Precious Bandich "ฟื้นตำนานผู้พิทักษ์แบนดิช"

ตอนที่ 5 : อานุภาพของอัญมณีและการเผชิญหน้ากับเอกอส 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ม.ค. 59

                ฟ่อ !

       นั่นเสียงอะไรน่ะ!”

                ฟ่อ ฟ่อ!

                ฉันว่าเสียงเหมือนงูนะ  มันอยู่ใกล้ๆ เราใช่ไหม  ทำไมมันเหมือนมีหลายตัวเลยล่ะ

                ฟ่อ !  ฟ่อ!

          “ระวังตัวนะบริล  ฉันว่ามันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวแล้วล่ะ  แถมยังอยู่ใกล้เรามาก ๆ  ด้วย  แต่ฉันมองไม่เห็นมัน

                ทั้งสองคนพยายามอยู่ใกล้กันเข้าไว้ไม่แยกจากกัน   แต่ว่าเสียงที่ได้ยินนั้นมันดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ใกล้เสียจนแทบจะอยู่ข้าง ๆ หู

                บริลเลียนเริ่มหายใจหอบสั่นด้วย  งูเป็นสิ่งมีชีวิตที่เธอเกลียดมากที่สุดรองจากครูเบ็ค  แต่ตอนนี้เอคิดว่าจะเลื่อนแท่นงูให้เป็นที่สุดของความกลัวในชีวิตเธอแล้วล่ะ  พระเจ้า!  ทำไมเสียงงูเต็มไปหมดแต่ไม่เห็นงูสักตัวเนี่ย

                ทำไงดีฉันมองไม่เห็นงูเลยสักตัว  ปีเตอร์โวยวายเพราะเขาเองก็เริ่มกลัวไม้แพ้บริลเลียนเลยทีเดียว

                หรือว่ามันแฝงตัวอยู่ตามเถาไม้  นี่มันงูพันธุ์อะไรเนี่ย  แฝงตัวได้แนบเนียนมากเลย

                ฟ่อ! 

                อ๊าบริล  ฉันเหมือนถูกงูรัด  อ๊ากกกกกก !”  ปีเตอร์ร้องลั่นเมื่อเขาบอกว่าถูกงูรัดแน่นไปทั้งตัว  เขาร้องด้วยความเจ็บปวด  แต่บริลเลียนกลับมองไม่เห็นงูตัวใดรัดกายเขาไว้เลย

                ปีเตอร์  ฉันมองไม่เห็นงูเลยสักตัว

                บริลอ๊า…!  ฉันหายใจไม่ออก  ช่วยฉันที  ปีเตอร์บิดกายไปมา  ลำแขนเขาวางขนาบลำตัวชิดแน่นเหมือนถูกงูรัดจริงๆ แต่ทำยังไง ๆ บริลเลียนก็มองไม่เห็นงูสักตัวเลย 

                ฉันจะช่วยเธอยังไงล่ะ  ปีเตอร์  ฉันมองไม่เห็นงู  มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย  บริลเลียนกระวนกระวายอย่างหนัก  ในเมื่อเพื่อนกำลังตกอยู่ในอันตรายแต่เธอกลับช่วยอะไรไม่ได้

                บริลฉันเจ็บอ๊ากกก!”

                ปีเตอร์  ฉันจะช่วยเธอให้ได้  บริลเลียนหยิบไม้ข้าง ๆ ขึ้นมาตีอากาศโดยหวังว่าจะตีโดนงูที่รัดกายปีเตอร์ได้บ้าง  แต่เปล่าเลยเธอไม่สามารถทำอะไรได้  นอกจากทำให้มันยิ่งโกรธขึ้นเป็นเท่าตัวโดยฟังจากเสียงขู่คำรามที่ดังกังวานขึ้นเรื่อย ๆ   บ้าเอ๊ย!  ทำไมทำอะไรไม่ได้เลยนะ

          “อ๊ากกกก!”  ปีเตอร์ยังร้องไม่หยุด 

                บริลเลียนกำมือที่ชุ่มเหงื่อแน่น  เธอภาวนาถึงพระเจ้า  ขอให้ช่วยเพื่อนเธอขอให้เพื่อนคนนี้ของเธอรอด  ได้โปรดเถอะ!  โปรดนำทางช่วยเหลือคนดี  ได้โปรดเถอะ!

