วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 98 : บุรุษที่ถูกลืม(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    22 ส.ค. 54


ท้องฟ้าใสกระจ่าง แมกไม้งดงามเขียวขจีและสีสันของไม้ดอกนานาพันธุ์ที่เบ่งบานแข่งกัน ทำให้บรรยากาศของที่นี่ช่างสดชื่นรื่นรมย์แม้มันจะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม สายลมเย็นพัดโชยหอบเอากลิ่นหอมกรุ่นของบุพผาเข้ามาถึงห้องทำงานในหอคอยจอมเวท ที่จริงบรรยากาศก็ดูดีเหมาะแก่การทำงานแต่ก็ยังคงมีบุรุษผู้หนึ่งทำหน้ามุ่ยให้ความรู้สึกตรงข้ามกับสภาพแวดล้อม และถึงจะใส่ชุดจอมเวทแต่ก็ดูแตกต่างจากบุคคลรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด ...เพราะบุรุษผู้นี้หาใช่จอมเวทที่เป็นพนักงานประจำของสถานที่แห่งนี้...
เส้นผมสีฟางดูกระเซอะกระเซิงเพราะการวิ่งวุ่นกับงานจิปาถะที่จอมเวทบางคนมอบหมายให้ทำทั้งๆที่ไม่ได้ประจำอยู่ที่นี่ แว่นตาหนาเตอะที่บดบังใบหน้าไปเกือบครึ่งทำให้ดูเคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง และเนื่องจากความสามารถที่ไม่น้อยหน้าเหล่าจอมเวทในหอคอยแห่งนี้ ทำให้เขาค่อนข้างมีความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจสร้างเขตอาคมแห่งแสงอยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะเหนื่อยยากแต่เจ้าตัวก็เต็มอกเต็มใจที่จะทำงานเพื่อช่วยเหลือลูกๆของตระกูลทีเอเนียผู้มีพระคุณ
แต่สิ่งที่ทำให้หนุ่มแว่นหนาเริ่มหงุดหงิดไม่ใช่เรื่องงานหนัก แต่เป็นเพราะทุกคนพากันลืมไปแล้วว่าเขาเป็นเพียงแค่นักเรียนจอมเวทจากราเชล ที่ติดสอยห้อยตามสองพี่น้องทายาทของตระกูลทีเอเนียมาเท่านั้น แต่หลังจากที่อาจารย์ใหญ่แห่งสำนักปราชญ์ต้องดูแลจอมเวทสาวซึ่งเข้าสู่นิทรา เพื่อรอให้รุ่นน้องผมดำคนเก่งเดินทางไปเอายาแก้พิษมาช่วยชีวิต รวมทั้งจัดการเรื่องยุ่งๆที่ติดตัวกลับมาด้วย ทำให้อาเบลหนุ่มแว่นหนาจำต้องคอยช่วยงานในหอคอยจอมเวท ...จนทุกคนพากันลืมไปแล้วว่าเขาไม่ใช่คนของที่นี่...
ตอนที่ได้รับข่าวว่าคามิวกลับมาจากการค้นหายาพิษก็อยากจะเข้าไปดูไปแลแต่ก็โดนห้าม เพราะการ์เดี้ยนตัวใหม่ที่ได้มาโดยบังเอิญนั้นมันกำลังแผลงฤทธิ์อยู่ พอเคลียร์เรื่องนั้นได้ก็ดันมีเรื่องงานเลี้ยงของเหล่าลูกขุนนางชั้นสูงเข้ามาอีก ทำให้หนุ่มผมดำถูกกันตัวไปเพื่อร่ำเรียนมารยาทเพื่อการเข้าสังคมอย่างเร่งด่วน คนที่พอจะได้พบหน้ากันก็มีเพียงรินเซ่ผู้เป็นน้องสาวแต่น่าเสียดายที่อาเบลไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก ต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของลุงอัศวินไรเนลที่ผันตัวเองเป็นผู้ติดตามและองค์รักษ์ส่วนตัวของสาวน้อย
“อาเบล! สมุนไพรมีไม่พอ ช่วยไปเบิกตามรายการนี้มาให้หน่อยนะ” จอมเวทคนหนึ่งซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการปรุงยา ยื่นใบรายการยาวเหยียดมาให้ “พอทำเสร็จแล้วช่วยเอาไปให้อาคันตุกะจากบัลเบิร์คด้วย”
ถึงหน้าจะบึ้งไม่รับบุญแต่ก็ยังคงทำตามโดยไม่ปริปากบ่น ตอนแรกที่เจอกันเหล่าจอมเวทประจำราชสำนักไม่ค่อยกล้าใช้งานอาเบลมากนัก แต่พอเริ่มชินกับความนิ่งเฉยเลยมองข้ามท่าทางไม่รับแขกของหนุ่มผมสีฟางไปเสียสนิท เพราะเป็นคนที่ใช้ง่ายแถมยังทำงานได้ละเอียดรอบคอบถูกใจใครต่อใครจนโดนเรียกใช้ไม่ได้ขาด ในขณะที่อาเบลหงุดหงิดกับการที่ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจ แต่เจ้าหนุ่มหัวขาวที่ตนเคยเขม่นมาตลอดกลับได้เสนอหน้าอยู่ใกล้ชิด แค่คิดก็รู้สึกโมโหขึ้นมาติดหมัดแล้วนี่ยังต้องคอยบริการส่งยารักษาอาการบาดเจ็บให้มันอีกนี่แหละที่ทำให้รู้สึกน้อยใจ
