วีรบุรุษจำเป็น

ตอนที่ 95 : (แก้คำผิด)ศึกมหาเวท 4(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    22 ส.ค. 54


 

"แค่นั้นก็พอแล้วละครับ เพราะผมพร้อมที่จะลงศึกสุดท้ายของวันนี้แล้ว" ร่างเพรียวที่ดูสดชื่นขึ้นมากของคามิวก้าวเดินอย่างมั่นคงออกมานอกเต้นท์ “เจ้าทั้งสองไม่ต้องพรางตัวแล้ว เราไปลุยกันให้เต็มที่เถอะ อาเรส ไรออท”
สิ้นคำสั่งของนายน้อยสองวิญญาณการ์เดี้ยนในร่างสัตว์อสูร พวกมันตัวเล็กจ้อยคล้ายกระรอกปนๆกับแมวก็ปรากฏสู่สายตาตื่นตะลึงของเอเดรียนและแม่นมจอมเฮียบ พวกมันทั้งสองอำพรางร่างเกาะคลอเคลียอยู่บนไหล่ของเด็กหนุ่ม คอยระวังอันตรายจากคมอาวุธให้เจ้านายอยู่ตลอดเวลา ขนสีเงินยวงฟูฟ่องของอาเรสดูสะดุดตาเมื่อซุกตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มเส้นผมสีดำสนิทของคามิว ตรงข้ามกับไรออทซึ่งหากไม่สังเกตให้ดีก็คงไม่มีใครมองเห็น เนื่องจากตัวมันเองก็ดำปี๋กลมกลืนไปกับสีผมเจ้านาย
“นั่นสัตว์อสูรของเจ้างั้นเหรอ? อัญเชิญมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย? มันเป็นตัวอะไรกันแน่น่ะ?”
ดยุคหนุ่มเอ่ยถามหลังจากมองดูสิ่งมีชีวิตเล็กๆ(?)ที่เกาะอยู่บนไหล่คามิว เจ้าตัวสีเงินท่าทางขี้อ้อนคอยซุกไซร้คลอเคลียแก้มเจ้านายไม่ได้หยุด ส่วนเจ้าดำนั้นถึงจะนั่งซุกตัวนิ่งเงียบอยู่แต่ก็ดูออกว่ามันหวงคนของมันมากแค่ไหน จริงอยู่ว่าเจ้าสองตัวนั้นดูน่ารักน่าชังจนอยากจะขอสัมผัสหรืออุ้มเล่นก็จริง แต่เหมือนจะมีบางอย่างคอยเตือนว่าพวกมันไม่ได้เชื่องเหมือนภาพที่เห็นอยู่ เพราะเพียงแค่เอเดรียนขยับตัวพวกมันก็พากันหันขวับมาจ้องมองพร้อมตั้งท่าระวังภัยทันที
"ขอโทษนะครับ ที่ถ่วงเวลาได้ไม่นานเท่าที่คิด ฝ่ายนั้นเก่งสมเป็นอัศวินจริงๆ แถมข้าก็ยังไม่คุ้นมือกับเจ้าดาบเล่มใหม่ มันเลยเปลืองพลังเวทมากเกินไปหน่อย” รุ่นพี่ผมขาวเดินกลับเข้ามาหากลุ่มของคามิวที่ยืนรออยู่ ใบหน้าหล่อๆของเมอร์เคนพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อดูเหนื่อยล้า แต่ทว่ายังคงมีรอยยิ้มยินดีเมื่อได้เห็นรุ่นน้องคนโปรดมารอรับ “ค่อยยังชั่วแล้วสินะ โล่งอกไปที”
คามิวยิ้มตอบรุ่นพี่ผมขาวเพิ่มความสบายใจให้คนในที่แห่งนั้น ก่อนจะทอดสายตามองไปยังผู้ท้าชิงคนสุดท้ายที่ตนจำเป็นต้องประลองด้วย ชายผู้เป็นถึงทายาทเจ้ากรมการคลังซึ่งโอ้อ้วดว่าเอาชนะการ์เดี้ยนประจำวิหารโบราณได้ ความมั่นใจที่ฉายชัดทางใบหน้ายิ้มละไมและแววตาเหยียดหยาม หนุ่มผมดำถอนหายใจด้วยความเซ็งพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามเย็นที่เริ่มยอแสงอ่อนโรย

...เป็นสัญญาณว่าเวลาในการประลองของวันนี้ใกล้จะจบสิ้นลงแล้ว...
ทางฝ่ายมาร์ควิสลัสเตอร์และอลิสแตร์ค่อนข้างประหลาดใจไม่น้อย เมื่อเห็นคามิวเดินลงสนามไปคุยอะไรบางอย่างกับกรรมการจอมเวท เพราะพวกเขานึกว่าหนุ่มน้อยผู้เป็นทายาทสองตระกูลใหญ่น่าจะหมดเรี่ยวหมดแรงไปแล้ว แต่ท่าทางที่เห็นอยู่ยามนี้กลับดูเป็นปกติไม่มีอาการเหนื่อยล้าหรืออาการพิษตกค้าง และที่แปลกตาออกไปเห็นจะเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้สองตัวที่เกาะอยู่บนไหล่สองข้างนั้น นอกจากนั้นยังมีภูตแห่งแสงที่แนะนำตัวเองว่าเป็นสื่อเวทนั่งอยู่บนศรีษะด้วย
“อลิสแตร์ บอกพ่อหน่อยได้ไหม? ว่าเจ้าพวกนั้นมันคือตัวอะไรกันแน่?” มาร์ควิสฯผู้พ่อฉงนหนักจึงแอบกระซิบถามลูกชายคนเก่งของตน เพราะสัตว์หน้าตาเหมือนแมวแต่ปากออกทางแหลม มันไม่ใช่สุนัขเพราะหูยาวกว่ามาก แถมขนฟูตัวเล็กเหมือนกระรอกแต่สีแบบนั้นคงไม่ใช่กระรอกแน่นอน “ถ้าหากมันเป็นสัตว์เลี้ยง…ก็ออกจะแปลกประหลาดเกินไปสักหน่อยนะ”
“นั่นเป็นสัตว์อสูรครับท่านพ่อ แถมอัญเชิญมาได้ตั้งสองตัว ถึงจะเล็กไปสักหน่อยแต่ก็นับว่าเก่งไม่เบาทีเดียว” สีหน้าของอลิสแตร์ดูเครียดไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเลือนหายไปเพราะเริ่มรู้สึกตัวว่า เด็กหนุ่มที่ตนเคยคิดว่ากระดูกอ่อนเคี้ยวง่ายนั้นแท้จริงแล้วอาจจะไม่ใช่ “สงสัยว่าข้าคงต้องเอาจริงกับการประลองครั้งนี้เสียแล้ว”
“งั้น... ที่บอกว่าใช้เวทไม่เก่งเนี่ยคงพูดปดสินะ” ลัสเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อยพลางชำเลืองมองท่านหญิงผมดำที่ทำไม่รู้ไม่ชี้นั่งจิบชาทำท่าสบายอารมณ์อยู่ใกล้ๆนั้น เจ้ากรมการคลังนึกเจ็บใจตัวเองเป็นยิ่งนักที่ลืมคิดไปว่าเด็กคนนั้นเป็นถึงทายาทสองตระกูลใหญ่ แม้จะไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงแต่ก็น่าจะได้รับการเลี้ยงดูสั่งสอนมาอย่างเข้มงวด และคงมีดีอยู่บ้างไม่อย่างนั้นราชาคาร์ลอสคงไม่มองข้ามเรื่องชาติกำเนิดของเขา “อลิสแตร์ ช่วยบอกให้พ่อสบายใจหน่อยได้ไหม ว่าเจ้ามีความมั่นใจที่จะเอาชนะเด็กคนนั้นได้”
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงครับ ข้ามีการ์เดี้ยนในอาณัติให้ใช้สอย คงไม่มีทางแพ้สัตว์อสูรตัวจ้อยพวกนั้นแน่”
จะด้วยความเขลาเบาปัญญาหรือความหยิ่งผยองที่เป็นพื้นนิสัยซึ่งสั่งสมมา เพราะการสั่งสอนของมาร์ควิสลัสเตอร์ผู้เป็นพ่อก็มิอาจทราบได้ ทำให้อลิสแตร์ยังคงมั่นใจว่าตนยังคงความเหนือชั้นกว่าหนุ่มผมดำวัยละอ่อน เนื่องจากประสบการณ์ที่มากกว่าจากการเดินทางสำรวจวิหารโบราณ เก็บเกี่ยวไอเท่มอาถรรพ์และที่สำคัญคือการ์เดี้ยนที่ตนได้มานั้นย่อมร้ายกาจกว่าสัตว์อสูร หนุ่มใหญ่จึงมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่าไม่เคยมีใครโชคดีได้ครอบครองเป็นเจ้าของการ์เดี้ยนที่ยังใช้การได้

