ตอนที่ 13 : GARAGE ★ SENIOR ★ สมาคมเมียเด็กอู่ │ 06-1 │ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    4 ก.ย. 61



ถึงฉันจะโกรธเขาจนน้ำตาไหลอาบแก้มเพราะทำอะไรไม่ได้ แต่พอเข้ามาในห้องของตัวเองฉันกลับเอื้อมมือแตะริมฝีปากที่ยังร้อนผ่าวของตน ทำตัวอย่างกับนางเอกนิยาย! ฉันเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเขา มันน่าเจ็บใจเป็นบ้าที่ไม่ว่าเจ้าตัวจะทำอะไร มันก็ส่งผลต่อจิตใจของฉันโดยตรง

ฉันชอบเขาและเกลียดเขาในเวลาเดียวกัน คนใจร้ายคนนั้นเป็นผู้ชายประเภทที่ทำให้ฉันพ่ายแพ้ย่อยยับ  

ปึง ปึง ปึง!

แผ่นหลังที่แนบอยู่กับประตูสะดุ้งโหยงเพราะแรงเคาะที่พอจะถล่มเข้ามาได้ ฉันจึงรีบเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องนอนตัวเอง ก่อนจะพบเฮียเวและเจ้เบลยืนอยู่หน้าประตู แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือโน้ตบุ๊คฉันไปอยู่ในมือเฮียเวได้ยังไง!

ไปไหนมา

เฮียเวถามเสียงดังมากจนฉันคิดว่าเขาจะปลุกให้คนทั้งบ้านตื่นหรือยังไง แต่โชคดีที่ห้องของป๊ากับแม่อยู่ชั้นล่าง พวกท่านคงไม่ตื่นมาในเวลานี้หรอก

เฮีย เบลก็บอกแล้วไงว่าเกวมันไปเซเว่น

เจ้เบลที่เห็นเฮียเวทำท่าดุใส่ฉันรีบเข้ามาขวางทัพ เฮียเวหันสายตาดุๆ ไปหาเจ้เพื่อสั่งให้เงียบ ไม่งั้นแธอก็จะโดนหางเลขไปด้วยอีกคนที่ยอมปล่อยฉันให้ออกไปข้างนอกดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้  

ดึกดื่นป่านนี้ไปเซเว่นทำไม เบลก็เหมือนกัน เป็นพี่ทำไมไม่ห้ามน้อง ออกไปค่ำมืดมันอันตรายไม่รู้บ้างรึไง

ไม่บ่อยหรอกนะที่จะเห็นเฮียเวดุใส่เจ้เบลขนาดนี้ แถมท่าทางที่พร้อมจะเอาเรื่องนั่นก็ทำให้ทั้งฉันและพี่สาวรู้สึกเหมือนตัวหดเล็กลงไปเรื่อยๆ เพราะมันอันตรายจริงอย่างที่พี่ชายว่า ถ้าฉันไม่ฝืนดื้อดึงจะออกไปให้ได้ ฉันก็คงจะไม่เสียจูบแรกให้ฌานแบบนี้   

แล้วไหนของ ไปเซเว่นมาทำไมไม่มีของ แล้วไปเซเว่นบ้าอะไรหลายชั่วโมง

เฮียเวตวัดเสียงถามอย่างเอาเรื่อง พยายามจับผิดอย่างไม่เกรงใจกันเลยสักนิด ฉันเม้มปากแน่นแล้วจ้องตาพี่ชายตัวเองกลับ รู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อยแต่ก็ยังสู้เขาด้วยการโกหกต่อไปแบบหน้าด้านๆ  

เกวกินหมดแล้ว

แต่ใช่ว่าเขาจะเชื่อคำของฉัน เฮียเวยังคงจ้องฉันด้วยสายตาจับผิดแบบสุดๆ แต่เมื่อเห็นฉันไม่สะทกสะท้าน ร่างสูงของเฮียเลยเบียดฉันออกจากประตู แล้วเดินเข้ามาข้างในอย่างถือวิสาสะ เจ้เบลที่เดินตามหลังมาเลยรีบดึงประตูห้องปิดเพื่อกันไม่ให้เสียงของพวกเราดังไปถึงชั้นล่างของบ้าน  

