มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 23 : บทที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 ต.ค. 62

“อีเด็กคนนี้ กูบอกให้มึงไปรับแขกไยมานั่งอยู่กงนี้ ไป ไปกับกูประเดี๋ยวนี้!!!” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าวเสียงลั่นพลางกระชากแขนของเด็กสาวที่กำลังนั่งขดตัวร้องไห้อยู่ เด็กสาวสะบัดมือหนีและพยายามที่จะวิ่งหนีออกไปให้ห่างจากหญิงใจร้ายคนนี้ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ถ้ามึงหนี หนี้สินทั้งหมดที่พ่อและแม่ของมึงทำเอาไว้ กูจะเพิ่มมันอีกทวีคูณ” สิ้นประโยคเด็กสาวก็ชะงักไปก่อนที่จะยืนนิ่งไปไหวติง ทันใดนั้นเองฝ่ามือหนาของหญิงคนนั้นก็ฟาดไปที่ใบหน้าของนางอย่างแรงจนนางล้มลงไปนอนกับพื้น

“เพี๊ยะ!!!

“ทีหลังอย่าได้คิดหนีกูอีก แล้วหากกูให้ไปรับแขกก็ไปเสีย ถ้ามึงยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ไอ้เพลิง พาน้องมึงไปอาบน้ำแต่งตัวเสีย กูมิอยากจะเห็นหน้าทุเรศๆแบบนี้ของมันอีก” นางกล่าวก่อนที่จะเดินสะบัดสไบหนีหายเข้าไปในโรงชำเราว์ ลำเพยลุกขึ้นมานั่งพลางใช้มือของตนจับที่แก้มของตัวเองที่โดนหญิงคนนั้นตบ มันทั้งแสบและเจ็บลำเพยน้ำตาไหลออกมาแต่ไร้ซึ่งเสียงร้องสะอื้นใดๆ นางเหลือบไปมองร่างของพี่ชายของนางที่มานั่งข้างๆนางพลางใช้มือของเขามาลูบหัวของนางเบาๆ

“มิเป็นไรหนาลำเพย ไม่ว่าจะเกิดกะไรขึ้น....พี่จะอยู่เคียงข้างน้องเอง” เขาบอกพลางยิ้ม ลำเพยยิ้มตอบพลางเข้าไปกอดร่างของพี่ชายแล้วปล่อยให้น้ำตาทั้งหมดไหลรินอาบสองแก้ม ผ่านไปหลายปีลำเพยโตเป็นสาวที่ทรงเสน่ห์มิว่าท่านขุนคนใดได้พบเห็นก็เป็นต้องหลงทุกราย นั่นทำให้แม่เล้าคนเก่าของโรงชำเราว์ชื่นชอบเป็นอย่างมาก

“แหมๆเดี๋ยวนี้มีคนมาติดพันเอ็งมิใช่น้อยเลยนี่อีลำเพย งามวันงามคืนเยี่ยงนี้โรงชำเราว์กูคงเจริญยิ่งขึ้นไปเป็นแน่” นางกล่าวพลางยิ้มมุมปาก ลำเพยแสยะยิ้มก่อนที่จะจ้องหน้าของหญิงคนนั้นที่เคยทำร้ายนางอย่างทารุณมาตั้งแต่ยังเด็กแล้วพูดขึ้น

“โรงชำเราว์ของมึงงั้นรึ?พูดผิดไปหรือเปล่า?ต่อจากนี้ไปโรงชำเราว์นี้เป็นของกูต่างหาก” ลำเพยกล่าวพลางหยิบมีดที่เหน็บมากับผ้าถุงที่นางใส่อยู่ออกมา หญิงชราคนนั้นทำใบหน้าตกตะลึงเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มเจื่อน

“มึงมิกล้าดอกอีลำเพย กูรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วในใจของมึงยังเป็นเพียงแค่เด็กสาวคนหนึ่งที่ขาดความรักจากพ่อแม่เท่านั้น และตั้งแต่เล็กจนโต..กูก็เหมือนกับแม่ของมึง” นางกล่าวพลางยิ้มมุมปาก แต่ลำเพยหาได้เชื่อฟังคำที่พูดไม่ นางยิ้มมุมปากก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆร่างของหญิงชราคนนั้นแล้วเอามีดไปจ่อที่คอหอยของนาง

