สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 145,458 Views

  • 1,217 Comments

  • 1,391 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,171

    Overall
    145,458

ตอนที่ 30 : Chapter 15 (1) : ยามเกล็ดหิมะต้องแสง | Snowflake in the light [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 250 ครั้ง
    17 ต.ค. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 15

ยามเกล็ดหิมะต้องแสง | Snowflake in the light


แพทย์หญิงเก็ดถวาและเหมราช แฮมิลตันมองตามเตียงเข็นที่กำลังถูกบุรุษพยาบาลเลื่อนเข้าสู่ห้องเจาะเลือดก่อนประตูจะปิดลง หลานชายวัยห้าขวบของคาริมผู้นำชนเผ่าตันเวียร์ที่ทราบชื่อเมื่อสักครู่ว่า ‘วาสุ’ ถูกนำตัวลงจากภูเขาชานติพร้อมผู้เป็นตามุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลกลางแห่งอันชุลด้วยรถยนต์ของทีมสำรวจแฮมิลตันกรุ๊ป 

แน่นอนว่าการนำส่งถูกจัดการโดยภวันติ พลเทวา บุตรชายและเลขาธิการประจำตัวท่านประธานาธิบดี ซึ่งตำแหน่งใหญ่โตของเขาย่อมทำให้เคสนี้ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ทั้งที่เก็ดถวามองไปรอบตัวก็พบว่าสภาพโรงพยาบาลรัฐที่ใหญ่ที่สุดแห่งคีราลัยแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับโรงพยาบาลรัฐระดับจังหวัดของเมืองไทยเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ตัวอาคารใหญ่ของโรงพยาบาลสร้างเป็นตึกฝรั่งตามชนชาติของมิชชันนารีผู้ก่อตั้ง แต่ก็ทรุดโทรมไปตามกาล โถงใหญ่ด้านหน้ายังคราคร่ำไปผู้ป่วยและญาติที่ยังรอเข้าตรวจแม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงตอนเย็นแล้ว คนไข้ที่ยังตกค้างอยู่อีกมากสะท้อนถึงจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่มีเพียงพอ เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ทันสมัยยิ่งทำให้การให้บริการประชาชนช้าลงไปอีก

“ถ้าเราไม่ได้มาด้วย เด็กคงไม่ได้รับการดูแลที่รวดเร็วขนาดนี้นะคะ” เก็ดถวาเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นบรรยากาศโดยรอบ โรงพยาบาลน้ำรินที่ว่าวุ่นวายตลอดเวลาแทบจะกลายเป็นสวรรค์น้อยๆ เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลแห่งนี้ซึ่งนอกจากจะเป็นโรงพยาบาลศูนย์กลางแล้วยังเป็นโรงเรียนแพทย์แห่งเดียวในคีราลัย 

“ผมก็ไม่รู้ว่าพวกคีราลัยคิดอย่างไรแน่ ปกติพวกเขาดูไม่ได้ให้ความสำคัญกับชนเผ่าเท่าไหร่ แต่ลองคุณเป็นเดือดเป็นร้อนกับคนป่วยขนาดนี้ ภวันติต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หน้าและเพื่อให้คุณประทับใจแน่” 

ออกจะเป็นความเห็นที่มองโลกในแง่ร้าย แต่ก็เถียงไม่ได้เลยเมื่อภวันติและผู้ติดตามของเขากำลังพาใครคนหนึ่งเดินตรงมาหา

“ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลางครับ นายแพทย์มรุต” ชายหนุ่มแนะนำคุณหมอใหญ่วัยใกล้เกษียณให้ ‘แขกวีไอพี’ ได้รู้จัก

“คุณหมอมรุต นี่คุณแฮมิลตันและคุณหมอเก็ดถวา ที่ตัดสินใจพาเด็กมาครับ”

นายแพทย์ใหญ่มองชาวต่างชาติตรงหน้าเต็มตาแล้วเขาก็ชะงักงัน เก็ดถวาเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กันเมื่อความทรงจำเริ่มทำงานอีกครั้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลางคนปัจจุบันผู้นี้คืออดีตนายแพทย์ประจำพระองค์กษัตริย์ศิขเรนทร แพทย์ผู้เป็นหนึ่งในคณะแพทย์ที่ทำคลอดเธอและเพียงดิน และยังเป็นแพทย์ผู้ลงนามยืนยันถึงการสิ้นพระชนม์ของพระราชวงศ์ทุกพระองค์...รวมทั้งตัวเธอด้วย !