หนุ่มแว่นหนาเดินถือถาดใส่ถ้วยยามุ่งหน้าตรงไปยังหอแพทย์ ระเบียงทางเดินที่เคยเงียบสงบมาตลอดกลับผิดแปลกไปจากเดิม เพราะระหว่างทางมีทั้งทหารและนางกำนัลวิ่งกันให้วุ่นวายท่าทางเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง ถึงจะสงสัยแต่ก็ไม่ใช่หน้าที่อาเบลจึงไม่ได้ใส่ใจที่จะสอบถามรายละเอียด จนกระทั่ง…
“อาเบล! อาเบล!” หนุ่มแว่นชะงักเท้าเพราะเสียงหวานคุ้นหูที่ร้องเรียกชื่อเบาๆ พอหันกลับไปก็พบจอมเวทสาวที่ตนชื่นชมกำลังกวักมือเรียกอยู่ข้างเสาหินอ่อนต้นใหญ่ “มาทางนี้หน่อย ข้ามีเรื่องจะวานให้เจ้าช่วยทำ”
“ครับท่านคามิลล่า?” อาเบลรีบเดินเข้าไปหาทันทีโดยไม่ต้องให้เรียกซ้ำ เพราะการได้ช่วยเหลือคนในครอบครัวนี้คือสิ่งที่เขาปรารถนาจะทำอยู่ทุกขณะจิต “มีอะไรให้ข้ารับใช้เหรอครับ?”
“เจ้าเห็นคามิวบ้างมั้ย?” คำถามนี้ทำให้หนุ่มแว่นขมวดคิ้ว เพราะตลอดทางที่เดินผ่านมาไม่เห็นตัวหนุ่มผมดำเลยและเขาเชื่อว่าถ้าเกิดเจอกันคามิวก็ต้องมาทักทายอย่างแน่นอน “เจ้าตัวแสบแอบหนีออกไปจากห้องตอนข้าเผลอ ตอนนี้คนทั้งวังกำลังวิ่งวุ่นตามหาตัวกันอยู่ ข้ากลัวว่าทุกคนจะเดือดร้อนถ้าเกิดเรื่องนี้รู้ไปถึงหูท่านอาจารย์กับฝ่าบาท เจ้าช่วยตามหาให้หน่อยได้มั้ย? ถ้าเจอแล้วช่วยพากลับมาหาข้าที่ห้องพักฟื้นด้วยนะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวข้าส่งยาเสร็จจะรีบตามหาให้นะครับ” ถึงจะงงก็ยังยิ้มรับปาก คามิลล่าส่งยิ้มมาให้เพราะเธอไว้ใจให้หนุ่มแว่นคนนี้ไปตามหาลูกชายที่กลายเป็นตัวแสบมากกว่า
“ฝากด้วยนะ อาเบล” จอมเวทสาวทิ้งท้ายพร้อมหมุนตัวตั้งท่าจะเดินกลับห้อง แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรไปบางอย่าง “คามิว…อาจจะดูเปลี่ยนไปจากเดิมแต่ไม่ต้องตกใจนะ ข้าเชื่อว่าเจ้าเห็นแล้วก็คงจะจำเขาได้ทันทีแน่นอน”
อาเบลเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะงงกับคำพูดของคามิลล่าที่ว่ารุ่นน้องผมดำเปลี่ยนไปจากเดิม ยิ่งเพิ่มดีกรีความไม่น่าเข้าใกล้ให้กับตัวเองมากขึ้นนางกำนัลที่คิดจะเข้ามาถามไถ่จึงเดินหลีกกันเป็นแถว จนกระทั่งมาถึงห้องพักฟื้นของหนุ่มผมขาวอาคันตุกะจากบัลเบิร์ค คิ้วของหนุ่มแว่นหนายิ่งขมวดมากขึ้นไปอีกเท่าตัว เพราะเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากห้องนั้นมันมีทั้งเสียงร้องโวยวายและเสียงข้าวของแตกหัก อาเบลจำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นเสียงของเมอร์เคนอย่างแน่นอนแต่อีกเสียงนี่สิมันไม่คุ้นหูอย่างยิ่ง
เพล้งงง…!! โครมมม…!! ว้ากกก…!!
ขณะยืนอึ้งอยู่หน้าประตูเพราะไม่แน่ใจว่าจะเข้าไปขัดจังหวะดีหรือไม่ สถานการณ์ภายในห้องดูท่าจะรุนแรงขึ้นจนน่ากลัวว่าอาจจะเกิดการฆาตกรรมขึ้นได้ทุกขณะ หนุ่มแว่นหนาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปเผื่อว่าจะช่วยซ้ำ…เอ๊ย…ช่วยห้ามการวิวาทไม่ให้บานปลาย แต่พอก้าวเท้าเข้าไปในห้องทุกอย่างตรงหน้าก็มืดไปหมด พร้อมกับสัมผัสของหมอนนุ่มที่อัดเข้าเต็มหน้า
“อาเบล! ปิดประตูเร็วเข้า!!” เมอร์เคนระล่ำระลักร้องสั่ง ส่วนอาเบลนั้นถึงแม้กำลังมึนกับการต้อนรับแบบไม่คาดฝันแต่ปฏิกิริยาก็ว่องไวไม่น้อย บานประตูถูกปิดแถมลงกลอนให้เสร็จสรรพ “หมดทางหนีแล้วนะเจ้าตัวแสบ ยอมแพ้ซะดีๆเถอะน่า”
“ว่าไงนะ?” วันนี้มีแต่เรื่องชวนงงจนอาเบลปรับสมองเพื่อประมวลผลไม่ค่อยทัน ความไม่พอใจพุ่งปรี๊ดทันทีจนเกือบขว้างถาดใส่ถ้วยยาใส่คนป่วยที่แปรสภาพมาเป็นเด็กซนไม่เจียมสังขาร อยากเล่นปาหมอนทั้งที่ทั้งแขนขายังเดี้ยงอยู่ “ข้าอุตส่าห์เอายามาให้ แต่เจ้ากลับต้อนรับกันแบบนี้งั้นเหรอ?”
“เฮ้ย! เปล่านะ ข้าไม่ได้หมายถึงเจ้า!” หนุ่มผมขาวตาเหลือกเมื่อเห็นว่าที่จอมเวทแห่งราเชลตั้งท่าจะร่ายเวทด้วยความโมโห “อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิ ข้าหมายถึงเจ้านั่นตะหากล่ะ อยู่ตรงนั้นไงล่ะ”
