[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 15 : Under red 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    26 ก.ค. 63

 

 


 

 

Under red 15

 

 

กลิ่นธูปกำยานลอยละล่องออกจากศาลเจ้าผสมปนเปควันหอมกรุ่นจากซึ้งนึ่งซาลาเปา หมั่นโถว ขนมจีบ ถัดไปเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปลาน้ำใสและยังมีร้านน้ำชาเปิดตั้งรอรับลูกค้าทั้งหลายที่แวะเวียนเข้ามาสู่ถนนเยาวราช

ที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุมชนชาวจีนผู้อพยพจากทางเหนือทำมาหากินปักหลักก่อร่างสร้างตัวในประเทศไทย บ้างก็มาเก็บเงินและส่งกลับไปบ้านเกิดก็มี คนไทยแถวนี้มีเดินมาซื้อข้าวของ จับจ่ายใช้สอยไม่ขาดสายก็จริงแต่เห็นความต่างของชนชั้น

 

ตุบ!

 

"ขอโทษค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ นี่ครับกระเป๋า"

"ขอบ- อี๋! เจ๊ก" คุณหญิงนางหนึ่งในชุดผ้าไหมตัดสวยสีชมพูหรี่ตาสบถคำเรียกเหยียดชาติพันธุ์..นั่นคือคำแทน รวมถึงไทยเชื้อสายจีนอย่างคริสด้วย 

 

 

ตึก!

 

 

พอเห็นคนยืนคุ้มด้านหลังหนุ่มเชื้อสายจีน หล่อนหน้าเจื่อนทันตา ก้มหน้างุดเดินหิ้วกระเป๋าน้อยจากไป คริสเหลียวมองไปยังต้นเหตุอาการกลัวหัวหดของเจ้าหล่อน ไม่ใช่ใครอื่นไกลนอกจากทหารที่ยังอยู่ในเครื่องแบบติดยศพันเอกคอยเดินตามประกบเขาไม่หยุดตั้งแต่จอดรถริมถนน

"ร้านพ่อกูอยู่ลึกไปอีก" คริสย้ำเตือนความจำให้คนแก่กว่าหลายสิบกว่าปี หน้ากลมแหงนมองป้ายด้านหน้าอันคุ้นชินตามาตั้งแต่จำความได้ 

 

 

'ศาลเจ้ากวนอูและเจ้าพ่อม้า'

 

 

"ไปไหว้กัน" พันเอกสิงโตเอ่ยชวนหน้าตาย

"มึงเป็นคนไทย นับถือท่านด้วยเหรอ?" คริสเลิกคิ้ว อีกฝ่ายพยักหน้าในระหว่างตรงเข้าไปซื้อของไหว้ต่างๆเน้นตกแต่งสีแดงอันเป็นมงคลของชาวจีนในร้านรถเข็นหน้าศาลเจ้า

 

พิลึก..

 

คริสอดประหลาดใจเสียไม่ได้มองดูคนที่พามาไหว้พระ ไหว้เจ้า ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทหารเชื้อชาติไทยแท้ไม่ควรจะมาโผล่หัวในสถานที่สักการะเทพของคนจีนด้วยซ้ำ อย่างที่รู้กันว่าระดับสังคมคนจีนโดนกดให้อยู่คนละชั้น กลิ่นธูปเทียนกำยานคลุ้งคลั่กชวนแสบจมูกในโถงไหว้บูชาเทวรูปเทพเจ้ากวนอู พระพักตร์สีแดง หน้าตาดุขมึงเกลียวตรงหน้า พวกเขานั่งคุกเข่าข้างกันพนมมือถือธูปไว้ ตั้งสมาธิจดจ่อกับตัวแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องหน้า

 

"....."

"....."

