ตอนที่ 8 : Chapter 7 : Near

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 พ.ย. 59



Chapter 7 : Near

 

เปาะแปะ...

เสียงหยดน้ำกระทบกับอะไรบางสิ่งจนเกิดเสียงเรียกให้ตื่นจากภวังค์ความฝัน ผมพยายามเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้ง แล้วลุกขึ้นจากท่านอนอันแสนสบายชูแขนขึ้นบิดขี้เกียจนิดหน่อย ก่อนจะหันไปทางหน้าต่างก็พบว่ามีหยดน้ำเกาะเต็มกระจกใส ท้องฟ้าด้านนอกมืดครึ้มที่ปกคลุมด้วยม่านฝนจางๆ พระอาทิตย์ถูกบดบังไปด้วยก้อนเมฆจนไม่มีแสงเล็ดลอดออกมา ไม่น่าล่ะบรรยากาศดี๊ดี อื้ม...วันนี้ก็ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกตั้งสิบห้านาทีแหนะ ถ้างีบสักหน่อยคงไม่เป็นไรเนอะ แหะๆ

ครืด

ขณะที่ผมกำลังจะล้มตัวนอนลงบนที่นอนอีกรอบ แรงสั่นของโทรศัพท์บนหัวเตียงก็เรียกความสนใจของผมเสียก่อน เมื่อเอื้อมไปหยิบมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากแอพลิเคชั่นไลน์ ใครกันนะที่ทักมาแต่เช้า เมื่อเปิดดูก็พบว่าไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นไอ้คนที่ทำให้นอยด์เมื่อคืนต่างหาก

WAN : ฮัลโหล

WAN : ปลั๊กกกกกกกกก

PLAK :ว่านนนนนนนน

PLAK :ปลั๊กขอโทษษษษ เมื่อคืนเพลียมาก เลยเผลอหลับไปเลย

PLAK :ไม่งอนน้าาาาา

PLAK :(ส่งสติ๊กเกอร์)

ปลั๊กส่งข้อความมาหลายบรรทัด ก่อนจะปิดท้ายด้วยสติ๊กเกอร์โคนี่ที่ทำสายตาปิ๊งๆแบบมีกลิตเตอร์ ไม่ทันแล้วปลั๊กเรางอนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!

ปกติผมแทบไม่เคยจะงอนปลั๊กหรือทำตัวงี่เง่าใส่เลยนะ แต่การที่อยู่ๆก็หายไปแถมยังมีเรื่องเมื่อเย็นของเมื่อวานอีก มันน่างอนไหมล่ะ ยังเห็นเป็นแฟนกันอยู่ไหม ทำอะไรยังไงก็ไม่เคยห้ามแต่แค่บอกกันมันยากนักหรอ?? ผมเลยอ่านแล้วก็ไม่ตอบไปแบบนั้น

ว่าจะนอนต่อ ไม่มีอารมณ์นอนแล้วววว -3-

ผมวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วลุกจากเตียงเพื่อที่จะไปอาบน้ำ ไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเรียกให้ผมหันไปมองยังหน้าจอ ก็พบว่าคนที่โทรมาเป็นคนเดียวกับคนที่ผมเพิ่งอ่านไลน์นั่นแหละ ไม่รับ ไม่สน งอน!สายเรียกเข้าเงียบลงไป สักพักก็โทรมาใหม่ โอ้โห้มาลูกตื้อด้วยยยย ควรรับดีไหมอ่ะ...

ไม่! ห้ามรับ

ผมกดโหมดปิดเสียงแล้วก็วางโทรศัพท์ไว้บนเตียงแบบนั้น เชอะ!

 

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนเสร็จ ผมก็เก็บของลงกระเป๋าเป้โรงเรียนแล้วเดินไปยังเตียงที่มีโทรศัพท์ของผมวางอยู่ ผมกดดูหน้าจอก็พบกับสายที่ไม่ได้รับเกือบสามสิบสาย ซึ่งเป็นสายจากปลั๊กทั้งหมด

โอเคคค...ถือว่ามีความพยายามจะหายงอนก็ได้

ผมเลยกดที่ชื่อของคนที่โทรมาเพื่อที่จะโทรกลับ แต่เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน แล้วก็ตามมาด้วยเสียงอันดุดันจากด้านหลังประตู

ลงมากินข้าวได้แล้ว! นี่มันจะสายแล้วนะว่าน!”

ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณแม่ผมนั่นเอง เคาะประตูห้องผมแทบพังแหนะ

ผมล้มเลิกความคิดที่จะโทรหาปลั๊ก เดี๋ยวกินข้าวเสร็จค่อยว่ากันเนอะ ผมเลยเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงก่อนแล้วรีบลงไปข้างล่าง ไม่งั้นอาจโดนท่านหญิงเขาบ่นอีกเป็นได้ ไม่อยากรับพรแต่เช้า -_-;

ผมเดินตรงไปยังโต๊ะทานข้าวของเราสองแม่ลูก นั่งลงที่เก้าอี้ตัวประจำ ไม่นานแม่ก็ยกจานกับข้าวมาวางตรงหน้า ประกอบไปด้วยถ้วยต้มจืดเต้าหู้และไข่เจียวหมูสับสีเหลืองทองแผ่นฟู มันเป็นกับข้าวแสนธรรมดาแต่ผมกับรู้สึกพิเศษทุกครั้งที่ได้กินมัน เพราะรสชาติมันไม่ธรรมดาเลย ผมตักข้าวจากโถใส่จานให้แม่แล้วตามด้วยจานของผม ทุกอย่างเรียบร้อยผมกับแม่ก็เริ่มทานอาหารตรงหน้า

วันนี้กลับกี่โมงแม่เอ่ย ถามขณะตักผักในแกงจืดให้ผม

ก็เหมือนทุกวันแหละครับ

กลับมืดค่ำทุกวัน

แหมะ เป็นห่วงเค้าอ่ะดิผมหยอกแม่ไป

ไม่ห่วงลูกแล้วจะไปห่วงหมาที่ไหนเหมือนแม่ด่าผมเลยอ่ะ แงงงง

ก็อยากกลับเร็ว แต่ที่เรียนพิเศษมันเลิกดึกอ่าผมตอบด้วยความสัตย์จริง

เข้าใจ ถ้ากลับเร็วได้ก็ดี กลับดึกๆดื่นๆมันอันตราย

ค้าบท่านแม่ ว่านก็เป็นผู้ชายนะ ดูแลตัวเองได้น่า

ผู้ชายจริงหร้อ?

ผมตอบปัดไปเพื่อไม่ให้แม่เป็นห่วง แต่โดนแซวกลับมา ทำไมแม่ชอบแกล้ง ฮือออออ

แม่อ่า -..-” แม่ตอบกลับผมด้วยเสียงหัวเราะน้อยๆ

เราสองคนคุยกันเรื่อยเปื่อยระหว่างการกินมื้อเช้าเหมือนทุกวัน ผมรวบช้อนส้อมวางไว้บนจานแสดงให้เห็นว่ากินเสร็จแล้ว ทุกทีผมต้องเก็บจานล้างแต่วันนี้ถ้าไม่รีบออกมีท่าว่าจะสายเพราะฝนดันตก แม่เลยบอกว่าจะจัดการเอง ผมเลยลุกจากที่นั่งตรงไปสะพายกระเป๋าเพื่อที่จะไปโรงเรียน

เอาร่มไปหรือยังว่านแม่ร้องทัก

อยู่ในกระเป๋าครับแม่...ว่านไปแล้วนะ สวะ...

ขณะที่ผมกำลังจะยกมือไหว้บอกลาแม่ เสียงเคลื่อนที่ของรถยนต์คันหนึ่งก็ดังขัดจังหวะ พอหันไปมองก็พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวจอดเทียบลงตรงที่หน้าบ้านของผม ไม่นานคนในรถก็เปิดประตูเดินออกมา

ชายหนุ่มร่างสูงสวมชุดนักเรียนกางเกงสีน้ำเงินแสนคุ้นตา เดินเข้ามาภายในตัวบ้านที่ผมยืนมองอยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ

...ปลั๊กผมเอยชื่อคนมาเยือนด้วยความสงสัย

สวัสดีครับแม่ปลั๊กเดินเข้ามาไหว้แม่ของผม

สวัสดีจ้า ว่านไม่เห็นบอกว่าปลั๊กจะมารับ...แม่หันมาถามผมด้วยท่าทีสงสัย ไม่ต่างกันแม่ ว่านก็งงว่าทำไมปลั๊กถึงโผล่มานี่ -..-

ผมไม่ได้บอกว่านหรอกครับ เห็นฝนมันตกกลัวว่านไม่สบาย เลยมารับน่ะครับแม่ปลั๊กตอบ

อ่อ งั้นดีเลย ฝากว่านด้วยนะปลั๊กแม่ผมเออออตามปลั๊ก ถามลูกสักคำเลยหรอ

ป่ะว่านปลั๊กยิ้มให้ผม เหมือนกับว่าไม่รู้ว่าผม(เคย)งอนเขาอยู่ แต่ผมยังนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหนจนแม่เอยขึ้นด้วยน้ำเสียงเชิงดุ

รีบไปได้แล้วว่านเดี๋ยวสาย ปลั๊กเขารอ

แต่แม่...