เรื่องออกไปดึกๆ ช่างมันก่อน เรามาอธิบายอีเมลนี่ดีกว่า


อีเมล? ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ทำความเข้าใจว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เฮียเวก็จัดการเปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คพร้อมกับโชว์อีเมลผลสอบแอดมิชชั่นของฉัน ฉันถลึงตากว้างแล้วมองหน้าเฮียสลับกับเจ้เบล ดูท่าว่าพี่ทั้งสองจะรู้เรื่องที่ฉันสอบเข้านิเทศฯ หมดแล้ว

เฮียมายุ่งกับโน้ตบุ๊คเกวทำไม ฉันพยายามจะลากประเด็นออกไปเป็นการที่พี่ชายเข้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉัน แต่ทว่าเสียงตวาดนั้นกลับทำให้ฉันหุบปากฉับด้วยความตกใจ   

มันใช่เรื่องที่จะมาถามย้อนเฮียมั้ย!”

เฮีย ใจเย็น ค่อยๆ คุยกันดีกว่าเจ้เบลเดินเข้ามาแทรกกลาง พยายามดึงเฮียเวให้ใจเย็น แต่พี่ชายฉันไม่มีทางยอมแพ้หรอก เขาเป็นพวกชอบเอาชนะ แล้วก็ทำตัวเหมือนเป็นมหาอำนาจเจ้าชีวิตฉันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  

จะให้ใจเย็นได้ไง เสียเงินให้ไปเรียนพิเศษตั้งเท่าไหร่ กลับมาเลือกสอบเข้าคณะที่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้แบบนี้เนี่ยนะ แล้วยังจะปิดบัง ไม่ยอมบอกพวกเราอีก เฮียไม่เคยสอนน้องให้เป็นเด็กโกหกนะ

เฮียเวหันกลับไปตะคอกเสียงลั่นใส่เจ้เบล พร้อมกับหันสายตาคมเข้มจ้องฉันอย่างกับจะฆ่าให้ตาย ฉันไม่เข้าใจเลย แค่ว่าฉันเลือกเรียนคณะที่ชอบ มันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่จนบ้านแตกขนาดนี้เลยเหรอ อีกอย่างคณะนิเทศไม่ดีตรงไหน 

เรียนนิเทศไม่ได้หมายความว่าต้องเต้นกินรำกินอย่างเดียวนะ เรียนนิเทศมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะ เฮียเวเรียนบริหารมาจะรู้อะไร

ไอ้เกว! ผิดยังไม่สำนึก ยังจะเถียงอีก!!!”

แขนเล็กของฉันถูกกระชากอย่างแรงด้วยมือหนาของเฮียเว เฮียจับฉันเหมือนจะสั่งให้สงบสติอารมณ์ แต่ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันทนความกดดันแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว  

เกวชอบของเกว อยากเรียนคณะนี้แล้วมันผิดตรงไหนอ่ะ เกวไม่อยากเป็นเหมือนพ่อ แม่ เฮีย หรือว่าเจ้ แค่แตกต่างมันก็ผิดด้วยเหรอ

ฉันพยายามจะเถียงสู้แม้ว่าน้ำตาจะเริ่มเอ่อขึ้นริมขอบตา บรรยากาศภายในห้องอึดอัดเพราะความเงียบที่เข้าคืบคลาน เฮียเวปล่อยแขนฉันเป็นอิสระ แต่ไม่ได้มีท่าทีลดละที่จะสำเร็จโทษฉันเลยแม้แต่นิด เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้าฉันอย่างสั่งสอน

แต่แกพูดเองว่าจะเข้าคณะบริหารไม่ก็เศรษฐศาสตร์เพื่อมาสานต่อธุรกิจบ้านเรา!!”

