พันธนการรัก สัญญาแห่งนิรันดิ์

ตอนที่ 14 : ป่าต้องห้าม ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 ม.ค. 56

บทที่ 14  ป่าต้องห้าม ตอนที่ 1

            รถม้าค่อยๆแล่นตามทางเดินอย่างช้าๆ โดยมีคนขับรถนั่งบังคับม้าอยู่ด้านหน้าและด้านหลังรถม้าคันนี้มีคนอีก 4 คนโดยสารมาด้วย รถม้าคนนี้ควรจะเหมือนกับรถม้าโดยสารทั่วๆไปแต่ที่น่าแปลกคือคนขับที่ดูไม่สนใจอะไรเลยนอกจากการขับรถ แถมหูของเขายังมีบางอย่างอุดเอาไว้ด้วย ด้านหลังรถคนที่โดยสารมานั้นเป็นชาย 1 คน หญิง 2คน และเด็กอีก1 คน  ไม่นานรถม้าคันนั้นก็มาหยุดลงตรงจุดที่มีการตั้งด่านของทหาร สักพักทหารนายหนึ่งก็เดินตรงมาที่รถม้าคันนั้นพร้อมพูดขึ้นมาว่า

            “”โปรดแจ้งสังกัด และแสดงใบอนุญาตในการผ่านทางด้วยครับ”

            คนขับรถมองทหารคนนั้น ก่อนจะเอามือไปดึงที่อุดหูออก จากนั้นเขาก็พูดออกมาว่า”พี่ชาย รบกวนพูดออกมาอีกสักครั้งได้ไหมครับ พอดีผมไม่ได้ยินที่พี่ชายพูดเมื่อครู่เลยนะครับ”

            นายทหารคนนั้น ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาอีกครั้งว่า”น้องชายโปรดแจ้งสังกัด และแสดงใบอนุญาตในการผ่านทางด้วยครับ”

            คนขับรถที่ได้ยินแบบนั้นจึงถามขึ้นมาว่า”พี่ทหารครับ ปกติตรงนี้ มันไม่น่าจะมีจุดตรวจเลยนี้ครับ ถ้าผมจำไม่ผิดจุดตรวจที่ใกล้ที่สุดน่าจะอยู่ห่างออกไปอีก 20 กิโลนี้ครับ แล้วทำไมพวกพี่ทหารถึงได้มาตั้งจุดตรวจที่ตรงนี้ละ”

            “อ้อ สำหรับเรื่องด่านตรวจตรงนี้ เพิ่งมีคำสั่งให้เพิ่มขึ้นมาเมื่อ 10 วันก่อนนะ เห็นทางเบื้องบนบอกว่าต้องการเสริมกำลังคนเพื่อการป้องกันสัตว์อสูรกินคนที่อาจจะออกมาจากป่าต้องห้ามได้ทุกเมื่อนะ แถมด่านตรวจนี้ยังเป็นด่านตรวจแห่งแรก  ถ้าน้องขายขับรถม้าไปอีกสักพัก น้องชายก็จะเจอด่านตรวจที่ 2 และที่ 3 ด้วย แถมจุดตรวจเดิมที่เคยมีด่านตรวจนั้น ตอนนี้ได้กลายเป็นค่ายทหารไปแล้ว เห็นทางเบื้องบนแจ้งมาว่าค่ายทหารนั้นก่อตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกันและศึกษาสัตว์อสูรกินคนนะ “

            คนขับรถม้าได้ยินแบบนั้น เขาพยักหน้าเป็นการตอบว่าเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว สักพักเขาก็รีบยื่นเอกสารบางอย่างให้กับนายทหารคนนั้นพร้อมพูดออกมาว่า

”ผมชื่อ รุก ทำงานเป็นคนขับรถม้าภายใต้สังกัดของท่านรอนแห่งร้านรับภารกิจครับ ส่วนเอกสารที่ส่งให้ไปคือ คำอนุญาตโดยตรงจากท่านรอนเพื่อให้เข้าไปในป่าต้องห้ามได้นะ”

 

            คำพูดของคนขับรถทำเอานายทหารคนนั้นอึงไปเล็กน้อย ก่อนที่นายทหารคนนั้นจะรีบดึงเอกสารออกมาอ่านในทันที สักพักเขาก็พูดขึ้นมาว่า

            “ใช่จริงๆด้วย นี้คือลายมือของท่านรอน แต่ทำไมท่านรอนถึงได้ให้คนมาทำภารกิจในป่าต้องห้ามแห่งนี้ละ ท่านรอนน่าจะรู้นี้ว่าป่าแห่งนี้อันตรายแค่ไหนกัน น้องชายพอรู้ไหมว่าใครเป็นคนที่จะมาทำภารกิจในป่าแห่งนี้นะ พี่ว่าเขาคนนั้นต้องเป็นอัศวินระดับสูงแน่ๆ ไม่งั้นท่านรอนคงไม่ออกหนังสือแบบนี้ให้แน่“

