ตอนที่ 7 : Chapter 6 : Conversation

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 พ.ย. 59



Chapter 6 : Conversation

 

เสียงพูดคุยภายในห้องเรียนพิเศษเริ่มเบาลง เมื่อเสียงของอาจารย์ในจอโทรทัศน์ดังขึ้น แสดงให้เห็นว่าการเรียนการสอนของวันนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ผมจัดการกับกล่องขนมเขียวที่เพิ่งกินเสร็จยัดลงกระเป๋าของตัวเองกะว่าค่อยไปทิ้งตอนพักเบรก ก่อนเคลียร์พื้นที่บนโต๊ะเลคเชอร์ให้เหลือแต่หนังสือเรียน แล้วหยิบกระเป๋าดินสอที่ข้างในมีอุปกรณ์ต่างๆ และปากกาจดหลากหลายสีสันขึ้นมาวางบนโต๊ะ

ผมจดตามที่อาจารย์สอนอยู่สักพัก สายตาก็เหลือบไปมองผู้ชายคนข้างๆ ที่กำลังหาอะไรสักอย่างในกระเป๋าเป้ของตัวเอง ผมได้แต่มองด้วยความสงสัย ไม่นานนักเจ้าตัวก็เฉลยให้ผมรู้ว่าเขาหาอะไร ปืนหยิบดินสอแสนคุ้นตาขึ้นมาวางบนโต๊ะ ซึ่งดินสอนั่นก็คือดินสอของผมที่ให้เขายืมนั่นเอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะยึดไปซะแล้วล่ะ -_-;

หาเจอล่ะ นึกว่าหาย

ปืนเหมือนรู้ว่าผมมองเขาอยู่ เพราะเจ้าตัวก็หันมาคุยกับผมเฉยเลย แล้วผมก็ดันหันหน้ามองเขาจริงๆซะด้วยสิ

ถ้าหายก็ซื้อให้ใหม่ด้วยผมแกล้งแซวเขา

นี่ใคร ปืนนะครับ ไม่หายหรอก ปืนยักคิ้วกวนตบท้ายประโยค

 แหมะ นี่ใครไม่หายหรอก เมื่อกี้เห็นหาแทบตาย...ก็ได้แค่คิดในใจเท่านั้นแหละ มีหวังพูดประโยคที่คิด อาจจะโดนต่อยได้ ผมเลยพยักหน้ารับคำของเขาเฉยๆ

ผมกำลังจะหันกลับไปสนใจจอโทรทัศน์ แต่ก็โดนปืนเรียกความสนใจเสียก่อน เพราะอยู่ๆปืนเขาก็ชะโงกหน้ามามองหนังสือเรียนของผม ก่อนจะถามขึ้น

จดอะไรตั้งหลายสี ไม่ปวดตาไง

เมื่อปืนพูดเช่นนั้น ผมก็หันหลับมามองเลกเชอร์ตัวเองทันที โอโห้...คัลเลอร์ฟูลมากๆเลยว่าน ตัดภาพไปที่เลกเชอร์ของปืน มีแต่เส้นดินสอ เป็นเส้นดินสอที่ไม่ได้จดความรู้ด้วยนะ วาดรูปเล่น

เขาบอกว่าสีช่วยให้ความจำดีขึ้น

ผมบอกไปอย่างนั้นแหละ เพราะผมก็ไม่เห็นสีต่างๆจะทำให้ผมความจำดีขึ้นเลย หรือเราโง่กันแน่นะ อันนี้ก็น่าคิดนะว่าน ฮืออออ

เขานี่ใครอ่ะปืนสวน

ก็เขานั่นแหละ -_-”

 “อ่อเหรออออ

บางทีผมก็คิดนะว่าตอนนี้เราสนิทกันแล้วเหรอ เขาถึงได้กวนผมแบบนี้ -_-;

อื้มมมมมมมม

ผมลากเสียงยาวแบบประชดตอบกลับเขาไป กวนมาก็กวนกลับไม่โกงเว้ย แต่ดูเหมือนปืนจะไม่สนใจคำพูดของผมเลยสักนิด เขายังคงมองที่หนังสือเรียนของผมอยู่

ปากกาสีชมพูสวยอ่ะ...ขอยืมมั้งดิ...