เกวไม่ใช่เฮียกับเจ้ถึงจะได้ทำตามใจป๊ากับแม่ เกวไม่ใช่คนฉลาดแบบเฮียกับเจ้ เกวไม่ชอบคำนวณ เรียนไปก็ไม่รุ่ง เกวขอทำในสิ่งที่ตัวเองรักไม่ได้เหรอไง!! นี่มันชีวิตเกวนะ ทำไมเกวเลือกเองไม่ได้!! จะต้องบังคับกันอีกนานแค่ไหน ถึงจะยอมให้เกวมีชีวิตเป็นของตัวเองได้!!”

พูดจาเห็นแก่ตัวแบบนี้ได้ยังไง เงินที่แกเอาไปลงเรียนพิเศษมันเงินที่เฮียส่งเสียให้ไม่ใช่รึไง

ถูก!! เงินที่ส่งฉันไปเรียน GAT PAT เรียนเสริมต่างๆ มาจากรายได้จากร้านของเฮีย แต่อย่างน้อยฉันก็ควรมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเองบ้างสิ ตั้งแต่ม.ปลาย ฉันเกลียดที่จะต้องไปนั่งเรียนกวดวิชาคณิตฯ จะตายไป พล่ามสอนอะไรก็ไม่รู้ ฉันก็ต้องอดทนเรียนเพราะเฮียออกเงินให้ ฉันเกลียดที่จะเรียนสายวิทย์คณิต ก็ต้องทนเรียนสามปีเพราะเฮียบอก แล้วชีวิตมหาลัยที่เป็นตัวตัดสินอนาคตของฉัน ฉันจะเลือกเองบ้างไม่ได้เลยรึไง

ไม่ต้องเรียนมันแล้วม.รัฐ พรุ่งนี้เฮียจะพาแกไปสมัครเข้าเอกชน

ฉันรู้สึกผิดหวังและเสียใจอย่างที่สุดจนไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีก ฉันสะอื้นตัวโยน เจ้เบลทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาปลอบฉัน แต่ก็ถูกหางตาของเฮียเวหยุดชะงักเอาไว้ ทำไมพี่ชายฉันต้องมาวางอำนาจบาตรใหญ่ขนาดนี้ด้วย คนเป็นพี่น้องกันก็ควรจะรับฟังกันแล้วเข้าใจกันไม่ใช่เหรอ....

ถ้าเป็นบ้านอื่นเขาคงดีใจไปแล้วที่ลูกสาวสอบติดม.รัฐ แถมยังเป็นคณะที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของประเทศ แต่นี่อะไรมีใครสนใจบ้างมั้ยว่าเกวต้องการอะไร

คำพูดนั้นทำให้เฮียเวมองฉันด้วยสายตานิ่งๆ ที่น่ากลัวที่สุด เฮียกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ตอนที่พ่นลมหายใจออกมา

ปากดีอย่างนี้ก็ไปปีกกล้าขาแข็งกับป๊ากับแม่เองแล้วกัน

เป็นพี่ทำไมไม่สนับสนุนน้อง ทำไมไม่เข้าใจเกวบ้าง!!”

สนับสนุนให้แกเลือกเส้นทางผิดๆ น่ะเหรอ

มันชีวิตเกวนะเฮีย! เฮียเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมายุ่ง!!”

เสียงตวาดดังลั่นนั่นทำให้เฮียชะงักค้างไปชั่วอึดใจ นัยน์ตาสีดำที่คล้ายคลึงกันกับฉันมีประกายความเสียใจเจืออยู่ แต่ว่าฉันไม่สนอีกแล้ว ตอนนี้ชีวิตมันเป็นของฉัน ฉันควรได้เลือกได้ตัดสินใจอะไรเองบ้าง!

แกอยากใช้ชีวิตที่เป็นของตัวเองมากใช่มั้ย ได้ งั้นใช้ชีวิตช่วงนี้ทบทวนสิ่งที่แกเอามาเถียงเฮียปาวๆ เลยไป เกวโดนกักบริเวณ แล้วก็โดนยึดโทรศัพท์ด้วย!!!”

