พันธนการรัก สัญญาแห่งนิรันดิ์

ตอนที่ 12 : จอมมนตรา ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    13 ธ.ค. 55

            เมื่อสิ้นเสียงของยูริน คิลก็เผยรอยยิ้มอออกมาอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มในครั้งนี้ของคิลทำเอาทุกคนไม่ว่ารุยด้า เซร่า ลาล่า ยูรินและปู่รอนถึงกับพูดอะไรไม่ถูกเลย เพราะรอยยิ้มในครั้งนี้ดูสูงส่งเกินกว่าสิ่งใดจะเปรียบเทียบได้ มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธ์และอ่อนโยนเกินกว่าสิ่งใด แต่รอยยิ้มนั้นก็อยู่ไม่นาน คิลกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ก่อนจะหันไปพูดกับปู่รอนว่า

            “นี่ปู่ ผมตกลงกับยูรินเรียบร้อยแล้วนะ ไม่ทราบว่าต้องทำอะไรต่อบ้างละ”

            ปู่รอนที่ได้ยินคิลถามแบบนั้น เขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบพูดออกมาว่า”เออ ถือเหลือก็แค่เซ็นต์ชื่อเพื่อรับภารกิจ พร้อมรับเอกสารและใบผ่านด่านไปเท่านั้นก็พอครับ”

            “งั้นปู่ก็รีบทำเลยละกันเพราะจากเมืองนี้ไปยังป่าต้องห้ามต้องเดินทางอีก 1-2 วันนะ อ้อ ไหนๆจะเตรียมเอกสารให้แล้ว ปู่ช่วยเตรียมรถให้ด้วยละกัน”คิลบอกออกไปทันที ก่อนที่เขาจะหันไปมองรอบๆร้านเพื่อหาหนังสือมาอ่านฆ่าเวลา

            ปู่รอนที่ได้ยินแบบนั้น เขามองไปทางรุยด้าที่ถูกมัดอยู่ จากนั้นเขาก็หันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า”เออ สำหรับเรื่องพวกนั้น รุยด้าเป็นคนจัดการทั้งหมดนะครั้ง ดังนั้นผมว่า.....”

            ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงของปู่รอน คิลก็ยกปากกาขึ้นมาตวัดอีกครั้ง แต่การตวัดปากกาขนนกในครั้งนี้ทำเอาปู่รอนหน้าซีดขึ้นไปอีกนานเลย เพราะคำที่คิลเขียนออกมานั้นก็คือคำว่า

            โซ่ตรวน

          โซ่แสงที่เกิดจากอักษรตรงเข้าไปมัดรุยด้าอีกครั้งแถมครั้งนี้ยังมัดแน่นซะจนเธออยากจะตะโกนให้ดังทั่วทั้งห้อง แต่ติดที่ว่าเธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้เลย สิ่งเดียวที่เธอพอทำได้คือการหลั่งน้ำตาออกมาเท่านั้นเอง ไม่นานคิลก็พูดออกมาว่า

            “ปู่อย่ามาเล่นลูกไม้กับผมอีกเข้าใจไหม ผมเคยบอกแล้วว่า 2 ชม.ก็คือ 2ชม. แต่ปู่กลับไม่สนใจ ในคำเตือนของผม แถมยังหน้าด้านใช้กลอุบายตื้นๆอีก ดังนั้นโทษของเธอจึงต้องเพิ่มเป็น 3 ชม.และเธอจะต้องเจ็บปวดแบบนี้ไปตลอดจนกว่าจะหมดเวลาด้วย “

            ปู่รอนแทบจะสั่นไปทั้งตัวเพราะเขาสัมผัสถึงบางอย่างที่คิลส่งมาได้ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่ได้เคยเจอมาตลอด 40 ปี นับตั้งแต่การพบเจอของสิ่งนั้นในหอคอยแห่งการทดสอบ  แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นได้กลับมาอีกแล้ว แถมยังรุนแรงมากกว่าครั้งนั้นมากมายนักอย่างเทียบไม่ติดเลย  คิลจ้องมองปู่รอนก่อนจะพูดออกมา

            “ในเมื่อปู่ไม่ต้องการมอบเอกสารให้ ผมก็จะไม่รับมัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ปู่ต้องเป็นคนรับผิดชอบละ “

