ตอนที่ 6 : Chapter 5 : Kanom Krok Bai Toey

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ต.ค. 59



Chapter 5 : Kanom Krok Bai Toey

 

คาบแรกของเช้าวันนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ไม่รู้ว่าผมง่วงเลยเบื่อ หรือตัววิชากันแน่ที่น่าเบื่อ นั่นคือวิชาคณิตศาสตร์ยังไงล่ะครับ โคตรไม่ชอบเลยเรียนอะไรแทบไม่เข้าหัวสักนิด แล้วใครเขาจัดให้วิชานี้มาอยู่คาบเช้าแถมยังวิชาแรกอีก แต่ก็นะ...ทำได้แค่บ่นไปงั้นแหละยังไงก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ฮืออออ แต่ดีหน่อยที่ครูสมจิตแกมีประชุมต่อเลยปล่อยเร็ว(ตั้ง10นาทีแหนะ) คาบต่อไปก็ว่างเพราะครูเขาติดประชุมเช่นกัน

ผมเก็บหนังสือเรียนลงใต้โต๊ะ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแทน ตั้งแต่หลังเลิกเรียนพิเศษเมื่อคืนก็แทบไม่ได้แตะ ขนาดปลั๊กยังไม่ค่อยได้คุยเลย เพราะเมื่อคืนปลั๊กบอกว่าไม่ว่างอยู่บ้านเพื่อนอะไรก็ไม่รู้ บวกกับผมที่เพลียๆด้วยเลยไม่ได้คอลคุยกัน ถึงบ้านปุ๊บก็อาบน้ำหัวถึงหมอนภาพก็ตัดเลย ขนาดการบ้านคาบคณิตศาสตร์ผมยังเพิ่งมาปั่นเมื่อเช้าเลย(ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่างนะจ้ะ)

WAN : ตื่นยัง

ผมอ่านข้อความไลน์ที่ส่งไปหาปลั๊กตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับแต่อย่างใดแม้คำว่าอ่าน  ปกติปลั๊กไม่ทิ้งไลน์นานขนาดนี้นะ ผมเลยกดเบอร์เขาเพื่อที่จะโทรหาแต่เสียงปลายสายดันเป็นเสียงผู้หญิงบอกให้ผมฝากข้อความซะงั้น เป็นอะไรของเขากันแน่นะ

มึงจดบนกระดานเสร็จแล้วเหรอ

ผมละจากโทรศัพท์แล้วหันไปทางต้นเสียง แล้วตอบกลับประโยคคำถามคนข้างๆ

ก็ใช่สิ

ก็ดี ขี้เกียจจดแหละ จะได้ยืมของมึงมาลอกเนาะ

ข้าวเจ้ายิ้มกวน ก่อนที่มันจะฉกเอาสมุดคณิตศาสตร์ที่ผมเพิ่งจะเก็บลงใต้โต๊ะ ขึ้นมาใส่กระเป๋ามันทันที นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนคงคิดว่าทำงานเป็นโจรมาก่อน ขณะที่มันกำลังเก็บข้าวของลงกระเป๋า เสียงแทรกจากโต๊ะตัวด้านหลังผมก็ดังขึ้น

อีว่าน เมื่อวานที่อีข้าวมันส่งมาในกรุ๊ปนี่ยังไงอ่ะ ไหนแถลงซิ

ใช่ๆ ยังไงหรอว่าน

เปรมนั่นเองที่พูดขึ้นคนแรก มันถามไม่ได้จริงจังมากนัก คงแค่แซะตามภาษามัน แต่แพรวนี่สิเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ อยู่กับเปรมมันมากไปใช่ไหม -..-

ผมที่กำลังจะอ้าปากหันไปแก้ตัวเรื่องเมื่อวานอันแสนอับอายนั้น ก็โดนคนข้างๆแย่งซีนตัดบทซะก่อน

จริงสิ เดี๋ยวเปิดไลน์ให้ดูเลยข้าวเจ้ามันโทรศัพท์มันขึ้นมากดยุกยิกๆ แล้วมันก็หันหน้าจอโชว์ให้สองคนที่อยู่โต๊ะข้างหลังดู

โอ้มายก้อดดดดเปรมเอามือทาบอก

ว่านนนนนนนแพรวเอามือปิดปาก

โอยยยย! ก็แค่รูปแอบถ่ายผู้ชายในห้องเรียนพิเศษ อะไรขนาดนั้นอ่ะ พูดสิว่ามึงไม่เคยเปรม -_-;”