 

นิ่งค้างเนิ่นนานพักใหญ่จนในที่สุดคริสเป็นฝ่ายลุกไปปักธูปลงกระถางก่อน เขาลุกออกมาจากโถงไหว้ หลีกทางให้อาม่าอายุเยอะคนหนึ่งเข้ามาไหว้ต่อ 

"อาตี๋ไม่เสี่ยงเซียมซีเรอะ" อาแปะไว้เคราขาวผู้ดูแลสถานที่เอ่ยทัก

"ไม่ดีกว่าแปะ อั๊วขี้เกียจ" โบกมือปฏิเสธไป ตากลมโตเหลือบมองแผ่นหลังกว้างใหญ่กำลังในเครื่องแบบยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิมตรงหน้ารูปปั้นเทพพระพักตร์สีแดง นานเกือบร่วม 15 นาทีได้ ในที่สุดทหารหนุ่มผิวสีแทนเข้มกร้านแดดขยับตัวปักธูปลงข้างของคริสและเดินออกมาจากประตู สมทบคนผิวขาวในเสื้อกล้ามอากงยืนรออยู่

ไม่คิดถามว่าขอพรอะไร ไม่มีเหตุจำเป็นต้องใคร่รู้เรื่องทหาร อดีตแกนนำหัวขบถถูกอีกฝ่ายสะกิดศอกเร่งให้เดินตามกันมายัง..กระดานเซียมซี

 

 

แคว้ก!

 

 

ฉีกออกใบหนึ่งในมือแกร่งสีเข้ม สิงโตกวาดตาอ่านเงียบๆ คริสมุ่นคิ้วพลางปัดควันโขม่งรมหนักขึ้นให้ออกจากหน้า ย่นจมูกเหม็นแสบควันร้อน ต่อให้เกิดมาในดงชุมชนนี้ก็ใช่ว่าคุ้นชินเสียเมื่อไหร่ มือแกร่งสีเข้มขย้ำยัดคืนลงกระถางต้นไม้แถวนั้น คนมีเชื้อจีนอย่างคริสรับรู้ได้ทันที หากเขาอยากรู้ก็แค่หยิบมาและคลี่อ่าน 

"คริส" เสียงเร่งรัดจากที่รถประจำตำแหน่งริมถนน คริสสะดุ้ง จังงังกับตัวเอง

อีกนิดเดียว..ปลายนิ้วจะแตะก้อนกระดาษเซียมซีขย้ำทิ้ง..

"...." คริสซุกมือลงในกางเกงขาสั้นเดินกลับไปขึ้นรถ ปล่อยกระดาษขย้ำก้อนนั่นคาไว้ในกระถางต้นไม้

 

 

.

.

.

 

 

ร้านข้าวมันไก่แสงโพธิรัตน์เป็นร้านขนาด 1 ห้องแถวติดริมถนน เป็นทั้งบ้านและแหล่งทำมาค้าขายในเวลาเดียวกัน เสียงสับไก่บนเขียงดังป๊อกๆคุ้นชินมาตั้งแต่เยาว์วัย คริสลงจากรถเดินเข้ามาในร้านพร้อมทหารหนุ่มอายุมากกว่าหลายปี ร้านในช่วงบ่ายเป็นช่วงเวลาที่คนน้อยสุดตามปกติและจะแน่นอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไปจนปิดร้านในเวลา 3 ทุ่มครึ่ง

"นั่งก่อนนะครับผู้พัน" พ่อเป็นอาแปะเจ้าของร้านข้าวมันไก่เช็ดโต๊ะ เก้าอี้ จัดที่นั่งให้คริสกับทหารอย่างดีก่อนจะรีบล้างมือกลับไปสับไก่ต่อให้ลูกค้าที่รอกินข้าวอยู่โต๊ะถัดไป

 

 

โกรธที่พ่อขาย แต่พอรู้ว่าพ่อ..

 

 

ไม่อยากนึกว่าจะก้มหัวขนาดไหน แน่นอนว่าลูกชายไม่ได้ซาบซึ้งด้วยซ้ำกับวิธีการไร้ศักดิ์ศรี ต่อให้เกิดเป็นคนจีน เป็นคนจน เป็นต่ำชั้นในด้านเชื้อชาติทั้งที่เขาก็ใช่ว่าจะชอบใจ แต่อย่างน้อยการมีศักดิ์ศรีก็ทำให้คริสก้าวขึ้นไปเหยียบเวที เป็นแกนนำการชุมนุมเพื่อเรียกศักดิ์ศรีทางประชาธิปไตยกลับคืน 

สุดท้าย..พ่อก็ทำมันพัง..