...และยิ่งแน่ใจว่าเด็กหนุ่มอายุแค่ 17 ปียังเยาว์วัยเกินกว่าจะเคยเห็นหรือสัมผัสของหายากระดับตำนานเช่นนี้...
“หึหึ อย่าดูถูกคามิว ทีเอเนียให้มากเกินไปนัก ท่านอลิสแตร์” เควินอสส่งเสียงทักท้วงมาเบาๆราวกับจะรู้ว่าลูกชายเจ้ากรมการคลังกำลังคิดอะไรอยู่ “เด็กคนนั้นไม่ธรรมดา ข้าคงบอกได้แค่นี้แหละ”
พูดจบหนุ่มผมสีฟางแห้งก็หันไปสนใจทางสนามประลองที่เริ่มมีการเคลื่อนไหว เหล่ากรรมการจอมเวทแยกย้ายกันไปวาดอักขระเพื่อสร้างวงเวทป้องกันอันตรายให้แก่ผู้ชม นับเป็นการกระทำที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการประลองของเหล่าลูกหลานขุนนาง เพราะเวทป้องกันชนิดนี้ใช้จอมเวทเพียงคนเดียวก็พอและจะแข็งแกร่งมีประสิทธิภาพในพื้นที่ขนาดเล็ก ดีกว่าการกางเขตอาคมครอบคลุมสนามกว้างๆที่ถูกกำหนดให้เป็นลานประลองเสียอีก
“ต่อไปจะเป็นการประลองคู่สุดท้าย เนื่องจากแต่ละท่านต้องมีเวลาสำหรับเตรียมตัวเพื่องานสังสรรค์ที่จะจัดขึ้นในคืนนี้”

เสียงกรรมการจอมเวทคนเดิมประกาศก้องด้วยเวทกระจายเสียง สีหน้าของเขาดูเครียดและมีรอยย่นราวกับอายุจะเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบปี และถ้าหากตาไม่ฝาดละก็รู้สึกว่าเส้นผมบนศีรษะจะแซมด้วยผมหงอกจนเห็นได้ชัด คาดว่าคงเป็นเพราะความดุเดือดที่ไม่คาดฝันของการต่อสู้ทำให้ต้องเค้นพลังออกมาใช้มากเกินไปนั่นเอง

