Why R U ? #เพราะรักใช่เปล่า (ไฟท์เตอร์xติวเตอร์) (Yaoi)

ตอนที่ 13 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,804 ครั้ง
    25 ก.พ. 63

ไฟท์เตอร์ติวเตอร์

 

 

- Chapter 12 -

 

“หน้ามึงง่วงมากอ่ะเตอร์” เจ้าของบ้านที่ดันหลังเขาให้เดินเข้าไปข้างในพูดขึ้นตอนที่หันมามองหน้าติวเตอร์อีกรอบ “เมื่อคืนนอนดึกหรือไง”

 

“อื้อ”

 

“หลังจากกูกลับมึงยังอ่านหนังสือต่ออีเหรอ”

 

“ใช่”

 

“กี่ทุ่ม”

 

“ตีสาม”

 

“มึงบ้าป่ะเนี่ย หักโหมไปแล้ว”

 

“ให้ทำไงได้ล่ะพี่ ผมไม่เก่งวิชานี้นี่นา” ติวเตอร์หาววอดๆ พลางพูดบอกคนตรงหน้าไปด้วย ตอนแรกเขาเกือบจะเลื่อนหรือยกเลิกนัดพี่ไฟท์แล้วด้วยซ้ำแต่พอคิดได้ว่าถ้าหากไม่ไปครั้งนี้อาจจะโดนพี่มันก่อกวนมากกว่าเดิมก็เลยยกเลิกความตั้งใจนี่ไป

 

ไฟท์เตอร์มองคนที่ยังหาวไม่หยุด หน้าตาของติวเตอร์ตอนนี้คือพร้อมที่จะหลับได้ทุกเมื่อด้วยซ้ำ

 

“ง่วงมากเลยเหรอ”

 

“สุดๆ ถ้ามีที่นอนตอนนี้คือผมพร้อมจะทิ้งตัวอ่ะบอกเลย”

 

“งั้นมานี่มา” ไฟท์เตอร์พูดพร้อมกับคว้ามือคนน้องให้เดินตามตัวเองไป

 

“ไปไหนอ่ะ”

 

“ห้องกู”

 

“ไปทำไม”

 

“ก็ไหนบอกว่าจะนอน”

 

“แล้วขนมอ่ะ เขายังไม่ทำกันตอนนี้เหรอ ผมกลัวว่าถ้านอนแล้วจะตื่นมาไม่ทันเขาทำขนม”

 

“ยังหรอก น่าจะอีกสักพักใหญ่แหละ เดี๋ยวไงถ้าเขาเริ่มทำจริงๆ กูจะปลุกมึงอีกที”

 

“...”

 

“โอเคไหม”

 

“อื้อ โอเคก็ได้” ติวเตอร์พยักหน้าให้เจ้าของบ้านเสร็จก็เดินตามไฟท์เตอร์ไปอย่างไม่ขัดขืน อาจเพราะง่วงนั่นแหละเลยยอมทำทุกอย่างทั้งๆ ที่ปกตินิสัยเขาไม่ใช่คนแบบนี้ด้วยซ้ำ

 

ตอนที่เดินตามไฟท์เตอร์มา สายตาเขาเองก็แอบสำรวจรอบๆ บ้านไปด้วย ยอมรับเลยว่าบ้านพี่ไฟท์มีขนาดใหญ่และถูกตกแต่งอย่างเรียบหรู แต่ในความใหญ่โตของมันก็ยังสัมผัสได้ถึงความเหงา ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันออกมาจากตัวบ้านหรือออกมาจากคนที่เดินจูงมือเขาอยู่กันแน่

 

“ไปนอนไป” เจ้าของห้องดันไหล่ติวเตอร์ให้เดินไปยังเตียง คนตัวเล็กกว่าพยักหน้าหงึกงักก่อนจะเดินดุ่มๆ ตรงไปยังเตียงขนาดคิงไซต์ เขามุดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาด้วยความรู้สึกอิ่มเอม

 

ไม่คิดเลยว่าเตียงราคาแพงิวสัมผัสจะดีแบบนี้ มันจะต่างจากเตียงราคาถูกที่อยู่หอเขามากเลยอ่ะ

 

อยากมีแบบนี้ไว้สักอันจัง

 

“หน้าฟินมาก ชอบเตียงหรือไง”

 

“อื้อ โคตรสบายเลย” เสียงงึมงำในลำคอดังขึ้นพร้อมกับเปลือกตาที่ปรือใกล้จะหลับ ไฟท์เตอร์ขยับตัวขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงอยู่ข้างๆ แขกผู้มาเยือน “บ้านพี่ไฟท์ใหญ่มาก”

 

“ไม่ใช่บ้านกูสักหน่อย”

 

“...”

 

“บ้านแม่”

 

“บ้านแม่พี่ไฟท์ใหญ่มาก... แต่ดูเหงาจัง”

 

“...”

 

“...”

 

“เหงาไหมพี่ไฟท์” เสียงพูดพึมพำจากติวเตอร์ดังเบาคล้ายละเมอ เจ้าตัวดูจะพูดกับตัวเองมากกว่าที่จะพูดกับไฟท์เตอร์ ดวงตาที่ปรือในตอนแรกค่อยๆ หลับลงช้าๆ ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเขาหลับไปแล้ว

 

ไฟท์เตอร์มองหน้าคนที่หลับอยู่แป๊บนึงถึงค่อยหยิบมือถือขึ้นมาเล่น แม้ในมือจะยังกดโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อยแต่คำถามจากติวเตอร์ยังดังก้องอยู่ในหัว อาจเพราะไฟท์เตอร์ไม่ได้ตั้งคำถามนี้กับตัวเองมานานมากแล้ว น่าจะตั้งแต่ที่เริ่มโตและเข้าใจความเป็นไปของโลกมากขึ้นนั่นแหละ แต่พอโดนถามอะไรแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งก็รู้สึกไปไม่เป็นเหมือนกัน

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“คุณไฟท์คะ” เสียงเรียกจากด้านนอกทำให้ความคิดหยุดลงกะทันหันก่อนจะเดินมาเปิดประตูให้แม่บ้าน

 

“ครับ?

 

“ตอนนี้เชฟมาถึงแล้วนะคะ กำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่”

 

“งั้น...” ไฟท์เตอร์ตัดสินใจไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าควรปลุกคนที่เพิ่งหลับเมื่อไม่ถึงห้านาทีก่อนดีไหม “ให้เชฟรอสัก 10 นาทีนะป้าเดี๋ยวยังไงผมตามลงไป”

 

“ได้ค่ะ” พอแม่บ้านรับปากเสร็จ ไฟท์เตอร์ก็เดินกลับมาที่เตียง มองหน้าคนที่เพิ่งหลับไปไม่นานอีกรอบ

 

“เตอร์...”

