ตอนที่ 12 : GARAGE ★ SENIOR ★ สมาคมเมียเด็กอู่ │ 05-2 │ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    29 ส.ค. 61



เสียงเฮดังลั่นเรียกความสนใจของฉันให้หลุดจากความคิดฟุ้งซ่าน ฉันเคลื่อนย้ายตัวเองไปนั่งบนลังไม้ที่ตั้งอยู่ด้านหลังเวที ตรงมุมที่มีกล่องเครื่องดนตรีวางระเกะระกะและกล่องไฟบังตั้งไว้อยู่ จากมุมนี้ฉันมองเห็นคนตัวสูงในชุดเสื้อยืดสีดำกำลังก้าวเข้าไปแย่งไมค์มาจากมือของเชน ฌานยิ้มมุมปากอย่างกวนๆ ก่อนจะกรอกเสียงใส่ไมค์ลงไป

ถึงพวกมึง...ลูกกระจ๊อกที่มาตามเคลมให้ไอ้วิน

เสียงของฌานดังกังวานไปทั่วทั้งผับ ฉันได้ยินความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณเวทีแสดงดนตรีสด แต่เสียงหัวใจของฉันนี่สิ เต้นรัวด้วยความกลัวจับจิตจับใจเลย

กูจะร้องเพลงนี้ให้คนที่กูชอบ ถ้าพวกมึงจะมาเอาเรื่องกูที่ทำลูกพี่มึง รอให้จบเพลงนี้ก่อนแล้วกูจะปรานีละเว้นโทษตายให้…”

บ้าไปแล้ว!! ไหนว่าจะไม่เจ็บตัวกลับมาไง การพูดจาแบบนั้นนี่มันหาเหาใส่หัวตัวเองชัดๆ ทำไมถึงได้ทำกร่างแบบนั้น!!

แต่ถ้าไม่...กูจะใช้ส้นตีนยันหน้าพวกมึงเรียงตัว

สิ้นประโยคของฌาน เสียงโห่ร้องและผิวปากก็ดังให้ทั่วทั้งบริเวณ ฉันกัดริมฝีปากแน่นมองคนตัวสูงที่อยู่กลางสปอร์ตไลท์อย่างเป็นกังวล เขาพูดจากวนสหบาทาใส่อีกฝ่ายได้ไง ไม่กลัวตายรึไง สาบานเลยว่าเขาจะไม่รอดกลับมาในสภาพปกติแน่

ฌานไม่ได้สนใจว่าคำพูดของตัวเองจะปลุกโทสะของฝ่ายตรงข้ามอย่างไร เขาแค่เดินไปนั่งประจำที่กลองพร้อมกับดึงไมค์ให้ลงมาอยู่บริเวณปากของเขา เชนที่เห็นว่าฌานจะร้องเพลงจึงเลือกไปหยิบกีตาร์มาสะพาย และเดินไปยืนอยู่ข้างเวทีกับทิมนายคนผมยาวนั่น เพื่อให้ตรงกลางเป็นที่สำหรับฌาน

จังหวะดนตรีช้าๆ ไม่เร็วแต่หนักแน่นเริ่มบรรเลง ทำนองของเพลงมันคุ้นหูมาก แต่ท่วงจังหวะของกลองและกีตาร์ส่งให้เพลงนี้เป็นแนวร็อคมากกว่าที่ฉันคุ้นเคย จนกระทั่งฌานร้องเพลงออกมา เสียงของเขานุ่ม เขายิ้มหวาน สายตาแพรวพราว เรียกเสียงกรี๊ดของสาวๆ ที่มาตามเกาะขอบเวทีจนแน่นขนัด แต่รู้อะไรมั้ย สายตานั่นมันมาหยุดที่ฉันที่นั่งอยู่ข้างเวที

อย่าเพิ่งสงสัย ฟังฉันก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน เดินหนีไป แค่เพียงไม่นาน อยากให้รู้ความจริงข้างใน ที่อยู่เฉยๆ เพราะฉันเองยังไม่กล้า ชักช้าเพราะมัวเขินอาย แค่สบสายตา ก็หวั่นไหวไปทั้งหัวใจ…”

คนทั่วทั้งผับต่างพากันร้องผสานเสียงในช่วงฮุคราวกับจะช่วยส่งกำลังใจให้ฌานร้องเพลงถึงสาวที่ชอบได้สำเร็จ...และหวังว่าเสียงร้องนั้นจะส่งตรงถึงหัวใจผู้หญิงคนนั้น

ให้เป็นดอกไม้จะเข้าใจมั้ย ให้เป็นจดหมายอาจยังไม่ซึ้งใจ ถ้างั้นก็คงไม่ดีสักเท่าไหร่ จะแต่งเป็นคำร้องจะดีมั้ย บอกผ่านทำนองเธอคงจะเข้าใจ ถ้าเป็นอย่างนั้น จะบอกให้เธอได้ฟังว่าทั้งหัวใจ ฉันรักเธอ...