            รุกยิ้มแบบแหยๆ ก่อนจะหันไปข้างหลังพร้อมก้มลงไปกระซิบเบาๆว่า”พี่ชาย พี่ไปดูเองเถอะ ผมไม่ได้อวดหรอกนะครับ ท่านรอนสั่งผมไว้ว่า ห้ามดู  ห้ามถาม ห้ามพูด ห้ามฟัง ทั้งยังห้ามหันกลับไปมองด้านหลังอีกด้วย แถมท่านรอนยังขู่อีกว่าถ้าขัดคำสั่งที่ให้มานี้ ผมจะโดนไล่ออกสถานเดียวเลย ถ้าไงพี่ชายช่วยไปดูเองจะได้ไหมครับ ถ้าได้เรื่องอะไรแล้ว พี่ชายก็มาบอกผมบ้างนะ ผมเองก็อยากรู้เรื่องนี้ใจจะขาดอยู่แล้ว”

            รุกพูดจบ เขาก็ส่งสายตาแบบแมวน้อยอ้อนเจ้านายไปที่ทหารคนนั้น นายทหารจ้องมองรุกที่เป็นคนขับรถอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินไปด้านหลังรถเพื่อดูว่าใครโดยสารอยู่ด้านหลังกันแน่ พอเขามองเข้าไปด้านหลังรถ สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นชายคนหนึ่งที่กำลังเอนหลังนอนอย่างไม่เกรงใจคนที่นั่งอยู่ด้วยเลยแถมเขายังกรนเสียงดังอีกด้วย ส่วนด้านข้างก็มีผู้หญิง 2คน กำลังเอนตัวพิงกันเพื่อพักผ่อนอยู่ อีกทั้งที่ตักของพวกเธอก็มีเด็กสาวอีกหนึ่งคนนอนหนุนตักอยู่ด้วย พอทหารนายนั้นเห็นถึงกับร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจว่า

            “ท่านหญิงเซร่า ท่านลาล่า  ยูริน ทำไมพวกคุณถึงมาอยู่ที่นี้ละครั“

            เสียงตะโกนของนายทหารคนนั้นทำเอา รุกและเพื่อนนายทหารต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียว ไม่เพียงแค่นั้นเสียงตะโกนของเขาก็ทำให้ยูรินที่นอนหนุนตักอยู่ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา พอเธอเห็นนายทหารที่ตะโกนนั้นเอง เธอก็พูดออกมาว่า

            “พี่ จุน ทำไมพี่จุนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละ หนูจำได้ว่าพี่บอกว่าได้ถูกย้ายไปประจำตำแหน่งใหม่แล้วนี่ แล้วทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละค่ะ”

            นายทหารคนนั้นหรือ จุน มองยูรินก่อนจะพูดออกมาว่า”พี่ต้องเป็นฝ่ายถามเราต่างหาก ยูริน ทำไมหนูถึงมากับท่านหญิงเซร่าได้ละ ไหนจะท่านลาล่าอีก ที่สำคัญหนูรู้ไหมว่ารถม้าคันนี้กำลังไปไหนกัน “

            เสียงของจุนที่ดังขึ้นมาในครั้งที่สองเริ่มทำให้เซร่าและลาล่ารู้สึกตัว ทางด้านยูรินที่ยินแบบนั้น เธอจึงพูดออกไปว่า

            “พี่จุนค่ะ หนูทราบดีว่ารถม้าคันนี้กำลังไปที่ไหน ส่วนเรื่องที่หนูมากับพี่เซร่าและพี่ลาล่าได้ยังไงนั้นหนูว่าพี่ไปถามพี่ชายเอาเถอะ เพราะถึงหนูพูดไปพี่คงไม่เชื่อหนูแน่ๆ”

            ยูรินพูดจบ เธอก็ชี้ไปยังคิลที่ยังคงนอนหลับแบบไม่รู้เรื่องอยู่ จุนมองคิลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะได้ยินเสียงเซร่าถามยูรินขึ้นมาว่า

            “ยูรินรู้จักกับนายทหารคนนี้ด้วยเหรอ?”

            “ใช่ค่ะ พี่เซร่า พี่จุนเขาเป็นนายทหารที่เข้าออกร้านภารกิจบ่อยที่สุดคนหนึ่งนะ แถมเขายังเป็น             สิบโทที่อายุน้อยที่สุดของร้านรับภารกิจอีกด้วยนะค่ะ เรื่องฝีมือยิ่งไม่ต้องห่วง ฝีมือพี่เขาอยู่ในระดับแนวหน้าของทหารยศเดียวกันเลย  “ยูรินตอบออกมาแทบจะในทันทีที่เวร่าถาม แถมเธอยังไม่ลืมโฆษณาให้กับพี่ชายคนที่เธอรู้จักอีกด้วย

            เซร่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอหันไปยิ้มให้กับจุน ก่อนจะพูดออกมาว่า”คุณจุน ซินะค่ะ ฉันเซร่าเป็น อัศวินฝึกหัด ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ”

            พอเซร่าพูดจบ ลาล่าก็หันมายิ้มให้กับจุนอีกด้วย จุนที่ได้เห็นลาล่ายิ้มให้ และยังได้ยินเซร่าพูดแบบนั้น เขาถึงกับอึงไปเพราะความงามของสองสาวจนพูดอะไรไม่ออกเลย เนื่องจากเซร่าจัดเป็นหญิงสวยที่หาได้ยากยิ่งก็ได้แถมเธอยังมีฐานะทางครอบครัวที่สูงส่งจนทหารระดับรากหญ้าอย่างจุนแทบจะไม่มีโอกาสจะได้พบเลย ส่วนลาล่าเองก็เป็นหญิงสาวที่มีรูปโฉมไม่แพ้เซร่า แม้เธอจะมีฐานะเป็นสาวใช้ของเซร่า แต่ในด้านฝีมือแล้วเธอจัดเป็นอัศวินชั้นสูงเลยที่เดียว ดังนั้นการที่ทหารรากหญ้าแบบจุนจะได้พบพวกเธอทั้งสองคนพร้อมกันนั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีโอกาสเลยก็ว่าได้ สักพักจุนก็รู้สึกตัว เขารีบทำความเคารพเซร่าและลาล่า ก่อนจะพูดออกมาว่า

