Stray kids (Hyunjin x You) THE S W A N S : หนีเสือปะหงส์

ตอนที่ 16 : โอกาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    4 ต.ค. 63

 

และก็ถึงวันที่ผลสอบออก

นักเรียนทุกคนต่างพากันตรงไปบอร์ดที่ถูกติดประกาศผลการสอบเอาไว้

“อีกแล้วหรอเนี่ย?” เพื่อนคนนึงพอดูผลสอบก็จ้องไปหายองฮุนที่กำลังเดินมาดูเช่นกันแบบไม่พอใจเขาเท่าไหร่

 

ฉันหันไปมองที่รายชื่อคนที่สอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเขา

“ฮยอนจู…” ยองฮุนเรียกชื่อฉันก่อนจะถูกผลักออกไปให้พ้นทางของคนที่พึ่งเข้ามาดูผลสอบใหม่

 

“นี่อะไรกัน ฮยอนจินตกอันดับเด็กเรียนดีงั้นหรอ เป็นไปได้ไง?” เพื่อนคนนึงของมีจูพูดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองก่อนจะเห็นชื่อของใครบางคนที่ขึ้นมาแทนเขา

 

“อี ฮยอนจู..?” พวกเธออ่านชื่อฉันก่อนจะพากันหันมามองทางฉันอย่างไม่พอใจ

แค่นี้ก็คงไม่ต้องเข้าไปดูก็พอจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ฉันก้าวถอยก่อนและหันหลังเดินออกไปจากตรงนี้ก่อนที่จะมีเรื่องดีกว่า

 

แต่เป็นว่ากลับไปเจอฮยอนจินที่ยืนกอดอกพิงผนังหันมามองทางฉันเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

 

ทำไงดีล่ะ ฉันยังไม่อยากคุยอะไรกับเขาตอนนี้เลย 

ฉันหันไปมองทางมีจูที่กำลังมองมาทางฉันและฮยอนจินเช่นกัน

 

“ยินดีด้วยนะ ที่เธอสอบได้ที่สิบสอง” ฮยอนจินพูดขึ้น

“เอ่อ…ขอบใจ ”ฉันพูดพลางหันไปมองทางมีจูอย่างกังวล

เธอมองพวกเราแค่แว๊ปนึงก่อนจะเดินหนีไปจากตรงนั้นทันที

รู้ได้เลยว่าเธอต้องรู้สึกไม่ดีแน่ๆ

 

“เธอเป็นอะไรอ่ะ?” ฮยอนจินพูดขึ้นเมื่อเขาสังเกตสีหน้าของฉัน

 

“ป่าว ฉันไปล่ะ” ฉันพูดก่อนจะเดินหนีเขาเข้าไปในห้องเพื่อรอผลคะแนนจากครูประจำชั้นอย่างเป็นทางการ

 

เธอเป็นอะไร ฮยอนจู แทนที่จะดีใจ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะต้องมาโรงเรียนเพราะจะปิดเทอมแล้วแท้ๆเลย

 

ครืด

เสียงประตูดังขึ้น 

ฉันหันไปมองนที่เดินเข้ามา ซึ่งคือยองฮุน

 เขาตกใจเล็กน้อยที่เห็นฉันนั่งรออยู่ในห้องคนเดียว

จริงสิ ยองฮุนคงมาที่นี่เป็นวันสุดท้าย เพราะเขาจะย้ายออกจากโรงเรียนนี้แล้วสินะ

แต่ทำไมทุกคนดูไม่มีใคร สนใจเรื่องนี้เลย

ฉันเองก็ช่ว่าจะกล้าพูดอะไรออกไปในตอนนี้เรื่องทุกอย่างนี้มันยากจริงๆ

 ฉันนั่งก้มหน้ากุมมือตัวเองไม่กล้าที่จะมองไปทางเขาอีก

เสียงเท้ายองฮุนเดินใกล้เข้ามาหาฉันเรื่อยๆ

ก่อนจะหยุดชะงักไป เมื่อเสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้ง

เพื่อนทุกคนพากันเดินเข้ามาพร้อมกับครูคิมที่ถือผลสอบมาด้วย

 

“เอาล่ะ ทุกคน จบกันไปอีกเทอมแล้วนะ ช่วงปิดเทอมพวกเธออย่าลืมทบทวนด้วยล่ะ พักผ่อนกันให้เต็มที่ และก็…” ครูคิมหันไปมองทางยองฮุนที่นั่งก้มหน้าอยู่

“..”

”วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเพื่อนร่วมห้องของพวกเธอ อยากจะให้ทุกคนได้ฟังอะไรจากเขาหน่อย ยองฮุน มานี่สิ..”ครูคิมพูดขึ้นทำให้ทุกคนต่างเงียบและพากันไปมองทางยองฮุน

 

เขาค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะเดินมาตรงหน้าชั้นเรียน และไปยืนข้างๆครูคิม

 

“หวัดดี ทุกคน…” ยองฮุนพูดขึ้นก่อนจะมองไปทั่วห้อง ถึงแม้ว่าสายตาที่มองกลับมานั้นจะยังเหมือนเดิมตลอดก็ตาม

เขาก็เผยยิ้มออกมาด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย

 

“ยองฮุน..”ฉันเรียกชื่อเขาเบาๆด้วยความเสียใจกับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น

 

“ฉันยองฮุน ที่ทุกคนต่างรู้จัก ถึงแม้ว่าวันนี้ เราจะได้เป็นเพื่อนร่วมห้องกันวันสุดท้าย สิ่งที่ฉันอยากจะพูดก็คือ…”ยองฮุนมองมาทางฉันก่อนจะหยุดพูดไปสักพัก

“..”

 

 “ฉันไม่ต้องการให้ใครอภัยให้ ..ไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร.. ไม่ต้องการให้ใครมาช่วยอีกต่อไป ฉันจะเป็นฉัน ในแบบที่ฉันต้องการ… ”

สิ้นเสียงพูดนั้น ทุกคนต่างอึ้งและเงียบไปกับสิ่งที่เขาพูด

สายตาที่บ่งบอกถึงความกล้าของเขา

ที่ตอนนี้ฉันไม่มีมันเลย…

 

………

ระหว่างที่เดินกลับบ้านกับผลสอบในมือ

ฉันก็นึกถึงเรื่องยองฮุนในวันนี้ขึ้นมา

เขากล้ามากที่จะยอมรับความจริงทุกอย่างและเดินหน้าต่อไป

แล้วฉันล่ะ ฉันกำลังทำอะไรอยู่….

ฉันหันกลับไปมองเพื่อนๆที่พากันเดินกันเป็นกลุ่มด้วยสีหน้าที่มีความสุข

การยิ้มการหัวเราะด้วยกันกับเพื่อนๆเป็นสิ่งที่งดงามจริงๆ…

 

“ฮยอนจู” เสียงมีจูพูดขึ้นข้างหลังฉัน

ฉันหันไปมองเธอที่ยืนทำหน้านิ่งๆอยู่

“มีจู..มีอะไรหรอ?” ฉันถามเธอกลับไปด้วยความสงสัย

 

“ฉันได้ข่าวว่าฮยอนจินไม่ไปแคมป์ แล้วเธอล่ะ เธอมีสิทธิ์ไปหนิ” เธอพูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา ทำให้ฉันนึกขึ้นได้

 

“ฉันคิดว่าจะไม่ไป…” เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะเพื่อนๆทุกคนคงไม่อยากให้ฉันไปอยู่แล้ว

 

“เพราะอะไร ฮึ ไม่บอกก็รู้ เพราะฮยอนจินไม่ไปใช่มั้ย?” เธอเริ่มทำหน้าอารมณ์เสีย

 

“ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ เพราะฉันห้ามใครคิดอะไรไม่ได้ แต่รู้ไว้นะมีจู….”