จะเอาไปจด?

เปล่าอ่ะ จะเอามาวาดรูป มันมีแต่เส้นดินสอ ไม่สวย

....

เนอะปืนยกคิ้วกวน

คำตอบของเขาทำผมไปไม่ถูกเลย ไม่รู้จะตอบกลับยังไงเลยทีนี้ ยอมความเป็นนักศิลปินของพ่อคุณเขาจริงๆ -_-;

ขณะที่ผมกำลังหยิบปากกาสีชมพูให้เขา...ก็โดนขัดขึ้นซะก่อน

เอาสีเขียวดีกว่า หรือสีเหลืองดี ไม่อ่ะ...สีเขียวแหละ

เรื่องมากกกกก

ผมยื่นปากกาสีเขียวให้เขาไปอย่างไม่เต็มใจนัก เจ้าตัวขอบคุณก่อนที่จะลงมือละเลงสีลงบนหน้ากระดาษ แล้วไม่หันมาสนใจผมอีกเลย เชื่อเขาเลย...

แทนที่ผมกับปืนควรหันไปทางจอโทรทัศน์แล้วตั้งใจเรียน แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้นครับ ตอนนี้ปืนลุกลามความเป็นส่วนตัวผมมากเกินไปแล้ว เพราะเขาเรียกผมทุกสองนาที เพื่อขอปากกาสีผมเกือบทุกสีไปวาดรูปเล่น ซึ่งมันทำให้เสียสมาธิมาก ผมนี่แทบอยากจะปาปากกาสีในคลังให้เขาซะรู้แล้วรู้รอด แต่ถ้าให้ไปผมจะเอาอะไรจดล่ะ

อ่าคืน...แล้วก็ขอสี...

...

เฮ้ย รำคาญเหรอ

ไม่รู้ว่าผมทำหน้าอารมณ์ใส่ปืนรึเปล่า เขาถึงได้ถามแบบนั้น...เพิ่งรู้หรอปืนนนนน

โทษที ไม่คิดว่าจะรำคาญ

เขาตอบมาด้วยน้ำเสียงต่างจากเดิม ผมรับปากกาสีคืนมาโดยไม่พูดอะไร หวังว่าคำขอโทษขอเขาจะไม่ยืมอะไรผมต่อ แต่...

งั้นเอาปากกาสีทั้งหมดของว่านอ่ะ มาวางตรงกลาง ว่านก็จะได้ใช้ เราก็จะได้หยิบง่ายๆไม่ต้องขอด้วย เป็นไงปืนยกยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจกับความคิดตัวเอง

ยอมแล้วปืน เรายอมนายแล้ว ฮืออออ ผมไม่รู้จะเถียงอะไรได้แต่ตอบคำว่าโอเค แล้วหยิบปากกาสีทั้งหมดไปวางตรงโต๊ะตัวกลางที่ว่างอยู่ระหว่างเรา

โคตรเพอร์เฟ็ค

แต่เดี่ยวก่อนนะ... โต๊ะมันมีใครนั่งรึเปล่า

...เอ่อ ถ้าเขามาก็เก็บดิ แต่คงไม่มาแล้วแหละม้าง

คงงั้นแหละ

ผมได้แต่เออออตามเขาเพราะคิดเหมือนกัน เขาคงเห็นเหมือนผมว่าตอนจองที่เรียนที่นั่งตรงนี้มันมีคน แต่วันเรียนจริงกลับไม่มีคนนั่งซะอย่างงั้น

ปากกาใช้ดีอ่ะ ซื้อที่ไหนปืนถามขึ้น

ก็ที่เดียวกับดินสอแหละ

จะยืมปากกาอีกป่ะเนี่ย -_-;

วันหลังพาไปซื้อหน่อยดิ

ไปซื้อเองก็ได้ แค่นี้เอง

ห้างก็ตั้งใหญ่ ใครจะไปรู้

ไม่อ่ะผมตอบปัดไป

นะ นะ นะ นะ นะ

แต่ปืนก็ยังคะยั้นคะยอด้วยการพูดคำเดิมๆ พร้อมกับใบหน้าที่เกือบนิ่ง มันทำให้เขาดูน่ารักไปอีกแบบ...แต่เดี๋ยวก่อนใช้เวลามาชื่นชมเขาที่ไหนล่ะ