“ขอให้ท่านผู้มีเกียรติที่ประสงค์จะชมการประลองระหว่างท่านอลิสแตร์และท่านคามิว ได้โปรดเข้าไปอยู่ในวงเวทป้องกัน ส่วนท่านที่ไม่ต้องการดูก็ขอให้กลับเข้าไปพักผ่อนในคฤหาสน์ครับ”
เสียงฮือฮาและความวุ่นวายเกิดขึ้นเกือบในทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ เหล่าสาวๆที่ปวารณาตัวเป็นแม่ยกของหนุ่มผมดำ พากันกรูเข้าไปยืนในวงเวทที่คาดว่าจะเห็นการประลองชัดเจนที่สุดแบบไม่กลัวตาย ส่วนผู้ท้าชิงบางคนที่พอจะมีเวทกล้าแข็งก็สร้างข่ายอาคมขึ้นมาป้องกันและนั่งดูแบบสบายส่วนตัว แต่ที่เต้นท์ของแขกกิตติมศักดิ์นั้นมีจอมเวทสองคนคอยอารักขาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องแยกย้ายไปหาที่ปลอดภัยที่อื่น
“งั้นข้าจะลงสนามละนะ ท่านพ่อและท่านลุงทั้งหลาย รอดูชัยชนะของข้าก็แล้วกัน”
อลิสแตร์หยัดยืนพร้อมก้าวเท้าเข้าสู่สนามด้วยความสง่างาม แม้สีหน้าจะเครียดแต่ก็ยังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม หนุ่มคนนี้อายุมากกว่าเมอร์เคนไม่กี่ปีจึงจัดว่าเป็นตัวเก็งชิงตำแหน่งอันทรงเกียรติที่มีภาษีดีที่สุด ในความคิดของเหล่าวุฒิสภาอาวุโสนั้นถึงแม้อลิสแตร์จะไม่เข้ารับราชการ แต่ก็เป็นเชื้อสายเจ้ากรมการคลังคนปัจจุบันทั้งยังมีความรู้ความสามารถด้านโบราณคดี ยังไงก็ดีกว่าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแถมไม่ใช่สายเลือดขุนนางอย่างคามิว และนี่จะเป็นการพิสูจน์ว่าความคิดของพวกเขาถูกต้อง
.
เสียงใบไม้เสียดสีเพราะสายลมยามเย็นดังเกรียวกราว เข้าแทนเสียงผู้ชมรอบด้านที่เคยดังจ้อกแจ้กจอแจ แม้แต่เสียงพูดคุยของเหล่าสาวๆก็พลันเงียบสนิทลง เมื่อร่างเพรียวของหนุ่มผมดำเข้ามายืนประจันหน้ากับหนุ่มใหญ่รุ่นอา จะนับกันไปตามลำดับแล้วลูกชายเจ้ากรมการคลังก็เท่ากับเป็นรุ่นพี่ของรุ่นพี่สถาบันเดียวกัน เพราะตอนที่อลิสแตร์เรียนจบจากกรุนเบอร์เรียเมอร์เคนก็เพิ่งเข้าปีหนึ่งพอดี พวกเขาจึงไม่เคยได้พบหน้าค่าตากันมาก่อน แต่คนที่เข้าห้องสมุดเพื่อหาหนังสืออ่านบ่อยอย่างคามิวเคยผ่านตามาบ้างจากทำเนียบรุ่นของสถาบันแห่งนั้น และเมื่ออลิสแตร์สามารถเรียนจบจากกรุนเบอร์เรียได้ก็ย่อมต้องมีฝีมือไม่ธรรมดา
“ไหนๆก็เป็นคู่สุดท้ายของวันนี้แล้ว เรามาประลองกันให้สนุกก็แล้วกัน” หนุ่มใหญ่ยิ้มละไมกล่าววาจาอ่อนโยนเอื้ออาทรต่อเด็กรุ่นน้อง แต่ท่าทางไม่เหมือนการเล่นสนุกสักเท่าไหร่เพราะในมือของอลิสแตร์มีทั้งดาบและคทา “ขอชมว่าเจ้าเก่งนะที่อัญเชิญสัตว์อสูรออกมาได้ถึงสองตัว ข้าสงสัยว่าเจ้าคงหมดแรงจนต้องหาตัวแทนมาสู้กับข้าใช่ไหม? แต่สัตว์อสูรตัวแค่นั้นมันจะช่วยอะไรได้งั้นรึ?”
“อาเรสกับไรออท ไม่ใช่สัตว์อสูรครับ แล้วก็ไม่ได้คิดจะให้พวกมันสู้กับท่าน ข้าให้พวกมันปรากฏตัวออกมาจะได้ไม่เปลืองพลังมากเกินไป” คามิวเมินสายตาดูหมิ่นที่ลูกชายเจ้ากรมการคลังมองมา และยังคงพูดจาแบบให้เกียรติคนที่นับเป็นรุ่นพี่สถาบันเดียวกัน “แต่พวกมันก็พอจะช่วยป้องกันคมอาวุธได้บ้าง”
“เข้าใจละ มีสัตว์อสูรคอยช่วยคุ้มกัน อาวุธลับของข้าเลยเข้าไม่ถึงตัวสินะ” เควินอสกระตุกยิ้มพลางถอนหายใจเมื่อปริศนาเริ่มคลี่คลาย ถึงแม้อารมณ์ยังขุ่นมัวติดพันจากการประลองรอบที่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กหนุ่มผมดำที่กำลังยืนประจัญหน้ากับอลิสแตร์คนนั้นมีความพิเศษเหนือคนทั่วไป “ขอดูหน่อยเถอะว่า ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบมากขนาดนั้นเจ้าจะเอาตัวรอดได้ยังไง”
“หมายความว่าไง? ทำไมเจ้าถึงบอกว่าเด็กคนนั้นเสียเปรียบล่ะ?” บาเร็ตได้ยินเข้าก็นึกสงสัยจึงขยับเข้าไปถามไถ่หลานตาที่นั่งทำหน้ามุ่ยบ่นพึมพำกับตัวเอง เพราะยังไงเสียก็ยังทำใจให้ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ “หรือเจ้าคิดว่าศึกครั้งนี้อลิสแตร์จะเป็นฝ่ายชนะ”