          วาบ!  มีลำแสงสีแดงพวยพุ่งมาจากมือข้างขวาของเธอ  มือข้างที่เธอสวมอัญมณีล้ำค่าที่พึ่งได้มาเอาไว้

                บริลเลียนมองไปที่มือข้างขวาของตน  เธอประหลาดใจมากที่เห็นดาบเหล็กสีเงินแวววาวอยู่ในมือเธอ  ที่ด้ามของมันเป็นลายเปลวไฟสีแดงและมีทับทิมเม็ดโตฝังอยู่ตรงใจกลางของด้าม  เธอมั่นใจว่านี่คือแหวนทับทิมที่เธอเคยสวมใส่

                อ๊ากกกก!  บริล  ช่วยฉันที

                บริลเลียนละความสนใจออกจากด้ามเล่มโตในมือเธอ  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองที่ปีเตอร์  เธอถึงกับผงะที่เห็นงูยักษ์เกล็ดสีเขียวละเลื่อมยาวเกือบสิบเมตรกำลังรัดกายปีเตอร์เอาไว้แน่น  มันบีบเขาราวกับต้องการให้กระดูกเขาแหลกเหลวละเอียดเป็นผุยผง  ปีเตอร์ร้องระงมด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส    เธอต้องช่วยเขาให้ได้

                ปีเตอร์  ฉันจะช่วยนายเอง  เธอพุ่งร่างกายพร้อมดาบทับทิมในมือไปยังงูยักษ์ตัวนั้นโดยไม่เกรงกลัว  งูตัวนั้นพยายามขู่ใส่เธอแต่ไม่เป็นผล  บริลเลียนใช้ดาบทิ่มแทงไปที่ลำตัวของงูตัวนั้นอย่างบ้าคลั่งเพราะเธอไม่มีทางเลือก  ทุกครั้งที่เธอใช้ดาบฟาดฟันจะต้องมีแสงวาบสีแดงเสมอ  ซึ่งเธอมั่นใจว่านี่คืออาวุธพิเศษแน่ ๆ

                บริลเลียนใช้ดาบแทงไม้ยั้งแต่ดูเหมือนจะได้ผล  เลือดงูสีแดงข้นขลักไหลทะลักออกมาจากแผลที่ถูกฟันจ้วงใส่  มันเริ่มคลายตัวออกจากปีเตอร์แล้วหันมาฉกใส่บริลเลียนแทน  ซึ่งโชคดีที่เธอหลบได้ทุกครั้งไป

                ร่างของปีเตอร์ที่ตอนนี้แน่นิ่งไปแล้วล้มลงกับพื้น  บริลเลียนตกใจมากเพราะกลัวว่าปีเตอร์จะเป็นอะไรไป  เธอพยายามวิ่งไปหาเขา  แต่ว่างูยักษ์บ้านั่นยังตามฉกเธอไม่เลิก  และพยายามไม่ให้เธอเข้าใกล้อาหารของมัน

                บ้าเอ๊ยปีเตอร์ตื่นสิ  ปีเตอร์!”  เธอพยายามเรียกให้เพื่อนชายของเธอฟื้น  แต่ก็ไร้ผล  ปีเตอร์ถูกบีบรัดจนหมดสติไปแล้ว  และเธอก็คาดหวังว่าปีเตอร์จะแค่เป็นลมเท่านั้น  “ปีเตอร์  ฟื้นสิ !  ฟื้นสิ!”

                งูเขียวละเลื่อมยักษ์ใหญ่ตัวนั้นเองถึงแม้จะบาดเจ็บจนหมดแรงอย่างเห็นได้ชัด  แต่ด้วยสัณชาตญาณเอาตัวรอดของงู  มันเลยต้องฆ่าคนที่ทำมันให้ได้  มันฉกใส่บริลเลียนไม่ยั้ง  เธอหลบแต่ก็บังเอิญหกล้มไปเกี่ยวเถาวัลย์เข้า  มันค่อย ๆ เอาลำตัวที่เปื้อนไปด้วยเลือดของมันเข้ามาใกล้เธอ

                ฟ่อ !  มันขู่ใส่หน้าเธอเหมือนเป็นการเตือนครั้งสุดท้ายก่อนสังหารเธอ  บริลเลียนพยายามแกะเถาวัลย์ที่พันขาเธอ  แต่เพราะความกลัวทำให้เธอลนลานทำอะไรไม่ถูก  เธอเลยเปลี่ยนมากำดาบเอาไว้แน่น  ถ้ามันมาใกล้กว่านี้เธอจะแทงมันไม่ยั้งเลย

                ฟ่อ !  มันขู่เธออีกครั้ง 

                บริลเลียนมองไปรอบ ๆ เผื่อว่าจะหาทางหนีทีไล่ได้  แต่เธอกลับพบว่าเธอถูกรายล้อมไปด้วยงูเล็กมีพิษมากมาย  ไม่มีทางที่เธอจะรอดจากตรงนี้ได้เลยหรอเนี่ย?  เธอมองไปที่ร่างของปีเตอร์ที่กำลังถูกงูเล็กเหล่านั้นรัดปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่ชายเสื้อของเขา

