ตอนที่ 2 : Chapter 1 : Open course

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ก.ย. 59



Chapter 1 : Open course

 

เชี่ยยยยยยยหล่อ!

ปกติผมเป็นคนชมคนอื่นว่าหล่อยากมากอ่ะ นอกจากปลั๊กน่ะนะ แหะๆ แต่คนที่เห็นบนบีทีเอสเมื่อเย็นนี่คือคำว่าหล่อ ผิวขาวๆของเขาโคตรขับใบหน้าคมให้ดูโดดเด่น ใครไม่มองก็ให้รู้ไปสิ

ดีนะครับที่ผมได้แค่อุทานในใจ ไม่ออกเสียงออกมา ไม่งั้นไอ้คนที่ชนผมมันคงมองผมแปลกๆแน่ พอคิดย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อเย็น ไม่รู้ว่าผมทำอะไรน่าอายหรือเผลอทำหน้าตลกใส่ให้ไอ้คนนั้นหรือเปล่า เพราะตอนที่เขายื่นบัตรบีทีเอสมาให้ ผมก็เผลอจ้องหน้าเขาพักนึงก่อนที่จะรู้สึกตัว ก็รีบเดินหนีทันทีโดยที่คำว่าขอบคุณยังไม่ออกจากปากผมไปเลยด้วยซ้ำ โคตรไม่มีพิรุธเลยกูเนี่ยยยย

พอกลับมาย้อนคิดถึงหน้าไอ้คนนั้น ผมก็รู้สึกคุ้นๆหน้าเขานะ

ครืด...

ภวังค์ความคิดเมื่อครู่หายไปเมื่อได้ยินเสียงไลน์ดังขึ้น ผมเขยิบตัวจากปลายเตียงนอนเอื้อมมือมาหยิบที่โทรศัพท์ที่โต๊ะโคมไฟหัวนอน เป็นข้อความจากปลั๊กนั้นเอง เออว่ะลืมแฟนเลยกู

PLAK : วันนี้ขอไม่คอลนะ เพลียๆอ่ะ

WAN : (สติ๊กเกอร์โอเค)

PLAK : ไม่งอนใช่ม้ายยยย

WAN : บ้า ว่านไม่ได้ไร้สาระขนาดนั้นป่ะ55555

PLAK : โอเคครับบบ งั้นปลั๊กนอนล้าน้า

WAN : กู๊ดไนท์ครับ

PLAK : (คลิปข้อความเสียง)

ฝันนนนดีน้าค้าบบบ จุ๊บบบบจุ๊บบบบ

จำเป็นต้องลากเสียงยาวขนาดนั้นไหมอ่ะ แต่ก็น่ารักดีนะ

ปกติผมกับปลั๊กจะต้องคอลกันเกือบทุกคืนที่เราว่างตรงกัน แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ไม่ได้คอลซึ่งเราต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจเลยไม่ได้มีปัญหากัน

จะว่าไปนี่ก็ดึกแล้วว่านควรนอนครับ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นไปเรียนสายโดนอาจารย์ฝ่ายปกครองกักไม่คุ้มแน่ๆ ขณะที่ผมกำลังจะวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมเสียงแจ้งเตือนข้อความเฟซบุ๊กก็ดังขึ้น รูปเฮดแชทปรากฏในช่องกลมๆเป็นรูปข้าวเจ้าเพื่อนรักพร้อมข้อความที่เด้งว่า

 

Khaochao Rice : มึงเห็นคนที่ลงเพจคิ้วท์บอยคนใหม่ยัง หล่อลื่นมาก

 

ข้อความไม่พอยังส่งลิ้งค์ของแฟนเพจคิ้วท์บอยมาให้อีก โอยเกินเหตุมากแต่ก็ควรชินเนอะ มันก็ส่งมาแบบนี้เกือบทุกวันนั้นแหละ นี่ก็เหมือนจะรำคาญแต่เอาเข้าจริงก็กดเข้าไปดูแหละ เบื่อตัวเองจัง -..-