ศพที่ถูกระบุว่าเป็นศพของเจ้าฟ้าหญิงรังสิอรุณกาลในกองเพลิงนั่น หากพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้วย่อมรู้แน่ว่านั่นไม่ใช่เธอ... และถ้าจะมีใครอีกสักคนในโลกที่รู้ว่าเจ้าฟ้าฝาแฝดไม่ได้สิ้นพระชนม์อย่างที่ทุกคนเข้าใจ...นายแพทย์มรุตคือหนึ่งในนั้น...

เก็ดถวาหายใจสะท้าน เหมราชจับสังเกตได้ในทันทีในขณะที่หญิงสาวข้างกายพยายามกลับมาโฟกัสที่อาการของเด็กป่วยมากกว่าอย่างอื่น

“ยินดีที่ได้พบค่ะคุณหมอ ฉันเห็นเด็กมีเลือดออกตามไรฟัน แขนเป็นจ้ำเลือด แต่ไม่รู้ระบาดวิทยาของโรคที่นี่ ถ้าเป็นเมืองไทยเราคงนึกถึงไข้เลือดออกค่ะ แต่คีราลัยเป็นภูเขาสูงหนาวเย็น ยุงซึ่งเป็นพาหะนำโรคไม่น่าจะเยอะมากขนาดนั้น ที่แน่ๆ คือเด็กเกล็ดเลือดต่ำมาก น่าจะลดลงต่ำกว่า 20,000 ด้วยซ้ำเพราะเลือดออกเองโดยไม่มีบาดแผล ปล่อยไว้ยังไงก็เสี่ยงถึงชีวิตแน่”

“หมอตัดสินใจถูกแล้วครับ ที่คีราลัยเราไม่พบการระบาดของไข้เลือดออก คงต้องรอผลจากแล็ปแล้วเอาสไลด์เลือดไปส่องกล้องดูอีกที” 

“มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นลูคิเมียไหมครับ” เหมราชถามอย่างเป็นห่วงไม่แพ้กัน ถ้าเด็กเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวจริงก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว คุณหมอมรุตหน้าเครียด

“ยังวินิจฉัยไม่ได้จนกว่าจะเจาะไขกระดูกของคนไข้ไปตรวจเพิ่มเติม” 

“ถ้าอย่างนั้น ช่วงนี้เด็กก็ต้องนอนโรงพยาบาลไปก่อนใช่ไหมครับ”

“ครับ เราต้องทำเจาะไขกระดูกแล้วเอาเซลล์เม็ดเลือดไปย้อมสีพิเศษต่างๆ โดยพยาธิแพทย์ กว่าจะพร้อมให้วินิจฉัยก็คงประมาณสองสัปดาห์ ช่วงนี้ก็ต้องรักษาตามอาการกันไปก่อน”

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา ภวันติขออนุญาตกดรับแล้วกรอกเสียงลงไปเบาๆ อย่างผู้ที่ได้รับการอบรมมาดี แม้ตอนนี้สีหน้าของเขาเครียดขึ้นเล็กน้อยตอนที่กดวางลงไปหลังจากรับข้อมูลเสร็จ

“พอดีผมมีงานด่วนที่ออฟฟิศนิดหน่อยครับ คุณสองคนอยากกลับที่พักเลยไหม หรือว่า...”

“หมอเก็ดถวาอยากปรึกษาเรื่องอาการของเด็กกับแนวทางการรักษากับคุณหมอมรุตอีกสักครู่ครับ คุณไม่ต้องห่วง เรากลับกันได้ รถมี กรณ์ก็ยังรออยู่” เหมราชทำตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณหมอได้อย่างไม่ขัดเขินสักนิด ในขณะที่ภวันติดูไม่สบายใจที่จะปล่อยให้แขกวีไอพีต้องอยู่กันลำพัง แต่เขาก็ตัดสินใจขอตัวไปจัดการงานด่วนในที่สุด ทันทีที่บุตรชายของปารัชกับคนของเขาหายลับสายตาไป นายแพทย์มรุตก็มองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง รีบเอ่ยถามเสียงสั่นนิดๆ ราวกับกำลังรอจังหวะนี้

“เคยมีคนบอกหมอไหม ว่าหมอ...หน้าเหมือนกษัตริย์ผู้ล่วงลับของเรามาก” 

ทั้งเก็ดถวาและเหมราชสะอึกอึ้ง ไม่คาดว่าอดีตแพทย์ประจำพระองค์จะถามออกมาได้ตรงนัก เหมราชมองทั้งสองคนแล้วพยายามเชื่อมโยงแต่ยังคงนึกสิ่งใดไม่ออกนอกจากหนังสือประวัติคีราลัยเล่มใหญ่ยักษ์นั่นที่กลับไปถึงที่พักคงต้องหยิบมาอ่านซ้ำอย่างเร่งด่วน แพทย์หญิงต่างชาติผู้ถูกทักว่าหน้าละม้ายคล้ายกษัตริย์องค์สุดท้ายแย้มยิ้มให้นิ่งเย็น พยายามไม่แสดงอาการใดไม่ว่าจะทางสายตา กิริยา หรือคำพูด

