพะวักพะวงไปหมดทุกทาง คนเจ็บถูกส่งขึ้นเตียงเข็นที่เพิ่งว่าง เขาเป็นหนุ่มฉกรรจ์วัยประมาณสามสิบห้าที่ตอนนี้สติกำลังจะหลุด ถูกนำตัวมาโดยผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันสองคนที่เนื้อตัวถลอกปอกเปิกไปหมด เก็ดถวาปราดมาดูถึงข้างเตียงที่กำลังเข็น

“ฉันช่วยค่ะ ฉันเป็นหมอ...”

“คุณหมอ...” นายแพทย์มรุตหันมองแพทย์หญิงจากต่างแดนที่เสนอตัวเองเข้ามาในความวุ่นวายอันแสนหดหู่นี้ช่วยอย่างไม่เชื่อสายตา เก็ดถวามองหมอใหญ่อย่างให้ความเชื่อมั่น

สวรรค์สร้างที่แท้...หมอทุกคนมีค่าในนาทีวิกฤตเช่นนี้ นายแพทย์มรุตพยักหน้ารับ “งั้นผม...รบกวนด้วย คุณพยาบาล คุณหมอเก็ดถวาจะมาช่วยอีกแรง เตรียมถุงมือกับมาส์กให้เธอด้วย” 

         นายแพทย์มรุตผละกลับไปดูอีกเตียงที่กำลังวิกฤตไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน 

         "พยาบาล Stop bleed เลยค่ะ" พยาบาลอีกคนวิ่งเข้ามาจัดการเอาผ้าก๊อซโปะแผลไว้อย่างเร่งด่วน 

        เก็ดถวาตรวจอาการรับรู้ของคนไข้เมื่อพบว่าเขายังลืมตาและดูว่าจะสื่อสารได้ "คุณคะ ยังได้ยินหมอใช่ไหม นอกจากที่ท้องแล้วคุณเจ็บตรงไหนอีกไหมคะ" 

        "ครับ..." เขาตอบเพียงเท่านั้น แต่หลังจากนั้นชายหนุ่มเหยื่อกระสุนก็พึมพำในสิ่งที่เก็ดถวาจับใจความไม่ได้ ก่อนที่จะแน่นิ่ง คุณหมอคลำชีพจรของเขาไม่พบแล้วก็ใจหายวูบ โอ...ไม่นะ

“คนไข้ arrest !!!” เก็ดถวาตะโกนก้องก่อนกระโดดขึ้นปั๊มหัวใจของเขาในทันที ชายหนุ่มที่นำตัวเขามาส่งร้องลั่นห้องอย่างตกใจ พาให้ห้องฉุกเฉินปั่นป่วนขึ้นไปอีก

“อารัน !!!  ไม่ !!!” สองหนุ่มถลาจะเข้าไป และเป็นเหมราชกับเจสันที่ต้องช่วยกันกันเอาไว้ “อย่าเข้าไปคุณ ให้พื้นที่หมอได้ทำงาน”

“ช่วยเขา...ได้โปรดช่วยเขา...” ชายคนหนึ่งวอนขอน้ำตาคลอเบ้า ยอมหยุดเพราะตัวเองก็เหนื่อยล้าเต็มที เหมราชบีบบ่าเขาเบาๆ อย่างเข้าใจ 

“เตรียม defibrillator !!!”

เก็ดถวาตะโกนสั่งเมื่อมีพยาบาลอีกคนมาช่วยเปลี่ยนกันปั๊มในนาทีที่สองแล้วตัวเองเข้าใส่ท่อช่วยหายใจ รับรู้ความจริงในวินาทีนั้นว่า defibrillator มีไม่เพียงพอ อีกเตียงก็กำลังวิกฤต ที่วอร์ดคงมีแต่จะมาไม่ทันแน่ หมอไม่พอ พยาบาลก็ไม่พอ เมื่อไม่มีอะไรพอ แม้อยู่ในโรงพยาบาลก็ไม่ต่างอะไรกับอยู่กลางสนามรบ เหมราชมองไปอีกเตียงตรงมุมห้อง หมอใหญ่ก็กำลังกระตุ้นหัวใจผู้บาดเจ็บอีกรายอยู่เหมือนกัน...หยุดหายใจพร้อมกันสองคนในห้องนี้งั้นหรือ....นรกแท้ๆ 

สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือปั๊มให้หัวใจกลับมาเต้นโดยเร็วที่สุด เวลาที่เสียไปนั่นหมายถึงออกซิเจนที่ขึ้นไปเลี้ยงสมองก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งจะมีผลต่อการสภาพของคนไข้ตอนที่เขาฟื้นขึ้นมาแล้ว เก็ดถวาขึ้นปั๊มในนาทีที่สาม กดมือลงบนหว่างอกคนเจ็บอย่างมุ่งมั่นมีสมาธิ ผ่านรอบแรกไปแล้ว...เขายังไม่มา เริ่มรอบที่สอง แขนสองข้างเริ่มสั่นนิดๆ พยาบาลอีกคนเตรียมก้าวขึ้นเปลี่ยน เหมราชตัดสินใจสวมถุงมือยางทันทีแล้วปราดเข้าไปเมื่อเห็นสภาพเหนื่อยล้าของพยาบาลที่กรำศึกในห้องฉุกเฉินอันแสนโกลาหลนี้มาหลายชั่วโมงแล้ว

“ผมต่อเอง คุณพยาบาลคอยบีบ Ambu bag” เหมราช แฮมิลตัน จรดมือลงต่อจากคุณหมอ เป็นอีกครั้งและอีกครั้งที่เขาก้าวเข้ามาเป็นผู้ร่วมสร้างปาฏิหาริย์ แล้วมันก็กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเหมราชปั๊มต่อไปอีกหนึ่งนาที เป็นหนึ่งนาทีที่เต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกพลั่กด้วยความกดดันหากเกินกว่านี้มันจะอันตรายเกินไปต่อสมอง แต่ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตาในวินาทีต่อมาเมื่อเหมราชคลำชีพจรของเขาอีกครั้ง....

“สัญญาณชีพมาแล้ว ! ...แคท” 

เก็ดถวามองหน้าคนเจ็บที่ยังอยู่ในท่อช่วยหายใจ หนุ่มคีราลัยค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างเหนื่อยอ่อน เก็ดถวาถามขึ้นด้วยภาษาเดียวกับเขา

“คุณคะ...กลับมาแล้วใช่ไหม”

ชายหนุ่มที่ชื่ออารันพยักหน้าน้อยๆ สัญญาณดีจนทำให้เก็ดถวายิ้มกว้างทั้งที่ยังหอบหายใจ

“พยาบาลคะ เราต้องให้เลือด ให้น้ำเกลือเดี๋ยวนี้ เอาเลือดกรุ๊ปโอมาเลยค่ะ” เก็ดถวาไม่รู้ว่าเขาเลือดกรุ๊ปอะไร แต่กรุ๊ปโอไม่ต้อง crossmatch* และสามารถให้ได้เลยในตอนนี้ “แล้วก็ให้ใครไปตามคุณหมอศัลย์มาโดยเร็วที่สุดนะคะ กระสุนเจาะเข้าไปฝังอยู่ใต้ชายโครงซ้ายของคนไข้ ต้องให้คุณหมอมาประเมินค่ะ” 

ยังไม่ทันที่หมอจะสั่งการอะไรต่อ เสียงเอ็ดตะโรระลอกใหม่ก็ดังขึ้นในห้องฉุกเฉินพาให้ทุกสายตาในนั้นหันไปมองเป็นจุดเดียว ผู้บัญชาการหน่วยปราบจลาจลคนนั้นบนรถจี๊ปที่ชื่อชาลิคเดินอาดๆ เข้ามาพร้อมนายตำรวจอีกนับสิบ

ดูไม่ใช่เรื่องราวดีๆ แน่... พยาบาลกำลังจัดการให้เลือดกับผู้บาดเจ็บ ในขณะที่เสียงตะโกนยังก้องดังในห้องฉุกเฉินราวกับไม่สนใจว่าที่นี่คือสถานที่ใด 

“ดูทีละเตียง มันอยู่ไหน ลากตัวมา !” หัวหน้าใหญ่สั่งการเสียงเฉียบขาด นายตำรวจเดินเข้าเปิดม่านดูหน้าคนเจ็บทีละคน ไม่เว้นแม้แต่คนที่นั่งรออยู่ตามเก้าอี้ ตามพื้น พาให้ทั้งคนเจ็บทั้งคนไม่เจ็บกรีดร้องกันเสียงหลง บ้างก็วิ่งไปหลบกันจนวุ่นวายไปหมด 

“ท่านผู้บัญชาการชาลิค นี่มันอะไรกัน !” นายแพทย์มรุตผู้อำนวยการรีบเข้ามาขวางอย่างตกอกตกใจ 

“เราได้รับรายงานว่า นายอารัน ผู้นำการชุมนุมได้รับการรักษาอยู่ที่นี่ เราต้องการตัวเขา” พลตำรวจเอกชาลิคบอกเสียงเรียบเย็น ก่อนสั่งลูกน้อง “ไป ค้นดูทุกเตียง ไปห้องโถงด้วย” 

