[fic KHR 1806] จูบ (แรก) รักร้ายละลายหัวใจนายจอมโหด

ตอนที่ 6 : Be shaken (หวั่นไหว) ๑๐๐%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 535
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 มี.ค. 56

Love just is... - Hilary Duff

5
Be shaken

 

          เบียคุรัน ทำงานหนักไปมั้ยคะหญิงสาวแสนสวย หน้าตางดงามราวกับเจ้าหญิงเดินเข้ามาในห้องสีขาว ที่ที่ชายหนุ่มเรือนผมสีเงินกำลังนั่งหน้าแม็คบุ๊ค นิ้วเรียวกดไปตามแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว ทว่าทันทีที่ได้ยินเสียงหวานที่เรียกเขา ชายหนุ่มเจ้าของชื่อจึงหันมา ดวงตาสีม่วงที่ทอดมองมาช่างอ่อนโยน อบอุ่น ดูเหมือนไม่ใช่ผู้ชายเจ้าของฉายา เพลย์บอยแต่เป็นผู้ชายที่กำลัง แอบรักคนบางคน

          เบียคุรันยิ้มอบอุ่นให้หญิงสาวผู้มาใหม่ นิดหน่อยน่ะยูนิ พรุ่งนี้จะได้ไม่เหนื่อยมาก

          หญิงสาวเจ้าของชื่อยิ้มหวาน ส่ายหน้าน้อยๆ กับอาการหักโหมแต่ดื้อของเขา ผู้ชายอะไร ถึกชะมัด เป็นห่วงเท่าไหร่ ห้ามทำงานเท่าไหร่ ก็ไม่ฟังกันสักนิด ฉันเข้ามานั่งเป็นเพื่อนค่ะ ^^’

          เธอน่ะ ช่วงนี้ป่วยๆ ไม่ใช่รึไง ไปนอนได้แล้ว

           ไม่ล่ะ ฉันสบายดี

          ตามใจ -_-;’

          เออนี่ เบียคุรัน ฉันมีข่าวดีจะเล่าให้ฟังล่ะค่ะ ><’ ยูนิทำหน้าเหมือนนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ เบียคุรันก็ดีใจอยู่หรอก ที่เห็นหญิงสาวที่เขาแอบชอบมีดวงตาวิบวิบราวกับสุขใจมากๆ แถมยังกระตือรือร้นจะเล่าอะไรบางอย่างให้ฟัง ทว่าประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากรูปกระจับ กลับทำให้หัวใจของเขาเหมือนหัวใจถูกมีดมากีดจนเจ็บและเหยียบซ้ำ เมื่อวานนี้ตอนเย็น ฉันไปทานข้าวกับแกมม่ามา เขาเอ่อ ขอฉันคบล่ะค่ะ -/ / /-‘

          ใบหน้ายามขวยเขินแสนสวยไม่ได้สังเกตเลยว่า ขณะที่แก้มเนียนเธอขึ้นสีชมพูระเรื่ออย่างเขินอาย มีใครบางคนกำลังรู้สึกเหมือนความมืดและริษยาเกาะกุมหัวใจ ดวงตาสีม่วงร้อนแรงขึ้นราวกับจะแผดเผาทุกสิ่งให้วอดวายด้วยเพลิงแห่งโทสะ เขาไม่รู้ว่าชายที่ชื่อแกมม่ามีดีกว่าเขาแค่ไหน ทำไมยูนิถึงได้รักมัน แถมยังมองไม่เห็นความรักของเขา

          เบียคุรันไม่รู้ไม่รู้ว่าความเพอร์เฟ็กต์ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของความรู้สัก รักที่เกิดขึ้นจาก หัวใจแม้แต่น้อย

          หรือเขาอาจจะรู้เพียงแต่เขาพยายามมองข้ามมันและเลือกการแย่งชิงให้เข้าครอบงำความรู้สึกรักของเขา

          ไม่มีทางฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนพรากเธอไปจากฉันเด็ดขาดไม่มีวัน

 

          ยูนิ

          เฮือก!

           หลังเสียงเรียกร้องละเมอชื่อเธอคนนั้นดังแผ่วๆ เจ้าของเสียงก็สะดุ้งเฮือกและหลุดพ้นจากห้วงนิทรา หัวใจยังเจ็บแปลบไม่หาย ความฝันนั้นเป็นเพียงความจริงในอดีต แต่มันกลับยังทิ้งความเจ็บปวดไว้ในใจราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นตอนนี้เอง

          หนุ่มหล่อยกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างครุ่นคิด นานแล้วที่ข้างกายเขาไม่มีร่างบางเย้ายวน ผมสีฟ้ามาเกาะติดใกล้ๆ นั่นเป็นเพราะเขาจงใจส่งเธอไปยังวองโกเล่ แผนบ้าๆ ที่ว่าทำให้ใครสักคนรักหญิงสาวนั้น เป็นเพียงฉากบังหน้าที่เขาต้องการจะสลัดเธอทิ้งเท่านั้นแหละ

