พันธนการรัก สัญญาแห่งนิรันดิ์

ตอนที่ 4 : จอมโจรรัตติกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 ก.พ. 55

            บทที่ 3    จอมโจรรัตติกาล

คิลที่เห็นเซร่าวิ่งออกไปจากห้อง เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจเพราะที่เขาทราบแน่ๆในเวลานี้คือ เซร่าต้องโมโหเขาชนิดว่าไม่มีทางให้อภัยอย่างเด็ดขาดเลยแถมสายตาเธอที่มองมามันเป็นสายตาเต็มไปด้วยควาโกรธสุดๆ คิลหันกลับไปมองมาเรียเหมือนจะถามเธอออกไปว่าทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย มาเรียเองก็รู้ว่าคิลต้องถามอะไร เธอยิ้มแห้งๆออกมาก่อนจะพูดออกมาว่า

            “ขอโทษนะ หลานชาย มันมีแต่เพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะหยุดเรื่อการหมั้นหมายที่เซร่าบอกออกมาได้ หวังว่าหลานชายคงจะไม่โกรธอาคนนี้นะ”

           คิลยิ้มแห้งๆก่อนจะพูดว่า”ผมไม่โกรธคุณอามาเรียหรอกครับ เพราะถึงโกรธไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาแม้แต่น้อย แต่ที่ผมอย่างจะทราบก็คือใครกันครับที่กำลังจะมาขอหมั้น    เซร่านะ เออ ไม่ทราบว่าผมเรียกเธอว่าเซร่าได้นะ”

            ร็อคมองคิลก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นก็พูดว่า”หลานชายจะเรียกยังไงก็ตามสบายเลยนะ ส่วนคนที่มาขอหมั้นเซร่านั้นก็คือลูกชายคนที่สามของเสนาบดีฝ่ายขวานะ เขามีชื่อว่าฮีโร่ซึ่งตอนนี้กำลังคบหากับเซร่าอยู่ ดังนั้นทางเดียวที่จะพอเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อป้องการหมั้นหมายของเซร่ากับนายฮีโร่คนนั้นได้ก็คือเซร่าต้องมีคู่หมั้นเอาไว้ก่อนนะ ไม่เช่นนั้นเสนาบดีฝ่ายขวาอาจจะบังคับพวกอาให้ยอมรับหมั้นก็ได้ หวังว่าหลานชายคงจะเข้าใจในจุดนี้นะ”

            คิลมองร็อค ก่อนจะไล่ไปมองมาเรียรวมไปถึงท่านหญิงที่ตอนนี้เองก็ทำหน้าไม่สู้ดี คิลถอนหายใจก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า

            “ผมเข้าใจแล้วครับ ถึงยังไงเรื่องของผมและเธอต่างเพิ่งจะได้เจอกันครั้งแรก เธออาจจะมีความสับสนในเวลานี้อยู่บ้าง แต่คาดว่าไม่นานเธออาจจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดมากขึ้นก็ได้ครับ” ผมใช้คำว่า อาจจะนะ เพราะท่าทางของเธอที่มองผมในเวลานั้น มันยิ่งเป็นมากกว่าตอนที่คนมองปีศาจเสียอีก ผมว่าคนที่มองผมแบบนั้นส่วนใหญ่เป็นพวกที่แค้นผมสุดๆเท่านั้นเอง ยิ่งเห็นสายตานั้นผมรับรองได้เลยว่าผมน่าจะซวยมากกว่าดีอย่างแน่นอนเลย คิลคิดต่อในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่น้อย

            มาเรียพยักหน้าก่อนจะพูดว่า”นั้นสินะ แม้ลูกสาวอาจะเป็นคนอารมณ์ร้อนไปหน่อย แต่เธอก็เป็นคนดีมากนะ”