 

“...”

 

“ไอ้เตอร์” ไฟท์เตอร์เรียกชื่อคนที่นอนหลับอยู่อีกครั้งผลที่ได้กลับมาคือการดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าตัวเองจนเหลือแค่ตาเท่านั้น “เขาเริ่มทำขนมกันแล้วมึงจะไปดูไหม”

 

“...”

 

“ได้ยินป่ะเนี่ย”

 

“ไม่”

 

“ไม่ได้ยินแล้วใครตอบกูวะ”

 

“...”

 

“มึงนี่น้า สรุปจะลงไปดูเขาทำขนมหรือเปล่า”

 

“ไม่ลงได้ไหมพี่ไฟท์ ผมง่วง” เด็กขี้เซาพูดพลางช้อนตาขึ้นมองไฟท์เตอร์อย่างอ้อนๆ คำถามที่ถามมาเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้วว่าไม่อยากลงไป

 

“เออๆ ถ้างั้นก็นอนไป” สุดท้ายไฟท์เตอร์ทำได้แค่ตามใจแล้วปล่อยให้คนตรงหน้านอนอย่างที่เจ้าตัวต้องการ ส่วนตัวเองก็เดินลงมาข้างล่างเพื่อเลือกขนมสำหรับงานพรุ่งนี้

 

ปกติงานที่บริษัทแม่ไฟท์เตอร์มักไม่ค่อยมีโอกาสได้ช่วยเท่าไหร่ ยกเว้นเสียแต่งานนั้นจะเป็นสิ่งที่เขาอยากทำจริงๆ อย่างการเลือกขนมแบบนี้ ปกติก็เป็นแม่หรือไม่ก็เลขา แต่เพราะเขาดันนึกถึงสิ่งที่ติวเตอร์บอกเรื่องที่ทำขนมให้พี่สาว สุดท้ายเลยตัดสินใจที่จะทำ แต่ท้ายสุดก็ล่มไม่เป็นท่าเพราะเจ้าตัวดันง่วงและนอนหลับอยู่บนห้องเขาซะงั้น

 

“งั้นผมกับเลยนะครับคุณไฟท์”

 

“ได้ครับเชฟ ยังไงผมจะให้เลขาแม่ส่งลิสขนมไปให้ก่อนทุ่มนึงวันนี้นะครับ” เชฟพยักหน้าและพูดกับไฟท์เตอร์อีกไม่กี่ประโยคถึงค่อยเดินออกจากห้องครัวไป ไฟท์เตอร์มองขนมตรงหน้าอย่างชั่งใจเลือกไม่ถูกว่าควรจะเอาอันไหนไปงานสำหรับพรุ่งนี้ดี

 

“พี่ไฟท์” แต่ดูเหมือนสวรรค์จะประทานคนช่วยเลือกขนมมาให้ไฟท์เตอร์

 

 “ตื่นแล้ว?

 

“ใช่” ติวเตอร์พยักหน้าแล้วเดินเข้ามาด้านในห้องครัว เจ้าตัวสำรวจขนมตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ “เชฟกลับแล้วเหรอ”

 

“อื้อ”

 

“เสียดายอ่ะ”

 

“กูปลุกมึงแล้ว”

 

“รู้ แต่ก็เสียดายอยู่ดี” ติวเตอร์บอกพลางหันไปมองขนมตรงหน้า เขาสังเกตขนมแต่ละชิ้นอย่างละเอียด มีก้มลงไปใกล้ๆ เพื่อดูความปราณีตและวิธีจัดวางด้วย

 

“ลองชิมดูดิ”

 

“ได้เหรอ”

 

“เออลองดูแล้วลิสให้กูด้วยว่าอันไหนอร่อยควรเอาไปงานพรุ่งนี้”

 

“งั้นขอชิมอันนี้ก่อน” คนพูดหยิบขนมหน้าผลไม้ชิ้นนึงขึ้นมาดูก่อนจะงับมันเข้าปาก ความรู้สึกแรกที่ได้กินมันอร่อยมาก ไม่รู้ว่าเพราะหิวหรือเพราะมันอร่อยจริงๆ แต่กินเข้าไปแล้วรู้เลยว่าขนมชิ้นนี้ราคาไม่ธรรมดา “อร่อย”

 

“ลองชิ้นอื่นด้วยดิ” ติวเตอร์พยักหน้าก่อนจะหยิบมันขึ้นมาชิมอยู่สองสามอย่าง จนมาเจอชิ้นนึงที่เจ้าดูจะชอบเป็นพิเศษ

 

“อันนี้อร่อยมากเลยพี่ไฟท์ ลองชิมดู” ติวเตอร์พูดพร้อมๆ กับเอาขนมที่ตัวเองเพิ่งกัดเมื่อกี้มาจ่อที่ปากไฟท์เตอร์เป็นเชิงป้อน “เร็วพี่ไฟท์”

 

ติวเตอร์เร่งให้ไฟท์เตอร์รีบกินขนมในมือตัวเอง สุดท้ายคนอย่างไฟท์เตอร์ก็ทำได้แค่ขยับหน้าลงไปกัดขนมที่ติวเตอร์ป้อนทั้งคำ

 

มันเป็นช่วงจังหวะนั่นแหละที่เสียงหัวใจเต้นดังอีกครั้ง อาจจะเป็นช่วงจังหวะที่ริมฝีปากของไฟท์เตอร์ขยับโดนที่นิ้วของคนน้อง หรือ ไม่ก็เป็นช่วงจังหวะที่สายตาเราทั้งคู่สบกันพอดี

 

“ไฟท์?” แต่เสียงเรียกจากใครสักคนก็ดึงสติเราทั้งคู่ให้หันไปมอง

 

ภาพที่ติวเตอร์เห็นคือผู้หญิงวัยกลางคนในชุดทำงานกำลังมองตรงมายังเขา สายตาที่ส่งมามันไม่ได้มีคำว่าไม่ชอบใจหรือไม่พอใจอะไรหร่อก อาจเป็นแค่ความสงสัยว่าติวเตอร์เป็นใครเท่านั้น

 

“อ่าวแม่” ไฟท์เตอร์เอ่ยปากเรียกชื่อเจ้าของแววตาคู่นั้น “มาถึงนานแล้วเหรอครับ”

 

“เมื่อกี้ แล้วนั่น...”

