ตอนที่ 5 : Chapter 4 : Buy 1 get 1 free

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ต.ค. 59



Chapter 4 : Buy 1 get 1 free

 

ในที่สุดเวลาการเบรกก็มาถึง!

ด้วยระดับแห่งความหิวโหยขั้นสิบจากการไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ช่วงเย็น ทำให้ผมย้ายตัวจากห้องเรียนมาสิงที่ร้านสะดวกซื้อที่ชื่อว่าเซเว่นทันทีที่พัก ผมเดินตรงไปที่โซนเครื่องดื่มก่อนจะหยิบนมช็อกโกแลตมาหนึ่งกล่อง แล้วเขยิบตัวไปโซนขนมปังยืนเลือกแซนวิสอยู่สักพักพอได้ไส้ที่ถูกใจจึงหยิบไปจ่ายเงินที่เคาเตอร์ วันนี้คนไม่เยอะเท่าเมื่อวาน จ่ายเงินเสร็จก็ยืนรอแซนวิสที่พนักงานกำลังเวฟให้อยู่

ขณะที่ยืนรอเสียงประตูก็ร้องดังขึ้น พร้อมกับเสียงดังจากการพูดคุยกันของผู้ชายกลุ่มหนึ่ง ทำให้ผมหันไปมองแล้วก็ไม่ผิดคาดครับ เป็นพวกเขาจริงๆด้วยเด็กกางเกงน้ำเงินและนายปืนคิ้วท์บอย แต่เขาไม่เห็นผมหรอก วันนี้พวกเขาคงไม่มานินทาอะไรผมอีกใช่ไหม -_- เวลาเดียวกันพี่พนักงานก็เรียกผมให้ไปรับแซนวิสที่เวฟเสร็จแล้วพอดี ได้ของแล้วไปดีกว่าไม่อยู่ฟังพวกนั้นนินทาตัวเองหรอก พอคิดได้อย่างนั้นผมก็เบียดตัวจากผู้คนออกไปนอกร้านทันที

 

ผมงับแซนวิสในมืออย่างสบายใจเฉิบในห้องเรียนพิเศษอันหนาวเย็น ที่ตอนนี้แทบนับคนได้เพราะเราเข้ามาเร็วเกินไปหรือว่าคนอื่นซื้อของช้ากันนะ ขนาดผู้หญิงสองคนข้างๆผมที่ว่ามาเร็วยังไม่เข้ามาเลย ส่วนปืนก็คงอยู่ในเซเว่นล่ะมั้ง ตอนนี้ทั้งแถวเลยมีแค่ผมคนเดียวที่นั่งอยู่

เมื่อไม่รู้จะทำอะไรผมเลยหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเล่นแก้เซ็ง เลื่อนหน้าฟีดไอจีจิ้มรูปหัวใจไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดที่รูปแต่งสีขาวดำรูปหนึ่ง ปกติผมไม่ชอบฟอลโล่ไอจีคนที่ลงรูปแนวหม่นๆหรอกนะ แต่พออ่านชื่อแอคเคาท์ก็เฉลยความสงสัยได้ทันทีไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นของคนที่นั่งข้างๆผมเนี่ยแหละเป็นคนฟอลโล่เขาเองแท้ๆดันจำไม่ได้

PUENGUN_ที่ ว่ า ง

ปืนลงรูปโต๊ะเลกเชอร์อันแสนคุ้นตา แต่แปลกอยู่อย่างที่เจ้าตัวไม่ถ่ายรูปโต๊ะตัวเองลง แต่ดันถ่ายรูปโต๊ะตัวข้างๆที่ว่างอยู่แทน สงสัยอยากคุมโทนขาวดำคงต้องถ่ายอะไรแบบนี้มั้ง แบบที่คนอื่นไม่ค่อยเข้าใจ -_-;

ผมละจากความคิดเมื่อครู่ เมื่อแจ้งเตือนจากกรุ๊ปไลน์ดังขึ้น มโนทัศนา(มองหาผู้)’ ไม่รอช้าเลยจิ้มเข้าไปดูสักหน่อย ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นข้าวเจ้านั่นเองที่ส่งแคปเจอร์หน้าจอบนสนทนาไลน์เดี่ยวของผมกับมัน ซึ่งในภาพแคปเจอร์นั้นคือผมส่งรูปปืนไปให้มันไงครับ ส่งรูปไม่พอมีข้อความกวนสิ่งเบื้องล่างตามมาด้วย

KAOJAOW : (ส่งรูปภาพ)

KAOJAOW : ว่านมันไม่ตั้งใจเรียน ส่งรูปผู้ชายมาให้ดู

PREM : ร้ายมาก!

