ตอนที่ 3 : Chapter 2 : Me / Empty seat / He

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ก.ย. 59



Chapter 2 : Me / Empty seat / He

 

ทำไมคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ทำผมประหม่าขนาดนี้วะครับ ฮือ

ตอนนี้ผมทำได้แค่ยิ้มแหยๆให้กับผู้หญิงสองคนด้านข้าง เธอสองคนก็ยิ้มตอบกลับมาแบบงงๆคงสงสัยแหละว่าผมจะหันมายิ้มให้ทำไมไม่เรียนหรือไง ก็อยากเรียนหรอกแต่ไม่กล้าหันกลับไปต่างหากไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไงใส่คนที่กำลังจะนั่งลงข้างๆเนี่ย

ผมก็สงสัยตัวเองเหมือนกันว่าเป็นบ้าอะไรทำไมต้องประหม่ากับไอ้คนข้างๆ แค่เราเคยเดินชนกันบนบีทีเอส แล้วเขาก็เก็บบัตรบีทีเอสให้แล้วผมก็ไม่รู้เผลอทำหน้าแปลกๆใส่เขาไหม แถมรีบเดินออกไปโดยไม่กล่าวคำว่าขอบคุณสักคำ ที่สำคัญเขาหล่อว่ะ แล้วถ้าเขาเกิดจำผมได้ขึ้นมาผมควรทำตัวยังไงดีล่ะทีนี้

ขอบคุณที่วันนั้นช่วยเก็บบัตรให้เรานะ เราลืมขอบคุณอ่ะเพราะว่านายหล่อเราเลยมองแต่หน้านายแบบนี้หรอโอยไอ้ห่าว่าน!

พอเลยพอ! บอกตัวเองนะว่านว่าห้ามเพ้อเจ้อ เขาคงจำไม่ได้หรอกมันแค่ช่วงเวลาไม่ถึงสองนาที ด้วยซ้ำเขาคงจำหน้าผมไม่ได้หรอก มีแต่ผมเนี่ยแหละที่จำหน้าเขาได้จนไปหาในเพจคิ้วท์บอยอ่ะ

แอ๊ด...

เสียงแผ่นไม้บนโต๊ะเลกเชอร์ถูกยกขึ้น บ่งบอกว่าคนข้างๆได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว ผมหยุดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองแล้วพยายามทำตัวปกติที่สุด ค่อยๆหันไปทางจอโทรทัศน์เพื่อฟังอาจารย์สอน แต่หางตาก็ดันเห็นผู้ชายกางเกงน้ำเงินคนเดิมที่ดึงความสนใจให้ผมหันไปมอง ผมจึงลองเหลือบไปมองเขาหน่อยๆ สิ่งที่ผมเห็นคือเขาไม่ได้นั่งติดผมอย่างที่คิดไว้แต่แรกแต่เว้นไว้ที่นึงแล้วนั่งตัวริมสุดของแถว นี่เขารังเกียจผมหรอ ไม่สิจำได้ว่าตอนจองที่นั่งแถวผมเต็มหมดทุกตัวนะ สงสัยคนข้างๆผมคงไม่มาเรียนแหละมั้ง

เขาหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาเปิดไปเรื่อยๆอย่างไม่ใส่ใจนัก ผมคงจะมองเขานานไปจนเขารู้สึกตัวเลยส่งสายตานิ่งๆมาทางผม ไอ้เราก็รีบเฉไฉทำเป็นมองจอด้านหน้า ก็รู้แหละว่าไม่เนียน แต่ก็ยังดีกว่ามองเขาแบบนั้นไหมเล่า

นี่นาย...

...

นายอ่ะ...

คนข้างๆเรียกขึ้นอย่างไม่เจาะจงนัก แต่ตามจริงก็พอรู้ตัวอยู่แหละว่าเขาเรียกผม ก็ดูทั้งแถวมีแค่ผมคนเดียวที่เรียกว่านายได้นี่นา ทำไมถึงเรียกวะ...หรือว่าเขาจำเราได้แล้วจะด่างั้นหรอ หรือว่าเมื่อกี้เผลอไปมองหน้าเขาแบบหาเรื่อง โอ้ยยยย!! ไม่รู้ว่าเหตุผลไหนอ่ะว่านคนนี้ก็หูทวนลมไปครับไม่หันไม่รู้เรื่อง

เฮ้ย...

