สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light [ตีพิมพ์ สนพ. ทัช]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 144,954 Views

  • 1,209 Comments

  • 1,389 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,667

    Overall
    144,954

ตอนที่ 31 : Chapter 15 (2) : ยามเกล็ดหิมะต้องแสง | Snowflake in the light [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 265 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

สุดฟ้า...คีราลัย | At First Light

Chapter 15 (2)

ยามเกล็ดหิมะต้องแสง | Snowflake in the light


         “ว…ว่าไงป่าน โทรมาทำไม จะฝากซื้ออะไร” เก็ดถวากำลังตื่นเต้นดีใจมือไม้สั่นที่ได้ยินเสียงจากหนึ่งในสองคนที่กำลังเป็นห่วงจับจิต คิดอยู่ว่าภาริตาไม่น่าเข้าใจภาษาไทย แต่ก็ไม่ควรประมาทเลยทำทีเป็นคุยกับหมอปทิตตาเพื่อนสาวห้าวของตัวเอง

“พี่แคทมีใครอยู่ตรงนั้นใช่มั้ยคะ” ขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่น้องเข้าใจมุกโดยทันที

“ใช่สิ รีบพูดมาเลยป่าน แคทกำลังจะไปดินเนอร์กับลูกสาวท่านประธานาธิบดีเนี่ย เดี๋ยวเธอจะรอ”

“โอเคค่ะ งั้นพี่แคทฟังเอยอย่างเดียวนะคะ พี่ดินให้เอยติดต่อพี่แคทบอกว่าเราทั้งคู่ปลอดภัยสบายดี แต่ต้องแยกกับคณะทำงาน ตอนนี้อยู่แถวๆ เมืองชามาลค่ะ” เก็ดถวานิ่งฟังด้วยใจระทึก เสียงของสรัสวตียังส่งรัว “มันไม่ค่อยปลอดภัยถ้าจะคุยทางโทรศัพท์ แต่...หลังจากนี้ มันอาจมีข่าวแปลกๆ เกิดขึ้นกับเรา อาจมีการจัดฉากเพื่อผลอะไรบางอย่าง พี่ดินอยากให้พี่แคทหนักแน่นและรอฟังการติดต่อจากเอยหรือพี่ดินเท่านั้นนะคะ”

“โอเคๆ แล้วจะดูให้นะ เอาอะไรอีกมั้ย” สิ่งที่สรัสวตีแจ้งมาทำให้คนฟังว้าวุ่นแทบจะเนียนต่อไม่ออก แต่เก็ดถวาก็ยังคงมีสติเมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของภาริตา

สัญญาณถูกตัดไปแบบไม่ได้ร่ำลา เก็ดถวาตั้งสติ ก่อนหันมายิ้มให้กับหญิงสาวชาวคีราลัยที่ยังยืนรออยู่

“เพื่อนหมอของฉันที่เมืองไทยน่ะค่ะ อยากได้พวกครีมกับโลชั่นนมแพะของที่นี่ ไม่ทราบคุณภาริตาพอจะแนะนำได้มั้ยคะ” เหมราชฟังแล้วเลิกคิ้วสูง หมอป่านเนี่ยนะจะฝากซื้อโลชั่นนมแพะ ? ถึงตรงนี้ชายหนุ่มรู้แล้วทันที ส่วนภาริตา เธอตอบรับอย่างใสซื่อ

“อ้อ ค่ะ ยินดีเลย ยี่ห้อดังที่สุดของเรามีช็อปอยู่ที่ห้างใหญ่กลางเมือง ที่นั่นมีของพื้นเมืองเกรดพรีเมี่ยมหลายอย่าง ถ้าคุณหมออยากไปดู ไว้พรุ่งนี้หลังจากฉันเข้าทำงานที่พระตำหนักใหญ่เสร็จจะแวะมารับคุณไปด้วยกันตอนบ่ายดีไหมคะ คุณหมอติดอะไรไหม”

“พระตำหนักใหญ่ ?” นมแพะถูกโยนออกไปจาสมองทันทีเมื่อคุณหมอได้ยินสิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่า “คุณภาริตาไปทำงานอะไรในพระตำหนักใหญ่หรือคะ ก็เห็นคุณภวันติบอกว่าปิดไว้เฉยๆ”

ภาริตาพูดออกไปแล้วก็ทำหน้าไม่ถูก “เอ่อ...คือ...ฉันทำงานเป็นฝ่ายธุรการของกรมโบราณสถานค่ะ ดูแลวัดและพระราชวังเก่าในคีราลัย คุณพ่อให้ฉันเป็นคนคุมพนักงานเข้าไปทำความสะอาดในตำหนักสัปดาห์ละสองครั้ง...”

บุตรสาวบุญธรรมของปารัชนิ่งไป ลูกชายได้ไปเรียนเมืองนอกจนจบปริญญาโท แต่ลูกสาวอย่างเธอจบแค่วิทยาลัยการเรือนในประเทศ ความเมตตาของบิดามากที่สุดก็คือการให้งานทำในหน่วยงานเล็กๆ คร่ำครึในตำแหน่งธุรการ ไม่ต่างอะไรกับเป็นแม่บ้าน เพียงแต่เป็นแม่บ้านที่ไม่ต้องออกแรงเองแค่นั้น ไม่เคยมีใครเห็นความสำคัญหรือคุณค่า มีแต่จะให้รอวันที่มีผู้ชายที่มีฐานะมีหน้ามีตามารับไปดูแลราวกับเป็นคนพิการ เฮคเตอร์ แฮมิลตัน ก็คือผู้ชายคนล่าสุดที่ว่า แต่ดูเขาสิ...สายตาของเขาจับจ้องอยู่แต่คุณหมอที่เป็นคนรักแบบไม่มีเผื่อแผ่ให้คนอื่น การถูกบังคับให้มาอยู่ตรงนี้ก็ยิ่งสร้างความอดสูให้กับภาริตาอย่างช่วยไม่ได้ 