            คิลมองมาเรีย ก่อนจะคิดขึ้นว่า(คนดีก็เป็นฆาตกรได้นะครับ ถ้าเกิดมีเรื่องและเหตุผลพอจะให้เธอลงมือทำ ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักละก็ผู้หญิงยิ่งทำได้ทุกอย่างเลยด้วย แถมตอนนี้ผมก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนั้นได้ด้วยนะครับ เออ ผมคิดผิดไหมที่มารับคู่หมั้นตอนนี้นะ เอาเป็นว่าตอนนี้ผมขอถอยออกห่างไปหน่อยก่อน จากนั้นผมค่อยหารุกกลับที่หลังก็แล้วกันนะ)

            คิลที่คิดได้แบบนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนจะพูดว่า”งั้นเดี๋ยวผมคงต้องขอตัวไปหาโรงแรมเพื่อพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน ผมรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทางนะครับ เอาไว้เซร่าอารมณ์เย็นลงกว่านี้อีกนิด ผมค่อยมาพบเธอใหม่ก็แล้วกันนะ”

พอคิลพูดจบก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ทันที แต่เสียงของท่านหญิงโอเรล่าก็ดังขึ้นมาว่า

“หลานชายจะลำบากไปหาที่พักอยู่ทำไมกันละ หลานชายก็พักอยู่ที่คฤหาสน์ฟาคอลนี่เลยซิ หลานชายจะได้ทำความรู้จักกับเซร่าเลยด้วยยังไงละ”

ท่านหญิงพูดจบก็ตะโกนเรียกใครบางคนให้เข้ามาในห้อง ไม่นานก็มีหญิงสาวอายุประมาณ 22 ปีเดินเข้ามาในห้อง เธอเป็นผู้หญิงผมทองที่ผมยาวปะบ่า เธอยังสวมชุดสาวใช้อีกด้วย ใบหน้าของเธอเป็นรูปไข่ ดวงตาสีน้ำทะเล มองโดยรวมแล้วเธอจัดเป็นผู้หญิงที่สวยไม่น้อยไปกว่าเซร่าเลย เสียงของท่านหญิงโอเรล่าดังขึ้นมาว่า

“ลาล่า เดี๋ยวเธอพาหลานชายของฉันคนนั้นไปพักที่ห้องรับรองที่อยู่ทางฝั่งซ้ายหน่อยนะ อ้อ เกือบลืมเธอช่วยไปแจ้งให้ทุกคนในคฤหาสน์แห่งนี้ทราบด้วยนะว่าหลานชายของฉันคนนี้คือ คู่หมั้นของเซร่านะ ส่วนหลานชายของฉันคนนี้ มีชื่อว่า คิล  นับแต่นี้ให้ทุกคนในคฤหาสน์นี้นับถือเขาเปรียบเสมือนคนในครอบครัวของฉันนะ”

คำพูดของท่านหญิงโอเรล่าทำให้ผู้หญิงในชุดสาวใช้หน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็พอจะให้คิลจับสังเกตได้ คิลที่ได้ฟังคำพูดของท่านหญิง รวมทั้งได้สังเกตเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปของสาวใช้คนนี้  สิ่งแรกที่เขาคิดขึ้นมาได้ว่า

(ซวยแล้วซิเรา ท่านหญิงนะ ไม่น่าส่งผมเข้าปากเสือเลย ถึงผมจะเก่งแค่ไหนแต่เรื่องจัดการผู้หญิงนี้ผมของผ่านเถอะ ถ้าผมตายขึ้นมาผมจะเป็นผีตามมาหลอกท่านแน่ๆ คอยดูเถอะ ผมพูดจริงทำจริงนะ)

คิลที่กำลังทำท่าจะปฏิเสธการเข้าพักที่คฤหาสน์แห่งนี้ออกไปเพราะถ้าเขาอยู่อาจจะถูกสาวใช้คนนี้วางยาพิษก็ได้ เสียงของร็อคก็ดังขึ้นมาว่า