            “ขอโทษที่ผมเสียมารยาทในครั้งนี้เป็นอย่างมากครับ ผมสิบโท จุน ฟูฟู เป็นหัวหน้าจุดตรวจที่ 1 ผมต้องขอประทานโทษจริงๆที่ไม่ได้ทำการต้อนรับคุณอัศวินทั้งสองครับ”

            ท่าทางและน้ำเสียงของจุนในตอนนี้ทำเอายูริน อ้าปากค้างไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมพูดออกมาว่า

            ”พี่เซร่า พี่ลาล่า พวกพี่อย่าไปถือโกรธพี่จุนเลยนะ พี่จุนเป็นพวกบ้าพิธีการและอุดมการณ์นะ แถมพวกพี่ทั้งสองคนยังเป็นอัศวินผู้หญิงในฝันของพี่จุนอีก ดังนั้นพี่จุนถึงแสดงความเท่ในแบบของเขาออกเต็มที่เลยยังไงละ เอาเป็นว่าพวกพี่ตบมือให้กำลังพี่จุนหน่อยก็พอละ “

            “ยัยยูริน เธออย่ามาพูดบ้าๆนะ พี่ก็เป็นของพี่แบบนี้ละ เธออย่าใส่ความกันนะซิ”สิบโทจุนรีบพูดออกมาด้วยสีหน้าที่แดงเป็นลูกตำลึง พวกเซร่าที่เห็นสีหน้าจุนเป็นแบบนั้น พวกเธอถึงกลับหันไปอีกทางเพื่อกั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ ไม่นานพวกเธอก็กลับมาเป็นปกติ สักพักเซร่าก็พูดออกมาว่า

            “แล้วไม่ทราบว่าคุณสิบโทจุนมีธุระอะไรหรือไม่คะ ถ้าเกิดไม่มี พวกฉันคงต้องขอตัวเลยเพราะถ้าพวกเราชักช้ามากกว่านี้ พวกเราจะไปถึงป่าต้องห้ามตอนมืดแน่ๆ คุณสิบโทจุนคงรู้นะว่าป่าต้องห้ามตอนมืดนั้นน่ากลัวเพียงใด”

            คำพูดของเซร่าทำเอาจุนอึงไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันไปมองลาล่าก่อนจะมาหยุดที่ยูรินพร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า

            “ยูริน!! เธออย่าบอกนะว่าท่านหญิงเซร่าและท่านลาล่ารับภารกิจของเธอแล้วนะ”

            ยูรินที่ได้ยินแบบนั้น เธอหันไปมองเซร่า และลาล่าก่อนจะมาหยุดตรงคิลที่ยังนอนไม่ขยับเลย สักพักเธอก็หันไปพูดกับสิบโทจุนว่า

            “ใช่แล้วค่ะ พี่เซร่ากับพี่ลาล่า ได้ตกลงรับภารกิจของหนูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพวกเราทั้ง 4 คนก็กำลังจะเดินทางไปที่ป่าต้องห้ามกันนะ พี่จุน”

            สิบโทจุนที่ได้ยินแบบนั้น เขาแทบจะร้องตะโกนออกมาทันทีว่า”ไชโย!!! ในที่สุดก็มีอัศวินผู้ที่มีหัวใจแห่งอัศวินมารับภารกิจของยูรินซะที”

            พอสิบโทจุนพูดจบ เขาก็หันไปมองเซร่าและลาล่าด้วยสายตานับถือยิ่งกว่าเดิม สักพักเขาก็โค้งตัวงามๆ แน่นอนว่านายทหารคนอื่นรวมไปถึงคนขับรถที่ได้ยินคำพูดของสิบโทจุนต่างก็หันมาทำความเคารพแบบเดียวกัน สักพักสิบโทจุนก็คุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะก้มหัวโขกพื้นไป 3 ครั้ง จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นมายืนและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

            ”ท่านหญิงเซร่า ท่านลาล่า ผมในนามตัวแทนเหล่าทหารระดับล่าง ขอขอบคุณท่านหญิงเซร่าและท่านลาล่าเป็นอย่างสูงครับ พวกท่านทั้งสองคนช่างมีจิตใจดีงามสมกับหน้าตาจริงๆ”

            คำพูดของสิบโทและการกระทำของสิบโทรวมไปถึงพวกทหารทุกคนทำเอาเซร่าและลาล่าเงียบไปตามกันเพราะพวกเธอไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาทำต้องทำแบบนี้ ไม่นานลาล่าก็พูดออกมาว่า

            “เออ คุณสิบโทจุนค่ะ ไม่ทราบว่าพวกคุณแสดงความเคารพชั้นสูงแบบนี้ไปทำไมกัน พวกฉันสองคนไม่เห็นจำได้เลยว่าไปทำอะไรให้กับพวกคุณนะ จนถึงขั้นที่พวกคุณต้องทำแบบนี้นะ”