“พรุ่งนี้คุณภาริตาต้องเข้าไปในตำหนักใหญ่หรือคะ” เก็ดถวาถามด้วยความกระตือรือร้น ดวงตาเป็นประกาย “ฉัน...ขอเข้าไปด้วยได้ไหม”

ลูกสาวของปารัชมองหน้าคุณหมอคนงามอย่างฉงน ส่วนเหมราชตาโตอย่างตกใจ บทจะรุก คุณหมอของเขาก็รุกพรวดตรงเป้าไม่อ้อมสักนิด “คุณหมอ...อยากเข้าไปดูหรือคะ พระตำหนักใหญ่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้น บรรยากาศค่อนข้าง...วังเวง อึมครึม อับอากาศ เกรงว่าคุณจะไม่ชอบ”

“ฉันไม่ถือเรื่องนั้นเลย” หญิงสาวตอบอย่างจริงจัง “ทุกพระราชวังในโลกก็ล้วนมีคนตายทั้งนั้นค่ะ คุณว่าพระราชวังวินด์เซอร์มีศพอยู่ในนั้นเท่าไหร่ตั้งแต่สร้างปราสาทมาคะ มากกว่าเรื่องราวน่ากลัวพวกนั้นฉันคิดว่าความงดงามของกาลเวลาที่ยังสะท้อนอยู่ในสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมในพระราชวังเป็นเรื่องที่น่าเรียนรู้มากกว่า มีโอกาสมาถึงที่แล้ว ฉันก็อยากเห็นสักครั้งค่ะ”

ภาริตา พลเทวา ชั่งใจอยู่ชั่วอึดใจ “ได้ค่ะ งั้นพรุ่งนี้ก่อนเข้าทำงาน ฉันจะแวะไปรับคุณหมอที่เรือนรับรองตอนสิบโมงเช้านะคะ”


“ตกลงว่าพรุ่งนี้คุณจะเข้าไปดูพระตำหนักกับภาริตา ?” เป็นประโยคแรกที่เหมราชถามเมื่อทั้งสองก้าวเข้ามานั่งอยู่ในรถส่วนตัวโดยมีกรณ์รับหน้าที่คนขับ

“ได้ไหมคะ ขอโทษด้วย ฉันลืมถาม คุณ...อยากไปด้วยกันไหม” เก็ดถวารู้สึกผิดวาบขึ้นมาทันที เธอมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมไปว่ามีเขาที่ยังเป็นห่วงเธออยู่อีกคน เหมราชนิ่งขรึมลงไปชัดเจน เข้าใจในความเป็นเจ้าหญิงพลัดถิ่นของเธอทุกอย่าง เธออยากเห็น ‘บ้าน’ ตัวเอง อยากสัมผัสอุ่นไอเก่าๆ ที่เคยจากมา แต่มันน่ากังวลน้อยอยู่เสียเมื่อไรถ้าเธอต้องอยู่กับคนของปารัชโดยไม่มีเขาอยู่ด้วย ชายหนุ่มถอนหายใจ อึดอัดไม่น้อยที่จะต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้อยู่แบบนี้ 

“ผมต้องทำงาน ทีมจะไปสำรวจเส้นถนนด้านตะวันออก แต่ไปไม่ไกลเท่าไหร่เพราะทางรถไปได้แค่ห้าสิบไมล์ บ่ายๆ ก็คงกลับ” นั่นหมายถึงเขาอยู่กับเธอไม่ได้ “ผมจะให้มาร์คกับเจสันไปกับคุณ”

“มาร์คกับเจสัน ?” 

“บอดี้การ์ดอีกสองคนของผม มาดามส่งมาสมทบจากนิวยอร์ก เพิ่งถึงวันนี้แหละ ท่านว่ากรณ์คนเดียวจะโหลดเกินไป” คนระดับบิ๊กบอสแบบทริปเปิลเอชจะอยู่ในดินแดนที่ยังอันตรายแบบนี้โดยไม่มีคนคุ้มกันได้อย่างไร ถึงจะไม่มีศัตรูเป็นตัวเป็นตนชัดเจน แต่มาดามโรสไม่มีทางประมาท มาร์คและเจสันคือบอดี้การ์ดฝีมือเยี่ยมที่ติดตามเขามานาน เป็นคนของแฮมิลตันที่ภักดีและไว้ใจได้

“ขอบคุณค่ะ ตอนบ่ายๆ ฉันว่าจะไปเยี่ยมวาสุด้วย รอคุณกลับมาแล้วเราไปด้วยกันนะคะ” เธอชักชวนอย่างเอาใจ แล้วก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นได้

“อ้อ เมื่อกี้น้องเอยเป็นคนโทรมาค่ะ” เธอรีบเปิดโทรศัพท์มือถือดูหมายเลขโทรเข้า “แต่ต้องแกล้งทำเป็นคุยกับหมอป่านเพราะไม่รู้ว่าการหายตัวไปของดินมีเบื้องหลังอะไรที่เกี่ยวกับรัฐบาลรึเปล่า” 

“ผมพอจะเดาได้ เธอว่าไงบ้าง”

“น้องบอกว่าอยู่กับดินตอนนี้แถวๆ ชามาล ทั้งสองคนปลอดภัยดีแต่ต้องแยกกับคณะทำงานค่ะ ยังคุยไม่จบแต่สายตัดไปก่อน”

“ชามาล...ก็ตรงกับที่ปารัชบอก” เหมราชพึมพำ พิกัดที่ประธานาธิบดีเปรยขึ้นวันนั้นตรงกันกับพิกัดที่สรัสวตีส่งข่าวมา แล้วหมายเลขที่ส่งข้อความสั้นเข้ามาหาเก็ดถวาในทีแรกที่นีรนาราตรวจสอบให้ว่ามาจากอันชุลนั่นเล่า มาจากใคร ? “ขอผมดูเบอร์หน่อย” 

หมายเลขไม่เหมือนกับที่ส่งมาจากคราวก่อน หมายเลขแรกส่งผ่านสัญญาณดาวเทียม แต่อันนี้ดูจะมาจากโทรศัพท์มือถือท้องถิ่นปกติ