ผมไม่รู้จะแก้ตัวยังไงแล้ว เลยอารมณ์เสียใส่ไปแทน ก็ดูมันโอเว่อร์แอคติ้งอ่ะ ขนาดแพรวก็ไม่เว้น

ล้อเล่นน่ะพวกมึง กูแกล้งว่านมันเองแหละ

ข้าวเจ้ามันแก้ต่างให้ วันนี้ก็ว่าจะด่ามันเหมือนกัน แต่โดนการบ้านคาบเช้าทำพิษเลยแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลยปั่นการบ้านอย่างเดียวผมเลยด่ามันไปสั้นๆแต่ได้ใจความ สร้างเรื่องเก่งดีนักน่าตี

ใช่ เลวววววว

อย่าเพิ่งด่ากันสิอีว่าน คืองี้จะอธิบาย ว่านนางมาเล่าให้กูฟังว่าแบบ เออ...คนที่นั่งข้างๆนางตอนเรียนพิเศษมีความหล่อเหลาอะไรแบบนี้ กูก็อยากเห็นไง เลยแกล้งให้มันถ่ายรูปมาให้ มันไม่ได้ตั้งใจถ่ายเองหรอก มึงก็รู้อีว่านหน้าบางจะตาย

เดี๋ยวนะมันหลอกด่าผมอยู่ป่ะเนี่ย

ก็ตามนั้นแหละ เข้าใจไหมแพรว เข้าใจไหมเปรมมมผมลากเสียงยาวชื่อเปรมเพื่อประชดมัน

จ้าเพื่อน เรารู้แล้ว เราขอโทษนะที่เข้าใจผิดมันเอามือทำท่าปาดน้ำตา

ทำไมต้องเล่นใหญ่!

ว่าแต่หล่อขนาดไหนอ่ะ มีรูปชัดกว่านี้มะ

เปรมมันเปลี่ยนจากท่าปาดน้ำตา เป็นทำตาลุกวาวแทนทันทีเมื่อพูดประโยคข้างต้น เปลี่ยนอารมณ์เร็วไปนะ เป็นไบโพล่าถูกไหม

ก็ถ่ายมาได้แค่นั้นจริงๆ

ที่มึงส่งมานี่เบลอมาก มึงอุบอิบรูปชัดป่ะเนี่ย มาดู

ข้าวเจ้าพูดเสริมไม่พอ มันเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์ในมือของผมแบบไม่ทันตั้งตัว แถมยังรู้รหัสปลดล็อคหน้าจอด้วย คล่องแคล้วประหนึ่งโทรศัพท์มันเอง จะมีรหัสทำไมเนี่ยกู

ข้าวเจ้ามันเปิดแกลอรี่ของผม แล้วเลื่อนดูสักพักมันก็มองค้างอยู่อย่างนั้น

...เดี๋ยวนะ นี่คืออะไรอธิบายซิ

ข้าวเจ้ายื่นโทรศัพท์ของผมให้ดู ซึ่งสิ่งที่ปรากฏในจอตอนนี้คือรูปปืนที่เซลฟี่หน้าตัวเอง ลืมไปเลย!

...คือ...

ไหน!” เปรมแย่งโทรศัพท์ผมไปดู แล้วก็ส่งต่อให้แพรว

เอาเข้าไป จะแก้ตัวยังไง ไม่สิ จะอธิบายยังไงดี ฮืออออ

คนนี้หรอ งานดีมากอีว่านนนนน!”

ข้าวว่าว่านต้องอธิบายนะ...

ผมยังไม่ได้ตอบอะไรใคร เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็เข้าซะก่อน แพรวมันเลยยื่นโทรศัพท์กลับมาให้ผมเป็นข้อความตอบกลับจากปลั๊กนั้นเอง

WAN : ตื่นยัง

PLAK : ตื่นแล้ว มาเรียนแล้วด้วย

PLAK : โทษทีแบตมันหมดอ่ะ เพิ่งได้ชาร์ต ขอโทษน้า

WAN : ไม่เป็นไร เรานึกว่าปลั๊กเป็นอะไร

PLAK : เป็นห่วงหรออออ

WAN : ก็เออสิ ไอ้บ้า

PLAK : แฟนใครน่ารักจางงง

PLAK : เดี๋ยวเค้าไปเรียนก่อนนะ

WAN : ตั้งใจเรียนน้า

PLAK : (ส่งสติ๊กเกอร์)

