วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 97 : (แก้คำผิดค่ะ)บทเรียน(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,737
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

อัพแล้วค่ะ บทลงโทษไกเซอร์บทนี้ เหมือนที่แฟนคลับและท่านผู้อ่านคิดไว้มั้ยคะ?  หุหุ  ยังจะมีวีรกรรมความแสบของเจ้าการ์เดี้ยนตัวนี้ตามมาอีกบทนึงค่ะ  พบกันตอนหน้านะคะ  ขอบคุณที่อุตส่าห์อดทนรอคอยค่ะ( แก้คำผิดที่ได้กรุณาทักท้วงมาเรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ)
***+++***+++***

ท้องพระโรงสุดอลังการของวังหลวงที่เคยดูโอ่โถงโล่งกว้าง แต่ในวันนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยเหล่าขุนนางและครอบครัวรวมทั้งวุฒิสมาชิกอาวุโส ซึ่งทุกคนเป็นผู้ที่ไปร่วมในงานเลี้ยงของมาร์ควิสลัสเตอร์ ทุกคนอยู่ในสภาพตระหนกตกใจ หวาดกลัว และอ่อนเพลีย ทั้งยังมีแพทย์และพยาบาลคอยให้บริการปฐมพยาบาลกันให้ง่วนอยู่ โดยมีจอมคนแห่งโรแลนเซียนั่งมองจากบังลังก์ทองอย่างเครียดๆ ขนาบข้างด้วยสองเสนาบดีคู่คิดฟาริส อาร์มาเธียส และรีมัส ทีเอเนีย
“เหตุการณ์ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้แหละครับ ท่านน้า” ดยุคเอเดรียนรายงานทุกสิ่งที่ได้พบเห็นมากับตาตัวเอง ทั้งๆที่ยังรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันที่มีทั้งดีและร้ายปะปนกัน “บอกตามตรงว่าถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ว่าเด็กที่เงียบขรึมว่าง่ายอย่างคามิว จะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”
“เอาเถอะ เรื่องคามิวน่ะเอาไว้จัดการทีหลัง ตอนนี้คงต้องสอบสวนผู้สมรู้ร่วมคิดก่อการกบฎเสียก่อน” พระราชาคาร์ลอสถอดถอนใจเพราะไม่นึกเช่นกันว่า แผนการณ์ลากตัวผู้ต่อต้านที่อยู่เบื้องหลังจะสัมฤทธิ์ผลมากมายขนาดนี้ “พวกเจ้าตรงนั้นน่ะ ไปถามท่านหัวหน้าจอมเวทให้หน่อย ว่าประกอบชิ้นส่วนของสองคนนั้นเรียบร้อยรึยัง”
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ” ทหารมหาดเล็กรีบรุดไปทำตามรับสั่ง จึงไม่ทันได้เห็นว่าคนในท้องพระโรงพากันชะงักเงียบกริบ พวกผู้หญิงขวัญอ่อนทำท่าจะเป็นลมอีกรอบเมื่อนึกถึงสภาพน่าสยดสยองของสองพ่อลูก ส่วนพวกผู้ชายพากันรู้สึกว่าแม้แต่น้ำลายตัวเองก็ยังฝืดคอพิกล โดยเฉพาะแกนนำอาวุโสที่เหลืออีกสามคนซี่งโดนหลอกต้มจนเปื่อยและพลอยให้ลูกหลานรับเคราะห์ไปด้วยนั้น พากันหน้าซีดสลดหมดกำลังใจที่จะเป็นตัวตั้งตัวตีในกรณีคัดเลือกว่าที่ราชบุตรเขย
“พวกท่านสามคนมีอะไรจะพูดก็เชิญนะ ข้าให้โอกาสพวกท่านสารภาพก่อนที่จะนำตัวสองคนนั้นมาพิจารณาโทษ เพราะข้อหาสมรู้ร่วมคิดก่อการกบฎนั้นมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ”
ทว่าสามผู้อาวุโสแห่งวุฒิสภาก็เอาแต่คุกเข่าก้มหน้านิ่งเฉยไม่ยอมปริปากพูด เหนือหัวแห่งโรแลนเซียจึงได้แต่ส่ายหน้าระอาใจกับความดื้อรันของผู้เฒ่าเหล่านั้น ดวงตาสีฟ้าคมกริบกวาดมองข้าราชบริพารในราชสำนักที่จิตใจคับแคบยึดติดกับความฟุ้งเฟ้อ จนไม่ยอมมองความเป็นจริงของสังคมภายนอกและชอบดูถูกเหยียดหยามผู้อื่นว่าต่ำต้อยกว่าตนเอง เกิดเรื่องครั้งนี้ก็นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะดัดนิสัยและสั่งสอนให้พวกขุนนางรู้จักวางตัวให้เหมาะสมและใส่ใจในสถานการณ์บ้านเมืองให้มากขึ้น
“พวกที่ไปร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ต้องถูกสอบสวนทั้งหมด แต่ไม่ต้องห่วงนะเพราะข้าย่อมให้ความเป็นธรรมเท่าเทียมกันทุกคน ใครผิดใครถูกก็ว่ากันไปตามความจริงนั่นแหละ แต่ในกลุ่มพวกเจ้ามีสายสืบที่ข้าแต่งตั้งและไปร่วมงานเลี้ยงเพื่อดูพฤติกรรม ดังนั้นอย่าได้คิดโกหกเพื่อเอาตัวรอดเด็ดขาด”
“ขอพระราชทานอนุญาตนำตัวสองผู้ต้องหา มาเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”
เป็นอีกครั้งที่สรรพเสียงพากันเงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจของแต่ละคน ซึ่งเต้นรัวเร็วด้วยความกลัวว่าจะได้เห็นภาพสยองอีกครั้ง เมื่อผู้ต้องหาที่เข้ามาในท้องพระโรงนั้นยังคงสภาพเป็นมนุษย์ครบสมบูรณ์ทั้งแขนขาและลำตัว พวกเขาก็พากันถอนหายใจโล่งอกที่ไม่ต้องเห็นภาพอุจาดตา แต่สองพ่อลูกถูกพาเข้ามาในสภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ติดล้อ จะเรียกว่านั่งก็คงจะพูดลำบากเนื่องจากมีสายรัดเพื่อยึดร่างไว้กับพนักพิง หากมิใช่เพื่อป้องกันการหลบหนีแต่เพื่อยึดร่างทั้งสองคนให้สามารถนั่งตัวตรงอยู่ได้ต่างหาก
