ตอนที่ 8 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │3-1 │ When old man is sick 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    8 พ.ย. 61



ฉันยังไม่ตายและยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ได้ถูกฆ่าปาดคอหรือว่าถูกชิงทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น

แต่ที่ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็เพราะรู้สึกร้อนจนเหงื่อแตก ทั้งๆ ที่ตอนก่อนนอนภายในห้องก็เปิดแอร์เย็นฉ่ำดี แต่ทำไมจู่ๆ ฉันถึงได้ร้อนและรู้สึกหนักตรงช่วงเอวขนาดนี้กันนะ 

เปลือกตาอันหนักอึ้งทำให้ฉันรู้สึกทรมานเกินกว่าจะลืมตาได้ในทันที ฉันเลยยื่นมือออกไปเพื่อควานหาโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ตรงหัวเตียงอย่างสะเปะสะปะทั้งๆ ที่ยังคงกึ่งหลับกึ่งตื่น ตอนที่แสงไฟจากหน้าจอฉายวาบทำให้คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันมุ่น และตอนที่ฉันพยายามจะหยัดตัวเพื่อลุกขึ้นนั่งให้ร่างกายตื่นตัว ฉันกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมันมาพันอยู่ที่รอบเอว

“คร่อก!!

เสียงกรนที่ดังสนั่นทำให้ปวดแก้วหูจนต้องหยีตาขึ้นมามองไปรอบๆ ผ่านความมืด ก่อนจะพบกับท่อนแขนยาวๆ ของใครบางคนพาดอยู่ที่เอวของตัวเอง เดี๋ยวก่อนนะ ฉันจำได้ว่าในห้องนี้มีเตียงอยู่สองหลัง ฉันจองเตียงริมในสุดฝั่งติดหน้าต่างและยึดครองพื้นที่นี้คนเดียว แต่ทำไมจู่ๆ ฉันถึงได้มานอนเบียดอยู่บนเตียงเดียวกันกับอีตาลุงนี่ได้!!

ฉันรีบร้อนพุ่งตัวเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟข้างหัวเตียง ก่อนจะพบว่าบนหมอนของฉันมีคราบน้ำลายขนาดใหญ่เลอะเป็นวงกว้าง และเสื้อยืดของตัวเองก็มีรอยน้ำลายขนาดใหญ่อยู่ตรงแขนเสื้อ ฉันมั่นใจว่ามันเป็นคราบน้ำลาย! เพราะเหงื่อฉันมันไม่มีทางไหลออกมาเป็นดวงขนาดนี้ได้!!!

สวรรค์!! ฉันอยากจะกรี๊ดอัดหูอีตาลุงเหอที่บังอาจตามมาระรานถึงเตียงเดียวกัน ตั้งใจแล้วว่าจะยกเท้าถีบเขาให้หล่นกลิ้งตกเตียงไปเลย แต่ทว่าการกระทำทุกอย่างกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อฉันสังเกตเห็นสภาพใบหน้าที่มีหนวดเครารุงรังนั้นดูเหมือนจะกำลังทรมาน...

คิ้วเข้มๆ ของคนที่ดูหายใจลำบากกำลังขมวดเข้าหากัน เสียงของเสมหะและน้ำมูกคือสาเหตุของเสียงกรนที่กำลังดังกังวานไปทั้งห้อง ฉันไม่รู้ว่าตัวเองคิดมากไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าเขาจะป่วยนะ

“คุณ...” ฉันลองเรียกคนที่กำลังนอนตะแคงด้วยสีหน้าทุกข์ทรมาน แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนที่กำลังหลับลึก

ก็เลยลองยื่นมือเข้าไปอังตรงบริเวณหน้าผาก ก่อนจะสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนกว่าปกติ ให้ตายสิ เห็นพลังงานเหลือล้น พูดจาเจื้อยแจ้วไม่หยุดทั้งวัน แต่ความจริงแล้วเขาป่วยหนักกว่าที่ตาเห็นอีกนะ

ริมฝีปากบางของฉันเม้มเข้าหากันจนเกือบเป็นเส้นตรง ฉันนั่งชั่งใจอยู่บนเตียงชั่วอึดใจหนึ่งก่อนจะค่อยๆ แกะมือที่พันรอบเอวของตัวเองออก คนที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มดูเหมือนจะหนาวมากจนสั่นไปทั้งตัว ฉันก็เลยรีบคว้าเอาผ้าห่มอีกผืนขึ้นมาคลุมร่างนั้นเอาไว้แม้ว่าอีกฝ่ายจะเหงื่อออกเยอะมาก