ผมสัมผัสได้ว่ามีนิ้วเรียวมาสะกิดไหล่ผม แล้วก็พอรู้อยู่ว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นคนข้างๆไงล่ะ จะไม่หันก็บ้าแล้วสะกิดขนาดนี้น่ะพ่อคุณณณ ผมค่อยๆหันไปพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด อย่าจำได้เล๊ยยย

วะ...ว่าไง

เออก็รู้สึกตัวนี่ นึกว่าหูหนวก

เอ้าเวร หาเรื่องกันป่ะเนี่ย -_-

สะกิดมีไรเปล่า

ขอยืมดินสอหน่อยดิ ไม่ได้พกมาว่ะ

โถ่! ก็นึกว่าเรื่องอะไร คิดเพ้อเจ้อไปตั้งเยอะ ว่านควรได้รางวัลมโนดีเด่นอ่ะจริงๆ พออยู่คนเดียวก็คิดฟุ้งซ่านไปหมดใกล้บ้าแล้วกู

ผมหยิบดินสอกดในกระเป๋าเครื่องเขียนอีกแท่งยื่นไปให้เขาแบบงงๆ เขารับแล้วยิ้มให้น้อยๆ จากนั้นระหว่างเราสองคนก็มีแต่ความเงียบ ผมก็มองจอโทรทัศน์ไปจดเลกเชอร์ไปตามที่อาจารย์สอน ส่วนเขาก็เอ่อ...เอาดินสอผมไปวาดรูปเล่นอย่างสนุกสนาน ไอ้เราก็นึกว่าจะเอามาจด ปั๊ดโถ่

ไม่รู้ว่ามองเขานานไปหรือเปล่า เขาเลยเงยหน้าจากการละเลงงานศิลปะบนหนังสือเรียน แล้วมองผมกลับหน้านิ่ง คิดอะไรอยู่อ่ะทำไมหน้านิ่งๆมึนๆแบบนั้น จะต่อยกูป่ะเนี่ย

ดินสอใช้ดีว่ะ ซื้อที่ไหนอ่ะ

...สยามพารากอน

สยามพารากอนมีร้านเครื่องเขียนด้วยหรอ

มีดิตรงบีเทรนด์ไง

...นึกว่ามีแต่โรงหนังกับของกิน

เขาพยักหน้ารับแบบไม่ใส่ใจนัก แล้วก็พึมพำอะไรไม่รู้คนเดียว แปลกคน

 

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงกว่า ผมก้มมองนาฬิกาบนข้อมือพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจังแห๊ะ อันที่จริงการเรียนคนเดียวก็ไม่ได้แย่นะ มีสมาธิกว่าตอนเรียนกับเพื่อนอีกเพราะข้าวเจ้านางชอบชวนเม้ามอยไอ้เราก็อยากรู้ไงสรุปไม่ได้เรียน แต่ถึงเรียนคนเดียวจะดีกว่าแต่ก็เหงาแหละ นั่งเงียบแล้วก็ก้มจดแล้วก็เงยดูแต่จอโทรทัศน์แบบนี้ ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างเลย ถึงจะรู้ว่าผู้หญิงสองคนข้างๆจะคุยได้แต่เราก็ยังไม่สนิทที่จะคุยเรื่อยเปื่อยขนาดนั้นเข้าใจอารมณ์ใช่ไหม

แล้วยิ่งผู้ชายอีกฝั่งเนี่ย จากตอนแรกที่ประหม่าตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นงงแทนได้ไหม เขาดูเป็นคนนิ่งๆคือรวมทั้งนิสัยและใบหน้าน่ะนะ แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมชอบแอบมองเขาบ่อยๆ ก็แน่ล่ะคนที่ลงเพจคิ้วท์บอยดาเมจแรงจะตาย แต่ปลั๊กก็น่ารักกว่าอยู่ดีแหละ แฮ่