PLAK : รับทราบค้าบบบบบบ รักนะ

บทสนทนาจบลงดื้อๆ ถือเป็นการคุยไลน์ที่สั้นที่สุดตั้งแต่คบกันมาเลยก็ว่าได้ ผมเงยหน้ากลับมาทางเพื่อนๆอีกครั้ง แล้วก็พบว่าทุกคนจ้องมาที่ผมเป็นตาเดียว ก็แค่คุยกับปลั๊กเองนะ ทำไมต้องมองขนาดนั้นอ่า

ปลั๊กหรอข้าวเจ้าถาม

ช่ายผมพยักหน้ารับ

เป็นไงมั่ง

ก็เรื่อยๆแหละ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลย กูก็ติดเรียนพิเศษ ปลั๊กมันก็มีกิจกรรมไรไม่รู้เยอะแยะอ่ะ ขนาดไลน์ปลั๊กก็เพิ่งตอบกูเนี่ย -3-”

ก็ยังดีได้คุย นึกว่าแบบไม่ได้คุยเลย เห็นห่างๆกันไง...แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นหลัก มาพูดเรื่องรูปผู้ชายเซลฟี่ในเครื่องมึงดีกว่า...

ทำไมเปลี่ยนท็อปปิกกันเร็วจัง

ตอนแรกผมก็เลี่ยงๆที่จะไม่พูดหรอก แต่โดนจ่อไมค์ขนาดนี้ ผมก็เลยเล่าไปให้พวกมันฟังไปตามระเบียบ เล่าจบมันก็กรี๊ดกร๊าดออกอาการสุดคือเปรมบอกว่าอิจฉานู้นนี้นั้น ตัดภาพไปที่เมื่อวานผมนี่อายจะตายอยู่แล้ว

 

เลิกเรียนปุ๊บผมและผองเพื่อนก็ตรงดิ่งมาสยามทันที ไม่ใช่มาเพื่อเดินเล่นเรามาเพื่อกินครับ!

เหตุการณ์มีอยู่ว่าช่วงพักกลางวันผมดันเปิดเจอไอจีแอคเคาท์รีวิวของกินต่างๆ หนึ่งในที่เขารีวิวคือขนมครกใบเตยหรือผมเรียกมันมันว่าขนมเขียว ซึ่งเป็นขนมที่ผมโคตรชอบเลยอร่อยแต่หาลำบากมาก อ่านดูเขาบอกอร่อยแถมพิกัดยังอยู่สยามด้วย ผมก็เลยชวน(บังคับ)พวกมันมาด้วยเพื่อสิ่งนี้ และเพื่อให้พวกมันมาเดินเล่นรอเป็นเพื่อนผมก่อนเรียนพิเศษ เป็นไงแผนผมดีใช่ไหมล้า

พอเรามาถึงสยาม ผมก็เดินหาร้านขนมเขียวตามพิกัดไอจีอยู่สักพัก ก็เจอร้านเล็กๆที่ขายทั้งขนมครกใบเตย โตเกียว ขนมไข่แล้วก็อีกเยอะไปหมด คนที่ยืนรอซื้อก็เยอะเช่นเดียวกัน ด้วยความที่หน้าบางของผมเลยกะว่ารอให้คนน้อยก่อนถึงค่อยเดินเข้าไปซื้อ ไม่ต้องห่วงครับผมโดนพวกมันรุมด่าเรียบร้อยแล้วว่าทำไมไม่รีบซื้อ แหะๆ

ระหว่างรอแพรวมันดันปวดปัสสาวะ เปรมมันก็เลยอาสาไปเป็นเพื่อนก็เลยเหลือผมกับข้าวเจ้าสองคน เราเม้ากันไปเรื่อยๆแต่ดูท่าข้าวเจ้านางจะตรงประเด็นไปที่เรื่องปืนเป็นหลัก สนใจเพื่อนมากจริงๆ

ไม่นานนักแพรวกับเปรมก็กลับมา พร้อมกับที่ผมซื้อเจ้าขนมเขียวเสร็จพอดี ซื้อปุ๊บก็กินเลย...รสชาติใช้ได้เลย อร่อยยยยย ผมเลยแบ่งให้พวกเพื่อนๆกินกัน มันก็บอกว่าอร่อยผ่านไปสักพักก็เหลือแต่กล่องเปล่า...ดีนะที่ซื้อมาสองชุดไม่งั้นไม่มีเก็บไว้กินตอนเรียนพิเศษแน่ๆ -_-;