หลังจากนั้นภรรยาและบุตรสาวของมาร์ควิสลัสเตอร์ก็ถูกนำตัวเข้ามา ถึงจะดีใจที่ยังมีชีวิตรอดและได้มาพบหน้ากันอีกครั้ง แต่พวกเธอกลับต้องพากันร้องไห้เสียใจเมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมด เนื่องจากระหว่างที่เกิดเรื่องทั้งสองคนถูกคุ้มกันไปอยู่อีกที่หนึ่งเพื่อความปลอดภัย และไม่ได้รู้เห็นเป็นใจให้ความร่วมมือกับการก่อกบฎของสองพ่อลูก แต่เพราะเป็นคนในครอบครัวจึงอาจจะต้องรับอาญาแผ่นดินไปพร้อมกันโดยมิอาจหลีกเลี่ยง
“ขออภัยที่มาช้าเพคะ” จอมเวทสาวผู้งดงามเดินตามเข้ามาพร้อมถวายคำนับด้วยท่าทีแช่มช้อย “หม่อมฉันและเหล่าแพทย์พยายามประกอบร่างของทั้งสองท่านนี้อย่างสุดความสามารถ ทว่าไม่สามารถเชื่อมต่อร่างกายให้เป็นเนื้อเดียวกันได้ จึงต้องใช้วิธีเย็บติดกันเอาไว้ก่อน” ใบหน้าเนียนส่อแววยุ่งยากใจ หัวคิ้วของคามิลล่าขมวดมุ่นเมื่อนึกถึงคนที่ลงมือกระทำการโหดเหี้ยมเช่นนี้ “หม่อมฉันคิดว่า หากต้องการให้สองท่านนี้กลับสู่สภาพปกติ ก็คงต้องให้คนที่ลงมือทำร้ายพวกเขาเป็นคนรักษาให้เพคะ”
“เท่านี้ก็ดีที่สุดสำหรับตอนนี้แล้วท่านจอมเวท เอาละ ข้าจะเริ่มการไต่สวนเพื่อเอาคนผิดคิดกบฎไปลงโทษ ถ้าท่านอยากจะอยู่ฟังก็เชิญตามสบาย แต่มันอาจจะมีบางสิ่งกระทบกระเทือนจิตใจท่านที่ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นได้ ทางที่ดีท่านน่าจะกลับไปพักผ่อนหรือไม่ก็ไปสมทบกับท่านทิวลีนจะดีกว่า”
“ขอบพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันอยากจะขออยู่ร่วมฟังการพิจารณาที่นี่ด้วย”
แววตาสีทองงดงามดุจเดียวกับหนุ่มน้อยผมดำฉายแววมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว ความเป็นมารดาทำให้คามิลล่าเข้มแข็งและอยากรู้ว่าเหตุใดคนเหล่านี้ถึงได้จงเกลียดจงชังลูกชายที่น่าสงสารของเธอนัก คามิลล่าเฝ้าวนเวียนโทษตัวเองว่าอาจจะเป็นความผิดของเธอเองก็ได้ที่ยอมปล่อยมือจากคามิว ถ้าหากยังคงดื้อดึงที่จะเก็บลูกชายเอาไว้ใกล้ตัวเรื่องร้ายแรงทั้งหมดก็คงจะไม่เกิดขึ้น ถึงตอนนี้จะสายเกินไปบ้างแต่หากช่วยอะไรได้เธอก็อยากจะช่วยให้ถึงที่สุด
“ท่านดยุคเอเดรียนและเหล่าสายสืบซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ได้รายงานให้ข้าฟังว่า มาร์ควิสลัสเตอร์และอลิสแตร์บุตรชายของเขา ได้ประกาศตนว่าจะก่อกบฎยึดราชบัลลังก์ บาเร็ต แกรนท์ บลูตัส พวกท่านต่างก็มีส่วนร่วมในการกระทำครั้งนี้ รวมทั้งมีพฤติกรรมมุ่งร้ายต่อคามิว ทีเอเนียซึ่งอยู่ในฐานะตัวเก็งว่าที่ราชบุตรเขย มีอะไรจะชี้แจงแก้ต่างหรือไม่?”
เมื่อเห็นว่าทุกคนมาพร้อมหน้าพระราชาคาร์ลอสจึงเอ่ยถามสามผู้ต้องหาสมรู้ร่วมคิด ด้วยพระองค์รู้ดีว่าสามผู้เฒ่านี้มีความคิดคัดค้านการแต่งตั้งคามิวมาแต่แรก และเพียรพยายามยกเหตุผลสารพัดมาอ้างเพื่อให้พระองค์ล้มเลิกความตั้งใจ แต่เหนือหัวแห่งโรแลนเซียมิใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าพวกเขาไม่พอใจคามิว เพราะรังเกียจที่เด็กหนุ่มไม่ได้สืบเชื้อสายจากสองตระกูลใหญ่โดยตรง ทั้งยังต้องการสนับสนุนลูกหลานของตนเองมาแทนที่ในตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้เสียเอง
“กระหม่อมไม่มีอะไรจะแก้ต่างพะย่ะค่ะ” บาเร็ตเอ่ยปากเป็นคนแรกทั้งที่ยังก้มหน้า “กระหม่อมโง่เขลาเบาปัญญาที่หลงเชื่อลมปากของคนเลว ทั้งยังตามืดบอดมองไม่เห็นความจริงจนต้องตกเป็นเครื่องมือของกบฎขายชาติเช่นนี้”
“พระอาญามิพ้นเกล้า! พวกเราทั้งสามคนรักและหวังดีต่อแผ่นดินโรแลนเซียเสมอมาและไม่เคยคิดก่อการกบฎ เราเพียงแต่อยากแสดงให้ฝ่าบาทเห็นว่า คามิว ทีเอเนียไม่เหมาะสมกับตำแหน่งว่าที่ราชบุตรเขย ก็เลยหลงเชื่อและตกเป็นเครื่องมือของคนชั่วช้าที่หวังจะเป็นใหญ่”