“ทิ้งไว้ที่นี่จะดีป่ะวะ” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างลังเลใจ

รู้สึกว่าไม่ควรจะทิ้งคนป่วยไว้ที่ห้องตามลำพัง แต่ว่ายาที่ฉันพกมาด้วยมันก็ไม่ได้ครอบคลุมอาการป่วยของเขาขนาดนั้น ทางที่ดีฉันควรจะออกไปหาซื้อยามาเพิ่ม รวมไปถึงข้าวเย็นในวันนี้

ฉันไม่รอช้ารีบคว้าสัมภาระที่จำเป็นของตัวเองใส่กระเป๋าสะพายข้าง จากนั้นก็รีบค้นหาพิกัดร้านขายยาที่ใกล้ที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วร้านขายยาที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์มักจะปิดบริการตอน 6 โมงเย็นพอดี

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบห้าโมงแล้วด้วย ฉันต้องรีบ!

 

ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้กับที่พักเรามากที่สุดคือห้าง City square mall และหนทางเดียวที่จะไปให้ถึงที่นั่นได้รวดเร็วที่สุดจากโรงแรมของเราก็คือการเดิน ใช่ ระยะห่างระหว่างที่พักกับห้างฯ คือราวๆ 800 เมตร ถ้าเดินไปกลับคือราวๆ 1.6 กิโลเมตร แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้วนอกจากวิธีนี้ เพราะถ้าให้ฉันขึ้นรถเมล์ตามที่ google map บอกไว้ ฉันคิดว่าตัวเองน่าจะหลงทางและอาจจะเกิดเรื่องยุ่งยากมากกว่าที่เป็น

ตอนสมัยก่อนที่ฉันมาเที่ยว มีครั้งหนึ่งที่ฉันกับญาติผู้พี่ตัดสินใจลองขึ้นรถเมล์จาก Merlion[1] park ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศสิงคโปร์กลับที่พัก จากตอนแรกที่เราควรใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT กลับกลายเป็นว่าเราหลงออกนอกเส้นทางไปไกลถึงนอกเมือง ทางแถบนั้นไม่มีสถานีรถไฟฟ้า และมันก็เป็นเวลาเกือบห้าทุ่มกว่า

พวกเราลนลานมากไม่รู้ว่าจะลงที่สถานีไหน พอถามทางกับคนที่ขึ้นมาบนรถบัสคันเดียวกัน พวกเขาก็อธิบายด้วยภาษาวกวนจนเรางงเป็นไก่ตาแตก ที่พึ่งเพียงอย่างเดียวที่พอจะทำให้เราคลำทางกลับมาที่โรงแรมถูกก็คือแท็กซี่ พวกเราแทบน้ำตาร่วงเพราะระยะทางจากจุดที่เราลงรถมาถึงโรงแรมทำให้เราเสียเงินไปมากมายโดยไม่จำเป็น ดังนั้นจากเหตุการณ์ฝังใจ ฉันจึงหลีกเลี่ยงการขึ้นรถเมล์ทุกสายในสิงคโปร์ แล้วตัดสินใจที่จะเดินเอาแทน

ฉันพยายามวิ่งกึ่งเดินเพื่อไปตามเส้นทางที่ google map บอกไว้ มองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับเส้นทางข้างหน้าเพื่อเช็กเวลา โชคดีนะที่ฉันเคยทำงานเป็นผู้ช่วยตากล้องที่ต้องทำงานแข่งกับเวลามาก่อน ฉันเลยวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อมุ่งตรงไปยังห้าง City square mall โดยใช้เวลาแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น

ร้านขายยาตั้งอยู่ที่ชั้น B1 ของห้างฯ ฉันเดินไปตามเส้นทางที่พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์บอก ยืนคุยและอธิบายแจกแจงอาการให้กับเภสัชกรที่ประจำอยู่ในร้านฟังราวๆ สิบนาที พร้อมกับนำพาสปอร์ตแนบไปด้วยเพื่อยืนยันตัวตนตามกฎของประเทศที่เคร่งครัดเรื่องการจ่ายยา (ตามกฎหมายของสิงคโปร์ ยาแก้ไอบางชนิดต้องทำการยื่น ID CARD หรือพาสปอร์ตแนบไปด้วย)