“จริงหรือคะ ไม่เคยเลยค่ะ” เธอปฏิเสธฉะฉานนัก “ฉันเป็นคนไทย พ่อแม่ก็เป็นคนไทย เพิ่งเคยได้มาคีราลัยก็ตอนนี้ แต่ก็มีหลายคนที่นี่ที่เห็นหน้าฉันแล้วชะงักไปเหมือนคุณหมอนี่แหละค่ะ สงสัยคงเพราะเหตุนี้” 

เก็ดถวามองเห็นนายแพทย์ใหญ่แห่งโรงพยาบาลกลางมีน้ำตารื้นขึ้นที่หัวตา เสียงแผ่วเบาแทบกระซิบ

“หมอทำให้เรา...คิดถึงท่านมากเลย” 

หญิงสาวเองก็กำลังกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดพลัง เก็ดถวายังประเมินอะไรไม่ได้เกี่ยวกับนายแพทย์คนนี้ ไม่รู้ว่าเขาถือข้างไหน เป็นคนของใคร หรือคิดอะไรถึงได้พูดถึงทูลกระหม่อมพ่อขึ้นมาต่อหน้าเธอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เธอแทบจะคุมอาการไม่อยู่ แพทย์หญิงกลืนก้อนสะอื้นให้หายลงคอ ปรับสีหน้าท่าทางให้ราบเรียบปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะดึงสติกลับมาซักไซ้เรื่องข้อมูลของโรค เรื่องการแพทย์ เรื่องระบบโรงพยาบาลกับคุณหมอใหญ่ด้วยภาษาหมอๆ ที่เหมราชพยายามตามให้ทัน จนได้เวลาสมควรนายแพทย์มรุตถึงได้ขอตัวลาไปปฏิบัติภารกิจต่อ

“คุณซักอาจารย์หมอราวกับเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขมาตรวจงานทีเดียว รู้ตัวไหม” เหมราชแซวยิ้มๆ สองหนุ่มสาวเดินเคียงกันมาตามระเบียงทางเดินของโรงพยาบาลอันชุลที่มองออกไปเห็นภูเขาชานติเป็นฉากหลัง พระอาทิตย์ดวงกลมเริ่มคล้อยหย่อนลง บรรยากาศภายนอกสงบสุขผิดกับเสียงร้อยโอดโอยของผู้เจ็บไข้ที่ดังขึ้นเป็นระยะในสถานที่ที่เต็มไปด้วยทุกขเวทนาแห่งนี้

“ตายจริง” เก็ดถวาเพิ่งรู้ตัว “ฉันเสียมารยาทไปรึเปล่าคะ”

“ไม่หรอก หมอใหญ่เองก็ดูจะมีเรื่องอัดอั้นเกี่ยวกับระบบการสาธารณสุขของประเทศนี้อยู่มาก โชคดีที่ภวันติไม่อยู่ฟังด้วย ไม่งั้นหมอมรุตคนนี้มีปัญหาแน่” เหมราชฟังอย่างทึ่งๆ เมื่อหลายประโยคของผู้อำนวยการโรงพยาบาลนั้นเป็นการวิจารณ์รัฐบาลไปเสียเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณทางด้านสาธารณสุขที่ไม่เพียงพอ แพทย์ฝีมือดีๆ ที่จบจากต่างประเทศก็ทนสภาพและสวัสดิการของโรงพยาบาลรัฐไม่ไหว ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนหรูที่มีไว้รักษาพวกเศรษฐีกันก็มาก รวมทั้งปัญหาการคอร์รัปชั่น กระบวนการรับสินบนของแพทย์ในการส่งต่อคนไข้ ระบบคัดกรอง จนถึงการผ่าตัด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน

“เห็นคนป่วยของประเทศนี้แล้ว บอกได้เลยว่าคนไทยโชคดีกว่ามาก” เก็ดถวาถอนใจเบาๆ แล้วนึกขึ้นได้ “คุณเหมราชคะ เห็นว่าวาสุยังอยู่ในห้องเจาะเลือด ต้องรอเตียงในวอร์ด งั้นก่อนกลับฉันขอไปเยี่ยมแกหน่อยนะคะ”