          ทำไงดี  เธอจะทำไงดี

                ฟ่อ !  ไอ้งูยักษ์ขู่ใส่เธอไม่เลิก  มันเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เธอเรื่อย ๆ จนแทบจะสัมผัสกัน  บริลเลียนเองก็พยายามแก้เถาวัลย์แต่จนแล้วจนเล่าก็แก้มันไม่ได้สักที  ชักโมโหแล้วนะเนี่ย

                ถ้าฉันตาย  แกก็ต้องตายเหมือนกัน 

                งูยักษ์เชิดหัวขึ้นสูง  มันอ้าปากกว้างและแลบลิ้นสองแฉกหมายจะงับหัวเธอให้ตายเลยทีเดียว  จังหวะเดียวกับที่บริลเลียนง้างดาบทับทิมคู่กายของเธอขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่  และแทงลึกเข้าไปที่ใต้ลำคอของมัน  ดาบทะลุไปจนถึงดวงตารีสีดำอันดุร้าย  มันร้องและสะบัดกายไปมาด้วยความเจ็บปวด  บริลเลียนรู้ว่ามันไม่ตายง่าย ๆ แน่  แค่นี้ทำให้มันเจ็บได้เท่านั้น  เธอจึงดึงดาบออกจากมันอีกครั้งและจ้วงซ้ำเข้าที่แผลเดิม  มีคำบางคำลอยวนเวียนอยู่ในหัวเธอและอยากจะพูดออกมา  อรัสต้า!”

                วาบ !บรึ้ม !  ร่างงูยักษ์แหลกเหลวไม่มีชิ้นดีด้วยแรงระเบิดที่มาจากแสงสีแดงวาบของดาบทับทิมอันทรงพลัง  บริลเลียนปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ต้นหนึ่งด้วยแรงระเบิดนั้น  แต่โชคดีที่เธอไม่เป็นอะไรมาก

                งูพิษที่เคยรายล้อมอยู่  เมื่อเห็นราชินีของมันถูกฆ่าตายแล้วก็พากันหลบหนีหายไปในพงหญ้ารกร้างรอบ ๆ ทิ้งให้ปีเตอร์นอนสลบไสลอยู่บนพื้นดินที่เปื้อนไปด้วยเลือดและชิ้นเนื้อของงูสีเขียวเลื่อมยักษ์ตัวนั้น

                บริลเลียนรีบวิ่งเข้าไปหาปีเตอร์ทันที  ก่อนจะเขย่าเขาให้ฟื้นเพื่อจะได้ยืนยันว่าเขาไม่ได้รับอันตรายใด ๆ  แต่เขากลับแน่นิ่ง

          “ปีเตอร์  ฟื้นสิ  ฟื้น !”  เธอเอามือตบหน้าอันหล่อเหลาของเขา  แต่กลับไม่มีเสียงใด ๆ ตอบรับมานอกจากลมหายใจอ่อน ๆ อย่างน้อยบริลเลียนก็โล่งใจที่เขายังไม่ตาย

 

                บริล ! มันเกิดอะไรขึ้น?

                เกรซ  ซาร่าห์  และครีทีเอสก้ามองมาที่กายชุ่มเลือดของบริลเลียนและร่างอันสลบไสลของปีเตอร์  พวกเธออยากให้แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

                ทำไมตัวเธอถึงถึงเต็มไปด้วยเลือดแบบนี้บริลเลียน  และนี่อะไร  ทำไมปีเตอร์ถึงนอนสลบแบบนี้  เกรซรีบวิ่งเข้าไปหาร่างอันวลบไสลของปีเตอร์อย่างรวดเร็ว  ในขณะที่ซาร่าห์และครีทีเอสก้ามัวแต่ยืนอึ้งอยู่  เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเลือดและเศษเนื้อที่ดู ๆ ไปแล้วเหมือนเนื้องู  มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

                บริลเลียนไม่ตอบก่อนจะเดินตรงมาที่เศษเนื้อบริเวณหัวงูที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเธอมาก  เธอก้มหยิบของชิ้นหนึ่งละสวมมันกลับคืนที่นิ้วกลางข้างขวา  ดาบทับทิมบัดนี้ได้กลายเป็นแหวนดังเดิม - - บริลเลียนทรุดลงนั่งกับพื้นพร้อมกับใช้เท้าเตะหัวงูยักษ์ให้ไปพ้น ๆ ตัวเธอ