 

 “ … ”มีจูเธอทำหน้างงว่าฉันหมายถึงอะไร

 

“ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว และอีกอย่าง ฉันไม่อยากให้ใครเสียใจ” ฉันพูดจบก็จะเดินผ่านเธอไป

แต่มีจูกลับดึงแขนฉันฉุดไว้

 

 “ เธอต้องไป เพราะทุกอย่างมันจะต้องจบได้สักที..” มีจูพูดขึ้นเหมือนกับว่าเธอรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในแคมป์

 

“เธอหมายความว่าไง?”

 

“ฮึ…”เธอเพียงแค่ยิ้มมุมปาก ก่อนจะปล่อยแขนฉันและเดินจากไป

 

แล้วสรุปว่าพวกเธออยากให้ฉันไปหรือไม่อยากให้ไปกันแน่เนี้ย?

 

………..

วันต่อมา

 

ฉันนั่งในร้านเบเกอรี่พลางนึกเรื่องการไปแคมป์อย่างปวดหัว

ฉันอยากไปอยู่หรอก ถ้าแคมป์นั้นมันจะไม่เกิดเรื่องขึ้น

ไหนจะพวก swans พวกBoyz พี่จูยอนอีก 

 

“นั่งหน้าบูดแบบนี้ลูกค้าที่ไหนจะกล้าเข้ามาเนี้ย” ฟิลิกซ์พูดขึ้นเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่มิมีใครทราบ

 

“ลูกค้าแบบนายไง มาทำไมเนี้ย?” คนยิ่งเครียดๆอยู่อย่ามากวนประสาทกันได้ป้ะ

 

“แม่เธออยู่มั้ย? พอดีพ่อฉันฝากของมาให้อ่ะ” เขาพูดพลางชูถุงนั้นขึ้นมา

“นี่เป็นกามเทพให้พ่อนายกับแม่ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ห้ะ” ฉันทำหน้าดุๆใส่เขา

 

“ก็ นานพอที่เธอไม่รู้ละกัน”

“ร้ายนักนะ” ฉันกัดฟันและทำหน้าดุๆขู่ใส่เขาเมื่อได้ยินแบบนั้น

 

“แล้วนี่ จะไปแคมป์นั้นรึป่าว?” แต่เขาดันเปลี่ยนเรื่องไปอย่างง่ายดาย

ฟิลิกซ์วางถุงลงบนโต๊ะก่อนจะนั่งลงตรงข้ามอย่างสบายๆไม่กลัวที่ขู่เมื่อกี้เลยสักนิด

“ไม่รู้สิ ถามไม? อย่าบอกนะว่า…”ฉันทำหน้าสงสัยว่าเขาจะไปงั้นหรอ?

 

“นี่เธอไม่รู้หรอว่าฉันสอบได้ที่หนึ่งของชั้นปีหนึ่ง” ฟิลิกซ์พูดและทำหน้าภูมิใจในตัวเองอย่างหนัก

 

ฉันที่ทำหน้าแทบไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน

ก่อนจะกลืนน้ำลายตัวเอง เปลี่ยนเรื่องดีกว่า

“เอ่อ นายหิวมั้ย ฉันไปเอาโกโก้ให้” ฉันทำท่าจะลุกไปแต่ฟิลิกซ์จ้องหน้าฉันอย่างจริงจังแบบว่ารู้ทัน

 

“ไม่ต้องทำเป็น ฉันรู้เธอสอบได้ที่สิบสอง” เขาพูดเหมือนจะยิ้มเยาะ

 

“ชิส์ รู้แล้วไงล่ะ..”

 “ฉันว่าเธออย่าไปแคมป์นั้นเลยดีกว่า” ฟิลิกซ์เปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง

นั้นทำให้ฉันตามไม่ทัน

“ทำไมนายคิดงั้นล่ะ?..”

 

 “มันก็เกิดได้สองอย่างอ่ะนะ ถ้าเธอไม่ไปมันอาจจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอยู่แล้ว แต่ถ้าเธอไปมันก็อาจจะทำให้เรื่องใหญ่กว่าเดิมไง”

นี่เขาเห็นฉันเป็นตัวปัญหารึไงนะ?