จัดการกับขนมเสร็จเราก็เดินเล่นกันต่อ รอถึงเวลาเรียนของผมพวกมันถึงค่อยแยกย้ายไปตามทาง ขณะเดินช้อป ชิม ชิวอยู่นั้นผมก็สังเกตแพรวที่ดูมีท่าทีแปลกๆมาสักพักแล้ว เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่กล้า ผมเลยจี้ถามมันไป

 “แพรวมีไรจะพูดป่ะเนี่ย

...อ่า ไม่นะ

พูดดดดดดดดดดดดดดด

...มันก็มีแหละ แต่ไม่อยากพูดเลย

พูดๆไปเถอะเปรมเสริม

...คืออย่างนี้ ตอนที่เรากับเปรมไปเข้าห้องน้ำอ่ะ เราเห็น...ปลั๊กกับผู้หญิงคอนแวนต์เดินอยู่ด้วยกัน...

จริงนะมึงกูก็เห็นว่าเป็นผัวมึง อันนี้ไม่ได้ตาฝาด

...

ผมกินจุดไปอยู่สักพัก พยายามไม่คิดเกินเลย เพราะผมเชื่อใจปลั๊ก แต่มันก็อดคิดไม่ได้นี่น่า ผมสติหลุดไปตอนไหนไม่รู้ จนข้าวเจ้ามันเขย่าไหล่ผมถึงได้สติกลับมา

ใจเย็นว่าน อาจแค่เพื่อนกันเปล่า อย่าคิดมาก

โรงเรียนผัวมันชายล้วนนะมึงเปรมเสริม

โอยอีนี่เดี๋ยวตีปาก เพื่อนมันคิดมากอยู่

ก็จริงของเปรมมัน ปลั๊กเรียนชายล้วนนะจะมีเพื่อนผู้หญิงได้ไง

แหมะ ปลั๊กมันออกจะดัง มันก็อาจจะคบเพื่อนนอกโรงเรียนบ้างก็ได้...แล้วมึงได้คุยกับปลั๊กไหม

...ก็เพิ่งไลน์คุยก่อนออกจากโรงเรียนอ่ะ ปลั๊กบอกว่าอยู่โรงเรียน

งั้นไลน์ไปถาม

ผมไลน์ไปหาปลั๊กทันที ไม่นานเขาก็ตอบกลับมา

WAN : อยู่ไหนอ่ะ

PLAK : เราอยู่สยามอ่ะ มาซื้อของกับเพื่อน

PLAK : ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะ กะทันหันจริงๆ

WAN : ไม่เป็นไร เราแค่ถามเฉยๆ

PLAK : ไม่งอนนะค้าบตัวเอง

WAN : บ้า ไม่งอน

WAN : ไปซื้อของต่อเลยยย

PLAK : โอเคครับแฟนนนน

ผมยื่นหน้าจอไลน์ให้พวกมันดูทันทีที่จบบทสนทนา

เห็นไหมมึง เพื่อนนนนนนข้าวเจ้า

คบเพื่อนนีงั้นหรอ ก็เป็นไปได้มึงเปรม

ว่านเราขอโทษที่ทำให้คิดมากนะ ไม่น่าเล่าเลย

บ้า ไม่เป็นไร ดีแล้วที่บอกไม่งั้นคงไม่รู้ว่าปลั๊กมาสยามอ่ะ

ผมบอกแพรวไป เอาจริงๆแพรวไม่ผิดนะ ผิดที่ปลั๊กนั่นแหละเชอะ

ว่านกูบอกอย่าคิดมากป่ะ เดินต่อเหอะเนอะๆ

พูดจบข้าวเจ้ามันก็ลากแขนผมให้เดินไปต่อ แล้วก็ชวนเม้าท์สารพัดให้ผมไม่คิดมาก ซึ่งก็ได้ผลผมลืมเรื่องเมื่อครู่ไปได้ชั่วขณะ ตอนแรกยอมรับเลยว่าหึง แต่พอไลน์ไปหาแล้วปลั๊กบอกก็เลยไม่ได้อะไรคงเป็นเพื่อนกันจริงๆ แล้วอีกอย่างก็คิดว่าเรื่องนี้มันไร้สาระด้วยแหละ ก็เลยปล่อยๆไป...เราต้องเชื่อใจปลั๊กเข้าใจไหมว่าน

แต่ก็นั้นแหละ ยังแอบคิดอยู่ดี ฮือออออ

 