ผมกำลังจะพูดบ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดเพราะแม่จ้องหน้าผมเขม็ง เป็นนัยให้ผมรีบไปขึ้นรถปลั๊ก -_-

ตามจริงไม่แปลกหรอกที่ปลั๊กมารับผมที่บ้าน แต่แค่เขาไม่ได้มานานมากเพราะผมบอกเขาเอง แล้วอยู่ๆก็โผล่มาแบบนี้ ถ้าให้เดาคงง้อผมแน่ๆ ผมเลยต้องจำใจขึ้นรถของเขาอย่างงงๆ พร้อมกับแกล้งเนียนงอนไปก่อนทั้งๆที่หายแล้วก็เถอะ อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าตัวจะมามุขไหน เพราะตั้งแต่คบกันมาผมไม่เคยงอนปลั๊กขนาดนี้

ผมนั่งลงตรงเบาะข้างคนขับ ไม่นานเจ้าของรถก็เข้าประจำที่ พร้อมเคลื่อนรถตัวออกจากหน้าบ้านผม ผมเลือกที่จะนั่งเงียบไม่พูดอะไร อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะพูดก่อนไหม แล้วปลั๊กก็เป็นฝ่ายพูดก่อนจริงๆด้วย

ไม่เงียบอย่างนี้สิว่านนนน

...

โทรไปตั้งหลายสายไม่รับเลย งอนเค้าหรอ

คิดว่าไงล่ะ

ผมเบ้ปากเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปตอบเขาแบบอ้อมๆ

โหยยยย ปลั๊กขอโทษษษษ ดีกันน้าปลั๊กพูด ขณะที่มือและตาก็ยังมองตรงไปข้างหน้าอยู่เพื่อบังคับรถให้ไปตามทาง

...ไม่รู้ ไม่ชี้ก็ยังแอ๊บงอนอยู่ -..-

น้าที่ร้ากกกกกกกก หายงอนเขาเถอะน้าเขาหันมามองผมครู่หนึ่ง พร้อมกับลากเสียงอ้อน

เนี่ยชอบทำแบบนี้ ใครเขาจะไปงอนลง แต่ไม่ได้ห้ามใจอ่อน...ครั้งนี้ต้องเล่นตัวอีกสักหน่อย

สัญญาก่อนสิ...ว่าถ้าไปไหนมาไหนต้องบอก อย่าหายไปแบบนี้ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิมเล็กน้อย

...สัญญาค้าบบบบบบบ

แน่จ๊ายยยยผมถามย้ำอีกครั้ง

แน่ใจดิปลั๊กตอบเสียงหนักแน่นกว่าเดิม

อ่าฮะ...เข้าใจเราใช่ไหม ไม่ได้งอนที่ไม่ได้คุยกัน แต่งอนที่ไม่ไหนมาไหนไม่ยอมบอก ทำเหมือนเราไม่ใช่แฟนกันเลยผมร่ายยาวความรู้สึกของตัวเองให้คนข้างๆรับรู้

เข้าใจค้าบ ปลั๊กผิดไปแล้ววว

ก็ดี รู้ว่าตัวเองผิด -3-” ผมหันไปทำหน้ามุ่ยใส่เขาด้วยความหมั่นไส้

แสดงว่าหายงอนแล้วใช่ป่ะ

...อื้มมมผมตอบเสียงในลำคอ

ขณะเดียวกับที่แยกข้างหน้าไฟจราจรแสดงไฟเป็นสีแดง ปลั๊กจึงหยุดรถแล้วหันมาทางผม

อะไรนะไม่ได้ยินปลั๊กยิ้มเจ้าเล่ห์

อื้ม หายงอนแล้วววผมลากเสียงเอื่อยประชดเขาไป

เย้ แฟนใครไม่รู้น่ารักจังเลยยย

ปลั๊กไม่พูดเปล่า เขาเขยิบตัวเข้ามาใกล้ผมแล้วฉวยโอกาสจุ๊บแก้มผมหนึ่งที

ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มหน้าแดงพิกล ผมเลยเลือกหันหน้าไปอีกทาง แล้วทำเป็นมองสายฝนด้านนอกกระจกรถแทน

ไอ้บ้า -///-

เขินหรา ให้ทำอีกป่ะ ฮ่าๆปลั๊กหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งผม เชอะ

...ตามจริงอ่ะ หายโกรธตั้งแต่โทรมาแล้วล่ะผมหันไปบอกเขา เพื่อเอาชนะบ้าง

แสดงว่าแกล้งกันนี่

แบร่ผมทำท่าแลบลิ้นใส่เขาไป

ได้เอาคืนแล้วสะใจ ฮ่าๆ

แกล้งกันหรอ ต้องโดนทำโทษ!”