            จุนทำหน้านับถือเซร่าและลาล่า ก่อนจะพูดออกมาว่า”ท่านลาล่าทราบไหมครับว่า สำหรับพวกทหารระดับล่างและผู้ที่ทำงานในร้านรับภารกิจอย่างพวกผมทุกคนที่อยู่ตรงนี้แล้ว ยูรินก็เปรียบเหมือนน้องสาวคนเล็กของพวกผม แถมแม่ของเธอก็มีบุญคุณกับพวกผมที่เป็นแค่ทหารระดับล่างอีกด้วย ตอนที่พวกเราทราบข่าวเรื่องแม่ของเธอที่ป่วยและต้องการดอกหญ้าแสงจันทร์ พวกผมถึงกับรวบรวมทหารระดับล่างกว่า 80 นายเพื่อขอทำภารกิจนี้ แต่ผลสุดท้ายท่านรอนก็ไม่ยอมให้พวกผมรับภารกิจนี้ โดยท่านรอนบอกว่าถึงพวกเรารับภารกิจนี้ไปก็ไม่มีทางสำเร็จได้ จากนั้น พวกผมก็เบนเข็มไปหาอัศวินที่มีฝีมือเพื่อขอให้พวกเขารับภารกิจนี้

            พวกผมกับไปคุกเข่าข้อร้องพวกอัศวินชั้นสูงให้มารับภารกิจนี้ แต่ท่านเซร่าเชื่อไหม ไอ้พวกอัศวินเหล่านั้นต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ไม่ยอมทำ ส่วนเหตุผลที่ปฏิเสธนั้น พวกมันยกเรื่องราวไร้สาระตั้งแต่แฟนป่วยอยู่จนไปถึงส้วมที่บ้านแตกขึ้นมาอ้างเพื่อปฏิเสธเลยก็มี บอกตามตรงนะตั้งแต่ตอนนั้นมาพวกผมทุกคนต่างก็เกลียดไอ้พวกอัศวินเหล่านั้นเข้ากระดูกดำเลยละ จนผมคิดว่าพวกอัศวินสมัยนี้ต่างหลงลืมหัวใจแห่งอัศวินไปจนหมดแล้วแน่ๆ”

            ลาล่าและเซร่าที่ฟังถึงตรงนี้พวกเธอถึงกับหน้าเสียไปเล็กน้อย เพราะตอนแรกที่พวกเธอรับรู้ถึงภารกิจนี้พวกเธอต่างปฏิเสธเหมือนกัน จุนที่ไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของเซร่าและลาล่าในตอนนี้ เขาจึงพูดต่อว่า

            “แต่ตอนนี้ความคิดของผมคงต้องเปลี่ยนไปแล้วละ ผมไม่คิดเลยว่าปัจจุบันนี้ยังอัศวินที่ยอดเยี่ยมแบบท่านหญิงทั้งสองคนอยู่อีก ถ้ายังไงผมขอชีวิตของฝากน้องสาวคนนี้และแม่ของเธอไว้กับพวกคุณด้วยนะ ได้โปรดช่วยเหลือพวกเธอให้ได้ด้วยเถอะครับ“

            สิบโทจุนพูดจบ เขาและพวกทหารก็โค้งตัวงามๆให้กับพวกเซร่าอีกครั้ง พวกเธอที่เจอแบบนี้ก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลย สักพักเสียงของสิบโทจุนก็ดึงขึ้นต่อว่า

            “ผมว่าตอนนี้พวกท่านเซร่าควรจะรีบเดินทางได้แล้วนะครับ เอาแบบนี้ก็ละกันเดี๋ยวผมจะนำทางให้เอง ถ้าผมเป็นคนนำทางไปเวลาถึงด่านตรวจที่ 2และที่ 3พวกคุณก็จะสามารถผ่านไปได้เลยโดยไม่ต้องตรวจสอบอะไรอีกยังไงละครับ “

พอจุนพูดกับเซร่าเสร็จ เขาก็หันไปหาคนขับรถที่ชื่อว่า รุกพร้อมพูดออกมาว่า” เอาละ รุก นายเตรียมออกเดินทางเลยนะ ผมขอตัวไปเก็บเอาม้าแปบ แล้วพวกเราจะออกเดินทางกันเลย”

            รุกที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็พยักหน้าอย่างแข็งขันเพราะเขาเองก็เป็น1ในคนที่รักยูรินเหมือนน้องสาว ถ้าเขารู้ก่อนว่าใครเป็นคนนั่งมา และนั่งมาทำอะไร เขาคงจะรีบเดินทางเร็วกว่านี้แน่ๆ รุกหันกลับไปมองยุรินเล้กน้อย ก่อนจะหันกลับมาเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเดินทางทุกเวลา แน่นอนว่าเขาก็ไม่ลืมอุดหูเหมือนเดิม ทางด้านของพวกเซร่าได้แต่อึงไปกับสิ่งที่จุนและคนอื่นๆทำ ไม่นานก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเบาๆก่อนจะมีคำพูดตามออกมาว่า

            “ฮิฮิฮิ โอ้ย เกือบจะทนไม่ไหวนะ เซร่าจังรู้ไหมว่าผมต้องพยายามขนาดไหนถึงจะทนกลั้นหัวเราะขนาดนี้ได้ นี่ถ้าไม่เห็นแก่หน้ายูรินละก็ผมคงหัวเราะออกมาแล้ว คนอะไรโง่ได้ถึงขนาดนี้นะ”