ตึกๆ ตึกๆ

นี่หัวใจฉันเต้นแรงขนาดนี้เลยเหรอ...ฉันได้ยินเสียงหัวใจชัดเจนพอๆ กับเสียงของฌานที่ดังก้องอยู่ในหู หน้าฉันคงจะร้อนและแดงมากสินะ เขาถึงได้หัวเราะออกมาแบบนั้น น่าอายชะมัด ฉันหวั่นไหวกับเขา ง่ายดายขนาดนี้เลยเหรอ

สายตาของฉันกับฌานผสานกันอยู่นานในขณะที่เขาตีกลอง เขาไม่ได้หันไปสนใจกลองที่ตีแต่ก็ยังตีได้ถูก มันน่าทึ่งมั้ยล่ะ เขาไม่ละสายตาจากฉันเลยแม้แต่วินาทีเดียว

จะดีกว่ามั้ย ถ้าหากเธอรู้อาจจะไม่ต้องเสียใจ ถ้าบอกคำนั้น พรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร...


และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาหลบหมัดที่พุ่งมากลางอากาศไม่ทันก็เป็นได้

ผัวะ!!!

เสียงกรี๊ดดังลั่นไปทั่วทั้งร้าน ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้น พวกลูกน้องของวินขึ้นมาตะรุมบอมอยู่บนเวที ฉันเห็นเชนกระโดดถีบขาลอยใส่อกใครคนหนึ่ง เจตน์ใช้ด้ามเบสฟาดเข้าที่กลางหน้าอีกคนอย่างมันมือ ส่วนทิมเองก็ไม่น้อยหน้า เขาซัดหมัดใส่หน้าของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง ที่เขาบอกว่าคนเงียบๆ หมัดหนักนี่ท่าจะจริง น่ากลัวเป็นบ้า

เสียงกระดูกกระทบกันพลั่กๆๆ แต่ที่ดูจะแย่ที่สุดก็คือคนที่พุ่งเข้ามาหาฌาน เขาสอยคางคนตัวสูงไปได้อีกหมัดหนึ่ง แต่เขาก็ถูกสวนกลับมาอย่างรุนแรงจนฉันคาดไม่ถึง

ทันทีที่ฌานตั้งสติได้ เจ้าตัวก็ลุกขึ้นกระโดดถีบอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไป ฌานเข้าไปซัดเขาอย่างไม่ปรานี แถมใช้ไม้กลองที่ถือติดมือตัวเองฟาดเข้าดั้งอีกคนจนเลือดไหลออกมา ถ้าอยู่ในนิยายที่ฉันเคยอ่านฉันคงชื่นชมว่าเขาสู้ได้เก่งและเท่มาก แต่เมื่อมาอยู่ในสถานการณ์จริง...มันป่าเถื่อนมากจนฉันกลัว  

ฉันช็อคตาค้าง จากทีแรกที่ตั้งใจจะวิ่งหนี ขาก็ดันก้าวไม่ออก จนในที่สุดฌานก็เป็นฝ่ายพุ่งตัวเข้ามาหาฉันพร้อมกับลากข้อมือฉันให้ติดร่างแหไปด้วย!!!

ฌาน!!”

ฉันร้องเสียงลั่นเมื่อตัวเองต้องวิ่งอย่างบ้าระห่ำเพื่อหนีกลุ่มคนที่วิ่งตามมา ฉันพยายามจะไม่หันกลับไปมองด้านหลังเพราะพวกนั้นอาจจำฉันได้ แต่แรงควายของผู้ชายกับผู้หญิงธรรมดาอย่างฉันมันต่างกันมากนะ ฉันแทบจะก้าวขาตามฌานไม่ทันอยู่แล้ว!!

ด้วยความชำนาญพื้นที่หรืออะไรก็แล้วแต่ ฌานพาฉันลัดเลาะออกมาจากนอกร้านได้สำเร็จ เขารีบเข็นรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองออกมาแล้วสตาร์ทเครื่อง โชคดีที่เจ้าเวสป้ายังภักดี เพราะมันไม่งอแงและขับพาเราบึ่งหนีออกมาได้ทันเวลา

เกือบตายแล้วมั้ยล่ะฌานร้องออกมาอย่างโล่งอก เขาขับรถด้วยความเร็ว ลมเย็นๆ พัดผ่านเราจนฉันสัมผัสได้

เพราะเธอไม่ใช่เหรอที่ปากดี

ฉันแหวเสียงลั่นใส่เขา แข่งกับแรงลมที่ตีเข้าหน้า ฌานร้องฮ๊าเสียงดังลั่น ฉันเลยต้องขยับไปใกล้เขาแล้วก็ตะโกนอีกครั้ง

เพราะเธอนั่นล่ะที่ปากดี!” ฉันตะโกนอย่างเหลืออด รู้สึกโมโหที่เขาไม่ฟังคำเตือนของฉันแล้วยังพาฉันมาเจอเรื่องซวยอีก นี่เป็นคืนที่หนักหนาสำหรับฉันมาก ฉันควรจะฟาดมือใส่เขาสักป้าบให้หายโมโห แต่...