“แต่กูมิเคยคิดว่ามึงเป็นแม่กูเลย” นางกล่าวแล้วกดปลายมีดลงไปที่คอหอยของหญิงชราคนนั้นที่ดิ้นเร่าๆอย่างทุกข์ทรมาน เลือดของนางกระเซ็นทั่วเรือนรางของทั้งตัวนางและตัวของลำเพย ลำเพยดันมีดเข้าไปอีกเพื่อให้แน่ใจว่านางจะตายจริงๆไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีก ไม่นานร่างของหญิงชราคนนั้นก็นิ่งไปไม่มีแม้ลมหายใจใดเล็ดลอดออกมา ลำเพยปล่อยมือจากมีดพลางเดินออกมาห่างจากตัวของหญิงชรานางนั้น นางยิ้มมุมปากออกมาเบาๆก่อนที่จะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะอันดังลั่นนั้นของลำเพยเรียกความสนใจให้กับเพลิงที่เดินผ่านหน้าห้องนี้พอดี เพลิงเดินเข้าก่อนที่จะเบิกตาโพลงด้วยความตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

“แม่ลำเพย?เจ้า...ทำกะไรลงไป?” เพลิงถามพลางมองแผ่นหลังเล็กของน้องสาว ลำเพยหันมามองเพลิงพลางยิ้มอ่อน

“ทีนี้เราสองพี่น้องก็จะมิต้องถูกมันกดขี่อีกแล้วพี่เพลิง ต่อจากนี้ข้าจะเป็นแม่เล้าของที่นี่..จะมิมีผู้ใดอยู่เหนือเทียมข้าอีกแล้ว” นางกล่าวพลางยิ้มอย่างเสียสติ เพลิงแอบกลัวน้องสาวของเขาเล็กน้อยแต่กลับสงสารนางมากกว่า เหตุที่นางเป็นอย่างนี้ก็เพราะเหตุการณ์ในวัยเด็กที่หญิงแก่ผู้นั้นเป็นคนกระทำกับนางทั้งนั้น

“งั้นเดี๋ยวพี่จะเอาศพนางไปทิ้ง เจ้ารีบไปที่อื่นก่อนเดี๋ยวคนอื่นสงสัย” เพลิงบอกพลางเดินเข้าไปในห้อง ลำเพยมองหน้าพี่ชายของนางก่อนที่จะจับมือของเขาเอาไว้

“มิต้องพี่เพลิง ข้าเป็นคนทำข้าจะจัดการเอง พี่มิเกี่ยว” นางกล่าวด้วยใบหน้านิ่งก่อนที่นางจะใช้มีดสั้นนั้นของนางกรีดร่างของหญิงแก่คนนั้นเป็นชิ้นเล็กๆ เพลิงรีบเดินไปปิดประตูเพราะว่ากลัวว่าจะมีคนเดินมาเห็นเข้า ภายในห้องมีกลิ่นคาวของเลือดคละคลุ้งไปหมด เพลิงอยากจะอ้วกออกมาเสียให้ได้แต่ผิดกับลำเพยที่นำใบหน้านิ่งแล้วยังคงกรีดร่างของหญิงแก่คนนั้นอยู่อย่างนั้น