“เขาถูกพิษซากศพ ถึงจะได้รับยาแก้ไปแล้วแต่กว่าจะหายดีก็ต้องใช้เวลาพอสมควรนะครับ ตอนแรกข้านึกว่าเขาจะขอหยุดการประลองไว้ก่อนเพื่อรอให้สภาพร่างกายพร้อมกว่านี้ซะอีก” หนุ่มผมสีฟางขยายความให้ท่านตาของตนฟังด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ แต่ท่าทางคนฟังจะยิ่งเจ็บใจมากยิ่งขึ้นเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะเสียชิ้นปลามันไปให้คนอื่น “ท่านตาอย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะเด็กคนนั้นอาจจะมีอะไรมาให้พวกท่านได้แปลกใจกันอีกก็ได้”
ร่างเพรียวของหนุ่มผมดำซึ่งกลายเป็นขวัญใจสาวชาววังในเวลาอันรวดเร็วยังคงยืนนิ่ง ชุดสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์ของสภาที่ค่อนข้างรุ่มร่ามถูกถอดออกไป เปลี่ยนใส่ชุดสำหรับการฝึกซ้อมดาบที่รัดกุมคล่องตัว แสดงให้เห็นว่าการประลองครั้งนี้คามิวไม่คิดจะออมมือ หรืออีกนัยหนึ่งคืออ่อนแรงจนต้องเค้นพลังทั้งหมดออกมา
อลิสแตร์เหยียดยิ้มเมื่อรู้สึกได้ชัดเจนว่าตนเองกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะหนุ่มน้อยตรงหน้าไม่ได้กางข่ายอาคมครอบคลุมสนามประลองเหมือนรอบที่แล้ว แต่เปลี่ยนเป็นให้กรรมการจอมเวทไปคุ้มกันผู้ชมแทน เพียงเท่านี้หนุ่มรุ่นพี่ก็รู้ชัดถึงพลังที่ถดถอยของฝ่ายตรงข้าม อาเรสและไรออทที่เคยนั่งคลอเคลียบนไหล่สองข้างก็เปลี่ยนท่ามาเป็นการเกาะแน่นอยู่ที่ต้นแขน หางยาวฟูฟ่องของมันกลายสภาพไปคล้ายเกราะห่อหุ้มแขนสองข้างของคามิวไว้เพื่อช่วยป้องกันคมดาบ
เมื่อหนุ่มผมดำขยับดาบในมือตั้งท่าเตรียมพร้อมการประลองจึงเริ่มต้นขึ้นในบัดดล อลิสแตร์ผู้ทรนงตนว่าได้เปรียบไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้เปิดฉากบุกก่อน หนุ่มรุ่นพี่พุ่งตัวเข้าใส่อย่างรวดเร็วพร้อมดาบในมือที่ตวัดวูบลงมา ทว่าคามิวที่ระวังอยู่ก่อนสามารถเอี้ยวตัวหลบได้เฉียดฉิวพร้อมทั้งออกดาบโต้ตอบ เสียงดาบปะทะกันดังกึกก้องแสดงถึงการเอาจริงและความรุนแรงและหากมีคนพลาดพลั้งคงไม่พ้นเจ็บหนักอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งสองโต้ตอบกันด้วยเชิงดาบที่ว่องไวและรุนแรง ทุกครั้งที่ดาบปะทะกันจะบังเกิดประกายไฟแตกกระจายออกมาราวกับลูกไฟเล็กๆ เพิ่มความตื่นเต้นให้ผู้ชมได้ลุ้นด้วยใจระทึก
ในสายตาของคนที่ไม่เชี่ยวชาญการต่อสู้คงเห็นว่าทั้งคู่สูสีกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เพราะฝีมือและชั้นเชิงของคามิวกลับเหนือกว่าอยู่หลายขุม พอหนุ่มรุ่นพี่คิดจะถอยฉากออกมาตั้งหลัก เจ้าหนุ่มผมดำก็ตามติดพร้อมกับดาบเล่มงามที่ตวัดวูบวาบเข้าใส่อย่างต่อเนื่องจนปัดป้องแทบไม่ทัน พอสบช่องที่คามิวชะงักมือไปเล็กน้อยหนุ่มรุ่นพี่ก็แทงดาบสวนกลับไปโดยกะว่าจะให้คามิวเป็นฝ่ายถอย ทว่าหาเป็นเช่นนั้นไม่เพราะปลายดาบของอลิสแตร์ถูกปัดออกอย่างง่ายดายด้วยปลายหางยาวๆของไรออท ซึ่งคอยระวังอยู่ตลอดเวลายามที่เจ้านายของตนเสียจังหวะ
“แค่ก แค่ก” อาจจะเป็นเพราะออกแรงมากเกินไปทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าอยู่แล้วเริ่มถึงขีดสุด ความว่องไวและความคล่องตัวที่เคยมีจึงลดน้อยลง ทั้งที่คิดจะรุกไล่เล่นงานฝ่ายตรงข้ามให้จบลงในการดวลดาบ แต่สงสัยจะไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ “ชิ” คามิวขมวดคิ้วขบกรามขัดใจเมื่อเห็นลูกชายเจ้ากรมการคลังอาศัยจังหวะนั้นถอยออกไปอยู่เสียไกล ท่าทางระวังตัวแจขนาดนั้นบอกให้หนุ่มผมดำรู้ได้ทันทีว่า คงหาทางรุกเข้าประชิดตัวได้ยากเสียแล้ว
หลังจากที่อลิสแตร์ลองทดสอบฝีมือคู่ต่อสู้ที่น่าจะเสียเปรียบเต็มประตูไปเมื่อครู่ ก็ให้รู้สึกเครียดขึ้นมาทันใดเพราะหากใช้อาวุธเข้าตัดสินอาจจะไม่มีทางชนะก็ได้ ต้องยอมรับความจริงที่ว่าเด็กหนุ่มคนนี้สมกับเป็นลูกชายแม่ทัพอัศวิน ไม่ว่าวิชาดาบหรือความเร็วนับได้ว่าอยู่แนวหน้าและเชื่อแน่ว่าตำแหน่งผู้พิทักษ์นั้นได้มาด้วยฝีมือ แต่เพื่อหน้าตาของบิดาซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน แถมยังมีเดิมพันที่แสนเย้ายวนใจงานนี้เขาจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