ปลั๊กส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ผม ก่อนที่เอื้อมมือมาจับตัวผม แล้วเอามือขยี้หัวผมจนยุ่งไปหมด ผมเลยเอาคืนบ้างโดยการจี้เอวเขา เราสองคนแกล้งกันไปมา จนเสียงแตรจากรถคันหลังดังขึ้น ทำให้รู้ว่าไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวเรียบร้อยแล้ว

ผมกับปลั๊กกลับมาสู่โหมดปกติ ที่ผมไม่ได้งอนเขาแล้วน่ะนะ เราสองคนคุยกันเรื่อยเปื่อยระหว่างการเดินทาง ปลั๊กก็เล่ากิจกรรมต่างๆในโรงเรียนให้ผมฟัง ซึ่งมันก็ดูยุ่งมากๆ เข้าใจแล้วทำไมเขาดูไม่ค่อยมีเวลา ผมก็เล่าเรื่องชีวิตการเรียนของผมบ้างทั้งในโรงเรียนแล้วก็ที่เรียนพิเศษ แต่ก็เล่าไม่ได้ละเอียดมากนัก ก็โดนคนข้างๆพูดเรื่องหนึ่งขัดขึ้นมาก่อน

แล้วพรุ่งนี้มีเรียนพิเศษป่าวปลั๊กถาม

ไม่มีนะ ทำไมหรอ

น้อยใจนะเนี่ย จำไม่ได้ว่าพรุ่งนี้วันอะไรปลั๊กทำหน้ามุ่ยใส่ผมซะงั้น

ผมเลยลองนึกดูดีๆ ก็คิดออกว่ามันคือวันสำคัญของเราสองคน

วันครบรอบ

ฉลาดจังเล้ยยยปลั๊กเอามือมาลูบหัวผม คนนะไม่ใช่หมา -_-;

ไม่น่าเชื่อว่าจะทักก่อน ทุกทีว่านต้องคอยเตือน

ปลั๊กไม่ตอบ ได้แต่ยกคิ้วกวนส่งมาให้ผม

อยากไปไหนดีค้าบปลั๊กถาม

อยากกิน -..-” ไม่อยากไปเที่ยวอยากกินของอร่อยๆ นี่คือความคิดเต็มๆของผม

หื้ม ดูอ้วนขึ้นนะ ฮ่าๆ

ผมตีแขนปลั๊กไปหนึ่งทีในการพูดคำหยาบออกมา -_-; ไม่ได้อ้วนเว้ยแค่สมบูรณ์ต่างหาก

เราพูดเรื่องของวันพรุ่งนี้ไปเรื่อยเปื่อย จนรถของปลั๊กเคลื่อนตัวมาถึงหน้าปากซอยของทางเข้าโรงเรียนผม ขณะที่เขากำลังจะเลี้ยวรถเข้าไป ผมเลยบอกให้เขาหยุดเพราะเห็นว่าฝนด้านนอกหยุดแล้ว อยากเดินเข้าไปในโรงเรียนเองมากกว่า เกรงใจปลั๊กกลัวเขาไปโรงเรียนสาย

ไม่ให้ขับเข้าไปจริงอ่ะปลั๊กถามย้ำ

เรามีขาเดินได้น้า

ตามใจ ตั้งใจเรียนนะปลั๊กยื่นมือมาลูบหัวผมเบาๆ

อบอุ่นจัง...

เหมือนกันผมบอกแค่นั้นก่อนจะเดินลงมาจากตัวรถยนต์

เย็นนี้เจอกันนะ

อื้มมมผมยิ้มตอบเราคนในรถไป แล้วโบกมือลาน้อยๆ ก่อนที่รถยนต์จะเคลื่อนตัวออกไปจากตรงที่ผมยื่น ส่วนผมก็เดินเข้าซอยไปเพื่อเข้าโรงเรียน

 

วันนี้เลิกเรียนก่อนเวลานิดหน่อย ผมเลยมีเวลานั่งเม้ามอยกับแก๊งค์เพื่อนที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าโรงเรียน แต่ดูเหมือนท้องฟ้าจะไม่เต็มใจเมฆครึ้มส่งเสียงคำรามชุดใหญ่ เป็นสัญญาณเตือนว่าอีกไม่นานฝนต้องตกลงมา ผมเลยขอตัวกลับก่อนเพื่อรีบไปที่เรียนพิเศษไม่งั้นคงไม่ได้ไปแน่ๆ แต่เหมือนฟ้าจะใจดีที่ให้ผมได้ขึ้นบีทีเอสมาก่อนแล้วจึงค่อยโปรยเม็ดฝน ไม่สิ ใช้คำว่าเทฝนลงมาดีกว่า