อาเบลเหลือบมองตามมือของหนุ่มผมขาวที่ชี้ลงไปที่พื้น ก็ได้เห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาถึงกับตกตะลึงจนแทบปล่อยถาดใส่ถ้วยยา สองขาก้าวถอยหลังไปจนชนเข้ากับบานประตูเหมือนจะยึดไว้เป็นหลักกันล้ม เนื่องจากไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังฝันทั้งๆที่กำลังลืมตาตื่นอยู่รึเปล่า อะไรบางอย่างตัวเล็กๆลักษณะคล้ายทารกกำลังคลานกระดืบอยู่เบื้องล่าง อาเบลกลัวว่าจะเห็นภาพหลอนจนถึงกับถอดแว่นแล้วยกมือขยี้ตาของตนเอง เพราะหัวกลมๆมีผมสีดำสนิทแถมดวงตากลมโตนั้นยังเป็นสีทองเหมือนใครบางคนเพียงแต่ขนาดมันต่างกันมาก หลังจากเช็ดและใส่แว่นตาเข้าที่ ก็ตั้งใจมองดูอีกครั้งภาพที่เห็นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด
“คา…มิว?” ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจแต่ก็ลองเรียกชื่อออกไป คงเป็นเพราะน้ำเสียงของอาเบลส่อแววไม่แน่ใจทำให้เจ้าตัวเล็กที่ไม่สบอารมณ์อยู่แล้วยิ่งทำหน้ามุ่ยจ้องเป๋งกลับมาจนคนเรียกเกือบสะดุ้ง อำนาจบางอย่างแผ่ออกมาจนหนุ่มแว่นรับรู้ได้ว่าเด็กทารกตรงหน้าไม่ใช่คามิว “เจ้าหนูนี่เป็นใครกันแน่เนี่ย? เมอร์เคน... หรือว่า… ลูกของเจ้าเรอะ!?”
“เฮ้ย!! พูดอะไรบ้าๆ ถึงข้าจะอยากมีแบบนี้สักคนก็เถอะ แต่ถ้าเป็นเจ้านี่ละก็ข้าไม่เอาดีกว่า” เมอร์เคนส่ายหน้าพลางเขยกกลับไปที่เตียงซึ่งมีสภาพดูไม่จืดเพราะการอาละวาดของใครบางคน “อยู่ๆก็โผล่มาหาเรื่องถึงห้อง แถมยังอาละวาดจนข้าระบมไปหมดทั้งตัว เป็นลูกเป็นหลานละก็จะจับตีก้นให้เข็ดเลย”
รู้สึกว่าคำพูดของเมอร์เคนไปสะกิดอะไรบางอย่างเข้าเจ้าตัวเล็กเลยหันควับมาหา ดวงตาสีทองวาวโรจน์ขึ้นพร้อมกับมีแรงกดดันแผ่ออกมา ถึงมันจะอ่อนลงเพราะหดไปตามขนาดร่างกายแต่ก็เพียงพอที่จะส่งร่างเดี้ยงๆของหนุ่มผมขาวกระเด็นไปติดข้างฝาได้ไม่ยากนัก ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กพอใจกับผลงานของตัวเองมากจึงเผยรอยยิ้มน่ารักดุจเทพบุตรตัวน้อย ทว่ามันเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มของซาตานทันทีที่หันมามองเป้าหมายต่อไป ซึ่งจะเป็นใครไปมิได้นอกจากหนุ่มแว่นที่ยืนขวางทางออกอยู่
แรงอัดกระแทกที่รุนแรงพุ่งเข้าสู่ร่างของอาเบล แต่ยังไม่ทันจะได้สัมผัสโดนมันก็กระจายออกด้านข้างจนทำให้ข้าวของล้มระเนระนาด เจ้าตัวเล็กขมวดคิ้วงุนงงไปชั่วครู่ที่พลังใช้ไม่ได้ผลกับหนุ่มแว่น เปิดโอกาสให้เมอร์เคนที่ย่องมาด้านหลังเอาปลอกหมอนครอบหมับแล้วกอดไว้แน่น เป็นวิธีจัดการที่ง่ายเกินคาดเนื่องจากพอมองไม่เห็นพลังกดดันจากดวงตาพิฆาตก็หมดฤทธิ์ จะเหลือก็แค่การดิ้นรนจิกข่วนซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เมอร์เคนรู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
“ข้ากะแล้วว่าจอมเวทจากราเชลอย่างเจ้าต้องมีอาคมป้องกันตัว มันเลยงงจนเปิดโอกาสให้ข้าจับตัวไว้ได้” หนุ่มผมขาวหัวเราะเบาๆ พลางพูดกับเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่ยอมจำนน “สงสัยจะหาทางหนีออกจากวังละสิ แย่หน่อยนะที่มาเจอข้ากับอาเบลเข้าน่ะ กลับไปอยู่กับท่านคามิลล่าแล้วก็รอให้คามิวตื่นเถอะนะ ไกเซอร์!”
“ไกเซอร์!? การ์เดี้ยนตัวใหม่ของคามิวงั้นรึ?” อาเบลยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะมัวแต่วิ่งวุ่นช่วยงานคนโน้นคนนี้ จึงรู้เพียงว่าคามิวได้การ์เดี้ยนมาใหม่อีกหนึ่งตนเท่านั้น “หมายความว่ายังไง? นี่คามิวไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงเรียกว่าไกเซอร์?”
“เอาไว้ถามทีหลังเถอะ รีบเอากลับไปคืนท่านคามิลล่าก่อนที่คนอื่นจะรู้ดีกว่า ไม่งั้นปัญหาจะตามมาอีกเยอะแน่” เมอร์เคนยื่นปลอกหมอนลายดอกไม้ที่แปรสภาพเป็นถุงใส่ของชั่วคราวมาให้อาเบล “ช่วยหิ้วไปทีสิ ข้ายังเจ็บอยู่เลยเดินไม่สะดวก”