พอกดเข้าไปดูก็พบว่าเป็นผู้ชายชุดนักเรียนหน้าตาตี๋พิมพ์นิยม สเป็กข้าวมันแหละ

 

Wan Atthaphan : น่ารักดี ไปเต๊าะมาเลย

Khaochao Rice : กูกลัวไปเต๊าะแล้วเขาจะตอกกลับมาว่าอีชะนีน่ะสิ

Khaochao Rice : มึงก็รู้ใช่ไหมว่า80เปอร์ของเพจคิ้วท์บอยเป็นแบบมึง

Wan Atthaphan : ไม่ลองจะรู้หรอมึง ลุยเลยเพื่อน55555

Khaochao Rice : พอค่ะอีว่าน แค่นี้กูก็จะมีปีกงอกกกลางหลังล่ะ

Wan Atthaphan : 5555555 กูไปนอนล่ะมึง

Khaochao Rice : ฝันดีค่ะเพื่อน พรุ่งนี้เจอกันโรงเรียน

Wan Atthaphan : ตามนั้นบายยยยย

 

พูดถึงเพจคิ้วท์บอย ใช่ต้องใช่แน่ๆผมว่าผมเคยเห็นไอ้คนบนบีทีเอสจากเพจนี้นี่แหละ ว่าแล้วก็กดเข้าไปในแฟนเพจจิ้มไปที่รูปภาพเลื่อนหาไปเรื่อยๆ ทำไมกูต้องมีความอยากรู้ขนาดนั้นเวลานี้ควรนอนไม่ใช่มาส่องหาผู้นะครับว่าน...

...นี่ไง!”

 

ยามเช้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของฝนและน้ำขังตามพื้นฟุตบาทจากการที่ฝนตกเมื่อคืน โชคดีหน่อยที่มันหยุดตกก่อนเช้า ไม่อย่างนั้นผมก็คงคิดสภาพไม่ออกเหมือนกันว่าจะเดินทางไปโรงเรียนอย่างทุลักทุเลขนาดไหน ผมขึ้นบีทีเอสไปเบียดกับผู้คนมากหน้าหลายตาเพื่อไปเรียนตามปกติ พอถึงสถานีปลายทางก็ลงแล้วก็เดินเข้าซอยสัก4-5เมตรก็ถึงโรงเรียน ผมเปิดไลน์กรุ๊ปกลุ่มเพื่อนขึ้นมาดูมันนัดเจอกันที่โรงอาหารเพื่อหาข้าวเช้ากินกัน แต่ผมกินจากบ้านมาแล้วเพราะท่านหญิงแม่บังคับไม่กินนี่มีงอนนะครับบอกเลย แต่ยังไงก็คงไปนั่งเม้าท์มอยรอเข้าแถวกับพวกมันแหละ

พอมาถึงโรงอาหารก็เต็มไปด้วยนักเรียนมากมายดูวุ่นวายชะมัด ก็แน่ล่ะโรงเรียนของผมมีตั้งแต่ม.1ยันม.6 เด็กก็เลยเยอะเป็นธรรมดา แต่กลุ่มเพื่อนผมก็มองหาได้ไม่ยากนักด้วยหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกมัน โอ้โหมากันครบเชียวก็ว่ามาเร็วแล้วนะมาเร็วกว่ากูอีก แก๊งค์ผมมีด้วยกัน4คนถ้วน ประกอบไปด้วยข้าวเจ้า(ชะนีบ้าผู้) แพรว(ชะนีใสๆ) เปรม(เกย์แอพนัดเย) แล้วก็รวมผมว่านคนน่ารัก(ถุ้ย)