 

“สวัสดีครับ” ติวเตอร์ไม่รอให้ไฟท์เตอร์แนะนำตัว เขายกมือไหว้คนตรงหน้าแล้วยิ้มออก “ผมติวเตอร์ครับ”

 

“ติวเตอร์?

 

“ครับชื่อติวเตอร์แต่ก็เป็นคนติว Eng ให้พี่ไฟท์ด้วย”

 

“อ๋อ” แม่พี่ไฟท์พยักหน้าเสร็จก็เบนสายตาไปยังลูกชายตัวเอง “แล้วนี่ไฟท์เลือกขนมเสร็จแล้วใช่ไหม”

 

“ยังครับ แต่ว่าเดี๋ยวเสร็จแล้วจะลิสส่งให้เลขาแม่ภายในเย็นนี้”

 

“โอเค ยังไงพรุ่งนี้ไฟท์เตรียมตัวไปงานกับแม่ด้วยนะ”

 

“...” ไฟท์เตอร์ไม่ได้ตอบ

 

แม่เองก็ไม่ได้พูดคาดคั้นอะไร เธอแค่มองเราสองคนนิ่งๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ติวเตอร์ไม่แน่ใจว่าเขาคิดไปเองไหมแต่สายตาของแม่พี่ไฟท์มันทำให้รู้สึกเขาแปลกๆ มันไม่ใช่สายตาที่ไม่ชอบแต่ก็ไม่ใช่สายตาของคนที่เอ็นดู

 

“เดี๋ยวไงช่วยกูเลือกขนมเสร็จแล้ว ค่อยกลับละกันเนอะ”

 

“ได้”

 

“แล้วไปกินข้าวหน้าหอมึงด้วย”

 

“พี่ไฟท์ไม่กินกับแม่เหรอ”

 

“ไม่อ่ะ... ปกติก็ไม่กินอยู่แล้ว” ติวเตอร์พยักหน้าเข้าใจ เขาไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่านั้นแค่หันไปลิสขนมที่ตัวเองชอบให้ไฟท์เตอร์จนหมด ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันออกมาจากบ้านพร้อมกับไมโคเวฟที่คุยกันไว้ตั้งแต่แรก

 

ไฟท์เตอร์และติวเตอร์แวะกินข้าวหมูแดงหน้าปากซอยกันก่อนที่กลับมาที่หอ ตอนแรกเจ้าของรถทำท่าจะลงมาด้วยกันแต่เป็นติวเตอร์นั่นแหละที่เบรกไว้ก่อน

 

“มึงไหวแน่นะเตอร์”

 

“ไหว กล่องไมโคเวฟอันแค่นี้ ไม่ต้องมาช่วยกันยกอะไรขนาดนั้นหรอกน่า”

 

“เออ กูรู้ว่ามึงแข็งแรงมาก”

 

“แหงอยู่แล้ว งั้นเดี๋ยวไงผมไปแล้วนะ” ติวเตอร์พูดเสร็จก็หันไปเปิดประตูฝั่งตัวเองแต่เหมือนเจ้าตัวจะนึกอะไรบางอย่างออกถึงหันกลับไปหาไฟท์เตอร์อีกรอบ “ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือ เพราะมีสอบย่อย”

 

“เออรู้”

 

“ถ้ารู้แล้ว ช่วงนี้พี่ก็อย่าเพิ่งมากวนกัน เดี๋ยวไงไงผมสอบย่อยเสร็จแล้วจะโทรหาอีกที โอเคไหม”

 

“โอเค” ติวเตอร์ยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนดื้อดึงอย่างพี่ไฟท์ยอมแต่โดยดี เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเผลอเอื้อมมือไปลูบหัวคนเป็นพี่เบาๆ

 

“น่ารักมาก”

 

“...”

 

“...” ตอนที่ลูบหัวพี่มันไปก็ไม่ได้รู้ตัวหรอกว่ามันเหมาะหรือไม่เหมาะ แต่พอเห็นสายตาที่ส่งมาให้ มือที่กำลังลูบๆ อยู่ก็ชะงักและหยุดแทบจะทันที

 

ใช่... สายตาของพี่ไฟท์มันไม่ใช่สายตาแบบที่คนไม่พอใจส่งมาหรอกแต่เป็นสายที่ติวเตอร์เองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

 

“งั้น... ผมไปนะพี่ ไว้เจอกัน” พูดจบติวเตอร์ก็รีบเปิดประตูออกมาจากรถทันที

 

ในใจเอาแต่คิดว่าดีนะที่ไหวตัวทันไม่งั้นคนซวยก็น่าจะเป็นเขา

 

 

แกร๊ก

 

เสียงประตูห้องติวเตอร์ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทจากคนที่เคยบอกว่าจะไม่มากวนเวลาตอนเขาอ่านหนังสือในช่วงนี้

 

“พี่ไฟท์” นอกจากสายตาที่ไม่พอใจแล้วน้ำเสียงที่เรียกชื่อไฟท์เตอร์ก็ดูเหนื่อยหน่ายเหมือนกัน “ไหนคุยกันแล้วไงว่าจะไม่มา”

 

“ใครบอก”

 

“พี่นั่นแหละ”

 

“อ้าวเหรอ จำไม่เห็นได้” ไฟท์เตอร์ยักไหล่กวนตีนแล้วเบี่ยงประเด็นเป็นชูขนมเค้กในมือให้ติวเตอร์แทน “กินเปล่า...”

 

“ถ้าผมกินเสร็จแล้วพี่จะกลับเลยใช่ไหม”

 

“ไม่อ่ะ วันนี้กูว่าจะมาช่วยติวไฮโดรให้มึงด้วย”

 

“แต่ผมอ่านคนเดียวได้นะพี่”

 

“อ่านน่ะอ่านได้ แต่ถ้าได้คนที่ผ่านวิชานี้มาช่วยติวมันก็ดีกว่าไม่เหรอ”

 

“...” ติวเตอร์ยังคงทำหน้าเซ็งๆ อยู่

 

“เอาน่าเชื่อกู”

 

“พี่แม่ง...”