ทั้งสองหนุ่มต่างเมืองรีบรุดไปหาจอมเวทสาวที่ห้องพักฟื้น คนหนึ่งหิ้วถุงผ้าเดินนำหน้าส่วนอีกคนก็รีบเขยกตามหลังมา คงเพราะสีหน้าทั้งคู่ดูเครียดมากเหล่านางกำนัลและทหารจึงไม่กล้าเข้ามาถามไถ่ ซึ่งมันก็ทำให้ทั้งคู่สามารถพาตัวเองและของสำคัญไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย
ก๊อก… ก๊อก… บานประตูห้องพักฟื้นของจอมเวทสาวเปิดผัวะออกทั้งๆที่อาเบลยังง้างมือเพื่อจะเคาะครั้งที่สาม และยังไม่ทันได้อ้าปากถามไถ่ทั้งสองคนก็โดนลากเข้าไปในห้องทันที สิ่งที่ทำให้สองหนุ่มอึ้งไปชั่วขณะก็คือบรรดาคนมากมายที่รายล้อมพวกเขาอยู่ สีหน้าของแต่ละคนทำให้อาเบลรู้สึกว่าน้ำลายของตัวเองมันฝืดคออย่างไรชอบกล อีกทั้งดวงตาทุกคู่ซึ่งจ้องมามันมีทั้งความกดดัน ความเครียดและความคาดหวัง
เหล่าญาติของคามิวพากันมารวมตัวอยู่ในห้องจอมเวทสาวเนื่องจากได้ข่าวดี(?)ว่าคามิวกลายเป็นเด็กน้อยไปอีกแล้ว คุณย่าคุณยายมาเพราะอยากจะอุ้มหลานเล็กๆ คุณปู่คุณตามาเพราะปวดหัวกับเรื่องยุ่งๆที่หลานตัวเองขยันหามาให้ น้องสาวผู้น่ารักกับลุงอัศวินองครักษ์ร่างบึ้กที่ตามมาดูความป่วนของการ์เดี้ยนตัวแสบ กับ…สองผู้ยิ่งใหญ่ที่นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ ณ โซฟาพักผ่อน ...พระราชาคาร์ลอสแห่งอาณาจักรโรแลนเซียและมหาปราชญ์ทิวลีน คาลาฮานแห่งราเชล...
.
.
หนุ่มแว่นหนาเริ่มเหงื่อตกกับแรงกดดันจากรอบทิศโดยเฉพาะเนตรสีฟ้าทรงอำนาจที่จ้องมอง รวมทั้งใบหน้าบึ้งตึงของราชาคาร์ลอสซึ่งน่ากลัวกว่าฤทธิ์เดชของเจ้าตัวเล็กหลายขุม ฝ่ายท่านอาจารย์จอมเวทก็ส่งสายตาเป็นเชิงสั่งกลายๆว่าให้เอาตัวจำเลยมาได้แล้ว อาเบลจึงจำใจต้องยกถุงตรงไปที่เตียงแล้วเทสิ่งที่อยู่ด้านในออกมา ร่างเล็กๆกลิ้งหลุนๆไปนอนแอ้งแม้งอยู่กลางที่นอนนุ่มพอตั้งตัวได้ก็ลุกขึ้นนั่ง ไกเซอร์ส่งสายตาโกรธๆมองทุกคนที่รายล้อมอยู่อย่างไม่กลัวเกรง ...ยกเว้นเพียงคามิลล่ามารดาของคามิวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่แย้มรอยยิ้มให้...
“กล้าทำลายเขตอาคมออกไปนอกห้องเชียวรึ ถึงแม้จะอยู่ในร่างที่โดนจำกัดพลังก็ยังไม่วายร้ายกาจนะ ไกเซอร์” มหาปราชญ์หางคิ้วกระตุกขุ่นเคืองที่คุมเจ้าตัวเล็กไม่อยู่ ทั้งที่ใช้ข่ายเวทที่มั่นใจที่สุดแล้วว่าไม่มีทางทำลายได้แท้ๆ “อย่างนี้คงต้องตีก้นสั่งสอนกันอีกสักยกคงจะดี”
“พรืดดด… หึหึ” เมอร์เคนหลุดกลั้นเสียงหัวเราะไม่อยู่ เพราะเพิ่งรู้สาเหตุที่ทำให้ไกเซอร์โมโหคำพูดของตนจนโดนอัดกระเด็นติดข้างฝา พอเหลือบตามองเจ้าตัวแสบก็เห็นมันทำกำลังจ้องกลับมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ น่ากลัวจนหนุ่มผมขาวต้องหยุดหัวเราะในบัดดล
“ท่านอาจารย์ อย่าดุว่าเขาเลยค่ะ ไกเซอร์คงจะเบื่อเลยอยากจะออกไปเที่ยวเล่นเท่านั้นเอง” จอมเวทสาวอุ้มเจ้าตัวแสบขึ้นมากอดไว้ “ขอโทษนะที่ข้ายังพาเจ้าออกไปไหนมาไหนไม่ได้”
ดวงตาสีทองที่เคยวาววับเพราะความโกรธาค่อยๆอ่อนแสงลงจนแป๋วแหววเหมือนเด็กทารกปกติ ความอ่อนโยนของคามิลล่าเอาชนะความร้ายกาจของไกเซอร์ได้ไม่ยาก เพราะเจ้าของร่างเทใจให้กับคนในครอบครัวมาแต่ต้น ยิ่งกับมารดาด้วยแล้วคามิวทั้งรักทั้งบูชาจนแทบเรียกว่าเป็นเจ้าชีวิตก็คงได้ ดังนั้นความรู้สึกทั้งหลายที่มีอยู่ในจิตใจหนุ่มผมดำจึงถ่ายทอดสู่การ์เดี้ยนที่เข้ามาอาศัยร่วมกันเกือบทั้งหมด ใบหน้ากลมๆเอียงซบอกอุ่นของผู้ได้ชื่อว่าเป็นมารดาสุดที่รักคล้ายออดอ้อน เสียงหัวใจที่ได้ยินนั้นเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่นานนักความอบอุ่น กลิ่นกายหอมละมุนและสัมผัสที่อ่อนโยนก็กล่อมให้ไกเซอร์เข้าสู่ภวังค์แห่งการพักผ่อน