            “ไม่ครับ ได้โปรดตาแก่คนนี้ผิดไปแล้ว ผมจะรีบไปเอาเอกสารทั้งหมดออกมาเดี๋ยวนี้ คุณคิล ไม่สิท่านคิลอย่าได้อารมณ์เสียไปเลยครับ ส่วนเรื่องรถม้า ผมก็จะไปตามรถเช่าที่ดีที่สุดมาเลย“ปู่รอนแทบจะคุกเข่าลงเพื่อขอร้องคิลในทันที

            คิลสลายพลังบางอย่างที่ส่งออกไป จากนั้นเขาก็พูดออกมาว่า” 15 นาที ทุกอย่างต้องเรียบร้อย ไม่เช่นนั้น การได้เห็นแสงอาทิตย์ในวันพรุ่งนี้จะเป็นความหวังสูงสุดของพวกแกสองปู่หลาน”

            ปู่รอนรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปด้านหลังร้านในทันที พอปู่รอนจากไปได้สักพัก ยูรินที่ยืนอยู่ในห้องก็ขอตัวกลับไปดูแลคุณแม่ก่อน ส่วนคิลเองก็เดินไปหยิบหนังสือที่อยู่ใกล้ขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา แค่ขณะที่คิลกำลังทำแบบนั้น เสียงของเซร่าก็ดังขึ้นมาทันทีที่ยูรินเดินออกจากห้องไปว่า

            “ไอ้บ้า แกรีบปล่อยคุณรุยด้าเลยนะ “

            คิลหันไปมองเซร่า ก่อนมองรุยด้าที่นอนอยู่ที่พื้นและพูดขึ้นมาว่า”ไม่ครับ เธอสมควรจะโดนแบบนี้แล้วละ ผู้หญิงอะไรไม่ฟังเหตุผลเลย“

            เซร่าจ้องมองคิลด้วยสายตาโกรธสุดๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า”ไอ้บ้า แกมีสิทธ์อะไรที่จะทำกับคุณรุยด้าแบบนั้น แกรีบปล่อยเธอเดี๋ยวนี้เลยนะ”

            คิลส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า” ใครว่าผมไม่มีสิทธ์ ผมมีสิทธ์เต็มร้อยเลยต่างหาก สิทธิ์ของผู้ชนะยังไงละ ถ้าคุณคิดว่าสิทธิ์นี้ไม่มีค่า หรือต้องการปฏิเสธเรื่องที่ผมพูด คุณก็เอาชนะผมให้ได้ซิ แต่การที่คุณในตอนนี้จะทำแบบนั้นได้ มันก็ไม่ต่างจากพระอาทิตย์ที่ขึ้นทางตะวันตกหรอก”

            เซร่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอถึงกับเลื่อนมือไปจับดาบที่ข้างเอวในทันที แต่ขณะที่เธอจะชักดาบออกมา ดาบเล่มนั้นก็มาอยู่ในมือของคิลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เพียงแค่นั้นแก้มซ้ายของเธอก็มีอักษรแสงปรากฏขึ้นมาเป็นคำว่า คู่หมั้น ส่วนข้างข้างก็มีคำว่า ยอดแย่ อีกด้วย  เซร่าและลาล่าที่เห็นแบบนั้น พวกเธอถึงกับอึงไปเล็กน้อยเพราะช่วงเวลาที่ดาบหายไปและอักษรเวทย์ปรากฎขึ้นมานั้นเป็นช่วงเวลาไม่ถึง 2 วินาทีเลย พอคิลเห็นแบบนั้น เขาก็พูดออกมาว่า

            “ขนาดเรื่องง่ายๆแบบนี้ พวกคุณทั้งสองคนยังตกใจเลยหรือ? เออ ผมชักอยากจะรู้แล้วซิว่าโรงเรียนที่พวกคุณจบมา มันสอนอะไรให้กับพวกคุณบ้างนะ ทำไมถึงได้แย่ขนาดนี้  ดูท่าทางของพวกคุณในเวลานี้ มันทำเอาผมหมดอารมณ์จะเล่นต่อเลย เอาแบบนี้ละกัน ถ้าเซร่าจังอยากให้ผมคลายผนึกยัยปากปีจอนั้น คุณก็ต้องตามที่ผมขอ 1อย่าง แน่นอนว่ามันเป็นงานง่ายๆ ไม่ต้องออกแรงให้มาก และมันก็ยังไม่ผิดจรรยาบรรณอัศวินของคุณอีกด้วย เซร่าจังตกลงจะทำไหมละ”