 

 

เหตุผลของพ่อกับวิธีการ

พ่อเต็มใจอยากให้เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

 

 

 

"ป๊า คริสช่วย" นั่งรอเฉยๆก็ยังไงอยู่ ลูกชายลุกไปช่วยงานเหมือนที่ทำมาตลอด น่าแปลก..ทั้งที่เป็นเรื่องชินตา เขาเห็นแววตาของพ่อหลังแว่นกรอบสีลอกคลอเบ้าก่อนจะรีบหันหน้าหนี ใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดหน้าลวกๆแล้วหันมายิ้ม เขยิบที่ให้ลูกชายเข้ามาช่วยสับไก่หน้าร้าน จัดจาน ทุกอย่างเร็วขึ้นเมื่อลูกชายกลับมาเป็นลูกมือ คนไทยเชื้อสายจีนอาศัยในตึกแถวเล็กๆบนถนนเยาวราช บ้านขายแค่ข้าวมันไก่ ร้านก็ไม่ได้มีชื่ออะไรมากมาย ใครจะรู้คนบ้านนี้กลับริอาจหาญถือโทรโข่งเป็นผู้นำกระบอกเสียงในวัน 14 ตุลาปีที่แล้ว

"ข้าวมันไก่จานครับ"

"ได้..."คริสค่อยๆหุบยิ้ม สบตาเด็กวัยมหาลัยตรงหน้าเครื่องแบบมหาลัยเก่าที่เคยอยู่..

"คริส"

"ครับป๊า!!" ขานรับแล้วมัดข้าวมันไก่ใส่ถุงส่งให้แก๊งเด็กมหาลัยแถวสนามจันทร์ ลูกค้าเบาลงพอใกล้ปิดร้าน ทีนี้พวกเขาเลยได้นั่งพักคุยกันส่วนใหญ่เป็นทหารกับพ่อเสียมากกว่าจนคริสแทบไม่ได้อ้าปาก ในทุกครั้งยามสนทนากัน พ่อดูเกร็งชัด ไม่แปลกเสียเท่าไหร่เพราะสิงโตเป็นทหาร ส่วนลูกชายเป็นแกนนำ เป็นขั้วตรงข้ามที่ไม่น่ามาอยู่ร่วมชายคาด้วยซ้ำ

"ป๊า คริสไปซื้อซีอิ๋วก่อนนะ เห็นมันจะหมด"

 

หมับ!!

 

"กูไปร้านข้างๆ เอง" คริสบอกสิงโต ชักหน้าหงุดหงิดใส่คนที่คว้าแขนรั้งไว้ อีกฝ่ายมองดูร้านขายของชำทีว่าอยู่ไม่ไกลจากสายตาเขา

"ซื้อเสร็จรีบกลับ มืดค่ำอันตราย" ยอมปล่อยและกลับไปคุยกับเจ้าของร้านข้าวมันไก่ต่อ ส่วนลูกชายเจ้าของร้านยืนตัวแข็งทื่อกับประโยคเรียบๆดูไม่มีอะไร

 

 

ร้อนหน้า..

 

 

คริสคนหน้าร้อนวาบจนนึกฉงนเดินเกาหัวออกมาซื้อซีอิ๋ว อันที่จริงคนย่านนี้ก็รู้จักกันหมด ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมากังวล ระแวดระวังแต่อีกฝ่ายอาจเพราะเป็นคนนอกถิ่นก็เลย..ห่วง

สะบัดหัวแรงจนผมพลิ้วสะบัด ตั้งสติกลับมาที่การล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบแบงค์ 1 บาทที่ได้จากลูกค้าเด็กมหาลัย

 

 

'ขอคุย'

 

 

คริสจำได้แม่น เด็กคนนั้น..ไม่นานก็มายืนข้างกายในชุดเสื้อยืดสีดำทำทีเป็นไล่นิ้วเลือกขวดซีอิ๋วบนแผง

"ผมจะคุยกับพี่หลายครั้งแล้ว แต่พี่ดันย้ายออกไปก่อน"

"ขอโทษนะ.." คริสกล่าวตอบโดยไม่หันหน้าไปสบตา ทำเหมือนคนมาเดินในร้านตามปกติ

 

 

เด็กคนนี้ชื่อ 'ธีร์' เคยอยู่ในกลุ่มทีมทำป้ายประท้วงใน 14 ตุลา

 

 

 

"มีเรื่องพี่"

"เรื่องไรวะ?"