นายแพทย์มรุตอ้าปากค้าง แต่คนที่เหลืออดจนต้องพูดขึ้นมานั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณชายใหญ่ผู้ดุดัน

“ขออภัยเถอะท่านผู้บัญชาการ ที่นี่คือโรงพยาบาล คุณจะมาทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้ !!” เขาก้าวเข้ามายืนประจันหน้านายตำรวจใหญ่ของคีราลัยเป็นครั้งที่สองของวัน

“ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคุณแล้วนะ ท่านที่ปรึกษา อารันไม่ใช่คนของคุณ คุณไม่มีสิทธิปกป้องมัน” นายพลตำรวจจ้องหน้านายฝรั่งหน้าคมอย่างหมั่นไส้เสียเต็มทีแล้ว เหมราชสูดลมหายใจลึก การเข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาของปารัชย่อมมีทั้งคนที่เห็นดีกับคนที่ไม่ชอบใจอยู่แล้ว ผู้บัญชาการกรมตำรวจคีราลัยที่เป็นสายบู๊คนนี้คือหนึ่งในพวกหลัง เขาพูดเสียงดังฟังชัดในขณะที่ทั้งห้องฉุกเฉินเริ่มเงียบลงเพื่อจับจ้องสถานการณ์แสนกดดันนี้

“ผมไม่ได้ปกป้องใคร แต่ผมเข้าใจว่าคีราลัยลงนามในอนุสัญญาเจนีวา ไม่ทราบว่าท่านชาลิครู้หรือไม่ว่าสาระสำคัญของมันคืออะไร สถานพยาบาลคือพื้นที่สันติภาพที่สงวนไว้เพื่อรักษาผู้บาดเจ็บ จะต้องไม่ถูกคุกคามไม่ว่าจะจากฝ่ายใด เมื่อเข้าเขตโรงพยาบาลแล้ว ทุกชีวิตจะต้องได้รับการช่วยชีวิตตามหลักมนุษยธรรม ที่นี่ไม่มีฝักไม่มีฝ่าย ไม่มีชนชาติไม่มีความแตกต่างทางศาสนา มีแต่คนเจ็บที่กำลังต้องการหมอเท่านั้น !”

เหมราชขยับเข้าใกล้นายพลตำรวจชาลิคอีกครั้ง พูดเสียงเบาลงให้ได้ยินกันสองคน “ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐของคีราลัยทำผิดสนธิสัญญาเสียเอง ประเทศนี้คงโดนประณามจากประชาคมโลก ซึ่งเจ้านายของคุณคงไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นแน่” ปารัชรักษาภาพยิ่งกว่าอะไร ทริปเปิลเอชเห็นพลตำรวจเอกชาลิคหนวดกระดิกแล้วจ้องเขาเขม็ง ดูก็รู้ว่าคนๆ นี้หัวแข็งและไม่ลงให้ใคร แต่ตอนนี้ก็เห็นชัดว่าเขากำลังเจ็บใจที่เถียงเรื่องนี้ไม่ได้

“มันอยู่นี่ครับท่าน !” นายตำรวจเปิดม่านผลัวะเข้ามายังเตียงของอารัน เก็ดถวาที่เพิ่งจะให้เลือดกับน้ำเกลือเสร็จสะดุ้งเฮือก ตาลุกวาวเมื่อเห็นนายตำรวจอีกคนพยายามจะถอดอุปกรณ์ทั้งหมดที่เธอเพิ่งใส่ให้คนเจ็บ คุณหมอกรีดร้องอย่างเหลืออด เข้าขวางเป็นพัลวัน

“ไปให้พ้น ! อย่ายุ่งกับเขา ผู้ชายคนนี้บาดเจ็บสาหัส เขาต้องเข้าห้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้ !” 

“คนของท่านที่ปรึกษานี่เอง” ชาลิคที่เดินตามเข้ามากระตุกยิ้มเยาะ “เป็นหมอหรือนี่ มาอยู่ที่นี่ตอนไหน ทำไมผมไม่รู้เรื่องเลย” 

“คุณหมอเก็ดถวามาช่วยเรา วันนี้คนเจ็บมากมายจริงๆ หมอไม่พอ...” นายแพทย์มรุตพยายามเข้าชี้แจง

“หมอกำลังขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ รู้ตัวไหม” ชาลิคก้าวเข้ามาพยายามจะใจเย็น แต่คุณหมอหน้าสวยนี่มีบางอย่างที่ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงรัศมีแรงกล้าของความอวดดีในตัวเธอ ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงคนสนิทของที่ปรึกษาประธานาธิบดี รับรองว่าเธอไม่ได้ยืนขวางเขาอยู่ได้แน่ เหมราชเข้ายืนประกบข้างกายคุณหมอของเขาทันที เก็ดถวาจ้องที่ดวงตาดุๆ ของนายพลตำรวจอย่างไม่กริ่งเกรง