ฮ่าๆๆๆ

ฌานกำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรทั้งนั้น ต่อให้ฉันรัวมือไปที่หลังเขา เจ้าตัวก็คงจะเอาแต่หัวเราะเหมือนเมื่อกี้เราไม่ได้เสี่ยงตายมา เชอะ ยังมีหน้ามาหัวเราะ! ได้ข่าวว่าฉันด่าเขาไม่ใช่เหรอไง ไม่เอาละ ไม่ตีเขาให้เจ็บมือดีกว่า!  

เวสป้าของฌานขับออกมาจากร้านจนถึงถนนเส้นไหนฉันก็ไม่แน่ใจนัก รอบๆ ข้างเราไม่มีรถผ่านมาสักคัน ถนนเงียบเชียบและไร้ผู้คน มือของฉันเย็นเฉียบจากอากาศเย็นและความเร็วของรถที่พุ่งทะยานไม่มีเบรก

ฌานคงจะรู้มั้งว่าฉันหนาว เขาเลยขับมอเตอร์ไซค์มือเดียวแล้วใช้มือใหญ่ของเขากุมมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้ในท่าเกาะเอว ฉันอยากจะดึงมือออก...แต่มันก็อุ่นดีนะ

รถเวสป้าของฌานขับต่ออีกไม่นาน ในที่สุดจุดหมายที่เจ้ามอเตอร์ไซค์คันเก่งของฌานพาฉันมาถึงก็คือ...ถนนที่ฉันทำยางแตก! ฉันมองซ้ายมองขวาก่อนจะพบว่าตรงหน้าฉันนั้นเป็นตึกคล้ายกับหอพัก นี่เขาคงจะไม่ได้พาฉันมาที่หอของเขาหรอกใช่มั้ย...  

ขึ้นมาดิ

ฌานร้องบอกหลังจากที่ดับเครื่องรถแล้ว ฉันกะพริบตาปริบแล้วมองหน้าเขาสลับกับหอพักอย่างตื่นตกใจ พระเจ้า!! เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องขึ้นไปบนนั้นกับเขา! ถึงฉันจะเริ่มยอมรับนิดๆ ว่าตัวเองอาจจะชอบเขาขึ้นมาบ้าง แต่ฉันไม่ได้มาเพื่อเสียตัวให้เขานะ!!  

เราจะกลับบ้านฉันบอกเสียงหนักแน่นแล้วเม้มปากเป็นเส้นตรงอย่างดื้อดึง  

ฌานพยักหน้าเบาๆ แต่ก็กวักมือเรียกฉันให้ขึ้นไปด้านบนกับเขาอยู่ดี เขาฟังภาษาไทยไม่ออกหรือยังไง ฉันจะกลับบ้านอ่ะ!

เราจะกลับบ้าน

ฉันไม่รอที่จะต่อปากต่อคำกับเขาอีก แม้ว่าเขาจะไม่ไปส่งฉันก็ช่างปะไร ฉันกลับเองได้ ก็แค่เดิน มันไม่ได้ไกลนักหรอก! (เหรอ!)

เกว

เสียงเข้มๆ ของฌานเรียกชื่อฉันอีกครั้ง คราวนี้ร่างสูงของเขาเดินมาขวางหน้าฉันไว้ สีหน้าของฌานจริงจังมากเหมือนจะดุว่าอย่าดื้อ แต่ฉันก็ยังดึงดันที่จะเดินหลีกเขา ซึ่งนั่นทำให้ฌานต้องเอื้อมมือมาคว้าต้นแขนฉันเอาไว้ ความรู้สึกชื้นๆ แฉะๆ ที่แขนทำให้ฉันต้องเลื่อนสายตาลงไปมอง

ฉันพบเลือด...เลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาจากมือของเขา  