PRAEW : ว่านนนน555555

เอาเข้าไปแซวกันเข้าไป ขนาดแพรวมันยังเอาด้วยเลย โอยภาพลักษณ์ที่สั่งสมมานาน(มีด้วยหรอ) ผมก็ไม่รู้จะเถียงอะไรต่อ หลักฐานคาตาขนาดนั้นได้แต่ส่งสติ๊กเกอร์รูปดอกไม้สีเหลืองไปให้ข้าวเจ้ามัน

WAN : (ส่งสติ๊กเกอร์)

WAN : แด่ข้าวเจ้า!

KAOJAOW : (ส่งรูปภาพ)

KAOJAOW : ด่าเราทำไมเราทำอะไรผิดหรอ

PREM : (ส่งรูปภาพ)

PREM : อย่าว่าเพื่อนสิว่าน

PRAEW : อย่าแกล้งกัน 555555

ข้าวเจ้ามันตอบโต้ด้วยภาพหลุดของผมตอนทำหน้าเหวอ ตามมาติดๆกับเปรมที่มันก็ส่งรูปผมตอนหลับในห้องเรียนเข้ามาประกวดเช่นกัน มีเพื่อนดีจริงๆ ด้ายยยย! จะเล่นใช่ไหม ยกที่1เริ่มได้!

ผมเปิดแกลอรี่ของตัวเองเพื่อที่จะค้นหารูปหลุดๆของพวกมันมาสู้บ้าง แต่สายตาก็ดันไปโฟกัสกับรูปล่าสุดที่ทำให้ความคิดทั้งหมดของผมหยุดลง มันคือรูปปืนเซลฟี่จำนวนสามรูป ผมเปิดรูปใหญ่แล้วเลื่อนวนรูปเขาไปมาอย่างนั้น ทำไมหล่อจัง...ขนาดกล้องสดนะเนี่ย คนอะไรหน้าใสชิบหาย จมูกก็โด่งเป็นสัน โครงหน้าก็ดี ปากอมชมพู ขนาดแค่ยิ้มมุมปากยังมีเสน่ห์เลยอ่า

...ส่งรูปให้เพื่อนยัง

เสียงทุ้มที่จู่ๆก็โผล่จากด้านหลัง ทำให้ผมสะดุ้งก่อนที่ความคิดเมื่อครู่จะหายแวบไปกับสายลม ผมก็หันไปมองทางเจ้าของเสียงที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนดีใจที่ทำให้ผมตกใจได้ ใครไม่ตกใจวะอยู่ๆก็โพล่งขึ้นแบบนี้ทุกทีถ้าปืนเข้ามาในห้องก็ต้องรู้สิเพื่อนกลุ่มเขาออกจะเสียงดังขนาดนั้นผมจึงแอบเหลือบไปมองทางด้านหลังเขาก็พบว่าไม่มีกลุ่มเพื่อนเขาอยู่ เข้าห้องมาก่อนงั้นหรอ

ระ...รูปอะไร

ก็เปิดรูปเราอยู่นึกว่าจะส่งให้เพื่อน

เมื่อปืนพูดจบ สติผมก็กลับคืนมาแล้วก็กลับมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือตัวเองซึ่งตอนนี้กำลังเปิดรูปเขาเด่นหลาอยู่ แถมยังชมเขา(ในใจ)อีก คิดได้เช่นนั้นนิ้วผมก็กดปุ่มล็อคหน้าจอแทบไม่ทันแนะ จริงๆก็ไม่ทันน่ะนะ โอยยยไม่เหลืออะไรให้อายแล้วว่านนนน เขาต้องมองเราเป็นโรคจิตจริงๆแล้วแน่ๆ