“เรามาประลองเวทกันเถอะ” หนุ่มรุ่นพี่เอ่ยปากก่อนจะรบเก็บดาบของตนและหันมาถือคทาตั้งท่าเตรียมร่ายเวทแทน ทำให้หนุ่มผมดำต้องถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ๆที่มันลงเอยแบบนี้อีกแล้ว “พร้อมแล้วใช่ไหม? งั้นข้าจะเริ่มเลยนะ”
ในที่สุดคทาสุดหรูที่ลูกเจ้ากรมการคลังอุตส่าห์ถือโชว์อยู่นานก็ถูกนำมาใช้จนได้ ศิลาเม็ดใหญ่บนหัวคทาเป็นศิลาปฐพีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำซึ่งนับเป็นของชั้นดีราคาแพง ใครๆที่ได้เห็นต่างพากันฮือฮาเพราะว่าไม่เคยเห็นศิลาสีเข้มขนาดนี้มาก่อน เพราะตามปกติศิลาชนิดนี้จะอยู่ลึกลงไปใต้ดินและยากแก่การขุดค้น ดังนั้นของที่มีใช้กันอยู่จะมีสีอ่อนไม่เข้มข้นมากนัก ต่างจากนิลที่เป็นสีดำสนิทและพบได้ทั่วไปแต่ไม่นิยมใช้เป็นศิลาเวทเพราะมีพลังน้อยกว่า ...ยกเว้นก็แต่ชิ้นใหญ่ที่ด้ามดาบสั้นของคามิว ซึ่งเป็นของชั้นเลิศส่งจากเหมืองใต้โลกของคนแคระโดยตรง...
มาร์ควิสลัสเตอร์กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกชายตั้งท่าจะใช้เวทมนตร์ แม้สีหน้าจะยังคงเรียบเฉยแต่แววตานั้นกลับพราวไปด้วยประกายของความหวัง แม้จะเชื่อมั่นว่าลูกชายของตนเก่งกาจสามารถเพียงพอที่จะเอาชนะหนุ่มน้อยที่กำลังอ่อนล้าได้ด้วยตัวเอง แต่ลัสเตอร์เป็นคนรอบคอบและชอบความสมบูรณ์แบบ งานใหญ่ครั้งนี้จึงต้องการให้ผลที่ได้ไม่มีการพลิกโผถึงต้องวางกับดักเอาไว้หลายชั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเป้าหมายไม่มีทางรอดเงื้อมมือ แม้ว่าแผนแรกตอนมื้อกลางวันจะพลาดเพราะความระแวงของหนุ่มผมดำก็ตาม
“อ… ? แค่ก แค่ก เอ๊ะ?” คิ้วเข้มได้รูปของหนุ่มผมดำขมวดมุ่นงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อครู่อยู่ๆก็เกิดอาการเจ็บระคายคอมาครั้งหนึ่งจนเสียจังหวะ มาถึงตอนนี้อาการกลับทวีความรุนแรงจนไม่สามารถเปล่งเสียงได้ หากเป็นแบบนี้เห็นทีจะแย่เพราะการประลองเวทต้องร่ายมนตร์ ถึงแม้มันจะไม่จำเป็นสำหรับคามิวแต่มันเป็นคำสั่งของมารดาจึงอยากจะทำตามอย่างเคร่งครัด “ท…ท่าน…ฟาร์ฟาร์ ส เสียงของ…ข้า”
.
"แค่ก แค่ก? คุณฟีเลียครับ น้ำชาถ้วยนี้ใครเป็นคนชงให้ครับเนี่ย?"
“ข้าชงเองค่ะ ทำไมเหรอคะท่านเมอร์เคน?” คุณแม่นมขยับแว่นให้เข้าที่เก็บอาการตื่นเต้นก่อนจะให้คำตอบ เพราะเมื่อกี้นี้กำลังลุ้นหนุ่มผมดำจนแทบลืมหายใจ “มีอะไรผิดปกติเหรอคะ? แต่ตอนชงชาข้าก็ตรวจสอบแล้วนะว่าในน้ำร้อนไม่มีอะไรเจือปนอยู่”
หนุ่มผมขาวซึ่งกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ในเต้นท์เองก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติเช่นกัน เพราะเมื่อตอนกลับเข้ามาพักเมอร์เคนทั้งเหนื่อยทั้งกระหาย จึงดื่มชาที่เหลือในถ้วยของคามิวเข้าไปจนหมด ครู่ใหญ่ต่อมาก็เกิดอาการระคายคอหนักขึ้น จนต้องลนลานหาน้ำเย็นมาดื่มล้างคอถึงค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง ดังนั้นอาการที่เกิดขึ้นกับตัวเขาจึงฟ้องชัดถึงสิ่งที่กำลังเกิดกับรุ่นน้องคนโปรดเช่นกัน
“แค่ก แค่ก แต่น้ำชาถ้วยนี้มันทำให้ข้าแสบคอมากเลยนะครับคุณฟีเลีย” เมอร์เคนยังคงไอไม่ยอมหยุด ถึงอาการเจ็บจะน้อยลงแต่ก็ยังระคายเคืองอยู่มาก “ถ้าในน้ำร้อนไม่มียา แล้วในใบชาละครับ?”
“เอ๊ะ ก็เป็นชาสมุนไพรธรรมดานี่คะ” คุณฟีเลียรีบคว้ากระปุกใบชามาเทบนโต๊ะเพื่อดูให้แน่ใจ แต่ก็ไม่พบอะไรที่น่าจะเป็นของมีพิษนอกจากสมุนไพรแต่งกลิ่นและรสที่นิยมใช้กันทั่วไป “เท่าที่ดูก็ปกติดีนะคะ แล้วมันเป็นแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะ”
ขณะที่ผู้ดูแลทั้งสองกำลังค้นหาสาเหตุกันให้วุ่นวายอยู่นั้น ตัวต้นคิดเรื่องน้ำชามหาภัยก็ลอบยิ้มพอใจในผลลัพธ์ เพราะตอนนี้หนุ่มผมดำกำลังไอหนักและคาดว่าคงเจ็บคอจนพูดไม่ออก แบบนี้ละก็ไม่มีทางร่ายอาคมข่มลูกชายคนเก่งของตนได้อย่างแน่นอนที่สุด และที่สำคัญคือมันไม่เหลือหลักฐานเอาผิดกับใครได้เนื่องจากตัวยาที่ใช้เป็นเพียงของสามัญที่ไม่มีพิษ ถ้าจะผิดก็ต้องโทษเจ้าหนุ่มผมดำที่ไม่ยอมแตะต้องไวน์บนโต๊ะอาหารเมื่อกลางวัน ซึ่งมันหักล้างพิษกันได้
ท่านย่าคนสวยสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหลานรักได้เช่นกัน แต่คงจะสายเกินไปที่จะขอหยุดการประลอง เพราะบัดนี้อลิสแตร์เริ่มเปิดฉากร่ายเวทธาตุดิน เสกแท่งหินเข้าจู่โจมหนุ่มน้อยที่ทำได้เพียงแค่ลนลานถอยหนี โดยมีมือข้างหนึ่งปิดอยู่ที่ปาก ใบหน้าบิดเบี้ยวคิ้วเรียวขมวดมุ่นบอกชัดถึงความอึดอัดทรมาน สภาพหลานย่าที่กำลังล่อแหลมสร้างความร้อนใจให้มิคาเอลล่าจนถึงกับลุกขึ้นยืนลุ้นอย่างลืมตัว
สี่ผู้ยิ่งใหญ่ได้เห็นท่านหญิงผมดำเริ่มออกอาการเป็นห่วงหลานชายก็รู้สึกสะใจเป็นยิ่งนัก แม้จะเจ็บใจที่ลูกหลานของตนทำงานล้มเหลว แต่พอมาถึงตอนนี้ก็คงต้องร่วมด้วยช่วยกันลุ้นให้หนึ่งในตัวเก็งเป็นฝ่ายได้ชัยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลัก ...และดูท่าทางคงจะมีแวว เพราะตอนนี้คนโปรดของฝ่าบาทกำลังจะย่ำแย่...