“พวกคุณเองก็กำลังขัดขวางการทำงานของแพทย์เหมือนกัน” 

ก่อนที่สถานการณ์ในห้องฉุกเฉินจะเลวร้ายไปกว่านี้ ผู้ชายอีกคนก็ก้าวเข้ามา เป็นคนที่นายพลตำรวจชาลิคมองแล้วยอมเบี่ยงตัวให้เขาได้ยืนด้านหน้า 

“คุณภวันติ...”

ภวันติ พลเทวา ดูจะตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นว่าทั้งสหายของเขาและคุณหมอเก็ดถวายังคงอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่ได้กลับไปที่พักอย่างที่บอก เขามองหน้าทุกคนอย่างหนักใจแสนสาหัสแต่ก็จำใจพูดออกไป

“คุณหมอ...คุณแฮมิลตัน เราจำเป็นต้องได้ตัวอารันภายในคืนนี้ เขาทำผิดกฏหมายบ้านเมืองอย่างร้ายแรง พวกคุณไม่ควรช่วยเหลือผู้กระทำผิดนะครับ”

เก็ดถวามองเขาด้วยสายตาที่แปลกไป เป็นสายตาที่ทำให้ภวันติสะอึกอึ้ง 

“ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของผู้จบศึกษาจากประเทศอารยะอย่างคุณ...” คำกล่าวของคุณหมอที่เขารู้สึกพิเศษด้วยทำให้ภวันติจุกเจ็บไปหมด เก็ดถวามองเขาอย่างผิดหวังแล้วพลันเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว

“ไม่มีคำว่าคนผิดในโลกของหมอ มีแต่คำว่าคนเจ็บกับคนป่วยเท่านั้น ฉันกำลังช่วยทุกคนในฐานะหมออย่างเต็มที่เพื่อให้พวกเขามีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุด ไม่ว่าจะตำรวจ ทหาร พลเรือน ผู้ชุมนุม ทุกคนที่มาอยู่ที่นี่ล้วนมีโอกาสได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียม ส่วนหลังจากนั้น ใครจะทำผิดกฏหมายบ้านเมืองอย่างไร พวกคุณค่อยมาจัดการทีหลัง แต่ไม่ใช่ตอนนี้ และที่ห้องนี้ อย่าให้คนต่างชาติอย่างฉันเข้าใจว่าคนของรัฐบาลคีราลัย...เป็นพวกป่าเถื่อน ถอยออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้ ศัลยแพทย์กำลังจะพาคนเจ็บไปห้องผ่าตัด !”

เหมราชพาแพทย์หญิงเก็ดถวากลับเรือนพักรับรองในอีกหกชั่วโมงต่อมาก่อนเวลาเที่ยงคืนเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ที่โรงพยาบาลเริ่มควบคุมได้ มีการระดมแพทย์จากโรงพยาบาลอื่นมาสมทบ และมีการย้ายผู้ป่วยบางส่วนไปโรงพยาบาลอื่นๆ ที่ยังมีเตียงว่างพอรองรับได้ เก็ดถวาไม่อยากก้าวขาออกจากโรงพยาบาลแต่เหมราชให้เหตุผลที่ทำให้เธอต้องฟัง แม้เมืองหลวงจะวุ่นวายแต่การทำงานในชนบทก็ยังต้องดำเนินต่อไปตามแผน พรุ่งนี้เธอต้องขึ้นเหนือกับเขา และนั่นก็อาจทำให้เธอได้พบเพียงดินและสรัสวตีที่ชามาลซึ่งเป็นความปรารถนาสูงสุดของเธอในเวลานี้...

ส่วนชายชื่ออารัน ที่ทางการคีราลัยระบุว่าเป็น ‘อาชญากร’ ได้เข้าห้องผ่าตัดเพื่อเอากระสุนออก อาการของเขาพ้นขีดอันตรายแต่ยังต้องพักฟื้นหลังผ่าตัด นายตำรวจกลุ่มใหญ่นั่นยอมถอยออกจากโรงพยาบาล แต่วันพรุ่งนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก

ทายาทคนโตแห่งแฮมิลตันมองหญิงสาวที่เดินเลื่อนลอยไปที่ตู้เสื้อผ้า เนื้อตัวของเธอมอมแมมและมีแต่คราบเลือดเปรอะเปื้อนเหมือนตอนอยู่น้ำรินไม่มีผิด ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะอยู่บนดินแดนใดในโลกเธอก็ยังคงเป็นแบบนี้ เป็นเก็ดถวาที่ยึดมั่นในอดุมการณ์แห่งวิชาชีพอันทรงเกียรติของเธอเหนือสิ่งอื่นใด คุณหมอผู้เหนื่อยล้าหยิบเสื้อผ้าก่อนเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ

เหมราชชำระร่างกายตัวเองเช่นเดียวกัน เสร็จแล้วก็แอบโผล่หน้าเข้าไปดูคนที่อยู่อีกห้องก็เห็นว่าเธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงเรียบร้อย เขาปล่อยให้หญิงสาวได้พักก่อนจะกลับมาล้มตัวลงบนเตียงใหญ่ของตัวเอง นอนมองเพดานอยู่ในแสงสลัวของโคมไฟหัวเตียง ไม่หยิบอะไรขึ้นมาอ่านมาดู ไม่ว่าจะโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตหรือหนังสือ ใช้เวลาจมจ่อมอย่างเงียบสงัดอยู่กับตัวเองหลังจากเผชิญเรื่องตึงเครียดมาทั้งวัน

มือใหญ่เอื้อมไปปิดโคมไฟ เหลือเพียงแสงจันทร์ริบหรี่ภายนอกที่ส่องผ่านหน้าต่างบานสูง เหมราชหลับตาลงแต่ก็ลืมตาปึ๋งขึ้นอีกครั้งในนาทีถัดมาเมื่อรู้สึกว่ามีคนก้าวขึ้นเตียงของเขาแล้วเบียดตัวเองเข้ามาซุกในผ้าห่มผืนเดียวกัน วางศีรษะของเธอทับอยู่บนแผ่นอกแข็งแกร่ง 

เหมราชตัวแข็งทื่อ มือไม้เกะกะวางไม่ถูก เก็ดถวายังนอนนิ่ง แต่ทำให้คนที่ถูกซุกจะนิ่งไม่อยู่

“เฮ้ แคทตี้...” เหมราชกำลังปรามว่าเธอจะเล่นแบบนี้ไม่ได้ ความอดทนของเขามีจำกัด...มากๆ

“ขอฉันอยู่แบบนี้สักประเดี๋ยวเถอะค่ะ” เธอพูดออกมาเบาๆ อู้อี้อยู่กับอกเขา เสียงของเธอสั่นไหว และเหมราชก็รู้สึกถึงหยาดน้ำเปียกๆ ที่หยดลงบนเสื้อยืดเนื้อบางของตัวเอง แพทย์หญิงเก็ดถวาผู้ยืนหยัดกล้าหาญมาทั้งวันกำลังร้องไห้อย่างเงียบๆ อยู่กับอกของเขาอันเปรียบเสมือนฐานที่มั่นสุดท้ายของเธอ....

ชายหนุ่มไม่ได้ยินเสียงสะอื้นแม้เฮือกเดียว แต่รู้ดีว่าเก็ดถวาสะเทือนใจกับเรื่องราวในวันนี้อย่างสุดแสน เขาค่อยๆ วางมือแล้วลูบแขนเธออย่างอ่อนโยน ให้เธอได้น้ำตาไหลอยู่เงียบๆ ชั่วครู่ก่อนจะปล่อยมุกนิดหน่อยพอให้เธอยิ้มได้

“แผงอกของผมมีมูลค่านะครับคุณหมอ ไม่ใช่ตุ๊กตาหมีพูห์ที่คุณจะมานอนกอดยามเหงา”

เก็ดถวาฟังแล้วทำตาปริบๆ ก่อนจะหลุดขำออกมา นึกภาพเหมราชคนดุกลายเป็นตุ๊กตาหมีสีเหลืองน่ารักแล้วดูไม่ใช่ทางเลยสักนิด ที่สำคัญ แผงอกของเขานั้นห่างไกลพุงนุ่มนิ่มแบบตุ๊กตาหมีมาก มันแข็งแรง หนักแน่นด้วยเลือดเนื้อ ได้ยินเสียงหัวใจเต้นตุบ สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่มีชีวิตในแบบที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลัง

“หน้าเลือดจริงๆ ราคาจะสักเท่าไหร่กันคะนี่ เดี๋ยวจะจ่ายให้ทบต้นทบดอกเลย” หญิงสาวยังเกยหน้าอยู่บนอกเขา มือน้อยที่วางทาบทับอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจเริ่มยุกยิก มันจุดความรู้สึกบางอย่างให้พุ่งทะยานจนเหมราชต้องคว้ามือนั้นมากุมไว้มั่นไม่ยอมให้เธอได้ลูบเล่นตามอำเภอใจ พร้อมทำเสียงดุๆ