                ปีเตอร์จะเป็นอะไรไหมอ่ะ  พวกเธอมาดูเขาหน่อยสิ  เกรซร้องไห้ใหญ่เลย  เธอเจ็บปวดมากเมื่อเห็นปีเตอร์เป็นอะไรไป

                ซาร่าห์ค่อย ๆ เดินมาดูปีเตอร์  เธอเองก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นปีเตอร์แน่นิ่งไป  เธอภาวนาขออย่าให้เขาเป็นอะไร  แล้วใครจะคอยแกล้งเธอ  แหย่เธอ  ทำให้เธอหงุดหงิดเล่นล่ะ  อย่าเป็นอะไรเลยนะปีเตอร์  น้ำตาของเธอไหลริน  เธอไม่ได้ร้องไห้มานานเท่าไหร่แล้วนะ  แต่ปีเตอร์กลับทำให้บ่อน้ำตาที่แห้งเหือดของเธอมีน้ำเต็มบ่อขึ้นอีกครั้ง

                บริล  มันเกิดอะไรขึ้นบอกฉันมาซิ!”  ครีทีเอสก้าพยายามเค้นความจริงจากบริลเลียน  เธออยากรู้ว่าสาเหตุที่ปีเตอร์เป็นแบบนี้มันเพราะอะไร

                ฉันฉันก็ไม่รู้

                เธอไม่รู้ได้ไง   เธอเป็นคนเดียวที่สามารถเล่าเหตุการณ์ได้นะ!”

                ฉันไม่รู้ !  จู่ ๆ ก็มีงูยักษ์โผล่มากจากไหนก็ไม่รู้ว่ารัดตัวปีเตอร์จนเขาสลบไป  แถมยังมีงูพิษเยอะแยะมาล้อมรอบตัวฉันอีก  นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?  บริลเลียนร้องไห้ซบหัวเข่า  เธอเองก็ช็อกกับสิ่งที่เจอในวันนี้ไม่ใช่น้อย  เธอบอกไม่ได้หรอกว่ามันเกิดขึ้นได้ไง  ในโลกปัจจุบันแบบนี้ทำไมยังมีสัตว์ประหลาดหน้ากลัวเหมือนไอ้เจ้าตัวที่เธอพึ่งฆ่าเหลืออยู่อีกนะ  ฉันไม่น่าเข้ามาในนี้เลย

                เธอฆ่ามันได้ไงน่ะบริล

                เธอจะเชื่อไหมเคท  ว่าเครื่องประดับที่เราได้มาแท้จริงแล้วมันคืออาวุธ  เพียงฉันแค่พูดว่าอรัสต้า!  งูมันก็ตาย  เธอถอดแหวนและยื่นให้ครีทีเอสก้าดู  แหวนทับทิมที่ดูไม่มีพิษสงใด ๆ จะกลายเป็นอาวุธได้ไงกันใช่ไหมล่ะ  แต่ตอนนี้บริลเลียนเชื่อแล้วว่ามันเป็นไปได้จริง ๆ

                ถึงครีทีเอสก้าจะยังไม่หายข้องใจทุกเรื่อง  แต่เธอควรให้เพื่อน ๆ ออกจากที่นี่ดีกว่า  และก็รีบพาปีเตอร์ส่งโรงพยาบาลซะ  ฉันเห็นเธอหายไปนานเลยรีบตามมาดู  ดีนะที่เธอปลอดภัย  เรารีบกลับกันเหอะ  ปีเตอร์ต้องการหมอนะ  เธอเข้าไปพยุงบริลเลียนให้ลุกขึ้นก่อนจะตรงไปช่วยเกรซกับซาร่าห์ประครองปีเตอร์ด้วย  ปีเตอร์ไม่ได้สติแบบนี้  คงต้องลากเขาไปแล้วล่ะมั้ง

                ทั้งสี่ช่วยกันลากร่างอันไร้สติของปีเตอร์กลับไปทางเดิมจะได้พาเขาไปโรงพยาบาลได้  แต่ว่าทำไมถึงหาทางออกไม่เจอนะ  ทั้งที่พวกเธอมั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว

                ทำไมหาทางออกไม่ได้  ก็นี่ไงสัญลักษณ์ที่ฉันทำไว้เผื่อหลง  ซาร่าห์พูดด้วยความตกใจ  ทั้งที่เธออุตส่าห์ทำสัญลักษณ์ไว้บนต้นไม้ระหว่างทางขามาแล้วแท้ ๆ และต้นไม้ต้นนี้เธอก็จำได้ดีว่ามันเป็นต้นแรกที่เธอทำลายเอาไว้  ทางนี้มันน่าจะเป็นทางออกนี่นา