“ถ้าไม่ไหวก็ยอมแพ้ซะสิ จะได้ไปพักผ่อนไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” อลิสแตร์ยังคงเสกลิ่มศิลาพุ่งเข้าใส่ร่างเพรียวของหนุ่มผมดำที่ทั้งไอทั้งหอบจนตัวโยน แต่คนที่ใกล้จะหมดแรงก็ยังอุตส่าห์โซเซหลบหลีกไปได้เรื่อยๆ คราวไหนที่เหมือนจะไม่พ้นก็ได้สมุนตัวจ้อยมาช่วยป้องกันให้ มันช่างขัดใจคนที่กำลังเป็นต่อเห็นชัยชนะมารออยู่แค่เอื้อมแต่ก็คว้าไม่ถึงเสียจริง “อึดเหลือเกินนะ สงสัยจะต้องงัดเอาไม้เด็ดมาเผด็จศึกกันซะแล้ว อย่าหาว่าข้าโหดร้ายก็แล้วกัน”
ตั้งแต่เริ่มการประลองมาหนุ่มรุ่นพี่ขี้โกงคนนี้ ได้แอบล้วงกระเป๋าหนังใบเล็กที่คาดอยู่ตรงเอวของตน และหยิบบางอย่างออกมาหว่านออกไปจนทั่วบริเวณสนามประลองโดยไม่มีใครทันได้สังเกต เมื่อเห็นว่าเวทเสกศิลาของตนไม่อาจทำอะไรหนุ่มน้อยที่มีสองสัตว์อสูรตัวจ้อยคอยพิทักษ์ได้ จึงตัดสินใจใช้อาคมบทใหม่เพื่อสร้างโอกาสในการกำจัดคู่แข่งให้ดับดิ้น
เพียงสิ้นเสียงร่ายเวทจากปากอลิสแตร์ กิ่งไม้มากมายก็ผุดโผล่พรวดออกมาราวกับกลุ่มอสรพิษร้าย พวกมันงอกออกมาจากเมล็ดเล็กๆที่หนุ่มรุ่นพี่แอบโปรยไว้ เมื่อเจ้านายสั่งการก็พากันกรูเข้าหาร่างเพรียวที่ผงะถอยอย่างลนลาน แม้จะพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้ถูกพวกมันพัวพันรัดตัวเอาไว้ได้แต่ดูเหมือนจะยากเย็นเต็มที และในที่สุดคามิวก็หนีไม่พ้นสะดุดล้มลงเพราะโดนเจ้าเถาวัลย์เวทเกี่ยวขาไว้ได้
ไรออทพยายามพ่นไฟเข้าใส่กะจะเผาให้สิ้นซาก ทว่าไฟที่พ่นออกมากลับร้อนแรงกว่าแสงเทียนไม่มากนัก มันคงลืมไปว่าถ้าหากเจ้านายไม่สั่งก็ไม่สามารถใช้พลังที่มีอยู่น้อยนิดได้เต็มที่ ด้านอาเรสก็พยายามใช้ปากของมันกัดทึ้งเถาวัลย์ที่เกี่ยวพันตัวหนุ่มน้อยให้ขาดออก แต่คงเป็นไปได้ยากเพราะเถาไม้ที่เกิดจากเมล็ดที่อลิสแตร์โปรยไว้มันมีจำนวนมากมายแถมทั้งเหนียวทั้งแข็ง พริบตาเดียวสัตว์อสูรตัวจ้อยก็โดนจับแยกออกไปเหลือแต่เพียงหนุ่มน้อยกับภูตตัวจิ๋ว
“แกสองตัวน่ะอยู่เฉยๆไปก่อนเถอะ เอาละ เจ้าจะยอมแพ้รึยัง?” ลูกเจ้ากรมการคลังแสยะยิ้มขณะมองร่างเพรียวถูกรัดตรึงขึงร่างไว้กลางอากาศ “จะทนทรมานไปทำไมกัน ในเมื่อเห็นๆกันอยู่ว่าเจ้าไม่เหลือเรี่ยวแรงพอจะใช้เวทมาตอบโต้ ยอมแพ้เสียก่อนจะเจ็บตัวดีกว่านะ”
ดวงตาสีทองที่จ้องตอบกลับมาทำให้อลิสแตร์ต้องสะดุ้งเฮือกหนาวสันหลังอย่างประหลาด หนุ่มน้อยตรงหน้ายังคงไออย่างหนักจนคออาจจะเกิดบาดแผลเพราะมีรอยเลือดที่มุมปากเล็กน้อย แต่ไม่มีคำพูดยอมแพ้หลุดออกจากปากแม้แต่คำเดียว ส่วนสาวน้อยตัวจ้อยเฝ้าลอยวนเวียนอยู่รอบตัวเจ้านายของเธอแต่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ แม้พลังเวทจะมีมากมายแต่เมื่อนายไม่สั่งก็ทำอะไรไม่ค่อยถนัดนัก
“ท่านฟาร์ฟาร์ รับหน่อยครับ” อยู่ๆก็มีเสียงตะโกนจากข้างสนามประลองพร้อมกับของบางอย่างลอยวูบมา จนฟาร์ฟาร์รับแทบไม่ทัน “ให้คามิวดื่มซะ จะได้หายเจ็บคอครับ”
สิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนของฟาร์ฟาร์เป็นขวดแก้วเล็กๆบรรจุน้ำสีแดงเข้มพอให้ดื่มได้อึกหนึ่ง ภูตจิ๋วไม่รอช้าเปิดฝาแล้วยัดใส่ปากเจ้านายทันทีเช่นกัน เพราะคนที่ส่งมาให้คือเมอร์เคนซึ่งเธอตัดสินแล้วว่าไว้ใจได้นั่นเอง ด้านหนุ่มผมดำถึงกับตาเหลือกเมื่อสัมผัสกับรสชาติที่ไม่อยากจะคุ้นเคย ถึงแม้มันจะสามารถลดความเจ็บระคายได้ในทันทีที่กลืนลงคอ แต่ฤทธิ์ของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์นั้นอาจจะถึงขั้นสร้างความหายนะเลยก็ได้
“ท่านเมอร์เคนคะ แค่จิบเดียวจะได้ผลเหรอคะ?” แม่นมจอมเฮียบออกอาการห่วงใยถึงขั้นกระวนกระวาย เมื่อรู้ว่าชาสมุนไพรที่ชงให้มันทำร้ายคนที่เธอต้องดูแลมากมายเพียงไร “ข้านึกไม่ถึงจริงๆค่ะ ว่าชาสมุนไพรที่ใช้ดื่มเพื่อให้สร่างเมา จะทำอันตรายให้คนที่ไม่ดื่มเหล้าได้ถึงเพียงนี้ โชคดีจริงๆที่เมื่อตอนกลางวันท่านเมอร์เคนก็ไม่ได้ดื่มไวน์เหมือนกัน”
“สำหรับคามิว จิบเดียวอาจจะมากไปด้วยซ้ำ” หนุ่มผมขาวพูดพลางถอนใจแต่ไม่ใช่โล่งอก แต่เป็นเพราะกำลังกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวรุ่นน้องคนโปรดมากกว่า “ถ้ามันไปหักล้างกับชาสมุนไพรแก้เมาที่เขาดื่มก็ดีไป แต่ถ้าไม่ใช่ เราก็คงต้องเตรียมเผ่นกันละครับ”
ทว่าความกลัวของเมอร์เคนกำลังจะเป็นจริง เมื่อร่างเพรียวที่ถูกเถาวัลย์ตรึงอยู่กลางอากาศเริ่มแสดงอาการคุมสติไม่อยู่ ดวงตาสีทองวาววับราวกับพยัคฆ์พิโรธแผ่รังสีอำมหิตอย่างไม่ปิดบัง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่เมอร์เคนไม่ได้เห็นมานานและไม่อยากจะเห็นปรากฏขึ้น ทำให้ใบหน้าหวานคมคายนั้นดูโหดร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“เมอร์เคน เจ้าส่งน้ำอะไรมาให้เขากินเนี่ย?” พอเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เหมือนหน้ามือเป็นหลังมือของเจ้านายน้อย ฟาร์ฟาร์เริ่มผวาเพราะคามิวหมือนกลายเป็นคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ภูตจิ๋วจึงหันไปตวาดถามหนุ่มผมขาว ตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ทำให้บรรยากาศเริ่มมืดทมึนมากขึ้นกว่าเดิม