 

“ทำไม”

 

“โคตรดื้อ”

 

“ฮ่า ฮ่า เออ ดื้อก็ดื้อ แล้วสรุปเค้กนี่จะกินเลยไหม หรือจะรอก่อน”

 

“ผมยังไม่หิว พี่เอาไปใส่ไว้ในตู้ก่อนก็ได้” เสียงติวเตอร์ที่ตอบมาอ่อนลงกว่าตอนแรกค่อนข้างมาก

 

“โอเค”

 

“แล้วพี่ก็ห้ามกวนผมตอนอ่านหนังสือด้วยเข้าใจไหม”

 

“รู้แล้วน่า” ไฟท์เตอร์ตอบเจ้าของห้องเสร็จก็เอาเค้กไปเก็บในตู้เย็น “ถ้าหิวก็บอกกู”

 

“อืม” น้องพึมพำในลำคอแล้วหันไปสนใจหนังสือต่อ ส่วนไฟท์เตอร์หลังจากที่เก็บเค้กเข้าตู้เย็นแล้วก็มานั่งเล่น นอนเล่นอยู่บนเตียง มีบ้างที่หันไปมองคนหน้าเครียด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าไปกวนอะไรติวเตอร์อย่างที่รับปากไว้จริงๆ ไม่ได้ชวนคุย ไม่ได้ถามหรือหาเรื่องอะไร แค่นั่งๆ นอนๆ อยู่ตรงนั้นจนท้ายที่สุดก็เผลอหลับไป

 

“เฮ้ออออออ ไม่เข้าใจโว้ยยย” ไฟท์เตอร์ที่หลับไปเกือบสามหรือสี่ชั่วโมงสะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงบ่นจากเจ้าของห้อง

 

“มึงเครียดไป” พองัวเงียตืนได้สักพักก็ขยับเอาหน้ามาใกล้กับคนที่นั่งพิงเตียงอยู่

 

“อ่าว ผมทำพี่ตื่นใช่ไหมเนี่ย ขอโทษทีพี่ นอนต่อเถอะ”

 

“นอนไม่หลับแล้ว” ไฟท์เตอร์ตอบตามความจริง ส่วนติวเตอร์ก็ทำได้แต่พยักหน้าแล้วเอนศีรษะลงบนเตียง ชีทที่เคยอยู่ในมือถูกวางไว้ที่หน้าตัวเองแล้วตีเบาๆ ราวกับว่ามันจะออสโมซิสสูตรไฮโดรเข้าสมอง เห็นแบบนั้นแล้วก็อดขำไม่ได้ ไฟท์เตอร์เลยตัดสินใจเดินไปหยิบเค้กในตู้ออกมา ก่อนจะขยับนั่งลงข้างคนที่กำลังเครียดอยู่แทน

 

“เลิกเครียดสัก 10 นาทีได้ไหมวะ พักก่อนเถอะ”

 

“ไม่ได้อ่ะดิพี่ไฟท์” ติวเตอร์พูดทั้งๆ ที่มีชีทยังปิดหน้าตัวเองอยู่

 

“ทำไมจะไม่ได้ ไฮโดรอ่ะถ้าจับจุดหรือจำสูตรที่จะเอาไปใช้ได้ก็ง่ายมากเลยนะเว้ย เชื่อกู”

 

“ง่ายอะไรล่ะ” ติวเตอร์ดึงชีทที่แปะหน้าตัวเองออกแล้วขยับหันมามองคนที่อยู่ข้างกาย “มันไม่ง่ายเลยพี่ไฟท์ ผมจำสูตรไม่ได้ บางสูตรก็ไม่เข้าใจ อ่านโจทย์แล้วก็ยังงงๆ อยู่"


"..."


"แต่ช่าเถอะ ผมพูดไปก็เท่านั้น พี่ไม่เป็นผม ยังไงพี่ก็ไม่เข้าใจหรอก”

 

“เข้าใจดิ กูผ่านมาแล้ว”

 

“คนดรอปอิ้ง 4 สองรอบมีสิทธิ์พูดจริงดิ”

 

“เดี๋ยวคุณ พูดแบบนี้ไม่ถูกนะครับ ถึงผมจะดรอปอิ้ง 4 ไปสองรอบก็ไม่ได้หมายความว่าวิชาไฮโดรผมจะดรอปสักหน่อย”

 

“...”

 

“เอาน่า พักก่อน กินเค้กไป” ไฟท์เตอร์เลื่อนเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นให้ขยับไปอยู่ตรงหน้าติวเตอร์แทน คนตัวเล็กหันมามองหน้าคนที่ใช้เค้กมาปลอบเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ยิ้มอะไรวะ”

 

“เปล่า... ผมแค่ไม่คิดว่าพี่ไฟท์จะมีมุมนี้”

 

“มุมไหน”

 

“ก็มุมที่ไม่บ้าอำนาจหรือมุมที่ไม่ทำหน้าหงิกงอแบบนี้ไงเล่า” ติวเตอร์หันมายู่ปาก ก่อนจะทำหน้าหงิกงอแบบที่ตัวเองคิดส่งไปให้ไฟท์เตอร์

 

“กูไม่ได้ทำหน้าแบบที่มึงบอกสักหน่อย”

 

“พี่ทำ”

 

“กูเปล่า”

 

“พี่ทำจริงๆ ทำแบบนี้” ติวเตอร์พูดพร้อมกับยกมือข้างนึงขึ้นมาแล้วงอนิ้วพร้อมกับทำหน้าบูดให้ไฟท์เตอร์เห็นอีกรอบ จนไฟท์เตอร์ส่ายหัวออกมาอย่างเหนื่อยใจ

 

“กินเข้าไปได้แล้ว”

 

“พี่กินไหม” ติวเตอร์ตักเค้กขึ้นมาคำนึง

 

“ไม่อ่ะมึงกินไปเถอะ”

 

“โอเค” ติวเตอร์รับคำเบาๆ แล้วเอาเค้กเข้าปากตัวเองแทน ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันอะไรอีก มีแค่ติวเตอร์ที่นั่งกินเค้กและอ่านหนังสือไปเงียบๆ ส่วนไฟท์เตอร์ที่ตอนแรกกะว่าจะกลับขึ้นไปนอนเล่นบนเตียงต่อก็เปลี่ยนมานั่งเล่นเกมส์อยู่ข้างๆ แทน ไฟท์เตอร์ไม่ได้รบกวนติวเตอร์หรอก แค่นั่งอยู่เฉยๆ มองคนที่บางครั้งก็ทำหน้าเครียด บางครั้งก็ทำหน้างง หรือบางครั้งก็ยิ้มออกมาเพราะแทนสูตรถูกอย่างสนุก

 

“ว่าแต่พี่ไฟท์จะกลับตอนไหนอ่ะ” จู่ๆ คนที่อ่านหนังสืออยู่ก็เอ่ยปากถาม

 