เสียงพูดของอาจารย์ในจอโทรทัศน์เงียบลง เปลี่ยนผ่านเป็นสไลด์ตัวหนังสือน่ารักว่าเบรก20นาที ผมบิดขี้เกียจนิดหน่อยแล้วหยิบเครื่องเขียนมาคันหน้าหนังสือตรงหน้าแล้วปิดลง ผู้หญิงสองคนลุกขึ้นขอทางผมเดินออกไปด้านนอก ผมเลยเหลือบมองคนข้างๆเขาฟุบหน้ากับโต๊ะหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ สงสัยจะหลับลึกยังไม่รู้เลยว่าเบรกอ่ะ จะสะกิดเรียกดีไหมแต่ไม่ดีกว่าเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น เดี๋ยวเหวอใส่เขาแบบบนบีทีเอสอีก ไลน์หาพวกนั้นดีกว่า

แปะ!

เสียงฝ่ามือปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง ทำให้ผมละจากหน้าจอโทรศัพท์ที่เพิ่งทำได้แค่ปลดล็อคหน้าจอเท่านั้น หันไปมองหาต้นเสียง พบว่าเป็นแก๊งค์เด็กกางเกงน้ำเงินเดินมาตบหัวคนที่นอนหลับไม่รับรู้เรื่องราวอะไรเลย

ตื่นครับไอ้สัส พักแล้ว

อ้ายยยเชี่ยยยเจ็บบบบ

คนที่โดนตบหัวเมื่อครู่ตื่นมาอย่างงัวเงีย พร้อมกับเสียงร้องยานคางแบบเด็กๆ

ไปหาไรแดกกัน หิวว่ะ

เอออออ

พวกเด็กกางเกงน้ำเงินพากันลุกออกไปข้างนอก ทำให้ภายในห้องดูเงียบผิดปกติ ที่เสียงดังๆคุยกันตลอดเวลาระหว่างเรียนก็คงเป็นเพื่อนเขาเนี่ยแหละ แต่พอมองไปรอบๆก็แทบไม่มีใครอยู่ห้องแล้วนะ คงออกไปหาอะไรกินเหมือนกัน จะว่าไปท้องก็เริ่มร้องแล้วสิ ไปหาอะไรกินข้างนอกบ้างดีกว่า

ผมออกมาจากที่เรียนพิเศษแล้วเดินหาของกินแถวนั้น แต่ก็ไม่พบร้านที่ราคาย่อมเยาว์ เลยคิดว่าจะฝากท้องไว้กับร้านสะดวกซื้อแทน ผมมุ่งตรงไปต้นซอยสยามสแควร์ที่มีเซเว่นตั้งอยู่ พอไปถึงก็พบว่าเด็กนักเรียนหลายคนฝากท้องไว้ที่นี่เช่นเดียวกัน

ผมเดินตรงไปทางตู้เย็นที่มีอาหารแช่แข็งอยู่ แต่ก็รู้สึกว่าหนักไปขออะไรเบาๆดีกว่า เลยเบนไปทางโซนบะหมี่สำเร็จรูปแทนแต่อยากกินข้าวอ่ะ นั้นไงโจ๊กคัพตอบโจทย์ที่สุดแล้ว ผมหยิบรสไก่ขึ้นมาฉีกฝาออกก่อนเอาไปใส่น้ำร้อนแล้วเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์แต่คนค่อนข้างเยอะเลยต้องต่อแถว ระหว่างรอผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหาคุณเพื่อนที่ว่าจะทักไปก่อนหน้านี้แต่ก็ลืม

มโนทัศนา(มองหาผู้)’ บางทีก็เกลียดชื่อกรุ๊ปไลน์ที่พวกมันตั้งอ่ะ

WAN : (สติ๊กเกอร์สวัสดี)