 

“โอเค งั้นฉันจะไป” ฉันพูด นั้นทำให้ฟิลิกซ์งงว่าที่เขาเตือนไม่ฟังบ้างเลยงั้นหรอ?

 

“อะไรวะเนี้ย”

 

“เพราะฉันตั้งใจแล้วว่าจะไม่หนีมันอีกต่อไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด!!!”

 

”เหอะ เชื่อเขาเลย..” ที่เขาพูดไปไม่ได้ช่วยอะไรเลยสินะ

 

………..

 

วันต่อมา

แม่ฉันมาส่งตรงทางเข้าโรงเรียนเพื่อจะไปขึ้นรถที่จะพาไปแคมป์ในครั้งนี้

“ฮยอนจู ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย?” แม่พูดเตือนฉันเมื่อกำลังเตรียมกระเป๋าเป้สะพายขึ้น

 

“เช็คแล้วค่ะ หนูต้องคิดถึงแม่มากๆแน่เลย” ฉันพูดก่อนจะโน้มตัวไปกอดแม่ก่อน

 

“ทำเป็นพูด มีไรก็โทรมาล่ะ เที่ยวให้สนุกนะลูก”เธอพูดพลางลูบหัวฉัน

 

“ค่ะ หนูไปแล้วนะคะ” ฉันพูดก่อนจะโบกมือลาเธอแล้วเปิดประตูรถเดินลงไป

ก่อนจะหันมาโบกมือลาแม่อีกที

 

 “ นั้น ฮยอนจูหนิ ไม่คิดว่าเธอจะไปด้วย” เสียงใครดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนี้

 ฉันไม่มองไปทางนั้นแต่อย่างใด เดินปั้นหน้ายิ้มไปตรงจุดนัดพบทันที

  

 

เอาล่ะ หลังจากนี้ นรกของจริงกำลังจะมา…

 

 

บังชานมองฮยอนจูที่กำลังเดินมาเข้าแถวกับพวกรุ่นน้องปีหนึ่งและปีสอง

“เธอมาจริงด้วย?” เขาพูดขึ้นพลางยิ้มมุมปากอย่างไม่อยากเชื่อ

ชางบินเดินมาข้างๆเขาพลางสงสัยว่าเขากำลังมองอะไรอยู่

 

“มีไรวะ?”

 

“ป่าว แค่รู้สึกว่า ปีนี้ต้องสนุกแน่ๆ” บังชานพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองอีกทาง ยองฮุนที่กำลังเดินมา

 

“อ่าวนั้นมัน ไอ้ยองฮุนหนิ คิดไรของมันอยู่เนี่ย?”ชางบินพูดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาที่เห็นเขามา

 

“ก็ไม่แปลกหมอนั้นมีสิทธิ์เข้าร่วมแคมป์อยู่แล้วเพราะสอบได้ที่หนึ่ง” ลีโนวที่พึ่งเดินมาถึงพูดขึ้น

 

“ใช่ ฉันก็ว่างั้น” ชานพูดขึ้นพลางนึกอะไรอยู่ในใจก่อนจะเอามือถือมากดถ่ายรูป และส่งใครบางคนทันที

 

“ยองฮุน” ฉันมองเขาอย่างงงๆที่เห็นเขายืนอยู่ตรงหน้า

“ฉันคิดว่าเธอจะไม่ไปซะอีก” ยองฮุนพูดขึ้น

“ฉันก็เหมือนกัน ไม่คิดว่านาย..”

 

 “เอาล่ะทุกคน เข้าแถวให้เรียบร้อยเราจะไล่ชื่อขึ้นรถกันแล้ว” เสียงรุ่นพี่ปีสามที่เป็นผู้คุมรุ่นน้องในการไปแคมป์ครั้งนี้พูดเตือนพวกเรา

ทำให้บทสนทนาของฉันและเขาได้หยุดลง

 

….

