[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 16 : Under Red 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    31 ก.ค. 63

 

 


 

 

Under red 16

 

 

ข้าวต้มร้อนวางลงโต๊ะข้างเตียงในห้องนอนลูกชาย กลับมาในสภาพนอนซมไข้ ตัวร้อนจี๋ ร่องรอยเขียวม่วงบอบช้ำไปทั้งกายขาวเห่อร้อนพิษไข้ โดยเฉพาะรอยคมฟันมากมายแถวคอ หลัง หน้าอก ที่คนเป็นพ่อได้แต่กลืนความเจ็บปวดลงไป พยายามไม่ไปจ้อง ไม่รับรู้ว่านี่คือสิ่งที่ลูกเพียงคนเดียวต้องเจอจากการที่เขาไปขอร้องทหาร

"คริส..เจี๊ยะหน่อยนะ..ป๊าทำข้าวต้มมาให้ จะได้แข็งแรงหายไข้ไวๆ"

"....." ลูกชายเหม่อลอยจ้องเพดานไม่ตอบสนอง ร่างกายบอบช้ำยากจะขยับ คนเป็นพ่อเปลี่ยนผ้าเย็นบนหัวเสร็จก็กุลีกุจอนหยิบชามข้าวต้มเอง ใช้ช้อนตัก เป่าลม ยื่นจ่อปากบวมเจ่อเป็นแผลแตกห้อเลือด ทำเหมือนสมัยที่ลูกป่วยครั้นวัยเยาว์ เป็นคุณพ่อคนอ่อนโยนแต่ย้อนแย้งตรงส่งเขาไปนรกเช่นกัน พ่อค้าข้าวมันไก่เล็กๆในเยาวราชกับทหารยศสูงดูไม่มีความเกี่ยวข้องกันสักนิด กลับมีอะไรที่คริสไม่รู้ซ่อนอยู่

 

 

"ป๊า..คริสขอความจริง.."

 

 

ถามเสียงแหบแห้งในห้องนอนเดิมๆ เช้าแรกกับกลิ่นข้าวมันไก่ลอยจากชั้นล่าง เตียงเดิมที่นอนมาแต่เด็ก เซ็กส์ครั้งแรก..ก็เกิดบนเตียงนี้ 

"ป๊าไม่กวนดีกว่า..พักผ่อน"

 

หมับ

 

คริสรั้งชายเสื้อพ่อไว้ ลูกชายกระพริบตาทำเอาน้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่อยากมองพ่อตัวเอง ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากฟังความลับซุกซ่อนในบ้านหลังนี้ 

 

 

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย อย่างไรก็ต้องรู้อยู่ดี

 

 

อาแปะเจ้าของร้านข้าวมันไก่ก้มหน้าคางชิดอก ดูเป็นคนจีนน่าสงสาร บางทีอาจใช้ท่าทางแบบนี้ไปขอความเห็นใจจากทหารพันเอกก็เป็นได้หรืออาจเลวร้ายยิ่งกว่าเพราะทหารก็มีเรื่องลับๆมากมาย อาทิเช่น เด็กรับใช้ 

เขากลายเป็นคนโง่ๆงมงายในความมั่นใจในลำแข้งโดยไม่รู้ว่า  'พ่อ' กับ 'ผู้พันสิงโต' มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง 

 

"ทุกอย่างเริ่มต้นในคืนนึง คืนนั้นฝนตกหนักเหมือนเมื่อวานเปี๊ยบ ส่วนผู้พันในตอนนั้นยังเป็นร้อยเอกอยู่ ป๊าก็ไม่เข้าใจนักหรอก เราเจอหน้ากันครั้งแรกด้วยซ้ำ ผู้พันบอกกับป๊าว่าจะส่งเสียเลี้ยงดูลูกให้ในส่วนค่าเทอม ค่ากิน ค่าใช้"

 

.

.

.