...อ่าาาาา เดี๋ยวพาไปซื้อ

พูดแล้วนะเว้ยยยย

อื้มมมม

ผมตอบไปอย่างนั้นไม่ได้จริงจังอะไรนัก ไปซื้อเองไม่เป็นหรือไง เพื่อนฝูงก็ตั้งเยอะแยะน่ะ

ตอนนี้โต๊ะตัวกลางระหว่างปืนกับผม จึงกลายเป็นที่วางปากกาสีและอุปกรณ์การเรียนของเรา ไม่สิ...ของผมคนเดียวมากกว่า หลังจากนั้นคนข้างๆก็ไม่เรียกผมอีกเลย ก็ดี...ถ้างั้นจะตั้งใจเรียนแล้วนะ

                                                            

การเรียนราบรื่นไปได้ด้วยดี ไม่มีสิ่งรบกวนใดๆ เพราะคนข้างๆมัวแต่ก้มหน้าก้มตาหน้าตั้งใจ...วาดรูปแบบจริงจัง ถึงได้เงียบไงล่ะ ส่วนผมก็ฟังอาจารย์บรรยายไปเรื่อยๆจดบ้างไม่จดบ้าง แต่ช่วงหลังก็แทบไม่ได้ฟังเพราะเผลองีบไปพักนึงน่ะ แหะๆ และแล้วเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้นเมื่ออาจารย์พูดว่าเบรก ผมตาสว่างทันใดความง่วงที่มีหายไปในพริบตา แต่ดันเป็นเบรกย่อยซะงั้น ไอ้เราก็นึกว่าเบรกใหญ่ โถ่ววว

ว่าจะไปเข้าห้องน้ำแต่ก็ไม่ปวด แล้วก็ขี้เกียจลุกไปไหนด้วย นั่งอยู่กับที่นี่แหละผมเลยหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเล่นแก้ง่วงสักหน่อย แต่เสียงโวยวายอันคุ้นหูก็เรียกความสนใจผมซะก่อน เป็นกลุ่มเพื่อนของปืนนั้นเองที่มาถึงได้ไม่นานมานี้ มาจนจะเบรกใหญ่อยู่ล่ะ

หวัดเดเพื่อนนน

ไงปืนละจากหนังสือที่ตัวเองวาดรูปอยู่ แล้วหันไปทักทายเพื่อน

เหงาป่ะจ้า พวกกูมาช้าอ่ะ

ไม่อ่ะ สบายหูสัสๆปืนตอบหน้านิ่ง

เชี่ยปืน กวนตีน

ฮ่าๆ เชี่ยปืนไปเข้าห้องน้ำกันมึง

ไม่วะ ไม่ปวด

ไม่ได้ไปเยี่ยว

ไม่อ่ะ ขี้เกียจปืนตอบไม่ใส่ใจนัก

เดี๋ยวนี้แม่งเด็กดีวะ

จะไปก็ไปไอ้สัสปืนทำท่าทีเหมือนไล่กลุ่มเพื่อนของเขา

เอออออออ เจอกัน

ปืนโบกมือลาเพื่อนของเขา ก่อนจะหันกลับมาสนใจงานศิลปะในหนังสือเรียนต่อ แปลกเนอะ...ปืนเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยติดเพื่อน หรือว่าติด หรือว่าแค่อยากอยู่คนเดียว...

มีไรป่ะ

เสียงปืนทำให้ผมหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง แล้วก็ทำให้รู้ว่าผมเผลอมองเขาอีกแล้ว

ปละ...เปล่า

ก็เห็นว่ามองอยู่

ก็เออ...มอง มองไม่ได้เลยไง -_-”

มองความหล่อของเราอ่ะดิปืนยักคิ้วกวน

คนบ้าอะไรหลงตัวเอง แต่ก็หล่อจริงนั้นแหละเลยไม่รู้จะเถียงอะไร ผมได้แต่หัวเราะแหยๆตอบกลับเขาไป ส่วนปืนก็ยกยิ้มกวนท่าประจำของเขาตอบกลับมาแทน

แล้ว...ไม่ไปกับเพื่อนเหรอผมถาม

ไม่อ่ะ มันไปสูบบุหรี่

ปืนไม่สูบ?