“ผมจะให้หนูนาลองเช็กพิกัดของหมายเลขนี้ว่าอยู่ตรงไหนแน่ กรณ์ ของที่สั่งได้หรือยัง”

“ครับนาย” กรณ์ส่งกล่องบางอย่างมาให้ เหมราชรับแล้วแกะมันยื่นให้เธอ

“นาฬิกา ?” เก็ดถวามองนาฬิกาข้อมือหน้าตาแปลกๆ ในมืออย่างสงสัย 

“สมาร์ท วอตช์” เหมราชแก้ให้ “ทำงานเหมือนสมาร์ทโฟนทุกอย่างแต่อยู่ในรูปแบบนาฬิกาข้อมือ สำคัญคือมันเชื่อมสัญญาณกับดาวเทียม ไม่ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือท้องถิ่น ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยแสงอาทิตย์ได้ สวมไว้ตลอดได้ไหม อย่างน้อยถ้าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ผมจะได้รู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน”

ความห่วงหาของเขามันสะท้อนออกมาหมดไม่ว่าจะจากดวงตา สีหน้า คำพูด การกระทำ เก็ดถวารู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ ต้องแสร้งทำแซวกลบเกลื่อนในขณะที่มือก็สวมสมาร์ทวอตช์ของเขาไว้ที่ข้อมืออย่างไม่อิดออด

“ว้า คุณมาล่ามฉันไว้แบบนี้ จากนี้ฉันก็แอบหนีเที่ยวก็ไม่ได้แล้วสิ”

“ผมจะตามล่าคุณให้สุดหล้าฟ้าเขียวทีเดียว” เขาขยิบตาให้แบบทีเล่นทีจริง แต่คนอย่างเหมราช...นั่นหมายถึงจริงเสมอ เก็ดถวายิ้มบางในความมืดภายในห้องโดยสาร อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าไม่จำเป็นต้องตามล่าเธออีกแล้ว ไม่จำเป็นเลย...

เหมราช เฮคเตอร์ แฮมิลตัน เหวี่ยงผ้าขนหนูชื้นๆ ที่เพิ่งใช้เช็ดผมตัวเองลงบนพนักเก้าอี้อย่างไม่ยี่หระ จัดการเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวที่นุ่งออกจากห้องน้ำมาหลวมๆ เป็นชุดนอนแบบเสื้อยืดและกางเกงย้วยๆ ใส่สบายก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง หนังสือประวัติคีราลัยเล่มใหญ่ยักษ์ยังวางอยู่กับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของเขา ชายหนุ่มไล่เปิดหนังสือไปจนเจอวันที่ศาสตราจารย์ จอห์น แลมเบิร์ต ผู้เขียนได้บันทึกเอาไว้หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่พระราชวังทิปปติคีรีแห่งนี้ เป็นบันทึกเกี่ยวกับการประกาศถึงการสวรรคตของกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์อย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลและเอกสารเหล่านั้นได้รับการลงนามยืนยันหลังจากการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจากแพทย์ประจำพระราชวัง และจริงอย่างที่เขาคาด รายชื่อหนึ่งในทีมแพทย์นั่นคือ...นายแพทย์ มรุต สิงหวัต 

ทายาทคนโตแห่งแฮมิลตันเงยหน้าขึ้นจากหน้าหนังสือทันที นายแพทย์มรุตอยู่ในเหตุการณ์นั้น...ถ้าเด็กสองคนที่ถูกเผาในพระตำหนักพระสนมมาลตีคืนนั้นไม่ใช่เจ้าฟ้าฝาแฝด เขาต้องรู้เห็นด้วยในเรื่องนี้แน่ถึงได้ลงนามในเอกสารที่มีข้อมูลปลอมเพื่อจัดฉากให้ประชาชนเข้าใจผิด นี่มันเรื่องใหญ่มาก การที่เขายอมเสี่ยงทำอะไรแบบนั้นคิดได้สองแง่ ทำเพราะถูกผู้มีอำนาจบังคับให้ทำ กับทำ...เพื่อจะปกป้องใครหรืออะไรบางอย่างซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องค้นหากันต่อไป ชายหนุ่มนึกถึงข่าวหญิงคีราลัยผู้ลี้ภัยในอังกฤษที่ชื่อ ‘เบจิน’ ผู้ที่อ้างว่าเป็นแม่ของศพเด็กสองคน ‘ตัวจริง’ ในพระตำหนัก ทั้งหมดนี่น่าจะเกี่ยวพันกัน และคนที่น่าจะรู้เรื่องโดยรวมทุกอย่างดีก็คงจะเป็นผู้ที่เขียนบันทึกต้องห้ามแห่งคีราลัยเล่มนี้...จอห์น แลมเบิร์ต 

‘กรณ์ ติดต่อ ศาสตราจารย์ จอห์น แลมเบิร์ต ให้ฉันที เร็วที่สุด’ ข้อความถูกส่งออกไปยังผู้ช่วยคนสนิททันทีที่คิดได้ เหมราชลุกขึ้นยืนมองออกไปนอกระเบียง นึกถึงดวงตาของมนุษย์ในความมืดที่เขาเห็นเมื่อคืน เป็นดวงตาจากคนในชุดสีดำที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ทหารยาม ชายหรือหญิงก็มองไม่ออก ยืนนิ่งก่อนหายตัวไปในเวลาไม่กี่วินาที รวดเร็วจนเขาคิดว่าตัวเองอาจจะตาฝาด แต่เก็ดถวาก็คงเห็นแบบเดียวกันจึงได้หวาดกลัวจนถอยกรูดมาชนเข้ากับเขา