ห้องรกหน่อยนะ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าฉันจะยอมตามฌานขึ้นมาบนห้องของเขาจนได้ หอพักของฌานนั้นเป็นห้องขนาดประมาณ 4x5 เมตรที่ถือว่าค่อนข้างเล็ก มีห้องน้ำในตัว เตียงนอนวางตรงกลาง เปิดประตูเข้ามาก็เจอเลย มีชั้นหนังสือและชั้นวางซีดีอยู่ที่ซีกด้านขวาของห้อง และบนพื้นกระเบื้องก็มีเสื้อผ้าและหนังสือนอนแอ้งแม้งอยู่สี่ห้าชิ้น

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองโง่มากเลยที่ยอมตามเขาขึ้นมาบนห้อง อันตรายจะตายไปที่จะอยู่กับเขาสองต่อสอง แถมถ้าจะว่ากันตามตรง...ฌานก็ไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า ฉันเจอกับเขาแบบจริงๆ จังๆ แค่สองวันเท่านั้น นี่ฉันจะโดนทำอะไรไม่ดีไม่ร้ายรึเปล่าเนี่ย!!

นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ ขอไปค้นกล่องยาก่อน

ฌานว่าและชี้ให้ฉันนั่งบนเตียงของเขาที่พับผ้าห่มไว้อย่างลวกๆ ซึ่งฉันไม่เลือกที่จะนั่งใกล้เตียงแน่นอน ฉันเลยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น บริเวณกลางห้องใกล้กับหนังสือที่กระจัดกระจาย

ทีแรกฉันคิดว่าเขาคงอ่านหนังสือโป๊เหมือนผู้ชายทั่วไป แต่ฉันคิดผิด...หนังสือที่วางอยู่บนพื้นมันคือหนังสือเรียน หนังสือเรียนว่าด้วยเรื่องกลไกการซ่อมเครื่องแบบต่างๆ ที่ฉันดูแล้วน่าจะเป็นหนังสือขั้นสูง

นิสัยไม่ดี

ฮะฉันเผลอร้องตกใจเพราะฌานเข้ามานั่งชิดอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คางเรียวยาวของเขาวางอยู่บนไหล่ฉัน พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้ฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว  

แอบดูของคนอื่น

ฉันรู้สึกหวิวๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะความใกล้ ใช้มือผลักหัวเขาออกไปโดยลืมสังเกตไปเลยว่าเขามีแผลเล็กๆ ที่หางคิ้วด้วย นี่คิ้วเขาแตกด้วยเหรอเนี่ย โอ๊ย ไหนว่าตัวเองจะไม่เจ็บตัวกลับมาไง แล้วทำไมถึงได้มีแผลเยอะแยะไปหมด  

ทำร้ายคนเจ็บได้ไง อูย...

ขอโทษ

ฉันบอกเสียงเรียบแทบจะไม่รู้สึกผิดที่ทำให้เขาเจ็บ แถมยังออกจะโมโหอยู่ไม่น้อยที่เขาทำตัวเองเจ็บตัว ฌานเบะหน้า ทำท่าทีเหมือนจะงอน แต่สุดท้ายเขาก็เผยอยิ้มสวยออกมาเมื่อมองหน้าบูดบึ้งของฉัน เจ้าตัวร้ายหันไปเปิดกล่องปฐมพยาบาล พร้อมกับหยิบขวดยานู้นนี่นั่นออกมาวางเรียง ท่าทีดูทุลักทุเลเพราะมือข้างหนึ่งเลือดอาบ น่ากลัวมากว่าจะเป็นบาดทะยัก

จะนั่งดูเฉยๆ ไม่คิดจะช่วยเลยเหรอคร้าบ

เสียงร่าเริงของฌานถามขึ้นมา ทำให้ฉันสะดุ้งนิดหน่อยเพราะมัวแต่มองการกระทำของอีกฝ่าย พอถูกถามแบบนั้นฉันก็ไม่รอช้าที่จะดึงมือฌานมาและล้างแผลด้วยน้ำเกลือให้ ก็ที่ฉันตามเขาขึ้นมาก็เพื่อการนี้ไม่ใช่เหรอไง

บรรยากาศเงียบสนิท มีเพียงฉันที่พยายามก้มหน้าหงุดๆ ไม่สบตาสีน้ำตาลใสของอีกฝ่าย ฉันจัดการล้างแผลและใส่ยาให้เขาโดยไม่ปริปากพูดอะไร แต่ฌานคงทนไม่ได้ เขาต้องเป็นคนพูดหรือจบประโยคทุกครั้ง เพราะไม่ชินกับความเงียบ  

กลัวมั้ยวันนี้ เราขอโทษนะ

“…เธอป่าเถื่อนมากรู้ตัวมั้ย

เมื่อมีช่องให้ฉันได้ว่าเขา ฉันก็ไม่รอช้าที่จะพูดตำหนิถึงการกระทำของฌานเลย  

เกวคงไม่คุ้น ก็นะ...พวกเรามันเด็กอู่ เป็นลูกผู้ชาย ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้

ฉันขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วยและออกปากค้านความเห็นอีกฝ่ายในทันที

ไม่ใช่ไม่เข้าใจแล้วก็ไม่ใช่ว่าไม่คุ้น เราก็เคยเห็นมาบ้าง... แต่เราไม่โอเคที่ใช้วิธีตัดสินปัญหาด้วยกำลัง แล้ว...มันก็ครั้งแรกที่เราต้องอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตายแบบนั้น


ฌานไม่ได้พูดตอบอะไรกลับมา และนั่นทำให้ฉันเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นไปมองเขาเสียเอง และสิ่งที่ฉันกำลังเห็นก็คือรอยยิ้มบางๆ ของฌาน ที่ดูเหมือนกำลังพอใจอะไรสักอย่าง นี่ฉันด่าเขาอยู่นะ แต่ทำไมเจ้าตัวถึงได้เอาแต่ยิ้ม ชอบเหรอที่มีคนมาด่า เป็นบ้ารึไงน่ะฮะ  

เกวไม่กลัวเราวันนี้ใช่มั้ย

ไม่กลัวก็บ้าแล้วฉันตอบอย่างซื่อตรงแล้วใช้สำลีจี้ลงไปที่แผล แต่ฌานกลับนิ่งและพูดต่อว่า

ที่เรามีเรื่องกับเพื่อนเกวเรามีเหตุผลนะ พวกไอ้วินน่ะมันเข้ามาเอะอะทำนักเลงในร้านเมื่อวันก่อน แถมลวนลามพนักงานหญิงด้วย ไอ้เชนมันทนไม่ได้ก็เลยเข้าไปมีเรื่อง เราเห็นท่าไม่ดีแยกทั้งคู่ออกไม่ได้ก็เลยคว้าของใกล้มือมาฟาดก็เท่านั้น

แล้วไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตาบอด พิการ หรือตายบ้างเหรอ

คิด ถ้ารู้ว่ามันเป็นเพื่อนเกวอาจจะไม่ทำ แต่ก็...ทำไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากต้องยอมรับความรู้สึกผิด

ฉันหยุดมือที่กำลังพันผ้ารอบๆ มือหนาของฌาน สะดุดใจกับคำพูดที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากปากเขา  

รู้สึกผิดด้วยเหรอ

รู้ดิ เราก็ไม่ได้เป็นคนเลวขนาดที่ว่าจะฆ่าใครให้ตายคามือก็ได้ป่ะ เราโตมากับพระพุทธศาสนานะ ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่แม่งจะชอบมองเราในแง่นั้นอยู่แล้วก็เหอะ ไว้เราจะไปเยี่ยมไอ้วินแล้วก็รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ เกวว่าแบบนี้แฟร์มั้ย

ไปหาเขาก็หลบตีนให้พ้นแล้วกัน กร่างซะขนาดนั้น

ฉันว่าแขวะเขาด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อฌานทำหน้าเหมือนโดนยาขมป้ายใส่ กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังโดนฉันเทศนาและรู้สำนึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ใช่เรื่องดี ก็ต้องให้เสียเวลาพูดตั้งนานนะ คนบ้า  

ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ฉันจัดการแผลที่มือฌานเสร็จสรรพ ต่อมาก็แผลที่คิ้วของเขา ฉันใช้คัตตอนบัดจุ่มน้ำเกลือแล้วค่อยๆ แตะที่รอยแตก โดยลืมไปเลยว่าเราใกล้กันขนาดไหน รู้สึกตัวอีกทีฌานก็เงยหน้าขึ้นมามองฉันแล้ว แถมจมูกโด่งๆ ของเขายังเฉียดจมูกฉันไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เอ่อ...เราว่าเธอคงทำแผลต่อเองได้

ฉันกระแอมไอแล้วแกล้งตีเนียนถอยห่างออกมา แต่ว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ร่างบางของฉันถูกจับกดลงไปนอนกับพื้นโดยมีร่างสูงของอีกฝ่ายขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว

ฉันเบิกตากว้าง ช็อคกับสิ่งที่ฌานทำ รู้สึกมึน รู้สึกตกใจ และโกรธที่ตัวเองโง่ตามเขาขึ้นมาถึงในห้อง!! แล้วแบบนี้ฉันจะทำยังไงดี!!!

ฌาน!” เสียงของฉันดังมากราวกับจะตะคอกให้อีกฝ่ายถอยออกไป

หากแต่เจ้าของรอยยิ้มสวยๆ นั่นก็ไม่ได้ทำตามที่บอก เขาจ้องมองฉัน ลึกเข้ามาในตาจนเหมือนกับจะทะลุทะลวงทุกสิ่งไป นัยน์ตาสีน้ำตาลใสนั่นร้ายกาจนัก!!!