”หลานชายทำตามที่ท่านแม่บอกเถอะ อย่างน้อยๆก็ขอให้ทางเราได้ต้อนรับหลานชายบางเถอะ”

เสียงของร็อคทำให้คิลไม่อาจจะปฏิเสธการเข้าพักที่นี้ออกมาได้เลย ไม่นานเขาก็ต้องจำใจเดินตามสาวใช้คนนั้นออกไปจากห้องอย่างช่วยไม่ได้ สาวใช้คนนั้นพาคิลเดินทางมายังห้องพักทางฝากซ้ายมือของคฤหาสน์ เมื่อเธอพาคิลมาถึงที่ห้องพักแล้วเสียงของลาล่าก็ดังขึ้นมาว่า

“นี่คืนห้องรับรองที่ท่านหญิงจัดให้คุณคิลได้พักผ่อนค่ะ ขอเชิญพักผ่อนตามความสะดวกนะ เมื่อถึงเวลาอาหารแล้วดิฉันจะมาเรียกคุณอีกทีค่ะ”  

พอลาล่าพูดจบก็ทำท่าจะเดินจากไปทันที คิลหันมาพูดกับเธอว่า”เออ ผมชื่อ คิล เรนเนอร์ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ไม่ทราบว่าคุณลาล่ามีหน้าที่ทำอะไรบ้างครับ” ผมเรียกเธอว่าลาล่าเพราะผมเห็นท่านหญิงเรียกเธอว่าแบบนั้นและมันยังเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ให้มากขึ้นไปอีก คิลคิดพร้อมยิ้มออกมา

ลาล่าหันมองคิลก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า”ฉันทำหน้าที่เป็นสาวใช้ประจำตัวของคุณหนูเซร่าค่ะ และฉันเองก็รู้เกี่ยวกับตัวคุณหนูเซร่าทุกอย่าง บอกตามตรงเลยนะค่ะ ถ้าฉันประกาศเรื่องของคุณคิลออกไปตามที่ท่านหญิงโอเรล่าบอกมานั้น คนทั้งคฤหาสน์นี้จะต้องไม่ชอบใจในสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ เพราะทุกคนรวมทั้งชั้นต่างทราบว่าคุณหนูของพวกเรากำลังรักอยู่กับใคร รู้ว่าเขาเป็นคนดีแค่ไหนด้วย ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใครมาจากไหนและใช้วิธีไหนทำให้พวกคุณท่านยอมรับการหมั้นหมาย แต่ฉันและทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์จะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นแน่ ท่าทางฉันคงจะพูดมากเกินไปแล้ว เอาเป็นว่าฉันขอโทษคุณคิลที่เสียมารยาทด้วยก็แล้วกัน ฉันก็ตัวก่อนละ”

ลาล่าที่พูดจบกำลังจะทำท่าเดินจากไป คิลเองก็ไม่ได้ห้ามอะไรเธอแม้แต่น้อย เขามองเธอเดินไปก่อนจะตะโกนตามหลังไปว่า

“ผมขอขอบคุณมากครับที่บอกผม แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมจะพาตัวของเซร่ากลับไปให้ได้ แม้ต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกก็ตามครับ”

ลาล่าหันกลับมามองคิลที่ตะโกนออกมาในทันที ไม่นานเธอก็พูดออกมาอีกครั้งว่า”แล้วฉันจะคอยดูว่าคุณจะอยู่ที่นี้ได้นานอีกแค่ไหนกัน”

คิลมองลาล่าเดินไปจนลับสายตา เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะเปิดประตูเพื่อเข้าไปในห้องพักเพื่อพักผ่อน