เมื่อมาถึงบีทีเอสสถานีเป้าหมายฝนก็ยังคงตกอยู่ ผมเลยรอในตัวสถานีสักพักให้ฝนซาลงเสียก่อน แล้วค่อยเอาร่มในกระเป๋าที่เตรียมไว้เมื่อเช้ามากางออกแล้วตรงไปที่สถาบันเรียนพิเศษ ตรงหน้าทางเข้าเต็มไปด้วยร่มหลากสีสันวางตากไว้ ร่มผมก็หนึ่งในนั่นแหละ

ผมตรงเข้าไปในห้องเรียนของตนเอง ก็พบว่าคนในห้องน้อยมากทั้งๆที่นี่ก็ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว คงเป็นเพราะฝนตกหนักแน่ๆเลย ดีนะที่ออกจากโรงเรียนมาก่อนไม่งั้นก็คงไม่ได้มา ผมเดินเข้าที่นั่งตัวเองแล้วก็พบว่าทั้งแถวผมไม่มีใครมาเลย ขนาดผู้หญิงสองคนนั้นยังไม่มาเลย พ่อคิ้วท์บอยที่ชื่อปืนก็คงไม่มาชัวร์ วันนี้ต้องเป็นการเรียนที่สงบที่สุดแน่ๆ ผมนั่งลงแล้วจัดการหยิบอุปกรณ์การเรียนและหนังสือเรียนขึ้นมาวางบนโต๊ะ ขณะนั้นสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงที่แสนคุ้นเคย คนที่ผมคิดว่าเขาไม่น่ามา...ปืนนั่นเอง

ร่างสูงอยู่ในชุดนักเรียนที่หลุดรุยออกนอกกางเกง สภาพคนตรงหน้าดูก็รู้ว่าวิ่งฝ่าฝนมาแน่ๆ เสื้อนักเรียนสีขาวที่เปียกปอนจากฝน เผยให้เห็นรูปร่างภายใต้เสื้อบางนั้น

...ว่าน

หุ่นดีเป็นบ้า...

...เฮ้ย

แถมขาวอีกต่างหาก -.,-

เฮ้ย! ว่าน!” ปืนโบกมือตรงหน้าผมเรียกให้สติผมกลับคืนมา

แล้วผมก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังมองเขานานเกินไป โอยยยย คิดอะไรอยู่เนี่ยไอ้ว่าน เขาจะมองเราเป็นโรคจิตไหม ฮืออออ

...หะ...ห้ะ ผมพยายามคุมสติแล้วตอบเขาไป

นึกว่าเป็นไร เห็นมองเขาถามพลางนั่งลงที่ตัวเอง

ปละ...เปล่า แหะๆ แถ...

ข้างนอกฝนตกโคตรแรง ดูดิ เปียกหมดเลย ปืนหันมาบ่น

ฝนมันซาแล้วไม่ใช่หรอ

ขนาดซ่านะ ยังเปียกปืนบ่นไม่หยุด ผมเลยทักเขาไปเพราะกลัวเจ้าตัวไม่สบาย

ตัวเปียกแล้วมานั่งห้องแอร์ เดี๋ยวก็เป็นหวัดพอดี

ไม่ได้เปียกขนาดนั้น เดี๋ยวก็แห้งเขาทำท่าจับเสื้อของตัวเอง

กว่าจะแห้งหนาวตายก่อนแน่ๆผมบ่นไปงั้น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจริงจังขนาดนี้

แห้งน่า เปียกนิดเดียวเอง ไม่เชื่อจับดูดิ

ปืนไม่รอผมตอบอะไรทั้งสิ้น เขายื่นมือมาจับมือผมให้ไปแตะเสื้อนักเรียนที่เปียกของเขา ทำให้มือผมสัมผัสกับเสื้อขาวบางนั้น ผมทำอะไรไม่ถูกปล่อยให้มือตัวเองสัมผัสเสื้อเขาแบบนั้น พอได้สติกลับมาถึงชักมือกลับทันที

อะ...อื้ม ไม่ค่อยเปียก

เนอะปืนตอบรับแบบไม่ได้สนใจอะไรแล้วหันไปสนใจกระเป๋าของตัวเองแทน

ตัดภาพมาที่ผมที่สัมผัสได้ว่าแก้มของตัวเองกำลังแดงเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าผมกำลังเขินหรืออายกันแน่ เพราะเมื่อครู่ปืนดันเอามือผมไปแตะบริเวณหน้าอกของเขา ไม่ได้สัมผัสแค่ความเปียกของเสื้ออย่างที่ผมบอกไป แต่มันดันสัมผัสถึงเนื้อหนังมังสาของเขาด้วย หน้าอกเขาแน่นมากเลยอ่ะ รู้เลยว่าเป็นคนออกกำลังกาย