            เซร่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอถึงกับตะโกนออกมาไปอย่างสุดเสียงว่า”ไอ้บ้า แกทำแบบนี้อีกแล้วนะ ทำไมแกถึงได้ชอบข่มขู่ผู้หญิงไม่มีทางสู้นักนะ แกนี้มันไอ้โรคจิต ทั้งบ้าอำนาจและยังเป็นจอมสารเลวสุดจริงๆเลย”

            คิลมองเซร่าจังด้วยสายที่ไม่อาจจะประเมินได้ สักพักเขาก็พูดออกมาว่า”ในมุมมองของเซร่าจัง ผมอาจจะเป็นคนแบบนั้น แต่ผมว่าการที่ผมเป็นคนแบบนี้ละ ถึงจะเอาชนะเซร่าจังที่เห็นความรู้สึกของตัวเองเป็นใหญ่โดยไม่สนใจเหตุผลอะไร แถมเซร่าจังยังเป็นพวกบ้าอุดมการณ์แบบหัวชนฝาด้วย การมีคนอย่างผมอยู่ใกล้ๆนี่ละถึงจะทำให้คุณปลอดภัยได้”

            คำพูดของคิลทำเอาเซร่าจังจ้องมองเข้าด้วยอาการที่เรียกว่า โกรธแค้นสุดๆ ในสิ่งที่เขาพูดออกมา ผิดกับลาล่าที่จ้องมองคิลด้วยสายตาแปลกๆ มันไม่ใช่ทั้งสายตาที่โมโหแบบเซร่าจัง และก็ไม่ใช่สายหวาดกลัวแบบคุณปู่รอน แต่มันเป็นสายตาประเมินชายคนที่พูดประโยคนี้ออกมาอย่างละเอียด ขณะที่              ลาล่ากำลังมองแบบนั้น คิลก็พูดออกมาว่า

            “เอาละ เซร่าจังจะตกลงรับข้อเสนอของผมหรือไม่ละ เธอรีบพูดออกมาเร็วๆ ไม่งั้นผมจะกลับไปนั่งอ่านหนังสือต่อแล้วนะ”

            ในขณะที่คิลพูดนั้นนิ้วชี้ข้างขวาของเขาก็หันลงไปที่พื้น ก่อนที่เขาจะจัดการตวัดเป็นตัวอักษร 1 ประโยคว่า

            อย่าได้ใช้สายตาแบบนั้นอีก ไม่เช่นนั้นคุณจะไม่มีโอกาสได้เห็นอะไรอีกเลย

          อักษรที่คิลเขียนในครั้งนี้ปรากฏออกมาต่อหน้าลาล่าเพียงคนเดียว โดยที่เซร่าจังไม่อาจจะมองเห็นอักษรเหล่านี้ได้เลย ลาล่าที่อ่านข้อความจบ เธอถึงกับถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว เพราะตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมปู่รอนถึงได้กลัวคนผู้นี้นัก แถมขณะที่เขาสังเกตเธอนั้น เขาก็ยังโต้ตอบกับคุณหนูเซร่าได้อย่างไม่มีอะไรผิดปกติอีกด้วย ชายคนนี้ผู้น่ากลัวเกินไปแล้ว ลาล่าที่กำลังคิดแบบนั้น เสียงของเซร่าก็ดังขึ้นมาว่า

            “ไอ้ชั่ว แกต้องการอะไรว่ามา แต่อย่าให้มันเกินเลยไปนะ ไม่เช่นนั้นฉันยอมให้คุณรุยด้าทรมานต่อไปดีกว่าจะทำตามคำขอของนาย”

            คิลยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะใช้นิ้วชี้ข้างขวาตวัดเป็นประโยคอีกครั้ง ส่วนปากของเขาก็พูดออกไปว่า”แค่เซร่าจังเรียกผมว่า ที่รัก ไม่ก็ ดาร์ลิ่ง สัก 3 ครั้งก็พอแล้วละครับ “

            เซร่าที่ได้ยินถึงกับหน้าเสียไปทันที ส่วนลาล่าที่อยู่ใกล้กันก็หน้าซีดขาวลงเช่นกันเพราะอักษรที่คิลตวัดออกมานั้นเขียนบอกไว้ว่า

     จงเงียบและอย่ายุ่งกับการตัดสินใจของเซร่า เพราะนี้เป็นบทเรียนแรกเริ่มสำหรับว่าที่เจ้าสาวอย่างเซร่าจังต้องเรียนรู้