            พอสิ้นเสียงพูดนั้น พวกเซร่าและยูรินต่างก็หันมามองทางต้นเสียงในทันที ซึ่งสิ่งพวกเธอเห็นก็เป็นชายที่กำลังส่งยิ้มแบบกวนๆมายังพวกเธอทั้งสามคน เซร่าก็พูดขึ้นมาว่า

            “นี่นายพอตื่นขึ้นมาก็ปากเสียเลยนะ ทั้งที่นายเองก็ไม่เคยเห็น หรือ รู้จักนายทหารคนนั้นสักหน่อย แล้วทำไมนายถึงได้กล้าพูดแบบนั้นออกมาละ นายนี่มันแย่สุดๆเลยนะที่ตัดสินคนจากคำพูดเพียงแค่นี้นะ”

            คำพูดของเซร่าในครั้งทำให้ยูรินและลาล่าต่างพยักหน้าเห็นด้วยทันที คิลได้แต่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า

            “ใครกันแน่ครับที่ตัดสินคนจากคำพูดเพียงแค่นั้น ผมว่ามันน่าจะเป็นพวกเซร่าซะมากกว่าผมนะครับ”     

            เซร่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอถึงกับจ้องมองคิลด้วยสายตาโมโหเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า”นายพูดแบบนี้ก็หมายความว่านายรู้จักนายทหารคนนั้นดีมากเลยซินะ ถ้างั้นนายก็คงรู้เรื่องที่เขาทำเพื่อยูรินแล้วซินะ แล้วทำไมนายถึงได้กล้าพูดดูถูกเขาแบบนั้นออกมาอีกเหล่า”

            คิลจ้องมองเซร่าก่อนจะพูดว่า”ก่อนอื่นเลย ผมคงต้องบอกว่าผมไม่รู้จักนายทหารคนนั้นแม้แต่น้อยแต่ที่ผมพูดแบบนั้นออกมาเพราะผมได้ยินคำพูดของพวกเซร่ากับนายทหารที่ชื่อว่าจุนตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก และ ถ้าเซร่าจังฟังคำพูดพวกนั้นและคิดให้ดีๆ เซร่าจังจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงพูดแบบนั้นออกไป ”

            เซร่าที่ได้ยินแบบนั้นเธอจ้องมองคิลก่อนจะพูดออกมาว่า”การที่นายพูดออกมาแบบนี้ก็หมายความว่า นายตื่นตั้งแรกแล้วสินนะ จากนั้นนายก็แกล้งทำเป็นหลับเพื่อแอบฟังที่พวกเราคุยกัน นายรู้ไหมว่าการแอบฟังคนอื่นคุยกัน มันแย่ขนาดไหน ไม่เคยมีใครสั่งสอนเรื่องแบบนี้กับนายบ้างเลยหรือยังไงกัน”

            คิลยิ้มก่อนจะพูดออกมาว่า”ผมว่าแทนที่เซร่าจังจะพูดว่าผมออกมาแบบนี้ ทำไมเซร่าจังไม่คิดย้อนกลับกันบ้างละครับ ถ้าผมบอกว่าผมไม่เคยหลับเลยตั้งแต่ออกจากเมืองเลย นั้นก็เท่ากับว่าเซร่าจังเป็นคนมาพูดกรอกหูผมเองนะ ซึ่งถ้านับตามจริงคนที่ผิดก็คือเซร่าจังและสิบโทคนนั้นมากกว่านะครับ”

            เซร่าจังจ้องมองคิลอย่างโกรธๆ จากนั้นเธอก็พูดเสียงดังขึ้นว่า”นายนี้กล้าพูดนะ ฉันเห็นนายกรนซะดังเลย ไหนจะนอนน้ำลายเยิ้มอีกแบบนี้นะที่ไม่ได้เรียกว่านอนหลับ หรือว่าต้องการให้ฉันเรียกพฤติกรรมนี้ว่าเฝ้ายามระวังภัยเลยดีไหมละ “

คิลยิ้มเล็กน้อยก่อนจพูดว่า”เซร่าจังนี้รู้ดีเลยนี้ครับ มันก็เป็นอย่างที่เซร่าจังบอกนั้นละ ผมแค่หลับตาลงพร้อมแกล้งทำเสียงกรนออกมาเป็นระยะ ที่ผมต้องทำแบบนี้เพราะผมต้องการรวบรวมสมาธิกับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวในรัศมี 10 เมตร ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ผมจะได้แก้ไขได้ทัน เซร่าจังอย่าลืมซิว่าพวกเรากำลังเดินทางไปป่าต้องห้ามกันนะ แถมทางที่พวกเรากำลังวิ่งรถอยู่นั้นก็มีแต่สัตว์อสูรกินคนแทบทั้งนั้น เซร่าจังคงจะไม่คิดว่ามีสัตว์อสูรกินคนเฉพาะในเขตป่าต้องห้ามหรอกนะ เพราะถ้าใช่ละก็นั้นเป็นความคิดของพวกมือใหม่ชัดๆ”

