ตอนที่ 1 : Prologue : Rainy day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ก.ค. 59



Prologue
: Rainy day

 

เปาะแปะ...

ผมนั่งมองฝนที่ตกปรอยๆอยู่นอกกระจกบานใหญ่ ในร้านอาหารย่านสยามสแควร์ที่เปิดเพลงสากลจังหวะราบเรียบให้เข้ากับบรรยากาศด้านนอก ฟังไปฟังมาก็จะหลับเหมือนกันแห๊ะ ผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าแอพพลิเคชั่นสีเขียว เพื่อเข้าไปถามถึงคนที่ผมกำลังรออยู่ว่าถึงไหนแล้ว รอสักพักแต่ก็ไม่มีเสียงข้อความตอบกลับมา หายไปไหนของเขากันนะ

ผมกลับไปมองฝนที่ยังคงตกอยู่นอกบานกระจกอีกครั้งเป็นการฆ่าเวลา จนเห็นเม็ดฝนหลายๆจุดที่เกาะพราวอยู่บนกระจกมันช่างเป็นภาพที่สวยมากๆ น่าถ่ายภาพจัง ไม่รอช้าผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อถ่ายภาพตรงหน้า พอได้ภาพที่ถูกใจก็แต่งนิดหน่อย ก่อนที่จะเปิดแอพพลิเคชั่นอินสตราแกรมขึ้นมา เพื่อที่จะลงภาพพร้อมตั้งแคปชั่นว่า

เค้าว่าฝนนั้นทำให้คนเหงา เป็นแคปชั่นที่ได้มาจากเนื้อเพลงที่ผมชอบฟังนั่นเอง ก็มันคิดไม่ออกนี่

ลงรูปเสร็จผมก็เลื่อนดูฟีดของไอจีกดไลค์นู้นนี่ไปเรื่อย จนอยู่ๆก็มีแถบสีส้มๆเด้งขึ้น แสดงให้เห็นว่ามีคนมาคอมเม้นที่รูป ผมจิ้มเข้าไปดู ผมว่าก็คงไม่ใช่ใครนอกจากเพื่อนชะนีตัวแสบอย่างยัยข้าวเจ้านั่นเอง

WANN_N เค้าว่าฝนนั้นทำให้คนเหงา

KAO.JAOW อยู่กับผู้แท้ๆยังอ่อยว่าเหงา

อ่อยห่าไร! ถ้ามันอยู่ใกล้นี่ตีแขนลายไปแล้ว

ตามจริงวันนี้มันต้องมาเป็นเพื่อนผมด้วยแหละ แต่มันดันติดงานชมรมที่โรงเรียนนิดหน่อยอันที่จริงผมก็ต้องอยู่ด้วยน่ะนะ แต่ก็แอบโดดออกมาก่อนให้ข้าวมันรับหน้าแทน

ไอ้ว่านทำไมเลวจังวะ นั่นสิทำไมเลวอย่างนี้นะ

ในขณะที่กำลังคิดคำที่จะด่ามันอยู่ จู่ๆเสียงทุ้มเข้มที่คุ้นหูก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง แสดงให้เห็นว่าคนที่ผมกำลังรอนั้นมาถึงแล้ว

โทษทีว่าน พอดีติดฝนน่ะเลยมาช้า

เฮ้ย เข้าใจ ดูสิเสื้อผ้าเปียกหมดแล้ว

แอบมองหุ่นปลั๊กหรอ ขอดูดีๆก็ได้ไม่เห็นต้องแอบส่องเลย

จะ...จะบ้าหรอทะลึ่งว่ะ

แฟนใครวะ เวลาเขินน่ารักจัง ฮ่าๆ

ผมตีแขนปลั๊กไปทีนึงด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ ก่อนที่เขาจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามผมแล้วเราก็เริ่มสั่งอาหารกัน

