พันธนการรัก สัญญาแห่งนิรันดิ์

ตอนที่ 13 : จอมมนตราตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    23 ธ.ค. 55

            คำพูดของปู่รอนทำเอารุยด้าถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะการจะใช้เวทย์สายเดียวให้ชำนาญนั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว แต่ไอ้คนปากสุนัขนั้นกลับชำนาญเวทย์ถึง 5 สายด้วยกัน เธอแค่คิดถึงจุดนี้ เธอก็แทบเป็นใบ้ไปในทันที  ไม่นานเธอก็หันมาพูดกับปู่รอนด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า

            “คุณปู่ค่ะ ปู่แน่ใจนะว่าปู่ไม่ได้เข้าใจผิดไป จากที่หนูเห็นไอ้บ้านั้นน่าจะมีอายุไม่เกิน 25 ปี มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่หมอนั่นจะสำเร็จเวทย์ทั้ง 5 สายได้เลย ดูอย่างอเล็กที่คนรักของลาล่า เขาถูกจัดเป็นอัจฉริยะด้านเวทมนตร์ในรอบ 10 ปี เขายังเพิ่งจะได้เป็นจอมเวทย์ดำตอนอายุ 26  นี่ขนาดเขาเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนทั่วไปเกือบ 10 เท่าแล้วนะ ไอ้บ้านั้นเป็นใครมาจากไหนถึงได้เก่งขนาดนั้น หนูว่าปู่ต้องเข้าใจผิดไปแน่ๆ”

            ปู่รอนส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า”ปู่ไม่ได้เข้าใจผิดแน่ๆ เพราะกำไลที่เจ้าหนูนั้นส่งให้ปู่ดูในตอนแรกนั้น ปู่เคยเห็นมันมาก่อนแล้ว ตอนที่มันถูกเก็บไว้ในหอคอยแห่งการทดสอบ ไหนจะพลังเวทย์ที่กระจายออกมาจากกำไลนั้นอีก ปู่จึงมั่นใจว่ากำไรนั้นเป็นของจริงแน่ๆ ส่วนเรื่องที่ไอ้หนูนั้นเรียนรู้เวทย์ทั้ง 5 สายได้ยังไงนั้น ปู่ไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้ปู่กำลังกลัวเรื่องที่จะเกิดต่อจากนี้ต่างหากละ”

            รุยด้ามองปู่รอนอย่างงงๆ ก่อนจะถามออกมาว่า” คุณปู่กำลังกังวลเรื่องอะไรหรือคะ จริงอยู่ว่าไอ้บ้านั้นเก่งมากๆๆ และอาจจะเป็นจอมมนตราอย่างที่คุณปู่บอกจริง แต่หนูก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับพวกเราตรงไหนเลยนี่ ที่สำคัญคนที่จะกลุ้มใจน่าจะเป็นไอ้บ้านั้นมากกว่า เพราะมันดันไปยุ่งกับเซร่าจังที่เป็นคนรักของนายฮีโร่ซะได้ ปู่ก็รู้ว่านายฮีโร่นั้นถนอมเซร่าจังขนาดไหม  งานนี้หนูว่ามีคนได้นอนจมกองเลือดแน่ๆ”

            พอรุยด้าพูดจบ เธอก็ยิ้มออกมาแบบสะใจเหมือนกับว่าเอกำลังภาวนาให้คิลจมกองเลือดอยู่ ปู่รอนมองหลานสาวที่เป็นแบบนั้น ก่อนจะพูดออกมาว่า”นั้นละที่ทำให้ปู่กังวลมากๆ ปู่หวังว่าสิ่งที่เซร่าเลือกจะถูกต้องนะ ไม่เช่นนั้นเรื่องเลวร้ายชนิดว่าไม่อาจจะจิตนาการได้จะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ“

            รุยด้ามองปู่รอน ก่อนจะพูดมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจว่า”คุณปู่ค่ะ หนูไม่เข้าใจเลยว่าปู่จะไปห่วงไอ้บ้านั้นทำไมกัน ปู่ไม่เห็นหรือว่ามันทำกับปู่ยังไง หนูว่าคนอย่างไอ้บ้านั้นต้องตายอย่างทรมานละดีแล้ว ถ้าเป็นไปได้หนูอยากให้มันตายแบบไร้ดินกลบหน้าเลยด้วย”

            ปู่รอนส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเครียดๆว่า”ปู่ไม่ได้ห่วงเจ้าหนูนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามปู่กำลังห่วงตระกูลแอชราส และ เมืองแห่งนี้ต่างหากละ “