ไม่...ไม่! ผมกำลังคิดอะไรอยู่ ฮืออออ ว่านนนนไม่เอาไม่คิดดด -//-

เออว่าน...ปืนเรียกสติผมด้วยการสะกิดไหล่ ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่ความคิด(ไม่บริสุทธิ์)จะพลันหายไป

หะ...หาผมหันไปมองหน้าปืน พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด

วันนี้ยืมปากกาสีเหมือนเดิมนะ

ได้ดิ...แล้วเพื่อนยังไม่มาหรอ ผมหันไปมองที่นั่งของเพื่อนเขาขณะพูด

ไม่มาอ่ะ มันติดฝน ตามจริงพวกมันขี้เกียจมากกว่า

แบบนี้ก็ได้หรอ

คำพูดของปืนทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย สรุปคือเพื่อนเขาขี้เกียจว่างั้น ว่าแต่...เพื่อนไม่มาแต่ทำไมปืนดันมา ทั้งๆที่อยู่โรงเรียนเดียวกันแท้ๆ

แล้วทำไมปืนมาผมถามไปด้วยความอยากรู้

ก็...ไม่รู้จะรีบกลับทำไม ไม่มีอะไรทำ จะให้ไปเดินเล่นก็ไม่รู้จะเดินกับใคร...คงงี้แหละมั้งเขาตอบเสียงเรียบ เหมือนกับว่าปกติเขามีคนให้เดินเล่นด้วย ก็คงไม่ถึงเพื่อนเขานั้นแหละ

อ่อ นึกว่าไม่มีเพื่อนแล้วจะไม่มาทำไมพูดเหมือนแซะปืนเลยล่ะ ไม่ได้แซะนะ แง

ก็นี่ไงเพื่อน

ปืนหันตัวมาทางผมพร้อมกับชี้นิ้วมาหา ผมเลยชี้นิ้วเขาหาตัวเองเป็นการถามซ้ำ เขาพยักหน้ารับ

นี่ผมกับปืนเป็นเพื่อนกันแล้วงั้นเหรอ ดีใจจังเขานับเราเป็นเพื่อนด้วย น้ำตาจะไหล

เพื่อนที่ให้ยืมปากกาสินะ ฮ่าๆผมแซวเขาเล่นๆ

จะให้ยืมถุงยางก็เพื่อนปืนขำออกมาเล็กน้อย ส่วนผมก็อ้าปากหวอ จนเขาต้องเอ่ยปากบอกว่าล้อเล่นผมเลยหัวเราะแห้งๆส่งให้เขาไป

นี่เราสนิทกันถึงขั้นพูดเรื่องแบบนี้ได้แล้วเหรอ...

วันนี้คนน้อยเนอะตาคิ้วท์บอยยังพูดต่อ

คงติดฝนแหละ

เออเนาะ...งั้น...

ปืนเอาหนังสือที่วางไว้บนเก้าอี้ตัวเองก่อนหน้า เอามาวางที่เลกเชอร์ตัวกลางข้างๆผม พร้อมกับย้ายตัวและกระเป๋าตามมานั่งซึ่งเป็นที่ว่างตรงกลางระหว่างเรา

วันนี้ขอนั่งนี้แล้วกัน ขี้เกียจคุยข้ามเก้าอี้อ่ะจะได้ยืมปากกาง่ายๆด้วยปืนยกคิ้วกวนให้ผม

อ่า...ตามใจสิ

ผมตอบไปตามความจำยอม ก็ย้ายมาแล้วนี่จะให้ปฏิเสธยังไงล่ะ แล้วดันมานั่งใกล้ในวันที่ผมรู้สึกไม่บริสุทธิ์ใจกับเขาเนี่ยนะ ให้ตาย พอๆเลิกคิดเลยว่าน!

เออวันนี้ตอนเบรกอ่ะ ไปหาไรกินด้วยนะ

...เอางั้นก็ได้

ปืนเหมือนไม่ได้ถามถามผม แต่เหมือนเขาพูดประบอกเล่าให้ผมฟังมากกว่า เกินไปแล้วปืน เราใกล้กันเกินไปแล้ว ไปเรียกเพื่อนเขากลับมาเรียนเดี๋ยวนี้ -..-

 

วันนี้ก็เลิกตามเวลาปกตินะ แต่ทำไมผมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวมาก สงสัยคงเพราะปืนชวนผมคุยตลอดทำให้วันนี้ผมแทบจะไม่ง่วงเลยด้วยซ้ำ เพิ่งรู้ว่าเขาพูดมากมากๆ นึกว่าเขาจะนิ่งกว่านี้ แต่ก็ดีเพราะผมก็ชวนคุยไม่เก่ง ไม่งั้นคงอึดอัดแย่ ตอนเบรกผมก็เพิ่งรู้ว่าปืนชอบกินอะไรเหมือนผมตั้งหลายอย่าง ก็แปลกดีนะไม่คิดว่าการที่เขาย้ายที่นั่งมานั่งข้างกัน ทำให้เราเหมือนสนิทกันเร็วขึ้น วันนี้เลยเหมือนเราสองคนได้ละลายพฤติกรรมต่อกัน ก็ดีนะ...จะได้มาเรียนพิเศษแบบไม่เบื่อถ้ามีปืนเรียนด้วย