แสงแดดบ่ายฉายผ่านกระจกบานสูงเข้ามาภายในห้องใหญ่ฝั่งซ้ายของตึกหน้าที่ถูกกั้นให้เป็นส่วนบริการเจาะเลือด ผู้นำชนเผ่าตันเวียร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยอาการอึ้งๆ อีกครั้งเมื่อเห็นว่าคุณพยาบาลกำลังรูดม่านพาคนสองคนเข้ามาถึงเตียงเข็นของหลานชาย สองคนที่ตัดสินใจพาหลานชายสุดรักของเขามารักษาตัวที่อันชุล คนหนึ่งเป็นหนุ่มร่างกายสูงใหญ่แข็งแรงหน้าตาค่อนข้างไปทางฝรั่งแต่ก็มีความคมเข้มแบบคนเอเชีย ส่วนอีกคน...หญิงสาวผิวขาวละเอียดราวหิมะที่มีดวงตากลมโตมีแสงประกายเหมือนดวงตะวัน มีดวงหน้าที่คนรุ่นเก่าเห็นคงสะดุดตาเพราะมีเค้าโครงเดียวกับกษัตริย์อันเป็นที่รักผู้วายชนม์ แพทย์หญิงเก็ดถวามองพิจารณาเด็กป่วยที่นอนสงบอยู่บนเตียงแคบๆ ที่แขนยังมีสายโยงไปยังถุงเกล็ดเลือดสีเหลืองคล้ายเบียร์ที่แขวนอยู่กับเสาหัวเตียง ทุกอิริยาบถของเธออยู่ในสายตาของคาริมที่มองตามอย่างสังเกตสังกา

“เป็นไงบ้าง วาสุ” เสียงนุ่มละมุนถูกส่งมาก่อนจะถูกแปลเป็นภาษาคีราลัยโดยพยาบาลสาวใหญ่ เก็ดถวารู้ภาษาคีราลัยดีอยู่แล้วแต่ก็ต้องทำไม่เข้าใจเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตเกินไป เด็กน้อยสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนในน้ำเสียงอย่างเต็มความรู้สึกทำให้เขากล้าที่จะสบตาคนถามก่อนตอบแบบไม่ตรงคำถามนัก

“เข็มแหลมๆ จิ้มเนื้อ เจ็บ”

ความไร้เดียงสาของคำตอบที่เหมือนคำฟ้องมากกว่าทำให้เก็ดถวากับเหมราชขำออกมาพร้อมกัน วาสุเป็นเด็กชายวัยห้าขวบที่มีดวงตาฉลาดเฉลียวสมกับเป็นหลานชายผู้นำหมู่บ้าน จากนาทีแรกที่เก็ดถวาไปพบเขาในบ้านดิน ถึงตอนนี้วาสุไม่มีวี่แววว่าจะโยเยอีกเลย ดูว่าเขาจะรับมือและปรับตัวกับสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ดีมากกว่าคนเป็นตาที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่ข้างเตียง

“เข็มแหลมจิ้มเจ็บนิดเดียว แต่หลังจากนี้วาสุจะสบายขึ้นนะ ห้ามดึงสายที่มือนี่ออกรู้ไหม เดี๋ยวไม่หาย ไม่ได้กลับบ้านนะ” 

“ตาบอกว่าต้องนอนที่นี่ก่อน เพราะต้องให้เลือด” เขาถามอย่างใคร่รู้ตอนที่มองไปที่ถุงใสที่ภายในบรรจุเกล็ดเลือดในน้ำเหลืองเหนือหัวตัวเอง “ทำไมเลือดไม่เป็นสีแดง”

เก็ดถวากับเหมราชมองหน้ากันอีกครั้งอย่างทึ่งๆ ตอนพยาบาลแปลให้ฟัง วาสุฉลาดจริงๆ เสียด้วย เก็ดถวามองอย่างเอ็นดู“เพราะถุงนี้ไม่ใช่เลือด แต่เป็นเกล็ดเลือด ทำหน้าที่ต่างกัน ไว้พรุ่งนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังนะว่าต่างยังไง ตอนนี้วาสุพักผ่อนก่อนเถอะ อีกประเดี๋ยวคงได้เตียงในห้องรวมแล้ว จะนอนสบายขึ้น” 

พอได้ยินคำแปลว่าพรุ่งนี้ ผู้เป็นตาของวาสุก็ถามขึ้นด้วยสีหน้าแววตาเป็นกังวลยิ่ง

“ต้องอยู่ที่นี่นานไหม...คุณ” 

“อย่างน้อยก็สองสัปดาห์นะคะคาริม วาสุต้องได้รับการตรวจอะไรอีกหลายอย่างเลย” คาริมหน้าซีดเผือด เก็ดถวานึกขึ้นได้ว่าพวกเขาขึ้นรถมาอันชุลกันแบบฉุกละหุกมาก ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย “คุณอยากติดต่อกับใครที่หมู่บ้านไหมคะ อยากได้ข้าวของเครื่องใช้อะไรไหม ฉันพอช่วยอะไรได้บ้าง บอกได้เลยค่ะ”