บางทีผมว่าก็ควรเอาปืนไปเป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องดื่มวีต้านะ สายตาดีอะไรขนาดนั้นพ่อคุณ -_-;;

อะ...อ่อ ก็ส่งไปแล้ว เพื่อนชมว่าหล่อดี...โกหกทั้งหมด

อ่าฮะ

เขาตอบหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ยินดียินร้ายอะไร สงสัยพ่อคิ้วท์บอยคงโดนชมบ่อยจนชินล่ะมั้ง

พูดจบเขาก็เดินวนมานั่งที่ของตัวเอง ก่อนที่จะยื่นขวดน้ำเปล่าจากถุงเซเว่นมาวางบนโต๊ะเลกเชอร์ตัวกลางระหว่างเรา ผมย่นคิ้วสงสัยกับการกระทำของเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะเฉลยมันออกมา

เอาไปดิ...ให้

ได้ยินอย่างนั้นจากปากของเขา ผมก็เลยเอานิ้วชี้เข้าหาตัวเองเพื่อความแน่ใจปืนพยักหน้ารับเป็นการตอบคำถามผม ซื้อน้ำให้ผมเนี่ยนะ

ไม่เป็นไรเกรงใจ

เอาไปเหอะ ไม่ได้ซื้อมาไม่ใช่ไง

ปืนมองไปบนโต๊ะของผม ที่มีแค่ซองแซนวิสกับนมหนึ่งกล่องที่เจาะหลอดแล้ว เออวะ! ลืมซื้อน้ำเปล่าอีกแล้ว

...ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปกินที่ตู้กดน้ำข้างนอกก็ได้

ผมชี้นิ้วไปทางประตูห้อง ซึ่งข้างนอกบริเวณหลืบนั้นเป็นจุดที่ตั้งของตู้กดน้ำล่องหน ที่เมื่อวานทำผมขายหน้า บอกให้เขาออกมาตั้งหน้าห้องเลยได้ไหมแทบมองไม่เห็นแหนะ -_-;

มีด้วยหรอปืนถามหน้างง

เห็นไหมไม่ได้ไม่เห็นคนเดียวแล้วเว้ยยย แต่เมื่อรู้แล้วว่ามันมีตู้กดน้ำข้างนอก ผมก็ไม่ควรรับขวดน้ำเปล่าจากเขาใช่ไหมล่ะ

...เอาไปเถอะ

ปืนไม่ได้สนใจประโยคข้างต้นแต่อย่างใด เขากลับยื่นขวดน้ำเปล่ามาใกล้หน้าผม คราวนี้ถ้าผมไม่รับเขาคงเอาฟาดหน้าผมแน่ๆ ผมก็เลยยอมรับขวดน้ำเปล่าขวดนั้นจากมือปืนแต่โดยดี

...ขอบใจนะ

อื้ม ไม่เป็นไร

ปืนยิ้มมุมปากเล็กน้อย มันเป็นรอยยิ้มเดียวกับในรูปของเขาที่ผมพึ่งเปิดดูเมื่อครู่ พอเห็นจริงๆมันดูดีกว่าในรูปมากเลยนะ ประกายวิบวับไปแล้วพ่อคุณณณ

ตามจริง ไม่ต้องให้เราก็ได้นะ เกรงใจ

ไม่ต้องเกรงใจหรอก...

เฮ้ย แต่...

...ที่เซเว่นมันมีโปรหนึ่งแถมหนึ่งพอดี...

ถึงจะโปรหนึ่งแถมหนึ่งก็...เดี๋ยวนะ ไอ้เราก็นึกว่าใจดีซื้อให้ ไม่น่าเกรงใจเลยกู เสียฟอร์มสุดๆ -_-;;

ผมไม่ได้พูดอะไรต่อได้แต่ยิ้มแห้งๆให้ปืนไป อย่างน้อยเขาก็ยังอุตส่าห์ใจดีเอาขวดที่ฟรีมาให้เรา ที่เขาให้คงไม่ใช่เหตุผลที่เมื่อวานผมไปขอน้ำเขากินหรอกนะ แงงง