“ก็แค่ไวน์แดงน่ะครับ แต่สงสัยจะแรงเกินไปสำหรับคามิว” หนุ่มผมขาวยิ้มแหยๆ พร้อมกับเตรียมเก็บข้าวของเพื่อเผ่นหนี และชักชวนคุณฟีเลียให้ลี้ภัยก่อนจะสายเกินไป “เอาเป็นว่าตอนนี้ตัวใครตัวมันก่อนนะครับ ไว้เสร็จเรื่องแล้วข้าจะมาช่วยห้ามคามิวทีหลังก็แล้วกัน คุณฟีเลียรีบไปสมทบกับท่านมิคาเอลล่ากันเถอะ”
ฟาร์ฟาร์ค่อนข้างงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเธอไม่เคยพบคามิวตอนสติแตกมาก่อน ทว่าตอนนี้คงแก้ไขอะไรไม่ทันเสียแล้ว เพราะบนสนามประลองเริ่มรายล้อมไปด้วยไฟอันร้อนแรงที่หนุ่มผมดำเสกขึ้นมา มันแผดเผาทำลายทุกอย่างแบบไม่ไว้หน้า ทั้งเถาวัลย์ ผืนหญ้า และสองการ์เดี้ยนน้อยก็พลอยโดนลูกหลงจนเผ่นหนีกันแทบไม่ทัน ด้านอลิสแตร์นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะกำลังวิ่งหลบเปลวไฟที่ไล่ตามแบบไม่ลดละ
เสียงกรีดร้องเพราะความหวาดกลัวจากผู้คนรอบด้านดังระงม ถึงแม้จะมีเกราะเวทคอยป้องกันแต่ก็ยังอดเสียวไส้ไม่ได้ รอยยิ้มของมาร์ควิสลัสเตอร์เริ่มหดหายกลายเป็นอ้าปากหวอ ใบหน้าหยิ่งๆกลายเป็นซีดเผือดเมื่อเห็นลูกชายกลายเป็นฝ่ายถอยหนี และไม่เพียงแต่เจ้ากรมการคลังเท่านั้นที่ตกตะลึง ทุกคนในที่นั้นต่างรู้สึกทึ่งและหวาดหวั่นเมื่อได้เห็นการสาดเวทธาตุไฟแบบไม่ต้องร่ายของหนุ่มผมดำ ...เนื่องจากยังไม่เคยมีจอมเวทคนไหนเก่งกาจถึงขนาดทำได้เช่นนี้มาก่อน ...
หนุ่มรุ่นพี่ที่ตอนนี้ได้แต่วิ่งหนีพยายามร่ายอาคมสร้างกำแพงดินเข้าต่อต้านเพื่อหาโอกาสโต้กลับ แต่ระดับความรุนแรงของมนตรามันต่างกัน เพราะตัวคนร่ายกำลังเมาและโกรธจัด จากเปลวไฟสีส้มแดงทวีความร้อนแรงจนกลายเป็นไฟกรดสีน้ำเงินสว่าง ล้างผลาญทุกสิ่งที่มันลามเลียถึง พร้อมทั้งกระจายความเสียหายออกไปเป็นวงกว้าง สวนดอกไม้ที่เคยงดงามที่สุดในโรแลนเดียกลายเป็นเถ้าถ่าน สระน้ำกว้างกลายเป็นอดีตเมื่อมันเริ่มเดือดและเหือดแห้งหาย พร้อมฝูงหงส์ขาวที่บินจากไปแบบไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามอง
คฤหาสน์โอ่อ่าใหญ่โตของมาร์ควิสลัสเตอร์กำลังจะเป็นเหยื่อเพลิงกรดที่ร้ายกาจกว่าธรรมดา หากไม่ได้บรรดาผู้ท้าชิงจำนวนหนึ่งดึงความสนใจของคามิวไปเสียก่อน พวกเขาพากันโดดเข้าสู่ลานประลองเพื่อช่วยเหลือลูกชายเจ้ากรมการคลังที่ทำท่าจะหนีไม่รอด แต่ถึงจะลงไปช่วยกันหลายคนก็ดูเหมือนจะทำอะไรหนุ่มผมดำที่กำลังขาดสติไม่ได้ เพราะทั้งๆที่ทุกคนต่างประเคนเวทและอาวุธเข้าใส่แบบเต็มพิกัด ก็ยังโดนสกัดเอาไว้ได้ด้วยเกราะอาคมสีทองที่แข็งแกร่งเหลือเชื่อ
“ไอ้เด็กปีศาจ มันเก่งขนาดนี้เลยรึนี่” ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายรับมือหนุ่มผมดำ อลิสแตร์จึงได้โอกาสพักหายใจและคิดหาทางเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจขึ้นมาอย่างกระทันหัน “ช่วยไม่ได้ เห็นทีจะต้องใช้ไม้ตายขั้นสุดยอดกันละ ทุกคนข้าจะเรียกการ์เดี้ยนมาจัดการเจ้าเด็กคนนี้ หลบกันให้ดีนะ”
สิ้นเสียงเตือน แผ่นโลหะซึ่งเป็นเหมือนชีวิตของผู้พิทักษ์วิหารก็มาปรากฏอยู่ในมือของอลิสแตร์ จากนั้นหนุ่มรุ่นพี่ก็เริ่มร่ายมนตร์อัญเชิญการ์เดี้ยนในอาณัติ สร้างวงเวทขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้นดินที่แห้งผากเพราะถูกไฟเผาผลาญ เมื่อเสียงร่ายเวทเริ่มรัวเร็วดินใจกลางวงเวทก็ปูดพูนราวกับกำลังมีบางอย่างดุนดันขึ้นมาจากใต้พิภพ ไม่นานเกินรอผู้พิทักษ์ในชุดเกราะเหล็กก็ผุดโผล่ขึ้นมายืนจังก้าสร้างความตื่นตาตื่นใจให้คนที่ไม่เคยพบเห็น
ร่างของมันคล้ายมนุษย์สวมชุดเกราะทว่าสูงกว่าประมาณหนึ่งเท่า แต่ชิ้นส่วนของมันกลับมีไม่ครบเนื่องจากเกราะบางส่วนแตกหักรวมทั้งแขนซ้ายก็ขาดหายไป ทว่ายังไงเสียมันก็ยังคงเป็นการ์เดี้ยนที่ร้ายกาจกว่าสัตว์อสูรและทนทานต่อเวทมนตร์ เพลิงกรดที่ว่ารุนแรงจึงไม่สามารถทำอะไรมันได้ และเมื่ออลิสแตร์ชูแผ่นโลหะออกคำสั่ง มันก็เริ่มกวัดแกว่งดาบเล่มใหญ่ในมือหมายจะฆ่าทำลายศัตรูให้ตายในทันที
เสียงกรีดร้องของเหล่าแม่ยกดังขึ้นทันทีที่คมดาบกำลังจะฟาดลงไปบนร่างเพรียวที่ยืนโงนเงนอยู่ เจ้ากรมการคลังและสหายร่วมอุดมการณ์พากันลุ้นตัวโก่ง รวมทั้งดยุคเอเดรียนที่ใจหายวาบหวาดกลัวว่าหนุ่มผมดำจะถึงฆาต ผิดกับมิคาเอลล่าที่ทรุดตัวลงนั่งทำหน้าเครียด เมื่อได้ยินรายงานจากแม่นมฟีเลียเรื่องชาและเรื่องไวน์แดงของเมอร์เคน
“ท่านมิคาเอลล่า สั่งให้ยุติการประลองเถอะ คามิวสู้กับการ์เดี้ยนไม่ไหวหรอกครับ” ดยุคหนุ่มเริ่มร้อนรนด้วยความเป็นห่วงเกินทน ถึงแม้หนุ่มน้อยผมดำจะหลบดาบได้หวุดหวิด แต่การ์เดี้ยนก็ยังคงเป็นสิ่งน่าพรั่นพรึงในความคิดของคนธรรมดาทั่วไปอยู่ดี “เร็วสิครับ เดี๋ยวคามิวก็ตายกันพอดี”
“ใจเย็นๆค่ะท่านเอเดรียน คามิวไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ท่านย่าคนสวยยังคงใจเย็น ด้วยเชื่อมั่นว่าหลานรักของเธอไม่มีทางแพ้ผู้พิทักษ์ระดับล่างแถมชำรุดทรุดโทรมแบบนั้นอย่างแน่นอน “แต่ที่ข้ากำลังเป็นห่วงก็คือ กลัวว่าหลานชายข้าจะเสียใจทีหลัง เพราะพลั้งมือฆ่าคนตายหรือทำลายคฤหาสน์สวยๆของใครบางคนจนราบเป็นหน้ากลองมากกว่า”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,169 ความคิดเห็น