ย้อนอดีตไป 16 ปีก่อน คืนนึงในวันฝนตก ชายคนจีนคนหนึ่งยังต้องเดินเข็นรถข้าวมันไก่เล็กๆไปตามถนนในเยาวราชเพื่อหารายได้มาจุนเจือ ภรรยาก็ป่วยเป็นโรคร้าย อาการทรุดลงจนต้องหอบเข้าโรงพยาบาล เงินก็ไม่มีขาดอีกครึ่งนึงถึงจะได้ค่ายา เขาจึงต้องเร่ร่อนด้วยอาชีพที่มีกับรถเข็นเล็กๆตะลอนให้ได้ ขอแค่เงินอีกครึ่งเดียวเพื่อช่วยยื้อเธอผู้เป็นที่รักให้ไปต่อ

"ข้าวมันไก่ไหมครับ ข้าวมันไก่"

"โอ้ยแปะ ดึกป่านนี้ใครจะกิน!"

โดนชาวบ้านด่าทอก็ไม่สน ด้านทนขายต่อหวังเพียงใครสักคนจะแวะมาซื้อ เคยหยิบยืมข้างบ้านมาเยอะมากจนเกรงใจคนอื่นไปหมดแล้ว ไหนจะโดนบางคนหมางเมินใส่อีก ขณะที่เข็นขายข้าวมันไก่ไปก็จำต้องกระเตงลูกชายให้ขี่คอหลับคาหลัง ลูกก็ดันมาป่วย มีไข้สูง ไอโคลกๆ ตัวร้อนไม่ต่าง จะให้ทิ้งอยู่บ้านก็ไม่มีใครดูแล

 

 

"ฮึก...ข...ข้าวมันไก่ไหมครับ! ข้าวมันไก่!"

 

 

เช็ดน้ำหูน้ำตา ฮึบเอาไว้ให้มากสุด ร้องค้าขาย เก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ข้างใน ครอบครัวของเขามันคนจน เขามันหัวหน้าครอบครัวไร้ความสามารถ ทำมาหากินสุจริตแต่ก็ไม่พอที่จะดูแลปกป้องให้ลูกเมียสบาย 
 

กระทั่งแสงไฟหน้ารถทอลำสาดหน้าคนจีนอย่างจัง อาแปะขายข้าวมันไก่ยกมือป้องตา หรี่มองจนเห็นรถทหารจอดขวางทางเอาไว้ และนั่นเป็นครั้งแรกที่อาแปะขายข้าวมันไก่ อาศัยห้องเช่าซอมซ่อ ใช้เงินก้อนหนึ่งซื้อรถเข็นมือ 2 มาขายได้เจอกับ..


 

ตึก!


 

ทหารหนุ่มแน่นผิวเข้ม หน้าคมสันแบบไทย

'ร้อยเอกปราชญา เรืองโรจน์'

"ไอหยา ท...ท...ทหาร.."ย้ายมาจากจีน เป็นคนต่างถิ่นว่าแย่แล้ว วันนี้เจอทหารไปอีกไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง ร้อยเอกสิงโตกลับเมินคนตื่นกลัว เพ่งสายตาไปยังเด็กห่อผ้ากรผูกกระโจมแบกขึ้นหลัง ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ทำเป็นหมวกคลุมหัวกันฝนไปพลางๆ

"ไม่สบาย?"

"ค...ค..ครับ ลูกชายผมไม่สบาย"

ไม่ทันขาดคำ คนจีนร้องตกใจ จู่ๆลูกชายโดนทหารหนุ่มแย่งไปอุ้มแทน เด็กน้อยวัยเพียง 6 ขวบไอร้อนผ่าวหน้าแดงก่ำ มือแกร่งด้านอังหน้าผากไว้ เขาถอดหมวกทหารออกและสวมลงหัวเด็กตกในอาการเพ้อพิษไข้

"คุณจะทำอะไร อย่าเอาลูกผมไป!!"

"จะพาไปหาหมอ จ่า ดูรถให้ลุงซะ"

"ครับผู้กอง!" ทหารยศจ่าตะเบ๊ะมือรับคำสั่ง

ดั่งสวรรค์ประทานพร ผู้กองสิงโตพาคริสไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างดี จ่ายเงินให้หมดรวมถึงส่วนภรรยาด้วย ครอบครัวแสงโพธิรัตน์ขอบคุณจนไม่รู้จะขอบคุณยังไง ขณะเดียวกันก็งงสุดแสน ครั้นจะถามก็เจอสายตาดุ ความกลัวเกาะกินใจจนเลือกเงียบเสียงเอาไว้และแบมือรับน้ำใจจากอีกฝ่ายแทน


 


 

"จากนี้ไป ฉันจะส่งเงินให้เด็กคนนี้ อยากได้อะไรขอให้บอก ฉันจะหาให้"

 

 

.