“แล้วเป็นไง? ตอนนี้ท่านคิดว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งว่าที่ราชบุตรเขยของข้าล่ะ ท่านแกรนท์?” ราชาคาร์ลอสทอดพระเนตรสีฟ้าคมกริบจ้องหน้าสามผู้เฒ่าแบบเรียงตัว ที่จริงก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจงรักภักดีแค่ไหนแต่น่าเสียดายที่วิสัยทัศน์คับแคบยากที่จะยอมรับสิ่งใหม่ดังคำกล่าวที่ว่าไม้แก่ดัดยากนั่นเอง “หรือจะยืนยันคำเดิมว่าเหล่าลูกหลานของขุนนางคนอื่นเหมาะสมกว่าคามิว ข้าจะได้ให้ท่านจอมเวทหาทางถอดวงแหวนแห่งราชวงศ์ออกและปล่อยเขาเป็นอิสระ แต่เท่าที่ข้ารู้มาเจ้าหญิงบัลเบิร์คและเจ้าหญิงของพรีมิวเลียก็สนใจเขาอยู่เหมือนกันนะ”
“นี่เขาสวมวงแหวนแห่งราชวงศ์แล้วรึพะย่ะค่ะ!?” สามผู้เฒ่าพากันตาโตตกใจกับข่าวใหม่ เพราะว่าสมบัติล้ำค่าแห่งโรแลนเซียชิ้นนั้นมักสร้างความมหัศจรรย์ในการเลือกเจ้าของ หากมันยอมรับใครก็เท่ากับว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมและหากเป็นด้านตรงข้ามก็อาจพรากชีวิตให้ดับดิ้นได้เช่นกัน
“พวกเราขอถอนคำพูดและยินดีสนับสนุน คามิว ทีเอเนียขึ้นเป็นราชบุตรเขยโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ เพราะเขาได้พิสูจน์ให้พวกเราทุกคนเห็นแล้วว่า ชาติกำเนิดหาได้สำคัญเท่าตัวตนและความสามารถไม่ ส่วนเรื่องโทษทัณฑ์ที่เกิดจากการกระทำอันแสนเบาปัญญาของพวกเรานั้น แล้วแต่ฝ่าบาทจะทรงโปรดพะย่ะค่ะ”
เป็นข้อสรุปหลังจากสามผู้เฒ่ามองหน้ากันเหมือนจะตัดสินใจยอมรับชะตากรรม เมื่อเดินเกมผิดพลาดก็ย่อมต้องมีการทำโทษเป็นธรรมดา พวกเขามิได้เสียดายชีวิตที่อยู่มานานกว่าครึ่งคนเพียงแต่เป็นห่วงลูกหลานที่พลอยรับเคราะห์ไปด้วยมากกว่า อีกทั้งยังเสียใจที่กลายเป็นเครื่องมือในการล้มล้างราชวงศ์อันทรงเกียรติซึ่งตนต่างก็จงรักภักดี และความผิดครั้งนี้คงยากที่จะได้รับการอภัยเป็นแน่
“งั้นข้าจะตัดสินอย่างยุติธรรมที่สุดก็แล้วกัน มาร์ควิสลัสเตอร์ และอลิสแตร์บุตรชายผู้ก่อการกบฎ ตามกฏมนเทียรบาลจะต้องโทษประหารทั้งตระกูล แต่ดูเหมือนว่าที่ราชบุตรเขยของข้าจะลงโทษที่หนักหนาสาหัสกว่าให้แล้ว ข้าก็คงทำได้เพียงแค่ยึดทรัพย์สมบัติและยศถาบรรดาศักดิ์กลับคืนมา และให้คุมขังคนในตระกูลทุกคนไว้ในคุกหลวงจนกว่าจะมีการพิจารณานิรโทษกรรมในโอกาสต่อไป ส่วนวุฒิสมาชิกทั้งสามที่ยอมรับผิด ข้าจะให้ปลดจากตำแหน่งและควบคุมความประพฤติไปจนกว่าข้าจะเห็นว่าท่านกลับตัวกลับใจอย่างแท้จริงแล้ว”
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ! ขอบพระทัยที่ทรงเมตตา” สามผู้เฒ่ายอมรับโดยดุษณี
ส่วนคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ติดล้อทำได้เพียงกรอกตาไปมาและหลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจ เสียดายอำนาจที่อยู่เพียงเอื้อมแต่กลับหลุดลอยไปและยังผิดพลาดจนพาให้ทั้งตระกูลต้องรับเคราะห์ ลัสเตอร์คิดในใจว่าหากความตายของตนจะทำให้ทุกคนในตระกูลรอดพ้นความผิดก็ยินดีที่จะตาย ทว่าอลิสแตร์กลับไม่คิดเช่นนั้น ดวงตาของชายหนุ่มยังคงเจือแววแห่งความอาฆาตแค้นไม่เสื่อมคลาย เขาโทษบิดาและคามิวที่ทำให้ตนต้องตกอยู่ในสภาพของคนพิการทั้งยังต้องโทษตลอดชีวิต และยังคงหวังว่าหากมีโอกาสเมื่อใดจะต้องกลับมาทวงคืนสิทธิและชีวิตอันรุ่งโรจน์คืนให้จงได้
.
ขณะที่พระราชาคาร์ลอสกำลังตัดสินโทษให้แก่ขุนนางทั้งหลายอยู่นั้น ทางด้านจอมปราชญ์ก็พบปัญหาที่พาให้ปวดเศียรเวียนเกล้าไม่น้อย เพราะเจ้าลูกศิษย์ตัวดีที่ไปก่อวีรกรรมสับคนอื่นเสียเละนั้น กลับกลายเป็นตัวร้ายที่กวนประสาทจนพระอาจารย์ร่ำๆจะกลั้นใจตายเสียให้ได้ แม้จะบังคับนำตัวกลับมาคุมขังไว้ในห้องครอบข่ายอาคมแข็งแกร่ง ...แต่หากเจ้าหนุ่มผมดำต้องการออกไปเมื่อใดก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก...
“จะปล่อยข้าไปได้รึยัง! เวลายิ่งมีน้อยๆอยู่นะ!” คามิวในมาดของชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์อยู่กลางวงล้อมของทหารและกลุ่มจอมเวท โดยมีมหาปราชญ์เป็นประธานยืนประจัญหน้ากันแบบไม่มีใครยอมใคร “จะห่วงอะไรกันนักหนา ข้าแค่อยากจะออกไปชมเมืองแก้เบื่อในช่วงที่นายน้อยของข้าหลับเท่านั้นเอง อยากไปด้วยก็บอกมาเถอะน่า”
“เจ้ารู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป ไม่คิดบ้างรึไงว่าหากคามิวตื่นขึ้นมาเขาจะทุกข์ใจแค่ไหน เป็นบริวารภาษาอะไรถึงได้ขยันหาเรื่องมาให้เจ้านายแบบนี้น่ะ!” ภูตพิทักษ์ตัวจิ๋วชี้หน้าต่อว่าสิ่งที่แฝงอยู่ในร่างเด็กหนุ่มผู้เป็นนายของเธอ “อย่าหวังว่าพวกเราจะปล่อยเจ้าออกไป จงอยู่ที่นี่เพื่อรอเวลาอย่างสงบเถอะ”