            รุยด้าที่ได้ฟัง เธออึงไปอีกรอบ ไม่นานเธอก็พูดออกมาว่า”คุณปู่หมายความว่ายังไงคะ  

            ปู่รอนมองรุยด้า ก่อนจะพูดว่า”มันก็เป็นอย่างที่หลานได้ยินนั้นละ สมมุติว่าเซร่าเลือกฮีโร่ตามหัวใจของตัวเอง ตระกูลแอชราสจะต้องถูกลบหายไปจากเมืองนี้แน่ๆ แถมเป็นการลบหายไปอย่างทรมานที่สุดด้วย  ไม่เพียงแค่นั้น ความเลวร้ายที่เกินจาการเลือกในครั้งนี้อาจจะส่งผลทำให้เมืองแห่งนี้ถูกลบหายไปจากแผนที่อีกด้วย ไม่สิ ดีไม่ดีอาจจะถูกลบหายไปจากประวัติศาสตร์เลยก็เป็นได้”

            รุยด้าที่ได้ยินเธอถึงกับกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึก ก่อนจะพูดออกมาว่า”คุณปู่อย่าล้อเล่นแบบนี้ซิค่ะ หนูไม่ขำด้วยหรอกนะ จริงอยู่ไอ้บ้านั้นจะเป็นถึงจอมมนตรา แต่ตระกูลแอชราสก็มีอัศวินที่ฝีมือและจอมเวทย์อยู่มาก ไม่ต้องคิดถึงคนอื่นแค่ 3 พี่น้องแอชราสที่ประกอบด้วย ฮีโร่น้องคนที่ 3 ที่เป็นความหวังใหม่ของอัศวิน อเล็กพี่ชายคนรองที่เป็นจอมเวทย์ดำผู้เชียวชาญเวทย์ดำเป็นที่สุดในเมืองนี้ อีกทั้งอเลนหัวหน้ากองอัศวินองค์รักษ์ประจำตัวพระราชา แค่ 3 คนที่ว่ามาไอ้บ้านั้นก็เทียบไม่ติดแล้ว“

            รุยด้าหยุดพูดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า”นี่หนูยังไม่รวม 8 อัศวินฟ้า 8 อัศวินพสุธา และ  4 จอมเวทย์ที่เป็นอัศวินในสังกัดตระกูลนี้อีก หนูว่าคนที่จะตายก็มีแต่ไอ้บ้านั้นเท่านั้นละ ส่วนเรื่องเมืองแห่งนี้ยิ่งไม่ต้องห่วงเพราะมีคุณร็อคกับแม่ทัพอัศวินที่มีฝีมืออีกมาก ไอ้บ้านั้นถ้ามาหาเรื่องกับเมื่องนี้จริงๆก็มีแต่ตายสถานเดียวนั้นละค่ะ”

            รุยด้าพูดออกมาแบบมั่นใจในความคิดของเธอ ปู่รอนที่เห็นแบบนั้น เธอส่ายหน้าก่อนจะพูดว่า”ถ้าหลานไม่เชื่อสิ่งที่ปู่บอกก็ตามใจหลานเถอะ  แต่ปู่ขอบอกไว้เลยนะว่พวกคนที่หลานพูดมาทั้งหมดก็ไม่แน่ว่าจะรับมือเวทมนตร์ของเจ้าหนูนั้น ได้เกิน 10 บท ดีไม่ดี แค่บทเดียวจะรับได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”

            รุยด้าที่ได้ยินย เธอทำท่าจะเถียงปู่รอนกลับไป แต่ปู่รอนก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบหนังสือเก่าๆที่ซ่อนอยู่ในช่องลับของโต๊ะส่วนตัวมาส่งให้กับรุยด้า เธอรับหนังสือเล่มนี้มา ก่อนจะจ้องมองปกที่มีชื่อเขียนเอาไว้ว่า “คู่มือสำหรับจอมเวทย์ พิมพ์ครั้งที่ 1” ปู่รอนที่เห็นว่ารุยด้ามองชื่อหนังสือแล้ว เขาก็พูดออกมาว่า