เราชอบเกวนะ

คนตัวสูงบอกเสียงเรียบ ใบหน้าจริงจัง ไร้ซึ่งท่าทีขี้เล่นเหมือนปกติ ทำเอาฉันที่อยู่ใต้ร่างสูงของเขาแทบหยุดหายใจ แค่คำพูดสองคำง่ายๆ แต่ทำให้รู้สึกหวิวๆ ไปทั่วท้องได้ด้วยเหรอ

ถะ...ถอยออกไปก่อน

ฉันพยายามทำใจดีสู้เสือแล้ว แต่ว่าฌานแข็งแกร่งกว่านั้นสิบล้านเท่า นอกจากจะไม่ขยับออกไป เขายังโน้มหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้น ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่าลดหน้าฉัน แถมนายตัวดียังไม่ละเว้นปล่อยโอกาสให้ฉันได้ตั้งสติเลย ฮือ ฉันกำลังถูกเขารังแก หัวใจฉันมันทำงานหนักเกินไป   

เป็นแฟนกันนะ

เขากำลังขอฉันเป็นแฟนเหรอ!! ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกสาปให้แข็งเป็นรูปปั้น ทำอะไรไม่ได้นอกจากกะพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติตัวเองว่าไม่ได้กำลังฝันไป

เอาสิ! ฉันขอท้าผู้หญิงทั้งประเทศ ถ้าใครได้มาสบตาฌานในเวลานี้ บรรยากาศแบบนี้ มันต้องมีใจเต้นและเขวไปบ้างไม่มากก็น้อยล่ะ...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาควรจะลุกออกไปก่อน มาขอผู้หญิงเป็นแฟนในโพสิชั่นแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ   

นะ...

ฌานกระซิบบอกด้วยเสียงหวานๆ ที่ทำให้ฉันเป็นบ้า เขาไปงัดลูกไม้ออดอ้อนเพียงแค่ใช้เสียงและสายตามาจากไหนเนี่ย พลังทำลายล้างรุนแรงเกินไปแล้ว ฮือ

คำตอบอ่ะว่าไง


พอเห็นฉันเงียบคนตัวสูงก็ไล่ต้อนต่อ เขาโน้มหน้าลงมาจนแทบชิด อมยิ้มน้อยๆ แล้วคาดคั้นเอาคำตอบที่น่าพึงพอใจ  

เอ่อ...บ้าไง๊! เพิ่งรู้จักกันได้สองวันเองนะ!”

งั้นถ้ารู้จักกันมากกว่าสองวัน...ก็โอเค ตกลงใช่มั้ย

เขาเป็นคนที่ดื้อมากๆ หรือเป็นคนฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันแน่เนี่ย มือเล็กของฉันดึงหลุดออกจากมือหนาแล้วใช้มันผลักหน้าอกของฌานออกไป แต่ด้วยน้ำหนักตัวหรือความแข็งแรงบ้าอะไรก็แล้วแต่ เขายังคงอยู่ที่เดิม หน้านิ่ง มองตาฉันไม่กะพริบ

เราขอตามจีบเกวอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ได้เปล่า เราโคตรมีความสุขเลย

ท่าทีเอียงคอมอง สายตาอ้อนๆ และเสียงหวานๆ นี่มันโคตรขยี้ใจเลย ฮือ

ไม่ เกว!! เธอห้ามใจอ่อน เธอจะแพ้ลูกอ้อนเขาไม่ได้!!! เพราะถ้าเธอแพ้...คืนนี้เธออาจไม่ได้กลับไปอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง!

ถ้าชอบเราจริงๆ ก็ลุกออกไปนะ เราไม่ใช่ผู้หญิงไม่ดีที่จะมาทำอะไรแบบนี้ เธอไม่เคยได้ยินเหรอ ถ้าอยากได้ผู้หญิงดีๆ มันก็ต้องอดทน ให้เกียรติ และรอน่ะ

ฌานนิ่งชะงักไปเพราะคำพูดชักแม่น้ำทั้งห้าสาย เขาทำท่าทีเหมือนครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้ารับ

อือ ก็จริงนะ

ใช่มั้ย ทีนี้ก็ลุกออกไปได้แล้ว เราจะได้กลับบ้านสักที

ร่างของฉันพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ว่าร่างสูงไม่ได้ยอมแต่โดยดี เขายังหยุดนิ่งแข็งเป็นหินไม่ขยับ จนฉันเริ่มจะหงุดหงิดแล้วนะ พูดตั้งเยอะแยะไม่เข้าใจรึยังไงกัน เห็นใจกันบ้างเถอะพ่อคุณเอ๊ย ฉันเองก็ใจบางหวั่นไหวกับเขาง่ายอยู่แล้ว อย่าให้ฉันต้องแพ้ทางเขามากไปกว่านี้เลยนะ ขอกันดีๆ เชื่อกันเถอะนะ นะ...  