5 ชม.ต่อมา

            พระอาทิตย์ตกลง ความมืดมิดเริ่มมาเยือน คืนนี้เป็นคืนเดือนมืดทำให้แสงสว่างยามค่ำคืนนั้นน้อยกว่าทุกครั้ง คิลกำลังพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ริมหน้าต่างโดยมีจานอาหารต่างๆถูกเก็บเอาไว้เป็นระเบียบอย่างเรียบร้อยอยู่บนโต๊ะที่อยู่ด้านข้าง สำหรับอาหารมื้อค่ำที่ผ่านมาพวกคุณร็อคและท่านหญิงโอเรล่าเกิดมีธุระด่วนขึ้นมาทำให้ไม่อาจจะมารับประทานอาหารด้วยได้ ส่วนเซร่าเองก็ไม่อยากมาทานอาหารกับเขาผลสุดท้าย คิลจึงต้องทานอาหารเพียงคนเดียวในห้องพัก ซึ่งเขาเองก็ชอบบรรยากาศแบบนี้ คิลกำลังชมแสงจากดวงดาวในยามนี้นั้นก็มีเงาดำบางอย่างบินผ่านท้องฟ้าที่เขากำลังชมอยู่ไป คิลที่เห็นเจ้าสิ่งนั้นถึงกับปั้นหน้าเครียด เขารีบเปลี่ยนชุดสีดำสนิททั้งตัว ก่อนจะใช้นิ้วแทนปากกาคนนกเขียนอักษรเรืองแสงขึ้นมากลางอากาศ ซึ่งอักษรที่เขาเขียนก็คือคำว่า

                        จำลอง

          ไม่นานแสงจากอักษรก็กลายเป็นตัวของคิลอีกคน เขายิ้มก่อนจะชี้มือไปที่เตียงนอนพร้อมพูดออกมาว่า

            “เดี๋ยวนายไปนอนตรงที่นอนแทนผมนะ “

            ร่างจำลองของเขาพยักหน้าก่อนจะเดินไปนอนที่เตียงทันที คิลยิ้มก่อนจะสะบัดมืออีกครั้งซึ่งทำให้ห้องของเขามืดสนิทไปในทันที จากนั้นเขาก็หยิบผ้ามาโผกหน้าเหมือนกับนินจาก่อนจะทำการพุ่งตัวออกไปในทิศทางที่เจ้าเงาดำที่บินผ่านไป

            คิลกระโดดออกมาตามหลังคาบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว แต่งเจ้าเงาดำนั้นก็ยังคงเร็วกว่าเขาที่ตามอยู่มาก เขาทำได้แต่ตามสิ่งนั้นไปอยู่แต่พอตามไปได้ไม่เท่าไรเงาดำนั้นก็หายไปจากท้องฟ้า คิลหยุดการติดตามลง เขาถอนหายใจออกมาเหมือนกับเสียดายในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ขณะที่เขากำลังเสียดายอยู่นั้นเขาก็เห็นเงาบางอย่างปรากฏออกมาบนหลังคาบ้านที่อยู่ไม่ไกลนัก เขารีบพุ่งไปหาเงานั้นทันทีเพราะมันอาจจะเป็นเงาดำที่เขากำลังตามหาอยู่ก็ได้ แต่พอเขาเข้ามาไปใกล้ร่างเงานั้น ร่างเงานั้นก็พุ่งตัวนี้จากไปทันที คิลรีบพุ่งตัวไปดักด้านหน้าร่างเงานั้นไว้ด้วย สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวด้วยชุดรัดรูปแถมเธอยังใส่หน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้าทั้งหมดอีกด้วย แม้เธอจะแต่งตัวแบบนั้นแต่ลักษณะของเธอก็พอจะเดาได้ว่าเธอเป็นหญิงสาวที่มีอายุอยู่ในช่วง 20-30 ปี  แถมในมือซ้ายของเธอก็ถือกล่องสมบัติขนาดเล็กอยู่ในมือ คิลที่มาดักหน้าเธอถึงกับอึงไปทันทีเพราะเขาไล่ตามเงามาผิดตัวแล้ว