อีกสักพักคงเรียนต่อแล้ว ผมเลยหยิบขวดน้ำเปล่าของปืนมาวางไว้มุมโต๊ะเลกเชอร์อีกฝั่ง แล้วจัดการเคลียร์ขยะต่างๆบนโต๊ะยัดใส่ถุงพลาสติก วางไว้ข้างตัวค่อยไปทิ้งตอนเลิกเนอะตอนนี้ขี้เกียจเดินออกไปทิ้งอ่ะแหะๆ

            ขณะที่ผมกำลังหยิบหนังสือขึ้นมาเตรียม ก็ได้ยินเสียงพูดคุยที่ดังจากทางประตูเดาได้เลยว่าเป็นแก๊งค์เพื่อนของปืนแน่ๆผมเลยไม่ได้หันไปสนใจ แต่รู้สึกเหมือนเสียงพวกนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนทำให้ผมตรงหันไปมอง พวกเขาเดินมาหาปืนนั้นเองครับ

            แปะ!

            เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเอามือฟาดไปที่หัวปืนหนึ่งที การทักทายของกลุ่มเขาหรอรุนแรงเนอะ ผมไม่ได้สนใจอะไรพวกเขานักเลยหันมาจัดของบนโต๊ะต่อ

            “สัส เข้ามาตอนไหนก็ไม่บอกพวกกู

กูบอกเชี่ยพีไปแล้วไง

แล้วเป็นห่าไรไม่เข้าพร้อมพวกกู

กูร้อนเลยเข้ามาตากแอร์

หรา

เออเชี่ยปืน ไม่สนใจไปนั่งกับพวกกูจริงหรอวะ

กูบอกไม่ก็ไม่ดิ ตรงนี้กูก็มีเพื่อน

สัมผัสได้ว่าคนที่พูดประโยคเมื่อครู่กำลังชี้นิ้วมาทางผม ผมเลยค่อยๆเงยหน้ามองไปทางพวกเขา ชิบหายล่ะ! พวกเพื่อนเขากำลังมองมาทางผมเป็นตาเดียว แทบก้มหลบตาไม่ทันแหนะถือว่าเมื่อกี้ไม่ได้มองเนอะ

เฮ้ย นายอ่ะ

ไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งนั้น

นายที่นั่งข้างไอ้ปืนอ่ะ

เรียกเจาะจงขนาดนี้ไม่หันไปคงจะกะไรอยู่ ผมจึงค่อยๆหันไปมองทางพวกเขาอีกครั้ง นาทีนี้ว่านควรทำอย่างไรต่อไปควรทำหน้ายังไงดีวะกู ยิ้มไปให้งั้นหรอแต่มันจะดูกวนตีนหรือเปล่าวะ ถ้าเพื่อนเขาไม่พอใจแล้วต่อยล่ะไม่สู้คนนะเว้ยยย

คุยกับไอ้ปืนมันด้วยหรอ

รู้สึกความคิดฟุ้งซ่านอีกแล้ว เขาก็แค่ถามเฉยๆ ว่านต้องมีสตินะ

อะ...อ่อ ก็คุยนะ

ก็ดี นึกว่ามันจะนั่งเหงาคนเดียว

ฝากดูมันด้วยนะ ช่วงนี้แม่งติส

ติสพ่องปืนตอบหน้านิ่ง

ผมยิ้มแห้งตอบไปให้ แล้วปืนกับเพื่อนก็คุยกันอีกนิดหน่อยก่อนที่กลุ่มเพื่อนเขาจะเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง นี่คือวิธีการห่วงเพื่อนของกลุ่มเขาเหรอ แปลกดี -_-;