          ว่าแต่จะมีใครหลงรักผู้หญิงคนนั้นมั้ยนะ หรือว่าจะเป็นยัยนั่นที่ไปรักใครคนอื่นแต่ถ้ายัยนั่นจะมีรักใหม่ ก็เห็นจะเป็นการดีไม่ใช่รึไง จะได้เลิกเกาะแกะเขาเสียที

          ถึงจะคิดแบบนั้น แต่เบียคุรันก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเขาต้องคิดถึงบลูเบลด้วย บ้าจริง

 

          ฐานทัพฮิบาริ (วองโกเล่)

           ท่ามกลางแสงแดดที่แสนอบอุ่นยามสายของวัน หยดน้ำค้างเหือดแห้งไปจากยอดหญ้า เสียงหยดน้ำพุที่ตกกระทบในบ่อ ปลาหลากหลายสายพันธุ์แหวกว่ายในน้ำสวนกันไปมา นกร้องจิ๊บๆ แผ่วเบามาเป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศรายรอบฐานทัพดีไซน์ญี่ปุ่นน่าอยู่ อ่อนโยน อบอุ่น

          นัยน์ตาคมกริบของหนุ่มหล่อที่ลืมขึ้นจ้องมองสาวน้อยในอ้อมกอดด้วยสายตาละมุน สองแขนแกร่งกระชับแน่นยามที่เธอขยับตัว เขายิ้มบางเบาเอ็นดูเมื่อเธอซุกตัวเข้าหาเขาด้วยความหนาว ริมฝีปากบางจูบหน้าผากมนของคนในอ้อมกอดแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำ พยายามทำอะไรทุกอย่างให้เงียบที่สุดเพราะไม่ต้องการให้เสียงมารบกวนการนอนหลับของเธอ

          ทันทีที่ร่างสูงสง่าเดินออกไปจากห้องนอน ดวงตาสีฟ้าสดกลมโตก็ลืมขึ้นมาราวกับว่ามันเคยใช้การมาเมื่อไม่นานมานี้ จริงๆ เธอรู้สึกตัวตั้งแต่แสงแดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาในห้องนิดๆ แล้วล่ะ แต่เพราะรู้สึกได้ถึงสัมผัสอ่อนโยนโดยเฉพาะบริเวณหน้าผากทำให้เธอยังไม่อยากลืมตา ร่างกายเธอแอบรับความรู้สึกดีๆ ไว้เงียบๆ และปล่อยให้มันสะสมไว้ในหัวใจ

          ผู้ชายคนนี้ป่าเถื่อน เย็นชา ร้ายกาจแต่ก็มีเป็นบางครั้งที่เขาจะอ่อนโยนลงแบบนี้ บลูเบลสังเกตได้จากภาษากายของเขา แม้เขาจะโกหกเธอได้แม้กระทั่งหน้าต่างของจิตใจ ริมฝีปากนั้นพ่นวาจากระด้างออกมา แต่สุดท้าย เขาก็จะมอบดวงตาละมุนกับสัมผัสอบอุ่นให้เสมอโดยเขาก็ไม่รู้สึกตัว

          เธอไม่รู้ว่าเธอเองรู้สึกยังไงเหมือนกันนั่นแหละ นับประสาอะไรจะไปเดาใจเขา ผู้ชายที่ชื่อ ฮิบาริ เคียวยะ

          ไม่สิยังไง ผู้ชายที่เธอมอบหัวใจและความรักให้แล้วคือผู้ชายที่ชื่อ เบียคุรันบอสของมีลฟิโอเล่ แฟมิลี่เท่านั้น

          ใช่ เธอมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากชายที่รักให้ลุล่วง ดังนั้นเธอจะรู้สึกอะไรกับเป้าหมายไม่ได้!

          “ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มห้าวแต่มากอิทธิพลดังขึ้น

          “หือ?” คนที่นอนบนฟูกแบบญี่ปุ่นหันไปมองแล้วชันตัวลุกขึ้น ดวงตากลมโตสีฟ้าสดสบกับดวงตาคมสีน้ำเงินคมกริบแล้วก็เลื่อนต่ำมาที่ร่างสูงใหญ่สมส่วนในสภาพเปียกนิดๆ หยดน้ำเกาะพราว มีแค่ผ้าขนหนูผืนหนึ่งพันรอบเอวปิดของสงวน (?) ไว้อย่างหมิ่นเหม่ -_-;

          “เอ้า มองงี้เก็บตังค์นะ”