ฌาน!” ฉันเรียกเขาเสียงดังเมื่อไม่เห็นทีท่าว่าเจ้าของชื่อจะขยับไปไหน รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะร้องไห้แล้วลงไปนอนดิ้น ขอร้องให้เขาสงสารหัวใจฉันบ้าง  

เราเห็นด้วยกับเกวนะ แต่ว่า...

อะไรอีกอ่ะฉันถามเสียงอ่อย รู้สึกเหนื่อยมากๆ กับการจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง

และเมื่อเราสองสบตากัน...

เราอยากจูบเกว

สิ้นประโยคนั้น รวดเร็วกว่าที่จะทันตั้งตัว ไหล่ของฉันก็ถูกกดด้วยมือหนาสองข้างพร้อมกับริมฝีปากร้อนๆ ของฌานที่ประกบลงมาอย่างจาบจ้วง! ฉันไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่เคยมีแฟน แต่อยู่ดีๆ บทจะได้จูบก็ได้กันง่ายๆ อย่างนี้เนี่ยนะ!!!

สติของฉันกระเจิดกระเจิงเพราะรสสัมผัสที่ไม่คุ้น ฌานเป็นผู้นำที่ใจร้ายและไม่ปรานีกับคนอ่อนหัดอย่างฉัน เขารุกเต็มที่และไม่มีท่าทีว่าจะยอมหยุดง่ายๆ ปลายลิ้นร้อนนั่นสอดเข้ามาในโพรงปากและนั่นทำให้ฉันแทบจะหยุดหายใจ มันแน่นหน้าอก ฉันหายใจไม่ทัน เหมือนคนใกล้ตายตอนที่เขาเร่งเร้าสัมผัสนั้นพร้อมกับมือที่หมุนคลึงตรงหัวไหล่ฉัน!

ผัวะ! ผัวะ!!

มือข้างที่ว่างพยายามทุบหลังอีกฝ่ายเพื่อให้เขาถอนจูบออก แต่ไม่...ไม่มีการสั่นไหวอะไรทั้งนั้น ฌานยังคงนัวเนียอยู่กับปากของฉัน! เขาหลับหูหลับตาฉันราวกับว่าจะบังคับให้ฉันยอมโอนอ่อนตามเขาให้ได้!! และต่อให้ฉันจะดิ้นแทบตายแค่ไหนเขาก็จะไม่มีวันหยุด ฌานจะทำตามใจตัวเองโดยไม่สนความรู้สึกใดๆ ของฉันทั้งนั้น เขามันคนใจร้าย...เขามัน

น้ำใสๆ เริ่มไหลอาบแก้ม...ฉันสูดสะอื้นตัวสั่นตอนที่ฌานหยุดริมฝีปากของตัวเองและผละออกมามองฉันที่กำลังร้องไห้

เกว

จังหวะที่ฌานกำลังมองฉันอย่างรู้สึกผิด ฉันก็ยกเท้าขึ้นถีบท้องอีกฝ่ายออกแล้ววิ่งออกไปจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว แข้งขาฉันสั่นไปหมด ตัวก็ร้อนเหมือนถูกไฟเผา สติสตังก็แทบไม่เหลือ และที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือต่อให้ฉันต่อต้านกับรสสัมผัสของเขา แต่ในใจของฉันมันกลับหวั่นไหวอย่างไม่น่าให้อภัย

ไอ้หัวใจบ้า!! เลิกเต้นแรงๆ เวลาอยู่กับเขาสักที ฮือ ทั้งๆ ที่เขาใจร้าย ใช้กำลังบังคับฉัน แต่ทำไมหัวใจฉันมันยังคงเต้นแรงไม่หยุดแบบนี้

เกว! เกว!!!”