“หลานเราน่ารักไม่เปลี่ยนเลยจริงมั้ยคะ ท่านมิคาเอลล่า” ท่านยายดาเลียแอบกระซิบกับท่านย่าผมดำ นึกดีใจว่าจะได้ดูแลหลานเล็กๆอีกครั้งแม้วิญญาณในร่างจะไม่ใช่ก็ตาม "อยู่ที่นี่จะทำอะไรก็ลำบากน่ะ ถ้าเอาไปดูแลที่บ้านได้ก็คงจะดีนะคะ”
"เห็นจะไม่ได้หรอก คุณหญิง” ราชาคาร์ลอสเอ่ยขัดขึ้น ขนาดนั่งอยู่ห่างๆยังอุตส่าห์ได้ยินคำกระซิบของคุณย่าคุณยายที่อยากเลี้ยงหลาน “ข้าไม่แน่ใจว่าถ้าให้เขาออกไปนอกเขตวังแล้วจะเกิดอันตรายขึ้นรึไม่ ขนาดมีคนคอยป้องกันหนาแน่นอย่างนี้ยังหนีออกไปข้างนอกห้องได้ ขืนให้ไปอยู่ข้างนอกอาจจะหาตัวกันไม่เจอนะสิ”
“แต่กระหม่อมคิดว่า ในเมื่อเจ้าตัวเขาอยากรู้อยากเห็นขนาดนี้ ก็น่าจะปล่อยให้ไปเปิดหูเปิดตาบ้างนะพะย่ะค่ะ” เมอร์เคนซึ่งเคยโดนส่งเข้าวังตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังพบเจอกับความเข้มงวดและการกลั่นแกล้งแถมยังไร้อิสรภาพ พอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกกักขังมาเป็นเวลานาน เห็นใจรุ่นน้องคนโปรดที่ถูกบังคับไปเสียทุกเรื่องจึงอยากช่วย แม้ตอนนี้จะไม่ใช่คามิวตามปกติก็เถอะ “ยิ่งกักบริเวณก็ยิ่งทำให้เขาต่อต้านมากขึ้นจนถึงกับแอบหนีออกจากห้องพัก ดังนั้นเราน่าจะเป็นฝ่ายพาไปเที่ยวเสียเองดีกว่าพะย่ะค่ะ”
“แต่กระหม่อมไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยเจ้าตัวแสบออกไปข้างนอก ถึงจะใช้เวทไม่ได้ ก็ยังมีพลังร้ายกาจเพียงพอที่จะทำอันตรายคนอื่น” ข้อเสนอแนะของเมอร์เคนฟังดูไม่เข้าท่าในความคิดของมหาปราชญ์แห่งราเชล “แล้วก็ถ้าเกิดมีศัตรูบุกมาขณะที่เจ้านั่นอยู่คนเดียวละก็ ต่อให้เก่งแค่ไหนแต่อยู่ในสภาพแบบนั้นคงป้องกันตัวเองได้ยาก”
“ไกเซอร์บอกว่าเหลือเวลาอีก วันเดียวคามิวก็จะตื่นขึ้นมาเพคะ” จอมเวทสาวทูลเหนือหัวขณะอุ้มทารกน้อยที่ดูน่ารักเฉพาะเวลาหลับเท่านั้นไปวางลงบนฟูกนุ่ม “หม่อมฉันคิดว่าให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตมนุษย์ไว้บ้างน่าจะเป็นการดี ฝ่าบาทไม่ต้องเป็นกังวลหรอกเพคะ เพราะหนึ่งวันที่เหลือนี้พวกเราจะช่วยกันดูแลให้ดีที่สุด ท่านอาจารย์เองก็ต้องวุ่นวายกับการหาวิธีผนึกพลังของคามิว หากต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลังอาจจะไม่ทันการก็ได้นะคะ”
“จริงด้วยเพคะ พวกเราจะช่วยกันดูแลเอง เพราะคงไม่มีใครกล้าอยู่ใกล้หรืออุ้มชูดูแลไกเซอร์เป็นแน่” ด้วยความอยากเห็นหลานชายตัวเองในเวอร์ชั่นเด็กแสบ ท่านย่าผมดำรีบสนับสนุนแข็งขันอีกหนึ่งเสียง “แค่พาเด็กไปเดินเที่ยวตลาดคงไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรงเกิดขึ้นหรอกเพคะ โปรดวางพระทัยให้พวกเราได้ดูแลเขานะเพคะ”
ดูเหมือนราชาคาร์ลอสกลัดกลุ้มหนักกับการตัดสินใจครั้งนี้ เพราะให้อยู่ในวังดีๆมันก็หนีออกจากห้องถ้าให้ออกไปข้างนอกก็ไม่ไว้ใจว่าจะมีใครมาอุ้มหายไปรึเปล่า ถึงจะเป็นเวลาแค่วันเดียวแต่ว่าที่ราชบุตรเขยของพระองค์ ก็เหมือนหลุมดำที่คอยดักจับปัญหาเข้าใส่ตัวอยู่ไม่ได้ขาด ...และแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นมันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเสียด้วย...
ขณะที่บรรดาผู้ใหญ่กำลังคิดหนักว่าจะเอายังไงกันดี ก็มีอีกหนึ่งหนุ่มที่เหมือนจะกลืนหายไปกับเฟอร์นิเจอร์ในห้องจนต้องถอนหายใจปลงกับเงาที่แสนจะจืดจางของตัวเอง ทำไงได้ล่ะก็คนมันไม่เด่นไม่เตะตาย่อมไม่มีใครสนใจจะจดจำเป็นธรรมดา แถมยังไม่มีปากไม่มีเสียงหรือสำคัญเพียงพอที่จะไปเสนอหน้าออกความเห็น เลยได้แต่ยืนเงียบมองคนนั้นคนนี้ปรึกษาหารือกันไปเรื่อยๆ ...จนกระทั่ง...