ก็ไม่เชิงอ่ะ เคยสูบแต่ตอนนี้ว่าจะเลิกล่ะ

เด็กดีว่ะเหมือนผมประชดเขาเลยอ่ะ แต่ตามจริงผมชมเขานะเว้ย

เลิกพูดเหมือนไอ้พวกนั้นดิ -_-” ปืนย่นคิ้วเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

เฮ้ยยย ขอโทษษษ

ไม่รู้ว่าผมเผลอทำหน้าตลกอะไรออกไปหรือเปล่า ปืนถึงได้ยิ้มเหมือนกำลังขำผมแบบนั้น

หึ หลอกง่ายดีเจ้าตัวยกยิ้ม พร้อมกับหัวเราะในลำคอเล็กน้อย

อ้าว อุตส่าห์ขอโทษ ที่แท้เขาแกล้งผมงั้นหรอ นั่นยังไม่หยุดขำ

พอเลยๆ -_-”

ปืนกลับมาทำหน้าปกติซึ่งก็คือใบหน้านิ่งๆ แล้วเขาก็เป็นฝ่ายเริ่มเปลี่ยนเรื่องการสนทนา

พอก็ได้...แล้วมาเรียนคนเดียวหรอ

ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อความมั่นใจ เพราะมันดูเป็นคำถามที่เขาไม่น่าถามผมเลยอ่ะ

อ่าฮะปืนพยักหน้ารับ

ก็คนเดียวแหละ

เก่งเนอะ

ชมจริงป่ะเนี่ยหรือประชด ถือว่าชมจริงแล้วกันเนอะ -..-

ตามจริงก็ไม่ได้อยากเรียนคนเดียวหรอก แต่เพื่อนมันไม่ยอมมาลงด้วยอ่ะ

คือไงอ่ะ เพื่อนไม่คบหรอเขาถามหน้านิ่งแต่แม่งโคตรกวนตีน นั่นปากหรอพ่อคิ้วท์บอย!

ผมเผลอถอนหายใจแบบเอือมๆใส่เขาไป ซึ่งมันไม่ควรแต่ทำไปแล้วไง

ล้อเล่น ตอนแรกพวกนั่นมันก็ไม่เรียนหรอก บังคับมันมาเองอ่ะ

อยากจะบอกเหลือเกินว่าบังคับมาแล้วเหมือนกัน แต่ไม่สำเร็จไง พูดแล้วก็สงสารตัวเอง แง

แล้วทำไมนั่งแยกคนเดียวอ่ะ

...ที่มันเต็มอ่ะ

ก็แปลกดีชวนเพื่อนมาเรียน แต่ดันต้องนั่งแยกเฉยเลย

แล้วไม่เหงาหรอ เรียนคนเดียวปืนถามต่อ

ตอนแรกก็นิดนึงไม่ชินอ่า แต่ตอนนี้ก็ไม่นะดูตอบนางเอกจัง -_-;

งี้แหละนั่งข้างเราปืนยักคิ้วกวน

เอาที่ปืนสบายใจเลยยย แต่จะว่าไปเขาก็มีส่วนทำให้ผมไม่เหงานะ เพราะยืมของผมตลอดเลย -_-;

 

ในที่สุดก็ได้เวลาเลิกเรียนแล้ววว ผมจัดการเก็บของทุกอย่างลงกระเป๋า เว้นแต่...

ดินสอนี่ยืมเหมือนเดิมนะ

ใช่ มันคือดินสอของผมที่เขายืมไป เรียกได้ว่าแบบถาวรเลยก็ได้ ดีนะมีหลายแท่ง

โอเค อย่าทำหายล่ะผมล้อเลียนเขากลับนิดหน่อย

นี่ใคร ปืนนะครับบบเขายกคิ้วกวน

ดูมั่นใจมาก อย่าให้เห็นว่าพรุ่งนี้มารื้อแล้วเหมือนหายนะ โดนแน่

ผมตรวจเช็คสิ่งรอบตัวว่าตัวเองเก็บของครบหรือยัง พอมั่นใจก็ลุกจากที่นั่ง พร้อมกับบอกลาเพื่อนผู้หญิงข้างๆสองคน แล้วก็หันไปหาปืนเพื่อบอกลาเช่นกัน แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็โดนขัดเสียก่อน

ไปล่ะ...