.

.

 

 

นั่นคือที่มาของความลับ พ่อกับพันเอกสิงโตรู้จักกันอยู่แล้วแต่แรก

"บ้านเรา..ร้านข้าวมันไก่..ด้วยไหม?" คริสถามเสียงสั่น ภาวนาอย่าให้เป็นอย่างที่คิด

"ด้วย" คำตอบยิ่งกว่าเอาเท้าเหยียบหัวย่ำศักดิ์ศรี คริสปากสั่นไม่อยากมองหน้าพ่อจนหันหนีไปอีกทาง

"คริส คริสมองป๊านะ.."

"ไม่!!!"

"เปียโนตัวนั้น ที่ป๊าบอกซื้อให้ผมด้วยใช่ไหม!!"

ไม่มีการปฏิเสธ ทุกอย่างที่คริสอยากได้ อยากขอ ชีวิตผาสุข อาจไม่ได้ร่ำรวยหรูหราแต่ยืดอกภูมิใจได้แถมยังก้าวเดินไปแสดงสิทธิเสรีภาพมาดมั่น

 

 

"รัฐเอาอำนาจอธิปไตยอันชอบธรรมไปสนองความสุขส่วนตัว!! มันเป็นของประชาชน!! เอาคืนมา!!! ทหารก็อยู่ส่วนทหาร!!"

 

 

 

ทุกอย่างที่คริสตะเบ็งผ่านโทรโข่งบนเวทีในฐานะแกนนำเหล่านักศึกษา เหล่ากลุ่มชนเห็นพ้องกับการที่ทหารมามีอำนาจปกครองประเทศมากเกินไปจนต้องเรียกร้องให้กระจายคืนสู่มือประชาชน ประเทศเราคือ 'ประชาธิปไตย' มันต้องไม่ใช่แบบนี้ 
 

ทหารทำหน้าที่ทหาร พึงได้ 
 

แต่เมื่อใด..ทหารล้ำเส้น..

นั่นคือหน้าที่ประชาชนที่จะลุกขึ้นยืน ตอบโต้ ตบให้เข้าที่เข้าทาง

คริสยกมือก่ายหน้าผาก บังน้ำตานองหน้า สะอื้นอับอายระคนเสียใจ เขาขึ้นเวทีแหกปากสู้สุดใจ เป็นแกนนำให้ทุกคน แต่เขา..กลับมีชีวิตดี เติบโต ได้เรียนมหาลัยที่ดี บ้านมีกินใช้ด้วยอำนาจเม็ดเงินของทหาร

 

 

ตลกร้ายสิ้นดี

 

 

.

.

.

 

 

ป๊อกๆๆๆ

 

ผ่านมาแล้วร่วมเดือน ไข้หวัดหายดีไปตามกาลเวลา คริสกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในร้านข้าวมันไก่อันเป็นบ้านเกิด ผู้ชายชาติทหารคนนั้นไม่ติดต่อ ไม่มีเยี่ยมเยียน หายตัวไปและทิ้งซากศพบอบช้ำไว้ที่แห่งนี้ คริสใช้ชีวิตง่วนกับการจัดจานข้าวมันไก่ยกไปเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร ช่วยพ่อต่อไป นับจากรับรู้ความลับก็ยากจะทำใจคุยกับพ่อหนักไปกว่าเดิม ทุกวันนี้อยู่ร่วมบ้านเพียงแค่ช่วยงานช่วยการตามหน้าที่ ขณะเดียวกัน..ก็เข้าใจคำว่า 'ผิดหวัง' ของสิงโต 
 

 

 

ควรทำตัวเช่นไร? 
 

ควรรู้สึกอย่างไรจากนี้ไป?