            เซร่าจัง ลาล่าและยูรินที่ได้ยินคำพูดของคิล พวกเธอถึงกับหน้าเสียไปเล็กน้อยเนื่องจากพวกเธอต่างคิดแบบนั้นจริงๆ จริงอยู่ว่ารอบๆเมืองจะมีสัตว์อสูรประเภทนี้อยู่บ้างแต่เนื่องจากการรักษาที่เข้มแข็งของเมืองจึงแทบทำให้สัตว์อสูรประเภทกินคนไม่เคยได้มีชีวิตอยู่จนผู้คนมาพบเข้า เพราะเป็นแบบนี้จึงทำให้ผู้คนและอัศวินมือใหม่ส่วนใหญ่ต่างคิดว่าสัตว์อสูรกินคนจะมีอยู่แต่ในป่าต้องห้ามเท่านั้น ซึ่งพวกเซร่าเองก็เป็น 1ในคนพวกนั้นด้วย คิลที่เห็นท่าทางของพวกเซร่า เขาก็ยิ้มแล้วพูดออกมาว่า

            “ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ การที่ผมระวังตัวแบบนี้ก็เพราะผมผ่านการเดินทางมาเยอะมาก ถ้าพวกคุณได้ฝึกฝนสักนิดคุณก็คงจะเป็นอย่างผมเองละ ถ้ายังไงก็อย่าเสียใจให้มากไปเลยครับ แค่จำไว้ว่านี้คือบทเรียนสำคัญก็พอแล้ว แต่เซร่านี้ก็เก่งนะที่ดูออกด้วยว่าผมกำลังเฝ้าระวังภัยให้กับพวกคุณอยู่”

            พอคิลพูดจบ เซร่าก็แทบโกรธจนควันออกหู แต่ก็ได้ลาล่าที่ยกมือขึ้นมาห้ามเอาไว้ สักพักลาล่าที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นมาว่า

            ”ถ้ามันเป็นอย่างที่คุณคิลพูดมาจริง แสดงว่าตลอดการเดินทางมานี้คุณก็ตื่นอยู่ตลอดเลยหรือคะ แต่ถ้าเช่นนั้นทำไมฉันถึงสัมผัสร่างกายที่ยังตื่นอยู่ของคุณไม่ได้ละ อะ .นี่มัน..เป็นไปไม่ได้นะ...“

            เมื่อสิ้นคำถามของลาล่า คิลก็ยิ้มออกมาพร้อมแสดงการหลับตาลงเพื่อให้ร่างกายหลับพักผ่อน แต่จิตของเขายังเฝ้าระวังอยู่ ให้ลาล่าได้เห็นทันที สักพักเสียงของคิลก็ดังขึ้นภายในหัวของลาล่าและเซร่าซึ่งมันดังขึ้นมาว่า

            “มันก็ง่ายๆเองครับ ผมแค่ให้ร่างกายของตัวเองได้พักผ่อน แต่จิตของผมยังคงตื่นและคอยระวังภัยอยู่เสมอนั้นเอง  ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะทำให้พวกสัตว์อสูรไม่แตกตื่นแล้ว มันก็ยังทำให้สัตว์อสูรไม่ทราบตำแหน่งของผมอีกด้วย แต่ผมกลับทราบตำแหน่งของมันจากจิตของพวกมันที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ยังไงละครับ  แต่ผมไม่คิดเลยนะว่า คุณลาล่าจะมีฝีมือถึงขนาดจับอัตราการเต้นของชีพจรและอัตราการหายใจของร่างที่ตื่นอยู่ และร่างกายที่หลับอยู่ได้ด้วย ที่สำคัญคุณยังสามารถแยกแยะออกภายในเวลาไม่ถึงวินาที คุณลาล่านี่ยอดไปเลยนะครับ”

            ลาล่าถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า“ฉันว่ามันคงจะไม่ยอดเท่ากับคุณคิลหรอกค่ะ ทั้งที่คุณกำลังคุยกับฉันผ่านทางจิตอยู่แท้ๆ แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าร่างกายคุณยังหลับได้อีกนะ คุณคิลนี่มีเรื่องทำให้ฉันตกใจอยู่เรื่อยๆเลยนะ เอาเป็นว่าเรื่องที่คุณแกล้งหลับเพื่อแอบฟังพวกฉันคุยกับคุณจุนเป็นอันตกไป แต่ข้อหาที่คุณว่าสิบโทจุนนั้น ฉันคงต้องขอให้อธิบายหน่อยแล้วละเพราะถ้าคุณได้ยินเรื่องราวตั้งแต่ต้น คุณก็น่าจะทราบว่าสิบโทจุนทำเพื่อยูรินแค่ไหน แล้วทำไมคุณถึงไปว่าเขาแบบนั้นอีกละค่ะ”

            คิลลืมตาขึ้นมามองลาล่า  ก่อนจะบิดขี้เกียจไป 2-3 รอบพร้อมหันไปจ้องมองเซร่า จากนั้นเขาก็มาหยุดมองยูรินที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสีหน้าไม่ชอบใจนัก คิลยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

            “ก่อนที่จะตอบคำถามในข้อนี้ ยูริน หนูช่วยตอบพี่หน่อยจะได้ไหมว่า ก่อนที่สิบโทจุนจะมาประจำอยู่ที่นี้เขาประจำอยู่ตำแหน่งไหนมาก่อน  และ ก่อนที่เขาจะย้ายตำแหน่งมานี้ เขาเคยบอกอะไรยูรินบ้างละ“