            “หนังสือเล่มนี้คือคู่มือจอมเวทย์ที่พิมพ์ออกมาเป็นครั้งแรก ซึ่งมันถูกพิมพ์ออกมาเมื่อ 700 กว่าปีก่อน ซึ่งมันต่างจากคู่มือของจอมเวทย์ในปัจจุบันเป็นอย่างมากเพราะคู่มือในปัจจุบันได้ตัดส่วนเนื้อหาที่ไม่สามารถมีใครทำได้ออกไปจนเกือบหมดแล้ว ดังนั้นคู่มือจอมเวทย์ในมือหลานถือว่าเป็นคู่มือจอมเวทย์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดอีกด้วย ในหนังสือเล่มนี้ยังบอกถึงวิธีทดสอบการเป็นจอมปราชญ์และจอมมนตราเอาไว้อีกด้วยซึ่งวิธีการทดสอบนั้นยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย  และผู้ที่ควบคุมการสอบพวกนั้นก็คือตัวแทนจอมเวทย์ระดับสูงของนครมนตรา หรือพูดง่ายๆก็คือพวกสภาจอมเวทย์นั้นเอง ซึ่งคนที่จะได้รับการยอมรับให้เป็นจอมปราชญ์ต้องได้ความเห็นชอบจากสภาด้วยเสียงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ถึงจะเป็นได้ ส่วนจอมมนตราต้องได้รับการยอมรับ 100 เปอร์เซ็นต์นะ ซึ่งมันแทบไม่มีทางเป็นไปได้เลยในปัจจุบันถ้าคนที่สอบไม่แน่จริง”

            ปู่รอนหยุดพูดเล็กน้อย ก่อนจะชี้ไปที่หนังสือพร้อมพูดออกมาว่า”แถมการทดสอบจอมมนตราจะแบ่งออกเป็น 10 ขั้นตอน ซึ่งความอยากในแต่ละขั้นจะยอกมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในหนังสือเล่มนี้จะเขียนแค่ขั้นแรกที่เป็นการทดสอบพื้นฐานของเวทย์สายต่างเท่านั้นเอง ส่วนการทดสอบตั้งแต่ขั้น 2-10 จะเป็นการทดสอบจากจอมเวทย์แต่ละสายเป็นรายบุคคล ถ้าไม่ผ่านเพียงครั้งเดียวจะถือว่าสอบตกไปในทันที “

            ปู่รอนหยุดถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อว่า” หลานเปิดหนังสือเล่มนี้ไปหน้าที่ 257 ดูซิแล้ว หลานจะเข้าใจเองว่าทำไมปู่ถึงได้พูดแบบนั้นออกมา “

            พอปู่รอนพูดจบ เขาก็เดินเข้าไปด้านในร้านด้วยอารมณ์ที่แย่มากๆๆ  โดยปู่รอนปล่อยรุยด้าไว้กับหนังสือเล่มนั้นเพียงลำพัง รุยด้ามองหนังสือในมือ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเปิดหนังสือหน้า 257 ตามที่ปู่รอนได้พูดไว้ ไม่นานรุยด้าก็อ่านหนังสือในหน้านั้นจนจบ เธอถึงกับมือสั่นจนทำให้หนังสือเล่มนั้นตกลงพื้น สักพักรุยด้าก็พูดกับตัวเองเบาๆว่า

            “ไม่จริงน่า!  มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงแน่ๆ คนที่ทำแบบนี้ได้ก็มีแต่ปีศาจเท่านั้นละ ”

            ขณะที่รุยด้ากำลังพูดกับตัวเองนั้นกลับไปกลับมานับ100 เที่ยว หนังสือที่รุยด้าทำตกก็ถูกลมพัดเปิดไปยังหน้าที่ 257 พอดีโดยหน้านี้เขียนเอาไว้ว่า

                      10 บททดสอบเวทย์พื้นฐาน ขั้น 1 สำหรับผู้ต้องการเป็น จอมมนตรา

                       (ผู้ที่ไม่สามารถทำได้แม้แต่ 1ข้อจะถือว่าหมดสิทธ์สอบต่อในทันที )

1 . ใช้เวทย์บังคับน้ำทะเลให้แยกออกจากกัน จนกว่ากองทัพ 10 กองพันจะเดินผ่านไปจนหมด และระยะทางของการแยกน้ำทะเลนั้นต้องมากกว่า 20 กิโล

2. ใช้เวทย์ลมในการทำน้ำให้เดือด

3. ใช้เวทย์ดินในการรวบรวมเศษดินมาสร้างภูเขาที่สูงกว่าพื้นดิน 3 กิโล

4.ใช้เวทย์คำสาปสังหาร ฆ่า คีเมร่าที่หุบเขาปีศาจในทวีปแห่งความมืด ถ้าไม่เจอตัวคีเมร่าให้ฆ่ามังกรทมิฬหรือไม่ก็หัวหน้าฝูงมังกร แทนได้