เฮ้ย อย่าพึ่งไปดิปืนไม่พูดเปล่า เขาดันเอามือมาจับที่ต้นแขนผมด้วย

อะไรของเขาเนี่ย

อะไรรร

รอก่อนดิ จะเก็บของเสร็จล่ะเนี่ย ออกพร้อมกัน

ทุกทีเห็นไปพร้อมเพื่อน -_-”

เห็นมันไหมล่ะ มันโดดกลับไปตั้งนานแล้ว

พอเขาพูดจบผมก็หันไปมองทางด้านหลัง ซึ่งเป็นที่นั่งของเพื่อนปืน ที่ตอนนี้เหลือแต่เก้าอี้เปล่า...ไม่ได้สังเกตเลย โดดไปตอนไหนนะ เงียบมากกกก ปรบมือให้เลย (มันใช่หรอ)

...อ่อ

เสร็จล่ะ ป่ะ

ปืนไม่ถามผมสักคำ เขาเหมือนพูดประโยคบอกเล่าเฉยๆ แล้วก็ลุกจากที่นั่งพร้อมกับลากผมให้เดินตามไปด้วย ย้ำว่าลากจริงๆ ก็เขาไม่ได้ปล่อยมือจากแขนผมเลย เขาลืมไปหรือเปล่านะ ฮือออ

เดินเองได้ -_-;”

โทษที ลืม

ปืนปล่อยมือออกจากแขนผม เขาลืมได้ไงนี่แขนคนทั้งคนเลยนะเว้ย ผมกับปืนเดินออกจากห้องมาเงียบๆ จนมาถึงเคาเตอร์ด้านหน้า ปืนก็หันมาถามผม

กลับทางไหนอ่ะ

บีทีเอส

เฮ้ย ทางเดียวกัน

เชี่ยยยยยย!

พูดอะไรออกไปเนี่ยว่าน เมื่อวานก็เห็นอยู่ว่าปืนกลับบีทีเอสเหมือนกัน ดันเผลอบอกเขาเองซะอย่างงั้น แล้วเมื่อวานจะหลบทำแมวอะไรให้เหนื่อยฟรีเนี่ย ไอ้ว่านเอ้ย ฮือออออ

อะ...อ้าวเหรอผมแสร้งทำไม่รู้

คิดในแง่ดีไว้ เขาอาจจะแค่ถามเฉยๆ คงไม่ได้ชวนกลับพร้อมกันหรอกเนอะ

งั้นป่ะ กลับพร้อมกัน

เชี่ยยยยยย!

ทำไงดี ไม่เอาไม่กลับพร้อมเขา ถ้ากลับพร้อมกันผมต้องเกร็งแน่ๆแถมไม่มีเรื่องคุยด้วย ไม่เอาด้วยหรอก แค่นี้ผมก็ดูตลกในสายตาเขาแล้ว ฮืออออ

ต้องมีวิธีสิ...

เอ่อ...กลับเลยหรอออ นึกว่าปืนไปหาเพื่อนก่อนผมถาม

มันกลับไปนานแล้ว จะไปหาทำไม

อ่อ....

เอาแล้วไงว่าน

งั้นปืนกลับก่อนเลย เรานัดเพื่อนแถวสยามอ่ะแถ

นัด? ป่านเนี่ยอ่านะ

ผมเหลือบไปมองนาฬิกาแขวนผนัง มันบอกเวลาสามทุ่มกว่า...