นั่นไงมันมาล่ะ ว่านนนน

ข้าวเจ้ากวักมือพร้อมตะโกนเรียกผมให้เข้าไปหา บนโต๊ะเต็มไปด้วยจานข้าวของพวกมันที่ไม่มีอาอะไรเหลืออยู่เลยคงกินกันเสร็จแล้ว สาบานว่ากินไม่ได้ยัด -_-

มาช้าตลอดนะมึงอ่ะ

บ้านพวกมึงอยู่แค่นี้ ดูบ้านกูด้วย

ก็นึกว่าผัวมึงมาส่งงี้เปรมมันแซะผมอ่ะ

อันที่จริงปลั๊กก็เคยมาส่งผมที่โรงเรียนนะ ไม่งั้นพวกนี้มันคงไม่มีมูลมากัดอย่างนี้หรอก แต่ช่วงหลังๆผมเกรงใจเขาเลยปฏิเสธไม่ให้มาส่ง มาบีทีเอสสบายใจกว่าอ่ะถึงจะเบียดก็เหอะ

เออพูดถึงปลั๊กก็นึกขึ้นได้ว่าต้องด่าข้าวเจ้าที่มันสร้างเรื่องเมื่อวาน เริ่มครับว่าน

มาเองก็ได้ไหมล่ะ แต่ขอเคลียร์กับอีข้าวก่อน

คงเคลียร์ไร ไม่ร้องเพลงค่ะ

อย่ามามึง เมื่อวานที่มึงส่งรูปปลั๊กให้ดูอ่ะ ตอนแรกก็ว่าจะไม่คิดนะพอคิดกูก็คิดเลย กูเลยไลน์หาปลั๊ก ปลั๊กบอกกำลังกลับบ้านข่าวมั่วสัส

ด่าไรกูอ่ะ นู้นนนนอีแพรวนู้นนนนบอกให้กูบอกมึงอ่ะ

อ้าวทำไมตกมาที่เราอ่ะ แต่จริงๆนะว่านเราเห็นเป็นปลั๊กจริงๆนะ แต่คงตาฝาดมั้ง ขอโทษษษแพรวลากเสียงยาวมาก เป็นใครจะโกรธวะมีเพื่อนเป็นชะนีสายใสเนี่ย

ไม่เป็นไร แค่จะมาด่าข้าวมันเฉยๆอ่ะ ฮ่าๆ

เอ้าอีว่าน อีเลว

เดี๋ยวๆ นี่กูเอ้าท์อะไรไป ทำไมตกข่าวไหนมอยมาสิชะนี

เสียงไลน์ดังขึ้นทำให้ผมละความสนใจจากเปรมที่มันกำลังโวยวายข้าวเจ้าอยู่

ครืด...

PLAK : ตื่นสายว่ะว่าน

PLAK : ไม่ได้โทรหาเลย

WAN : ไม่เป็นรายยยยยย

WAN : แล้วจะไปเรียนทันไหมเนี่ย

PLAK : คงไม่ทันสองคาบแรกอ่ะ

WAN : โอเค กินข้าวด้วยนะ

PLAK : ค้าบบบแฟนนนนน รักนะ

WAN : เหมือนกันนน

แปะ!

ข้าวเจ้าตบมือตรงหน้าผมให้เงยขึ้นจากจอโทรศัพท์ ดีนะตอบไลน์ปลั๊กเสร็จแล้ว

สนใจเพื่อนค่ะ

อ่าๆ สนใจแล้วเนี่ยมีไร -_-”

วันนี้มึงเปิดคอร์สถูกมะ

พอมันพูดปุ๊บผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดปฏิทินดูทันที แล้ววันนี้มันก็มีโน้ตเขียนไว้ว่า เรียนพิเศษวันแรกเออใช่วันนี้ที่เรียนพิเศษเปิดคอร์ส ลืมไปเลยว่าต้องไปเรียน แงงง