ใช่ครับ ผมกับปลั๊กเป็นแฟนกัน ปลั๊กเรียนคนละโรงเรียนกับผมเขาเรียนอยู่โรงเรียนเอกชน ส่วนผมก็โรงเรียนรัฐกางเกงดำ เราเจอกันตอนที่โรงเรียนให้ส่งตัวแทนไปอบรมค่ายผู้นำ ตอนนั้นผมก็แอบมองเขานะก็แหมเขาหล่อโดดเด่นสุดในตัวแทนโรงเรียนเลยนี่นา ผิวออกสีแทนหน่อย หน้าออกคมนิดนึง รูปร่างสูงมีกล้ามแขนมัดเล็กๆ ดูเผินๆไม่คิดว่าเขาจะเป็นด้วยซ้ำ ผมเลยไม่กล้าเข้าหามาก แต่ดันเป็นปลั๊กเองที่เข้าหาผมก่อนไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจีบผมตอนไหน รู้อีกทีก็คบกันแล้ว อีกไม่กี่วันก็เป็นวันครบรอบเข้าสู่เดือนที่5ล่ะ มันอาจจะไม่ได้นานมากแต่มันคือช่วงเวลาที่ดีเลยนะ

เออนี่ ว่านไลน์ไปทำไมไม่ตอบ

เอ้าเรอะ สงสัยตอนนั้นหลบฝนอยู่มั้ง...งอนเหรอ

เปล่านี่ คิดไปเองป่ะวะ

จริงอ่ะ อ่าาาาง้อด้วยเส้นสปาเกตตี้เป็นไง

ปลั๊กม้วนเส้นสปาเกตตี้ผัดขี้เมาในจาน แล้วทำท่าจะป้อนให้ผม ผมก็ตั้งท่าอ้าปากรับเต็มที่ แต่แล้วเส้นนั้นก็ไม่ได้มาถึงผมครับ เขากลับเอามันเข้าปากตัวเองพร้อมกับหัวเราะคำโตเหมือนสนุกมากกับการแกล้งผม

ตอนแรกก็ไม่งอนหรอก ตอนนี้จะงอนล่ะมีแฟนกวนตีนเนี่ย!

เราสองคนนั่งกินพลางคุยอะไรไปเรื่อยจนจัดการกับอาหารบนโต๊ะเรียบร้อย แล้วก็เรียกพนักงานมาเก็บเงิน จะบอกว่ามื้อนี้ปลั๊กเลี้ยงแหละ งื้อออ พอจ่ายเงินเสร็จผมกับเขาก็ออกมาเดินเล่นแถวสยาม แวะดูร้านเสื้อผ้านิดหน่อย ก่อนที่จะมาแยกกันตรงบีทีเอส

ให้ปลั๊กไปส่งไหม

ไม่เป็นไร แค่เลี้ยงข้าวก็เกรงใจจะแย่แล้ว

บ้า เรื่องเล็กเอง ไม่ให้ไปส่งจริงดิ

จริงงงง เรากลับเองได้ไม่ต้องห่วงเลย

ก็ได้...เออว่าน อาทิตย์หน้าเราน่าจะไม่ค่อยว่างอ่ะ พอดีมีงานโรงเรียนนิดหน่อย อาจจะไม่ได้เจอกันนะ

โอเคคค ที่เรียนพิเศษเราก็เปิดคอร์สพอดี คงติดเรียนยันดึกเหมือนกัน

คิดถึงแย่เลยเนอะ

ปลั๊กเอามือมาดึงแก้มผมจนมันยืดออก ผมต้องรีบตีมือเขาเพราะมันเริ่มจะเจ็บแถมคนก็มองกันตั้งเยอะ

เจ็บบบบ งั้นเรากลับล่ะนะ

กลับดีๆนะว่าน ถึงก็ไลน์หานะ

จุ๊บ!

ปลั๊กยื่นหน้าเข้ามาใกล้หน้าผม แล้วทำปากจู๋ก่อนที่จะจุ๊บกับอากาศที่เอิ่ม...ใกล้ปากผมมากๆ -////-

เล่นไรเนี่ย คนเยอะไอ้บ้า!”