เจ้าของห้องตามมาเร็วกว่าที่คิด เพราะทันทีที่ฉันวิ่งลงมาถึงด้านหน้าหอพักของเขา ร่างสูงของฌานก็พุ่งมาจากด้านหลังรั้งร่างของฉันเอาไว้ ใบหน้าเขาเป็นกังวลเพราะเห็นคราบน้ำตาที่ยังไหลไม่หยุด

พาเรากลับ...นะ

ฉันบอกเขาเพียงสั้นๆ ด้วยเสียงขอร้อง ดึงแขนออกจากมือหนาที่เคยจับตรึงฉันเอาไว้ ฌานไม่ได้พูดอะไร เขาแค่พยักหน้ารับและเดินไปจูงมอเตอร์ไซค์ออกมา

ฉันซ้อนมอเตอร์ไซค์ฌานกลับบ้านโดยนั่งหันหลังให้เขาตลอดทาง มีหลายครั้งที่ฉันคิดว่าตัวเองจะร่วงตกลงไป แต่ด้วยทิฐิฉันไม่สามารถจะหันหน้าไปซ้อนท้ายเขาดีๆ ได้หรอก แค่หน้าเขาก็ยังไม่อยากเห็นเลย

เพราะฉะนั้นทันทีที่มอเตอร์ไซค์จอดอยู่ใกล้ๆ กับบ้าน ตรงบริเวณที่ลับตาคน ฉันก็รีบกระโจนลงจากรถแล้วพุ่งตัวเข้าไปในบ้านโดยไม่มีคำพูดใดๆ กับอีกฝ่ายอีก

 

 




 

ตอนนี้แจกหนังสือนะงับ มาแปะเมนต์กันไว้ในตอนน้า

พบเจอรูป MISSION ขึ้นตอนไหน ขอให้รู้เอาไว้ว่าตอนนั้นแจกหนังสือ

มาหย่อนเมนต์ไว้ในตอนก็รอลุ้นรับหนังสือไปส่งถึงบ้านกันได้เลย

โควต้ามีทั้งหมด 15 เล่มเน้อ แจกทั้งหมด 15 ตอนด้วยกัน

ยิ่งมาแสดงตัวกันบ่อยๆ อาจมีคะแนนพิศวาสให้เพื่อเป็นการขอบคุณ

ที่สนับสนุนกันมาโดยตลอด ยิ่งมาหวีดบ่อย หนังสือยิ่งปลิวไปถึงบ้านง่ายขึ้นน้า 

ใครไม่มาเมนต์แต่ตามอ่านอยู่ ไรต์ก็ไม่สามารถหาตัวเจอได้เด้อ T__T

อยากแจกให้ทุกคนจริงๆ เพราะฉะนั้นมาร่วมกิจกรรมกันน้า 

ด้วยรักจากใจ  จุ๊บๆ

 อย่าลืมมาแปะเมนต์ทิ้งไว้ เพื่อลุ้นรับหนังสือนะทุกคน ♥

 

   -ช่วงฝากนิยาย-


"ทำงานกับผมเงินเดือนดี สวัสดิการเยี่ยม โบนัสสูง 

มีกองทุนสำรอง ประกันชีวิตชั้นหนึ่ง

และฟรีคนดูแลตลอดชีวิต"

ตอนที่ได้ฟังครั้งแรก หญิงสาวก็ถึงกับทำตาโตอ้าปากค้างด้วยความงกในสายเลือด

แต่เมื่อได้รับสัญญามาจากเขา เธอถึงได้รู้ว่าไอ้งานที่ว่านั่นมันไม่ได้หมูอย่างที่คิด...

"โครงการ SEX รักษาโรค"

เกิดมาชาตินี้ให้ทำงานหนักวัวตายควายล้มแค่ไหน จอมนางก็ไม่เคยว่า

แต่ไอ้อดีตเด็กอ้วนที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นเจ้านายของเธอนี่มัน...!!

"หน้าที่ของนางก็มีแค่ตามใจผม ตามใจผม และตามใจผม"

ตามใจที่ว่านั่นไม่ใช่ตามใจธรรมดา!!!

เพราะมีชุดนางพยาบาลและโซ่แส้กุญแจพร้อม!!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #73 BonanzaBow (@BonanzaBow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 14:09

    ฌาน มันไวไปป่าว ใจเย็น ๆ ดิ

    #73
    1
    • #73-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 12)
      30 กันยายน 2561 / 19:26
      5555 พี่ฌานสายรุก ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้นนน
      #73-1
  2. #67 preawdaokc (@preawdaokc) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 14:28

    สนุกมากค่าาา เป็นกำลังใจให้นะค้าาาาา:-)

    #67
    0
  3. #63 ssnew11 (@ssnew11) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 12:07
    ง้อน้องเลยยยยย มาอัพบ่อยๆนะคะไรท์ สนุกมาก
    #63
    0
  4. #62 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 12:39
    ทำน้องโกรธละ
    #62
    1
    • #62-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 12)
      30 สิงหาคม 2561 / 20:54
      พี่ฌานนี่น่าัก
      #62-1
  5. #61 PimpunNochai (@PimpunNochai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 23:06

    ชอบๆๆๆ
    #61
    1
    • #61-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 12)
      30 สิงหาคม 2561 / 20:54
      ดีใจที่ชอบนะคะ แวะมาเมนต์หากันอีกน้า
      #61-1