ชะ...ช่ายยยย

อ่าฮะ งั้นก็เดินไปพร้อมกันเลยดิ นัดตรงไหน

ไม่ต้องๆ เพื่อนยังไม่มาเลย ว่าจะรอในนี้ก่อนอ่ะผมยังแถอยู่

ให้รอเป็นเพื่อนป่ะ

โอยพ่อคุณครับ กลับๆไปเถอะ เราอยู่คนเดียวได้ เราก็ผู้ชายนะเว้ย บอกตามตรงตอนนี้ผมคิดถึงกลุ่มเพื่อนเขามากเลย ถ้าพวกนั้นอยู่คงไม่เป็นภาระกับตัวผมขนาดนี้

ไม่เป็นไร กลับเลยยย

ตามใจ เจอกันพรุ่งนี้

ปืนพูดจบก็ยกมือบอกลาเล็กน้อย ก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกจากประตูไป

กว่าจะกลับ แถจนแผลเต็มตัวแล้วเนี่ย ว่าแต่ดูมีพิรุจเกินไปไหมนะ...แต่ช่างเถอะผ่านมาแล้ว มานั่งรอเพื่อนที่ผมคิดเองเออเองไว้ดีกว่า ผมเลยตรงไปที่โซฟาหน้าเคาเตอร์เพื่อที่จะนั่ง

ครืด...

ระหว่างที่นั่งรอช่องว่างระหว่างผมกับปืนนั้น เสียงข้อความไลน์ก็ดังขึ้น ผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วก็พบว่าเป็นข้อความของหัวหน้าห้องที่ส่งตัวอย่างการบ้านมาให้ผมเฉยๆ ผมส่งสติ๊กเกอร์แต้งกิ้วกลับไป แล้วก็เข้าไปไล่อ่านข้อความในกรุ๊ป ที่พวกข้าวเจ้ามันคุยเล่นกันซึ่งก็ไม่พ้นเรื่องผู้ชาย

ก่อนจะไล่อ่านไลน์ที่ค้างไว้จนหมด จนมาถึงชื่อไลน์ของปลั๊ก ผมเลยกดเข้าไปดูก็พบว่าที่ไม่มีการตอบโต้อะไรแม้กระทั่งการขึ้นอ่าน ข้อความล่าสุดเป็นข้อความของผมที่ส่งไปเมื่อตอนเบรก ซึ่งมันก็นานพอควรแต่มันก็ทิ้งค้างไว้แบบนั้น ทุกทีปลั๊กไม่เคยเงียบหายแบบนี้นะ ถ้าไม่ว่างก็น่าจะบอก ลองทักไปอีกทีดีกว่า

WAN : ฮัลโหล

WAN : ปลั๊กกกกกกกกก

ผมรอสักพักหวังว่ามันจะขึ้นว่าอ่านแล้ว แต่เปล่าเลย มันเงียบ...

หรือว่าควรโทรไปหาดีนะ...ไม่ล่ะ ขนาดแค่บอกว่าหายไปไหนยังไม่บอก โทรไปคงจะรับหรอก ถ้าว่างเมื่อไรคงตอบเองล่ะ -_- เชอะ!

นอยด์เว้ย!

ผมล็อคหน้าจอโทรศัพท์ แล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกงอย่างไม่สบอารมณ์นัก ก่อนที่จะหันไปมองทางนาฬิกาแขวนผนัง ก็พบว่ามันนานพอที่ปืนจะขึ้นบีทีเอสกลับไปแล้ว ผมเลยเดินออกจากที่นี่แล้วตรงไปที่สถานีบีทีเอส

 

ผมใส่หูฟังพร้อมเปิดเพลงช้าคลอเบาๆ แล้วเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า สายตามองแสงไฟประดับยามราตรี สวยดีนะแต่ก็ดูเหงาแปลกๆ ไม่รู้ว่าที่เหงาหมายถึงไฟหรือจิตใจผมกันแน่...รู้ตัวอีกทีก็เดินมาถึงหน้าทางเข้าบีทีเอสซะแล้ว

ผมเดินเข้าไปด้านในตัวสถานีอย่างเหม่อลอย ไม่ได้มองรอบข้างมากนัก มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว ถ้าตอนนี้มีคนมาเดินชนผมคงล้มลงตรงนั้นเลย ผมขึ้นบันไดเลื่อนมาเรื่อยๆกำลังจะเดินไปต่อแถวเพื่อขึ้นขบวนรถไฟ แต่อยู่ๆก็เหมือนมีบางอย่างเรียกสติผม ทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ของตัวเอง แล้วมองไปทิศทางของอะไรบางอย่างที่สะกิดไหล่ผมเมื่อครู่ แล้วก็พบว่า...