เชี่ยยยยจริงด้วย ถ้ามึงไม่เตือนกูคงลืมอ่ะ

เห็นไหมนอกจากข้าวเจ้ายังสวยยังมีประโยชน์ด้วย แต่ไม่ใช่ประเด็นมึงจะให้พวกกูไปส่งไหม พวกกูต้องไปซื้อของเข้าชมรมที่สยามพอดี

ไปดิ กูเหงามากกกก ฮืออออ

ไม่ต้องแปลกใจครับทำไมผมถึงเรียนคนเดียว เพราะพวกเราเรียนสายวิทย์-คณิต ข้าวเจ้า แพรว เปรม มันก็อยากเก็บวิชาหลักพวกนั้นเพราะมันไปตรงสาย ส่วนผมที่เบี่ยงสายอยากจะเข้านิเทศฯก็เลยว่าจะเก็บอะไรที่เป็นสายศิลป์เลยลงไทยกับสังคมไป ขนาดอ้อนวอนให้พวกมันลงเป็นเพื่อนแล้วแท้ๆแต่พวกมันก็ไม่ยอมกัน นี่แหละครับเหตุผลที่ต้องไปเรียนคนเดียว โดดเดี่ยวไปอีกกู ฮืออออ

พวกมันรับคำผมก่อนที่จะลุกขึ้นไปเก็บจานข้าวเพราะใกล้เวลาเข้าแถวแล้ว

ผมเปิดดูอัลบั้มรูปภาพในโทรศัพท์เผื่อจะดูเวลาเรียนพิเศษที่เคยแคปเอาไว้ สมัครคอร์สไว้นานเกินจำไรไม่ได้เลยสิทีนี้ แต่ภาพแรกของอัลบั้มดันเป็นภาพแคปหน้าจอจากเพจคิ้วท์บอย แล้วบุคคลในรูปไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไอ้คนที่ชนผมบนบีทีเอสเมื่อวานไงล่ะ ผมไม่ได้ชอบอะไรเขาเลยนะ แค่แคปมาถามข้าวเจ้าเฉยๆว่ารู้จักไหม แค่นั้นเองงงง

ป่ะมึง

ข้าวเจ้าสะกิดผมจากทางด้านหลังให้ลุกเดินตามแพรวกับเปรมที่นำไปก่อนแล้ว ผมจึงเดินคู่กับข้าวมันสองคน เลยถือโอกาสนี้เปิดภาพคิ้วท์บอยบนบีทีเอสให้มันดูแล้วก็ถามมันว่ารู้จักไหม

มีผัวแล้วนะว่าน

กูแค่ถามว่ารู้จักไหมเฉยๆป่ะล่ะ

หรา กูพรีเซนต์ไปตั้งหลายคนไม่สนใจ คิดไงถามถึงคนนี้ ไหนดูสิ

ผมยื่นโทรศัพท์ให้มันดูใกล้ๆ

อ่อคนนี้ ชื่อปืนมั้ง ลงเพจนานมากแล้วนะมึงไปขุดมาหรอ

บ้าไม่ได้ขุด ก็แค่มีคนไลค์มาก็เลยเห็นไง แล้วเห็นอยู่โรงเรียนเดียวกับปลั๊กด้วยไง

จะมีพิรุธทำห่าไรเนี่ยว่าน

จะพยายามเชื่อน่ะนะ แต่เขาอยู่โรงเรียนเดียวกับแฟนมึง ทำไมมึงไม่ไปถามปลั๊กอ่ะ

เชี่ยยยยโป๊ะไหมล่ะมึง โกหกไม่เนียนเลยกู

คะ...ใครจะกล้าถาม ถามมึงดีกว่าเห็นมึงแชร์บ่อยไง เนอะๆ

จ้ะ เออกูตามไอจีเขานะ มึงเอาไหม

 