“ไล่เหรอ”

 

“อื้อ”

 

“ถ้างั้นไม่ไป”

 

“พี่แม่งกวนตีนจังวะ รีบๆ กลับไปได้แล้วไป” ไฟท์เตอร์ยักไหล่แทนคำตอบ ก่อนขยับท้าวคางกับโต๊ะญี่ปุ่นแล้วหันหน้ามามองเขาแทน “อะไรอีก”

 

“เมื่อไหร่มึงจะเลิกอ่านหนังสือ”

 

“อีกพักนึง”

 

“แต่นี่ทุ่มกว่าแล้วนะ”

 

“อื้อ”

 

“ไม่หิวข้าวเหรอ”

 

“ไมเท่าไหร่”

 

“แต่กูหิว ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เที่ยง”

 

“พี่หิว ก็ไปกินก่อน” ติวเตอร์ตอบโดยที่ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของคำถามด้วยซ้ำ

 

“แต่กูอยากให้มึงไปด้วย เลิกอ่านเถอะ ไปหาอะไรกินกัน”

 

“ยังอ่ะพี่ไฟท์ ขอเวลาอีกแป๊บนึง”

 

“มึงเครียดไปแล้ว”

 

“ไม่เครียดไม่ได้พี่ ผมไม่เก่งไฮโดร ผมต้องพยายามมากกว่าคนอื่น”

 

“พยายามอ่ะไม่ว่าหรอก แต่มึงลืมไปหรือเปล่าว่าก็แค่ควิซย่อย คะแนนสอบตรงนี้แม่งน้อยจะตาย ส่วนใหญ่มันอยู่ที่มิดเทอมกับไฟนอลแล้วก็โปรเจ็กต์ ถึงจะได้คะแนนเต็มก็ไม่ได้การันตีว่ามึงจะได้เอสักหน่อย”

 

“แต่มันก็คะแนนป่ะวะพี่ไฟท์ ขอร้องล่ะอย่าเพิ่งกวนผมตอนนี้เลยน่า” ไฟท์เตอร์มองคนพูดแล้วเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ติวเตอร์เป็นคนดื้อ ต่อให้เอาช้างมาฉุดถ้าน้องมันไม่ยอมก็น่าจะไม่ยอมอย่างที่

 

“มึงจะเอาแบบนี้จริงๆ ใช่ป่ะ”

 

“เออ”

 

“ได้” ยิ้มร้ายถูกจุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนไฟท์เตอร์เอื้อมมือไปดึงชีทที่วางอยู่บนโต๊ะติวเตอร์ทันที

 

“พี่ไฟท์!!!” นอกจากเสียงที่ไม่พอใจแล้ว ติวเตอร์ยังทำหน้าไม่พอใจอีกด้วย “เอาชีทผมคืนมา”

 

ติวเตอร์แบมือขอชีทเรียนจากคนตรงหน้าที่ดูท่าทางแล้วคงไม่ให้เขาง่าย

 

“เร็วพี่ไฟท์” นอกจากจะไม่ให้แล้วยังเอาชีทไปซ่อนไว้ข้างหลังตัวเองอีก "พี่ไฟท์”

 

สุดท้ายคนอย่างติวเตอร์ก็ทำได้แค่เอื้อมมือไปดึงชีทคืนจากคนขี้แกล้ง แต่มันก็เท่านั้นเพราะนอกจากพี่มันจะไม่ให้แล้วยังเอาชีทนั้นหลบหลีกมือของเขาไปอีก

 

“พี่ไฟท์แม่งเอาคืนมาเลยนะเว้ย”

 

แต่แทนที่ไฟท์เตอร์จะตอบพี่มันกลับยักคิ้วกวนตีนส่งมาให้แทน สุดท้ายติวเตอร์ก็ใช้แรงทั้งหมดไปกับการแย่งชีทเรียนคืนมา แน่นอนว่าคนที่ตัวใหญ่กว่าอย่างพี่ไฟท์แทบจะไม่ใช้แรงในการหลบหลีกมือที่พยายามจะยื้อแย่งชีทจากตัวเองเลย มีแต่เขาเนี่ยแหละที่ตอนนี้แทบจะปีนขึ้นไปนั่งบนตักพี่มันอยู่แล้ว

 

สุดท้ายพอแย่งไปแย่งมามันกลับกลายเป็นว่าเราลืมอะไรบางอย่างไป

 

เราลืมว่าระยะห่างของร่างกายเราตอนนี้มันแนบชิดกันขนาดไหน

 

รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ติวเตอร์พลาดท่าเสียหลักล้มทับลงไปบนตัวไฟท์เตอร์แล้ว

 

!!!??

 

เหมือนเวลากำลังจะหยุดหมุนอีกครั้ง

 

บางทีมันอาจจะหยุดหมุนเพราะสายตาคมที่จ้องมายังเขาด้วย

 

แม้ดวงตาคมที่ส่งมามันเทียบอะไรไม่ได้เลยกับการรับรู้ถึงลมหายใจที่ใกล้กัน

 

“ช่างเถอะ” ติวเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแล้วพยายามขยับลุกออกจากตัวไฟท์เตอร์ “ผมไม่อ่านชีทนั้นแล้วก็ได้”

 

พอขยับลุกออกมาได้ เขาก็หันไปหยิบชีทอื่นที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเองแทน

 

ความเงียบโรยตัวลงมาพร้อมกับมือข้างหนึ่งของติวเตอร์ที่ยกขึ้นกั้นหน้าตัวเองไม่ให้มองเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ใช่ไม่รับรู้ถึงสายตาที่มองมา

 

แต่เพราะไอ้สายตานี้แหละที่ทำให้ติวเตอร์รู้สึกอึดอัด

 

“เตอร์”

 

“อืม”

 

“กูคืนให้ก็ได้” ไฟท์เตอร์ยอมคืนชีทในมือให้เจ้าของเดิม แม้ตอนแรกติวเตอร์จะยังลังเล แต่ท้ายสุดเขาก็หันกลับมารับชีทจากมือไฟท์เตอร์

 

“พี่ไฟท์” ที่เรียกชื่อเพราะคนที่บอกว่าจะคืนชีทเรียนให้ไม่ยอมปล่อยมือสักที “ปล่อยชีทได้แล้ว”

 

“...” แต่แทนที่พี่ไฟท์จะตอบ พี่มันกลับดึงชีทเข้าหาตัวเองแทน

 