5. ใช้เวทย์เพลิงในการเผาเสื้อผ้าที่ตัวของเด็กทารก โดยห้ามทำให้เด็กทารกร้องไห้ หรือได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

6. ใช้เวทย์รักษาในการสังหารอสูร ให้ได้มากกว่า 40 ตัว แต่ละตัวต้องอยู่ในระดับสัตว์ปีศาจ

7. ใช้เวทย์อัญเชิญ สัตว์อสูรระดับสูงออกมาได้คราวละ 4 ตัว และต้องทำให้สัตว์อสูรเหล่านั้นอยู่ได้มากกว่า 2 ชม.ด้วย

8. ใช้เวทย์อัญเชิญ ภูติรับใช้ระดับสูงออกมาได้คราวละ 4 ตัว และต้องทำให้ภูติเหล่านั้นอยู่ได้มากกว่า 2 ชม.อีกด้วย

9. สามารถผสมผสานเวทย์ตั้งแต่ 2 สายขึ้นไปให้มารวมเป็นเวทย์เดียวกันได้

10. สามารถผสมเวทย์ทั้ง 4สายให้มีอยู่มาเป็นเวทย์เดียวกันได้

ด้านนอกของเมือง

            รถเทียมม้าค่อยๆแล่นออกมาจากประตูเมือง โดยรถคันนี้มีผู้โดยสารมาด้วยกันทั้งหมด 4 คน เป็นผู้หญิง 2คน ผู้ชาย 1 คน และเด็กอีก1 คน ตอนนี้ผู้โดยสารที่เป็นผู้ชายกำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์เหมือนกับว่าเรื่องราวที่อยู่ในรถและนอกรถล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย ส่วนผู้โดยสารหญิงอีก 2 คนต่างจ้องมองผู้โดยสารที่เป็นเด็กสาวอย่างโกรธๆ ไม่นาน 1 ในหญิงสาวก็พูดออกมาว่า

            “ยูริน ทำไมหนูถึงทำแบบนี้ละ หนูรู้ไหมว่าพวกพี่ทั้ง 3 คนจะไปที่ไหนกัน แล้วทำไมหนูยังขอตามไปอีกละ นี่ถึงขนาดเข้ามาแอบซ่อนในรถเลยนะ การที่หนูทำแบบนี้นะมันแย่มากเลย“

            ยูรินมองหญิงสาวที่พูด ก่อนจะก้มหน้าลงแบบสำนึกผิด สักพักเธอก็พูดออกมาว่า”คุณลาล่า เออ หนูขอเรียกว่าพี่ลาล่านะค่ะ หนูทราบดีว่าพวกพี่กำลังจะไปที่ไหนกัน แต่หนูก็ยังอยากจะไปด้วย พี่รู้ไหมว่าหนูรอคอยคนที่มารับภารกิจมานานเท่าไร รู้ไหมว่าหนูต้องเห็นคุณแม่เจ็บปวดเพียงใด หนูทนต่อไปไม่ไหวแล้วละ หนูกลัวจริงๆ หนูกลัวว่าแม่ของหนูจะต้องตายโดยที่หนูได้แต่นั่งมองโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลยนะ หนูไม่อยากจะเป็นแบบนั้นเลย พี่ลาล่าให้หนูไปช่วยพวกพี่ทำภารกิจด้วยนะ หนูรับรองว่าจะไม่เป็นตัวถ่วงแน่ๆ”

            คำพูดของยูรินทำเอาลาล่าได้แต่นิ่งเงียบ เธอมองยูรินอยู่สักพักก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า” ยูริน พี่เข้าใจความรู้สึกของหนูดี แต่ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่หนุจะไปกับพวกพี่เลย เพราะสถานที่พวกพี่จะไป ป่าต้องห้ามนะ ซึ่งพี่เองก็ไม่รู้ว่าจะป้องกันตัวเองจนมีชีวิตรอดกลับมาได้ไหม แล้วจะให้พี่พาน้องไปได้ยังไงละ เอาแบบนี้นะเดี๋ยวพี่จะให้รถจอดแล้ว หนูก็ค่อยเดินกลับไปไปละกัน”

            ยูรินที่ได้ยินแบบนั้น เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง แต่จากนั้นไม่นานเธอก็หันไปมอง             เซร่าแทน เซร่าที่เห็นยูรินมองมา เธอก็เอื้อมมือไปลูปหัวของยูรินก่อนจะพูดว่า