          ลาล่าที่อ่านประโยคนี้จบ เธอจ้องมองคิลด้วยสายตาอึงๆเพราะเธอกำลังคิดจะยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจในครั้งนี้อยู่พอดี แต่ลาล่าต้องหยุดพูดในสิ่งที่เธอกำลังจะทำเนื่องจากตัวอักษรในครั้งนี้  ไม่นานเซร่าก็พูดออกมาว่า

            “ฉันตกลงก็ได้ ไอ้บ้า แกเตรียมฟังให้ดีละ”

            คิลทที่ได้ยินแบบนั้น เขายิ้มเล็กน้อยเพราะท่าทางเซร่าจะรู้จักแยกแยะอะไรได้บ้างแล้ว แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เซร่าจะพูดต่อจากนี้ มันทำเอารอยยิ้มที่เขามีเสียไปเลยเพราะเซร่าจังถึงกับตะโกนใส่คิลว่า

            “ไอ้ที่รักเฮงซวย!!!!  ไอ้ที่รักงี่เง่า!!!! ไอ้ที่รักชาติชั่ว แกรีบไปตายเถอะ เอาละ ฉันพูดคำว่า ที่รัก ครบ 3 ครั้งแล้ว แกรีบคลายผนึกซะซิ”    

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะคิดขึ้นมาว่า(เออ ทำไมเรื่องเจ้าเล่ห์แบบนี้ เธอถึงได้เก่งนักนะ ไม่เข้าใจจริงๆทำไมยัยเซร่าถึงได้ต่างกับเธอผู้นั้นนักนะ ทั้งที่มีสายเลือดของเธอผู้นั้นอยู่แท้ๆ ท่าทางผมคงต้องเริ่มสอนยัยนี่ตั้งแต่ตั้ง 1 เลยท่าจะดีกว่า ไม่งั้นเหตุการณ์ที่ผมกังวลต้องเกิดขึ้นจริงแน่ๆ )

            คิลที่คิดแบบนั้น เขายกปากกาขึ้นมาเขียนเป็นคำว่า”คลายผนึก

            แสงจากอักษรพุ่งตรงไปยังรุยด้าที่ถูกมัดอยู่ ไม่นานเชือกแสง โซ่แสง รวมไปถึงเวทย์ผนึกเสียงของเธอก็คลายลง แต่พอเวทย์ที่คิลผนึกไว้คลายลง เขาก็ตวัดปากกาออกมาเป็นคำว่า

            รักษา หลับ”

            แสงจากอักษรทั้งสองคำต่างพุ่งตรงไปหารุยด้าในทันทีที่ผนึกต่างๆคลายลง ซึ่งอักษรคำแรกได้รักษาอาการของเธอ ส่วนอักษรคำที่สองกลับทำให้เธอหลับไป เพียงแต่ว่าการใช้อักษรในครั้งนี้เร็วมาซะจนเซร่าและลาล่ามองอักษรที่ปรากฏออกมาไม่ทัน ดังนั้นเซร่าที่เห็นรุยด้าสลบไปทั้งแบบนั้น เธอถึงกับชี้หน้า            คิลพร้อมพูดออกมาว่า

            “นี่นายผิดสัญญานี้ ไหนนายว่าจะปล่อยคุณรุยด้าไปไง แล้วทำไมถึงทำแบบนี้อีกละ”

            “ผมไม่ได้โกหกสักหน่อย ผมไม่เคยบอกว่าจะปล่อยเธอนะ ผมบอกแค่ว่าผมจะคลายผนึกให้เธอ ซึ่งผมก็ทำไปแล้ว อีกอย่างผมไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไม่ใช่เวทย์ใส่เธออีก ในเมื่อคุณเองยังเรียกผมว่าที่รักด้วยน้ำเสียงแบบนั้นได้เลย แล้วทำไมผมจะเล่นลูกไม้กับคำพูดของตัวเองบ้างไม่ได้ละ”คิลแทบตอบออกไปในทันที

            เซร่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอถึงจ้องมองคิลด้วยสายตาโมโห  แต่ขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรออกไป คิลก็ยกมือขึ้นห้ามพร้อมพูดออกมาว่า

            “ท่าทางรถจะมาแล้วละครับ เอาเป็นว่าพวกเราค่อยไปทะเลาะกันต่อที่รถเถอะครับ”