          “ใช่ ฉันตื่นแล้ว” เสียงเล็กหวานสวนกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าร้อนขึ้นหน่อยๆ ของตัวเอง แต่ก็ไม่ลืมจะบ่น “ไปใส่เสื้อผ้าก่อนดีมั้ย”

         “มีของดีก็ต้องโชว์บ้าง” หนุ่มมาเฟียเอ่ยเสียงกวนประสาทแล้วสังเกตใบหน้าหญิงสาวที่แดงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความรู้สึกว่าหัวใจพองโตแปลกๆ

          “ห้องน้ำว่างแล้วสินะ ขอไปอาบมั่งแล้วกัน เหนียวตัวจะแย่” หญิงสาวในเดรสแดงตัวเมื่อวานลุกขึ้นจากที่นอนโดยไม่ลืมจะพับผ้าห่มให้เรียบร้อย แม้จะดูเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ แต่แท้จริงแล้วอดีตเลวร้ายของบลูเบลทำให้เธอสามารถทำงานบ้าน ดูแลตัวเองได้ทุกอย่าง จะเว้นก็แต่ทำอาหารนี่แหละ

          “ผมอาบให้มั้ย”

          “อย่าเสนอตัวโดยมีจุดประสงค์จะเคลมกันนะยะ ฉันรู้ทัน” บลูเบลว่าพลางเดินไปอีกห้องซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนอนใหญ่ ห้องนั้นคือห้องแต่งตัว ร่างเล็กบางเดินไปมาเพื่อค้นหาผ้าเช็ดตัว

          ได้ยินอย่างนั้น ดวงตาคมที่เย็นชาก็แปรเปลี่ยนไป ในดวงตาคู่สวยคู่นั้นมีแววหัวเราะ ริมฝีปากกระตุกเหมือนอยากจะยิ้ม เขาพยายามเก๊กเต็มที่แล้วนะ แต่ดูเหมือนจะไม่ไหวแฮะ คนตรงหน้าน่ารักเกินไป ในที่สุดริมฝีปากทรงเสน่ห์ก็ค่อยๆ คลี่ยิ้มบางเบา เสียดายหญิงสาวไม่เห็น เพราะเวลาที่ชายคนนี้ยิ้มนั้น มันทำให้ใบหน้าคมราวรูปสลักดูดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

          ร่างบอบบางกลับมาในสภาพผ้าเช็ดตัวพันกายผืนเดียวเดินออกมา นัยน์ตาคมถึงกับวาววับขึ้นมาทันที ดวงตานั้นไล้มองหญิงสาวที่เดินช้าๆ ไปห้องน้ำ ไล่ตั้งแต่ใบหน้าหวานซ่อนเปรี้ยวที่ล้อมกรอบผมยาวสีท้องฟ้าลงไปที่ลำคอเรียว ทรวดทรงองเอวนาฬิกาทราย และเรียวขายาวงาม ผิวขาวสะอาดตาของเธอทำให้ฮิบาริถึงกับมองค้างและจินตนาการผิวที่ทั้งเนียนนุ่ม และอาจจะหอมมากกว่าที่เห็น

          เฮ้ ทำไมแกลามกงี้วะไอ้ฮิบาริ เคียวยะ!

          “โว้ย!” ชายหนุ่มตะโกนไล่ความรู้สึกอึดอัดใจออกไป

          “เฮ้ย อะไรของนาย!?” ร่างบางที่กำลังจะก้าวขาเข้าห้องน้ำถึงกับชะงักเสียงร้องของเจ้าของห้อง ใบหน้าสวยสะบัดมางงๆ ให้ตายเถอะ! แค่จะอาบน้ำ หมอนี่จะอะไรนักหนา!!

          “เปล่า” หนุ่มหล่อยีหัว บลูเบลเห็นดังนั้นก็เกิดอารมณ์ (หงุดหงิด) ก้าวฉับๆ แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กของตัวเองที่หยิบติดมือมาxผมเปียกๆ ให้ชายตรงหน้า เพราะเขาตัวสูงมาก และเธอก็อยู่แค่ระดับอกเขาเท่านั้น มือใหญ่จึงกอบกุมมือเล็กให้เดินตามมา เขานั่งลงบนฟูกญี่ปุ่นแล้วใช้สายตาให้เธอนั่งข้างๆ หญิงสาวถอนหายใจแล้วนั่งชันเข่าตรงหน้าเขา มือเล็กๆ เช็ดเส้นผมเปียกน้ำสีรัตติกาลอย่างเบามือแต่กระฉับกระเฉง ดวงตากลมโตสีฟ้าจดจ้องไปที่ผมของเขาต่างจากดวงตาคมๆ ที่จดจ้องแต่ใบหน้าของเธอ บลูเบลพยายามมองข้ามสายตาร้อนแรงนั้นเพราะมันทำให้หัวใจเต้นแปลกๆ