คนชุดดำ ? ขนนกอินทรี ? หรือจะเป็นเหล่าทหารอินทรีภูผาคืนชีพกลับมาปกป้ององค์รัชทายาทที่ถูกต้องแห่งราชบัลลังก์ ? เหมราชหน้าเครียดเมื่อพยายามแก้สมการอันแสนลึกลับ เพราะไม่ว่าจะมาดีหรือมาร้าย การที่ถูกจับจ้องอยู่ตลอดแบบนี้มันก็ทำให้หลอนอยู่ไม่น้อย เขาหันมองไปยังประตูเชื่อมห้องที่แง้มไว้ตลอด ไฟในห้องยังไม่ดับ มีเสียงทีวีลอดออกมาเบาๆ ชายหนุ่มตัดสินใจผลักประตูเข้าไปก็พบว่าเก็ดถวานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเช่นเดียวกัน หญิงสาวอยู่ในชุดนอนแล้ว สวมแว่นตาและกำลังทำหน้าเคร่งเครียดอยู่กับแล็ปท็อปตัวเอง มีสมาธิจนเขาเดินขยับเข้าไปถึงด้านหลังแล้วก็ยังไม่รู้ตัว หากสิ่งที่ปรากฏอยู่หน้าจอแล็ปท็อปของเธอก็ทำให้เหมราชคลี่ยิ้มละไมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เธอกำลังค้นคว้าเกี่ยวกับโรคระบาดในคีราลัย อ่านรายงานทางการแพทย์ อ่านงานวิจัยเกี่ยวกับโรคที่เกิดมากกับคนที่อาศัยบนพื้นที่ภูเขาสูง ค้นไปถึงรายละเอียดเชิงลึกของมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก อ่านแล้วจดบันทึก อ่านแล้วค้นต่อราวกับกำลังอยู่ในห้องเรียนอีกครั้ง เธออาจจะกังวลเรื่องพี่ชาย หรือกำลังตื่นเต้นในการไล่ล่าหาความหลังและความทรงจำยามได้กลับมาที่นี่ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเหือดหายไปจากความรู้สึกนึกคิดของเก็ดถวาเลยนั่นก็คือการพยายามหาทางช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากด้วยกำลังของตนเองที่มี

That’s why… เหมราชตอบตัวเองอยู่ในใจ นี่ล่ะความเป็นเก็ดถวาที่ทำให้เขาหลงใหลและเทิดทูนจนแทบจะคลั่งตายอยู่ตอนนี้ คุณค่าแห่งผู้หญิงคนนี้อยู่ที่จิตใจของเธอโดยแท้ จิตสาธารณะที่แสนอารีและปรารถนาจะเห็นผู้อื่นมีความสุข เก็ดถวาผู้มีความเป็นแพทย์อยู่ในทุกอณูแห่งเลือดเนื้อ

“จะสอบมิดเทอมพรุ่งนี้หรือไงครับคุณหมอ” เสียงกระซิบล้อเลียนที่ดังอยู่ข้างแก้มนวลทำให้คุณหมอสะดุ้งโหยง หันไปเจอหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบก็ประหม่าจนหน้าแดง 

“ก็...พอดีกำลังค้นรายงานทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับคีราลัยค่ะ อยากรู้ว่าคนที่นี่เป็นโรคอะไรกันมาก หรือขาดแคลนยาตัวไหน เผื่อเราได้ออกไปตามหมู่บ้านอีกจะได้ติดไปให้ชาวบ้านบ้าง”  

เหมราชยิ้มละมุนตอนที่จ้องดวงหน้าใสๆ แบบมีแว่นกรอบดำหนาประดับอยู่ เก็ดถวาขึ้นชื่อนักเรื่องทำงานเพลินจนลืมตัวเอง ตอนนี้เป็นหน้าที่ของเขาแทนเพียงดินที่ต้องคอยทำให้ชีวิตเธอสมดุล

“ผมมีหน้าที่สนับสนุนทุกอย่างที่คุณหมอทำอยู่แล้วครับ แต่ตอนนี้ดึกแล้ว คุณควรพักผ่อนนะ” 

หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาที่หน้าจอแล็ปท็อป จริงด้วย ห้าทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว “รับทราบค่ะ เจ้านาย” คุณหมอทำตัวน่ารักตอบแทนความดีของพ่อหนุ่มสายเปย์ในวันนี้ด้วยการปิดแล็ปท็อปลงอย่างว่าง่าย  แต่เมื่อหันกลับมามองเขาอีกครั้งเก็ดถวากลับสังเกตเห็นบางอย่าง

“ผมคุณเปียกนี่ เพิ่งสระผมออกมาเหรอคะ ทำไมไม่เป่าให้แห้งล่ะ” 

เหมราชจับเส้นผมชื้นๆ ของตัวเองอย่างงงๆ ไม่เคยเป่าผมเลยสักที ปกติก็สะบัดๆ แล้วปล่อยให้แห้งเองแบบผู้ชายๆ มาตลอด “ไม่เป็นไรมั้ง เดี๋ยวก็แห้ง”

“อากาศเย็น เดี๋ยวจะไม่สบายค่ะ” น้ำเสียงอาทรห่วงใยจากคุณหมอทำให้เหมราชเผลอมองเธอตาไม่กะพริบ วันนี้เก็ดถวา...น่ารักเหลือเกิน น่ารักไปกว่านั้นตรงที่เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วจูงมือเขามานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง วิ่งปรู๊ดไปหยิบไดร์เป่าผมออกมาจากห้องน้ำ

“ฉันเป่าให้ค่ะ เอ่อ...ไม่ถือใช่ไหมคะ ถ้าจะจับผมคุณ” คนผมเปียกมองเธอตาค้างผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง หัวใจในอกที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามสั่นแรงตอนที่มือบางนุ่มนิ่มค่อยๆ สอดเข้าไปในเรือนผมหยักศกสีน้ำตาลไหม้ของตัวเอง ท่าทางของเธอขัดเขินน่าดู เก็ดถวาเป็นแพทย์รักษาคนไข้ตามหน้าที่และจิตเมตตา แต่หญิงสาวผู้นี้ไม่เคย ‘บริการ’ ใครอย่าง ‘เอาใจ’ แบบนี้แน่เหมราชรู้ดี ลมร้อนจากไดร์ไม่เท่ากับความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นรวดเร็วเพียงแค่ได้รับสัมผัสนุ่มนวลจากเธอเลย จินตนาการพาเขาออกทะเลไปสุดกู่อีกครา ถ้ามือน้อยๆ คู่นี้ได้แทรกลงมาบนเรือนผมของเขายามที่ได้หลอมรวมเรือนร่างและลมหายใจ ได้กอดรัดและมอบความหวานล้ำให้แก่กัน มันจะให้ความรู้สึกที่ดีสักปานใด แล้วภายใต้เสื้อสเว็ตเตอร์คอกว้างตัวหนาที่หญิงสาวสวมวันนี้...เธอจะโนบราอีกรึเปล่า...