                นั่นสิ  ฉันว่าตรงนี้เป็นที่ที่เราเข้ามาตอนแรกนี่  ครีทีเอสก้าทำสีหน้างงงวย  เธอคิดอย่างเดียวกับซาร่าห์  มันเป็นไปไม่ได้ที่ทางออกจะหายไปในเมื่อเธอจำได้ดีว่าเธอเข้ามาทางนี้ในตอนแรก เราลองหาทางออกทางอื่นไหม

                ก็ดีเหมือนกัน  ลองดูเผื่อจะเจอทางออกสักทาง  เกรซพูดก่อนจะประครองร่างของปีเตอร์ที่หนักอึ้งด้วยน้ำหนักตัวของผู้ชาย  แถมเขายังมาสลบไสลอีก  มีหลายครั้งที่เธอต้องขอสลับกันกับบริลเลียนเพื่อประครองเขาเพราะไม่ไหวจริง ๆ

                สมาชิกโอฟ่อนเดินต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยความหวังว่าจะเจอทางออก  แต่ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่มันก็ยิ่งหลงทางมากขึ้นเท่านั้น  แสงแดดที่เคยสาดส่องทอแสงเจิดจ้าเริ่มริบหรี่และใกล้เวลาลับฟ้าเต็มที  นี่มันจะมืดแล้วนะ  พวกเธอยังหาทางออกไม่เจอเลย  ทำไงดี?  ไม่มีใครพกโทรศัพท์หรือสัมภาระอะไรมาด้วย  เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้  นี่จะต้องหลงอยู่ในป่าแห้งแล้วแบบนี้อีกนานเท่าไหร่  หิวน้ำก็หิว  ปีเตอร์ก็ยังไม่ได้สติเสียที  จะทำยังดี?

                ฉันว่าพอก่อนเหอะ  ทำยังไงเราก็ไม่ทางออกสักที  นี่ฉันไม่ไหวแล้วนะ  เกรซขอพักเบรกเธอหิวน้ำมาทั้งวันแถมยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้าด้วย

                งั้นเราพักก่อนดีไหม  ฉันเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน”  ครีทีเอสก้าหย่อนตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อย  เธอทุบแข้งทุบขาไปมาด้วยความปวดล้า  นี่เธอเดินมาแล้วกี่กิโลเนี่ยคาดเดาไม่ถูกเลยจริง ๆ

                บริลเลียนนั่งถอนหายใจ  ก่อนจะมองไปที่ซาร่าห์ที่คอยเขย่าตัวให้ปีเตอร์ฟื้นตลอดเวลา  ดูเธอจะเป็นห่วงเขามากเป็นพิเศษนะ  ฉันจะไปหาน้ำ  เผื่อบางทีแถว ๆ นี้อาจจะมีแหล่งน้ำอยู่ก็ได้  ใครจะไปกับฉันบ้าง

                ที่นี่มันแห้งแล้วเกินไป  ฉันว่าเธออาจเสียแรงเปล่าถ้าคิดจะหาน้ำนะ  ซาร่าห์ออกความเห็น

                บริลเลียนจ้องตาเธออย่างมีความหวัง  ก็ไม่แน่นะ  เราเจอเรื่องบังเอิญมาเยอะแล้วนี่  เผื่อบางทีเดิน ๆ ไปเราอาจบังเอิญไปเจอธารน้ำเข้าก็ได้  ใครจะรู้  บริลเลียนตบบ่าซาร่าห์เบา ๆ ที่เธอต้องหาน้ำให้เจอก็เพื่อความอยู่รอดของสมาชิกโอฟ่อน  ขาดอาหารน่ะขาดได้  แต่ถ้าขาดน้ำไปมีแต่ตายกับตาย  ใครจะไปกับฉันบ้าง

                เกรซมองปากปีเตอร์ที่แห้งผาก  ใบหน้าเขาดูซีดเซียว  บางทีถ้าเธอหาน้ำมาให้เขาได้เขาอาจจะดีขึ้น  ฉันไปด้วยคนบริล  เธออาสา

                ฉันไปด้วยคนสิ!”  ซาร่าห์อาสาด้วยอีกคน  เพราะเธอกลัวว่าบริลเลียนจะเจอเหตุการณ์แบบเมื่อกี้นี้อีก  แต่ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนเธอคงลืมไปมั้งว่า  ถึงจะเจอเหตุการณ์บ้าบอแบบนั้นอีกครั้งเธอก็คงช่วยอะไรไม่ได้  อีกอย่างครีทีเอสก้าจะดูแลปีเตอร์คนเดียวได้ยังไง