หญิงสาวปิดหน้าใช้มือข้างขวาดึงแส้ที่อยู่ข้างตัวออกมาฟาดใส่คิลทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ คิลไม่ยอมหลบแส้ที่ฟาดมา เขาใช้มือขวาจับแส้ที่ฟาดมาในทันที ไม่นานเขาก็พูดออกมาว่า

            “คุณผู้หญิง คุณจะไม่ทำเกินไปหน่อยเหรอ? ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ”

            ผู้หญิงปิดหน้าไม่ตอบ เธอปล่อยแส้ออกจากมือก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาคิลทันที เธอกระโดดเตะเข้าที่หน้าของคิล เขายิ้มก่อนจะปล่อยมือออกแส้จากนั้นก็ยกมือขวาข้างที่ปล่อยแส้ขึ้นมากันแทน

“ปึก”

            แรงกระโดดเตะของหญิงสาวปิดหน้าทำให้คิลถอยไปเล็กน้อยแต่ก็สามารถตั้งหลักได้ทันที หญิงสาวปิดหน้าที่เห็นลูกเตะไม่ได้ผล เธอรีบเปลี่ยนทิศทางวิ่งไปอีกทางทันที แต่เธอก็ไม่สามารถหลบไปได้เพราะขณะที่เธอกำลังวิ่งหลบไปนั้น คิลได้ใช้มือซ้ายเขียนอักษรออกมาการอากาศอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นคำว่า

            เถาวัล

          แสงจากตัวอักษรปรากฏออกมาอีกกครั้งแต่ครั้งนี้มันกระจายตัวออกไปพร้อมพุ่งไปยังจุดต่างๆบนหลังคาที่ผู้หญิงปิดหน้าเหยียบลงไป พอเธอเหยียบลงบนหลังคาเท่านั้น เถาวัลก็ 10เส้นก็พุ่งออกมาจากหลังคาพร้อมจับตัวเธอไว้อย่างแน่หนาชนิดที่ว่าเธอไม่อาจจะขยับเขยื้อนตัวได้เลย คิลมองดูผู้หญิงคนนั้นก่อนจะพูดว่า

            “ตกลง คุณจะคุยกับผมได้หรือยังครับ คุณหน้ากากสาว”

หญิงสาวปิดพยายามขยับตัวไปมาเพื่อให้หลุดออกจากเถาวัลที่มัดตัวเธออยู่ แต่มันก็ไม่ได้ผลแม้แต่น้อย เธอหันมามองที่คิล ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงโมโหว่า

“นายเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องมาขัดขวางฉันด้วย ปล่อยฉันออกไปนะ“

คิลถอนหายใจก่อนจะพูดออกมาว่า”ผมต่างหากละที่ต้องถามเธอว่าเป็นใครกันแน่ ดูการแต่งตัวสิ ถ้าเธอบอกผมว่าเป็นขโมยละก็ผมจะไม่เถียงคุณเลยนะ ส่วนเรื่องปล่อยคุณเอาไว้พวกอัศวินที่เฝ้ายามอยู่มาถึงค่อยว่ากันก็แล้วกัน”

หญิงสาวปิดหน้าเริ่มรู้ว่าเธอขยับตัวไม่ได้แต่เธอยังพอขยับนิ้วไปมาได้บ้าง ไม่นานเธอก็ให้นิ้วหยิบของบางอย่างออกมาจากในชุด พอเธอหยิบของสิ่งนั้นก็หันมาพูดออกมาว่า

”อย่างกับนายจะเป็นคนดีนักนี้ คนดีที่ไหนกันใส่ชุดแบบนาย ฉันว่านายเองก็คงเป็นพวกขโมยเหมือนกันใช่ไหมละ ท่าทางนายเองก็คงจะต้องการของสิ่งนี้ด้วยใช่ไหมละ”

คิลทำได้แค่ยิ้มแห้งๆเพราะชุดที่เขาใส่ตอนนี้มันก็ดูเหมือนขโมยจริงๆนั่นละ ไม่นานคิลก็พูดออกมาว่า