            ยูรินมองคิลอย่างงๆ แต่เธอก็ตอบออกไปอย่างโดยดีว่า”ถ้าหนูจำไม่ผิดพี่จุนน่าจะประจำอยู่ที่ตำแหน่งหัวหน้านายทหารเฝ้าคลังอาวุธนะค่ะ ซึ่งตำแหน่งนี้ถือว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากๆ ส่วนตอนที่พี่จุนได้รับการโยกย้ายตำแหน่ง เขาก็บอกกับหนูแค่ว่าเขาได้ไปทำตำแหน่งที่ตัวเองต้องการแล้วเท่านั้นเอง แต่หนูก็ไม่คิดว่าเขาอยากจะมาทำตำแหน่งนี้หรอกค่ะ”

            คิลพยักหน้าอย่างยิ้มๆ พร้อมพูดออกมาว่า”นั้นคือเหตุผลของนายสินะ คนอย่างนายนี้ช่างโง่จริงๆ แต่มันก็เป็นความโง่ที่เต็มไปด้วยหัวใจแห่งอัศวินเลยละ”

            คำพูดของคิลทำเอาพวกเซร่ามองมาที่เขาเป็นตาเดียว สักพักคิลก็หันไปจ้องมองเซร่าแบบตาประสานตา จากนั้นหันไปมองลาล่า ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

            “เซร่าจัง คุณลาล่า ผมจะตอบคำถามของพวกคุณแล้วนะ ตั้งใจฟังละผมให้ดีละ ผมจะพูดแค่ครั้งเดียว พวกคุณทั้งสองคนจะรับได้เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับตัวเองแล้ว เพราะผมจะไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่สองแน่ๆ จำไว้ว่าเรื่องที่ผมพูดทั้งหมด พวกคุณต้องใช้ใจฟัง ไม่ใช่ใช้หูฟังนะครับ”

            คำพูดของคิลทำเอาเซร่า ลาล่า และยูรินงงไปเล็กน้อย แต่ขณะที่พวกเธอจะถามออะไรออกมานั้นคิลก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า

            “การที่ผมบอกว่านายทหารที่ชื่อจุนโง่นั้น เพราะเขาได้ทำสิ่งที่โง่ๆลงไปจริงๆนะสิครับ อย่างแรกเลยคือเรื่องการย้ายตำแหน่ง ผมขอถามเซร่าจังหน่อยซิว่าทหารรักษาคลังอาวุธที่มียศสิบโท กับทหารที่เฝ้ายามที่มียศสิบโทนะด่านตรวจตรงจุดนี้  ทหารตำแหน่งไหนมีโอกาสได้เลื่อนยศได้เร็วกว่ากัน”

            เซร่ามองคิลก่อนจะตอบออกมาว่า”ถ้าว่ากันตามทฤษฏีแล้ว คนที่เฝ้าอยู่ที่คลังอาวุธกับทหารที่เฝ้ายามอยู่นะจุดนี้นั้นมีโอกาสเท่าๆกันในการเลื่อนตำแหน่งนะ”

            “ใช่ครับ ถ้ามันเป็นไปตามทฤษฏีอย่างที่เซร่าจังพูดกันนะครับ แต่เซร่าจังเองก็คงรู้ระบบทหารและอัศวินสินะ ระบบที่ใช้ปกครองทหารหรืออัศวินนั้นนั้นเป็นแบบพีระมิด ซึ่งตำแหน่งที่มียศสูงจะมีน้อยกว่าตำแหน่งที่มียศต่ำ ดังนั้นจำนวนคนที่จะได้ตำแหน่งสูงก็จะน้อยลงไปด้วย ผมพูดถึงตรงนี้แล้วไม่ทราบว่าพวกคุณเริ่มรู้หรือยังว่าทำไมผมถึงเรียกหมอนั้นว่าโง่”

            หญิงสาว 2 คน กับเด็กสาวอีก1 คน พร้อมใจกันส่ายหน้า คิลที่เห็นแบบนั้นเขาถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะพูดต่อว่า

            “เออ ไม่คิดเลยเรื่องง่ายง่ายๆแบบนี้พวกคุณยังนึกไม่ออก การที่นายทหารจุนมาประจำตรงจุดนี้ก็เพราะมันเป็นความตั้งใจของเขาเองยังไงละ “

            “ไม่จริงนะ! คนอย่างพี่จุนนี้นะจะขอย้ายตัวเองมาประจำอยู่ที่นี้ หนูว่าพี่ชายต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ”ยูรินพูดแทรกขึ้นมาทันที

            คิลยิ้มก่อนจะพูดออกมาว่า”ไม่หรอกยูริน การที่สิบโทจุนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าทหารเฝ้าประตูคลังอาวุธ นั้นก็แสดงว่าเขาเป็นคนมีฝีมือพอสมควร แถมสิบโทจุนเองก็เคยบอกว่า เขาเคยรวมตัวทหารระดับล่างกว่า 80 คนเพื่อมาทำภารกิจของยูริน ซึ่งตรงจุดนี้หมายความว่าเขามีมนุษย์สัมพันธ์ดีกับทุกคนยังไงละ เรียกได้ว่าเป็นผู้นำแต่กำเนิดก็ว่าได้ ดังนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะถูกกลั้นแกล้งเรื่องการย้ายตำแหน่ง “

            คิลหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า”นอกจากนั้น ยูรินบอกว่านายทหารจุนเคยพูดเอาไว้ว่าเขาได้ไปทำตำแหน่งที่ตัวเองต้องการแล้ว ซึ่งจากคำพูดนั้น ผมจึงเดาได้เลยว่าเขายอมทิ้งอนาคตอันสดใสของตัวเองเพื่อมาประจำอยู่ที่นี้ต่างหากละ”