          สุดท้ายแล้ว ด้วยความหงุดหงิดตัวเอง หญิงสาวจึงถอนหายใจหนักๆ แล้วโยนผ้าเช็ดตัวใส่ใบหน้าหล่อๆ อย่างหมั่นไส้ ร่างบอบบางผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งไปห้องน้ำ ฮิบาริมองการกระทำนั้นงงๆ แต่แล้วหญิงสาวที่ลับกายไปในห้องน้ำก็ตะโกนออกมาแก้ข้อสงสัยของเขาจนกระจ่าง

          “เช็ดเองได้ก็เช็ด โตจนทำผู้หญิงท้องได้แล้วนี่ไอ้บ้า!

          ได้ยินอย่างนั้น ฮิบาริถึงกับพ่นหัวเราะ แต่เพราะต้องวางฟอร์มไว้เลยหัวเราะเบาๆ ในลำคอเท่านั้น ดวงตาคมจ้องไปที่ห้องน้ำ

          ...

          เวลาผ่านไปไม่นาน บลูเบลที่เดินออกมาจากห้องน้ำถึงกับตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ภาพนั้นคือร่างสูงของฮิบาริในชุดไปรเวทเน้นโทนสีดำกังลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ ข้างกายเขาเต็มไปด้วยถุงเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดังมากมายหลายถุง ราคาก็แพงๆ ทั้งนั้น

          “ผมไม่ยอมให้คุณใส่ชุดที่มางานชุดแรกหรอกเลยให้พวกคุซาคาเบะไปหามาให้ ผมไม่รู้ว่าคุณชอบแบบไหนเลยเหมามาหมดน่ะ แล้วก็จากชุดราตรีสีแดงนั่นแบรนด์เดียวกัน เลยคิดว่าคุณน่าจะใส่ได้” ชายหนุ่มอธิบายยาวเหยียดแก้ข้อสงสัยของหญิงสาวที่ยืนหน้าตาเหลอหลา ใบหน้านั้นเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างและกระโดดกอดเขาอย่างรู้สึกขอบคุณ แม้จะยังใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย แต่สำหรับเขาคนนี้ เธอคิดว่าคงไม่เป็นไร

          ฮิบาริชำเลืองมองบลูเบล นี่ยัยสาวน้อยนี่คิดอะไรอยู่ เขาเป็นผู้ชายนะว้อย แถมยังเป็นผู้ชายที่ไม่เคยมีผู้หญิงห่างนานๆ ด้วย มาทำหน้าตาน่ารักแล้วยังมากอดกันสภาพเนื้อแนบเนื้อด้วยร่างกายยั่วอย่างนี้อีก ยัยนี่คิดว่าเขาเป็นคนดีนักรึไงฟะ

          หนุ่มหล่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลูบหลังเธอเบาๆ แล้วผลักเธอออกอย่างอ่อนโยน “ไปใส่เสื้อผ้าสิไป แล้วเดี๋ยวออกไปกินข้าวกัน หิวจะแย่”

          “อื้อ!” บลูเบลรับคำยิ้มๆ ตาวิบวับเหมือนมีดาวดวงน้อยส่องแสงภายใน เธอวี้ดว้ายไปกับเสื้อผ้าสวยๆ ที่มีรสนิยม ไม่แปลกใจเลยทำไมฐานทัพของฮิบาริดูดีอย่างนี้ เพราะเจ้าของฐานทัพน่ะรสนิยมดีมากมายเลยล่ะ

 

          “คุณอยากกินอะไร อาหารอิตาลีมั้ย” ชายหนุ่มที่เดินเอื่อยๆ ในห้างสรรพสินค้าหรูแห่งหนึ่งพูดขึ้น ข้างกายเขาคือสาวน้อยผมสีท้องฟ้ายาวที่ถูกลวบเป็นจุกลวกๆ ดูสวยแต่ไม่ทิ้งความน่ารัก ร่างเล็กบางในชุดเสื้อแขนสั้นสีขาวลายอาร์ตแปลกตากับกระโปรงสีเหลืองสด บวกกับรองเท้ารัดส้นสีเบจทำให้ดูสดใสสมวัยจนผู้ชายรอบกายแอบมองเป็นระยะๆ

          “นายชอบอาหารอิตาลีงั้นเหรอ ลักษณะฐานทัพของนาย นายเป็นพวกนิยมของญี่ปุ่นไม่ใช่รึไง” บลูเบลถามชายหนุ่มข้างๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำกับกางเกงยีนส์สีทึบดูดี แหมอีตานี่ใส่ไนกี้ด้วยนะ ไม่ธรรมดา =_=