หลังเลิกเรียนพวกเราก็ออกจากโรงเรียนทันที มุ่งตรงไปที่สยามเพื่อไปหาของกิน พอกินเสร็จเรียบร้อยก็เกือบได้เวลาที่ผมเข้าเรียนพิเศษพอดี พวกมันเลยมาส่งผมตามที่คุยกันไว้ตอนเช้า เราหยุดตรงอาคารสูง3ชั้นฝั่งสยามสแควร์ ที่มีป้ายใหญ่เขียนชื่อสถาบันกวดวิชาไทย-สังคม

โชคดีมีชัยนะว่านแพรว

ถ้ามีผู้ชายเข้ามาจีบ ให้บอกว่ามีเพื่อนชื่อเปรมสนใจไหมเปรม

ห้ามแรดตั้งใจเรียนนะคะข้าวเจ้า

เอิ่ม ไม่รู้จะไปต่อไงเลยอ่ะ เจอคำอวยพรของเพื่อนๆที่น่ารักเข้าไป

โอเคคค กูต้องเรียนคนเดียวให้ได้

เลิกเรียนแล้ว ก็ไลน์บอกในกรุ๊ปนะมึง

เราโบกมือลากันประหนึ่งผมต้องไปเรียนต่างประเทศยังไงยังงั้น แต่แค่เรียนพิเศษอ่ะเนอะ พวกมันแยกไปอีกทางเพื่อไปซื้อของเข้าชมรม ส่วนผมก็เดินเข้าไปด้านในอาคาร ถามพี่พนักงานว่าเรียนห้องไหนแล้วก็เดินตรงเข้าไป ห้องเรียนมีเก้าอี้เลกเชอร์แบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งล่ะห้าแถว แถวล่ะห้าตัว ภายในห้องมีเด็กชุดนักเรียนประปรายสงสัยมาเร็วเกินไปแห๊ะ ผมเดินตรงไปหาที่นั่งของตัวเองที่จองไว้เป็นแถวเกือบหน้าสุด มีผู้หญิงสองคนนั่งสองตัวด้านในก่อนแล้ว ผมยิ้มให้ก่อนที่จะนั่งเก้าอี้ตัวถัดไปแล้วหยิบหนังสือเครื่องเขียนขึ้นมาเตรียมเรียน รอเวลาพี่เขาเปิดเทป

อ่อลืมบอกไปผมเรียนคอร์สดีวีดีน่ะนะ ตอนแรกก็ว่าจะเรียนแบบคอมฯส่วนตัวที่เขาเรียกว่าไพรเวทแหละ แต่ไม่รู้สิเหมือนเรียนตัวคนเดียวไม่มีเพื่อนอ่ะ ก็เลยลงแบบดีวีดีแถมแบบนี้ถูกกว่าด้วยแหละ แหะๆ

ว่าจะไลน์บอกปลั๊กก็ลืมอีกแล้ว ก็ดูวิชาที่เรียนวันนี้สิครูโหดมาก เลยไม่กล้าหยิบขึ้นมาแอบเล่นสักเท่าไร วันนี้เลยเซฟแบตได้ตั้งเยอะก็แทบไม่แตะโทรศัพท์เลยนี่หว่า

WAN : อยู่ที่เรียนพิเศษแล้วนะ

PLAK : เปิดคอร์สแล้วหรอ

WAN : ช่ายยยยย

PLAK : วันนี้ยุ่งๆอ่ะ แทบไม่ได้แตะมือถือเลย เลยไม่ได้ไลน์หา

WAN : ไม่ต่างกัน 55555555

PLAK : ปลั๊กไปช่วยงานเพื่อนก่อนนะ

WAN : (สติ๊กเกอร์โอเค)

PLAK : ตั้งใจเรียนนะ ^^

บทสนทนาจบลง ผมเลยกดเข้าไปที่แอพอินสตราแกรมฆ่าเวลา เลื่อนจิ้มหัวใจรูปคนอื่นไปเรื่อย มาสะดุดตรงชื่อแอคเคาท์คนนี้ซะอย่างนั้น

PUENGUN_

ก็ปืนเพจคิ้วท์บอยหรือคนที่ชนผมบนบีทีเอสเมื่อวานนั้นเอง ก็ตอนแรกว่าจะไม่ฟอลโลวหรอก แต่ข้าวเจ้ามันยัดเยียดให้ผมฟอลก็เลยฟอล จริงๆนะ .___.