"มีข่าวว่าถนอมจะกลับประเทศ"

"....."คริสตาโต มือที่จับขวดซีอิ๋วสั่น 

"เราไล่มันแทบตาย มันจะกลับมาอีกเหรอ"กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ กลืนน้ำลายลงคอยากลำบาก จอมพลบ้าอำนาจหนีไปไกลต่างประเทศด้วยแรงขับไล่ของการชุมนุมกำลังจะคืนถิ่นฐานที่พวกเขาสละชีวิตปกป้อง นี่คือข่าวใหม่จากธีร์เล่าให้ฟังก่อนเลือกหยิบขวดน้ำปลาแทนซีอิ๋วขาว

"จากสายข่าวน่าจะปีหน้า ปีที่จะเริ่มเลือกตั้ง เรารู้แล้วว่าพรรคไหนจะให้การสนับสนุนมันกลับมา" เด็กอธิบายสถานการณ์และตีจุดประสงค์ที่เลือกเข้าหาอดีตแกนนำหัวขบถคนสุดท้ายที่ยังอยู่ดีกินดี ไม่สิ..นั่นเป็นเพียงสายตาคนนอกมอง โดยไม่รู้ว่าคริสต้องเจออะไรบ้าง

 

"จะดีถ้าพี่เป็นสายทหารให้ พี่ยังไม่ลืมอุดมการณ์เราใช่ไหม?"

 

คนที่เลือกขวดซีอิ๋วขาวกำขวดแน่น เอ่ยถามเสียงสั่นเครือ

"พวกนาย..ไม่เกลียดพี่เหรอ?" เกลียดแบบที่เอ็ม แบบที่ทุกคนในมหาลัยเก่าชิงชัง เหยียดหยามดั่งเป็นคนขายเพื่อน ขายชาติ ขายร่างกายให้กับทหาร ลดศักดิ์ศรีเอาตัวรอด ทว่าธีร์กลับส่ายหัว

"ผมเข้าใจพี่คริส พวกพี่เอ็มอคติเกินไป พวกผมเชื่อใจว่าพี่คริสไม่มีทางเป็นคนของทหารอย่างเต็มใจ"

ขอบตาร้อนผ่าว คริสกัดปากกลั้นเสียงสะอื้น

"อย่าร้องนะพี่ เดี๋ยวคนจับได้"

"อ...อืม...ขอโทษ.." 

"แล้วค่อยเจอกันใหม่ ผมจะติดต่อไป"

ธีร์จากไปแล้วดั่งสายลมผ่านมาวูบหนึ่งแต่แรงกระแทกใจคริส อุดมการณ์ยังคงอยู่ หากสิ่งที่เขาเชื่อมั่นถูกสั่นคลอนเขาก็เลือกแล้วที่จะหวนกลับไปโดยไม่คิดลังเล ไม่มีวันที่จะต้องทนทุกข์กับวงจรเดิมกับพวกทหารเลว!

"ไม่.." คริสตกตะกอนได้บางสิ่งจากภาพจำของเหล่าทหารในชุดพรางบุกป่าในหัวหิน

 

 

ไม่ใช่ทุกคน

 

 

ทหาร กษัตริย์ ประธานาธิบดีหรือใครก็ตามขึ้นปกครองล้วนไม่ผิด แต่เมื่อใดที่วิธีการปกครองเป็นบ้าอำนาจ ไล่กดขี่สิทธิเสรีภาพ เอารัดเอาเปรียบ ขูดเลือดขูดเนื้อประชาชน นี่ต่างหากคือสิ่งผิดและพวกเขาจะไม่ยอมให้เรื่องผิดนี้กลายเป็นความถูกต้องอย่างเด็ดขาดก็เท่านั้น

คริสเก็บเรื่องนี้เอาไว้ในใจ ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเดินกลับมาที่ร้านข้าวมันไก่ 

"ขอบคุณผู้พันมากนะครับ"

 

กึก..