โทษทีนะ พวกมันก็เป็นงี้

ปืนหันมาขอโทษผมหลังจากที่พวกเพื่อนเขาเดินออกไปแล้ว

ไม่เป็นไรหรอกเพื่อนคงกลัวปืนเหงา

ไม่หรอก พวกแม่งกวนตีน

เขาพูดหน้าไม่สบอารมณ์นัก เป็นเพื่อนกันควรชินขนาดนี่เพิ่งรู้จักยังจะชินแล้วเลย

ผมหันกลับมาสนใจกับโทรศัพท์ตรงหน้าต่อ ที่ตอนนี้สั้นรัวมากเลยกดเข้าไปดูเป็นไปตามคาด รูปหน้าเหวอของผมเต็มไปหมด มาทำร้ายกันทำไมตอนนี้ ฮืออออตอนแรกก็จะสู้แหละพอเจอคนข้างๆทักทีไปไม่ถูกเลย ตอนนี้ถอยดีกว่าเลยส่งแค่สติ๊กเกอร์ยกธงขาวให้ไป ผมเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง กลับไปสนใจของบนโต๊ะเลกเชอร์อีกครั้ง แต่ก็โดนคิ้วท์บอยคนด้านข้างร้องทักขึ้น

น้ำกินได้นะ

ยังไม่ค่อยหิวน้ำเท่าไร

ผมหันไปตอบเขาอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่จู่ๆฝ่ายตรงข้ามก็เอื้อมมาหยิบขวดน้ำที่วางไว้บนโต๊ะของผมทันที ได้ขวดน้ำไปปืนก็ไม่รอช้าเปิดฝาออกแล้วกระดกขึ้นดื่ม

พิสูจน์ให้ล่ะ ปลอดภัยกินได้ปืนยักคิ้วกวนพร้อมกับยื่นขวดน้ำกลับมาให้ผม พร้อมกับพยักเพยิดให้ผมดื่มน้ำให้ได้ เออกินก็ได้เว้ย ผมดื่มน้ำในมือเสร็จอีกฝ่ายก็พูดขึ้นทันที

บอกแล้วไม่มีพิษปืนยิ้มกวน ก่อนจะหันกลับไป

ต้องขนาดนี้เลยหรอ ถ้าตอนนี้อยู่ในละครไทยคงคิดว่าปืนต้องใส่ยาพิษลงไปในน้ำแน่ๆ อยากให้กินอะไรขนาดนั้น ว่าแต่เมื่อกี้เขาก็กระดกน้ำ ผมก็กระดกน้ำ เราดื่มน้ำขวดเดียวกัน อย่างนี้เรียกว่าจูบทางอ้อมไหมอ่ะ... บ้า! เพ้อเจ้อใหญ่แล้วว่าน!

 

เลิกเรียนปุ๊บทุกคนในห้องก็ลุกปั๊บ ต่างจากผมที่เพิ่งเก็บของลงกระเป๋า ขณะที่กำลังเก็บของนั้นก็โดนคนข้างๆสะกิดให้หันไปสนใจ ก็พบว่าเขายื่นดินสอของผมมาให้

อ่ะคืน

ผมตอบรับปืนสั้นๆ ก่อนที่จะหยิบดินสอเก็บใส่กระเป๋า แต่ปืนก็ดันดึงดินสอกลับซะก่อน

หรือไม่คืนดี...

ผมได้แต่ทำหน้างง นี่ปืนกำลังกวนผมอยู่ใช่ไหม -_-;

พรุ่งนี้เราก็ยืมว่านอยู่ดี...งั้นเราขอเลยล่ะกัน

ผมยังไม่ได้อนุญาตอะไรทั่งสิ้น ปืนคิดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วก็เก็บดินสอผมเก็บใส่กระเป๋า ก่อนที่จะเก็บของบนโต๊ะแล้วลุกขึ้น

พรุ่งนี้เจอกัน

จะ..เจอกัน...บาย

ผมตอบรับเขาแบบงงๆ คิ้วท์บอยต้องนิสัยแปลกแบบนี้ทุกคนไหมล่ะ

เมื่อเก็บของเสร็จผมก็เดินออกจากห้องทันที พร้อมกับไลน์บอกปลั๊กและแก๊งค์เพื่อน ก่อนที่จะพุ่งตรงไปบีทีเอสสถานีสยามทันที ก็ดึกแล้วนะคนยังเยอะอยู่เลย แต่ก็คงโอเคกว่าตอนช่วงเย็นที่เรียกได้ว่าแน่น ผมวางทาบบัตรบีทีเอสกับเครื่องแล้วเดินผ่านเข้ามา แต่ก็ชะงักทันทีเมื่อสายตาดันเหลือบไปเห็นผู้ชายชุดนักเรียนร่างสูงช่องข้างๆเขาคือปืนนั้นเอง ผมรีบหันหลังหนีเขาทันที ผ่านไปสักพักถึงจะหันไปมองที่เดิม พบว่าปืนเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปแล้ว ไม่รู้ทำไมตัวเองต้องหลบปืนขนาดนั้นเหมือนกัน คงเพราะถ้าเขาหันมาทักก็คงต้องชวนคุยล่ะมั้งซึ่งผมไม่มีเรื่องคุยไง