ปืนลงรูปป้ายของห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์แต่งให้เป็นสีขาวดำ โดยตั้งแคปชั่นว่า ยังคิดถึง

ผมเลยกดเข้าไปดูหน้าแอคเคาท์ของเขา ยอดฟอลโลวห้าพันกว่าคนแหนะเยอะไปป่ะ รูปที่เขาลงเป็นขาวดำสามสี่แถวแรก แต่เลื่อนลงไปเรื่อยๆก็เป็นภาพแต่งสี ออกจะแนวสีสดใสซะด้วยซ้ำ สงสัยอยากคุมโทนมั้ง

อยู่กับไอจีได้ไม่นานเสียงจากจอโทรทัศน์ด้านหน้าก็ดังขึ้น ผมเงยหน้ามองจอเป็นภาพอาจารย์ขึ้นมาพูดแนะนำตัว ผมเลยเก็บโทรศัพท์ลงใส่กระเป๋ากางเกงเพื่อที่จะตั้งใจเรียน มองไปรอบๆห้องเด็กก็เกือบจะเต็มห้องแล้ว ดีจังนึกว่าจะโล่งแบบตอนแรก ผมกำลังจะกลับไปมองจอแต่เสียงดังด้านนอกห้องก็เรียกให้ผมหันไปสนใจแทน

เป็นกลุ่มเด็กนักเรียนชายกางเกงน้ำเงินสี่ห้าคนคุยกับเสียงดัง ขณะที่กำลังก้าวเข้ามาในห้อง

กูบอกแล้วให้มานั่งกับพวกกู

เป็นไงล่ะครับ กลัวเขาเหงาหมาเลยทีนี่ ฮ่าๆ

อยากแดกตีนกูไหม ไอ้พวกเวร

โอ๋เอ๋นะครับ เพื่อนแค่ล้อเล่น

ไม่ขำไอ้สัส กูนั่งคนเดียวก็ได้ -_-”

ผู้ชายกลุ่มนั้นคุยกันเสียงดังมาก จนผมได้ยินทุกคำพูดอ่ะ แต่ก็ไม่ได้หันไปสนใจมากนัก จนหางตาของผมเห็นผู้ชายกางเกงน้ำเงินคนหนึ่งเดินมาทางแถวที่ผมนั่ง ก็เลยหันไปมองหน้าเขา

เชี่ย

ผมอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะหันขวับไปอีกทาง นั้นมันไอ้คนที่ผมเพิ่งเปิดไอจีดูเมื่อกี้นี่ มันหลุดออกมาจากในโทรศัพท์หรือไงวะ บังเอิญสัส!

 

 


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              13/07/2016

 

ตอนที่1มาแล้วววววว
จากหนุ่มที่เจอบนบีทีเอส ดันเป็นหนุ่มที่ลงเพจคิ้วท์บอย
แล้วคิ้วท์บอยคนนี้ก็ดั๊นเรียนพิเศษคอร์สเดียวกับว่านอีก
เขาจะจำหน้าว่านได้ไหม ความสัมพันธ์ของสองคนนี้จะเป็นยังไง
ติดตามตอนต่อไปด้วยเน้อ

ฝากหนุ่มน้อยอย่าง 'ว่าน' ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยค้าบ
เม้นเม้ามอยกันได้นะครับไม่ได้ห้าม 55555555
ทั้งในหน้านิยาย แล้วก็ทวิตเตอร์แท็กนี้นะๆ
 
#NEARYAOI

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #2 JKCHill (@jikky-chill) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 02:12
    ติดตามกันต่อไปครับ
    #2
    0