 

หยุดฝีเท้าและเงียบ แอบยืนฟังผ่านหน้าต่าง

"ผมได้ยินทหารคุยกันเรื่องผู้พันแลกสวัสดิการบำเหน็จบำนาญหลังเกษียณกับเพื่อลูกชายผม เอ่อ.." พ่อของคริสผงกหัวไปมายามคุยอย่างนอบน้อม ตื่นเกร็ง

"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ขอคืนสิทธิ์ คริสจะปลอดภัย" 

เจ้าของร้านร่างท้วมถอนหายใจเฮือก มือทาบอกโล่งใจ น้ำเสียงสดใสขึ้น พูดไทยแบบไม่ชัดกล่าวขอบคุณทหารพลางรินชาร้อนให้

"ขอบคุณผู้พันมากนะครับ ผมในฐานะพ่อละอายใจมาก จะบอกก็ไม่กล้าว่าได้เงินจากผู้พันเรียนหนังสือมาตลอด ลูกชายผมก็ดันไปอยู่กับเพื่อนหัวรุนแรงซะได้"

 

 

เพล้ง!!!

 

 

ขวดซีอิ๋วตกแตก พ่อคริสตกใจหันมองลูกชายยืนช็อคอยู่ริมหน้าต่าง

"ค...คริส"

"....." ขายาวขาวขยับ...ก้าวถอยหลัง

"คริส!!!"

ลูกชายวิ่งหนีไปจากร้าน หนีพ่อ หนีไปให้ไกลจากสถานที่เป็นบ้านเกิดในเยาวราช

 

 

โลกถล่ม

 

 

เด็กหนุ่มคนหนึ่งกับความจริงที่ได้เห็น วิ่งฝ่าฝนตกหนัก เปียกร่างเด็กหนุ่มไทยเชื้อจีนกลางถนนเยาวราช ใต้ฟ้ามืดสนิทปกคลุมเมฆหมอกเต็มไปหมด

"คริส!!!" เสียงทุ้มกรรโชกไล่หลัง คริสปิดหูแน่น ปิดการรับรู้เสียงคำรามดุดันสู้ฟ้าร้องครึนครัน สิงโตตะโกนเรียก วิ่งไล่ล่าเขาจนมาถึงศาลเจ้ากวนอูและเจ้าพ่อม้า

 

หมับ!!

 

"ปล่อยกู!!!!" ดวงหน้ากลมแป้นร้องไห้ออกมา แยกไม่ออกว่าฝนหรือน้ำตา ทุกสิ่งปะปนไปหมดดั่งชีวิตประเดประดังความจริงซัดกระแทกจนเอียงกะเทเร่ เขาดิ้นสู้ด้วยแรงผู้ชายที่มีแต่เหนือกว่าคือชายชาติทหาร พันเอกสิงโตแทบไม่สะทกสะท้านและกระชากอีกฝ่ายเข้าไปหลังศาล ไม่สนว่าดินโคลนเลอะขาแค่ไหน

"ไอ้เหี้ย...ร..เรื่องเหี้ยอะไร...ฮึก" พังไม่มีชิ้นดี ชีวิตที่ผ่านมา อาจไม่ร่ำรวยมากแต่คิดเสมอว่าเงินทุกบาทมาจากพ่อ ของทุกชิ้นที่ได้มาจากพ่อ พ่อที่ลำบากสู้ชีวิตเลี้ยงลูกและต้องเลี้ยงต่อคนเดียวหลังแม่ตายเมื่อคริสอายุ 12 ปี


 

 

ชีวิตกินเงินทหารที่เกลียดมาตลอด

 

 

หน้าคมเข้มกัดฟันกรอดจับจ้องเด็กมหาลัยช็อค ร้องแหกปากขาดสติรับไม่ได้กับความจริง..ความจริงที่เป็นเขาคอยอุ้มชู 

"คริสจะทำตัวให้ฉันผิดหวังไปถึงเมื่อไหร่!"พันเอกสิงโตคำรามเสียงดุกร้าว กดร่างเด็กหนุ่มส่ายหัวรับความจริงไม่ได้กับกำแพงกลาฃสายฝน ดวงตาเทพเจ้ากวนอูในศาลจ้องมองบุรุษ 2 ร่างต่อสู้ขัดขืนกัน เปลวเทียนไหววูบต้องแรงลมดับและติดเป็นระยะ โคลนตมที่ไม่กระเด็นเข้ามาในเขตศาล เรื่องบัดสีหลังความศักดิ์สิทธิ์

สัญญาพังก่อน เขาจึงพังตามในคืนฝนตกพรำไม่ขาดสาย บ่งบอกถึงอารมณ์ชายต่างวัย ต่างบริบท 

"อ๊า!!!!!!!!!ออกไป!!!!!ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!!!!!"