“เราต้องกลับ” เขาดูวิตกหนักขึ้น

“กลับไม่ได้ค่ะคาริม วาสุภูมิต่ำมาก เกล็ดเลือดก็ต่ำ หมายถึงว่าถ้ามีเหตุที่ทำให้เขาเลือดไหล เลือดจะหยุดยาก คุณเข้าใจใช่ไหม ว่ามันอันตรายแค่ไหน” พยาบาลสาวแปลตามที่คุณหมอต่างถิ่นพูดเร็วรี่ คาริมนิ่งอึ้ง ทั้งห้องเงียบลง ก่อนเสียงสั่งเครือของชายชราจะเอื้อนเอ่ยออกมา

“อยู่ไม่ได้หรอก ไม่มีเงินรักษา” 

คาริมรับรู้ได้ หลานชายตนเองน่าจะเป็นโรคอะไรสักอย่างที่รุนแรงที่ต้องรักษากันยาวนานเป็นภาระผูกพัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาเพื่อการนี้ แม้แต่พยาบาลอาสาชาวอินเดียรุ่นซีเนียร์ที่มาช่วยแปลภาษาคีราลัยเป็นอังกฤษก็ยังแปลเสียงสั่นอย่างสะท้อนใจ

“โธ่…” เก็ดถวาคราง “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ฉันจะดูแลวาสุให้เอง จนกว่าจะหายดีกลับไปใช้ชีวิตปกติได้” 

ราวกับมีหยดน้ำที่หล่นลงบนทะลทรายแห้งผาก หญิงสาวเห็นแววตาโรยๆ ของชายวัยกลางคนตอนปลายที่ช้อนมองเธออย่างประหลาดใจระคนตื้นตัน

“คุณพยาบาลครับ ผมขอปรึกษาอะไรสักครู่ ขอเชิญด้านนอกหน่อย” เหมราชที่ฟังการสนทนามาโดยตลอดนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันมาพูดกับคุณหมอสาวข้างกาย “แฮมิลตันมีมูลนิธิที่ดูแลเด็กด้อยโอกาสทั่วโลกอยู่แล้ว เรามีหมอมีพยาบาลอาสาในโครงการ มีงบประมาณ ผมจะออกไปคุยกับคุณพยาบาลถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งต่อคนไข้ให้อยู่ในการดูแลของมูลนิธิแฮมิลตัน ถ้าคุณเสร็จธุระแล้วตามออกมานะ ผมจะรออยู่ข้างนอก”

คราวนี้เป็นเก็ดถวาที่ฟังอย่างเต็มตื้น เธอสบตาพ่อหนุ่มสายเปย์ของเธอที่ตอนนี้พวงตำแหน่งสายบุญด้วยรอยยิ้มปริ่ม “ขอบคุณมากนะคะคุณเหมราช”

คุณชายใหญ่แห่งแฮมิลตันก้มลงกระซิบที่ข้างหู “ไม่ต้องปลื้มมากหรอก ผมทำดีหวังรางวัลอยู่แล้ว เตรียมไว้ให้ด้วยล่ะ คุณรู้ดีว่าผมอยากได้อะไร” เขาพูดทีเล่นทีจริงแต่ดูจะจริงจนคนฟังเริ่มร้อนๆ หนาวๆ  

ทันทีที่คุณพยาบาลพาทริปเปิลเอชออกไป เก็ดถวาก็หันมาพูดกับผู้นำชนเผ่าด้วยภาษาคีราลัยเบาๆ แต่เร็วจี๋อย่างกลัวว่าใครจะมาได้ยิน

“หมอกำลังตรวจหาสาเหตุของโรคที่ถูกต้องอยู่จะได้รักษาได้ถูก วาสุเป็นเด็ก ก็ต้องได้รับการรักษาและดูแลให้เหมาะกับวัยและสภาพของร่างกายนะคะ ฉันรู้ว่าคุณมีกังวลเรื่องค่ารักษา แล้วก็...อาจจะไม่ได้เชื่อเรื่องการแพทย์สมัยใหม่นัก แต่ขอให้เชื่อฉัน วาสุจะปลอดภัยถ้าอยู่ที่นี่ อย่างน้อยก็ตอนนี้นะคะ วาสุ...” หญิงสาวหันไปสบตาเด็กน้อยที่นอนมองคนนู้นทีคนนี้ทีตาปริบๆ “หมอรู้ว่าหนูเป็นคนเก่งและฉลาด แต่ตอนนี้หนูต้องเชื่อฟังคุณหมอที่มาจะรักษาหนู อาจมีบางขั้นตอนที่จะเจ็บตัวบ้างนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็อาจต้องอยู่บนเตียงทั้งวัน วิ่งเล่นตามใจไม่ได้ ขอให้หนูอดทน เข้มแข็ง จะได้หายเร็วๆ ทำได้ไหม”