            เซร่าและลาล่าต่างงงเล็กน้อยกับสิ่งที่คิลพูดออกมา แต่ขณะที่พวกเธอกำลังจะถามอะไรออกมานั้น ปู่รอนที่หายตัวไปก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าที่เหนื่อยแบบสุดๆ ไม่นานปู่รอนก็พูดออกมาว่า

            “คุณคิลครับ ผมเตรียมรถเทียมมังกรเอาไว้ใช้แล้วครับ ส่วนเอกสารต่างๆที่เกี่ยวกับใบผ่านทาง รวมไปถึงใบผ่านข่ายมนตร์ ผมได้วางไว้ที่รถเช่นกัน แล้วไม่ทราบว่าหลานสาวของผม.....”

            คิลแทนที่จะรอให้ปู่รอนถามจบ เขากลับชี้มือไปทางรุยด้าที่หลับอยู่แทน ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า”เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เธอนอนหลับอยู่ตรงนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีก 30 นาทีก็คงจะตื่นขึ้นมาเองละ อ้อ สำหรับเรื่องนี้ปู่ไปขอบคุณเซร่าจังเอาเองเถอะ เพราะเธอทำให้ผมปล่อยยัยปากปีจอนั้นละ”

            ปู่รอนที่ได้ยินแบบนั้น เขารีบหันไปโค้งให้กับเซร่าด้วยความขอบคุณในทันที ซึ่งเซร่าถึงกับยกมือขึ้นมาปัดไปปัดมา พร้อมพูดว่า

            “คุณปู่รอนอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ หนูแค่ทำไปเพราะอยากช่วยคุณรุยด้าเท่านั้นเอง “

            ปู่รอนแม้จะได้ยินเซร่าพูดแบบนั้น เขาก็ยังคงทำการโค้งตัวเพื่อทำการขอบคุณต่อไปไม่หยุด เซร่าและลาล่าต่างมองปู่รอนอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำเลย แต่ขณะที่งงอยู่นั้นคิลก็เดินออกไปจึงถึงประตูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาก็หันมาตะโกนว่า

            “พวกเธอทั้งสองคนอย่าชักช้าอยู่ซิ เดี๋ยวพวกเราต้องเดินทางอีกไกลนะ ถ้าไม่อยากไปผมจะถือว่าข้อตกลงเรื่องไอ้ยูไลท์เป็นโมฆะนะ”

            “เออ  รู้แล้วนะ  แกจะรอหน่อยไม่ได้หรือยังไงกันนะ ผู้ชายอะไรทุเรศจริงๆเลย ”เสียงของเซร่าจังดังขึ้น พร้อมกับที่เธอก้าวตามไปอย่างไม่เต็มใจนัก  ลาล่าเมื่อเห็นเซร่าเดินไปแล้ว เธอก็หันมาโค้งตัวให้กับปู่รอนก่อนจะรีบเดินตามไปอีกคน พอคนทั้ง 3ก้าวเท้าพ้นห้องไปแล้ว ปู่รอนถึงกับทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น จากนั้นไม่นานเขาก็ค่อยๆพยุงตัวเดินไปหารุยด้าที่หลับอยู่ เมื่อปู่รอนตรวจสอบแล้วว่ารุยด้าไม่เป็นอะไรมาก เขาถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 30 นาทีผ่านไป

            รุยด้าที่นอนหลับอยู่ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ปู่รอนที่นั่งเฝ้าหลานสาวอยู่ข้างๆถึงกับเข้าไปกอดหลานสาวด้วยความเป็นห่วง สักพักเขาก็ถามขึ้นมาว่า

            “รุยด้า หลานไม่เป็นอะไรใช่ไหม “

            รุยด้าที่กำลังมึนงงกับสิ่งที่ปู่รอนถามออกมา แต่ไม่นานเธอก็จำเรื่องราวทั้งหมดได้ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นขึ้นมาทีละน้อยด้วยความกลัว  สักพักเธอก็กลับเป็นปกติ จากนั้นเธอหันไปถามปู่รอนว่า

            “คุณปู่ ไอ้บ้านั้นเป็นใครกันแน่คะ ทำไมคุณปู่ถึงได้ดูกลัวและเกรงใจเข้าถึงขนาดนั้นละ จริงอยู่ไอ้บ้านั้นมันเก่งมาก แต่ถ้าคุณปู่เอาจริงหนูว่าก็คงจัดการหมอนั่นไม่ยากหรอก”