            “พี่เองก็คิดแบบเดียวกับพี่ลาล่านะ ยูรินควรคอยพวกพี่อยู่ที่บ้านจะดีกว่านะ ยูรินไม่กลัวว่าคุณแม่จะเป็นอะไรตอนที่ยูรินไม่อยู่เหรอ? พวกพี่รับรองจะทำภารกิจในครั้งนี้อย่างสุดความสามารถเลย ยูรินเชื่อฟังพวกพี่และกลับบ้านไปแต่โดยดีนะ”

            ยูรินที่ได้ยินเซร่าพูดแบบนั้น สีหน้าของเธอก็ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก ยูรินจึงได้แต่หันไปมองคิลที่นอนอยู่แทน ขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรออกไปนั้น เสียงของคิลก็พูดออกมาว่า

            “ถ้าหนูอยากไปก็ตามใจ พี่ไม่ห้ามหรอกเพราะชีวิตเป็นของหนูจะทำอะไรก็ตามสบาย ส่วนถ้าคนอื่นมีปัญหาก็ไม่ต้องไปสนใจให้มากนัก เพราะถึงอย่างไงคนที่เป็นหัวหน้าทีมนี้ก็คือผม คนอื่นไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้วละ”

            ยูรินที่ได้ยินคิลพูดแบบนั้น เธอถึงกับยิ้มขึ้นมาทันที ผิดกับลาล่าและเซร่าที่หน้าเสียไปตามกันที่คิลพูดออกมา ไม่นานเซร่าก็ตะโกนขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจใครว่า

            “ไอ้บ้า แกคิดอะไรของแกกันนะ แกก็รู้ไม่ใช่หรือว่าพวกเราต้องเข้าไปในป่าต้องห้ามกัน แกยังจะพาเด็กคนนี้เข้าไปอีกเหรอ? แกนี้มันมีสำนึกความเป็นหัวหน้าทีมอยู่บ้างไหมเนี่ย “

            คิลมองเซร่าจัง ก่อนจะพูดออกมาว่า”เออ ผมว่าแทนที่เซร่าจะห่วงยูริน คุณควรจะห่วงตัวเองก่อนดีไหม ขนาดตัวตนที่แท้จริงของป่าต้องห้ามคุณยังไม่ทราบเลยยังมีหน้ามาพูดอีกว่าอันตราย ผมว่างานนี้คนที่เป็นตัวถ่วงที่สุดก็คือ เซร่าจังนั้นละ”

            คิลพูดจบเขาก็หันไปมองลาล่า จากนั้นก็พูดว่า”รองลงมาก็คือคุณลาล่า พวกคุณทั้งสองคนต่างเป็นตัวถ่วงซะยิ่งกว่ายูรินอีกนะครับ ผมว่าถ้าจะมีคนที่ผมอยากจะให้กลับไปเฝ้าเมืองจริงๆละก็มันก็คงไม่พ้นคุณทั้งสองคนหรอก แต่ติดที่ว่าผมอยากใกล้ชิดและทำความคุ้นเคยกับเซร่าในฐานะคู่หมั้นซะด้วย  ดังนั้นผมก็เลยปล่อยให้พวกคุณตามไปด้วยยังไงละ“

            คำพูดของคิลทำเอาเซร่าแทบจะเข้าไปต่อสู้กับคิลให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ลาล่ากลับจับเซร่าเอาไว้ได้ทัน ลาล่าพยายามปลอบเซร่าเท่าที่จะทำได้ เซร่าที่ได้ยินคำปลอบของลาล่า เธอจึงได้สงบลงแต่ก็ไม่ลืมส่งสายตาโกรธๆไปให้คิล ลาล่าที่เห็นว่าเซร่าเริ่มจะสงบลงแล้ว เธอจึงหันไปพูดกับคิลว่า

            “คุณคิล ฉันในฐานะสาวใช้และผู้นำทางที่ท่านหญิงโอเรล่าให้มานำทางคุณ ฉันไม่เคยคิดจะเถียงหรือขัดแย้งกับสิ่งที่คุณพูดมา แต่เรื่องของยูรินในครั้งนี้ฉันคงต้องขอเถียงหน่อยละค่ะ ฉันขอบอกตามตรงเลยนะว่าการพายูรินไปป่าต้องห้ามถือว่าเป็นสิ่งที่โง่เง่ามากที่สุดเลย คุณเอาอะไรคิดถึงได้จะทำแบบนี้ละ”

คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขายิ้มพร้อมพูดว่า”ความเป็นจริงยังไงละครับ “

“ความเป็นจริง! คุณหมายความว่ายังไงกันคะ ถ้ายังไงช่วยอธิบายหน่อยจะได้ไหม”ลาล่าพูดออกมาแทบจะในทันที

คิลถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า”ความเป็นจริงที่ว่ายูรินสามารถเข้าและออกจากป่าต้องห้ามได้ปลอดภัยกว่าพวกคุณทั้งสองคนยังไงละ ส่วนเหตุผลที่เป็นแบบนั้นเพราะป่าต้องห้ามมีพลังบางอย่างที่จะดึงจิตด้านมืดของผู้คนออกมาเป็นพลังให้กับป่า และพลังจากจิตใจด้านมืดนั้นจะไปเป็นสิ่งล้อตาล้อใจให้พวกสัตว์อสูร และอสูรที่อยู่ในป่าเข้ามาเล่นงานคนที่เดินเข้าไปยังไงละ แต่พลังนั้นจะไม่ออกมา ถ้าในใจของผู้คนมีความหวังอย่างแรงกล้า ซึ่งในจุดนี้ยูรินมีอยู่อย่างเหลือเฟือ ดังนั้นการที่ผมเอายูรินไปด้วยก็เพราะเธอก็คือเครื่องรางคุ้มกันพวกคุณจากสัตว์ร้ายในป่ายังไง”

            “.........”ไม่มีคำพูดหรือคำด่ามาจากลาล่าและเซร่า พวกเธอได้แต่จ้องมองคิลด้วยสายที่ไม่อาจจะประเมินอารมณ์ออกมาได้ ไม่นานเซร่าก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโกรธๆว่า

            “ไอ้บ้าคิล ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องบ้าๆแบบนี้มาก่อนเลย แกกำลังพยายามโกหกเพื่อที่จะพายูรินไปด้วยให้ได้ใช่ไหมละ แกนี้มันนอกจากเป็นพวกโรคจิตชอบรังแกผู้หญิงแล้ว แกยังเป็นพวกชอบกินเด็กอีกใช่ไหม”

            คิลที่ได้ยินเซร่าถามออกมาแบบนั้น เขามองเซร่าก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียและท่าทางที่จริงจังว่า

            ”เซร่าจัง ผมเคยบอกเอาไว้แล้วว่า ผมไม่มีวันโกหกคุณอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนผมก็จะไม่โกหกคุณ นี่คือสัญญาแห่งชีวิตของผม ส่วนเรื่องที่ผมพูดเกี่ยวกับป่าต้องห้ามนั้น มันเป็นความจริงทุกประการ ถ้าเซร่าจังไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดคุณจะไปตรวจสอบเรื่องพวกนี้ในห้องสมุด ไม่ก็สอบถามกับพวกจอมเวทย์สายพฤกษาที่เชี้ยวชาญเรื่องป่าดึกดำบรรพ์ หรือไม่ก็นักวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกับป่าดึกดำบรรพ์ดูก็ได้ ถ้ามันผิดไปจากที่ผมพูด ผมจะยอมถอนหมั้นเซร่าจังเลย “

            คำพูดของคิลทำเอาเซร่าจังพูดไม่ออกเลยเพราะไม่ว่าน้ำเสียงและท่าทางของคิลในเวลานี้มันทำเอาเธอไม่อาจจะพูดได้ว่าเขากำลังโกหกเธอ ไม่เพียงแค่นั้นท่าทางของคิลในตอนนี้ยังให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด มันเหมือนกับว่าเขาสามารถเป็นที่พึ่งของเธอได้ยิ่งกว่าฮีโร่เสียอีก เซร่ารีบสะบัดหน้าเพื่อให้ลืมความคิดนี้ทันที ไม่นานเธอก็พูดออกมาว่า

            “ในเมื่อนายยืนยันจะพูดแบบนั้น นายมีหลักฐานที่จะยืนยันในคำพูดของนายไหมละ ถ้าไม่มีนาย คำพูดของนายก็เป็นแค่การโกหกเท่านั้นเอง ว่าไงละนายมีหลักฐานที่ยืนยันคำพูดของนายไหมละ”

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะตวัดนิ้วเป็นคำว่า “ช่องว่าง