ฮ่าๆ บายยยยยกลับดีๆ

เหมือนกันนนนน

ผมโบกมือบ๊ายบายปลั๊ก ก่อนที่เราทั้งสองคนจะแยกไปคนละทาง ผมเดินเข้าสถานีสยามโดยใช้บัตรบีทีเอสที่แม่ซื้อให้เพราะไม่อยากให้ลูกต่อแถวยาวหยอดเหรียญตอนกลับบ้าน แม่ใครนะน่ารักจริงๆ ผมหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบกับโทรศัพท์แล้วเปิดเพลงไปพลางๆระหว่างรอรถไฟฟ้าขบวนถัดไป

ตี๊ดๆ

ไม่นานนักรถไฟฟ้าก็มาจอดด้านหน้า ผมรอให้คนด้านในออกหมดก่อน แล้วค่อยเดินเข้าไปในตัวขบวน กดเลื่อนเพลงในโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ สักพักเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นปรากฏชื่อคนที่โทรเข้ามา ข้าวเจ้าผมกดรับไปอย่างไม่สนใจหนัก มันโทรมาหาผมแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ท็อปปิกที่คุยก็เรื่องเม้าท์มอยทั่วไปนั้นแหละ

งายยยมึง

[อีห่า หนีงานไปเที่ยวกับผู้]

กูโดนด่าที่โรงเรียนพอแล้ว ถ้าจะตามมาด่านี่วางสายเลยนะ -_-”

[ด่าไปงั้นแหละ ข้าวเจ้าโทรมาทั้งที ต้องมีประเด็นสิคะ]

เห็นไหมล่ะว่านพูดไม่มีผิดครับผม

ว่ามาสิ

[มึงอยู่กับปลั๊กป่ะ]

กูกลับแล้วอ่ะ เพิ่งแยกกันเมื่อ10นาทีที่แล้ว

[นั่นไง นี่ก็ไม่ได้จะสร้างความแตกแยกนะคะ แต่เดี๋ยวส่งรูปให้ดู...]

เสียงไลน์แจ้งเตือนว่าข้าวเจ้าส่งรูปภาพมา ผมกดเข้าไปดูเป็นรูปด้านหลังของนักเรียนชายกางเกงน้ำเงินกับหญิงเครื่องแบบคอนแวนต์คู่หนึ่งที่เดินคุยเล่นกันอย่างสนิทสนมเกินคำว่าเพื่อน

[คืองี้ แพรวนางไปเดินสยามมา นางเห็นผู้ชายหน้าตาคุ้นๆเลยเดินตาม ปรากฏ...]

มึงจะบอกว่าแพรวเห็นเป็นปลั๊ก

[ถูกค่ะเพื่อน มันเลยส่งรูปมาให้กูมาบอกมึง ตอนแรกนี่ก็ไม่อยากเชื่อแต่มีรูปปลากรอบขนาดนี้...]

มึงก็จะบอกว่าปลั๊กมีกิ๊ก เป็นไปไม่ได้มึงกูเพิ่งแยกกัน เขาจะไปเดินกับคนอื่นได้ไง

[กูถึงโทรมาถามมึงนี่ไง ยังไงก็ดูๆไว้บ้างก็ดี]

โอเคมึง งั้นแค่นี้ก่อนนะ

ผมก็ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่พูดต่อกันมาหรอก แต่พอมองดูรูปดีๆผู้ชายคนนั้นแม่งโคตรใช่ปลั๊กอ่ะ แต่เป็นไปไม่ได้ป่ะวะ เขาพึ่งแยกกับผมไปเองนะ อื้ม...ไหนลองไลน์หาดีกว่า

WAN : อยู่ไหนอ่า

PLAK : ขับรถกลับแล้วครับ ฝนตก รถโคตรติดอ่ะ

PLAK : (รูปภาพ)

ปลั๊กส่งรูปหน้าพวงมาลัยรถ ที่มีติดไฟแดงพร้อมฝนที่ตกอยู่มา เห็นไหมเป็นไปไม่ได้ไง ข้าวเจ้ามึงนะทำให้กูคิดไม่ดีกับปลั๊ก พรุ่งนี้เจอที่โรงเรียนจะด่าให้ดู หึ้ม!