พอเห็นว่าระยะปลอดภัยแล้วผมจึงเดินขึ้นบันไดเลื่อนตามไป เดินไปต่อแถวเพื่อรอขึ้นรถไฟขบวนถัดไปตามปกติ ขณะที่ยืนรออยู่สายตาก็หันไปเห็นผู้ชายคนเดิมที่เจอตรงทางเข้า ปืน...อีกแล้ว เมื่อเห็นว่าเป็นเขาผมก็รีบก้มหน้าทันที แต่ดูเหมือนจะลนอยู่ฝ่ายเดียว ท่าทางปืนดูไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิด ใส่หูฟังแล้วก็มองเหม่อไปเรื่อย แต่สักพักเหมือนเขาจะรู้ว่าผมแอบมองเขา ปืนเลยหันหน้ามาทางแถวที่ผมยืน

อ๊ากกกกก

ขวับ!

ผมรีบหันหนีเขาทันที นี่ก็ว่าเว้นระยะห่างนานแล้วนะนึกว่าไปแล้วซะอีก เคยคิดว่าจะไม่เจอเขาบนบีทีเอสแล้วนะ เพราะมันทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เราพบกัน ไม่สิผมคนเดียวมากกว่า ฮืออออ ทำไมต้องกลับทางเดียวกันห๊ะเอาไงดีจะขึ้นพร้อมเขาดีไหม เขาคงไม่สนใจอะไรหรอกมั้งแต่ถ้าเขาหันมาทักล่ะจะคุยอะไร  เผลอๆเขาอาจจะจำได้ด้วยว่าผมคือคนที่ชนเขา

ความคิดผมหยุดลงเมื่อรถไฟฟ้าขบวนถัดมาเทียบชานชลาด้านหน้า เอาวะผมเบี่ยงตัวออกมาจากแถวที่เคยยืนแล้วรอรถไฟฟ้าคันถัดไปแทน ให้มันได้อย่างนี้สิว่าน ฮืออออ

 


 

 


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              5/10/2016

 

ตามที่บอกตอนที่4 มาอัพตอนเดือน
เย้
มาทันด้วยดีใจ55555555

ตอนนี้เลเวลความน่ารักของปืนเริ่มมาแล้ว >< ตามจริงคาแรกเตอร์ปืนไม่ถึงกับเฟรนด์ลี่นะ
แต่เพราะว่านนั่งใกล้ เลยคุยด้วยตามภาษา แต่การที่น้องว่านนางคิดว่าการกินน้ำขวดเดียวกันคือการจูบทางอ้อม
นี่เริ่มไม่บริสุทธิ์ใจกับปืนแล้วนะ
55555555 จะไลน์บอกข้าวเจ้าให้ไปฟ้องปลั๊ก (ทำไมไม่บอกปลั๊กเลย -..-)
ตอนนี้ปืนกับว่านก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันเกือบเต็มตัวแล้ว แต่จะเป็นมากกว่าเพื่อนไหม มาดูกันดีก่า

PS. ตอนที่เราจะอัพประมาณกลางเดือนนี้
เดือนนึงกับ 2ตอน ถือว่าน้อยมากเราเข้าใจ ถ้าใครรอไหวก็รอนะ (ส่งสายตาปริ๊บๆ)
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ
 สมอเรือ’ หรือ กดเฟบหน้านิยายก็ได้น้า

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยน้า คอมเม้นให้กำลังใจกันได้
ขอบคุณที่ติดตามนะครับบบ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #5 JKCHill (@jikky-chill) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 02:01
    อืมถือว่าน้อยจริงๆอะและ
    #5
    0