พอถึงเวลาเรียนพวกแก๊งค์เพื่อนผมก็แยกย้ายกันกลับ ส่วนผมก็มุ่งไปที่เรียนพิเศษทันทีพร้อมกับสลัดความคิดเรื่องปลั๊กเมื่อสักครู่ออกไปให้หมด เพราะถ้ายังคิดอยู่มีหวังเรียนไม่รู้เรื่องแน่ -_-  พอเดินเข้าไปในห้องเรียนก็พบกับเพื่อนรวมคลาสที่มากันก่อนอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงสองคนที่นั่งข้างๆผมก็คือหนึ่งในนั้น ส่วนเก้าอี้อีกฝั่งยังว่างอยู่แปลว่าเจ้าของที่ยังไม่มา ผมเดินตรงเข้าไปนั่งที่พร้อมกับยิ้มทักทายเธอสองคนไปอย่างเป็นมิตร เธอก็ยิ้มตอบกลับมาอย่างเป็นมิตรยิ่งกว่า แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังไม่รู้จักชื่อกันอยู่ดี ถ้าเธอไม่ถามเรา เราก็ไม่ถามเธอเนอะ แฟร์ๆ -_-;

ผมหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาเตรียมเรียนพร้อมกับขนมเขียวขึ้นมาวางบนโต๊ะเลกเชอร์ หมายที่จะกินมันเพื่อฆ่าเวลารออาจารย์ในจอโทรทัศน์สอน ผมเลยยื่นกล่องขนมแบ่งให้ผู้หญิงสองคนข้างๆ เธอทำท่าจะปฏิเสธแต่ก็รับมันไป ด้วยพลังแห่งขนมเขียวทำให้เธอสองคนชวนผมคุย ผมก็เลยว่าจะถามชื่อสักหน่อย แต่ก็ดันโดนขัดด้วยเสียงกระแอมไอจากด้านหลังเสียก่อน ทำให้ผมอดที่จะหันไปมองไม่ได้ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเจ้าของที่ว่างข้างๆผมนั้นเอง

อะแฮ่ม

ปืนยังกระแอมไปอยู่เป็นช่วงๆ ขณะนั่งที่ของตัวเอง ไม่ทราบว่าอะไรติดคอหนักหนาหรอ ผมละจากคู่สนทนาเมื่อครู่ แล้วหันมองทางเขาที่นั่งปุ๊บก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น สงสัยผมจะมองเขานานเกินไปจนเจ้าตัวรู้ตัว เขาจึงหันมองมาทางผมโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว

ไง

...เอ่อ หวัดดี

ผมตอบรับคำของปืนอย่างเก้ๆกังๆ แต่เขาก็เหมือนไม่ได้สนใจมากนัก หันกลับไปสนใจโทรศัพท์ต่อ เป็นการทักทายที่สั้นดีเนอะ ผมละสายตาจากเขาเหลือบไปมองทางด้านหลังห้อง ซึ่งเป็นที่นั่งของเพื่อนเขาก็พบว่าไม่มีใครมาสักคน ไม่น่าล่ะห้องเงียบผิดปกติ

เพื่อนไม่มาหรอ

ปืนเงยจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองผมสักพัก ก่อนที่จะหันกลับตอบคำถามของผม

เดี๋ยวตามมา มันไปซื้ออะไรกันไม่รู้ เราขี้เกียจอ่ะเลยเข้ามาก่อน

อ่อออ...

เมื่อคำถามเมื่อครู่ได้คำตอบกลับมา ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ แต่จะให้ประโยคสนทนามันจบห้วนๆแบบนี้จริงๆเหรอ ผมเลยหยิบกล่องขนมเขียวบนโต๊ะยื่นให้เขา

กินดิ

มันคืออะไรอ่ะ

ปืนมองขนมในมือผมพร้อมกับย่นคิ้วต่ำ ไม่เคยกินหรือไง บ้านนอกมากกก...