                จะบ้าหรอ?  เธออยู่นี่แหละ  จะทิ้งเคทให้อยู่คนเดียวกับปีเตอร์ที่บาดเจ็บได้ยังไง

                ซาร่าห์มองมาที่ครีทีเอสก้าอย่างพึ่งรู้ตัวว่าเธอขาดความรอบคอบตรงนี้ไป  อาจจะเพราะเธอเป็นห่วงเพื่อน ๆ มากจนลืมมองความเป็นจริงอีกด้านหนึ่ง  เธอเหลียวมองมาที่ร่างอันไร้สติของปีเตอร์  ความจริงที่เธออยากไปหาน้ำก็ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เกรซไป  เธออยากหาน้ำมาให้เขาโดยหวังว่ามันจะช่วยทำให้เขาฟื้นได้

                แต่เธอไม่รู้หรอกว่าเกรซก็คิดแบบเดียวกับเธอ

                อืม  งั้นเธอก็ไปเหอะ  ซาร่าห์บอก

                งั้นพวกเราจะรีบไปรีบมานะ  เกรซพูดก่อนจะดึงมือบริลเลียนไป  แต่เธอก็อดจะเหลียวมองปีเตอร์ด้วยความเป็นห่วงอีกไม่ได้

                ครีทีเอสก้ามองตาสายตาของเกรซอย่างสงสัย  อย่าบอกนะว่าเกรซ  ไม่สิ!  เป็นไปไม่ได้  พวกเธอเป็นเพื่อนกัน  ไม่มีทางหรอกที่เกรซจะคิดอย่างนั้น  แล้วอีกอย่างเจ้าตัวก็รู้อยู่เต็มอกด้วยว่าปีเตอร์ชอบใคร

                อย่านะเกรซ  มันคงจะไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดใช่ไหม  ครีทีเอสก้าพึมพำเบา ๆ โชคดีที่ซาร่าห์ไม่ได้ยินไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องที่แคลงใจระหว่างคนสามคนแน่  เธอจะให้เกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้  สมาชิกโอฟ่อนจะเกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้  แต่เธอกลัวจังเลย

         

          บริลเลียนและเกรซเดินเข้าในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ  แต่สิ่งที่แปลกไปจนรู้สึกได้คืออุณหภูมิของป่าที่เปลี่ยนไป  เมื่อกี้อากาศช่างร้อนระอุดังไฟลุกโชน  แต่ทำไมยิ่งลับแสงพระอาทิตย์กลับยิ่งหนาวเย็นจนแยกความแตกต่างของกลางวันและกลางคืนได้อย่างชัดเจน  อากาศที่นี่แปลกไม่เหมือนใครจริง ๆ

                ฉันชักจะหนาวยังไงไม่รู้  เกรซเอามือกอดอกของตัวเอง  ถึงเธอจะค้างคืนที่นี่มาแล้วหนึ่งคืนแต่ก็ยังไม่สามารถปรับตัวได้อยู่ดี  บริล  ฉันอยากรู้เรื่องอะไรบางอย่าง  เธอเล่าให้ฉันฟังได้ไหม

                บริลเลียนมองหน้าเธออย่างสงสัย  อะไรหรอ?

                เธอเอาชนะไอ้งูยักษ์บ้าตัวนั้นได้ด้วยแหวนของเธอจริง ๆ น่ะหรอ

                บริลเลียนเงียบ  เธอเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าแหวนจะมีอภินิหารแบบนั้นจริง  แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ ๆ ก็คือการที่แหวนทับทิมกลายเป็นดาบอันทรงพลัง  ฉันก็ไม่แน่ใจ  แต่พอฉันอธิษฐานขอให้พระเจ้าช่วย  แหวนก็กลายเป็นดาบทันที  ฉันรู้แค่นี้  มันฟังดูเป็นเรื่องน่าตลกไหมล่ะ  เธอพูดไปเดินไป  ที่นี่ใกล้มืดลงทุกที  เดียวจะเป็นเรื่องใหญ่หากหาทางกลับไปหาคนที่รอคอยเธออยู่ที่ชายป่าฟากนู้นไม่ได้

                ถ้าแหวนของเธอมีพลังกลายเป็นอาวุธได้  งั้นสร้อยของฉันกับกำไลของเคทก็คง…”

                เดี๋ยวเกรซ  เธอได้ยินอะไรไหม  บริลเลียนทำมือจุ๊ปากให้เกรซเงียบสักพัก  ใบหน้าเธอเปื้อนรอยยิ้มเหมือนความหวังที่เธอรอคอยเป็นจริงแล้ว