สิ้นเสียงเฮียเว ร่างสูงของเขาก็เข้ามาคว้าโทรศัพท์มือถือที่ฉันทิ้งไว้บนเตียงไป

เฮีย!!!”

สามวันนี้ห้ามแกออกไปไหนนอกจากไปกับคนในบ้าน แล้วอย่าให้เฮียจับได้เชียวว่าออกไปทำอะไรค่ำๆ มืดๆ คนเดียวอีก!!!”

ปึง!!!

เฮียเวกับเจ้เบลออกไปจากห้องฉันโดยไม่เหลืออุปกรณ์อิเลคทรอนิคใดๆ อย่างที่พูดไว้ นี่ชีวิตฉันเข้าถึงจุดพีคสุดของความดราม่าแล้วหรือยัง


สองวันผ่านไปแล้วที่ฉันไม่ได้ไปไหน แม้ว่าเฮียเวจะพยายามลากฉันให้ออกไปสมัครเข้าเรียนเอกชนอย่างที่บอกไว้ แต่โชคยังดีที่แม่กับป๊าห้ามไว้ก่อน เฮียเวเลยยอมลดราวาศอกไม่เข้ามาข้องแวะกับฉันช่วงสองวันที่ผ่านมา

ฉันเองก็เลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในห้อง ต่อต้านทุกๆ คนด้วยความรู้สึกผิดหวังและไม่เข้าใจ ฉันรู้นะว่าการปิดกั้นตัวเองไม่ยอมคุยกับใคร ไม่ยอมลงไปกินข้าวด้วยกันเหมือนทุกวันมันเป็นการประท้วงที่งี่เง่ามาก แต่ฉันก็แค่อยากให้ใครสักคนเข้าใจ...อยากให้ฟังความคิดเห็นของฉันบ้างก็เท่านั้นเอง  

เกว ป๊าเข้าไปนะ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของป๊าที่เปิดประตูห้องเข้ามา ขนมปังที่ป๊าเอามาด้วยถูกวางไว้ข้างหัวเตียง ป๊าทรุดนั่งลงตรงที่ว่างบนเตียงพร้อมกับเอื้อมมือมาลูบหัวฉันที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าห่มเพียงเล็กน้อย

ทำไมหนูยังไม่อาบน้ำแต่งตัวอีกล่ะลูก ลงไปกินข้าวเย็นกันดีกว่ามั้ย

ป๊าไม่โกรธเกวเหรอที่ไม่สอบคณะอย่างที่ป๊ากับแม่บอก

ไม่โกรธแต่ก็ไม่เห็นด้วย ป๊าไม่เห็นด้วยที่เกวจะเรียนนิเทศฯ

งั้นป๊าขึ้นมาทำไม จะมาบังคับให้เกวไปเข้าเอกชนอีกคนเหรอ

ฉันถามกลับไปเสียงอู้อี้ รู้สึกน้อยใจเป็นบ้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องซ่อนหน้าที่เลอะน้ำตาไว้ใต้ผ้าห่ม

เสียงถอนหายใจของป๊าดังขึ้นเหมือนระอากับลูกสาวแต่ก็ยังเอ็นดู ท่านเอื้อมมือมาลูบหัวฉันก่อนจะพูดด้วยเสียงอ่อนโยนเหมือนเป็นการปลอบฉันที่แอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่ม

เวมันหวังดีกับเกวมากๆ เลยนะ หนูไม่รู้เหรอ

หวังดียังไง เฮียเวก็แค่อยากบงการชีวิตเกวก็เท่านั้น

ฉันเถียงกลับแทบจะทันที แค่นึกหน้าเฮียเวก็ทำให้ฉันโกรธจนไม่อยากจะอยู่ร่วมใต้ชายคาเดียวกันอีกแล้ว

เวมันก็แค่อยากให้เกวได้สิ่งดีๆ อยากให้เกวได้ชีวิตดีๆ ไม่ต้องไปเป็นลูกน้องใคร ไม่งั้นมันจะส่งเสียเราไปเรียนพิเศษแพงๆ ทำไมตั้งหลายที่ เกวลืมแล้วเหรอว่าพี่ชายหนูเป็นคนขับรถไปรับไปส่งที่เรียนพิเศษทุกวันเลยนะ