          “เปล่า” หนุ่มหล่อส่ายหน้า “ก็คุณเพิ่งมาจากอิตาลีนี่ ไม่รู้จะชินกับอาหารญี่ปุ่นมั้ย”

          ได้ยินดังนั้น หญิงสาวถึงกับอึ้ง นี่เขาคิดถึงเธอด้วยเหรอ

          “ฉันชอบอาหารญี่ปุ่นมากกว่านะ เราไปกินอาหารญี่ปุ่นกันเหอะ ถ้าให้เดา นายต้องชอบพวกซูชิแน่ๆ เลย”

          “อืม แล้วแต่คุณ” ชายหนุ่มอมยิ้มจริงๆ แมวเปอร์เซียเนี่ย เวลาไม่ซน ไม่วีนก็น่ารักดีออกนะ

          ฮิบาริกับบลูเบลเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ในร้านถูกตกแต่งภายในสไตล์ญี่ปุ่น หนุ่มหล่อกับหญิงสาวสั่งอาหารต่างกันไป ทั้งคู่ผลัดกันคีบของกินในจานตัวเองให้อีกฝ่าย เล่าเรื่องสนุกสนานบ้าง ชีวิตความเป็นอยู่บ้าง เรื่องเศร้าบ้าง ชายหนุ่มชอบที่จะลอบมองปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปตามเรื่องราวที่เขาเล่าของสาวน้อย ถึงเขาจะไม่ค่อยเข้าใจความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตัวเองในตอนนี้ก็เถอะ

          “นายเคยสู้กับพวกวาเรียด้วยเหรอ ว้าว *O*

          “อืม พวกนั้นมันอยากลองของเอง” พูดจบก็หยิบซูชิหน้าปลาแซลมอนเข้าปากแล้วยักไหล่

          “ทำไมอ่ะ”

          คนถูกถามกลืนซูชิลงคอ ดื่มน้ำเปล่าตามแล้วตอบ “ทำลายโรงเรียนผมซะยับน่ะสิ

          “เอิ่ม -_-;

          “หึๆ ก็โรงเรียนของผมนี่นา ไม่รัก แล้วใครจะมารัก”

          “จ้ะ –[]-

          “จะว่าไป คุณล่ะ จบการศึกษามาจากที่ไหน” หนุ่มหล่อเปลี่ยนประเด็น อยากฟังเรื่องของเธอบ้าง

          “ฉันเหรอ” บลูเบลเท้าคาง มองออกไปรอบๆ กาย “ฉันร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน่ะเลยโดนทิ้งแต่เด็ก อยู่ในบ้านกำพร้า ที่นั้นค่อนข้างจนเลยไม่มีโอกาสได้เรียน แต่พอมีเงินฉันก็เสียสละให้น้องๆ ที่แข็งแรงไปเรียน เงินทุกก้อนต้องคุ้มค่าที่สุด ฉันที่ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถได้รับการเรียนรู้ได้ดีเท่าคนปกติหรอก” เธอเล่าเรื่องราวให้เขาฟังยิ้มๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว หัวใจเธอมันแตกสลายมานานแล้วล่ะ

          ฮิบาริที่เงียบฟังอยู่นานมีสีหน้าเรียบเย็นชาไม่ต่างจากเดิม ทว่าน้ำเสียงและคำพูดที่เขาพูดออกมานั่นทำให้บลูเบลรู้สึกว่าในใจมีนมอุ่นๆ หวานนิดๆ เทเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าของเธอ มันรู้สึกตื้นตัน อบอุ่น หวานๆ อ่อนโยน “ตอนนี้คุณอายุประมาณสิบแปดสิบเก้าอยากเรียนมหาวิทยาลัยดูมั้ยล่ะ ผมจะส่งคุณเอง”

          “จริงเหรอ!” บลูเบลยิ้มดีใจ ดวงตาประกายระยิบอย่างสนุก แต่แล้วดวงตานั้นก็เศร้าหม่นลงจนฮิบาริสงสัย

          เธออยู่ที่นี่แค่สามเดือนเท่านั้นเองไม่ควรจะรับน้ำใจนั้นของเขาหรอก

          “เป็นอะไรไป”

          “ปะเปล่า เอ้อฉันไม่เรียนแล้วล่ะ แบบว่าคนมันขี้เกียจ แฮะๆ…^^

          “งั้นเหรอ” ดวงตาคมหรี่ลงเหมือนจับผิด “เอาเถอะ ถ้าอยากเรียนก็บอกผมได้นะ พอคุณเรียนจบ หางานทำได้ค่อยเอาเงินมาคืนผมแล้วกัน”

          “ขอบคุณนะ”