“ม...มองอะไรคะ” ช่างผมกิตติมศักดิ์เห็นสายตาร้อนแรงของเขาที่สะท้อนมองจากกระจกก็เริ่มวูบวาบ คนคิดไม่ซื่อเปลี่ยนเป้าสายตาแทบไม่ทัน

“ไม่เคยเห็นใส่แว่นสายตาเลย สายตาสั้นหรือ” น้ำเสียงที่ถามไถ่นั้นช่างสุขุมสิ้นดี

“สายตาเอียงนิดเดียวค่ะ ใส่เฉพาะตอนทำงานกับคอมฯ” 

“น่ารักดี เหมือนเด็ก” 

คุณหมอหน้าเด็กค้อนขวับ “ฉันไม่เด็กแล้ว คุณต้องเลิกมองฉันเหมือนฉันอายุสิบสองได้แล้ว” 

“คุณเด็กกว่าผมเยอะ” เหมราชแปลกใจที่เหมือนเธอจะรู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าเขาชอบมองเธอแบบ ‘เอ็นดู’ อยู่บ่อยๆ เก็ดถวาประชดเสียงเขียว

“ฉันแก่ตามคุณไม่ทันแน่ ไม่ต้องกลัวค่ะ” เหมราชหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“พรุ่งนี้คุณอยู่ที่อันชุลได้ แต่วันมะรืนนี้ผมกับทีมสำรวจจะขึ้นเหนือไปอีก ไปไกลกว่าที่ไปวันนี้ พื้นที่สูงขึ้น และจะต้องค้างคืน คุณต้องไปกับผมด้วย”

“ขึ้นเหนือ ? ถึงชามาลไหมคะ” 

“อาจจะถึงในสองวันถ้าไม่มีอุปสรรคเฉพาะหน้า” 

เก็ดถวายิ้มอย่างมีความหวัง “เราอาจได้เจอดินกับน้องเอยที่นั่นใช่ไหมคะ” ที่สุดแห่งความปรารถนาของเก็ดถวายามนี้คือการได้เห็นว่าสองคนนั้นยังปลอดภัย เหมราชยิ้มรับก่อนที่เสียงรายงานข่าวภาคภาษาอังกฤษจากโทรทัศน์จะดึงความสนใจของทั้งคู่ให้หันไปดู 

“มีเหตุจลาจลในเมืองซูเรียมาทางตอนใต้ของอันชุล จากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล” เสียงเหมราชเข้มเครียด “คงเป็นงานด่วนที่ทำให้ภวันติต้องรีบกลับไปสำนักงานในวันนี้”

“กลุ่มต่อต้านแข็งแรงและมีแนวร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลของปารัชกำลังตกที่นั่งลำบาก เรื่องนี้จะมีผลอะไรกับงานของคุณไหมคะ”

เธอถามอย่างเป็นห่วงจากใจจริง เหมราชรับรู้ได้

“งานของผมไม่ได้ทำเพื่อปารัช แต่ทำเพื่อประชาชนชาวคีราลัย ไม่ว่าจะรถไฟ อุโมงค์ หรือสนามบิน ประชาชนล้วนเป็นผู้ได้ประโยชน์ในที่สุด แต่สุดท้ายถ้าเหตุบ้านการเมืองจะทำให้ผมไม่มีวาสนาต่อที่นี่จริงๆ ก็คงต้องล้มเลิกไป เป็นเรื่องที่ฝืนไม่ได้อยู่แล้ว” เขาบอกอย่างคนที่เข้าใจโลก “แต่ก็ขอบคุณ ที่เป็นห่วงผม” 

เขาลุกพรวดขึ้นยืน จ้องลึกไปในดวงตาสีนิลกลมใสของเธอ เก็ดถวายืนนิ่ง ไดร์เป่าผมยังคามือ ทำอะไรไม่ถูกเมื่อสายตาที่เธอเพิ่งบอกว่าชอบมองเหมือนเธออายุสิบสองตอนนี้มันเปลี่ยนไปสิ้นเชิง เหมราชกำลังมองเธอแบบผู้ชายอายุสามสิบสี่ มองผู้หญิงอายุยี่สิบแปด...ที่เขารู้สึกพิเศษด้วย 

คุณชายใหญ่แห่งแฮมิลตันกระตุกยิ้มก่อนจะหยิบไดร์จากมือเธอมาวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง เก็ดถวาก้าวถอยหลังเมื่อเห็นสัญชาตญาณสิงโตนักล่าของผู้ชายตรงหน้าผุดขึ้นเห็นชัด 

“ผ...ผมคุณแห้งแล้ว ไปนอนได้แล้วค่ะ” เธอหมุนตัวกลับแต่ก็ไม่ทัน ราชสีห์หนุ่มตวัดร่างน้อยหวือเดียวคุณหมอคนงามก็เป็นฝ่ายถูกพลิกกลับมานั่งหมิ่นๆ อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง กักไว้ด้วยท่อนแขนล่ำๆ ของเขา นัยน์ตาสีสนิมพราวระยับ

“ผมยังไม่ได้รางวัลเลยคุณหมอ วันนี้ผมทำความดีหลายอย่างอยู่นะ” นั่นไง นึกว่าเขาจะลืมแล้วเชียว

“สะสมแต้มไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะให้ชิ้นใหญ่ๆ ทีเดียวเลย” นายหญิงคนเล็กแห่งไร่มอกกำปอยังพอต่อรองเป็นอยู่บ้าง แต่พ่อค้าหน้าเลือดส่ายหน้าช้าๆ 

“ผมไม่ชอบหวังน้ำบ่อหน้า เอาบ่อนี้ให้เสร็จไปเป็นครั้งๆ ดีกว่า” 

บ...บ่อไหน อะไรเสร็จ !? คุณหมอหน้าตาตื่น ยิ่งตอนที่เขาจัดการถอดแว่นตาของเธอออกเพื่อจะได้มองลึกไปที่ดวงตาคู่สวยนั้นให้ชัดๆ ชัดจนเขาเห็นตัวเองอยู่ในแววตาของเธอ

“อ…อยากได้อะไรคะ” เก็ดถวาทำใจดีสู้สิงห์ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า...สู้เขาได้ยากเหลือเกิน ยิ่งในสังเวียนหวามอันน่าหวั่นไหวเช่นนี้ด้วยแล้ว 

“จูบได้ไหม...” 