            แสงจากอักษรพุ่งตรงไปบริเวณด้านหน้าของคิล ไม่นานบริเวณนั้นก็ปรากฏแสงสีดำที่เป็นจุดเล็กๆปรากฏออกมา จากนั้นมันก็ค่อยๆขยายตัวขึ้นจนมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 ซม. คิลรีบยื่นมือเข้าไปในนั้น สักพักเขาก็ดึงมือออกมาพร้อมกับหนังสือเล่มสีน้ำตาล 1เล่ม และม้วนกระดาษอีก 1 ม้วน พอคิลดึงมือออกมาแล้วช่องว่างสีดำนั้นก็หายไป ภาพที่คิลร่ายเวทย์จนถึงเวลาที่เขาหยิบหนังสือและม้วนกระดาษออกมา มันทำเอาเซร่า ลาล่าและยูรินถึงกับอึงไปพักใหญ่ แต่ขณะที่พวกเธอกำลังอึงกับภาพที่เห็นอยู่นั้น หนังสือที่คิลดึงออกมาก็หล่นลงบนตักของเซร่า พร้อมกับเสียงของคิลที่ดังขึ้นมาว่า

            “เปิดหน้าที่ 357 บทที่ว่าเกี่ยวกับ ป่าดึกดำบรรพ์ ซึ่งในนั้นมันจะมีแผนที่โบราณอยู่ด้วย อ้อ ส่วนนี้คือม้วนแผ่นที่ของปัจจุบัน พวกคุณเอาไว้เปรียบเทียบกับแผ่นที่โบราณในนั้นก็แล้วกันนะ “

            คิลที่พูดจบเขาก็ยื่นม้วนแผ่นที่ไปให้กับเธอ เซร่ายื่นมือมารับกับแผนที่อย่างอึงๆ ไม่นานเธอก็พูดออกมาว่า

            “คิล นายเป็นใครกันแน่ ทำไมนายถึงใช้เวทย์ หลุมเก็บของ ได้ เวทย์บทนี้น่าจะหายไปพร้อมกับตำราเวทย์ตั้งแต่สงครามครั้งที่แล้วนี่ “

            คิลไม่ตอบ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า”ผมว่าแทนที่จะสนใจเรื่องของผม เซร่าควรจะสนใจหนังสือและแผนที่มากกว่านะ จากนั้นคุณจะทราบว่าผมพูดความจริงทุกประการ”

            เซร่า ลาล่าและยูรินต่างจ้องมองหนังสือเล่มนั้นทันที หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ”รายงานการวิจัยป่าดึกดำบรรพ์ โดย จอมปราชญ์ รีวองเช่” ลาล่าถึงกับทำสีหน้าตกใจเมื่อเห็นหน้าปกของหนังสือเล่มนี้ ไม่นานเธอก็หันไปมองคิลพร้อมพูดออกมาว่า

            “เป็นไปไม่ได้ นี่มันงานวิจัยของจอมปราชญ์ รีวองเช่ ที่ว่ากันว่าเป็นจอมปราชญ์ที่เก่งที่สุดในรอบ 500 ปี แต่งานวิจัยของเขาน่าจะหายสาบสูญไปจนหมดแล้วนี้ ทำไมถึงยังมีอยู่อีกละ ขนาดหอสมุดเวทย์ที่ใหญ่ที่สุดในนครแห่งมนตรายังไม่มีงานวิจัยของเขาเลย ทำไมคุณถึงมีมันได้ละ“

            คิลยิ้มแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมา ลาล่าที่เห็นว่าคิลไม่ยอมตอบคำถาม เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเพราะรู้ว่าจะไม่มีวันได้คำตอบแน่นอน ลาล่าหันไปสนใจหนังสือกับแผนที่ในมือของเซร่าแทน ไม่นานลาล่าก็ขอหนังสือเล่มนั้นจากเซร่าไปอ่าน

เวลาผ่านไปได้ 20 นาที

            ลาล่าปิดหนังสือลงพร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนก เธอหันไปมองคิลที่ตอนนี้ยิ้มอย่างสบายอารมณ์พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า

            “ไม่คิดเลยว่า งานวิฉัยของท่านรีวองเช่จะน่ากลัวและลึกลับขนาดนี้ ถ้าเกิดสิ่งที่เขียนอยู่ในนี้เป็นความจริง การที่หนังสือเล่มนี้ยังมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ มันจะเป็นตัวก่อให้เกิดสงครามชนิดที่ไม่อาจจะจินตนาการได้เลยนะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณไปได้หนังสือเล่มนี้มาได้ยังไง แต่ฉันแนะนำว่าคุณควรจะทำลายมันทิ้งไปดีกว่านะค่ะ ไม่งั้นคุณนั้นจะเดือดร้อนในภายหลัง”

            พอลาล่าพูดจบ  เธอก็ส่งหนังสือพร้อมแผนที่คืนให้คิล พอคิลได้รับหนังสือมาเขาก็ตวัดนิ้วเพื่อเรียกหลุมดำออกมาอีกครั้ง พร้อมกับโยนหนังสือและแผนที่เข้าไปในนั้นอีกครั้ง   คิลที่จัดการทำแบบนั้นเสร็จ เขาก็หันมาพูดกับลาล่าว่า