                เกรซเงี่ยหูฟัง  รอยยิ้มของเธอค่อย ๆ ขยับขึ้น  ก่อนจะหันมามองหน้าบริลเลียนอย่างดีใจ  นั่นเสียงน้ำตกนี่!”  เกรซรีบนำหน้าตามเสียงน้ำตกที่ได้ยินทันที  เธอดีใจมากที่อย่างน้อยถึงไม่มีอาหารแต่ก็มีน้ำให้ประทังชีวิตได้  แต่ถึงยังไงถ้าที่นี่มีน้ำตกใกล้ๆ  ก็ต้องมีต้นไม้ออกผลบ้างแหละน่า

                รีบไปเร็ว ๆ  บริลเลียนหัวเราะชอบใจพลางวิ่งตามเกรซไป  จนเธอลืมสังเกตไปอย่างหนึ่งว่า  จากผืนป่าที่มีแต่ต้นไม้เหี่ยวเฉาตายเรียงรายบนแผ่นดินที่แตกระแหงไร้น้ำ  บัดนี้รอบ ๆ กายของพวกเธอได้กลายเป็นป่าไม้ที่มีแต่ความเขียวขจี  อุดมสมบูรณ์  พื้นดินชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ  มีกลิ่นไอดินหอมกรุ่นลอยคละคลุ้ง  ไม่ใช่มีแต่เศษฝุ่นที่สูดดมแล้วรู้สึกระคายเคืองคออีกต่อไป  มีเสียงสัตว์ป่านานาชนิดกู่ร้องโวกเวกก้องทั่วทั้งป่า  นี่แหละคือ  ผืนป่าที่แท้จริง ! 

                บริล  เธอดูนั่นสิ  เกรซชี้ไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งออกผลเต็มต้น

                บริลเลียนมองตามมือเธอก่อนจะหัวเราะชอบใจใหญ่  นั่นแอ๊ปเปิ้ลนี่  ฮ่าๆ ๆ เรารอดตายแล้วเกรซ  ด้วยความสูงของเธอเลยทำให้เอื้อมมือเด็ดผลแอ๊ปเปิ้ลได้อย่างง่ายดาย  เธอเอาชายเสื้ออุ้มผลไม้เหล่านั้นหวังจะเด็ดไปให้เพื่อนเธอที่รอคอยอยู่ได้ทานกัน

                บริล ๆ นี่ไง ๆ น้ำตก !”  เกรซกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น 

                น้ำตกขนาดไม่ใหญ่มากเป็นแหล่งต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์และมีระบบนิเวศน์ครบวงจร  มันนำน้ำใส ๆ ไหลเอื่อยไปตามทางที่สองสาวเองก็ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุด ณ หนแห่งใด  รอบ ๆ เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดที่ออกดอกผลมากมายตระการตา  บางต้นยังแปลกตาไปจากที่เคยเห็นหรือร่ำเรียนมา  ดอกไม้สวยงามที่มีสีสดสวยน่าเชยชมบานสะพรั่งจนทำให้เกรซลุ่มหลงอยู่นานพอสมควร  บริลเลียนเองก็กำลังสนุกสนานไปกับการเก็บผลไม้ที่คิดว่าจะกินได้  เธอพยายามเก็บมันกลับไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกรึเปล่า

                ที่นี่สวยจังเลย  เคทกับซาร่าห์น่าจะมาด้วย  เกรซพูดจนทำให้บริลเลียนนึกขึ้นได้ว่าควรจะกลับได้แล้ว

                เกรซ  เราควรกลับกันได้แล้วนะ  นี่ดึกมากแล้ว

                อะอืม  ฉันได้น้ำแล้ว  เกรซชูกระบอกของต้นอะไรไม่รู้คล้าย  ๆต้นไผ่หากแต่มันทีลวดลายทางสีแดงดำสลับกันเป็นทางยาว  เธอเอามันบรรจุน้ำจนเต็ม

                นั่นเธอไปเอามาจากไหน  สีประหลาดจัง

                ฉันเห็นมันหล่นอยู่น่ะ  ต้นไม้ที่นี่แปลก ๆ ทั้งนั้นเลย  มีบางต้นออกผลอัปลักษณ์จนฉันไม่กล้ากินด้วย 

                บริลเลียนหัวเราะ  เมื่อกี้เธอเองก็พึ่งเจอผลไม้รูปร่างเหมือนจมูกคนเวลาเป็นสิว  ขรุขระ ๆ น่าขยะแขยงยังไงไม่รู้  อย่าว่าแต่กินเลย  แม้แต่เด็ดก็ยังไม่กล้า  งั้นเราไปกันเหอะ

                บริลเลียนชวนเกรซกลับ  แต่ขณะที่กำลังจะออกจากบริเวณน้ำตกนั้น  เธอก็ยังไม่วายโลภมากเด็ดผลแอ๊ปเปิ้ลมาอีกผล  แต่คราวนี้มันสูงเกินไปจนเธอเอื้อมแทบไม่ถึง

                เธอจะเอาอีกหรอ  เอาไปเยอะแล้วนะเกรซมองบริลเลียนที่กำลังเอื้อมเด็ดผลแอ๊ปเปิ้ลทั้งที่ตัวเธอพะลุงพะลังเต็มไปด้วยผลไม้จนแทบจะแบกกลับไม่ไหว

                อีกแค่ผลเดียวน่า…”  เธอไม่ละความพยายาม

                เฟี้ยว ว๊าย !