“ผมไม่ได้เป็นขโมยนะครับ อีกอย่างผมก็ไม่สนใจของในมือของคุณด้วย เอาเป็นว่าคุณรออยู่ที่นี่จนกว่าพวกอัศวินที่เฝ้ายามอยู่จะมาดีกว่า”

ขณะที่คิลพูดจบก็มีเสียงคนกลุ่มใหญ่กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเขา แถมบนหลังคาก็มีคนอีก 3 คนกำลังพุ่งเข้ามาด้วย หญิงสาวปิดหน้ามองไปรอบตัวก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“นายอยู่ที่นี่ไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่อยู่ด้วยแล้วละ”

พอเธอพูดจบก็ปล่อยของที่เธอหยิบออกมาลงพื้นทันที  ของที่เธอทิ้งลงไปนั้นเป็นลูกแก้วสีแดง พอลูกแก้วหล่นลงพื้นเท่านั้นเปลวไฟขนาดใหญ่ก็ปรากฏออกมาเผาเถาวัลที่พันธนาการเธออยู่ เธอไม่กลัวเปลวไฟที่กำลังเผาไหม้เถาวัลอยู่แม้แต่น้อย เธอยิ่งดิ้นอย่างสุดชีวิตเพื่อให้หลุดจากเถาวัลที่มัดเธอเอาไว้ ไม่นานเธอก็ดิ้นหลุดจากเถาวัลก่อนจะพุ่งตัวจากไปทันที แต่ขณะที่เธอพุ่งตัวจากไปนั้นคิลขยับมือเพื่อเขียนอักษรอีกครั้ง คำที่เขาเขียนกลับเป็นคำว่า

เชือก

อักษรเรืองแสงขึ้นอีกครั้ง พร้อมด้วยเชือกแสงสีแดงพุ่งตรงไปที่ผู้หญิงสวมหน้ากาก แต่เชือกเส้นนี้ไม่ได้พันธนาการตัวเธอ มันกลับพุ่งไปที่กล่องสมบัติแทน เชือกแสงสีแดงตรงเข้าไปมัดกล่องอย่างแน่ถนัด คิลใช้มือซ้ายจับเชือกแสงสีแดงเอาไว้อีกทางจากนั้นก็จัดการดึงเชือกแสงสีแดงในทันที  กล่องสมบัติที่ผู้หญิงปิดหน้าถืออยู่กลับมาอยู่ในมือของคิล เขาพูดออกมาว่า

“ถ้าเธออยากไปก็ควรทิ้งของที่ไม่ใช่ของเธอเอาไว้ด้วยซิ แต่เธอไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวผมจะเอาของสิ่งนี้ไปคืนให้พวกอัศวินเองนะ””

ผู้หญิงปิดหน้าที่รู้ตัวว่ากล่องสมบัติถูกแย่งไปแล้ว เธอหันกลับมามองคิล จากนั้นหันไปมองรอบตัว เธอเห็นคนทั้งสามที่อยู่รอบนอกกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ เมื่อเธอเห็นแบบนั้น เธอก็หันไปมองคิลอีกครั้งก่อนจะพูดออกมาว่า

“ฉันขอฝากเรื่องราวในวันนี้ไว้ก่อนก็แล้วกัน แต่จำไว้เลยนะหนี้ในวันนี้ฉันจะต้องตามไปเอาคืนแน่ๆ”

พอผู้หญิงปิดหน้าพูดจบก็พุ่งตัวไปอย่างรวดเร็ว คิลถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะมองเธอที่วิ่งหนีไปจนลับสายตา ขณะที่คิลกำลังมองเธออยู่นั้น คนทั้งสามคนที่กำลังวิ่งเข้ามาก็เข้ามาล้อมรอบตัวเขาทันที หนึ่งในสามคนพูดออกมาทันทีว่า

จอมโจรรัตติกาล จงยอมให้จับตัวซะดีๆ แกหมดทางหนีแล้ว”