            ปู่รอนถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมถามออกมาว่า”รุยด้า หลานรู้ไหมว่าตำแหน่งสูงสุดของเหล่าจอมเวทย์มีอะไรบ้าง”

            รุยด้าทำหน้างงๆเล็กน้อยเพราะเธอไม่เข้าใจว่าปู่รอนถามแบบนี้ทำไม สักพักเธอก็ยกนิ้วขึ้นมานับพร้อมพูดออกมาว่า

            ”เออ เท่าที่ทราบมาตำแหน่งของจอมเวทย์นั้นถูกกำหนดโดย นครแห่งมนตรา ที่จัดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเวทมนตร์ โดยนครแห่งนี้จะแบ่งตำแหน่งจอมเวทย์ไว้หลายระดับ โดยไล่จากต่ำสุดไปหาสูงสุดได้ดังนี้

1.      นักเวทย์ฝึกหัด

2.      นักเวทย์

3.      จอมเวทย์ฝึกหัด

4.      จอมเวทย์

            ซึ่งจอมเวทย์จะถือว่าเป็นตำแหน่งสูงสุดของจอมเวทย์ในสายนั้นๆ เมื่อนำตำแหน่งจอมเวทย์มารวมกับเวทย์ทั้ง 4 สายก็จะได้ตำแหน่ง จอมเวทย์ขาว จอมเวทย์ดำ จอมเวทย์เทา และจอมเวทย์แดง แต่ถึงอย่างนั้นตำแหน่งจอมเวทย์ก็มีคนสามารถเป็นได้เยอะมาก ดังนั้นพวกจอมเวทย์จะวัดกันที่ พลังเวทย์และความชำนาญเวทย์ต่างๆแทน  ซึ่งบางคนอาจจะมี  ตำแหน่ง ศจ. นำหน้า ไม่ก็เอาคำว่า อัศวิน มานำหน้าเพื่อให้ดูเท่ขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งนั้นก็ไม่นับเป็นตำแหน่งตามที่นครแห่งมนตรากำหนด ดังนั้นตำแหน่งสูงสุดของเหล่านักเวทย์ก็น่าจะมีเพียงแค่ 4 ตำแหน่งที่หนูพุดมานี้ละค่ะ”

            ปู่รอนที่ได้ยินแบบนั้น เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า” ถูกต้องแล้วละ แต่หลานไม่ได้พูดตำแหน่งสำคัญไปอีก 3 ตำแหน่งนะ”

            “เออ ไม่ทราบว่าหนูพูด 3 ตำแหน่งไหนไปคะ “รุยด้าถึงกับถามออกไปทันทีเพราะเธอแน่ใจว่าพูดชื่อตำแหน่งออกไปหมดแล้วแน่ๆ

            ปู่รอนถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางหนักใจในสิ่งที่ต้องการจะพูดเป็นอย่างมาก สักพักปู่รอนก็พูดต่อว่า

            ”ก่อนอื่นเลยตำแหน่งที่ปู่จะพูดนั้นถือว่าเป็นตำแหน่งที่เก่าแก่ที่สุดในนครมนตราเลยก็ว่าได้ แต่ก็เป็นตำแหน่งที่มีคนเป็นไปได้น้อยมาก ชนิดที่ว่าตลอดประวัติศาสตร์ของนครมนตรามีคนได้ตำแหน่งพวกนี้รวมกันไม่ถึง 50 คน ดังนั้นการที่หนูไม่ทราบจึงไม่ใช้เรื่องแปลกแต่อย่างไร”

            รุยด้ามองปู่รอนอย่างอึงๆเพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเรื่องนี้ ไหนจะเห็นปู่รอนทำท่าหนักใจถึงขั้นนี้ ขณะที่รุยด้าจะถามอะไรออกไปนั้น ปู่รอนก็พูดขึ้นต่อว่า

            “สำหรับตำแหน่งอีก 3 ตำแหน่งนั้น แบ่งออกตามคุณสมบัติของจอมเวทย์ที่สามารถใช้เวทย์ได้มากกว่า 1 สายโดยแบ่งได้ดังนี้