ขนมครกใบเตย

ขนมครกมันไม่ได้สีขาวเหรอ

ผมตอบชื่อขนมเขาไปอย่างนำเสนอ แต่ประโยคที่เขากลับสวนมานั้น ทำเอาผมสตั้นไปสามวินาที เดี๋ยวนะ...นี่เขาไม่รู้จักจริงๆหรอ เอิ่มมม

อันนั้นมันทำจากกะทิอันนี้ทำจากใบเตย

แล้วทำไมหน้าตาไม่เหมือนกันอ่ะปืนพูดหน้านิ่งด้วยท่าทีสงสัย

นี่ปืนเขาสงสัยจริงหรือแกล้งกันแน่ แต่ดูจากท่าทางแล้วน่าจะไปทางค่อนข้างไปทางสงสัยจริง ไปอยู่ถ้ำไหนมาหรอ จะให้อธิบายยังไงล่ะ โอยยยย

...เอ่อ ช่างมันเถอะ กินเหอะน่า

เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อผมเลยตัดบททันที แล้วก็ยื่นกล่องขนมครกใบเตยให้เขาอีกครั้ง แต่เขาก็มีท่าทีสงสัยแล้วก็ยังไม่หยิบมันกิน แถมยังปฏิเสธผมอีก แค่ขนมนะคิดอะไรมากมายเนี่ย -_-;

กินเลย เดี๋ยวไม่อิ่ม

กินดิ อ่า...ถือว่าแลกกับน้ำฟรีเมื่อวานผมพยายามคะยั้นคะยอ

ไม่เป็นไร

กินได้น่า ไม่ได้ใส่ยาพิษนะเว้ย

ผมเริ่มหมดความอดทนกับปืนแล้วนะ หึ้ย! ผมเลยวางกล่องบนโต๊ะแล้วหยิบขนมเขียวขึ้นมางับหนึ่งคำ ก่อนที่จะยื่นให้คนตรงหน้าดูว่ามันกินได้จริงๆนะ

เห็นไหม กินแล้วไม่ตาย -_-”

จริงอ่ะ

พอผมทำเหมือนอารมณ์เสียใส่เขาแบบนั้น แทนที่เขาจะหยิบเจ้าขนมเขียวที่อยู่ในกล่องกิน กลับตอบมาด้วยหน้ากวนที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็นเขาทำ พอผมกำลังจะอ้าปากพูด จู่ๆคนตรงหน้าก็ยื่นหน้ามางับขนมเขียวที่อยู่ในมือของผม ผมได้แต่นิ่งอึ้งมองการกระทำของปืนที่ผมแทบไม่ได้ตั้งตัว ปืนทำอะไรของเขาเนี่ย ขนมในกล่องก็ตั้งเยอะมากินอะไรในมือผมเล่า

คำพูดที่ก่อนหน้านี้จะพูดก็กลืนหายไปไหนไม่รู้แล้ว ผมยังอึ้งอยู่ได้แต่มองเขาเคี้ยวขนมในปากไม่นานเขาก็หันมาพูดกับผม

 “ไม่มีพิษจริงๆด้วย

...

เออ...อร่อยดีนะ

...อื้ม

ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆรับกับคำพูดของปืน แล้วก็หันกลับมาโต๊ะเลกเชอร์ของตัวเอง หยิบขนมเขียวในกล่องกินต่ออย่างไม่มีสติ

ให้ตายสิว่าน เป็นอะไรเนี่ย เพื่อนเขาก็แค่กินขนมจากมือว่านแค่นั้นเองนะ งื้ออออ


 

 


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              18/10/2016

 

ก่อนอื่นใด ขอแสดงความเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมาด้วยนะครับ
ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง สุขภาพจิตใจดีขึ้นในเร็ววันนะครับ
มาเข้าเรื่อง ตอนที่
5มาแล้ววว

ตอนนี้ไม่ได้เล่าอะไรเยอะเลย มีโมเม้นปืนว่านเล็กๆให้มุ้งมิ้ง
แล้วเน้นไปที่การเม้ามอยของแก๊งค์เพื่อนว่าน และของกินคือขนมเขียวนั่นเอง ฮา
อันนี้ตอนเขียวหิวเลยเอามาใส่ซะเลย แหะๆ ร้านที่สยามอร่อย ไปลอง
อันนี้คือขนมครกใบเตย เผื่อใครไม่เคยเห็น

PS. ตอนที่จะอัพประมาณต้นเดือนหน้าน้า
อาจจะช้าหน่อยนะ ติดโปรเจคอีกแย้ว ฮือออออ
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ
 สมอเรือ’ หรือ กดเฟบหน้านิยายก็ได้เด้อ


ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
 คอมเม้นให้กำลังใจกันได้
ขอบคุณที่ติดตามครับบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #6 JKCHill (@jikky-chill) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 02:16
    พูดถึงของกินละหิวเลย ดึกแล้วโพสได้
    #6
    0