           “อ้าว เรย์มาทานข้าวเหรอคะ” เสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งทำให้ฮิบาริกับบลูเบลหันไปมองผู้มาเยือน บลูเบลจำได้ว่าเธอคือผู้หญิงผมบลอนด์ คู่ออกงานของฮิบาริในคืนก่อน

          “ก็อย่างที่เห็น” หนุ่มหล่อว่าเสียงเย็นชาเหมือนไม่ใส่ใจ “บลูเบล ไปดูหนังกันดีกว่า ผมเห็นโปสเตอร์หนังเรื่องนึง น่าดูดี” มือใหญ่วางเงินจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะแล้วอ้อมมาฉุดแบนเรียวให้ลุกขึ้นตามแรงเขา ตอนแรกบลูเบลกะจะพูดแบบนั้นเหมือนกันเพราะเธอไม่รู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เท่าไหร่ แต่ในเมื่อฮิบาริพูดแทนเธอไปแล้ว ขอแอบสะใจเงียบๆ แล้วกันนะ =..=

          “เดี๋ยวสิคะเรย์ คุณนัดฉันมาดูหนังเองไม่ใช่เหรอคะ” สาวฝรั่งตาน้ำข้าวยิ้มหวาน ดวงตาสีฟ้าฉายแววเจ้าเล่ห์

          “นายนัดเธอมางั้นเหรอ” บลูเบลชะงักขาที่จะก้าวออกจากร้านแล้วสะบัดมือใหญ่ที่กอบกุมมือเล็กๆ เธอไว้ ให้ตายเถอะผู้ชายคนนี้!

          “เปล่า” ฮิบาริว่าเสียงเรียบแล้วกอดอกมองร่างเล็กนิ่งเขารู้ว่าเธอไม่ใช่คนโง่ เธอคงไม่เชื่อยัยผู้หญิงช่างยั่วนั่นง่ายๆ หรอก ไม่งั้นเธอจะเป็นหกบุปผาอาลัยได้ยังไง

          “ได้ ฉันเชื่อนาย” สาวน้อยพยักหน้าแล้วหันกลับไปที่ร่างบางแต่สูงใหญ่กว่าเธอหลายเท่าตามประสาคนยุโรป ร่างเล็กบอบบางเดินไปตรงหน้าฝ่ายนั้นอย่างไม่กลัว เสียงเล็กหวานกังวานพูดนิ่งๆ “ถึงเคียวยะจะนัดเธอมาจริง แต่ตอนนี้เขาเบื่อเธอแล้ว เขาสนใจฉัน เธอจะเดินตามเขาทำไม ผู้ชายเขาไม่อยากยุ่งก็อย่าตามตื๊อจะได้มั้ย”

          “ยัยเด็กเมื่อวานซืน” สเตฟานี่เงื้อมือเรียวหมายจะตบใบหน้าสวยตรงหน้าสักฉาดด้วยแรงโทสะ ทว่ามือใหญ่ของผู้ชายที่เธอตามตื๊อก็ยกบีบมือเธอไว้แน่นจนเธอถึงกับเบ้หน้าเจ็บ

          “ถ้าคุณทำร้ายเขา ผมเอาคุณตายแน่ มิสฮาเวิร์ด” ชายหนุ่มเอ่ยนามสกุลเธอเสียงเย็นแล้วสะบัดมืออกอย่างรังเกียจ เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีเทาแบรนด์ HERMES ของเขาขึ้นเช็ดมือแล้วโยนทิ้งถังขยะบริเวณนั้นโดยไม่ลืมจะฉุดมือเล็กๆ ของบลูเบลให้ตามมาด้วย

          สเตฟานี่หน้าชา เธอจะต้องเอาคืนแน่! “ฝากไว้ก่อนเถอะ! แล้วคุณจะเสียใจค่ะ เรย์ที่รัก!” ว่าจบก็กระแทกเท้าเดินออกไปอีกทาง ในใจเต็มไปด้วยแรงริษยาและอาฆาตรวมทั้งแผนการสกปรกมากมาย

          บลูเบลกับฮิบาริจองตั๋วหนังที่อีกสิบห้านาทีก็จะฉาย หญิงสาวหันซ้ายหันขวาหาห้องน้ำ เมื่อเจอแล้ว เธอจึงบอกชายหนุ่มที่นั่งเคี้ยวป๊อบคอร์นรอบนโซฟาหน้าโรงหนัง

          “เคียวยะ ฉันไปห้องน้ำแป๊บนะ”

          “โอเค”

          เมื่อชายหนุ่มรับคำ ร่างบอบบางจึงวิ่งไปโดยที่ไม่พ้นสายตาคมๆ ของเขา ใบหน้าหล่อหันไปหาคุซาคาเบะกับลูกน้องอีกสองคนในชุดไปรเวทและสวมหมวกทำให้ไม่รู้ว่าเป็นใคร ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลูกน้องของเขาตามไปดูแลเธอไม่ห่าง