“อาเบล ข้าจะให้เจ้าคอยคุมเจ้าเปี๊ยกตัวแสบตอนออกไปอยู่นอกวังนะ” มหาปราชญ์โยนงานให้ศิษย์ที่ติดตามมาและเกือบลืมไปเช่นกันว่ายังไม่ได้ส่งตัวหนุ่มแว่นกลับราเชล “เพราะฝ่าบาทยอมให้ออกไปเที่ยวเล่นได้หนึ่งวัน เราก็เลยจำเป็นต้องหาคนไปคอยคุมประพฤติเนื่องจากคามิลล่ายังไม่แข็งแรงพอ ส่วนรินเซ่กับไรเนลก็มีภาระกิจต้องสร้างเขตแดนให้แล้วเสร็จ จึงไม่มีใครว่างพอจะคอยติดตามไปด้วย พอดีเมอร์เคนบอกว่าเจ้าสามารถต่อกรกับพลังของไกเซอร์ได้สินะ”
“ขอรับ อาจารย์” ถึงจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายแต่หนุ่มแว่นก็ดีใจที่ได้รับมอบงานสำคัญ นั่นก็คือการดูแลทารกมหาภัยที่ใครๆก็พากันขยาดหวาดกลัว “ท่านอาจารย์โปรดวางใจ ข้าจะพยายามทำงานให้ดีที่สุดขอรับ”
.
ตลาดกลางเมืองโรแลนเดียช่างมีชีวิตชีวาและคึกคักไปด้วยร้านค้าและผู้คนมากมายที่เดินจับจ่ายซื้อหา โดยเฉพาะตรงจตุรัสกลางซึ่งเปิดให้พ่อค้าเร่นำสินค้าของตนมาตั้งแผงลอยขายกันได้ตามวันเวลาที่กำหนด ผู้คนจึงยิ่งพากันมาเลือกซื้อของแปลกจากต่างแดนโดยเฉพาะสินค้าจากพรีมิวเลีย เนื่องจากทั้งสองอาณาจักรได้เจริญสัมพันธ์ไมตรีอันดีต่อกัน ทำให้ของที่เคยหายากและราคาแพงเริ่มมีราคาถูกลง จนชาวบ้านธรรมดาก็สามารถซื้อหามาใช้กันได้ง่ายขึ้น
ของส่วนใหญ่ที่ขายดีมีลูกค้าอุดหนุนไม่ขาดมักจะเป็นสมุนไพรหรือพืชผักที่ใช้ทำยา หนังสัตว์ เครื่องมือการเกษตร อาวุธและเครื่องป้องกันต่างๆ และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม ที่เป็นจุดนัดพบและพักเหนื่อยจึงมีคนแวะเวียนไปใช้บริการอย่างเนืองแน่น แต่ที่ร้านแห่งหนึ่งกลับดูจะคึกคักกว่าที่อื่นเพราะวันนี้มีแขกสำคัญเข้ามานั่งพักผ่อนกันอยู่
“ท่านคามิลล่า หนูน้อยคนนี้ใครกันคะ? น่ารักจังเลย” คุณป้าเจ้าของร้านออกมาบริการด้วยตัวเอง เนื่องจากรู้จักมักคุ้นกับจอมเวทสาวเป็นอย่างดีเพราะเคยอุดหนุนกันมานาน ตอนนี้กำลังให้ความสนใจกับเจ้าตัวเล็กที่หน้ามุ่ยอยู่ในรถเข็นเด็กเพราะโดนเหล่าคุณป้ารุมล้อม “ผมดำเหมือนท่านคริสโตเฟอร์ซะด้วย จะว่าไปก็เหมือนหนูคามิวตอนเด็กๆไม่มีผิดเลยนะคะเนี่ย”
อาเบลที่ตามมาคุมเจ้าตัวแสบเป็นอันต้องทึ่งอย่างมาก ที่บรรดาคุณป้าพากันเมินความผิดปกติที่น่าจะเห็นได้ชัด แถมยังกล้าที่จะอุ้มเจ้าตัวแสบที่หน้าบูดสุดๆขึ้นมาเชยชม ส่วนไกเซอร์ก็เอาแต่มุ่นคิ้วมองคนนั้นคนนี้อย่างโกรธๆแต่ไม่ยักอาละวาดโวยวาย กลับยอมให้เหล่าแม่บ้านทั้งสาวน้อยสาวใหญ่อุ้มไปหอมแก้มเล่นซะอย่างนั้น
“พ่อหนุ่มน้อยลูกใครเอ่ย น่ารักจังเลย” คราวนี้เจ้าตัวเล็กตกอยู่ในมือของแม่บ้านยังสาวรายหนึ่งที่กำลังกอดรัดฟัดแก้มซ้ายขวาของไกเซอร์อย่างเมามัน “ท่านคามิลล่าคะ หรือว่าเด็กคนนี้…?”
“เด็กคนนี้เป็น…” เจ้าตัวเล็กหันควับมามองจอมเวทสาวทันทีที่ได้ยินเสียงหวานเอื้อนเอ่ยตอบข้อข้องใจของบรรดาแม่บ้าน “ลูกชายคนเล็กของข้าเองค่ะ”
ใบหน้างามยิ้มแย้มอ่อนโยนยามทอดสายตามองทารกน้อยอย่างแสนรัก คามิลล่าเลิกคิดที่จะปกป้องชื่อเสียงของตนเองเพราะรู้ซึ้งแล้วว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันส่งผลถึงลูกชายของเธอเช่นไร คำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงใจและความรักที่มากมายนั้นคงส่งไปถึงการ์เดี้ยนที่มาอาศัยร่างเดียวกัน เจ้าตัวแสบจึงเริ่มดิ้นรนพลางยื่นมืออ้าแขนหาจอมเวทสาวราวกับจะออดอ้อน
“จะไปหาคุณแม่เหรอจ๊ะหนุ่มน้อย แหม... ขี้อ้อนจังเลยนะเนี่ย”
พวกแม่บ้านพากันหัวเราะเพราะเห็นการออเซาะของไกเซอร์เป็นเรื่องน่าเอ็นดู ผิดกับอาเบลที่ยืนอึ้งรอบสองเพราะการ์เดี้ยนตัวร้ายที่ตนเคยสัมผัสรวมทั้งเรื่องที่เมอร์เคนเล่าให้ฟังมันต่างกับที่เห็นราวฟ้ากับดิน เพราะตอนนี้เจ้าตัวแสบกำลังทำตัวเป็นลูกแหง่ไร้พิษสง เป็นแค่ทารกอ่อนแอที่กำลังกอดซบอกจอมเวทสาวเหมือนเด็กน้อยอ้อนขอความรักจากมารดาไม่มีผิด