ความจริงแล้วตอนที่ฉันเตรียมตัวมาที่นี่ ฉันก็มีพกยามาบางตัวเผื่อเหตุฉุกเฉิน แต่ด้วยอาการของลุงเหอที่ดูหนักขึ้น ฉันก็ไม่แน่ใจนักว่ายาที่ตัวเองพกมามันจะเพียงพอหรือเปล่า แถมจะให้พาเขาไปโรงพยาบาล ฉันก็ไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น ทางเลือกฉันมีไม่มากอ่ะ ทำได้ดีที่สุดก็แค่นี้แหละ  

เภสัชกรสาวหายไปสักพัก เธอก็กลับมาพร้อมกับจัดยาแก้หวัดชุดใหญ่ให้ฉันพร้อมทั้งแนะนำให้ซื้อเจลลดไข้ติดไปด้วย

ฉันมองตัวยาแต่ละอย่าง ไล่มองไปที่ด้านหลังกล่องแล้วฟังคำอธิบายของเภสัชกรอย่างตั้งใจ ตัวไหนต้องกินยังไง หลังมื้ออาหารไหน ก่อนจะชะงักเมื่อเภสัชกรคนนั้นเดินไปหยิบยาอีกตัวหนึ่งที่ยังไม่ได้หยิบนำมาวางพร้อมกับดูข้อมูลในหน้าพาสปอร์ตของฉันเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง และเมื่อตรวจข้อมูลทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็ยื่นส่งยาขวดนั้นมาวางแล้วอธิบายวิธีใช้ให้ฟัง

มันเป็นยาแก้เจ็บคอคล้ายๆ กับตัวที่ฉันพกมาจากไทย แต่ว่าฉันไม่มียาตัวนั้นอยู่ติดตัวแล้วเพราะได้มอบมันให้กับนักท่องเที่ยวที่นอนข้างกันในสนามบิน...

เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมฉันรู้สึกคุ้นๆ เหมือนฉันเผลอลืมอะไรบางอย่างไปรึเปล่านะ

“คิดเงินทางนี้เลยค่ะ”

ฉันเดินตามหลังเภสัชกรสาวไปด้วยใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พยายามคิดทบทวนถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นแล้วก็ได้แต่ติดใจสงสัยกับผ้าคลุมลายเสือดาว ยาแก้เจ็บคอ และขวดน้ำที่ฉันสละให้นักท่องเที่ยวแปลกหน้าที่แชร์ที่นอนกันตรง viewing mall


ถ้าฉันจำไม่ผิด...ดูเหมือนว่านักท่องเที่ยวคนนั้นจะห่มผ้าด้วยผ้าคลุมลายเสือดาวและใช้หมวกแก๊ปสีดำบังหน้าเอาไว้ตอนนอน ฉันมองไม่เห็นหน้าเขาชัดๆ ก็จริง แต่ความรู้สึกบางอย่างมันกลับคุ้นเคยจนฉันเริ่มคิดแล้วสิว่าตาลุงเหอคือคนเดียวกันกับนักท่องเที่ยวคนนั้น

แล้วถ้าเขาเป็นคนเดียวกัน...ทำไมเขากับฉันถึงได้โคจรกลับมาเจอกันอีก หรือว่านี่มันจะไม่ใช่แค่ความบังเอิญกันนะ

ฉันรับถุงยามาใส่กระเป๋าหลังจากที่จ่ายเงินกับค่ายาที่แพงจนต้องหยิบเอาบัตรเครดิตมาใช้ จากนั้นก็เดินไปที่ food republic [1]เพื่อต่อแถวซื้ออาหารแบบ take home นำกลับไปที่โรงแรม ความจริงฉันไม่ควรจะได้กินมื้อแรกของวันด้วยอาหารจากฟู๊ดคอร์ทในห้างฯ แต่มันคงไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วในเมื่อคนป่วยคงจะกำลังนอนทรมานรอฉันให้กลับไปอยู่

ฉันได้บะหมี่เนื้อจากร้านอาหารจีน เป็นเมนูที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่ฉันนึกออก (ฉันไม่รู้ว่าคนไต้หวันกินอะไรกัน) ก็รีบเดินกลับไปที่โรงแรมของตัวเองในทันที แต่เดินมาได้ครึ่งทางฉันกลับเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมซื้อมื้อเย็นของตัวเองกลับมาด้วย ก็เลยจะวนกลับไปซื้ออีกรอบแต่ก็ต้องชะงักไป

โทรศัพท์มือถือของฉันที่เงียบมาตลอดตั้งแต่บ่ายกลับสั่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันยกหน้าจอขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเป็นข้อความส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ค ฉันไม่ได้กดเข้าไปดูเพราะเห็นรูปโปรไฟล์ของคนที่แอดมาก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนรู้จักหรือเพื่อน ก็เลยจัดการลบคำขอนั้นทิ้งไป เหมือนกับคำขออื่นๆ ที่ทยอยส่งเข้ามาไม่หยุดตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น...