“วันนี้เราอาจจะเหนื่อยมามาก แต่สำหรับพลังงานในเรื่องบนเตียง ผมยังมีเหลือเฟือ ดังนั้น ถ้าอยากใช้บริการอกของผมคุณต้องนอนนิ่งๆ ห้ามซน ผมเตือนแล้วนะ ” 

เก็ดถวาหน้าแดงวาบอยู่ในความมืด ไม่ชินกับคำพูดแบบนี้ของเขาสักที และก็เป็นเหมราชเองที่อดใจไม่ไหวต้องกอดกระชับร่างน้อยให้ยิ่งเบียดเข้าหา จรดริมฝีปากลงบนเรือนผมของเธอ เก็ดถวาไม่ฝืน เธอทิ้งตัวลงในอ้อมกอดในนั้นอย่างวางใจ อ้อมกอดที่ปลอดภัยและมีไว้เพื่อเธอเสมอ

แต่เธอเล่า...เธอกำลังจะทำให้เขาลำบากหรือเปล่า

“สิ่งที่ฉันทำวันนี้ จะทำให้คุณมีปัญหากับปารัชหรือภวันติไหมคะ ฉันขอโทษ...ตอนนั้นมัน...ปรี๊ดขึ้นจริงๆ” เธอถามอย่างกังวล เหมราชฟังแล้วยิ่งกอดเธอแน่นขึ้น

“คุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่างเดียวแคท คุณได้ทำตามคำปฏิญาณแห่งวิชาชีพของคุณได้อย่างน่าภาคภูมิใจที่สุด คุณไม่รู้หรอกว่าผมภูมิใจในตัวคุณมากแค่ไหน” 

เก็ดถวาฟังแล้วก็พลันนึกไปถึงคำปฏิญาณแห่งวิชาชีพแพทย์ที่เธอได้เปล่งวาจาเอาไว้ในวันที่จบการศึกษา ทุกคำพูดยังก้องดังในหัว

‘ข้าพเจ้าจะไม่ยอมให้ความแตกต่างทางศาสนา เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ อุดมการณ์ทางการเมือง หรือฐานะทางสังคมมาเป็นเครื่องกีดขวางหน้าที่ที่ข้าพเจ้าพึงมีต่อผู้ป่วย แม้จะอยู่ในภาวะถูกข่มขู่ ข้าพเจ้า ก็จักยึดมั่นในคุณค่าแห่งชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่เกิดจนตาย ข้าพเจ้าจะไม่ใช้ความรู้แห่งวิชาชีพในทางที่ขัดกับกฎแห่งมนุษยธรรม’

เก็ดถวาอยากเป็นหมอที่ดี ตั้งแต่เด็กจนเรียนจบเธอก็คิดแค่นั้น รู้ตัวดีว่าเป็นใครแต่ก็ไม่ได้วาดฝันถึงการกลับสู่ฐานันดรที่ถูกพรากไป ถึงตอนนี้เธอคงเป็นหมอได้ดีกว่าเป็นเจ้าหญิงมากแล้ว นึกถึงชายที่เธอกับเหมราชช่วยกันปั๊มหัวใจจนฟื้นขึ้นได้อีกครั้งแล้วก็ไม่สบายใจขึ้นมา

“ทันทีที่อารันฟื้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ อาจจะมีตำรวจมารอลากตัวเขาไปทันที”

ทริปเปิลเอชถอนหายใจ เห็นชัดว่าชาลิคบ้าอำนาจและไม่สนเรื่องมนุษยธรรมอะไร ที่สำคัญคือคนแบบนี้คือคนที่มีกองกำลังอยู่ในมือ “เรื่องของวันพรุ่งนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ วางใจให้นิ่ง อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้เป็นไป”

“ฉัน...สงสาร...ประชาชน” เก็ดถวาเสียงสั่นพร่าอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่จัตุรัสศิขเรนทร์และที่โรงพยาบาลกลาง “พวกเขาเป็นทุกข์ ถูกกดขี่ และสิ้นหวัง...เศรษฐกิจฝืดเคือง ผู้คนแตกแยก ระบบการรักษาพยาบาลเข้าขั้นวิกฤต ปารัชไม่เคยฟังในสิ่งที่ประชาชนต้องการจริงๆ ลูกน้องของเขาก็...” 

“เราอยู่ในจุดที่ควบคุมอะไรในประเทศนี้ไม่ได้หรอกแคท” เหมราชบีบมือเล็กๆ นั้นก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่นที่ทำให้คนฟังนิ่งงันไปทั้งกาย...