ฮยอนจินที่นอนเล่นเกมส์อยู่ที่บ้านเมื่อได้ยินเสียงข้อความมือถือเข้า เขาก็วางจอยเกมส์ลงและเดินไปหยิบมือถือขึ้นมาดู

 

เขามองข้อความและรูปนั้นอยู่สักพัก ก่อนจะถอนหายใจและปิดมันลง

“ไอ้บ้านี่เอาอีกแล้วนะ..” สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นโกรธและโมโหขึ้นมาทันที

 

…………

ฉันขึ้นมาบนรถบัส ที่ทุกคนต่างจับจองที่นั่งกันไว้หมดแล้ว

ยกเว้นที่เดียวือข้างๆยองฮุน

บ้าจริง ทำไงดีล่ะทีนี้ ฉันมองไปรอบๆอย่างกังวล ก็ช่วยไม่ได้สินะ ฉันที่กำลังจะเดินไปนั่งที่ตรงนั้น

แต่ทว่า…

“ตรงนี้ใกล้ทางเดินดีนี่หว่า เปลี่ยนที่ดีกว่า” ลีโนวที่เดินมาจากไหนไม่รู้เขานั่งลงข้างๆยองฮุนทันทีตัดหน้าฉันไปเลย

อ่าวอะไรของเขาเนี่ย?

 

ยองฮุนที่กำลังมองเขาอย่างงงๆเช่นกัน

 

“งงไรของพวกนาย ฮยอนจูเธอไปนั่งแทนฉันละกันข้างๆรุ่นพี่บังชาน” ลีโนวพูดขึ้นพลางชี้ไปข้างหน้าสุด

 

วะ ว่าไงนะ? ฉันมองไปตรงหน้า ที่รุ่นพี่ชานกำลังนั่งหันหลังฟังเพลงอย่างสงบๆอยู่

เหอออ

ฉันถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ และเดินไปนั่งข้างๆรุ่นพี่บังชานทันทีก่อนที่รถจะออก

 

“ทำหน้าอย่างนั้นเสียใจหรอที่ได้นั่งข้างฉันน่ะ” รุ่นพี่พูดขึ้นโดยที่ยังไม่หันมามองหน้าฉันเลยสักนิด แล้วรู้ได้ไงเนี่ยว่าฉันทำหน้ายังไง

 

“พูดอย่างกับฉันเลือกได้งั้นแหละ” ฉันพูดขึ้นอย่างประชดๆ

 

“หืม ?” เขาทำหน้างงๆกับสิ่งที่ฉันพูด

เหอะ เขาคงไม่รู้สินะ ในที่นี่ไม่มีใครที่ชอบฉันกันสักคนน่ะ

 

“อันที่จริง ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะคะ ฉันนั่งกับยองฮุนก็ได้”

ฉันพอรู้ว่านี่มันคือแผนของพวกเขา

“ขืนไอ้ฮยอนจินรู้มันโกรธตายเลยน่ะสิ…”รุ่นพี่ชานเผลอพูดขึ้นก่อนจะชะงักไป

 

“หืม ฮยอนจิน? หมอนั้เกี่ยวไรด้วย?” ฉันทำหน้าสงสัยเขาทันที

“เออ ช่างเหอะน่ะ อยู่ให้ห่างหมอนั้นและพวก Boyz ไว้จะดีกว่า ฉันขอเตือนเธอก่อนที่จะไปถึง”

 

“เหอะ มันสายไปก่อนที่ฉันจะตัดสินใจไปแล้วค่ะ ”

ฉันพูดเพราะรู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไร

 

“เธอนี่ดื้อไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ ฮยอนจู” บังชานเริ่มทำหน้าดุๆใส่ฉัน นั้นทำให้ฉันนึกถึงเขาตอนเด็กๆ

เขาต่างหากที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

รุ่นพี่…

 

………

พวกเรานั่งรถเพื่อมาขึ้นเรือไปที่เกาะเชจูสถานที่ๆเราจะไปแคมป์กัน

ฉันที่รู้สึกว่าจะเมาเรือนิดๆก็เลยเดินแอบไปหลบมุมอยู่คนเดียวเงียบๆ

 “โอ้ยมึนหัวชะมัด” ฉันนั่งกุมขมับตัวเองอยู่สักพักก่อนที่มีใครบางคนเดินมายื่นน้ำให้ฉัน

 

“ดื่มนี่สิ จะช่วยให้ดีขึ้นนะ”

ฉันมองหน้ายองฮุนอย่างแปลกใจที่จู่ๆเขาก็มาทำอะไรแบบนี่ให้

“เอ่อ ขอบใจนะ” ฉันพูดก่อนจะยื่นมือไปเพื่อจะรับมัน

หมับ!!!