            คำพูดของคิลทำเอาหญิงสาวทั้ง 3 คนต่างอึงไปตามกัน สักพกลาล่าก็พูดออกมาว่า”แล้วทำไมนายทหารจุนต้องทำแบบนั้นด้วยละ ฉันไม่เห็นว่าไม่มีความจำเป็นเลยนี้”

            คิลไม่ตอบออกมา เขาจ้องมองยูรินแต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามของลาล่าแต่อย่างไร สักพักเขาก็พูดต่อว่า

            ” จากที่ผมฟังพวกคุณพูดคุยกันสิบโทจุน ผมรู้สึกว่าเขาสนิทสนมกับผู้ที่อยู่ที่จุดตรวจที่ 2 และที่ 3 มาก ถึงขนาดบอกว่าแค่เขาไปด้วยก็สามารถผ่านด่านไปได้อย่างง่ายดาย ตรงนี้ละทำให้ผมคิดว่า เขายอมย้ายตัวเองมาอยู่จุดนี้ก็เพราะเขาต้องการสร้างความสัมพันธ์กับทหารที่อยู่ในจุดตรวจต่างๆต่างหากละ”

            “ทำไมคะ พี่จุนทำแบบนั้นลงไปทำไมกัน”ยูรินถามออกมาทันทีที่คิลพูดจบ

            คิลถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดว่า”นั้นก็เพราะเขาทำทั้งหมดลงไปก็เพื่อหนูยังไงละ ถ้าพี่เดาไม่ผิดเขาคิดจะอาศัยความสัมพันธ์กับพวกทหารเฝ้ายามในจุดต่างๆ เพื่อที่จะขอผ่านเข้าไปในป่าต้องห้ามเพียงลำพังยังไงละ ”

            ยูรินที่ได้ยิน เธอถึงกับเอามือขึ้นมาปิดปากด้วยความตกใจ ส่วนเซร่าและลาล้าก็ดูตกใจขึ้นมาเป็นอย่างมาก สักพักคิลก็พูดขึ้นมาว่า

            “หมอนั้นปากก็บอกว่าหัวใจแห่งอัศวินได้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว แต่สิ่งที่หมอนั้นทำกลับเป็นหัวใจแห่งอัศวินที่แท้จริง ในเมื่อได้ฟังแบบนี้แล้วจะให้ผมเรียกหมอนั้นว่ายังไงดีละ ถ้าไม่เรียกว่าโง่แล้ว ผมก็นึกคำอื่นไม่ออกอีกแล้วละครับ ”

            พอคิลพูดจบ เขาก็หลับตาลงโดยไม่สนใจพวกเซร่าที่จ้องมองเขาอยู่เลยแม้แต่น้อย สักพักลาล่าที่ฟังทุกอย่างจบ เธอก็จ้องมองคิลด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สักพักเธอโค้งตัวลงให้กับคิลพร้อมพูดขึ้นมาว่า

            “คุณคิล ฉันขอโทษค่ะ นี่เป็นอาจจะครั้งแรกที่ฉันเรียกคุณแบบนี้ด้วยความเต็มใจของฉันเอง ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่า สิ่งใดคือสิ่งที่คุณต้องการบอก สิ่งใดคือสิ่งที่คุณต้องการสอน  สิ่งใดคือคำพูด และสิ่งใดคือการฟังที่แท้จริง นับแต่นี้ฉันจะนำทุกอย่างที่คุณสอนไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดเลยค่ะ

            คิลที่หลับตาอยู่ถึงกับอมยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของลาล่า ก่อนจะคิดขึ้นมาว่า(เออ ในที่สุดก็รู้ตัวซักที แม้เธอจะรู้ตัวช้าไปนิด แต่ก็ถือว่าฉลาดใช้ได้ อย่างนี้ค่อยมีพอจะอบรมสั่งสอนหน่อย แต่อีกคนนี่สิปัญหา ผมหวังว่าเซร่าจะฉลาดได้ซักครึ่งของลาล่านะ ไม่งั้นงานนี้คงต้องเหนื่อยอีกยาวแน่ๆ )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #149 V-Point (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 21:35
    555555 ก็นายดันไปทำให้เค้าไม่ไว้ใจนี่นา

    เลยทำให้มองอย่างอคติ =,.=
    #149
    0
  2. #148 สาคูปากหม้อ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 23:30
    สนุกจางงงงงงงงงงง
    #148
    0
  3. #147 SouL Mate_ball (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 23:17
    จะติดตามตอนต่อไปน้าา มีอะไรให้คิดตามไปด้วย สนุกดีคับ
    #147
    0
  4. #146 ชอบ... (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 20:35
    ชอบเรื่องนี้จริงๆ ชอบพระเอกเก่งๆฉลาดแบบคิล
    #146
    0
  5. #145 เรามันก็แค่...คนเห็นแก่ตัว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 14:51
    อ่า เซร่า...น่าหนักใจ
    #145
    0
  6. #144 OniTheNext (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 14:03
    สนุกมากครับ ^^
    #144
    0
  7. #143 zZeRoz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 11:01
    สนุกสมกับที่รอคอยมากเลยคร้าบบบ สุขสันปีใหม่นะครับ
    #143
    0
  8. #142 perzero (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 10:23
    สนุกมากครับบบบบบ
    #142
    0