          ถึงเธอจะไม่ชอบแต่คนอย่างฮิบาริ เคียวยะมีศัตรูรอบกายเสมอเขาไม่ยอมให้เธอมาเป็นจุดอ่อนของเขาหรอก รอให้นรกเย็นเสียก่อนเถอะ

 

          ซ่า ซ่า

          บลูเบลยืนล้างมือตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำฮัมเพลง Last Cross ของ Mitsuoka Masami (?) ในลำคอเบาๆ อย่างคนอารมณ์ดี แต่แล้วเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นหวังจะเช็ดมือ เธอก็เห็นผู้ชายห้าคนเดินมาในห้องน้ำอย่างน่าไม่อาย ทั้งห้าคนมีเป้าหมายคือเธอแน่แท้

          “น้องสาวไปกับพวกเราหน่อยได้มั้ย” ไอ้ชั่วคนแรก

          “เฮ้ยอิจิเดี๋ยวน้องเขากลัวหรอก ฮ่าๆ” ไอ้ชั่วคนที่สอง

          “พวกนายต้องการอะไรเงินเหรอ” บลูเบลขู่ฟ่อ คลำหาแหวนผู้พิทักษ์

          แหวน!?

          ให้ตาย! เธอลืมมันไว้ในห้องน้ำฐานทัพเคียวยะนี่นา บ้าเอ๊ย!!

          “ฮึๆเงินน่ะพวกเราได้มาพอแล้ว อยากได้ร่างกายของเธอต่างหาก” ไอ้ชั่วคนที่สาม

          “ไม่ไม่มีทางไอ้พวกสารเลว! ช่วยด้วยค่ะ!! อ๊ะกรี๊ดดด ปล่อยฉันนะ!

          “เฮ้ย อย่าดิ้นดิ โว้ย! นังตัวแสบ!” ไอ้ชั่วคนที่สี่ที่อุ้มเธอแบบแบกกระสอบทรายร้องลั่น นั่นทำให้ไอ้ชั่วคนที่ห้าตาลีตาเหลือกมาชกท้องน้อยหญิงสาวถึงกับจุกและสลบไป

          แต่ก่อนที่สติจะเลือนราง เธอได้ครางชื่อชายคนแรกที่เธอนึกถึงออกมา

          เคียวยะ”

 

          Rrrr

          เสียงโทรศัพท์ที่ดังในกระเป๋ากางเกงทำให้ฮิบาริหยิบมันขึ้นมากดรับ เวลาผ่านมาเกือบสิบนาทีแล้ว เขารู้อยู่แล้วล่ะว่าเกิดเรื่องที่เหลือก็รอรายงานจากพวกคุซาคาเบะเท่านั้น

          “ว่าไง”

          [ โกดังเก็บไม้เก่าครับคุณเคียวซอย xxx ย่าน xxx ครับ กำลังอัพโหลดแมพเข้าเครื่องคึณเคียวอยู่นะครับ ] ปลายสายรายงานเสียงเรียบ และที่พวกเขาไม่จัดการฝ่ายนั้นเอง เพราะรู้ดีว่าเจ้านายหนุ่มชอบสะสางเองมากกว่า

          “ขอบใจ” หนุ่มหล่อรับคำสั้นแล้วลุกขึ้นวิ่งไปที่รถ แม้ภายนอกจะดูเยือกเย็นเพียงใด ทว่าในใจกลับร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิงทำร้ายผู้หญิงคนไหนไม่ทำ ดันไปทำร้ายบลูเบลของเขาไอ้เวรนรกแตกหน้าไหนเขาก็ฆ่ามันได้!

 

          โกดังเก็บไม้เก่า ซอย xxx ย่าน xxx

          พลั่ก!

          “เฮ้ย ยัยนี่ตายป่ะวะ แกแหละไอ้เคย์  ชกหล่อนแรงไปน่ะสิ!

          “นรก! แกมาโทษฉันได้ไงวะโช”

          “เคย์ โช เลิกเถียงกันซะ ว่าแต่ใครจะเอายัยนี่ก่อน”

         “ฉันเห็นด้วยกับยู เคย์ โช อิจิฉันขอก่อนได้ป่ะวะ” ว่าจบก็ก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มของสาวน้อย

         “ไอ้เวรไค! ทำงี้ได้ไงวะ”

         บลูเบลที่แกล้งหลับตากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ เกิดมาสิบเก้าปี ไม่เคยเกิดความรู้สึกกลัวมากมายขนาดนี้มานานแล้ว ร่างกายของเธอน่ะเป็นของเคียวเอ๊ย เบียคุรันต่างหาก!!