…………..

เป็นอีกครั้งที่เขาถามตรงๆ น่าแปลกที่คำขอตรงๆ ไร้ลีลาของเขาไม่ได้ทำให้ความโรแมนติกหดหายไปเลย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งกระพือเสียงหัวใจให้เต้นแรงแทบกระดอนออกมา หัวใจทำงานหนักพาเรี่ยวแรงใกล้หมด  หากในอึดใจต่อมาเก็ดถวาก็พบว่าเขาได้ช้อนตัวเธอให้นั่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งเรียบร้อย ร้ายที่สุดคือการที่ผู้ชายแสนดีที่ร้ายกาจคนนี้ขยับตามชิดแนบทันที สะโพกของเขาเบียดแทรกเข้ามาจนคนตัวเล็กแทบกระดิกไปไหนไม่ได้ มือใหญ่ร้อนผ่าวของเขาประคองแก้มใสเอาไว้มั่น เหมราชอยู่ในโหมด ‘stand by’ สำหรับเธอในทุกเวลา...และทุกเรื่องจริงๆ เก็ดถวามองจมูกโด่งสวยที่ปัดแผ่วผ่านปลายจมูกของเธอด้วยหัวใจที่ใกล้หยุดเต้น ชายหนุ่มยังรอฟังคำอนุญาตจากปากแม้ว่าความอดทนของเขาพร้อมจะพังลงในทุกวินาที เก็ดถวากลั้นหายใจถามกลับ

“จูบ...แล้วหยุดแค่จูบรึเปล่าคะ”

เหมราชหยุดคิดชั่วอึดใจ เขามองดวงหน้าสวยเหมือนรูปปั้นในอุ้งมือของเขา รู้สึกปั่นป่วนไปหมด เมื่อสักครู่ยังรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้คุมเกม แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ใต้อาณัติแห่งเจ้าหญิงพลัดถิ่นที่ยั่วได้หน้านิ่งที่สุดคนนี้ไปเรียบร้อยแบบไร้ทางสู้

“ไม่รู้สิ ไม่รู้จริงๆ” เขาสารภาพอย่างหมดท่า ให้คำมั่นอะไรไม่ได้ในแบบที่ทริปเปิลเอชไม่เคยเป็นมาก่อน จมูกคมยังคลอเคลียอยู่ที่พวงแก้มอย่างพยายามหักห้ามใจแต่ก็ทำได้ยากยิ่ง พิสูจน์ชัดว่าเก็ดถวาทำให้เขาเตลิดเปิดเปิงและไร้การควบคุมอย่างสิ้นเชิง 

“จูบไม่ได้สินะ” เขาถามเสียงแห้งผากเมื่อเก็ดถวาดันเขาออกช้าๆ คล้ายจะปฏิเสธ หากหัวใจดวงน้อยของเธอก็อ่อนยวบเมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของเขา ผู้ชายคนนี้เป็นคนเดียวที่ยืนเคียงข้าง สนับสนุน โอบอุ้ม และปกป้องเธอในทุกวินาที ชายหนุ่มอาจจะหวังในสิ่งที่ดูจะเอารัดเอาเปรียบเธออยู่บ้าง แต่เขาก็ยังพยายามยืนอยู่บนเส้นแห่งความเหมาะสมและให้เกียรติ ถ้าเธอจะไม่ให้ในสิ่งที่เขาต้องการเลยบ้าง...ก็ออกจะใจร้ายไปจริงๆ

“แคท…” เสียงสากๆ ของเหมราชแตกพร่าเมื่อเห็นประกายตาบางอย่างจากคนในอ้อมแขน

“คุณไม่รู้ว่าจะหยุดได้ไหม แต่ฉันมั่นใจว่าฉันหยุดได้ ดังนั้น...ฉันจะจูบคุณเองค่ะ” มือเล็กบางเป็นฝ่ายประคองแก้มสากด้วยไรหนวดเคราของชายหนุ่มเอาไว้เอง ก่อนจะโน้มใบหน้าคมคายที่ยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจให้เข้ามาชิด บรรจงประกบกลีบปากอ่อนนุ่มเย็นเฉียบของตัวเองเข้ากับริมฝีปากร้อนฉ่าเหมือนลาวาเดือดของเขา 

เลือดในกายของทริปเปิลเอชเต้นเร่า เมื่อนั่นไม่ใช่จูบแผ่วๆ แต่กลับเป็นจููบเน้นๆ ที่แสนกล้าหาญของหญิงสาวที่ทำตัวอยู่ในขนบมาตลอด เป็นรางวัลที่น่าลุ่มหลงแต่ก็แสนสุ่มเสี่ยงเมื่อแขนแข็งแรงของเขาตวัดโอบรัดเอวคอด มืออุ่นกร้านเลื้อยไล้ไปทั่วแผ่นหลังเรื่อยไปถึงสะโพกเพื่อให้เขาพบกับความจริงอีกอย่างที่สงสัยมาตลอด

ในชุดนอนผ้าสำลีหนาๆ นั้น เก็ดถวาไม่ได้ใส่อะไรข้างใน...ทั้งท่อนบนและท่อนล่างด้วยซํ้า...