KAOJAOW : เลิกเรียนแล้วเหรอคะมึง

WAN : ยังเลยพึ่งเบรก

PREM : ผู้ชายดีไหมมึง

WAN : กูว่าควรใจเย็นๆ 5555555

PRAEW : เรียนเป็นไงมั้งว่าน

WAN : ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดอ่ะ

KAOJAOW : ดีแล้วแหละ ว่านน้อยผู้ผจญโลกกว้าง

WAN : เกลียดอ่ะ 55555

WAN : เดี๋ยวกูไปล่ะ เดี๋ยวเลิกแล้วทักไป

อีกสองคนก็ถึงคิวผมแล้ว เลยบอกลาพวกมันไปเดี๋ยวค่อยคุยต่อหลังเลิกเรียน ไม่คิดว่ารอคิวจ่ายเงินจะนานขนาดที่ทำให้โจ๊กในมือผมสุก ถ้าไม่เกรงใจจะกินตรงนี้แล้วนะ

เสียงโหวกเหวกจากหลังแถวเรียกความสนใจให้ผมหันไปมอง แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นแก๊งค์เด็กกางเกงน้ำเงินที่มีเขาคนนั้นอยู่ด้วยนั่นเอง แต่ผมว่าพวกเขาควรลดระดับเสียงลงนิดนึงนะ ได้ยินทุกคำที่พูดเลย -_-

คอนแวนต์ที่นั่งหน้าพวกกูโคตรแจ่มอ่ะ

ใช่มึง อย่างสวยอ่ะ

ไอ้เชี่ยนี่ก็ม่อไปขอไลน์เขาไง แล้วเป็นไงเขาไม่ให้ว่ะ

ฮ่าๆ โคตรกากอ่ะ

โธ่ไอ้เชี่ย กูไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก กูมีนี่เว้ย!”

ไอ้ปืนอ่ะนะ ทำไมวะ

ก็ให้มันไปขอให้ไง ระดับคิ้วท์บอยยังไงเขาก็ให้ป่ะวะ

กูบายนะ แผลเก่ากูยังไม่หายดี -_-”

โอ๋เอ๋นะพ่อ ไม่ร้องนะครับผมมม

พ่องมึงดิไอ้พวกเชี่ย

โธ่ กูแค่ล้อเล่น...เออว่าแต่มึงเหอะนั่งข้างใครวะ

กูเว้นที่ไว้ ถัดไปก็ผู้ชายอ่ะ

อ่อกูเห็นอยู่ตอนที่กูเข้าไปปลุกมึงอ่ะ มึงได้คุยกันป่ะ

ก็นึดนึงว่ะ ตอนทักครั้งแรกก็ทำหน้าตลกๆใส่กู ก็ฮาดีนะ

เบื่อตายห่าพอดี มานั่งกับพวกกูดิ

กูนั่งได้ คนข้างๆเขามีดินสอให้กูยืมมาวาดรูปเล่น ไม่เหมือนพวกมึงไม่มีห่าไรเลย

ตอนแรกผมก็ไม่สนใจเท่าไรกับบทสนทนาของพวกเขาหรอกนะ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนในการคุยของพวกเขามีผมเป็นบุคคลที่สามด้วยวะ คนที่ทำหน้าตลกก็หมายถึงผมสินะ แล้วที่ให้ยืมดินสอก็หมายถึงผมอีกสินะ รู้กันไหมอ่ะว่าเรายืนอยู่ตรงนี้เดินเข้ามาพูดด้วยเลยก็ได้ -_-

แต่ทำไมประโยคที่ว่า คนข้างๆเขามีดินสอให้กูยืมมาวาดรูปเล่นมันชวนให้รู้สึกแปลกๆวะ มันดูน่ารักเกินไปที่ผู้ชายเขาพูดอ่ะ

เหตุผลส้นตีนมากครับ

เออน่า ขี้เกียจย้ายวุ่นวาย แถวมึงก็เต็มแล้วไม่ใช่ไง

เออตามใจ ไอ้สัส

ผมมัวแต่สนใจเสียงคุยข้างหลัง จนไม่รู้สึกตัวเลยว่าถึงคิวที่ต้องจ่ายเงินแล้ว ทำตัวไม่มีสติอีกแล้วกู ผมจ่ายเงินเสร็จก็กลับไปในห้องเรียน เพื่อที่จะได้นั่งกินโจ๊กอุ่นๆในห้องแอร์เย็นๆฟินจะตาย