คิลมองไปที่คนทั้งสามที่ตอนนี้พวกเขามายืนอยู่บนหลังคาเดียวกับเขาแล้ว ไม่เพียงแค่นั้นพวกเขาทั้งสามคนยังยืนเป็นรูปสามเหลี่ยมโดยมีคิลอยู่ตรงกลาง คิลมองไปยังชายคนที่พูด เขาเป็นชายวัยกลางคน แต่งเครื่องแบบอัศวิน ในมือถือดาบแถมยังจ้องเขม็งมาที่คิลอีกด้วย ส่วนอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังเขานั้น หนึ่งคนเป็นชายหนุ่มผมแดงในชุดอัศวิน เขาน่าจะมีอายุประมาณ 22 ปี ในมือของเขายังมีมีดสั้นสองเล่มด้วย ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าทั่วไปแต่ในมือของเธอกลับเป็นคทาของจอมเวทย์แทน คิลที่ได้ฟังคำพูดของอัศวินกลางคน เขาก็ส่ายหน้าก่อนจะพูดว่า

“พวกคุณเข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้เป็นไอ้ จอมโจรรัตติกาล อย่างที่คุณบอกหรอกครับ ไอ้จอมโจรคนนั้นหนีไปทางอื่นแล้วละครับ”

อัศวินหนุ่มผมแดงชี้มีดมาที่คิลก่อนจะพูดว่า”ใครที่ชื่อคำของแกก็เป็นคนโง่แล้วละ ไหนจะชุดที่แต่ง ไหนจะของที่อยู่ในมือ สิ่งเหล่านั้นล้วงชี้ชัดว่านายนั้นละคือ จอมโจรรัตติกาล ยอมให้จับตัวเสียแต่โดยดี”

คิลส่ายหน้าอีกครั้งก่อนจะพุดออกมาว่า”ผมบอกแล้วว่าพวกคุณเข้าใจผิด คนที่พวกคุณตามหาไปทางด้านนั้นแล้ว ส่วนไอ้ของนี้ผมชิงจากเธออีกที”

อัศวินหนุ่มคนเดิมพูดออกมาว่า”เชอะ แกอย่ามาโกหกซะให้ยากเลย ตอนที่พวกเรามาถึงที่นี่แล้วก็ไม่มีใครอีกเลยนอกจากนาย แถมเจ้าทุกข์ยังบอกอีกว่าเจ้าโจรที่ขโมยของไปใส่ชุดแบบนายเลย ตอนนี้มีทั้งหลักฐานและพยานยืนยัน นายยังกล้าปฏิเสธอีกหรือยังไง เจ้าจอมโจรรัตติกาล

คิลถอนหายใจออกมา จากนั้นเขาก็โยนกล่องสมบัติในมือไปตรงจุดที่อยู่ใกล้ตัวอัศวินกลางคน แล้วคิลก็พูดออกมาว่า

”เอาเถอะ ผมบอกเรื่องราวทั้งหมดออกไปแล้วพวกคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจพวกคุณก็แล้วกัน ส่วนผมขอตัวก่อนละ”

 พอคิลพูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไปทันที แต่อัศวินหนุ่มผมแดงกลับพุ่งตัวเข้ามาพร้อมพูดออกมาว่า

“แกคิดจะหนีหรือยังไงกัน “

อัศวินหนุ่มผมแดงพุ่งเข้ามาพร้อมกับแทงมีดสั้นในมือ เข้าหาคิลในทันที แต่คิลเอี้ยวตัวเล็กน้อยก่อนศอกกลับเข้าที่หน้าของอัศวินหนุ่มผมแดง

“ผัวะ”