  1. #5820 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 19:56

    สมน้ำหน้ามากมาย=_+

    #5,820
    0
  2. #4916 loli (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 05:48
    เลอะกันไปข้างหล่ะทีนี้!
    #4,916
    0
  3. #4748 lifen (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 15:57
    เอาให้เลยคามิล
    #4,748
    0
  4. #4747 นักฆ่าพเนจร (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 04:32
    โอ้...เอาออกมาโชร์เลยดีไหม กองทัพการ์เดี้ยนของคามิว เอาให้วุ่นกันทั้งทุกอาณาจักร กันไปเลย
    #4,747
    0
  5. #4746 _Ryuuko_ (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กันยายน 2553 / 23:41

    แง่มๆ
    ไม่มาอัพต่อล่ะเจ๊แหม่ม อารมณ์ต่อเนื่องนะเนี่ย =^=

    คามิว ทรมานมันให้เจ็บปวดสุดๆไปเลย แล้วค่อยใช้เวทรักษาถ้ามันยอมให้ความร่วมมือ แต่ถ้าไม่... ส่งมันไปเล่นกับอาเรสกับไรออทเลย ...เอาให้เดี้ยง(!)

    #4,746
    0
  6. #4745 นักฆ่าอัคคี (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 18 กันยายน 2553 / 08:08
    คุณไรเตอร์ พิมพ์คำว่า Lucid atary สิแล้วเอารูปมาเป็นรูปคามิว เหมาะมากๆ
    #4,745
    0
  7. #4743 notg (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 กันยายน 2553 / 16:42
    นึกว่าจะอัพซะอีกน่ะครับเนี่ย TT^TT

    me// คอมเม้นเสร็จแล้วก็วิ่งจากไป
    #4,743
    0
  8. #4742 w1-wee (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 กันยายน 2553 / 16:27
    มาอัพทีซิจ๊ะ อยาก กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกอ่านอ่ะ
    #4,742
    0
  9. #4741 ~*>> IN (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 17 กันยายน 2553 / 03:18

    เง้อ   เข้ามาอ่านคราวก่อนลืมเม้นเสีย    เซ็งเลย

    นึกขึ้นได้เลยรีบกลับมาเม้นย้อนหลังให้ครับ  พี่แหม่ม  //(^^")

    ..................................................

    หวังว่าคามิวคงไม่เมาอาละวาดจนเกินไป

    ไม่งั้นคงลำบาก ตอนปัดกวาดงานภายหลังเป็นแน่แท้

    เฮ้อ ~   เกิดเป็นคามิวนี่ลำบากจริงๆ

    #4,741
    0
  10. วันที่ 16 กันยายน 2553 / 03:33
    ไรเตอร์มาหลอกให้ดีใจนุกว่ามาอัพซะอีกนะเนี้ย
    #4,738
    0
  11. #4737 yukiyuki (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 16 กันยายน 2553 / 01:36
    เป็นน้ำเปลี่ยนนิสัยจริงๆกลายเป็นคามิวภาคโหดไปซะแล้ว ยังเอาการ์เดี้ยนชำรุดมาสุ้อีก ปราสาทคงไม่เหลือแต่ถ้ามีใครตาย คามิวเสียใจแน่นอน แถมอาจเป็นผลให้มีความแค้นกับคนอื่นเพิ่มอีก แล้วใครจะห้ามได้ล่ะเนี่ย
    #4,737
    0
  12. #4734 ~`NamFar`~ (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 15 กันยายน 2553 / 15:43

    เมาอาละวาดอีกแล้วแฮะ

    คามิวจ๋าา ปลดผนึกมาสเตอร์ออฟการ์เดี้ยนเลย
    แต่เอาแค่ตัวเดียวก็พอนะ

    เพราะถ้าสองตัวนี่ปราสาทคงราบ เอ๊ะ หรือจะราบตั้งแต่ตัวแรกแล้วนะ ??

    #4,734
    0
  13. #4733 /฿คน&^)มันเทพ,*.+#/โว้ย!@ (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 14 กันยายน 2553 / 21:38
     เมาอาละวาดชัดๆ
    #4,733
    0
  14. #4732 datandar (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 14 กันยายน 2553 / 07:58
    เมาแล้ววิวาททุกที่เลย
    #4,732
    0
  15. #4731 Lux51Forever (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 14 กันยายน 2553 / 00:49

    เอาให้ราบเป็นหน้ากองไปเลยลูกคามิว

    เผาทิ้งซะอย่างให้เหลือ

    แล้วก็ไม่ต้องเสียใจทีหลังด้วย

    55555555555555

    #4,731
    0
  16. #4730 venusia (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 19:44
    - -
    มีแต่คนสะใจแหะ- -
    ข้อดี-ไรเตอร์ทำไห้ค้างเราก้อไม่ค้าง
    ข้อเสีย-อ่านนิยายไม่สนุก เนื่องจากไม่มีอารมณ์ร่วม

    สาเหตุ-เพิ่งเคลียร์การบ้านเสร็จ
     อย่าสนใจคอมเม้นนี้เลยท่านรีดเดอร์ทั้งหลาย- -
    #4,730
    0
  17. #4729 _Ryuuko_ (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 18:46

    อร้ากกกก 5555555+
    สมน้ามหน้า คามิว ฆ่ามันเลยลูก อย่าให้เหลือ
    อยากทำให้คามิวต้องดื่มของมึนเมาอย่างนี้...


    เอาให้ตายไปเล้ยย...

    #4,729
    0
  18. #4728 KereaZ-[&]-KeeZ (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 18:36
    อร้ายยย โดนใจ   ฮ่าๆๆๆ

    เอาเลยคามิว อย่าให้เหลือซากกกกกกกกกก
    #4,728
    0
  19. #4727 Jeajea^_^ (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 18:32
    จงเตรียมใจไว้เถิดพี่น้อง!!!

    555 ลุยให้เละเลยคามิว > <
    #4,727
    0
  20. #4726 Glaํู์์็็๋diฺํ๐ํ|uS (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 17:29
     WOW!!
    #4,726
    0
  21. #4725 Mewzx (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 15:32
    555555555555

    อัพด่วน ๆ
    #4,725
    0
  22. #4724 6892 (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 14:33

    โฮ๊ะ โฮ๊ะ โฮ๊ะ เหยียบให้เละไปเลย สู้เค้าคามิว

    #4,724
    0
  23. #4723 As a Wind (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 12:42

    หุหุ อยากเห็นหน้าคามิวจ๋อยๆ ตอนรู้สึกตัวว่าได้เผาคฤหาสน์สวยๆ อะ ไรท์เตอร์จัดให้หน่อยเอาแบบว่า หนีตายกันหัวซุกหัวซุน จนไม่กล้าหาเรื่องคามิวเลย ^^

    #4,723
    0
  24. #4722 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 11:38
    เล่นให้เละเลยนะคามิว แล้วฉกการ์เดี้ยนมาด้วย มีมาสเตอร์ออฟการ์เดี้ยน ช่วยรักษาสภาพทรุดโทรมได้น่า
    ชิมีการ์เดี้ยนสภาพทรุดโทรมยังจะคุย ฆ่าทิ้ง เลยหนับหนุน
    #4,722
    0
  25. #4720 php7022 (จากตอนที่ 95)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 02:11

    เชือดทื้ง ไม่ต้องสน  แล้วค่อย หา เวทลบความทรงจำ คามิว ตอนจัดการซะก็คงโอเค 

    ฮ่าๆๆๆๆ (หัวเราะแบบคนร้าย)

    #4,720
    0