ผมเลิกใส่ใจกับประเด็นข้างต้น หันกลับมาฟังเพลงต่อ ขณะที่ฟังเพลินๆนั้นเสียงจากประกาศจากลำโพงก็ดังขึ้นบอกถึงสถานีถัดไปซึ่งคือที่หมายของผม ผมหยิบบัตรบีทีเอสจากกระเป๋าเสื้อ เวร! มามือไม้อ่อนอะไรตอนนี้บัตรผมร่วงลงไปที่พื้น กว่าจะหยิบได้ก็ตอนถึงสถานีพอดีพร้อมกับที่ประตูรถไฟฟ้าเปิดออก

ตี๊ดๆ

ผมเดินดุ่มๆออกมาจากขบวนไม่ได้มองว่ามีคนเบียดจากทางด้านหลัง แถมมันยังชนไหล่ผมจนบัตรบีทีเอสเจ้าปัญหาร่วงอีกรอบ โอยยยยยรีบไปไหนอ่ะไม่ดูคนเลยรึไงกันวะ ผมรีบก้มเก็บบัตรอีกรอบแต่มันก็หยิบยากเกินไป สักพักก็มีคนใส่กางเกงนักเรียนสีน้ำเงินก้มลงมาตรงหน้าผม เสียงทุ้มพูดขึ้นพร้อมกับหยิบบัตรยื่นมาให้

อ่ะนี่...

คนที่หยิบให้ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ไอ้คนที่ชนผมนั้นแหละ ผมรับบัตรมาอย่างไม่ใส่ใจหนักแต่ก็ว่าจะบอกขอบคุณเขาตามมารยาทแล้วก็ว่าจะแอบแซะนิดหน่อย แต่สายตาก็ดันไปมองที่หน้าอกเสื้อของเขาที่ปักตัวอักษรย่อสีแดงคุ้นตา เหนือขึ้นไปเป็นเข็มตราโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่ถ้าบอกชื่อไปไงก็ต้องรู้จัก แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกปลั๊กก็เรียนโรงเรียนนี่น่า จนกระทั่งผมเงยมามองหน้าเขาชัดๆ

เชี่ยยยยยยยหล่อ!




__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
             08/07/2016


เอาจริงๆคือตื่นเต้นมาก เพราะว่าไม่ได้อัพนิยายลงเด็กดีนานแล้ว
แล้วเรื่องนี้ก็เป็นวายเรื่องแรกที่โบ๊ทแต่งด้วย กลัวจะทำออกมาไม่ดี แต่ก็ทำเต็มที่นะ
ฝากให้กำลังใจมือใหม่คนนี้ด้วยนะ พลีสสสส

ว่าด้วยบทนำ  จะเป็นการเปรยถึงตัวเอก(เคะ)อย่างว่าน ว่านางมีผัว เอ้ย แฟนแล้ว
(ทำไมกัดตัวละคร55555) แต่ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้
แล้วหนุ่มกางเกงน้ำเงินบนบีทีเอสล่ะ เขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับว่านไหม
รอติดตามตอนที่1 ด้วยน้า

ฝากหนุ่มน้อยอย่าง 'ว่าน' ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยค้าบ
เม้นเม้ามอยกันได้นะครับไม่ได้ห้าม 55555555
ทั้งในหน้านิยาย แล้วก็ทวิตเตอร์แท็กนี้นะๆ #NEARYAOI





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #11 chalanan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 23:18
    เริ่มติดแล้วแห๊ะ
    #11
    0
  2. #1 JKCHill (@jikky-chill) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 01:58
    ลงชื่อ อ่านแล้ว.,
    #1
    0