“เสร็จแล้ว...พี่เพลิงเอาเนื้อพวกนี้ไปแบ่งใส่กระสอบหลายๆกระสอบแล้วเอาไปให้หมากิน แค่นี้ก็มิมีใครรู้แล้วว่าใครเป็นคนฆ่ามันหรือว่ามันตายได้อย่างไร ฮ่าๆๆๆ” นางกล่าวพลางหัวเราะอย่างเสียสติอีกครั้ง เพลิงต้องจำยอมเอาเนื้อคนสดๆพวกนี้ไปใส่กระสอบแล้วเอาไปให้กับฝูงหมากินเพื่อทำลายศพรวมทั้งกระดูกอีกด้วย แต่มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ลักษณะกระดูกไม่เหมือนกับสัตว์ชนิดใดเลยนอกจากลิงที่ใกล้เคียงที่สุด ดังนั้นจึงมีกระดูกบางชิ้นที่สัตว์ไม่สามารถกินได้เพราะมันแข็งมาก เพลิงเก็บเศษกระดูกแบบนั้นกลับมาพลางเอามาปรึกษากับลำเพย ลำเพยตัดสินใจเก็บกระดูกพวกนั้นเอาไว้ที่ห้องของนางเพื่อไม่ให้ใครหาเจอ หลังจากวันนั้นลำเพยก็กลายเป็นแม่เล้าของโรงชำเราว์แห่งนี้ทันทีโดยที่มีหญิงสาวที่ทำงานในโรงชำเราว์นั้นหลายคนที่สงสัยว่าเหตุใดแม่เล้าคนเก่าจึงได้หายตัวไปอย่างไรสาเหตุแต่ก็เป็นแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น เพราะตั้งแต่ลำเพยมาเป็นแม้เล้าเหล่าเจ้าขุนทั้งหลายก็เข้ามาใช้บริการที่นี่มากยิ่งขึ้นสร้างรายได้ให้กับคนในโรงชำเราว์ไม่น้อยเลยทีเดียว

“พี่เพลิง” ลำเพยที่นั่งดื่มชาอยู่นั้นพูดขึ้น เพลิงที่ยืนอยู่ข้างๆขานรับ

“ว่าอย่างไรรึแม่ลำเพย?”

“พี่สัญญากับข้าได้มั้ยว่ามิว่าข้าจะทำสิ่งผิดมากมายเพียงใดพี่ห้ามทิ้งข้า” นางกล่าวพลางหันมามองหน้าของเพลิงทั้งน้ำตา เพลิงยิ้มอ่อนพลางพยักหน้ารับ

“พี่สัญญา ว่าพี่จะไม่ทิ้งเจ้าน้องสาวของพี่”

“แล้วก็ยังมีอีกข้อหนึ่งที่ข้าอยากขอจากพี่” ลำเพยกล่าวพลางเช็ดน้ำตาของตัวเอง

“กะไรงั้นรึ?” เพลิงถาม ลำเพยจ้องตาของเพลิงก่อนที่จะพูดขึ้น

“หากถึงคราจำเป็นที่ข้ามิสามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้...ท่านต้องทำมันแทนข้า ได้หรือไม่?” เพลิงมองตาของน้องสาวก่อนที่จะยิ้มอ่อนออกมา

“ได้สิ พี่จะทำตามที่เจ้าขอทุกอย่างเลย”

.

.

“มึงว่ากะไรนะ?พี่...พี่เพลิงรับแขกแทนกูงั้นรึ?” ลำเพยเบิกตากว้างพลางหันมามองหน้าของเพลิงที่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยหน้ามามองสิ่งใด

“ก็ใช่น่ะสิ เพราะว่ามึงหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ พี่เพลิงเขาเลยต้องรับแขกแทนมึง แล้วนี่มึงยังจะบอกอีกรึว่าพี่เพลิงเขาไม่เข้าใจมึงฮะอีลำเพย!!!” แพงตะโกนเสียงลั่นด้วยความโมโห ลำเพยเข่าอ่อนลงไปนั่งกับพื้นพลางน้ำตาไหลพราก นางเงยหน้าขึ้นมามองร่างพี่ชายของนางก่อนที่จะสังเกตเห็นรอยช้ำที่อยู่เต็มตัวของเขาไปหมดเหมือนกับที่นางเคยโดนตอนยังเป็นเด็ก ลำเพยร้องไห้ออกมาเสียงดังอย่างขาดสติพลางเอามือมาทุบที่พื้นไปมาจนเลือกออก เพลิงรีบเข้าไปห้ามพลางกอดร่างของน้องสาวเขาเอาไว้

“ลำเพย ลำเพย..ใจเย็นๆก่อน อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้” เพลิงกล่าวพลางลูบหัวของลำเพยเบาๆ