พอมาถึงห้องก็พบว่าผู้หญิงสองคนข้างๆมานั่งแล้ว ผมนั่งตรงที่นั่งของตัวเองเคลียร์หนังสือออก แล้วก็เริ่มการกินโจ๊กคัพอย่างเอร็ดอร่อย ไม่นานก็มีเสียงกลุ่มผู้ชายคุยกันสนุกสนานเดินเข้ามา ไม่หันไปก็รู้ว่าใครก็ไอ้แก๊งค์กางเกงน้ำเงินที่เม้าท์ผมในเซเว่นไงล่ะ สักพักคนข้างๆผมก็มานั่งลงพร้อมกับน้ำเปล่าไม่เย็นหนึ่งขวด แต่ผมก็ไม่ได้สนใจมากนักกินโจ๊กต่อแล้วก็กดโทรศัพท์เช็คอะไรไปเรื่อย จนโจ๊กหมดผมก็ว่าจะลุกไปทิ้งแต่ก็รู้สึกคอแห้งอยากกินน้ำซะอย่างนั้น เลยหันไปหยิบกระเป๋านักเรียนเพื่อที่จะหยิบขวดน้ำเปล่า

เชี่ยยยย

ในขวดน้ำมีความว่างเปล่า ลืมไปเลยครับว่าผมกินน้ำหมดตั้งแต่คาบบ่าย แล้วจะยัดขวดใส่กระเป๋ามาทำไมเนี่ย ฮือ แต่หิวน้ำอ่ะจะทำยังไงดีไม่ได้ซื้อมาด้วย จะออกไปซื้อก็เข้ามาไม่ทันแน่ๆ ผมหันไปมองผู้หญิงสองคนข้างๆก็พบว่ามีคนหนึ่งมีน้ำเปล่าอยู่ จะขอเขากินแบบนี้เหรอว่านไม่เป็นไรมั้งดูใจดีน่าจะไม่รังเกียจเราอ่ะ เอาก็เอาวะด้านได้อายอดเว๊ย ในขณะที่ผมกำลังรวบรวมความกล้าจะขอขวดน้ำเปล่าผู้หญิงคนนั้นก็เปิดฝาแล้วดูดน้ำเปล่าจนหมด เวร!

จะร้องไห้แล้วนะ ถ้ากินอะไรแล้วไม่คอแห้งจะไม่ว่าเลยพออดน้ำได้ แต่นี่ทั้งคอแห้งแล้วก็รู้สึกคอร้อนๆอีกไม่ไหวแล้ว ฮือออ แต่เดี๋ยวนะผมเห็นคนข้างๆถือน้ำมานี่น่า ผมจึงหันไปหาเขาแล้วมองขวดน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะ ทำไมความกล้ามันลดลงเมื่อเป็นผู้ชายคนนี้วะ ขอความหน้าด้านก่อนหน้านี้ได้ไหม

มีไรเปล่า

คนที่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมองผม

...คือผมยิ้มแหยๆไปให้ พร้อมชี้ไปที่ขวดน้ำเปล่า

อ่อน้ำ จะกินหรอ

ผมไม่ได้ตอบอะไรแค่พยักหน้ารับ ทำหน้าตลกใส่เขาอีกแล้วอ่ะว่าน

กินดิ แต่กระดกไปแล้วนะ ไม่ถือใช่ป่ะ

ไม่เป็นไร

ผมตอบสั้นๆ แล้วเขายื่นขวดน้ำมาให้ ผมก็กินอย่างกล้าๆกลัวๆ

ขอบใจนะ

ผมยื่นขวดน้ำกลับไป ก่อนที่จะลุกออกไปทิ้งขยะด้านนอกห้องอย่างที่ตั้งใจไว้ ไม่น่าลืมเลยว่าไม่มีน้ำในกระเป๋าไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องมาทำอะไรให้ตัวเองดูตลกแบบนี้ ผมทิ้งขยะเสร็จก็ว่าจะเดินกลับเข้าห้อง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นตู้กดน้ำที่ตั้งอยู่ตรงหลืบริมผนัง...

ให้มันได้อย่างนี้สิ!!!