“คิดว่าข้าจะยอมเชื่อฟังรึ? ท่านไม่ใช่เจ้านายของข้าเสียหน่อย” ใบหน้าที่เคยยิ้มละไมเปลี่ยนไปทันทีที่โดนขัดใจ ดวงตาสีทองเป็นเส้นขีดดุจเดียวกับดวงตาของปีศาจร้ายฉายแววแห่งความโหดเหี้ยมโดยไม่ปิดบัง “หลีกทางเสียดีๆ ข้าไม่อยากใช้กำลังโดยไม่จำเป็น”
“อ๋อเหรอ แต่ข้าว่าเจ้าจำเป็นต้องใช้กำลังแล้วละนะ เพราะพวกเราไม่ยอมปล่อยเจ้าไปแน่นอน เจ้าการ์เดี้ยนจอมโหด” ฟาร์ฟาร์ไม่ยอมแพ้และยิ่งยั่วยุอารมณ์ของไกเซอร์ให้คุกรุ่นมากยิ่งขึ้น “แน่จริงก็ลองกันสักตั้งจะเป็นไร แต่อย่างเจ้าคงไม่มีปัญญามากกว่ามั้ง เจ้าไกเซอร์งี่เง่า”
ทหารและจอมเวทที่รายล้อมอยู่ขยับตัวตั้งท่ารับมือทันทีที่เห็นว่าหนุ่มผมดำส่งเสียงคำรามน่ากลัวดุจไม่ใช่มนุษย์ ท่านอาจารย์ทิวลีนรีบสร้างวงเวทครอบร่างเด็กหนุ่ม ที่เหมือนจะกลายเป็นฆาตกรโหดซึ่งพร้อมจะฆ่าใครก็ได้ที่บังอาจขวางทาง ทว่าไกเซอร์ก็ไม่รอช้าร่ายเวทเข้าต่อต้านทันทีเช่นกัน เมื่อสองอาคมปะทะกันก็ให้บังเกิดสายฟ้าแลบแปลบปลาบ มันยิ่งทวีความน่ากลัวมากขึ้นเมื่อไกเซอร์ใช้มนตร์ที่รุนแรงขึ้นจนทุกคนต้องก้าวถอยหลัง ...ยกเว้นสาวน้อยฟาร์ฟาร์ที่ยังคงมีรอยยิ้มเยาะและท้าทายอยู่ในที...
“เจ้าติดกับของข้าแล้ว ไกเซอร์!!” ฟาร์ฟาร์ระเบิดเสียงหัวเราะสะใจเมื่อเห็นเจ้าหนุ่มตรงหน้ายิ่งโกรธเกรี้ยว และใช้พลังเวทมากขึ้นจนทุกคนในห้องเริ่มหวาดกลัว “หึหึ ตัวร้ายอย่างเจ้ามันต้องเจอบทเรียนที่ข้าและเจ้าหนูคามิวจัดให้ เตรียมใจเอาไว้เถอะ”
“อย่ามาขู่ให้ยากเลย ข้าไม่กลัวพวกเจ้าหรอก ฮ่าฮ่าฮ่า” ไกเซอร์ระเบิดเสียงหัวเราะกึกก้องก่อนจะร่ายเวทเสกแท่งน้ำแข็งซัดเข้ากลุ่มทหารที่ปิดทางออก แต่อยู่ๆก็ชะงักมือพร้อมกับมีท่าทางอึดอัดทรมาน “อะไรกัน!? เกิดอะไรขึ้นทำไมร่างกายถึงได้เจ็บปวดไปหมด?” ไกเซอร์ในร่างหนุ่มผมดำหันขวับไปจ้องมองสาวน้อยตัวจิ๋วที่ยังคงหัวเราะดุจจะเย้ยหยัน “พวกเจ้า!! ทำอะไรกับข้ากันแน่เนี่ย? อ๊ะ… เอ๊ะ? ไม่จริง... มันต้องไม่ใช่แบบนี้!!”
.
ร่างเพรียวระหงของจอมเวทสาวแห่งราชสำนักก้าวเท้าว่องไวราวกับวิ่ง ไปตามระเบียงยาวซึ่งมุ่งตรงสู่ตำหนักด้านในซึ่งจัดไว้เป็นเขตหวงห้าม ความรีบร้อนทำให้เธอไม่ได้สนใจที่จะหยุดมองหรือทักทายใครที่พบเห็นระหว่างทาง เพราะหัวใจได้โบยบินไปหาลูกชายของเธอก่อนนานแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นการพิจารณาโทษซึ่งคามิลล่าอยู่ฟังด้วยความรู้สึกสับสน เนื่องจากไม่เคยรู้มาก่อนว่าการที่เธอบอกทุกคนไปว่าคามิวเป็นเด็กกำพร้าจะทำให้เกิดข้อพิพาท หากรู้ล่วงหน้าถึงปัญหาซึ่งตามมามากมายขนาดนี้ ก็คงเต็มใจเสียชื่อเสียงด้วยการยอมรับว่าคามิวเป็นลูกที่เกิดมาก่อนการสมรส
เพราะไม่เคยนึกว่าลูกชายของเธอจะกลายเป็นคนสำคัญ ไม่เคยฝันว่าเขาจะมีบุญถึงขนาดถูกกำหนดให้ครองบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ คามิลล่าทั้งรักทั้งสงสารอยากเลี้ยงดูและมอบความรักแก่คามิวให้มากที่สุดเท่านั้นเอง และเพื่อไม่ให้มีใครมาคาดหวังกับลูกคนนี้มากนัก เธอจึงต้องกันเขาไว้วงนอกด้วยการบอกใครต่อใครว่าไม่ใช่ลูกที่แท้จริง แต่ดูเหมือนมันจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกับความตั้งใจ ยิ่งกีดกันออกไปก็ยิ่งโดดเด่นสะดุดตา ยิ่งปกป้องก็ยิ่งนำพาให้ลูกเดินไปสู่อันตราย คราใดที่ได้ข่าวว่าลูกชายของเธอประสบเคราะห์กรรมหัวใจของคนเป็นแม่รู้สึกปวดร้าว และกล่าวโทษตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ยามที่เห็นลูกบาดเจ็บหนักก็แทบขาดใจตายตามไปด้วยเสียทุกครั้ง
ทหารรักษาการณ์รีบเปิดทางให้ทันทีที่เห็นคามิลล่า คนหนึ่งอ้าปากอยากจะบอกว่าเมื่อสักครู่เกิดเรื่องเอะอะโวยวายกันในห้อง แต่จอมเวทสาวรีบร้อนและไม่คิดจะหยุดฟังหรือแม้แต่จะสอบถาม เพราะยามนี้หัวใจเธอเต้นแรงสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องกับคามิว จึงต้องการไปให้เห็นกับตาว่าลูกยังคงปลอดภัยดีอยู่
“คามิวไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ประโยคแรกที่เอ่ยถามยามเข้าสู่ห้องพักหรือเรียกให้ถูกคือห้องกักกัน มันช่างขัดกับภาพที่เห็นอยู่คาตาอย่างยิ่ง เพราะสภาพห้องที่เคยโอ่อ่าหรูหรามันรกเละเทะเหมือนโดนพายุพัดผ่าน พวกทหารดูเหนื่อยอ่อนบางคนก็ทรุดตัวนั่งพักอยู่มุมห้อง แต่มองหาจนทั่วแล้วก็ยังไม่เห็นหนุ่มผมดำที่เธอห่วงใย “ คามิวล่ะ! คามิวไปไหน?”
“เจ้าหนูคามิวหลับไปแล้ว คนที่อยู่น่ะไม่ใช่คามิวหรอก” ฟาร์ฟาร์บินมาร่อนลงบนโต๊ะข้างๆประตูที่ยังมีสภาพดีอยู่ “ตอนนี้ตาเฒ่ากำลังสั่งสอนให้หายซ่าส์อยู่พอดี เดี๋ยวก็คงจะเสร็จเรียบร้อยแล้วละ”
ภาพมหาปราชญ์ที่คามิลล่าเห็นอยู่ก็เพียงแค่นั่งหันหลังให้ แต่ดูยังไงก็เหมือนนั่งอยู่คนเดียวไม่มีร่างของหนุ่มผมดำยืนหรือนั่งอยู่ข้างๆ พอขยับเดินเข้าไปหาก็พบว่าท่านอาจารย์กำลังทำอะไรบางอย่างกับสิ่งที่พังพาบอยู่บนตัก ร่างเล็กๆพยายามดิ้นรนให้รอดพ้นจากฝ่ามือพิฆาตของทิวลีนที่ประเคนลงบนก้นนุ่มนิ่มนั้นจนแดงเถือก ทั้งที่โดนตีสั่งสอนกลับไม่มีเสียงร้อยไห้โยเยแต่กลายเป็นการสู้ยิบตาด้วยใช้ปากเล็กๆนั้นกัดตอบ ทว่าอาจารย์เฒ่าก็ยังคงเฉยราวกับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ...ก็มันจะเจ็บได้ไงล่ะเมื่อในปากนั้นไม่มีฟันเลยสักซี่เดียว...
“เด็กคนนั้น? หรือว่าจะเป็น…” จอมเวทสาวจับจ้องมองร่างที่ดิ้นดุกดิกบนตักมหาปราชญ์ เนื่องจากคุ้นตาอย่างประหลาด “คามิว?”
“ไม่ใช่หรอก นั่นน่ะไกเซอร์ตะหาก เจ้าดูให้ดีๆสิ” สาวน้อยร่างจิ๋วยังคงยิ้มสะใจที่เห็นเด็กเกเรโดนทำโทษโดยไม่มีทางสู้ “เด็กทารกที่มีพลังเหลือล้นขนาดนั้นน่ะ จะเป็นคามิวไปได้ยังไงกันล่ะ จริงไหม?”
ทารกตัวน้อยที่กำลังสู้แรงผู้ใหญ่ซึ่งจับตนพาดตักตีก้นสั่งสอนแบบไม่ลดละนั้น มีผิวขาวละเอียดและเส้นผมสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ จะมีก็แต่ดวงตาสีทองที่ดูแปลกแตกต่างไปจากปกติ แถมยังแสบซ่าส์เพราะแม้เจ้าตัวเล็กจะมีแต่เหงือกก็ยังคงอ้าปากงับลงบนต้นขามหาปราชญ์ส่วนมือก็ทุบตีจิกข่วนไปเรื่อย ผิดกับคามิวในวัยเด็กซึ่งอ่อนแอเปราะบางจนต้องดูแลประคบประหงมไม่ให้คลาดสายตา ดังนั้นการได้เห็นภาพลูกชายตัวน้อยในครั้งอดีตมีสุขภาพแข็งแรงขนาดนี้ ทำให้คามิลล่าดีใจและรู้สึกแปลกใจไปพร้อมกัน
พักใหญ่ๆการทำโทษก็หยุดลงพร้อมกับทารกน้อยที่นอนนิ่งเงียบไป ทิวลีนถอนหายใจส่ายหน้ากับความแสบสันต์ของไกเซอร์ที่แผลงฤทธิ์ได้แม้จะอยู่ในร่างเด็กทารก ขนาดมีแต่เหงือกมันยังกัดตอบเสียจนชุดจอมเวทสูงวัยเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย ท่านอาจารย์ใหญ่ไม่อยากคิดว่าถ้าเจ้าตัวดีไม่โดนวางกับดักเวทลดอายุเอาไว้ละก็จะปั่นป่วนกันสักแค่ไหน นับเป็นความฉลาดรอบคอบของฟาร์ฟาร์ที่ดักทางเอาไว้ก่อนที่ไกเซอร์จะออกไปสร้างความเดือดร้อนภายนอก เพราะเธอสั่งให้คามิวใช้เวทบทพิเศษกับร่างของตัวเองเพื่อความมั่นใจ เนื่องจากพอจะเดาได้ว่านายน้อยของเธอต้องวูบหลับพักผ่อน เปิดโอกาสให้ไกเซอร์จอมเจ้าเล่ห์ที่รอโอกาสออกมาเสนอหน้าได้สร้างความวุ่นวายอย่างแน่นอน
เมื่อเจ้าการ์เดี้ยนตัวแสบเผลอใช้พลังเวทก็จะเป็นตัวเร่งกลไกของกับดักให้ทำงาน ยิ่งเวทรุนแรงมากเท่าไหร่อายุก็จะยิ่งถอยหลังลงไปมากเท่านั้น เท่าที่เห็นหนุ่มผมดำตัวหดเล็กจิ๋วกลายเป็นเด็กทารกอายุไม่ถึงขวบแบบนี้ แสดงชัดเลยว่าไกเซอร์กะจะใช้เวทบทใหญ่เล่นงานคนที่ขวางทางตนแบบไม่ไว้หน้า ฟาร์ฟาร์รู้สึกสะใจเป็นอันมากที่เห็นไกเซอร์โดนทิวลีนทำโทษจนหมดท่า ...แต่ก็สงสารเมื่อนึกว่าเจ้าของร่างนั้นคือเด็กหนุ่มผู้อ่อนโยนซึ่งไม่ได้รู้เห็นกับการกระทำอันโหดเหี้ยมของไกเซอร์แม้แต่น้อย...
“สงสัยจะหมดแรง เจ้าเด็กแสบนี่สู้ยิบตาจนข้าเหนื่อยไปด้วยเลยนะเนี่ย” ทิวลีนหิ้วร่างเล็กๆนั้นไปวางบนเตียง พลางทอดสายตามองดูด้วยความระอา ตั้งแต่รับดูแลลูกศิษย์เจ้าปัญหาคนนี้ก็มีแต่เรื่องให้ปวดหัวและเปลืองแรง แถมขยันหาเรื่องมาให้ตกใจเหมือนจะเร่งให้อาจารย์ตายไวๆไม่มีผิด “จะทำยังไงกับเจ้านี่ดีล่ะ ให้ใครรับไปดูแลหน่อยได้ไหม?”
“ถ้าเป็นท่านคามิวยามปกติ พวกข้าจะไม่ปฏิเสธเลย แต่นี่…” นางกำนัลที่ถูกตามตัวมาแบบด่วนจี๋นั้นทันได้เห็นวีรกรรมความซ่าส์ของเด็กทารกที่ทำตัวไม่เหมือนทารก จึงพากันส่ายหน้าขยาดหวาดเกรงว่าพวกตนคงไม่มีปัญญารับมือ เพียงโดนดวงตาสีทองแปลกประหลาดที่ดูเหมือนปีศาจร้ายจับจ้องก็แทบจะเป็นลมแล้ว ถ้าต้องมาอุ้มชูดูแลกันแบบใกล้ชิดอาจจะไม่มีใครรอดชีวิตก็เป็นได้