“พี่ไฟท์... อื้อ” รู้ตัวอีกทีริมฝีปากของไฟท์เตอร์ก็กดจูบลงบนปากเขาแล้ว มือหนาที่เคยจับชีทเรียนถูกปล่อยแล้วเปลี่ยนมายกขึ้นประคองใบหน้าของเขาแทน

 

มันเป็นช่วงจังหวะเวลานั้นที่คิดว่าควรจะผลักไฟท์เตอร์ออกแต่อีกใจก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากทำ

 

อาจเพราะจูบในรอบนี้มันแตกต่างจากครั้งแรกในร้านเหล้า มันไม่ใช่จูบที่เกิดจากความโกรธคนเป็นพี่ แต่มันเป็นจูบที่ทำให้เขารู้สึกวูบโหวงในช่องท้อง มันทั้งนุ่มนวล ทะนุถนอม และก็ทำให้รู้สึกดีในคราวเดียวกัน

 

ยิ่งช่วงจังหวะที่ไฟท์เตอร์เอียงศรีษะตัวเองให้ได้องศาในการจูบก่อนบดเบียดริมฝีปากนั้นลงมาอย่างเอาแต่ใจแล้ว มันก็ยิ่งทำให้หัวใจเขาสั่นไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขารับรู้ได้แม้กระทั่งริมฝีปากล่างที่ถูกดูดกลืนจนติดริมฝีปากพี่เขาไปด้วย

 

ศีรษะที่แนบชิดติดกันกับมือที่ประคองใบหน้า

 

ลมหายใจติดขัดกำลังหล่อหลอมเป็นลมหายใจเดียวกัน


เราทั้งคู่รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ

 

แต่ก็ยังไม่มีใครเอ่ยปากพูดมันออกมา


จูบที่นุ่มนวลยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย 


มือติวเตอร์ที่เอื้อมไปจับเสื้อไฟท์เตอร์ในตอนนี้ ราวกับเป็นเพียงสิ่งที่ยึดเกาะความรู้สึก


คำถามในหัวเกิดขึ้นมากมาย


มันมาพร้อมกับคำว่าทำไม


และก็มาพร้อมกับความรู้สึกผิดที่มีต่อใครอีกคน


สิ่งที่รู้สึกมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย


ไม่ใช่เลยสักนิด

 

“พี่ไฟท์” ติวเตอร์เรียกชื่อคนตรงหน้า มือที่ขย้ำเสื้อคนเป็นพี่ในคราวแรกถูกกระตุกเบาๆ ราวกับบอกว่าให้พอก่อน สายตากึ่งขอร้องและสับสนเกิดขึ้นจากคนตัวเล็กกว่า

 

ไฟท์เตอร์จูบที่ริมฝีปากคนตรงหน้าอีกทีถึงยอมถอนมันออก เขาจ้องมองกลับไปหาน้องด้วยแววตาที่สับสนไม่แพ้กัน

 

ไฟท์เตอร์รับรู้ว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น

 

ก่อนหน้านี้อาจจะเป็นความรู้สึกอยากแกล้ง โกรธ โมโห เลยทำมันลงไปทั้งแบบนั้น

 

แต่ตอนนี้มันต่างกัน

 

ต่างกันมากจนรู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงทำแบบนี้


ทั้งๆ ที่ตอนแรกปักใจเชื่อไปแล้วว่ามันเป็นแค่ความเอ็นดูของรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เป็นความรู้สึกของลูกคนเดียวที่ได้มีน้องชายอย่างติวเตอร์เข้ามา

 

แต่ถึงตอนนี้ไฟท์เตอร์เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามันใช่แบบที่เขาคิดอยู่ไหม

 

“พี่จูบผมทำไม” สายตาของติวเตอร์ที่ส่งมาดูคาดคั้นจะเอาคำตอบ ต่างจากคนถูกถามที่ไม่รู้เลยว่าถ้าตอบไปแล้วมันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องไหม

 

เขากลัวว่าถ้าพูดออกไปทั้งๆ ที่ยังไม่มั่นใจแบบนี้มันอาจทำให้ใครสักคนต้องเสียใจ 


ไม่ตัวเขา... ก็เป็นคนตรงหน้า


คนที่ตอนนี้รอคำตอบเขาอยู่


แต่เขาไม่รู้ว่ะ


ไม่รู้ว่าควรตอบแบบไหน


บางทีการไม่ยอมรับกับสิ่งที่กำลังสับสนอยู่มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด... สำหรับเรา

 

“พี่ไฟท์... พี่รู้ใช่ไหมว่าเพิ่งทำอะไรลงไป”

 

“...”

 

“...”

 

“รู้” ไฟท์เตอร์ตอบคนตรงหน้า แววตาที่ส่งไปให้ในตอนแรกแม้จะสับสนแต่ท้ายสุดก็เหมือนจะตัดสินใจและเชื่อในแบบที่ตัวเองอยากเชื่อไปก่อน “กู... กูก็แค่เคลิ้มๆ กับบรรยากาศหรือไม่ก็แค่อยากแกล้งมึงเท่านั้นแหละ”

 

ความอึดอัดที่มีอยู่เป็นทุนเดิมมันกลับยิ่งมีมากขึ้นเมื่อไฟท์เตอร์พูดจบ

 

“งั้นเหรอ” ติวเตอร์แทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าเสี้ยวหนึ่งของแววตามันมีความผิดหวังผสมอยู่ในนั้น

 

เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง อธิบายไม่ถูกหรอกว่ามันเป็นแบบไหนกันแน่

 

บางทีอาจจะเป็นเหมือนอย่างที่พี่ไฟท์พูดก็ได้มั้ง ก็แค่บรรยากาศชวนเคลิ้มหรือไม่พี่มันก็แค่อยากแกล้ง ทุกอย่างลงตัวในจังหวะเวลาพอดีกันมันเลยทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

 

แต่ไม่รู้ดิ... ลึกๆ แล้วติวเตอร์ก็ยังเชื่อว่ามันไม่ใช่แค่นั้นแต่ในเมื่อไฟท์เตอร์เลือกจะปฏิเสธก็ช่างเถอะ

 

“ถ้าพี่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นแบบนั้นก็แล้วแต่พี่ละกัน” ติวเตอร์พูดออกมาอย่างรู้สึกปลง เขาขยับลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินหนีไป แต่ก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดีเพราะไฟท์เตอร์เดินมาขวางทางเขาไม่ก่อน

 

แล้วมึงคิดว่ามันเป็นแบบไหน”

 

“...”