เก็ดถวามาคิดได้ตอนนี้ว่าไม่ควรเล่นกับไฟ จูบที่ผ่านมาไม่ได้อยู่กันลำพังเสียทีเดียว ทั้งคู่อยู่ในสภาพอารมณ์และบรรยากาศที่พอจะห้ามตัวเองได้ แต่ตอนนี้...กับห้องส่วนตัวในยามค่ำคืนที่มีแต่พวกเขาเพียงสองคน กับเสื้อผ้าที่ไม่รัดกุมเลยไม่ว่าใคร กับหิมะที่เริ่มโปรยลงบางๆ อยู่นอกหน้าต่าง และกับเตียงใหญ่ที่อยู่ถัดออกไปเพียงสามก้าว...นี่มันช่างอันตรายและล่อแหลมอย่างที่สุด

“พระเจ้า...แคท...” f*ck !!! เธอต้องห้ามเขาเดี๋ยวนี้ ! เหมราชร้องทุกข์อยู่ในใจในขณะที่ริมฝีปากของเขากลับทรยศ มันเดินหน้าบดเบียด รุกเร้าอย่างเร่าร้อนจนเก็ดถวาหอบสะท้านเมื่อเขาถอนจุมพิตออกเพื่อให้เธอได้หายใจ ชายหนุ่มไม่รอให้เวลาผ่านเมื่อจูบแผดเผายังทำงานต่อไปถึงซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นดอกพุดซ้อนจางๆ พาให้มัวเมาอย่างที่สุด และทันทีที่คอกว้างของสเว็ตเตอร์เลื่อนหล่นลงมาจากไหล่มนข้างหนึ่งเผยเนินอกนุ่มเนียนขาวผ่องปรากฏตรงหน้าชวนให้คนเห็นได้ตื่นตะลึง สัญชาตญาณดิบก็ส่งให้เหมราชย้ายเป้าหมายลงเคล้าจูบวาบหวามบนผิวกายเนียนละเอียด มือใหญ่ของเขาไล้เข้าภายในสเว็ตเตอร์ สัมผัสเนื้อเนียนที่ตอนนี้อุ่นจัดเพราะเลือดสูบฉีดไปทั้งตัว เก็ดถวาผวาเฮือกเมื่อพบว่าแทนที่เธอจะหยุดได้อย่างที่ลั่นวาจา แต่กลับเตลิดไม่แพ้กัน

“พ…พอแล้ว...นะคะ” เสียงห้ามเบาหวิว แต่กระชากสติของเหมราชกลับมาได้ เขาสะดุดกึกก่อนดันตัวเองออก

shit…นี่มันโต๊ะเครื่องแป้ง !

“ผมขอโทษ” รู้สึกผิดขึ้นมาครามครันเมื่อเห็นรอยแดงจากไรหนวดเคราของเขาเริ่มปรากฏอยู่บนผิวกายที่โผล่พ้นเสื้อของเธอ เก็ดถวาอายจนไม่อาจสบตาเขาได้อีกต่อไป เธอรีบจัดสเว็ตเตอร์ตัวเองให้เข้าที่แล้วรีบลงมายืนที่พื้นแม้จะรู้สึกว่าตัวเองยืนแทบไม่อยู่แล้ว

“ก...กู๊ดไนท์นะคะ” หญิงสาวกระโดดผลุงขึ้นเตียงเพื่อหนีความประหม่าที่ถาโถม สอดตัวในผ้าห่มแน่นหนา เหมราชยังงงๆ กับสภาวะอันน่าหวาดหวั่นที่เพิ่งผ่านพ้น เขาสะบัดหัวแรงๆ เดินกลับไปห้องตัวเองแบบไม่ได้กล่าวราตรีสวัสดิ์ หากแต่เดินกลับเข้ามาใหม่ในนาทีถัดมาพร้อมกับหมอนและผ้าห่ม เก็ดถวามองสิ่งที่เขาทำอย่างไม่เข้าใจ

“ผมจะนอนที่โซฟานี่” หมอนและผ้าห่มถูกโยนลงไปบนโซฟาตัวยาวที่ตั้งขนานเตียงใหญ่ เก็ดถวายันกายขึ้นมาอย่างตระหนก

“คุณไปนอนสบายๆ ที่ห้องคุณดีกว่าไหมคะ” ไม่ได้รังเกียจ แต่เกรงใจอย่างที่สุด “คือ...ฉันเกรงใจ คุณเหนื่อยมาก ควรได้นอนบนเตียงนุ่มๆ ฉันคิดว่าฉันโอเคแล้วล่ะค่ะ น่าจะหลับได้ไม่ยาก”

“ผมจะนอนนี่ เกิดคุณเดินละเมอไปที่ระเบียงอีกผมจะได้ลากคุณกลับเข้ามาได้ทัน” เหมราชทิ้งตัวลงบนโซฟาหันหน้ามาคนที่อยู่บนเตียง ถ้าเมื่อคืนสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่เพราะตาฝาดก็แสดงว่ามีคนอยู่ข้างนอกคอยจ้องมองมาจริงๆ เขาจะปล่อยให้เธอนอนไร้สติอยู่ลำพังได้อย่างไร เก็ดถวานิ่งงันอย่างเต็มตื้น อบอุ่นไปทั้งหัวใจอย่างที่ไม่เคยพานพบ เธอล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม ตะแคงข้างหันมาสบตาเขาที่ยังคงลืมตามองเธออยู่แม้ในความมืดสลัว 

“คุณกำลังทำให้ฉันเคยชินกับการมีคุณมองฉันแบบนี้จนหลับไปนะคะ ไม่ดีเลย” 

เหมราชยิ้มบางเบา ส่งสายตานุ่มละมุนข้ามมวลอากาศมาโอบล้อมเธอ

“อย่าห่วงเลย นอนเถอะ ผมมองคุณแบบนี้ได้ถึงเช้า อันที่จริง มองได้จนตลอดชีวิตนั่นแหละ


*******************

พี่เฮคบอกว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้วววว เมื่อไหร่น้องจะใจอ่อน 555 ???? (แต่นี่ก็อ่อนลงทุกวันแล้วนาาา)

มีความโรแมนซ์เบาๆ มาแทรกจังหวะลุ้นกันนิดหน่อยพอให้จิกหมอนกันนะคะ

พรุ่งนี้ไม่มีพี่เฮคอยู่ด้วย หมอจะเจออะไร รับมือได้ไหม มาลุ้นกันต่อค่า

.