“งั้นข้าจะดูแลเขาเองค่ะ ท่านอาจารย์” จอมเวทสาวแห่งราชสำนักเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนหลังใหญ่ ที่กระจัดกระจายเพราะการอาละวาดอย่างรุนแรงของไกเซอร์ “คงไม่มีใครดูแลเขาได้ดีเท่ากับข้า ซึ่งเป็นแม่ของคามิวจริงมั้ยคะ?”
สองมือนุ่มนิ่มลูบไล้ใบหน้ากลมๆของเด็กน้อย แก้มยุ้ยเป็นพวงแดงเรื่อแบบนี้ ปากคอคิ้วคาง และเส้นผมนุ่มมือแบบนี้ ดูยังไงก็เป็นคามิวในวัยทารกอย่างแน่นอน ร่างเล็กๆนั้นนอนแผ่หราไร้เสื้อผ้าปิดบังร่างกายยกเว้นก็แต่วงแหวนแห่งราชวงศ์ ถึงแม้มันจะหลวมไปบ้างไม่กระชับลำคอเหมือนยามอยู่ในร่างเด็กหนุ่ม แต่ก็ไม่อาจถอดออกไปได้ เพราะศีรษะของทารกยังคงใหญ่กว่าขนาดของมันอยู่ดี
จอมเวทสาวช้อนร่างทารกน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด สัมผัสของความอบอุ่นนุ่มนิ่มแสนคุ้นเคยเรียกรอยยิ้มอ่อนโยนให้ผลิบานบนใบหน้างามของคามิลล่า เธอหวนนึกถึงวันเวลาเมื่อครั้งอดีตที่ต้องเลี้ยงดูคามิวน้อยที่ไม่แข็งแรง ความใกล้ชิด ความรักและห่วงใยถักทอสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในหัวใจนั้นยากที่จะปฏิเสธได้ว่า เธอรักเด็กคนนี้ดุจลูกแท้ๆแม้จะไม่ได้อุ้มท้องให้กำเนิดด้วยตัวเองก็ตาม ทั้งยังมีบางสิ่งที่ผู้เป็นแม่มอบให้ลูกชายมากกว่ารินเซ่ซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขอย่างแท้จริง ...นั่นก็คือความสงสาร...
“ให้คามิลล่าดูแลอาจจะดีก็ได้ ถ้าได้สัมผัสกับความรักของมารดา ไกเซอร์จะได้เพลาๆความโหดเหี้ยมลงไปบ้างไงล่ะ” ฟาร์ฟาร์เอ่ยเบาๆกับทิวลีนถึงแผนการณ์ที่ตนวางไว้ “ข้ากะว่าจะให้เจ้าสั่งสอนเด็กดื้อให้หลาบจำซักหน่อย แต่เจ้านั่นดันใช้พลังมากกว่าที่ข้าคิด เลยตัวหดจนกลายเป็นทารก”
“ก็ดีไปอย่าง จะได้ไม่ต้องห่วงว่าจะหนีออกจากวัง” ทิวลีนเองก็ถอนหายใจโล่งอกอยู่เหมือนกัน เพราะหากต้องปะทะกันจริงๆ ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะสามารถต้านทานพลังของการ์เดี้ยนได้หรือไม่ “ข้าจะได้จัดการกับพลังของคามิวได้ง่ายขึ้น เพราะเด็กคนนี้อ่อนไหวเกินกว่าจะควบคุมมันได้”
คำพูดของทิวลีนทำให้ฟาร์ฟาร์ต้องหันไปมอง เพราะเธอเองก็ห่วงเรื่องนี้อยู่เช่นกัน พลังที่มากมายเกินตัวนั้นเป็นภัยกับเด็กหนุ่มที่ยังไม่พร้อมทั้งทางด้านวุฒิภาวะและอารมณ์อย่างคามิว ดังนั้นการหาทางปิดกั้นมันไว้ก่อนเพื่อรอเวลาอันเหมาะสมน่าจะเป็นหาทางที่ถูกต้องกว่า และถึงจะถูกผนึกพลังส่วนใหญ่เอาไว้แต่คามิวคงไม่เดือดร้อน ...เพราะแต่ไหนแต่ไรมาก็ใช้แต่ความสามารถด้านการต่อสู้และไม่ค่อยได้พึ่งพาพลังเวทมากนัก...
“เป็นครั้งแรกเลยนะที่ข้าเห็นด้วยกับความคิดของเจ้า ตาเฒ่า” ภูตพิทักษ์แห่งแสงสว่างมีสีหน้าเครียดขรึมเอาจริงเอาจังขึ้นมาทันทีเมื่อนึกสิ่งที่แฝงร่างนายน้อยของเธออยู่ เพราะดูเหมือนมันจะมีอิทธิพลและอำนาจล้นเหลือหากเปิดโอกาสหรือพลาดเมื่อใดมันก็อาจครอบงำวิญญาณและยึดร่างหนุ่มผมดำไปเลยก็ได้ “งานนี้เห็นทีจะต้องปรึกษากันให้รอบคอบเสียก่อน รีบไปหาราชาคาร์ลอสกันก่อนเถอะ ที่นี่น่ะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคามิลล่าก็แล้วกัน”
เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสองก็พากันออกไปจากห้องเพื่อปรึกษาหารือเรื่องใหญ่กับราชาคาร์ลอส เพราะเป็นเรื่องของว่าที่ราชบุตรเขยคนสำคัญอีกทั้งมีผลกระทบต่ออาณาจักรโดยตรง ดังนั้นจึงควรรีบเร่งตัดสินใจหามาตรการที่เหมาะสมก่อนที่จะส่งตัวคามิวกลับไปเรียนตามกำหนด ในห้องจึงเหลือแต่เพียงเหล่านางกำนัลและจอมเวทสาวซึ่งกำลังอุ้มทารกด้วยความรักใคร่ ดวงตาสีทองจับจ้องแต่ร่างเด็กน้อยที่นอนหลับพริ้มอยู่ในอ้อมแขน จนไม่สนใจจะฟังการสนทนาของมหาปราชญ์และภูตพิทักษ์แห่งแสง
“น้ำอุ่น เสื้อผ้า แล้วก็นม” จอมเวทสาวร้องสั่งเหล่านางกำนัลที่กำลังทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจว่าจะเอาของพวกนั้นมาทำไม “ช่วยเตรียมให้ข้าหน่อยได้ไหม? ข้าจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาก่อน จะได้หลับอย่างสบายตัวหน่อย พอตื่นมาก็คงจะหิวเพราะอาละวาดไปไม่น้อย แต่ตัวเล็กขนาดนี้คงกินอย่างอื่นไม่ได้นอกจากนมแหละนะ”