ฉันพยายามแล้วที่จะหนี ปิดกั้นตัวเองไม่ให้รับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหว เพื่อรอให้ตัวเองเข้มแข็งและกลับมาเป็นจันทร์เจ้าที่ทนรับทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามเดิม แต่ดูเหมือนว่าคนรอบข้างรวมไปถึงคนนอกจะพยายามควานหาตัวฉันให้ได้ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษที่ต้องหลบหนีและไม่รู้ว่าตัวเองจะหนีไปได้อีกนานแค่ไหน

เสียงเป่าลมดังขึ้นตอนที่ล็อกหน้าจอกลับไปตามเดิม ฉันยกมือที่เต็มไปด้วยข้าวของพะรุงพะรังขึ้นปาดเหงื่อ แล้วก้าวเดินต่อไปตามเส้นทางเพื่อมุ่งตรงกลับโรงแรม

ท้องฟ้าที่เคยฉาบด้วยสีส้มเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ฉันเร่งฝีเท้า เดินผ่านถนนที่รถติด เดินผ่านผู้คนที่กำลังกลับบ้าน และนักท่องเที่ยวคู่รักที่กำลังเกี่ยวแขนกันดูพระจันทร์ที่ลอยเด่นขึ้นบนฟ้า แต่ก็แค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ฉันเผลอมองตามพวกเขา เพราะภาพพระจันทร์มันไม่ได้สวยน่ามองสำหรับฉันเมื่อต้องอยู่คนเดียว

ฉันกลับมาถึงห้องในเวลาถัดมา รีบใช้คีย์การ์ดแตะบานประตูและเปิดเข้าไปด้วยความเร่งรีบ แต่ภายในห้องพักที่ควรจะเปิดแอร์ทิ้งไว้และมีใครบางคนกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงกลับว่างเปล่า ฉันรีบเสียบคีย์การ์ดของตัวเองไว้ที่ช่องเสียบด้านข้าง ไฟเปิดพรึบขึ้นมาและระบบแอร์ก็ทำงานโดยอัตโนมัติ แต่ทว่าไร้ซึ่งวี่แววของคนป่วย...

Hey...” ฉันร้องเรียกตอนที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง บนเตียงมีผ้าห่มอันยับยู่ยี่วางกองไว้

ฉันรีบวางข้าวของทุกอย่างตรงโต๊ะใต้ทีวี หมุนคว้างแทบจะสามร้อยหกสิบองศาเพื่อหาตัวตาลุงโฮมเลสที่ควรจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่ทั้งบนเตียง ใต้เตียง นอกระเบียง หรือแม้แต่ห้องน้ำก็ปราศจากวี่แววของคนแก่กว่า

นี่เขาหายไปไหนกันน่ะ...

ความรู้สึกแปลกประหลาดทำให้ฉันไม่อาจยืนนิ่งอยู่ในห้องได้ ฉันหมุนตัวกลับไปที่ทางประตู ตั้งใจว่าจะไปถามพนักงานว่าพอจะเห็นคนตัวสูงที่อาศัยอยู่ห้องเดียวกับฉันบ้างมั้ย แต่แล้วฝีเท้าของฉันก็เคลื่อนไหวช้าลง ความคิดในส่วนที่เป็นตรรกะบอกให้ฉันหยุดออกตามหาเขา และพุ่งความสนใจไปที่ความปลอดภัยของตัวเอง

ใช่ ฉันควรจะเป็นห่วงตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย ของในห้องได้มีอะไรหายไปรึเปล่า กล้องของฉันที่ทิ้งเอาไว้ถูกขโมยไปแล้วหรือยัง แล้วไหนจะโน้ตบุ๊กที่ฉันวางไว้ใต้เตียงอีก

 



[1] Food republic คือศูนย์รวมอาหารนานาชาติ มีลักษณะเป็นฟู้ดคอร์ท อยู่ตามห้างสรรพสินค้าในประเทศสิงคโปร์