“...เว้นเสียแต่ว่า....คุณจะขึ้นเป็นราชินีแห่งคีราลัยเท่านั้น 


*crossmatch - การเข้ากันได้ของเลือด

*******************

แง จะตื่นเต้นอะไรเบอร์นี้ ยังยืนยันว่าเป็นนิยายรักโรแมนติกนะคะ ฮือ ????

เอาล่ะค่ะ หมอกับพี่เฮคไปเหยียบทางสายโหดอย่างชาลิคเข้าให้แล้ว

ในขณะเดียวกันก็ช่วยได้ไปสองชีวิต นั่นคือ วาสุ และ อารัน พวกเขาจะมีผลกับเรื่องในภายหน้าแน่นอน

การเดินทางของเฮคเตอร์และเก็ดถวายังมีเรื่องตื่นเต้นรออยู่อีกมาก ติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ นะคะ ^^

.

ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีพยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 316 ครั้ง

35 ความคิดเห็น

  1. #981 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 18:40

    ก็อย่างที่พี่เหมบอกนั่นล่ะ เราอยู่ในจุดที่ควบคุมอะไรในประเทศนี้ไม่ได้

    #981
    0
  2. #940 บราวนี่อินเลิฟ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:41

    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ มีคำผิดนิโหน่ย ... เกล็ดถวา ค่ะ

    #940
    0
  3. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 14:06
    โอ๊ยยยย ถ้าได้เล่มนี่ต้องตาเป็นหมีแพนด้าแน่ๆ
    #934
    0
  4. #933 khaning21 (@khaning21) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 01:02

    เอาใจช่วยคุณหมอ เฮคเตอร์น่ารักมากๆ
    #933
    0
  5. #932 puifaizaa (@faikra) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 08:51

    รอค่ะ ชอบๆๆๆๆ

    #932
    0
  6. #931 mooning khayan (@lastnight14) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 03:27
    โอ้ยตายๆ รอต่อเลยค่ะ writer
    #931
    0
  7. #930 NHDtrai (@NHDtrai) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:41
    คุณหมอนี่จะทำให้พี่เฮคตบะแตกขึ้นทุกวันแล้วนะ อัพทุกวันเลยนะไรท์ ชอบมากจริงๆ
    #930
    0
  8. #929 แม่ลูกสาม (@mommy3kids) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 01:12

    สนุกมากๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ writer ค่ะ จะออกเป็นเล่มเมื่อไหร่คะ

    #929
    0
  9. #928 loveryong (@ryeong11) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 22:02
    ขนลุกกับคำพูดของหมอแคทและเฮคเตอร์มากกก ไรทเตอร์สุดยอดจริงๆเลยค่ะ^^
    #928
    0
  10. #927 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 19:57
    รอค่ะรอ ตื่นเต้นมาก
    #927
    0
  11. #926 Jamilah (@jamilah) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:03
    ตื่นเต้นมากกก รอตอนต่อไปค่า
    #926
    0
  12. #925 ไอยดา (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 13:04

    รอลุ้น อารัณจะมีใครมาช่วยก่อน ตำรวจบ้าจะมาจรบตัว

    รอเล่มด้วยจ้า

    #925
    0
  13. #923 10041976 (@10041976) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 11:20

    เร็วๆน่าาาา
    #923
    0
  14. #922 aookkie14 (@aookkie14) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 11:11
    ไรท์ค่ะอยากได้ผลงานเขียนทุกเล่มที่ไรท์เขียนพร้อมลายเซ็นต์ตามมาจากcomicoพี่เฮคจะทันงานสัปดาห์หนังสือปีหน้าไหมค่ะแล้วไรท์จะไปไหมค่ะอยากได้ครบขุดพร้อมลายเซ็นต์มากๆค่ะ
    #922
    2
    • #922-1 Clair de Lune (@bulannara) (จากตอนที่ 34)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 21:29
      หวังว่าจะทันค่ะ สามารถไปพบกันที่งานหนังสือได้เลยค่า เดี๋ยวใกล้ๆ จะแจ้งคิวไปแจกลายเซ็นที่หน้าเพจอีกครั้งนะคะ ^^
      #922-1
  15. #921 jujanene (@jujanene) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 09:24
    รออ่านต่อค่าไรท์ อยากเล่มมากกกก
    #921
    0
  16. #920 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 08:56
    เอาใจช่วยทั้งคุณหมอ พี่เฮค และไรท์เตอร์นะคะ ตื่นเต้นลุ้นตลอดเลยค่ะ สนุกมากจริง ๆ ขอบคุณมากนะคะ อยากเก็บเข้าชั้นหนังสือไว ๆ แล้วค่ะ
    #920
    0
  17. #918 N' Namfon (@namfon-killua) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 08:21
    รออ่านต่อนะคะ ตื่นเต้นทุกวินาทีและทุกตัวอักษร
    #918
    0
  18. #917 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 06:40
    วาสุ คิอใครรึ ออกมาตอนไหน ลืมไปซะแล้ว
    เป็นความผิดของไรท์ที่หายไปนาน
    #917
    0
  19. #916 sss (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 02:34