          ผลแอ๊ปเปิ้ลหลุดจากต้นด้วยแรงบางอย่างที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงจนทำให้ตัวของบริลเลียนล้มลงกองกับพื้น  ผลไม้ที่เธออุตส่าห์ใช้ชายเสื้ออุ้มพะลุงพะลังร่วงกระจายเต็มไปหมด  บางผลแตกกินแทบไม่ได้  นั่นทำให้เธอหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด

          “บริล  เป็นไงบ้าง  เกิดอะไรขึ้น  เกรซเข้ามาพยุงร่างเพื่อนสาวของเธออย่างตกใจ  เมื่อกี้เธอมัวแต่ชื่นชมธรรมชาติไปหน่อยเลยไม่ทันมองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่  แต่ดูท่าบริลเลียนจะไม่พอใจมาก

                เธอมองผลแอ๊ปเปิ้ลต้นเหตุที่ร่วงอยู่ไม่ไกลจากตัวเธออย่างโมโห  แต่แล้วก็ถึงกับตาโตเมื่อ

                มีลูกศรธนูไม้ดอกหนึ่งปักอยู่ที่ผลแอ๊ปเปิ้ลนั้น  นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เธอล้ม  และนี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้ผลไม้เก็บมากับมือร่วงจนแตกเละกินไม่ได้  มันน่าโมโหนัก  ฝีมือใครน่ะ  ออกมานะ!”  เธอตะโกนด้วยความโมโหท่ามกลางป่าเขาสีเขียวพงไพรที่ดูไม่น่าจะมีอันตรายใด  ๆ  แต่เธอคงลืมไปแล้วมั้งว่าที่นี่มีภยันตรายมากมายแอบแฝงอยู่มากกว่าที่เธอคิด  ดูอย่างงูยักษ์สิเรื่องไม่น่าเกิดมันยังเกิดขึ้นได้เลย  “แน่จริงก็ออกมาสิ  อย่าหลบ ๆ ซ่อน ๆ กันแบบนี้

                บริล  ฉันว่าเรารีบไปกันเถอะ  เกรซเห็นท่าไม่ดี  ขืนอยู่ต่อไปมีหวังได้เจอะของดีอย่างแน่นอน  เธอชักกลัวแล้วสิ  บริล  รีบไปเหอะ  เกรซรีบจูงมือบริลเลียนออกจากบริเวณนั้นทันที

                เฟิ้ยว ! เฟี้ยว ! เฟี้ยว !

                มีลูกศรธนูสามดอกลักษณะเดียวกับที่ปักบนผลแอ๊ปเปิ้ลลูกนั้นพุ่งมาสกัดหน้าพวกเธอไม่ให้วิ่งหนีไปไหนได้  เกรซถึงกับผงะเพราะอีกแค่ก้าวเดียวก้าวเดียวเท่านั้นลูกศรเหล่านั้นอาจปลิดลมหายใจของเธอ  



 

ติดตามชมตอนต่อไปได้เลยนะคะ  
ไม่รู้ว่าสองสาวจะเจออะไรอีก
 หลังจากที่เผชิญหน้ากับเอกอสมาหมาด ๆ เลยทีเดียว

ติชมได้และยินดีต้อนรับนักอ่านทุกรูปแบบจ้า


63 ความคิดเห็น

  1. #35 Jellyza (@jellyza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 11:56
    ว้าวววว เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้วสินะคะ ^^
    #35
    0
  2. #16 Esperanza (@ploy_ch) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 00:04
    เฮือก ฉากที่ต่อสู้กับงูนั่นน่ากลัวจริงๆ ค่ะ ตื่นเต้นมาก

    แต่สองสาวมาเจอน้ำตกกับเก็บผลไม้นี่มันล่อจนดึกเลยเหรอค่ะ ที่บริลพูดกับเกรซว่าควรจะกลับได้แล้วน่ะค่ะ

    ใครยังธนูมาอีกเนี่ย??? 
    #16
    0
  3. วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 18:01
    เค้าอยากอ่านตอนต่อไปอ่ะ
    #14
    0