ศอกของคิลกระแทกเข้าที่หน้าของอัศวินหนุ่มผมแดงอย่างเต็มแรง มันทำให้เขาถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ขณะที่คิลกระแทกศอกสวนกลับไปนั้น อัศวินกลางคนก็พุ่งเข้ามาฟันดาบจากด้านหลัง แต่พอดาบจะฟันเข้าหาตัวเขา คิลกลับตัวก่อนจะใช้มือขวาคว้าจับดาบที่ฟันเข้ามาพร้อมใช้มือซ้ายกระแทกเข้าที่ตัวดาบ

“เพล้ง”

ดาบในมือของอัศวินกลางคนหักลง คิลใช้โอกาสนั้นเตะเข้าไปที่เกราะของอัศวินกลางคนจนทำให้เขาเสียหลักล้มลงไปทางด้านหลัง แต่ขณะที่คิลเตะออกไป ลูกไฟขนาดย่อยๆก็พุ่งตรงมาหาคิล เขายิ้มก่อนจะใช้นิ้วซ้ายเขียนคำว่า

            โล่

แต่ครั้งนี้อักษรกลับไม่มีแสงปรากฏออกมา แต่เมื่อลูกไฟขนาดย่อมเข้ามาใกล้คิล ลูกไฟก็สลายไปทันที ซึ่งมันทำให้หญิงสาวที่เป็นเจ้าของลูกไฟอึงไปทันที คิลอาศัยจังหวะนี้พุ่งตัวไปด้านบน แต่ขณะที่พุ่งตัวออกไปนั้น เสียงของอัศวินหนุ่มผมแดงก็ดังขึ้นมาว่า

“แกจะหนีไปไหนกัน”

อัศวินหนุ่มไม่พูดเปล่าเขายังพุ่งตรงมาที่คิลพร้อมอาวุธในมืออีกด้วย คิลใช้ปลายดาบที่อยู่ในมือขวาขว้างเข้าใส่อัศวินหนุ่มที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขา แต่อัศวินหนุ่มผมแดงกลับใช้มือปัดออกไปได้ซึ่งจังหวะนี้เองที่ทำให้คิลใช้มือขวาเขียนอักษรออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คือคำว่า

กระโดด

            แสงจากอักษรปรากฏออกมาซึ่งมันตรงเขาไปที่ขาทั้งสองข้างของคิล จากนั้นเขาก็ทะยานตัวออกไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วจนพวกอัศวินทั้งสามไม่อาจทำอะไรได้อีกเลย อัศวินผมแดงและหญิงสาวนักเวทย์มองคิลที่หนีไปอย่างลอยนวลด้วยสายตาโมโหแบบสุดๆ ผิดกับอัศวินกลางคนที่ดูสงบและเยือกเย็น เขาก้มตัวไปเก็บกล่องสมบัติใบนั้นขึ้นมา ก่อนจะพูดว่า

 “ตอนนี้พวกเราก็ได้ของคืนมาแล้ว ถ้ายังไงพวกเราถอนกำลังคนไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวพวกชาวบ้านจะตื่นตูมกันไปซะเปล่า ส่วนเรื่องจอมโจรรัตติกาลนั้นค่อยว่ากันทีหลัง”

พออัศวินกลางคนพูดจบก็ร่ายเวทย์บางอย่างขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งมันก็พุ่งตัวออกเป็นแสงสีฟ้าซึ่งมันก็เป็นสัญญาณให้กองกำลังทั้งหมดถอนตัวกลับนั้นเอง ส่วนพวกเขาทั้งสามคนที่ยิ่งสัญญาณออกไปแล้วก็พุ่งตัวไปอีกทาง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #74 ประกฤติ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 / 16:41
    ขอบคุณมากครับ

    สนุกมากครับ รอตอนต่อไปนะครับ
    #74
    0
  2. #17 zZeRoz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:48
     สนุกคับ
    #17
    0
  3. #16 kanyka (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:47
    เป็นแนวนิยายที่น่าสนใจดีนะคะ
    #16
    0
  4. #15 boom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:12
    วาตะมายังไงครับ

    ย่อหน้าที่3 แก้ด้วยครับ
    #15
    0