ผมเก็บของลงกระเป๋า ปืนก็เช่นกันก่อนทีเราจะเดินออกจากห้องเรียน ผมกดเข้าไลน์เพื่อส่งข้อความหาปลั๊กว่าเลิกเรียนแล้ว อ่อ ลืมบอกไปปลั๊กบอกว่าวันนี้จะมารับผม เพราะจะไถ่โทษที่ทำผมโกรธ ตอนแรกผมก็เกรงใจเขาแหละ แต่ปลั๊กดันไม่ยอมก็เลยตามใจ ไม่นานก็มีข้อความตอบกลับมา

PLAK :กำลังไปเลย อีกประมาณ15นาทีนะ

ผมส่งสติ๊กเกอร์โคนี่กลับไป แต่ก็ชะงักเล็กน้อยเมื่อโดนคนข้างๆแซวจนผมต้องรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง

คุยกับใครอ่ะ แฟนหรา

นอกจากผมได้รู้ว่าปืนพูดมากแล้ว ผมยังรู้ว่าปืนกวนตีนมากๆเช่นกัน

เพื่อน -_-;”

อ่าฮะปืนแอบขำในลำคอเล็กน้อย เหมือนดีใจที่แกล้งผมให้ลนได้สำเร็จ

เมื่อเราสองคนเดินมาถึงตรงเค้าเตอร์ ก็พบว่าด้านนอกฝนยังตกปรอยๆอยู่

ตกอะไรนักหนาปืนบ่น

อ่านี่ผมยื่นร่มของผมในมือที่เพิ่งแห้งจากการผึ่งไว้ ให้คนข้างๆ

อะไรเขามองมันงงๆ

ก็ร่มไง เอาไปกางดิ เดี๋ยวก็เปียก

ก็กางดิ ไงก็เดินไปบีทีเอสด้วยกันอยู่แล้ว

ใครบอกว่าจะกลับด้วยผมพูด

อ้าว ไม่ได้กลับบีทีเอสไงปืนทำหน้าคิ้วจนกันด้วยความสงสัย

รอฟะ...เพื่อนน่ะเกือบหลุดว่าแฟนแล้วไหมล่ะ

อ่อ...เพื่อนนนนนนนนนปืนทำเสียงล้อเลียนผม น่าเอาร่มยัดปาก

เอาร่มไปเลยป่ะ ให้ยืม

ไม่อ่ะ เอาไปเถอะ ตอนมาก็เปียกแล้วเปียกตอนกลับจะเป็นไรเขาดันร่มที่ผมยื่นให้กลับมา

เอาไปเถอะน้า เดี๋ยวเพื่อนก็กางร่มมาผมโกหกไป

...อ่า ก็ได้ งั้นไปล่ะเขารับร่มไปงั้นเหมือนรำคาญมากกว่า

กลับดีๆ เจอกันผมยกมือลาเขา แต่เจ้าตัวก็ยังไม่วายล้อผมจนได้

รอเพื่อนนนนนดีๆนะ ฮ่าๆ

กลับไปเลยป่ะ!” ผมทำหน้าไม่พอใจแบบแกล้งๆใส่เขาไป ก่อนที่ปืนจะเดินจากไป

เห็นไหม ปืนเป็นคิ้วท์บอยที่กวนตีน!

 

ผมนั่งรอไม่นานปลั๊กก็โทรหาผมบอกว่าถึงแล้ว ผมเดินไปด้านหลังที่เรียนพิเศษก็พบกับรถยนต์คุ้นตา นั่นก็คือรถปลั๊ก ผมวิ่งเอามือบังหัวไม่ให้ฝนโดน เพราะเขาบอกว่าฝนปรอยๆนี่แหละตัวนี่ที่ทำให้ไม่สบาย รู้แบบนี้ไม่น่าให้ร่มปืนเลยเนอะ

ไม่บอกว่าไกลจะได้ไปจอดหน้าที่เรียน ดูดิเปียกหมด

เมื่อเปิดประตูรถเข้ามานั่งเบาะข้างคนขับ ก็โดนปลั๊กบ่นซะงั้น

ไม่ได้เปียกเยอะขนาดนั้นซะหน่อย

นั่นแหละ เดี๋ยวก็ไม่สบาย เดี๋ยวปลั๊กลดแอร์ให้ปลั๊กปรับแอร์ให้อุณหภูมิสูงขึ้น ไม่ให้เย็นจนเกินไป