 

เบรกสองเริ่มขึ้นยาวไปอีกเกือบชั่วโมงครึ่ง หันมามองเวลาอีกทีก็ปาไปสองทุ่มกว่าแล้ว ตอนแรกก็ตั้งใจเรียนอยู่หรอก หลังๆก็วาดรูปเล่นตามไอ้คนข้างๆบ้างเผลอนั่งสัปหงกบ้าง จนเรียนจบถึงได้ตาสว่างเนี่ย เกลียดนิสัยแบบนี้ของตัวเองมาก พอเรียนก็ง่วงพอเลิกปุ๊บความง่วงหายเฉยเลย

ผมกำลังเก็บอุปกรณ์ต่างๆใส่เข้ากระเป๋าเครื่องเขียน หยิบหนังสือเก็บใส่กระเป๋านักเรียน แต่ก็มีเสียงหนึ่งร้องทักขึ้นมาก่อน

นาย...

ผมหันไปมองเจ้าของเสียง แล้วทำหน้าสงสัยใส่เขาไป จนเขายื่นดินสอที่ยืมผมไปมาให้ตรงหน้า จึงเข้าใจว่าเขาเรียกเพื่อคืนดินสอของผม

คืนดินสอ

อ่อ โอเคคค

เขียนชื่อแปะไว้ทุกอันเลยป่ะ

เขาพยักพเยิดมาทางดินสอที่ผมถือ ผมเลยกลับมามองมันแล้วก็พบว่ามีสติ๊กเกอร์แปะไว้บนตัวแท่งดินสอ แล้วในสติ๊กเกอร์นั้นก็มีชื่อผมเขียนอยู่ น่ารักไปไหมกู

...ก็ทุกอันแหละ

กลัวหายขนาดนั้นเลยเขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อย

กะ..ก็เพื่อนที่โรงเรียนชอบยืมแล้วหายไง

อ่าฮะ ไงก็ขอบใจที่ให้ยืมนะว่าน

กำลังจะตอบว่าไม่เป็นไรแต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เขาเรียกชื่อผมหรอ สงสัยผมคงทำหน้างงแรงออกไป จนเขาต้องเป็นฝ่ายไขความกระจ่างให้

ชื่อว่านใช่ป่ะ อ่านตามชื่อที่แปะไว้บนดินสออ่ะ

อะ...อ่อ ใช่ ฮะๆหัวเราะกลบเกลื่อนไปอีก

ไปล่ะ พรุ่งนี้ขอยืมดินสอเหมือนเดิมนะ

เขายักคิ้วแล้วยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วลุกจากเก้าอี้ ผมก็เลยยกมือขึ้นมาโบกมือบ๊ายบายเขาเล็กน้อย เขาเดินไปก่อนจะหันกลับมาพูดกับผมด้วยใบหน้านิ่งเรียบอีกครั้ง แล้วจึงเดินออกจากห้องเรียนไปพร้อมกลุ่มเพื่อนของเขา

เออ...ชื่อปืนนะ

แปลกคนจริงๆด้วยแห๊ะอยู่ๆก็มาแนะนำชื่อแบบนี้

จะบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าชื่อปืนอ่ะไม่ต้องบอก ตามไอจีด้วยนะรู้ยัง -_-;


 

 


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              23/07/2016

 

ตอนที่2มาแล้วววววว
หายไปพักนึงเลยกว่าจะมีเวลามาอัพ ยุ่งๆกับเรื่องทีี่ม.
ขอบคุณคนที่รออ่านนะครับ (มีไหมเนี่ยยยย5555)

ว่าด้วยเรื่องของว่านกับวันเรียนพิเศษคนเดียววันแรก
และการได้นั่ง (เกือบ) ข้างคิ้วท์บอยอย่างปืน
ที่อยู่ๆนางสองคนก็รู้จักกันแบบงงๆ ฮาาา
ว่านอ่อยใช่ไหม แปะชื่อที่ดินสอแบบนั้น ร้ายยย 5555

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
อาจจะอัพช้าหน่อย แต่จะหาเวลามาอัพน้า
คอมเม้นให้กำลังใจกันได้นะ ไม่กัดครับ :D

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #3 JKCHill (@jikky-chill) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 02:29
    มาให้กำลังใจ .. ว่างก็มาอัพ รอได้ แต่บอกกล่าวกันซักนิดถ้าจะหายไปนานๆ
    #3
    0