แต่ทว่ามีมือใครบางคนกลัว้ามันไปก่อนที่ฉันจะรับ

 

“ขอบใจนะ หิวน้ำพอดีเลย” ลีโนวผู้ไม่ได้รับเชิญพูดขึ้นก่อนจะดื่มน้ำขวดนั้นทันที

 

“ไม่เป็นไร ฉันมีอีกขวด” ยองฮุนพูดขึ้นก่อนจะหยิบมาจากกระเป๋าอีกขวดนึงให้ฉัน

ลีโนวที่เห็นแบบนั้นเขาก็เริ่มทำหน้าไม่ถูก

 

“เอ่อ ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ” ฉันพูดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นเดินหนีไปจากตรงนี้ก่อนจะทำตัวไม่ถูกไปมากกว่านี้

 

ลีโนวเมื่อเห็นว่าเขาและยองฮุนพ้นสายตาผู้คน เขาก็กระโจนเข้าไปหาและจับคอเสื้อของยองฮุนอย่างเอาเรื่อง

“บอกมาว่านายมาที่นี่ทำไม รวมถึงพวกของนายด้วย ต้องการอะไรกันแน่?”

ลีโนวมองยองฮุนที่ทำหน้านิ่งไร้อารม์อย่างจริงจัง

 

“ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกนั้นต้องการอะไร”

 

“อย่ามาตอแหล” ลีโนวยังไม่เชื่อว่าเขาจะพูดจริง

 

“แต่สำหรับฉันที่ฉันมา เพราะมันคือโอกาส.. ”

“โอกาสบ้าอะไรของนายวะ!”

 

“…”ยองฮุนไม่พูดอะไรเขาแกะมือของลีโนวออกจากคอเสื้อของเขาก่อนจะเดินหนีไป

 

“ฉันไม่หน้าเคยคิดเลยว่าฉันจะเป็นเพื่อนกับนายได้ ยองฮุน..”

สำหรับลีโนว ถึงแม้เขาจะเคยร่วมกับฮยอนจินแกล้งยองฮุนมาก่อน แต่เมื่อตอนที่พวกเขาได้ทำโครงงานด้วยกันเขาก็เคยมีความคิดที่ว่ายองฮุนอาจจะเป็นเพื่อนของเขาได้เพราะเขาเป็นคนฉลาดมาก แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องโกหก เขาเหมือนกับถูกหักหลังตั้งแต่นั้นมา

แต่ลึกๆแล้ว…เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อความจริงที่เขาโกหกนี่ด้วยซ้ำ

 

………..

“พึ้นดิน พื้นดินจริงๆด้วย” เมื่อก้าวลงจากเรือฉันก็นั่งลงกับพื้นเหมือนกับว่ารอดตายจากการเมาเรือได้แล้ว

 

 “ดูยัยนั้นสิ ตลกชะมัด” ชางบินพูดขึ้นข้างๆบังชานที่กำลังเดินลงจากเรือที่หันไปมองฮยอนจูอยู่

 

“ฮึ นี่ดีนะที่เธอไม่อ้วกน่ะ” ชานพูดเหมือนรู้จักฮยอนจูดี เพราะเขารู้จักเธอตอนเด็กๆที่เมาอะไรพวกนี้ง่ายๆ

 

“แค่เรือยังเมาขนาดนี้ ถ้าเจอโซจูเข้าไปจะกลับบ้านถูกมั้ยเนี้ย?”ชางบินพูดเหมือนสปอยล์กิจกรรมที่รุ่นพี่อย่างพวกเขาได้เตรียมเอาไว้?