“ใคร...ฮึก...ใครมันให้พี่ทำ...ใคร???” นางถามพลางจับหน้าของเพลิง เพลิงหรุบตามองต่ำก่อนที่จะพูดขึ้น

“พี่มิเป็นไรดอก ก็พี่เคยสัญญากับเจ้าไปแล้วนี่ว่าหากมันจำเป็น..ข้าก็จะต้องทำมันแทนเจ้า” เพลิงพูด ประโยคนั้นยิ่งทำให้ลำเพยร้องไห้ออกมาเสียงดังมากกว่าเดิม นางรู้สึกเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตอนที่นางถูกขืนใจครั้งแรกเสียอีก แพงที่มองทั้งสองอยู่นานรู้สึกทนความสงสารที่มีต่อเพลิงไม่ไหวจึงได้พูดออกไป

“ก็ไอ้ขุนอ้วนที่ชอบมาหาเอ็งอย่างไรเล่า” แพงบอก เพลิงหันไปมองพลางส่ายหน้าเชิงว่าอย่าบอกลำเพยเลย

“ไอ้ขุนนั่น...ไอ้เลว...กล้าดีเยี่ยงไรมาย่ำยีเกียรติของพี่กู” นางกล่าวพลางกำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยแค้นที่อยากจะชำระเสียให้สิ้น

“เห็นวันนี้มันก็มาด้วย” แพงบอกพลางมองตาของลำเพย ลำเพยลุกขึ้นอย่างทันควันพลางเช็กน้ำตาของตัวเองจนหมดจด เพลิงมองน้องสาวของตนก่อนที่จะถามขึ้น

“จะไปไหนงั้นรึแม่ลำเพย?” ลำเพยมองหน้าของเพลิงก่อนที่จะยิ้มอ่อนออกมา

“ข้าจะไปกำจัดไอ้คนที่ทำให้พี่เสียเกียรติเองพี่เพลิง มิต้องกังวลไปดอก แค่ครู่เดียวเท่านั้น” นางกล่าวก่อนที่จะเดินออกมาจากในห้องนั้นโดยไม่ฟังเสียงห้ามของพี่ชายนางเลยแม้แต่น้อย

“แม่ลำเพย แม่ลำเพย!!!” แพงมองเพลิงสักพักก่อนที่จะพูดขึ้น

“ไอ้ขุนนั่นมันทำกับพี่ขนาดนี้พี่ยังจะช่วยมันอีกเหรอ?ให้มันตายๆไปเลยเสียยังจะดีกว่า” แพงกล่าว เพลิงมองหน้าของแพงก่อนที่จะทำใบหน้าเศร้า

“พี่มิอยากให้ลำเพยทำบาปอีกต่อไปแล้ว” เพลิงกล่าว แพงทำใบหน้าเศร้าก่อนที่จะเดินเข้าไปกอดร่างของเพลิงเอาไว้

“หมับ!

“อ๊ะ?..แม่แพ-“

“มิต้องกังวลสิ่งใดแล้วพี่เพลิง ตอนนี้พี่อยู่กับข้า...พี่จะร้องไห้ออกมาเหมือนกับเด็กๆก็ได้..ข้ามิว่าดอก” นางกล่าว สิ้นประโยคเพลิงก็ร้องไห้ออกมาทันที น้ำตาของเขาที่น้อยคนนักที่จะได้เห็นนั้นตอนนี้แพงได้เห็นและรู้สึกถึงมันเต็มสองตา แพงรู้สึกสงสารและมิอยากให้ชายที่เหมือนจะเข้มแข็งแต่แท้จริงแล้วแสนอ่อนแอคนนี้ต้องโดนกระทำจากคนชั่วๆอีกต่อไปแล้ว นางอยากจะปกป้องชายคนนี้เอาไว้ให้ไกลจากเงื้อมมือของทุกคนที่หวังจะทำร้ายเขา

“...ต่อจากนี้ไป...ข้าจะเป็นคนอยู่เคียงข้างพี่เอง พี่เพลิง” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น