[1] Merlion ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ ในปี 1964 รูปปั้นนี้มีหัวเป็นสิงโต ร่างเป็นปลา ยืนอยู่บนยอดคลื่น ต่อมาไม่นานทั่วโลกก็ถือกันว่าสิงโตทะเลตัวนี้คือเครื่องหมายประจำชาติสิงคโปร์




คำถามคืออีเฮียหายไปไหน 

แล้วทำไมหนูจันทร์ถึงออกอาการซะขนาดนี้

แหมมม คนมันจะห่วง คนมันจะรัก อะไรก็ห้ามไม่ด้ายยยยยเนาะ



หรือว่านี่จะเป็นพรหมลิขิตบันดาลชักพาาาา

เสร็จอีเฮียแน่ๆ เลยงานนี้



สวัสดีค่าสาวๆ ทุกคน วันนี้มาอัพเร็วกว่าปกติ

เพราะไรต์เพิ่งได้ข่าวล่ามาเร็วจากกองบก.มาจ้า

ว่านิยายเรื่อง NEXT STATION LOVE สถานีป้ายหน้าความรัก

เฮียเหอ x จันทร์เจ้า ของเรานั้น ผ่านการพิจารณาแล้ววววว

เย้ จุดพลุฉลองกันเลยจ้า ปีหน้าฟ้าใหม่ได้เจอกันแน่นอน ><

พูดไปแล้วก็ตื่นเต้น =..= 

เดี๋ยวได้ข่าวอัพเดตคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมจะมาแจ้งให้ทราบ

แล้วก็เดี๋ยวมาทำกิจกรรมแจกหนังสือสุ่มจากเมนต์เหมือนเคยนะคะ

ทุกคนรอเกาะขอบจอกันดีๆ เน้อออ แจก แจก แจกกันไปเลยยยย

งานนี้ขอย้ำว่าฟรี 5555 เพราะหนังสือรอการระบายจริงๆ 





 มามะ มาเจิม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #217 VadeeArada (@VadeeArada) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:43
    เจิม ค่า
    #217
    0
  2. #204 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:52
    เฮียหายไปไหนนนนน หรือเฮียจะออกไปตามหาจั่นเจาอ่ะ ฮืออออ
    #204
    2
    • #204-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 8)
      8 พฤศจิกายน 2561 / 22:02
      เหมือนจะซึ้งแล้วง่า เจอคำว่าจั่นเจาเข้าไปคือยังขำ 555555
      #204-1
  3. #203 ning89nong (@ning89nong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 13:05
    มีความเป็นห่วงมากกกก 5555
    #203
    1
    • #203-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 8)
      8 พฤศจิกายน 2561 / 22:02
      มันชักจะยังไงๆ
      #203-1
  4. #202 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 11:50
    เเน่ะใช่แน่ๆพรหมลิขิตตตตตตตตตต
    #202
    0
  5. #199 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 11:49
    วิ่งสี่คูณร้อยไปเล้ยยย เร็วววเลยจั่นเจา
    #199
    0
  6. #198 fFfFrailty (@-christin-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 20:54
    จะเจิมเจิมๆๆ
    #198
    0
  7. #197 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 18:41
    เจิมมมมรอจั่นเจาาาาา5555
    #197
    1
    • #197-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 8)
      5 พฤศจิกายน 2561 / 18:51
      ทำไมน่ารักขนาดนี้ เมนต์ทุกครั้งเลยยย / ปาหัวใจใส่
      #197-1
  8. #84 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 20:52
    ไปไกลๆเลยน่ะหมอก มันเกินไปน่ะ เกินไป
    #84
    0
  9. #83 PUFFER :D (@puffer-w) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 15:01
    โกรธ!!!!เล่นกับความรู้สึกคนแบบนี้ได้ไง อยากไปต่อยหน้าหมอก บอกเลย #อินมาก
    #83
    0
  10. วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 14:04
    เอาอีหมอกนี่ไปไกลดิ รำคาญ เกลียดดด
    #82
    0
  11. #81 kwanafroken52 (@kwanafroken52) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 13:29
    อ่านละรู้สึกโกรธเลยยยย.....อิหมอกกกกก ต้องหน้าชากลับไปนะไรท์
    หูยยยยยย.....รอออ มาต่อไวไวนะคะ
    #81
    0
  12. #80 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 16:23
    กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ
    #80
    0
  13. #79 แน่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 13:53
    รอค่ารอ
    #79
    0
  14. #78 lavablackpink (@lavablackpink) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 12:51
    รอค่ะรอ
    #78
    0