ฉันยังคงสะอื้น ปิดปากเงียบและฟังสิ่งที่ป๊าพูดต่อไป ต่อให้ในใจจะมีอคติและไม่เห็นด้วยเพราะกำลังทะเลาะกับเขา แต่ถ้าพูดกันไปแล้ว...พี่ชายฉันก็ทุ่มเทเวลาช่วงหนึ่งให้ฉันอย่างไม่เคยปริปากบ่นจริงๆ

อย่างเรื่องที่หนูขับรถพี่เขาชนข้างเสา ถึงเวจะโกรธ จะแกล้งแหย่หนูไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วพี่เขาน่ะแค่ห่วงกลัวว่าน้องสาวจะเป็นอะไรไปเลยไม่ยอมให้ขับรถอีก แล้วที่เขาโมโหขนาดนั้นเรื่องเกวเข้านิเทศฯ ก็เพราะว่าหนูปิดบังเรื่องนี้ไม่บอกพี่เขาต่างหากล่ะ มันคาดหวังแล้วก็รอฟังข่าวดีจากปากหนูมาตลอดเลยนะ และก็คงจะผิดหวังมากที่หนูพยายามกันพี่ออกไป เวมันโกรธก็เลยสั่งกักบริเวณเรานั่นแหละ

แต่นี่มันชีวิตเกวนะป๊า ทำไมไม่ให้เกวตัดสินใจดูบ้าง เกวต้องใช้ชีวิตตามที่เฮียเววางแผนให้ตลอดเลยรึไง

คราวนี้ฉันเปิดผ้าห่มออกให้ป๊าเห็นหน้าตาแดงๆ ที่ผ่านการร้องไห้มาตลอดสองวัน ตาฉันบวมมากไม่ต่างจากปลาทอง และป๊าก็หัวเราะกับสภาพหน้าตาฉันที่ดูไม่จืด

คนเป็นพ่อแม่ เป็นพี่น้องกัน ก็ย่อมอยากให้เกวได้สิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ เวมันไม่อยากให้เราต้องผิดหวังหรือล้มเหลว ที่เกวบอกว่าไม่ถนัดเรียนคำนวณ ป๊าเชื่อว่าไอ้เวไม่ปล่อยให้เกวสอบตกแน่ ขี้คร้านมันจะช่วยติวช่วยสอนเราเต็มที่ แต่ลองมองอีกมุมหนึ่งดูนะ ถ้าเกวไปเรียนคณะอื่น เวคงเศร้าที่ไม่สามารถช่วยอะไรเกวได้นอกจากนั่งมองเฉยๆ จริงมั้ย และยิ่งเศร้ามากกว่าที่หนูไม่อยากให้พี่มีส่วนร่วมในชีวิตอีกแล้ว

ฉันไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อน พี่ชายตัวแสบของฉันเนี่ยนะจะคิดอะไรที่ละเอียดอ่อนแบบนั้นเป็น ฉันขมวดคิ้วยุ่ง ทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ ป๊าเลยเผยอยิ้มแล้วเล่าต่อไป

พี่ชายเรามันไม่มีน้ำยา ทำเป็นก็แค่เรื่องบริหารกับคำนวณ มันก็ต้องห่วงกลัวจะช่วยซับพอร์ตน้องสาวคนเล็กของมันไม่ได้ธรรมดา แต่หนูรู้มั้ย...

“…”

ว่ามันเป็นห่วงหนูแล้วรักหนูที่สุดเลยนะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #74 BonanzaBow (@BonanzaBow) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 14:20

    อ่านแล้วคิดถึงพี่ชายตัวเอง น้ำตาคลอเลย

    #74
    1
    • #74-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 13)
      30 กันยายน 2561 / 19:27
      แปลว่าต้องเป็นพี่ชายที่น่ารักมากๆ แน่เลยยย
      #74-1