เพื่อนกลับแล้วหรอ

อ่อ ปืนนั้นเอง...ปืน!

สติผมกลับมาปกติเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือลนด้วยซ้ำ อะไรกันยังไม่กลับอีกหรอ

อะ...เอ่อ กลับแล้ว แล้วทำไมยังไม่กลับอีกผมแสร้งถามไป

ลืมเอาบัตรมา ต้องไปต่อแถวตั้งนาน

อะ...อ่อ ฮะๆผมยิ้มแหยะส่งให้เขาไป

กลับทางไหนอ่ะ

แล้วควรตอบว่าไงล่ะ ก็ทางเดียวกับปืนเลย กลับด้วยสิ แบบนี้หรอ มาถึงขนาดนี้แล้วคงต้องไปด้วยกันแล้วล่ะเนอะ ฮือออออ

ไม่สิ!

ทางนี้

ผมชี้นิ้วไปทางอีกฝั่งหนึ่ง ที่ไม่ใช่ฝั่งทางกลับของผม ผมโกหกนั้นเอง...เรามาถึงขั้นนี้แล้วหรอว่าน

อ่อ คนล่ะทาง

ฮะๆ งั้นแยกกันเลยเนอะ

ผมหัวเราะแห้งใส่เขาไป พยายามจะเฟดตัวออกห่างเขาให้ได้ แต่...

ให้รอเป็นเพื่อนเปล่า

โอยยยยยยยยยยยย คนดีอะไรขนาดนั้นเล่า

ไม่เป็นไร กลับเลย

ไม่เป็นไร ไม่รีบปืนเหมือนจะกวนตีนผมนะ แต่หน้าเขาโคตรจะจริงใจ

ปิ๊ดๆ

ดีหน่อยที่ขบวนรถไฟฝั่งเขาเข้ามาเทียบชานชลาพอดี ผมเลยบอกเขาให้ขึ้นไปเลยไม่ต้องรอผม กว่าจะโน้มน้าวใจได้ คนก็ขึ้นขบวนรถเกือบหมดล่ะ ผมโบกมือลาเจ้าตัวน้อยๆ พอขบวนรถฝั่งนั้นเคลื่อนตัวออกไป ผมก็ถอนหายใจออกมาอัตโนมัติ ด้วยความโล่งอก

วันหลังต้องรอนานกว่านี้ เพื่อให้พ่อคิ้วท์บอยเขาขึ้นรถไปก่อน ไม่อยากแถแล้วเหนื่อยยยย แง

 


 

 


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              6/11/2016

 

กว่าจะฝ่าฟันกับโปรเจคหนังสั้นเรื่องล่าสุดมาได้นั้น แทบทรุดครับ
เพราะเป็นแนวผีๆ แต่ต้องเปลี่ยนฟิลแรงมากตอนแต่งเรื่องนี้  ฮา
เสร็จปุ๊บก็มาอัพ
ให้เลย /สภาพคนไม่ได้นอนมา1คืนเต็ม ครอกZzz

มาถึงเรื่องราวของปืนและว่าน ตอนที่แล้วเน้นแต่ขนมครกเยอะไปหน่อย ฮา
บทนี้เลยจัดเต็มปืนว่านรัวๆไปเลย ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มไปในทางที่ดี
ปืนมีความเป็นกันเองกับว่านมากขึ้น ส่วนปลั๊กกับว่านนั้นจะเป็นยังไง มาดูตอนหน้ากัน

PS. ตอนที่ อัพประมาณปลายเดือนนี้
จะรีบปั่นนะเออออออออ
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ
 สมอเรือ’ หรือ กดเฟบหน้านิยายก็ได้เด้อ

อยากรู้ฟีดแบคจากคนอ่านมาก เม้นกันได้นะ
แท็กในทวิตก็ได้
#NEARYAOI /ทำตาปริ๊บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #7 Cho.E (@CherEmMallot) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 20:42
    มาอีกๆ
    #7
    0