“คุณแม่ยังสาวคนนั้นเป็นใครกันรึท่านลุง” พ่อค้าผิวเข้มที่น่าจะมาจากต่างแดนซึ่งวางแผงลอยขายหินสีและเครื่องประดับอยู่ห่างจากจุดที่ผู้คนพลุกพล่าน แอบกระซิบถามลูกค้าที่กำลังนั่งยองๆเลือกของถูกใจไปฝากคนที่บ้าน “ข้าไม่เคยเห็นนางมาเดินตลาด แต่ท่าทางจะเป็นที่รู้จักของชาวบ้านเกือบทุกคนนะเนี่ย”
“นั่นน่ะเหรอ นายหญิงของตระกูลทีเอเนียไงล่ะ นางเป็นจอมเวทในราชสำนักส่วนสามีของนางก็เป็นแม่ทัพอัศวิน” ลูกค้าใจดีตอบคำถามให้โดยไม่คิดอะไรมาก “ถึงนางจะไม่ค่อยออกมาเดินให้เห็นบ่อยนัก แต่ใครเดือดร้อนก็มักจะไปขอให้พวกนางช่วยเหลือเสมอ เรียกได้ว่าทุกคนในเมืองนี้รู้จักตระกูลทีเอเนียเป็นอย่างดีเลยละ”
“เป็นคู่แม่ลูกที่น่ารักดีนะ” พ่อค้าผิวเข้มยังคงถามต่อเหมือนชวนคุยเรื่อยเปื่อย ทว่าดวงตาที่จ้องมองสองแม่ลูกคนดังกลับฉายแววบางอย่าง “แต่ข้าสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ทั้งที่นางมีเรือนผมสีทองทำไมตัวลูกชายถึงผมดำละ”
“เหมือนพ่อเขาน่ะสิ ลูกชายคนโตก็ผมดำเหมือนกับเด็กคนนั้นแหละนะ พี่น้องบ้านนี้น่ารักน่าชังไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ เอ้าข้าเอาชิ้นนี้แหละ ราคาเท่าไหร่ล่ะ?” หลังจากเลือกอยู่นานชายสูงวัยส่งสร้อยคอที่มีจี้เป็นหินสีเขียวใสรูปหยดน้ำให้พ่อค้าผิวเข้มคิดราคา “ข้าจะเอาไปเป็นของขวัญวันเกิดให้ลูกสาวข้า เผื่อนางจะเลิกเพ้อฝันถึงลูกชายบ้านทีเอเนียเสียที”
“หมายถึงลูกชายคนโตงั้นรึ แหม... ชักอยากจะเห็นซะแล้วสิว่าหน้าตาเป็นยังไง” พ่อค้าผิวเข้มยังไม่เลิกพูดถึงและดูเหมือนพยายามที่จะเจาะลึกมากขึ้น โดยที่ชายสูงวัยซึ่งเป็นลูกค้าไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังกลายเป็นฝ่ายเผยข้อมูลสำคัญออกไป “วันนี้เขาออกมาพร้อมมารดาของเขารึเปล่า หรือว่าจะเป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆรถเข็นเด็ก แต่ผมก็ไม่ดำนี่นา”
“ไม่ใช่หรอก เด็กคนนั้นคงจะมาไม่ได้ เพราะเขาไปเรียนที่กรุนเบอร์เรียโน่นแน่ะ” ชายสูงวัยหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงหนุ่มน้อยผมดำของบ้านทีเอเนีย “ถ้าเป็นคามิวละก็ จะต้องโดดเด่นเห็นได้แต่ไกลเลยละ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น”
“เป็นเพราะเขาผมดำผิดจากคนทั่วไปรึเปล่าท่านลุง” พ่อค้านำสร้อยใส่ถุงผ้าเล็กๆยื่นให้กับชายสูงวัยพลางซักถามต่อเนื่อง
“ก็มีส่วน เพราะในเมืองโรแลนเดียนี้คงมีแต่คนของทีเอเนียตระกูลเดียว ที่มีลูกหลานผมดำสนิทขนาดนั้น” ชายสูงวัยรับถุงใส่สร้อยมาพลางถามราคาของ “ข้าต้องจ่ายเงินให้เจ้าเท่าไหร่ละเนี่ย?”
“ข้าไม่คิดเงินหรอก ท่านลุงอุตส่าห์คุยกับข้าตั้งหลายเรื่องนี่นา ถือว่าเป็นน้ำใจจากข้าก็แล้วกัน” พ่อคาผิวเข้มยิ้มแย้มส่งไมตรีให้เป็นที่ถูกใจชายสูงวัยยิ่งนัก
“ขอบใจมาก เครื่องประดับของเจ้าสวยมากน่าจะขายดี ไม่น่าจะมาวางแผงเสียไกลผู้คนแบบนี้นะ”
พ่อค้าผิดเข้มทำเพียงแค่ยิ้มขอบคุณแต่ไม่ได้พูดโต้ตอบอะไร และรีบเก็บแผงของตนทันทีเมื่อชายสูงวัยผู้เป็นลูกค้าเดินจากไป ร่างสูงใหญ่ที่ยืนหยัดขึ้นตวัดถุงใส่สินค้าขึนบ่าดูไม่เหมือนพ่อค้าเพราะความกำยำล่ำสัน ผ้าคลุมที่เปิดออกเผยให้เห็นเครื่องแต่งกายที่แปลกแตกต่างจากชาวบ้านอื่นๆ ใบหน้าคมเฉี่ยวประกอบกับผิวเข้มๆอันเป็นเอกลักษณ์ประจำเผ่าพันธุ์ บ่งบอกชัดว่าเป็นชนชาวทะเลทรายที่มาจากอานาโตเลีย หลังจากยืนมองคู่แม่ลูกอยู่อีกครู่ใหญ่ก็เร้นกายหายไปในซอกตึกเปลี่ยงร้างผู้คน ซึ่งเป็นทางมุ่งหน้าออกไปยังป่าแถบชานเมืองอย่างรวดเร็ว
**++**++**++**
ขออภัยที่หายไปนานนะคะ งานไม่จบไม่สิ้นเสียทีจนไม่มีเวลาเขียนนิยาย ประกอบกับพักนี้ทำงานหนักไปหัวเลยตีบตันขึ้นมาเฉยๆ กำลังพยายามเรียกความคึกกลับมาอยู่ค่ะ แหะๆ ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #5823 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 19:56