บังคับร่วมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า เทพเจ้าก็ไม่อาจช่วยมนุษย์ได้ นอกจากมนุษย์ด้วยกันเอง คริสตาแดงก่ำมองผ่านช่องกำแพงไปยังรูปปั้นเทพเจ้ากวนอูที่หลบเงาฝน ประดิษฐานในนั้น

"อา..." เสียงทุ้มคำรามแหบพร่า โสโครกยิ่งกว่าโคลนเลอะขาขาวสั่นระริก ข้างหลังสาหัสนัก
 

หยดน้ำฝนเม็ดสุดท้ายหล่นจากกันสาดกระทบพื้นหลังศาลละเลงเละเทะไปหมด
 

 

 

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น 
 

ดั่งพายุผ่านมาและจากไป

 

 

"ไอหยา ต้องซ่อมสวนใหม่" คนดูแลศาลเจ้าส่ายหัวแต่เช้า แหงนหน้าบ่นฟ้าโทษฝนทำพังไปเสียหมด มือหยาบย่นคว้าไม้กวาดก้านมะพร้าวมาจัดการปัดเศษกระถางแตกละเอียดก่อน รวบทิ้งไปยันใบเซียมซีเปียกชุ่มจนตัวอักษรเลือนลาง


 

 

'เซียมซีใบที่ 21

พิรุณร้ายโปรยปรายสู่ชะตา

หวังได้ม้าคว้าฝุ่นฟุ้งขจร

หวังอาทรคว้าช้ำระกำใจ

รวมแล้วไซร้ไร้ทางดั่งฝันใฝ่

ถามหาลาภหายศต้องมานะ

อุตสาหะฟาดฟันเป็นหนักหนา

ถามหารักหาคู่จำใจลา

ล้มสิ้นท่าจมน้ำลึกไปไกล'

 

TBC

++++++++

เพิ่มเดทมั้งนะ55555 เรียกว่าเดทไหม ทำบุญทำทานกันเถอะเรา 

#ฟิคผู้พัน

บายจ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #62 Namfonthip (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 23:09
    ถึงว่าทำไมผู้พันไม่เก็บใบเซียมซีไว้ ไรท์ขอจบดีๆนะ อย่าเป็นแบบคู่กรรมนะ แค่นี้ก็หน่วงจะแย่แล้ว อ่านแล้วใจกระตุกมากกก อินมากกกก
    #62
    1
  2. #61 mimmii_boo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 20:16
    เดาความคิดน้องไม่ออกเลยบางครั้งก็เหมือนจะว่างอคติลงได้แต่ก็ไม่อยู่ดี
    #61
    1
  3. #60 AumKMT (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 19:39
    เหมือนความสัมพันธ์จะเริ่มดีขึ้น หวังว่ามันคงไม่แย่ลงไปกว่าเดิมนะ
    #60
    1
  4. #59 071727 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 17:41
    ความจริงที่คริส ไม่เคยรู้ มาฟังผล คริส คิดหนักกว่าเดิม มันเลวร้ายกว่าเดิมจริงหรอ ควรจะคุยกันดีๆก่อนนะ จบลงด้วยดีไหมนะ บอกตรงๆนะ เราอ่าน Fic ของคุณ มาหลายเรื่อง อีกเรื่องนึงก็หัวเราะน้ำตาเล็ด พอมาเรื่องนี้ ร้องไห้น้ำตาเล็ดเหมือนกัน ความรักความรู้สึก เศร้าจังเลย ถ้า จะเข้าใจกัน มันคงจะดี บอกไม่ถูกเลย เดาไม่ออก ว่าจะจบแบบไหน แต่ขอ ให้ จบด้วยดี
    #59
    1
  5. #58 PHATTHARAWADEE​ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 17:12
    อ่านในรีดแล้วมาในเด็กดีอีก ติดแหละดูออก
    #58
    0
  6. #57 CharinKaenkong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 15:29
    จะจบด้วยดีป่าวเนี่ย กลัว
    #57
    0