ขอบพระคุณค้าบบบผมทำหน้ากวนหยอกปลั๊กไป ก็ดูเขาทำสิ เหมือนพ่อชัดๆ

กวนล่ะ ฮ่าๆ...แล้วไม่ได้พกร่มมาหรือไง

ปลั๊กถามขณะที่นำรถเคลื่อนตัวออกสู่ท้องถนน

...เอ่อ...เอาให้เพื่อนที่เรียนพิเศษยืมน่ะผมพูดไม่เต็มเสียงนัก

ใช่ผู้ชายคนที่นั่งข้างๆ ที่ว่านเล่าให้ปลั๊กฟังเมื่อเช้าหรือเปล่าเขาหันมามองผมด้วยสายตาคาดโทษ

ใช่ครับ เมื่อเช้าผมเล่าเรื่องปืนให้ปลั๊กฟัง แต่ไม่ได้เล่าลงรายละเอียดแค่เปรยเฉยๆ ตอนนั้นปลั๊กก็ดูไม่พอใจที่ผมนั่งใกล้ผู้ชายคนอื่น แถมยังให้เขายืมร่มอีก ดูอ่อยไปเลยว่านเอ้ย!

ก็...อื้ม

จะโดนโกรธไหมเนี่ย ฮือออ

คิดอะไรกับเขาป่ะเนี่ย ห้ะ -_-” ปลั๊กหันมามองผมอย่างจับผิด แต่ไม่ได้จริงจังนัก

บ้า...เขาเป็นผู้ชายแก้ตัวให้สุดครับ

ปลั๊กก็ผู้ชาย...ยังชอบว่านเลย ปลั๊กพูดโดยตายังมองเส้นทางด้านหน้าอยู่

ทำไมฟังดูแล้วเขินแปลกๆ

แหนะผมหันไปมองหน้าคนข้างๆ

หรือว่ารักดีเขาหันมายกคิ้วกวนให้ผม

แปลว่าปลั๊กไม่ได้จริงจังกับเรื่องปืน คงกวนผมเล่นเฉยๆ...ก็ดีแล้ว

ระหว่างทางกลับ ผมคุยกับปลั๊กนิดหน่อย แล้วก็เผลอหลับตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกที่ก็บ้านตัวเองแล้ว ผมเปิดประตูรถแล้วกำลังจะก้าวขาออก แต่ก็โดนเสียงปลั๊กเรียกไว้ก่อน

พรุ่งนี้เจอกันนะครับ

เจอกัน

ใช่ พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบ5เดือนของผมกับปลั๊กไงล่ะ

 


 

 


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              28/11/2016

 

แงงงงงง ตอนนี้ลงเลทเราขอโทษน้า รู้สึกผิดมากๆ
แต่สุดท้ายก็ลงอย่างที่บอกไว้ เกือบขึ้นเดือนใหม่แล้ว
-////-

ตอนนี้ว่านมีความงี่เง่าเล็กๆในการงอนปลั๊ก ฮา
ตอนนี้ปลั๊กเลยออกมาเยอะหน่อยเนอะ ให้เขาง้อกันตามภาษาแฟนนิดนึง
ส่วนปืนก็ไม่หายน้า พ่อหนุ่มก็รุกหนักเช่นกัน อยู่ๆก็มาเขยิบมานั่งใกล้ว่านงี้
ความ
ใกล้นี้จะทำให้ว่านหวั่นไหวไหมน้า ถ้าเราเป็นว่านเลือกไม่ถูกเลยแหละ -..-
ต้องใส่ทีมแล้วล่ะว่าเชียร์ฝั่งไหน ฮ่าๆ

PS. คือไฟนอลเราเดือดมาก จะยุ่งมากช่วงต้นเดือนธันวา ดังนั้น
ตอนที่ 8 อัพประมาณปลายเดือนธันวาตอนเดียว
หรืออาจจะอัพตอนที่
9ด้วย เป็นสองตอนแบบเดิม ถ้าเราปั่นทัน

อย่าเพิ่งเทเรานะ แงงงงงงง
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ
 สมอเรือ’ หรือ กดเฟบหน้านิยายก็ได้เด้อ

ติดแท็กในทวิตก็ได้น้า #NEARYAOI อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #8 Chanidagotpm (@Chanidagotpm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 13:48
    นานแล้วอ่าาาา
    แต่จะรอน้ะค้าาาา
    #8
    1
    • #8-1 Boboat_h (@boboat) (จากตอนที่ 8)
      6 มกราคม 2560 / 23:50
      มาแล้วน้า ขอโทษที่ทำให้รอนะค้าบบบ แงงงผิดไปล้าว
      #8-1