“ได้เจ้าค่ะ พวกเราจะรีบตระเตรียมทุกอย่างให้เดี๋ยวนี้ กรุณารอสักครู่นะเจ้าคะ” นางกำนัลสองนางกุลีกุจอตอบรับพร้อมกับผลุนผลันออกไปจัดเตรียมของที่คามิลล่าต้องการให้ในทันที ส่วนที่เหลืออีกสามนางนั้นรีบจัดการปัดกวาดห้องที่รกเละเทะนั้นเสียใหม่ให้เหมาะกับการเลี้ยงดูทารกมหาภัย เนื่องจากคงย้ายไปดูและกันในห้องอื่นไม่ได้เพราะทิวลีนได้ลงอาคมป้องกันอันตรายเอาไว้เพียงห้องเดียวเท่านั้น
“คามิว ลูกหลับพักผ่อนให้สบายใจเถอะ แม่จะดูแลไกเซอร์ให้เอง” จอมเวทสาวกระซิบเสียงอ่อนโยนข้างหูลูกชายตัวน้อยของเธอ และอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มยุ้ยๆนั้นอย่างแสนรัก “ไม่ว่าเจ้าจะกลายเป็นใครหรืออะไรก็ตาม แต่สำหรับแม่คนนี้เจ้าก็ยังเป็นคามิว ลูกชายที่รักของแม่ไม่เปลี่ยนแปลง”
.
สัมผัสอ่อนนุ่มที่ห่อหุ้มอยู่รอบตัวทำให้ผ่อนคลายความปวดเมื่อยไปได้มากโข ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้อยากจะนอนหลับอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ หากแต่มีสิ่งรบกวนทำให้ต้องตื่นขึ้นมารับสภาพความเป็นจริงอันน่าอดสู จากที่เคยคิดว่าจะได้นำร่างกายของหนุ่มผมดำไปใช้เพื่อชมสภาพความเป็นไปของปัจจุบันก็ทำไม่ได้ อยากจะลิ้มรสชาติความรื่นรมย์ของการเป็นมนุษย์บ้างก็มีคนมาขัดจังหวะ มันช่างน่าโมโหนักเชียว
“อือ…อ” ทารกน้อยส่งเสียงครางเบาๆก่อนที่จะลืมตาสีทองขึ้นมองใบหน้าอ่อนโยนของคนที่อุ้มตนแนบอก เจ้าของอ้อมแขนอบอุ่นกำลังเห่กล่อมด้วยบทเพลงโบราณของเผ่าเอลฟ์ด้วยเสียงอันไพเราะชวนให้เคลิบเคลิ้มง่วงงุน จนอดไม่ได้ที่จะต้องเปิดปากหาว
“ตื่นแล้วหรือ? รู้สึกเป็นยังไงบ้างหายปวดเมื่อยหรือยังจ๊ะ?” จอมเวทสาวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นทารกน้อยในอ้อมแขนของเธอทำหน้ายู่ไม่สบอารมณ์ ไรคิ้วบางขมวดมุ่น ดวงตาสีทองใสแจ๋วทว่าเป็นเส้นขีดดุจตาแมวฉายแววขัดใจจนคนที่มองอยู่อดหัวเราะไม่ได้ “อย่าอารมณ์เสียเลยนะไกเซอร์ ถ้าเจ้าอยากไปเที่ยวเล่นละก็ ข้าจะเป็นคนพาเจ้าไปเอง”
ปากเล็กจิ้มลิ้มอ้าออกเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง หากแต่เป็นการยากที่จะเปล่งเสียงพูดให้เป็นถ้อยคำ ยิ่งทำให้ใบหน้ากลมๆนั้นยับยู่ด้วยความอึดอัดขัดใจมากขึ้น ร่างเล็กจ้อยเริ่มดิ้นรนอาละวาดจนคนอุ้มต้องเลิกคิ้วกับอาการงอแงที่ตนไม่เคยพบมาก่อน เพราะคามิวน้อยที่เธอเคยอุ้มชูนั้นว่านอนสอนง่ายทั้งยังเปราะบางจนต้องทนุถนอมอย่างเบามือ แต่เด็กคนนี้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เขามีทั้งพลังชีวิตที่เหลือล้นรวมทั้งความดื้อรั้นเอาแต่ใจที่แสดงออกอยู่นี้ ...มันช่างตรงกันข้ามกับลูกชายคนเก่าของเธอเหมือนเป็นคนละคน...
แต่ก่อนที่ไกเซอร์จะได้อาละวาดไปมากกว่านั้น เสียงท้องก็ร้องอุทรออกมาว่าต้องการอาหารเพื่อไปชดเชยพลังงานที่เสียไป ขวดนมที่ตระเตรียมไว้จึงถูกนำมาป้อนให้ทารกมหาภัยทันที รสนุ่มหวานอ่อนๆละมุนลิ้นรวมทั้งกลิ่นชวนหิวของนมอุ่นที่ไกเซอร์เพิ่งได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรก สร้างความพึงพอใจให้การ์เดี้ยนระดับแกรนมาสเตอร์ตนนี้เป็นอย่างยิ่ง มือเล็กๆเอื้อมไปจับขวดนมที่ตนกำลังดูดดื่มอย่างกระหายหิว ดวงตาสีทองใสแจ๋วจ้องมองใบหน้าอ่อนโยนของคนป้อน อ้อมแขนที่ประคองกอดเอาไว้แนบอกนั้นมอบทั้งความอบอุ่นและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ไกเซอร์คงคาดไม่ถึงหรอกว่าอารมณ์อันคุกรุ่นของตนนั้นมอดดับลงไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับมีบางอย่างเข้ามาแทนที่ เนื่องจากเป็นการ์เดี้ยนที่มีสติปัญญาจึงสามารถสัมผัสถึงความรู้สึกต่างๆได้อย่างรวดเร็ว แต่เพราะเป็นสิ่งใหม่ไกเซอร์จึงยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้นัก ในตอนนี้มันรู้เพียงว่าเมื่ออยู่กับคามิลล่าผู้นี้แล้วให้รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด คงอีกไม่นานหรอกที่การ์เดี้ยนแสนฉลาดจะสำนึกได้ว่า ...นี่คือความรักที่มารดาพึงมีให้แก่บุตรของตน..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #5822 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 19:56