    ลางร้ายมาอีกแล้ว...ชักเบื่อจริงๆเเล้วนะ..!

    ทำไมต้องมีเเต่เรื่องร้ายๆ?...เอาเรื่องดีๆให้คามิวได้สบายใจบ้างสิ!

    ส่วนตอนนี้ไม่นับเพราะไกจังใช้ร่าง=_+

    #5,823
    0
  2. #5600 SieL (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 19 กันยายน 2554 / 21:44
     อ่านะ....ไม่ทันได้ระวัง เพราะคุยเพลิน เหอๆ
    #5,600
    0
  3. #5178 คุณมึนจัง (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:29
    หุหุ มาจากเมืองทะเลทราย  พวกที่โดน คามิวก๊อปปี้ ไปป่วน ละสิ
    หรือมาตามล่า เอารางวัลนำจับ หว่า
    #5,178
    0
  4. #5085 ~*>> IN (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 17:19
    ยังคงสนุกเช่นเคยครับ  (^O^)//  ~

    อ่านตอนนี้แล้วสงสาร อาเบลแหะ   เขาเป็นคนที่ถูกลืมจริงๆ   5555555555+

    ( สงสารแต่ไหงหัวเราะเสียงดังหนอเรา - -* )

    พยายามเข้าอาเบล   สักวันจะเป็นทีของเจ้า

    เอ   หรือจะเป็นตอนนี้หนอ   แหะๆๆ   //(^^")   ก็แบบว่าตอนนี้มีบททั้งตอนเลยนิ
    #5,085
    0
  5. #5030 php7022 (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 02:49
    รอให้ครบ 100 แล้วมาอ่านแต่ มาอ่านดึก ง่วงหนักเลย ตาเบลอ สงสัย ต้องมาอ่านอีกที

    คร่อกกก
    #5,030
    0
  6. #5029 ~o~ (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 23:21
    *0* ใครละนั่น หุหุ
    ปล. พยายามเข้าเน้อ เป็นกำลังใจให้ :)
    #5,029
    0
  7. #5028 [N]ature (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 19:28

    สนุกมากๆครับ ไกเซอร์กลายเป็นเด็กขี้อ้อนไปซะแล้ว อิอิ และก็ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ ตอนนี้ดีขี้นเยอะแล้ว แหะๆ

    #5,028
    0
  8. #5027 นักฆ่าอัคคี (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 17:26
    มาเพราะเรื่องที่อานาโตเลียโดนพวกโฮมุครูดที่เหมือนคามิวโจมตีแน่เลย ใช่มั้ย ถ้าใช่ คามิวงานเข้าแน่ งานใหญ่ซะด้วย
    #5,027
    0
  9. #5026 น้องมาย (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 11:36

    พ่อค้า คนนั้นเป็นฬครกันแน่นนะ?เจ้าค่ะ

    แล้วเมื่อไรคามิว จะได้ออก โรงระเจ้าค่ะ

    #5,026
    0
  10. #5025 ₣lõЯά (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 06:12

    เมื่อไรคามิวจะออกมาซะทีน๊า รอต่อไป ฮ่าๆๆๆ

    ตอนนี้ก็เลยส่งตัวป่วนออกมาแทน =_=;; 

    สนุกมากๆเลยจร้า มาอัพต่อเร็วๆนะคร้า

    จะรอติดตามจร้า

    #5,025
    0
  11. #5024 FinaloP (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 00:14
    มาอัพๆไวๆนะ
    #5,024
    0
  12. #5023 Luckymusic (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 23:17
    ใครโผล่มาอีกล่ะเนี่ย

    ไกเซอร์ตัวแสบเปี๊ยนไป๋ 555+
    #5,023
    0
  13. #5022 loli (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 23:02
    งานเข้า!
    #5,022
    0
  14. #5021 inasba (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 18:49

    แหมไกเซอร์เจอ มิคาเอลล่าและความรักจากแม่ไปหงอยเชียว

    #5,021
    0
  15. #5020 เอกเองครับ (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 17:53
    คนจากอาณาจักรไหนอีกล่ะนั่น มีเรื่องเข้ามาหาไม่หยุดหย่อนเลยแฮะ
    #5,020
    0
  16. #5019 AncientFairy (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 17:32
    ใครแอบมาสืบความลับของคามิวกันอีกล่ะเนี่ย....ไม่รู้รึยิ่งรู้มากยิ่งอันตราย...
    #5,019
    0
  17. #5018 _Ryuuko_ (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 15:44

    ใครกันล่ะนั่น?

    #5,018
    0
  18. #5017 6892 (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 15:21

    อัพก็ช้า แถมอัพนิดเดียวอะ อ่านไม่สะใจเลยอะค่ะ 

    #5,017
    0
  19. #5016 awernatae mistkwit (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 14:27

    งานงอกแล้วไง

    #5,016
    0
  20. #5015 axis (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 13:12
    พี่แหม่ม ยังไงมันก็เงาจางเหมือนเดิมนั้นล่ะพี่แหม่ม

    มีบทยังกับไม่มีบท หุหุ  

    (ไม่รู้สึกสงสารเลย)
    #5,015
    0
  21. #5013 Naze (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 08:32

    เปิดตัวละครใหม่ ปัญหาใหม่ๆ อิอิอิ

    #5,013
    0
  22. #5011 notg (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 21:11
    มาแย้ว~! =,,=

    คามิวมาแย้วววว~!!!!!!!! >W<

    (มาสครีมก่อนจะโดนน้องลากกลับไปทำการบ้าน T^T)
    #5,011
    0
  23. #5008 snowboard (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 18:19
    55555555555555 ไกเซอร์ยังแสบเหมือนเดิมเลย
    #5,008
    0
  24. #5007 ~๐Negius๐~ (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 13:37
    มาอัพอีกนะคร้าบ สนุกมักมากเลย ขอบคุณล่วงหน้าครับ^^
    #5,007
    0
  25. #5006 ~o~ (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 00:37

    น่าสงสารอาเบลแฮะ 555 
    ปล.มาต่อไวๆนะคับ *-*

    #5,006
    0