         “เอ้า เป่ายิงฉุบกันละกัน”

         “ถ้ายังไงผมขอก่อนได้มั้ย” เสียงเย็นที่บลูเบลรู้สึกคุ้นเคยดังขึ้นท่ามกลางเสียงชั่วๆ ของพวกคนเลวพระเจ้าเธอไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย บอกทีว่าเป็นเสียงเคียวยะ!

          “อ้าวเฮ้ย! นั่นมันท่านฮิบาริ เคียวยะนี่หว่า! เอิ่มผมยกให้ท่านก่อนเลยก็ได้ครับ” เสียงหนึ่งว่าเกรงๆ แล้วหูบลูเบลก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามากมายห่างออกไป ทว่าเสียงฮิบาริก็เอ่ยขึ้นก่อนก่อน

          “คิดว่าเรื่องมันจะจบแค่แกยกหล่อนให้ฉันเหรอ ไอ้พวกนรก!” เสียงเย็นเยียบราวราชาปีศาจดังขึ้นก้องโกดัง พวกนั้นชะงักขาแล้วกำลังจะหันมาเพื่ออ้อนวอนขอชีวิต ทว่าไม่ทันแล้ว

         ผัวะ! พลั่ก! โพละ! ตุ้บ!

         หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความสยดสยอง ไม่อยากจะนึกเลยว่าอีตาเสือร้ายนี้ทำลายศพ (?) เละเป็นผุยผงไปแล้วรึยังเธอคิดแค่นั้นเพราะหลังจากเสียงเหล่านั้นเงียบไป เธอก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสอ่อนโยนบริเวณริมฝีปาก แล้วร่างบอบบางของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้นอย่างนุ่มนวลโดยอ้อมแขนแข็งแกร่งและอบอุ่น

          “สัมผัสนั้นมันสกปรกผมลบออกให้คุณแล้วคนดี” เสียงทุ้มที่ดังข้างหูทำเอาหัวใจหวั่นไหวและใกล้ละลาย“คนพวกนั้นไม่จบแค่นี้หรอกคุซาคาเบะ...แก้ผ้าพวกมันให้หมด” ตามด้วยเสียงเย็นที่ออกคำสั่ง

          “ครับ คุณเคียว” เสียงคุซาคาเบะและลูกน้องจำนวนหนึ่งของฮิบาริรับคำ ร่างของบลูเบลสัมผัสเบาะนุ่มและความเย็นฉ่ำเธอเดาว่าเธอน่าจะอยู่ในรถร่างสูงวางร่างบอบบางบนเบาะนุ่มและหันไปออกคำสั่งต่อไปกับเหล่าลูกน้องเขาแต่บลูเบลได้ยินไม่ชัดช่างเถอะ พวกนั้นสมควรได้รับโทษนั้นแล้ว ริอ่านทำชั่ว เจอคนที่เอาจริงที่แม้แต่ตำรวจก็ขยาดอย่างฮิบาริ เคียวยะ

          เธอก็ขอบายเหมือนกัน

         “จับพวกมันแก้ผ้าไปแขวนตรงสะพานลอยแล้วก็
 

To be con :D

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

109 ความคิดเห็น

  1. #91 เนล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 14:28
    น่ารักจังเลย อยากเป็นเหมือนบลูเบลบ้างจัง!! แต่งอีกเยอะๆ น่ะค่ะ แล้วจะติดตาม
    #91
    0
  2. #84 RaReஐRul (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 08:34
    โหดไปม้ายยย
    #84
    0
  3. #65 p.w.beebii20018 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 12:25
    ท่านเบียโหดมากๆ
    #65
    0
  4. #63 NekO★SaMa ~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 09:18
    ฮิบารินายโหดไปแล้ว =[ ]='' เมื่อไรป๋าเบียจะมาอยากดูศึกชิงนาง ฮาๆ 
    #63
    0
  5. #62 takanashi miu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 22:35
    ท่านโหดมากๆเลยเคียวยะ พยายามอัพนะเดี๊ยวจะมาอ่าน
    #62
    0
  6. #61 สำลี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 00:49
    อัพพพพพ ต่อนะค่ะ
    #61
    0
  7. #57 takanashi miu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 00:25
    รีบมาอัพต่อน่ะกำลังสนุก
    #57
    0
  8. #45 NekO★SaMa ~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 22:14
    หนุกมาก อัพต่อนะไรท์ สู้ๆ *^*o
    #45
    0
  9. #44 ♦:^Zura ^:♦ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 20:58
    ฮิหลายใจจังเลย=.,=
    #44
    0
  10. #43 双子座_みかん (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 00:44
    เบียคุนันจะมาทวงบลูเบลคืนสินะ!*-*
    #43
    0
  11. #42 p.w.beebii20018 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 11:58
    เบียคุรันร้ายอ่ะ
    #42
    0