1.      จอมเวทย์ที่สามารถใช้เวทย์ตั้งแต่ 1 สายขึ้นไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสายเวทย์ ขาวและเวทย์ดำ พวกเราจะเรียกพวกเขาว่า จอมปราชญ์  ซึ่งลำดับของจอมปราชญ์ก็ยังแบ่งตามความชำนาญเวทย์ที่ถนัดอีก แต่ตรงจุดนั้นเป็นการแบ่งแยกของเหล่าจอมปราชญ์เอง หลานไม่ต้องสนใจไปหรอก

2.      จอมเวทย์ที่สามารถใช้เวทย์ตั้งแต่ 2สายขึ้นไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสายเวทย์ ขาว เวทย์ดำ และเวทย์เทา การที่ใครบางคนจะสามารถใช้เวทย์ 2 สายให้ได้ถึงแก่นแท้ของมันนั้นเรียกว่ามีน้อยซะยิ่งกว่าน้อยซะอีก แต่ถ้าชำนาญ 3 สายบอกได้คำเดียวว่านผู้นั้นมีเพียง 1 ใน 100 ล้านเท่านั้นเอง คนพวกนี้จะถูกยกย่องเป็น จอมเวทย์ปีศาจ

3.      จอมเวทย์ที่สามารถใช้เวทย์ตั้งแต่  3 สายขึ้นไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสายเวทย์ ขาว เวทย์ดำ เวทย์เทา และแดง  คนที่ชำนาญเวทย์ทั้ง 4 สายหลักได้นี้จัดว่าเป็นสุดยอดของจอมเวทย์แห่งยุคเลย ซึ่งผู้ชำนาญเวทย์ทั้ง 4 สายนี้ มีเพียง 3 คนในประวัติศาสตร์ของนครแห่งวมนตราเท่านั้น และคนเหล่าผู้นี้จะถูกเรียกว่า จอมมนตรา ซึ่งตำแหน่งนี้คือจุดสุดยอดของจอมเวทย์อย่างแท้จริง

             แต่ตำแหน่งจอมมนตรานี้กลับถูกว่างลงไปกว่า 1000 ปีแล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่ามันเคยว่างต่างหากละ“

            รุยด้าที่ได้ฟังถึงตรงนี้ เธอเริ่มหน้าซีดลงทุกขณะเพราะเธอเริ่มจะเดาได้แล้วว่าคิลมีฐานะอะไร นานเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า

            “คุณปู่กำลังจะบอกว่าไอ้บ้านั้นคือ จอมมนตรา หรือคะ”     

           

            ปู่รอนพยักหน้าอย่างอ่อนแรง ก่อนจะพูดออกมาว่า”ใช่แล้วละ เด็กคนนั้นคือ จอมมนตราที่ไม่เคยมีมานานกว่า 1000 ปีแล้ว แถมจากเวทย์ที่เขาใช้ออกมา เขาน่าจะชำนาญเวทย์สายที่ 5 ที่หายสาปสูญไปแล้วอีกด้วย ถ้ามันเป็นอย่างที่ปู่คิดจริง เด็กคนนั้นจะยังเป็นจอมมนตราที่ชำนาญเวทย์ถึง 5 สายด้วย เรียกได้ว่าเขาเป็นจอมมนตราที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของเวทมนตร์เลยละ”

           

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #133 dark-karo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 23:25
    55เมพมากมาย
    #133
    0
  2. #131 neversad (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 20:11
    สนุกมากครับ
    #131
    0
  3. #128 กันเอง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 16:48
    ตอนใหม่มาแล้ว อ่านก่อนครับ...........
    #128
    0
  4. #127 gabpisid (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 00:03
    เดาาว่าาา อีกกำลัยนึงต้องเป็น เทพนักดาบ( นักรบครบสลึง) แน่นอนเลย



    สนุกมากก ชอบคนเทพพๆๆ
    #127
    0
  5. #126 zZeRoz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 20:05
    โอ้ว พระเอกเราเมพ สู้ๆคับกำลังมัน
    #126
    0
  6. #125 สาคูปากหม้อ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 19:28
    คิดว่าเป็นจอมมารคนปัจจุบันซะอีก
    #125
    0
  7. #124 nois (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 18:14
    รอๆๆๆ คับ อยากเห็นจอมมารอ่ะ (ไม่ใช่ตัวเอก)
    #124
    0
  8. #123 gokutara (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 17:52
    สุดยอดดดดดดดด>O<

    #123
    0
  9. #122 ZzSoHoSzZ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 16:42
    อู่ววววววววววววววววว โหดสัสสสสสสสสสสสสสสสส+
    #122
    0