หนุ่มน้อยวาสุพยักหน้าตามหงึกหงัก เก็ดถวายิ้มอย่างพอใจ

“เรื่องที่ฉันพูดภาษาคีราลัยได้ อย่าบอกใครนะคะคาริม วาสุด้วย” เธอไม่ลืมกำชับเรื่องสำคัญ “ฉันไปก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะแวะมาเยี่ยมใหม่” 

รอยยิ้มจากพิมพ์เดียวกับองค์กษัตริย์ศิขเรนทรที่ฉายขึ้นบนใบหน้าสะสวยแสนคุ้นเคยทำให้คาริมยิ่งนิ่งอึ้งตะลึงงัน แสงสุดท้ายสีส้มทองที่กำลังจะลาลับเหลี่ยมหิมาลัยสาดผ่านช่องกระจกเข้ามากระทบกับเครื่องประดับชิ้นน้อยที่ปรากฏพ้นออกมาจากคอเสื้อสเว็ตเตอร์ แม้จะโผล่เพียงบางส่วนแต่ยามที่เกล็ดหิมะได้ต้องแสงตะวันก็พลันทำให้เกิดประกายวาบ เป็นความบังเอิญที่น่าอัศจรรย์ เป็นประกายแห่งความหวัง ความเมตตา และกำลังใจที่ทำให้คาริมต้องมองตาค้างหากเก็ดถวาไม่ทันสังเกต เธอหมุนตัวกลับ

“คุณ...” เสียงคาริมรั้งเธอไว้อีกครั้งตอนกำลังจะเปิดผ้าม่าน ผู้นำชนเผ่าผู้สันโดษทำสิ่งที่เก็ดถวาคาดไม่ถึง เมื่อเขาทรุดคุกเข่าลงแล้วค้อมตัวลงจนศีรษะของเขาจรดพื้น 

“ขอบคุณที่ช่วย ขอบคุณ ขอบคุณ...” เขาพร่ำขอบคุณไม่ขาดปาก เก็ดถวามองอย่างตกตะลึง การขอบคุณของชาวคีราลัยโดยทั่วไปทำเพียงเอามือทาบอกซ้ายแล้วค้อมตัวให้อย่างสุภาพ การขอบคุณหรือการทำเคารพแบบที่คาริมกำลังทำนั้นถือเป็นการยกย่องนับถืออย่างสูงสุด...มีเพียงกรณีเดียวที่จะทำกันคือ...สามัญชนปฏิบัติต่อเจ้านายชั้นกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์...เพียงเท่านั้น

รอยแยกของผ้าม่านทำให้เหมราชมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้เต็มตา ในขณะที่เก็ดถวาตัวชาวาบ รีบฉุดแขนของคาริมให้ลุกขึ้น “อย่าค่ะ อย่าทำแบบนี้ ฉัน...ฉันเต็มใจช่วย ไม่ได้ลำบากอะไร ไม่ต้องขอบคุณ...ขนาดนี้ อย่าทำอีกนะคะ”

คาริมยอมลุกขึ้นในขณะที่น้ำตายังมีคลอหน่วย เก็ดถวารีบผลุบออกจากม่านด้วยใจเต้นระทึก...คนคีราลัยจะทำแบบนั้นกับพระรางวงศ์เท่านั้น...ทำไมคาริมถึง...

“เสร็จแล้วหรือ” เขาถาม หญิงสาวหายใจแรงอย่างผิดสังเกต เธอตอบรับเบาๆ พยายามปรับสภาพตัวเองให้เป็นปกติ เหมราชมองดูทุกอิริยาบถแต่ก็ตัดสินใจยังไม่ซักถาม “งั้นเรากลับกันเถอะ” 

สองหนุ่มสาวก้าวขาเตรียมลงบันไดตึกใหญ่ไปยังรถโฟร์วีลที่กรณ์กำลังรออยู่ แต่ใครคนหนึ่งกลับมาดักหน้าไว้

“คุณภาริตา” บุตรสาวบุญธรรมของปารัชกับคนขับรถของเธอหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า หญิงชาวคีราลัยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้เก็ดถวาจะสังเกตเห็นว่าภาริตาแอบวางสายตามาทางเหมราชอยู่ตลอด

“ภวันมีงานด่วนที่สำนักงานค่ะ คุณพ่อเลยให้ฉันมาพาพวกคุณไปรับประทานอาหารเย็น”