    ...ดีแล้ว.จะได้อ่อนโยนบ้างอะไรบ้าง..

    #5,822
    0
  2. #5312 Weira (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 19:33

    เหอๆ ตอนนี้ไกเซอร์ถูกลดระดับจากแกรนด์มาสเตอร์ออฟการ์เดี้ยน เป็น...   เบบี้แกรนด์มาสเตอร์ออฟการ์เดี้ยนสินะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 เมษายน 2554 / 19:33
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 6 เมษายน 2554 / 19:34
    #5,312
    0
  3. #5177 คุณมึนจัง (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:16
    หุหุ   ไกเซอร์ ตูหมดสภาพ แกรนมาสเตอร์การ์เดียน  เลย   เอิ๊กๆ
    เดียวมีทะเลาะ แย่งแม่ กับ คามิว แน่ๆเลย   55555+
    #5,177
    0
  4. #4976 Gintonic (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 00:28
    สงสารคามิวอ่ะ ตื่นมาคงสลดแน่ๆเลย
    #4,976
    0
  5. #4969 ~*>> IN (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 18:35

    ไกเซอร์งานเข้าเสียแล้ว  o[]Olll

    เป็นหนึ่งในตัวละครที่ผมชอบเลยนะ   TT[ ]TT ~ พี่แหม่มทำอย่างนี้ได้ไง

    แง่งงง   แง่งงงงง   แฮ่   โฮ่งๆ   โบร๊วๆ   เย้ย!   ไม่ใช่หละ

    555555555555555+

    จะรออ่านตอนต่อไปนะครับ   ไกเซอร์จะเป็นอย่างไรบ้างหนอ   ^^

    #4,969
    0
  6. #4968 เด็กบ้านไกล (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 17:09

    อ่านตอนนี้แล้วอดทำให้นึกถึงตอน ลูกใคร? ไม่ได้
    เรื่องวงแหวนแห่งราชวงศ์เนี่ย พวกรุ่นพี่กับผู้ร่วมคณะเดินทางเขาไม่เห็นบ้างเหรอ
    ก็มีทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำแต่งตัวให้

    #4,968
    0
  7. #4966 ~`NamFar`~ (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 16:25
    การ์เดี้ยนติดแม่ แต่ไม่กลายเป็นลูกแหง

    คราวนี้หากมีใครมายุ่งกับคามิลล่าแล้วล่ะก็...
    หึหึๆๆ คงไม่เหลือแม้แต่ซากให้ทำพิธีศพแน่ๆเลย >.<

    #4,966
    0
  8. #4965 MaZunG (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 20:50
     555 ไกเซอร์ยังจอด
    #4,965
    0
  9. #4963 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 15:46
    แบบนี้ก็กลายเป็น การ์เดี้ยนติดแม่ เลยดิ
    บทลงโทษ โหดนะเนี่ย (ประชด) จับตีก้นซะงั้น
    #4,963
    0
  10. #4960 Luckymusic (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 10:59
    ไกเซอร์เป็นเด็กไปแล้ว
    คงจะรักคามิลล่าน่าดู
    #4,960
    0
  11. #4942 [H]arlembeat[I] (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 17:32

    ฮะๆ ไกเซอร์ กลายเป็นเด็กไปเสียแล้ว ^^ สู้ๆกับงานนะครับ

    #4,942
    0
  12. #4940 As a Wind (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2553 / 10:17

    โห ไรท์เตอร์ทำซะหมดมาดแกรน การ์เดี้ยนเลย ไม่รู้จะขำหรือสงสารดีละ 55

    #4,940
    0
  13. #4938 dollglass (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 19:41

    ไกเซอร์ แบ้วมากๆ 55+

    #4,938
    0
  14. #4937 loli (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 19:30
    ห้าๆๆๆๆ ไกเซอร์กินนม!!!
    #4,937
    0
  15. #4936 loli (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 19:30
    ห้าๆๆๆๆ ไกเซอร์กินนม!!!
    #4,936
    0
  16. #4934 phoedom (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 18:30
    กรี๊ด  ตอนนี้ไกเซอร์น่ารักมากมายเกินไปแล้วอ่ะ

    คามิลล่าช่างเป็นแม่ที่ดีมากๆๆๆๆ
    #4,934
    0
  17. #4933 gole (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 17:28
    แหล่มมั่กๆ ตีก้นสั่งสอน (รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีสินะ) แต่ว่า... ไกเซอร์จะจำไม๊เนี่ย เหอๆ หวังว่า ทิวลีนไม่โดนเอาคืนนะ
    #4,933
    0
  18. #4932 เอกเองครับ (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 15:49
    ฮ่าฮ่า ได้เป็นเด็กติดแม่แน่คราวนี้ ว่าแต่การจะควบคุมพลังคามิวก็เป็นดาบสองคมนา เดี๋ยวป้องกันตัวเองไม่ได้ล่ะแย่เลย อีกฝ่ายเก่งเวทซะด้วย
    #4,932
    0
  19. #4931 php7022 (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 15:41
    ไกเซอร์ อย่าอ้อนให้มากนักล่ะ เดี๋ยวเจอ องครักษ์ ประจำตัว คามิลล่า ฟันทิ้งแน่  เหตุ หึงขึ้นหน้า  แต่อยู่ในร่างคามิว คงรอดไปนะ
    #4,931
    0
  20. #4930 notg (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 13:52
    สมน้ำหน้าไกเซอร์~!!!!!

    โดนแบบนี้ไปสักพักจะได้เข็ดหลาบบ้าง!!

    55555+

    (เอาแบบนี้อีกเยอะๆเลยน่ะครับพี่ ผมอยากเห็นไกเซอร์โดนปราบแบบนี้มานานแล้ว!! 555555555++++)
    #4,930
    0
  21. #4928 _Ryuuko_ (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 12:02

    เหอๆ เด็กก็คือเด็ก นมคืออาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่เสมอๆ
    โดนจับให้กินนมแบบนี้นึกภาพแล้วน่ารักมากเลยเน๊อะ~ เหอๆๆ...  :-D

    #4,928
    0
  22. #4927 axis (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 11:29
     อย่าขัดใจแม่คามิล่ามากล่ะ ไกเซอร์ เดี๋ยวจะโดนโยนทิ้งให้รถม้าทับกลางเมือง  ถ้าออกไปนอกวัง
    #4,927
    0
  23. #4926 เมย์กะเมฆ (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 11:06
    โดนจับให้กินนมนอนซะงั้น

    ไกเซอร์ก้อไกเซอร์เหอะแผลงฤทธิ์ไม่ออกละทีนี้
    #4,926
    0
  24. #4925 kataiyai (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 09:23
    การ์เดี้ยนไกเซอร์ผู้ยิ่งใหญ่ ยอมสงบด้วย "นม"

    นึกไม่ถึงจริงๆ
    #4,925
    0
  25. #4924 หลัน (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2553 / 09:11
    กับดักอันร้ายกาจ ไกเซอร์ก็ไกเซอร์ล่ะน่ะ งานนี้เซ่อไปเลย ไม่รู้จะอาละวาดยังไงดี T-T
    #4,924
    0