    ขอปรบมือให้กับไรท์เตอร์ค่ะ..เรื่องราวนิยาย เหมือนมีตัวตนจริง..มีรายละเอียด ความรู้..อธิบายได้เห็นภาพ และให้ความรู้สึกร่วมไปด้วยจริงๆ ..และขอชมเรื่องตัวอักษรที่ไม่มีพิมพ์ผิดให้เสียความรู้สึกเวลาอ่านเลยค่ะ...


    เพิ่งได้เข้ามาอ่าน.. อ่านที่เดียวรวดเลยทั้งวัน..ชอบมาก++ .. บอกกับตัวเองว่า นี่จะเป็นอีก 1 นักเขียนที่จะติดตามนิยายของคุณในทุกๆ เรื่องย้อนหลัง และ ในเรื่องต่อๆ ไปในภายภาคหน้าค่ะ


    ขอให้กำลังใจนักเขียน .. ให้แต่งนิยายดีๆ ออกมาเรื่อยๆ .. และมีผลงานเป็นที่ยอมรับของนักอ่านทุกเรื่องเลยนะคะ.. สู้ๆ ค่ะ..


    #916
    0
  20. #915 Natsuko (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 02:16

    ยิ่งอ่านยิ่งอิน อยากให้หัวใจสักร้อยดวง

    #915
    0
  21. #914 Bambina-R (@Bambina-R) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:47
    โอ่ยมาอ่าน4บทรวดคือตอนนี้ขนลุก เขียนดีม๊ากกกก เป็นเรื่องเมืองสมมุติที่โคตรดูจริงเลยอะค้า คือดูเหมือนมีจริง ชอบพระนางของคุณแคลทุกเรื่องจริงๆๆๆๆ ศีลเสมอกันที่แท้ทรู😭👍🏻👍🏻
    #914
    0
  22. #913 mydaisy23 (@mydaisy23) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:28
    ชอบมากค่ะไรท์
    #913
    0
  23. #912 pkitiwan (@pkitiwan) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:12
    ฮืออออ แทบรอหนังสือไม่ไหวแล้ววว
    #912
    0
  24. #911 Mayzia (@mixmay) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 00:59
    โอย..รอหนังสือแทบไม่ไหว น้ำตาซึมตามหมอแคท
    #911
    0
  25. #910 HoneyBomb (@HoneyBomb) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 00:35

    ดีทุกตอนเลยค่ะ^^
    #910
    0
  26. #904 pharaohcantabile (@pharaohcantabile) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 23:37
    สังสัยหมอที่ทำการรักษาที่ต่างประเทศค่ะ ไม่ทราบต้องมีใบอนุญาตของประเทศนั้นๆไหมคะ เหมือนใบขับขี่หรือใบขับขี่สากล เหมือนคุ้นๆตอนเหตุการณน้องๆหมูป่า ต้องมีหมอไทยเซ็นอนุญาตให้หมอริชาร์ดให้ยาน้องๆก่อนค่ะ
    #904
    4
    • #904-1 Clair de Lune (@bulannara) (จากตอนที่ 34)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 00:05
      โอ๊ะ เป็นประเด็นที่น่าสนใจค่า ขอบพระคุณมากเลย หลังจากสอบถามคุณหมอ(ไทย)บางท่าน ท่านว่ากรณีแล้วแต่ข้อกำหนดของแพทยสภาของแต่ละประเทศ อย่างของไทยต้องให้เซ็นก่อนทำการรักษาถูกต้องแล้วค่ะ แต่ส่วนตัวคิดว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบที่หมอแคทกำลังเจอน่าจะมีการอนุโลมกันได้ เพราะคนไข้วิกฤตอยู่ตรงหน้าแล้ว น่าจะเซ็นอะไรกันไม่ทันแน่ค่ะ :)
      #904-1
    • #904-3 tika006 (@tika006) (จากตอนที่ 34)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 06:59
      ถ้า ผอ. อนุญาต น่าจะได้อยู่นะคะ เพราะใน รพ. ผอ. น่าจะใหญ่สุด
      #904-3