 

“มึงคิดว่ากูชอบผู้ชาย? คิดว่ากูชอบมึงงั้นเหรอ”

 

“หรือไม่ใช่?” ติวเตอร์ถามกลับ

 

“ไม่มีทาง”

 

“ก็คิดไว้อยู่แล้วแหละว่าพี่ต้องพูดแบบนี้”

 

“แล้วตัวมึงล่ะเตอร์” ไฟท์เตอร์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ที่ยอมให้กูจูบเนี่ยเคยถามตัวเองไหมว่าเพราะอะไร”

 

“...”

 

“ชอบกูหรือเปล่า”

 

“ไม่ใช่... ผมไม่ได้ชอบ” ติวเตอร์ปฏิเสธทันทีโดยไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองเลยด้วยซ้ำ เขาจ้องมองไปยังดวงตาคมตรงหน้า แววตาเราที่สะท้อนต่อกันมันสื่ออารมณ์ออกมาคนละแบบ ติวเตอร์ไม่รู้ว่าไฟท์เตอร์คิดอะไร แต่กับตัวเขาเองเขาไม่มีทางรู้สึกแบบนั้นกับพี่ไฟท์

 

อาจเพราะสิ่งหนึ่งที่ยังค้ำความรู้สึกเขาอยู่เสมอคือหว่าหวา เพื่อนสมัยเด็กที่คบกันมาเกินสิบปี แม้ตอนนี้ติวเตอร์จะรู้ความจริงแล้วว่าหว่าหวากับพี่ไฟท์จะไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ แต่ถึงตอนนี้ทั้งคู่ก็ยังคุยกันอยู่ แม้ช่วงหลังติวเตอร์จะจับสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงไป แต่มันก็... ช่างเถอะ

 

เขามันไม่จำเป็นต้องหาคำตอบสักหน่อยเพราะมันรู้อยู่แล้วว่าเป็นแบบไหน

 

“หึ” ไฟท์เตอร์พ่นลมหายใจร้อนออกมาอย่างรู้สึกหงุดหงิด “กับตัวมึงยังปฏิเสธได้ แล้วทำไมมึงถึงคิดว่ากูเป็นแบบมึงไม่ได้วะเตอร์”

 

“ก็เพราะถ้าพี่รู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน พี่จะได้เลิกยุ่งกับเพื่อนผมสักทีไง”

 

“งั้น... เหรอ”

 

“...”

 

“สรุปที่พูดมาทั้งหมด ก็แค่อยากให้กูเลิกยุ่งกับเพื่อนมึงเท่านั้นเองสินะ” น้ำเสียงแค่นหัวเราะของไฟท์เตอร์ยังไม่เท่ากับแววตาสั่นไหวที่มองตรงไปยังคนตรงหน้า “เพื่อนที่บางทีมึงอาจจะไม่ได้คิดกับเขาแค่เพื่อนงั้นสิ”

 

“แล้วแต่พี่จะคิด”

 

“งั้นเอางี้ไหมเตอร์ถ้ามึงคิดว่ากูเป็นแบบที่มึงคิดจริงๆ มึงก็พิสูจน์มาเลย พิสูจน์ให้กูเลิกสับสน ให้กูรู้ไปเลยดีกว่าไหมว่ากูเป็นแบบไหนกันแน่”

 

“...”

 

“หรือว่ามึงไม่กล้า”

 

“กล้า!!” พูดจบติวเตอร์ก็ผลักคนตรงหน้าลงบนที่นอนทันที เขาขยับขึ้นคร่อมบนร่างคนที่ตัวโตกว่า ในหัวตอนนั้นมีแค่ความโกรธและอยากพิสูจน์ให้ไฟท์เตอร์รู้ใจตัวเองสักที

 

แน่นอนว่าสายตาจากคนเป็นพี่ที่ส่งตรงมายังเขามันเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจนั่นแหละ

 

ใช่... ติวเตอร์เองก็ไม่เข้าใจ

 

ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงโกรธ

 

ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่พอใจไฟท์เตอร์ขนาดนี้

 

และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงก้มลงไปจูบพี่ไฟท์ จูบที่ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนที่ไฟท์เตอร์ทำก่อนหน้านี้เลยสักนิด มันทั้งรุนแรงและดุดันจนริมฝีปากของเรากระแทกเข้าด้วยกัน

 

“ไอ้เตอร์”

 

“...” แต่เพราะอยากให้ไฟท์เตอร์รู้ อยากให้พี่มันเลิกสับสน อยากให้รู้ใจตัวเองสักที

 

ที่รู้สึกมันก็แค่นี้....

 

มันก็คงมีแค่นี้เท่านั้น

 

“พี่... ไฟท์” ติวเตอร์หลุดครางชื่อคนตรงหน้าออกมาเบาๆ จูบที่เคยรุนแรงก่อนหน้านี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มือหนาของไฟท์เตอร์เองก็ถูกยกขึ้นสอดรับเข้าที่ศีรษะเขาแล้วลูบมันช้าๆ เรียวลิ้นที่สอดแทรกผ่านความหวานเข้ามาในโพรงปากมันดูอ่อนโยนและยากเกินกว่าที่จะละเลย

 

ทั้งที่ในใจตะโกนบอกตัวเองเป็นครั้งที่ร้อยว่าก็แค่อยากพิสูจน์ให้คนตรงหน้ารู้

 

แต่สุดท้ายคนที่ต้านทานความรู้สึกนี้ไม่ได้กลับเป็นเขา

 

ในรอยจูบ... เขารับรู้ได้ถึงความรู้สึกพิเศษ

 

รับรู้ได้แม้กระทั่งเสียงหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ตอนนี้

 

แต่ว่า

 

“พอเถอะว่ะ” ไฟท์เตอร์เอ่ยปากพูดออกมาเบาๆ พร้อมกับดันไหล่ติวเตอร์ออก “กูว่าตอนนี้... มันไม่ใช่แค่กูหรอกนะที่รู้สึกสับสน”

 

“...”

 

“ตัวมึงเองก็หาคำตอบที่เอาแต่ถามกูให้ได้ด้วย ว่าจริงๆ แล้วมึงรู้สึกแบบไหนกันแน่”

 

ไฟท์เตอร์พูดจบก็ขยับลุกขึ้นจากที่นอนมาหยิบโทรศัพท์และกระเป๋าตังค์ที่วางอยู่ตรงโต๊ะญี่ปุ่นก่อนเดินหนีไปทันที เจ้าตัวแม้แต่จะหันหลังกลับมามองคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยซ้ำ

 

ปัง!!