 

“เบาๆสิวะ เดี๋ยวครูก็ได้ยินหรอก” บังชานหันไปเตือนเขาก่อนจะได้ยินกันหมด

 

 “เออๆ โทษทีว่ะ”

 

 ……

พวกเราถูกเรียกไปรวมกันอีกครั้งที่สนามหญ้าหน้าที่พัก ดูเหมือนว่าอีกโรงเรียนจะมาถึงก่อนพวกเรา ฉันมองไปยังคน คนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดีทันที

“พี่จูยอน” ฉันเห็นด้านหลังของเขาที่ยืนรวมอยู่กับพวกเพื่อนๆอยู่

ก่อนจะมองไปที่พวกSwansที่กำลังเดินมารวมกลุ่มเช่นกัน

นี่ฉันกำลังมองอะไรอยู่เนี่ย?

พอถึงพวกเขาก็สาดสายตาอำมหิตใส่กันอยู่สักพัก ก่อนที่ครูผู้ควบคุมจะเป่านกหวีดให้นักเรียนทั้งสองโรงเรียนสนใจมาทางเขา

“เอาล่ะ ทุกคนเตรียมตัวที่จะเข้าที่พักไปเก็บของ ให้เวลายี่สิบนาทีแล้วมาเจอกันตรงนี้ตอนห้าโมงนะ” เสียงครูประกาศท่ามกลางนักเรียนทั้งสองโรงเรียนที่ตอนนี้กำลังทำวามรู้จักกันอยู่

 

“ไม่เห็นบอกฉันว่าเธอจะมา ฮยอนจู” พี่จูยอนเดินเข้ามาถามฉัน ท่ามกลางสายตาอันสงสัยของเพื่อนๆผู้หญิงที่กำลังจ้องพี่จูยอนกันอยู่นานแล้ว ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังหมั่นไส้ฉันกันอยู่ แต่นี่มันพี่ชายฉันนะโว้ย อย่าเข้าใจผิดสิ

 

“เหอะพี่ล่ะ ก็ไม่บอกเหมือนกันหนิ” ฉันพูดประชดเขาไปก่อนจะเดินหนีไปทางฟิลิกซ์ที่กำลังปลีกตัวออกมาจากเพื่อนเขาพอดี

 

“นั้นพี่ชายเธอสินะ” ฟิลิกซ์พูดก่อนจะหันไปก้มทักทายเขาามารยาท

 

 “ อืม แล้วนี่นายอยู่บ้านไหนอ่ะ?” ฉันถามหมายเลขบ้านพักของเขา

“สิบห้าน่ะ เธอล่ะ”

 

“โหวไกลอ่ะ ฉันตั้งยี่สิบสี่ เดินขาลากแน่เลย” ฉันพูดก่อนจะลากกระเป๋าตัวเองเดินไปข้างๆเขาเรื่อยๆ

 

“ให้ฉันไปส่งมั้ยล่ะ” ฟิลิกซ์พูดก่อนจะดึงกระเป๋าลากฉันไปลากให้

ฉันรีบดึงกลับทันทีก่อนจะหันไปมองรอบๆอย่างกังวล เพราะทุกนคงจับตามองฉันอยู่

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปเองได้ สบายมาก แหะๆ” ฉันส่งยิ้มแห้งๆให้เขาก่อนจะรีบลากไปทันที

 

จนเดินมาถึงบ้านหลังที่ยี่สิบสามก็เห็นใครบางคนกำลังยืนคุยกับเพื่อนๆของเขาอยู่หน้าบ้าน

“ชางมิน..OoO”

 

…………….