งานหนังสือปีนี้ไม่มีพี่เฮค แต่ออนไลน์ยังลงให้อ่านกันเรื่อยๆ จนถึงตอนที่ 20 เลยนะคะ 

(กำหนดไว้ว่าอาจจะมีราวๆ 27-28 หรือมากที่สุด 30 ตอนค่ะ)

ขอบพระคุณทุกท่านที่ถามไถ่และยังรอกันเสมอนะคะ

.

ป.ล. 1 ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีพยายามตรวจเช็กมาแล้ว เพื่อให้ถูกต้องและสมจริงที่สุด 

ขอบพระคุณคุณหมอและพยาบาลทุกท่านที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลและตรวจการบ้านให้นักเขียนด้วยนะคะ

และถ้ามีผู้รู้ได้มาอ่านแล้วพบว่ามีผิดพลาดประการใด

สามารถท้วงติงได้เลยนะคะ พร้อมจะตรวจสอบและแก้ไขค่า

ป.ล. 2 ตอนเก่าๆ อาจมีกลับไปแก้ไขรีไรท์บ้าง ขออภัยนะคะ แต่งสดอาจมีตกๆ หล่นๆ ค่ะ

ป.ล. 3 ชื่อสถานที่ บุคคลต่างๆ เป็นชื่อสมมติ ขออภัยหากไปพ้องกับชื่อสถานที่และบุคคลจริงนะคะ


ฝากติดตามและคอมเมนต์กันได้นะคะ ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็น ทุก fav และทุกโหวตค่า

(ใครเมนต์ที่นี่ไม่สะดวกตามไปคุยกันได้ที่ http://www.facebook.com/storybyclairdelune/ ค่ะ)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 265 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #1002 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 23:44
    ฟิน ละมุนเบาๆ เขิน มากๆ
    #1002
    0
  2. #978 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 18:53

    พี่เหมน่ารักขนาดนี้หมอใจอ่อนเถอะ

    #978
    0
  3. #877 T0R1 (@T0R1) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 09:49
    พี่เฮคหยุดได้ เก่งมาก สุภาพบุรุษของคุณหมอ
    #877
    0
  4. #844 Sunny (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 18:21

    พี่เฮคร้อนแรงมาก เขิลหนักมาก ได้รางวัลบวกโบนัส โคตรคุ้มเลย 55

    #844
    0
  5. #843 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 08:38
    พี่แฮคแกได้รางวัลเกินคาดหวังป่ะเนี่ย
    #843
    0
  6. #842 17lunnla (@17lunnla) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:59

    หวานนน..แรงส์ อยากให้มีคนจับมาทำละคร ทั้งเซต..เลยจริงๆ..เป็นกำลังใจนะคะ รอเก็บเล่มอยู่จ้า
    #842
    0
  7. #841 ไอยดา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:23
    พี่แฮคหวานกว่าน้องๆอีก
    #841
    0
  8. #840 ธีรัรัตน์ ชุมชอบ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 12:01

    รอน่ะค่ะ จะรอซื้อตอนจบเล่มน่ะ

    #840
    0
  9. #839 nannapas331 (@nannapas331) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 11:15
    ว่าจะไม่อ่านแล้วน่ะอดใจไม่ได้เลย...รอเล่มน่ะคะ....
    #839
    0
  10. #838 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 06:51
    มีความละมุน พร้อมความละทึก ลุ้นตลอด ดีต่อใจ

    ออกเล่มไวๆน๊า ค่า
    #838
    0
  11. #837 may (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 04:49

    ฮืออ!!! อยากได้เล่ม อ่านตอนนี้แล้วละลาย

    #837
    0
  12. #836 Chularat Wankhruea (@maiza88) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 03:43

    หมอนขาดกระจุย

    #836
    0
  13. #835 Benifit (@Benifit) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 02:22
    โอ๊ยยยยยเขินนน พี่เฮคทำไมน่ารัก 😊
    #835
    0
  14. #834 renzy (@renzy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 02:15
    อบอุ่นอ่ะ อยากได้ทริปเปิ้ลเฮสไปนอนกอดจัง
    #834
    0
  15. #833 NHDtrai (@NHDtrai) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:40
    อร๊าย เขิล ฟินสุดๆไปเลยค่ะไรท์ พี่เฮคเหมือนจะรุกเบาๆ แต่ไม่เบานะจ๊ะ
    #833
    0
  16. #832 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 00:29
    พี่เฮคน่ารัก
    #832
    0
  17. #831 mugglemousee (@mousezaap18) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:44
    อยากจะกรี๊ดสักสิบตลบบบ หวานอะไรกันขนาดนี้ค้าา
    #831
    0
  18. #830 Mayzia (@mixmay) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:35
    กรี๊ดดดดดดด เขินนนนนนน
    #830
    0
  19. #829 tuktaija (@tuktaija) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:12

    ตาเฮก หวานกว่าพี่วินด์อีกอ่ะ

    #829
    0
  20. #828 แอม (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:04

    ว้าวววว พี่เฮค

    #828
    0
  21. #827 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:50
    มาอีกไวๆ นะคะ รอ ความหวาน
    #827
    0
  22. #826 loveryong (@ryeong11) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:47
    เขินมว๊ากกกกกกกกกกก อนากเป็นหมอแคท
    #826
    0
  23. #825 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:26
    ดีใจทุดครั้งที่มีการแจ้งเตือน.... เป็นเรื่องที่มีความละมุน ลุ้นระทึก ได้ตลอดเวลา....
    #825
    0
  24. #824 jujanene (@jujanene) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:13
    ฟินมากกกกค่าา มีความสุขทุกครั้งที่นิยายแจ้งเตือนน :))
    #824
    0
  25. #823 keng_wayo (@tengkeng) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:06
    รักไรต์นะคะ แต่งนิยายอะไรก็ดูมีอารมณ์ร่วมกับตัวละครไปหมด ละมุนนนนมาก 💕
    #823
    0