 

เสียงประตูปิดลงพร้อมกับห้องทั้งห้องที่กลับมาเงียบสงบอีกรอบ

 

ติวเตอร์ขยับพลิกตัวนอนหงาย เขาจ้องมองไปยังเพดานเบื้องหน้าอย่างนิ่งสงบ ต่างจากภายในใจที่มีคำถามมากมายให้ค้นหาคำตอบ ความรู้สึกเหนื่อยประเดประดังเข้ามายังไม่เท่ากับความรู้สึกที่ถูกไฟท์เตอร์ทิ้งไว้เบื้องหลังแบบนี้

 

ติวเตอร์หลับตาลงช้าๆ เขาพยายามลืมทุกอย่างที่กำลังตีกวนอยู่ในหัว

 

ลืมคำพูดพี่ไฟท์

 

ลืมจูบ...

 

ลืมความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ริมฝีปากแตะกันออกไปให้หมด

 

และก็ลืมความสับสนที่กำลังเกิดขึ้นภายในใจตอนนี้ด้วย

 

กระบอกตาที่ร้อนผ่าวเกิดขึ้นในช่วงจังหวะที่มือขาวถูกยกขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองเต็มแรง

 

“คิดว่าผมอยากจูบพี่มากหรือไงวะ... คิดว่าผม...” ช่วงจังหวะที่ความรู้สึกมันกำลังตีตื้นอยู่ตรงช่วงคอติวเตอร์หันไปหยิบหมอนใบโตขึ้นมากอดแน่น ตอนนี้คงมีแค่หมอนใบนี้ที่ช่วยโอบกอดความรู้สึกเขาไว้ได้

 

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrr

 

แต่จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมา ติวเตอร์ขยับตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกไม่เต็มใจนัก

 

ต้องตา

 

ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคือพี่สาวเพียงคนเดียวของเขา ติวเตอร์รีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วกดรับโทรศัพท์ทันที


 

 


 

 

TBC

หลังจากนี้ไม่เปิดให้อ่านแล้วนะตามในเล่มได้เลยเด้อ

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.804K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,384 ความคิดเห็น

  1. #1384 haknyeon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 23:11
    ดูวอยเสร็จก็มาอ่านชุนจะบ้าตายยยยย เขิงงง
    #1,384
    0
  2. #1377 ???? (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 19:41

    เพิ่งสั่งเล่มไป ต้องรออีกกี่วันเนี่ยยยยย แงงงงงงง

    #1,377
    0
  3. #1326 Wansuksr2510 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 10:01

    เล่มเสร็จยังค่า

    #1,326
    0
  4. #1324 wannida91799 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 12:46
    แล้วจะเปิดให้อ่านอีกมั้ยคะ
    #1,324
    0
  5. #1318 Miki_milky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 21:28
    ลุ้นจังเลย
    #1,318
    0
  6. #1300 jubjangnaja (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:36
    รอเล่มค่าาา อยากได้มากๆๆฟฟ
    #1,300
    0
  7. #1298 disatorn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:12
    อยากซื้อหนังสือออออค่า💓
    #1,298
    0
  8. #1295 pream_maneerat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:55

    หนังสือใกล้ออกยังค่า

    #1,295
    0
  9. #1294 NatthakarnKhum (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:13
    อยากได้หนังสืออ่าาาา
    #1,294
    0
  10. #1293 JediMan7 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:39

    ว๊าววว มาก

    #1,293
    0
  11. #1292 m20230 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:15
    แงงงง อยากได้หนังสืออ่า จะขายตอนไหนหรอค่ะ มีใครรู้บ้างงงงง
    #1,292
    0
  12. #1233 thitanana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 03:04
    ฮืออออิจะทพไงต่อกันล่ะทีนี้ คนพี่ก็ไม่อยากพูด
    #1,233
    0
  13. #1209 Luknam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 11:26

    ฮือออ ขอบมากๆ เขียนซะเห็นภาพ สีหน้า ทุกอย่างเลย อยากกรี๊ดดดด

    #1,209
    0
  14. #1200 chanchanchan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 21:37
    เข้าหน้ากันติดไหมทีนี้
    #1,200
    0
  15. #824 fhasuay (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:36
    ติดตามทั้งนิยายและซีรี่ย์เลยค่ะ ตามอ่านอยู่นะคะ
    #824
    0
  16. #672 2559dongyi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 15:35

    รู้สึก​ดี​นะ​แต่​ไม่​สุด​ สงสาร​น้อง​อ่ะ​บอก​ไม่​ถูก​เหมือนกัน​https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-10.png

    #672
    0
  17. #654 AirrUtai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 21:41
    ดูทีเซอร์แล้วน่าดูมากๆค่ะ รออ่านนิยายไปด้วย
    #654
    0
  18. #634 nam_porthip (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 23:19

    เขินนนนนนนนนน
    #634
    0
  19. #632 Anousinh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 09:30
    ปิดไม่ให้อ่านแล้วหรอคับ 😭
    #632
    0
  20. #631 แพรวา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 12:42

    รอจ้า ตื่นเต้นๆ

    #631
    0
  21. #630 9197_BZ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 08:16
    รอตอนต่อไปนะคะ😁
    #630
    0
  22. #628 naniieeiei (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 02:05
    ทำไมอ่านนิยายมาตั้งแต่ต้นจนตอนนี้ฉันไม่ชอบอิพี่เลย5555 ยิ่งมาจูบน้องสองครั้งละยิ่งหงุดหงิด จะด้วยอะไรก็แล้วแต่การไปจูบคนอื่นมันไม่ปกติปะ แล้วอิพี่ยังมาทำสับสนลังเลให้น้องต้องคิดมากไปอีก เกลียดอิพี่ไฟท์อะ ไม่ยอมยกเตอร์ให้ได้มั้ยยย ขอพระรองให้เตอร์ทีค่ะ เบื่ออิพี่ อิคนใจร้ายยย
    #628
    0
  23. #627 noyphilom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 21:18
    รอค่ะสนุกมากๆๆเลย
    #627
    0
  24. #626 sky1650 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 14:38
    แงงง จูบกันอีกแล้ว นี่ว่านั่งมองหน้าน้องตอนอ่านหนังสือก็คงมองไปอยากจูบไปไหม พอมีจังหวะจู่โจมทันที ฮืออออ เขินมือจีบหมดแล้ว
    #626
    0
  25. #625 B_benja (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 11:36
    ไม่เอาม่า ขอไวไวแทนได้ป่ะ
    #625
    0