 

 

คำถามอันคิดคำตอบไม่ได้ ตื้อไปหมดเสมือนตกเหวแล้วรอดตาย ทว่าหาหนทางไปไหนต่อไม่ถูก นัยน์ตากลมตวัดจ้องมองหน้าร้านหลังได้ยินบทสนทนาจ้ะจ๋า ออดอ้อนตามประสาคนทำมาค้าขาย

"โอ้โห วันนี้แต่งสวยจังคุณนาย" พ่อของเขายืนสับไก่ ทักทายคุณหญิงกรรวีผู้เป็นลูกค้าประจำร้าน

"เย็นนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดนายพลณรงค์น่ะอาแปะ"

คริสชะงักมือมัดถุงแกง นึกขึ้นได้ว่าวันนี้สิงโตได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงที่บ้านท่านนายพลณรงค์!! แต่..จนตอนนี้เขาก็ไม่คิดติดต่อมา..เสื้อที่ตัดไม่แคล้วเป็นหม้าย

"ไอหยา รถใครอีกล่ะนี่" พ่ออุทานกับรถเต่าคันหรูสีน้ำตาลอ่อนจอดหน้าร้านหลังคุณหญิงกรรวีรับข้าวมันไก่ไป


 

ปึง..
 


 

"สวัสดีน้องคริส"

เสียงทักคุ้นหูหลังประตูรถเปิด คริสยกมือไหว้ จำได้ดีว่าใคร

"สวัสดีครับหมอเด่น"

หมอทหารยิ้มหวานใส่สูทสวยเตรียมไปงานเลี้ยงด้วย แว่นตาทรงเดิมเพิ่มเติมคือผมเสยเรียบแปล้ ดูดีเป็นทางการ

"หมอเอาอะไรครับ หนังไม่หนัง?พิเศษ?"

"ไม่สั่งหรอก พี่มาหาน้องคริส"

หมอเด่นหยิบชุดสูทอีกตัวในรถออกมา สูทสีน้ำตาลของคริสที่สั่งตัดกับร้าน คริสอึ้งไปชั่วขณะนึง เห็นอีกฝ่ายยื่นค้างมาให้ก็เลยต้องรับมาทั้งท่าทางเก้ๆ กังๆ

"เปลี่ยนเร็ว พี่จะพาไปงานท่านนายพล"

ยืนนิ่ง อ้ำอึ้ง หากมาคิดดูอีกที นี่ก็เป็นโอกาสได้เข้าไปฟังข้อมูลจากทหารจากชนชั้นในระดับสูง

 

 

คำขอของธีร์ยังจำแม่น

 

 

"น้อยใจที่ไอ้สิงไม่มารับเหรอ?" หมอเด่นถามหยั่งเชิง เขาส่ายหัวแรง

"ผมไม่น้อยใจอะไรหยุมหยิมแบบนั้น ผมคิดเฉยๆ ว่าไปแล้วจะดีเหรอ ผมไม่ใช่ทหาร"

"เด็กรับใช้ก็เท่าคนของทหารนะ" หมอเด่นต่อให้ คริสขมวดคิ้ว คำนี้..ชวนใจหล่นวูบหน้าไม่ค่อยดี
 


 


 

เป็นมาตลอดเกือบทั้งชีวิตโดยไม่รู้ตัว

 


 

"น้องคริส"

"..ครับหมอเด่น ผมจะไปเปลี่ยนชุด"

 

 

ช่างมัน ไม่ต้องหาเหตุผล
 

เป็นสายทหารก็พอ


 


 

TBC

++++++++++++

หน้าที่ vs ผู้มีพระคุณ/คนทำร้าย 

จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะ

#ฟิคผู้พัน

ไปก่อนนะ บายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #69 071727 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 18:43
    คิดดีแล้วใช่ไหม คริส
    #69
    0
  2. #67 mimmii_boo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 20:45
    ถ้าทำไปแล้วมาเสียใจทีหลังมี๊จะไม่โอ๋ๆหนูนะน้องคริส
    #67
    0
  3. #66 Nick (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 08:17

    น้องควรปรับตัวได้แล้ว รู้ผิดชอบ และคิดถึงพี่มากๆ พี่เค้าดีและรักเรามาตลอดนะ

    #66
    0
  4. #65 3653768 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 19:18
    ทำไมยังคิดจะทำอะไรแบบนี้
    แล้วคนพี่จะเป็นยังไง
    #65
    0
  5. #64 นิรนาม (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 18:42

    คริสควรคิดถึงผลของการกระทำบ้างนะ สิ่งที่ทำอาจนำความเลวร้ายไปถึงคนพี่ได้นะ

    #64
    0