ฮยอนจินเดินออกมานอกบ้านพร้อมกับกระเป๋าเป้

รถของพ่อเขาที่แล่นเข้ามาพอดี

ฮยอนจินหยุดยืนมองพ่อของเขาที่เดินลงมาจากรถพร้อมกับใครบางคน ผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก

 

“นี่แกจะไปไหน?” พ่อเขาถามขึ้นอย่างสงสัย

“เอ่อ ผมจะไปแคมป์กับโรงเรียนน่ะครับ” เขาอบไปแต่สายตายังจ้องผู้หญิงคนที่พ่อพามาอยู่อย่างสงสัย

“ให้ฉันกลับก่อนดีมั้ยค่ะคุณฮวัง” เธอคนนั้นพูดขึ้นอย่างกังวล

 

“ไม่ต้อง คุณโมอยู่ที่นี้แหละ ผมขอคุยกับเขาสองคนก่อน” พ่อฮยอนจินพูดก่อนจะหันมามองลูกชายตัวเองที่ตอนนี้คำถามเต็มสายตาเขาไปหมด

 

เธอคนนั้นได้ยินแบบนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับคนรับใช้ของเธอทันที

 

“จะไปแคมป์งั้นหรอ? ทั้งที่แกไม่ได้อยู่ในอันดับที่จะมีสิทธิ์ไปหนิ” พ่อของเขาเริ่มเข้าเรื่องที่ยังไม่ได้สะสางกับลูกชายตัวเองที่ผลการเรียนตกอันดับไป

 

 “ผมไม่สนเรื่องนั้นหรอก ผมรู้แค่ผมต้องไป” ฮยอนจินพูดเสียงแข็ง

“ถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่ให้แกไปล่ะ”

“ทำไมผมถึงไปไม่ได้ล่ะ”เขาพูดขัดขึ้นทันที

“เพราะแกต้องอยู่งานเลี้ยงต้อนรับคุณโม”

“เธอเป็นใครผมไม่เห็นจะรู้จักเลยแล้วผมจะอยู่ทำไม”

“ฮยอนจิน!!” พ่อเขาเริ่มจะโมโหขึ้น

 

“เธอจะเป็นแม่เลี้ยงผมงั้นสินะ” ฮยอนจินพูดและมองหนเาพ่อของเขาอย่างเจ็บปวด พ่อเขาไม่สนใจความรู้สึกของเขาเลยแม้แต่น้อย

 

“แกไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้กับฉัน ฮยอนจิน”

ฮยอนจินเดินผ่านพ่อของเขาไปก่อนจะหยุดชะงัก

 

“งั้นผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นแม่ผมเหมือนกัน..” ฮยอนจินพูดจบก็จะทำท่าเดินจากไป

“แล้วแม่แกล่ะอยู่ที่ไหน..” คำพูดนั้นของพ่อเขาทำให้เขาหยุดเดินอีกครั้ง

“..”

 “ ฮึ แม่แกเขายังเห็นแกเป็นลูกอยู่งั้นหรอ” พ่อเขาพูดขึ้นอีกครั้งพลางแยะยิ้ม

เมื่อฮยอนจินได้ยินแบบนั้น เขากลับไม่พูดอะไรก่อนจะหันไปมองพ่อของเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวด

 

“แม่แก ไม่เคยรักแกเลย ฮึ..” พ่อเขาเลือกที่จะพูดแบบนั้นเหมือนเดิม

“แล้วพ่อล่ะ…”

คำถามนั้นของฮยอนจิน ที่ถามกลับพ่อของเขาไป

พ่อของเขาไม่พูดอะไร ก่อนจะหันหลังให้เขาแทน

 

 

“จะไปไหนก็ไป ฉันเบื่อที่จะพูดกับแกเต็มทนแล้ว” พูดจบเขาก็เดินเข้าไปในบ้านทันที

 

ฮยอนจินหันหลังกลับพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

และนั้นคือคำตอบที่เขาได้รับ….

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #29 ThanidaOnnim (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 21:33
    สนุกทุกตอนเลย ตั้งตารอตอนต่อไปเลยยยย
    #29
    0
  2. #28 Miso (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 15:01

    ตั้งหน้าตั้งตารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ สนุกมากอยากอ่านเรื่อยๆเลยค่า

    #28
    0
  3. #26 JM_4589 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 14:14

    รอค่าาาาาาา สนุกมากๆ


    #26
    0