“ความจริงไม่เป็นไรเลยนะคะ เราสองคนดูแลตัวเองได้สบายมาก คุณภาริตากลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ รบกวนคุณเปล่าๆ” ผู้หญิงกันเองก็ไวเป็นพิเศษกับเรื่องแบบนี้ หากปารัชพยายามส่งลูกสาวมาสานสัมพันธ์กับเหมราช เก็ดถวาที่อยู่ในสถานะ ‘แฟนสาว’ ของเขาก็มีหน้าที่ที่ต้องตัดสัมพันธ์ก็ถูกแล้ว เหมราชหันมองสาวเสียงแข็งข้างกายแล้วกลั้นยิ้ม ยิ่งตอนนี้ที่เธอจงใจคล้องแขนเขาแล้วแนบกายเข้ามาโดยอัตโนมัติอย่างถือสิทธิก็ยิ่งทำให้ทริปเปิลเอชอยากหัวเราะดังๆ แต่ก็ต้องระงับไว้ ในขณะที่ภาริตามีสีหน้าลำบากใจ

“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณพ่อท่านสั่งมา ถ้าฉันทำหน้าที่บกพร่อง ฉันจะโดนตำหนิได้ค่ะ” 

ใบหน้าเจี๋ยมเจี้ยมไร้พิษสงของลูกสาวปารัชที่ดูออกว่ากลัวพ่อแค่ไหนทำให้เหมราชและเก็ดถวานิ่งไป นี่ปารัชจะไม่ยอมให้พวกเธอคลาดสายตาเลยจริงๆ สินะ น่าโมโหและน่ารำคาญ แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นคุณหมอเองที่ใจอ่อนเมื่อเห็นภาริตายังยืนก้มหน้างุด เธอคงเสียหน้าที่เหมือนจะโดนไล่กลายๆ แต่จะให้จากไปก็ทำไม่ได้ เก็ดถวาถอนหายใจ 

“โอเคค่ะ งั้นกินที่ไหนให้คุณภาริตาขับรถนำไปเลยนะคะ เดี๋ยวเราให้คุณกรณ์ขับตามค่ะ” 

ภาริตายิ้มออกมาได้ เธอหันตัวกลับ ขณะที่เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหมอเก็ดถวาก็ดังแทรกขึ้นมา หญิงสาวมองดูหมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน หมายเลขไม่ได้บันทึกไว้และดูแปลกๆ เก็ดถวากดรับในขณะที่ภาริตาหันขวับกลับมา

“สวัสดีค่ะ...”

เงียบ...ไม่มีเสียงตอบกลับ มีแต่เสียงบรรยากาศแปลกๆ คล้ายเสียงลมหวีดที่ดังลอยเข้ามา

“สวัสดีค่ะ หมอเก็ดถวาค่ะ นั่นใครคะ...”

ความเงียบยังถูกส่งมาเป็นคำตอบ แต่คราวนี้ตามมาด้วยเสียงค่อกแค่กเหมือนผู้โทรกำลังหาสัญญาณที่มาๆ หายๆ เก็ดถวาเริ่มใจเต้นรัว สัญชาตญาณเริ่มทำงาน หรือว่าจะเป็น...

ดิน ? หญิงสาวหันสบตาเหมราช ในขณะที่ภาริตายังจ้องอยู่อย่างใคร่รู้ ในที่สุดเสียงที่ปลายสายก็ถูกกรอกลงมา

“พี่แคท ได้ยินไหมคะ เอยเองค่ะ...”


*********************

หลายคนเริ่มไปงานหนังสือกันแล้ว นักเขียนคนนี้ยังนั่งปั่นนิยายแบบเต่าคลาน ????????????555 

น้องเอยยย อยู่ไหนกันนน เอาล่ะค่ะ เริ่มมีสัญญาณจากฝั่งเพียงดิน

ในขณะที่ฝั่งพี่เฮคกับหมอก็ยังถูกจับตามอง คนเก่าๆแก่ๆก็เริ่มจำได้ระแคะระคาย

เป็นอีกเรื่องที่ซ่อนของไว้รายทางอย่างเยอะ 

เดี๋ยวต้องมาเช็กจริงจังว่าเปิดปมแล้วต้องตามปิดให้หมด 555 ????

ขอบพระคุณทุกท่านที่ถามไถ่และยังรอกันเสมอนะคะ

งานหนังสือปีนี้ไม่มีพี่เฮค แต่ออนไลน์ยังลงให้อ่านกันเรื่อยๆ จนถึงตอนที่ 20 เลยนะคะ 

(กำหนดไว้ว่าอาจจะมีราวๆ 27-28 หรือมากที่สุด 30 ตอนค่ะ)

ส่วนชื่อตอนนี้ Snowflake in the light เคยใช้มาแล้วใน “สุดเส้นแสงเงา”

ขออนุญาตนำมาใช้อีกครั้งแบบบริบทต่างกันใน สุดฟ้า...คีราลัย นะคะ :)

.

ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีพยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 250 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #977 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 18:38

    เจ้าหญิงของคนในประเทศจริงๆเลยคุณหมอ น้องเอยโทรมาแล้ว

    #977
    0
  2. #875 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 09:25
    รอเสมอ ไม่ต้องรีบนะคะ ทำให้ผลงานดีที่สุดเลยค่ะ รักไรท์นะคะ

    -

    ตื่นเต้นเลยค่ะ น้องเอยติดต่อมาแล้ว
    พี่เฮคนี่ สมกับที่คุณหมอแซวในใจจริงๆ ทั้งสายเปย์ทั้งสายบุญ ตอนนี้สายโหดยังไม่ได้ใช้ อิๆ
    #875
    0
  3. #822 NooYin (@nooyin-15) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 19:53
    รออ่านเสมอค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #822
    0
  4. #821 ปนัดดา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 11:53

    รออออออจ้าสนุกๆทุกตอน

    #821
    0
  5. #820 puifaizaa (@faikra) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:27

    นิยายสนุกกก

    #820
    0
  6. #819 Kookkai (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 11:09

    ค้างเติ่งเลยยยยยรอๆๆๆๆๆค่าาา

    #819
    0
  7. #818 ไอยดา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 10:29

    มาแล้วๆๆๆๆ ยังไงก็รอ ขอตอนพิเศษด้วยน้า

    #818
    0
  8. #817 aiw (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 09:38

    ค้างอยู่บนฟ้าาาาเลยรอตอนต่อไป

    #817
    0
  9. #816 10041976 (@10041976) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 09:35
    รอทุกวันเลย
    #816
    0
  10. #815 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 08:20
    ลุงหรั่งมาสายเปย์ ขยับมาสายบุญ สักพักจะสายกอด สายอุ้มสายปล้ำแน่ๆเลย หุหุ
    #815
    0
  11. #814 jujanene (@jujanene) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 07:28
    เป็นกำลังใจให้เสมอค่า มากกว่า 30 ตอนก็ได้นะคะ อยากกอ่านเยอะๆ ๆ 😁
    #814
    0
  12. #813 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 06:26
    รอเสมอ ดีใจสุดๆ ตอนเห็นเรื่องนี้แจ้งเตือน หวังว่า งานหนังสือ เม.ย ปีหน้าจะทันน๊าาา
    #813
    0
  13. #812 Pachara Prasongdee (@ptumka) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 05:57
    ดีใจมาก

    รอค่ะ สู้ๆนะคะ รอเล่มค่ะ
    #812
    0
  14. #811 renzy (@renzy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 03:53
    รอร้อรอ.....
    #811
    0
  15. #810 NHDtrai (@NHDtrai) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 02:38
    ่รอเสมอนะไรท์ รีบๆอัพนะค๊าาาา ดีใจทุกครั้งที่อัพค่ะ
    #810
    0
  16. #809 mugglemousee (@mousezaap18) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 00:31
    ดีใจทุกครั้งที่เจอแจ้งเตือนนิยายเรื่องนี้ค่ะะ รอไม่ไหวแล้ววว
    #809
    0
  17. #808 mydaisy23 (@mydaisy23) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 00:29
    รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้นักเขียนค่ะ
    #808
    0
  18. #807 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 23:25
    ชอบมากเลยต่ะ
    #807
    0
  19. #806 loveryong (@ryeong11) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:36
    เห็นปุ๊ป รีบเข้ามาอ่านเลยค่ะ\\\ ตืนเต้นไปอีกกกกกกก \\เป็นกำลังใจให้คุณนักเขียนค่าา
    #806
    0
  20. #805 Vergo222 (@Vergo222) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:15
    ตอนต่อไปต้องรออีกนานไหมคะ มาเร็วนะคะ
    #805
    0
  21. #804 mooning khayan (@lastnight14) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:13
    ค้างเติ่ง ไรเตอร์ช่างใจร้าย
    #804
    0
  22. #803 tuktaija (@tuktaija) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:13

    อ่านแล้วคิดถึงเนปาลวันที่ราชวงศ์โดน....

    #803
    0
  23. #802 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:06
    เพียงดิน เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว....
    #802
    0
  24. #801 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:04
    น้องเอยมาแล้วๆๆ
    นึกภาพ ภาริตา หูผึ่งแอบฟัง ฮ่าๆๆๆ
    #801
    0