            “ถ้าผมทำได้ผมคงทำไปนานแล้วละครับ หนังสือที่คุณอ่านเมื่อสักครู่ คือต้นฉบับที่สมบูรณ์แบบเพียงเล่มเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในโลกนี้และในหนังสือเล่มนั้นยังเขียนสิ่งที่เป็นประโยชน์เอาไว้อีกมาก ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณลาล่าวัดค่าของหนังสือที่ตรงไหนว่ามันเป็นหนังสือดี หรือหนังสือชั่วร้าย แต่สำหรับผมแล้วหนังสือไม่มีความผิด แต่ผิดที่คนนำความรู้ไปใช้ซะมากกว่านะ “

            ลาล่า เซร่า และยูรินที่ได้ยินแบบนั้น พวกเธอต่างจ้องมองคิลด้วยสายตาที่แตกต่างกัน สำหรับลาล่าและเซร่าต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาที่สับสนกับสิ่งที่ได้ยินและได้ฟัง ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะพวกเธอไม่คิดว่าคิลจะพูดแบบนี้ออกมา ส่วนยูรินกับมองคิลด้วยสายตาที่ชื่นชมในสิ่งที่เขาพูด สักพักคิลก็พูดออกมาว่า

            “ผมว่าเรื่องนั้นเอาไว้ค่อยพูดคนที่หลังเถอะ แต่ตอนนี้คุณลาล่าที่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว ยังคิดจะคัดค้านไม่ให้ยูรินไปอีกหรือเปล่าละครับ”

            ลาล่าจ้องมองคิลก่อนจะพูดว่า”ฉันไม่มีสิทธ์ที่จะทำแบบนั้นอยู่แล้วละ ยิ่งได้อ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว ฉันจึงทราบว่าทำไมคุณคิลถึงคิดจะให้ยูรินไป เอาเป็นว่าฉันยอมให้ยูรินตามไปก็ละกันค่ะ”

            ยูรินที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ถึงกับยิ้มขึ้นมาในทันที คิลที่เห็นลาล่ารับปากแล้ว เขาก็หันไปมองเซร่าพร้อมพูดว่า

            “แล้คุณเซร่าละครับ ตกลงว่ายังไง”

            เซร่าที่ได้ยินดังนั้น เธอก็รีบพุดออกมาว่า”ในเมื่อพี่ลาล่าอนุญาตแล้ว ฉันก็ไม่คิดจะคัดค้านอะไรอีก แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้ายุรินเป็นอะไรไป นายต้องเป็นคนรับผิดชอบสถานเดียวเข้าใจไหม”

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็พูดออกมาว่า”ผมว่าเซร่าจังห่วงตัวเองเถอะครับ เพราะคนที่เป็นตัวถ่วงที่สุดในเวลานี้ก็คือ เซร่าจังนั้นละ”

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #141 ชอบ... (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2555 / 00:10
    ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตาม ขอตอนใหม่เร็วๆครับ
    #141
    0
  2. #140 SouL Mate_ball (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2555 / 21:20
    จะรออ่านตอนต่อไปนะคับ สู้ๆ
    #140
    0
  3. #139 zZeRoz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2555 / 02:30
    อ่านเรื่องนี้แล้วขนลุกทุกตอนวุ้ย แบบว่า มันส์ สะใจ



    ไรเตอร์รีบลงอีกนะคร้าบบบ
    #139
    0
  4. #138 gokutara (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2555 / 20:05
    แรง!!!
    หน้าแตก เพล้งๆๆๆๆ

    สองสาวบางทีก็น่าหมั่นไส้แฮะ แต่เอาเหอะเพราะข้าน้อยมั่นใจว่า
    บทบาทของเธอ ก็คงจะสำคัญบ้าง
    อาจจะน่าเบื่อ นี่ถามกับตัวเองว่า "ในโลกเราจะมีผู้หญิงที่น่าเบื่อ งี่เง่าแบบนี้หรือเปล่า?"
    ถ้ามีแบบนี้ ทำให้อยากบีบคอให้ตายเลย ชิชะ! เฮ้อ
    แต่มันก็คงจะสร้างเรื่องให้นิยายเรื่องนี้ดำเนินต่อไปด้วยความสนุกสนานได้
    อภัยให้ล่ะกัน แต่อย่าทำให้คิลเสียใจนะ ไม่งั้นเรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่!!(55)
    #138
    0