มิมีรักใดเป็นไปมิได้

ตอนที่ 24 : บทที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 ต.ค. 62


“จะกลับกันแล้วงั้นรึเจ้า?” แม่ของแฟงถามพลางมองหน้าของบุตรชายสลับกับใบหน้าของรามที่ส่งยิ้มอ่อนๆมาให้

“ขอรับคุณแม่ ไว้คราหน้าข้าจะพาแม่เฟื่องฟ้ามาหาอีกนะขอรับ” รามกล่าวพลางโอบไหล่ของแฟงเบาๆ แฟงเงยมองหน้าของรามเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มเจื่อนออกมา

“ไว้คราหน้านะเจ้าคะคุณแม่ ข้าลาเจ้าค่ะ” แฟงบอกพลางไหว้ แม่ของแฟงยิ้มหวานก่อนที่จะรับไหว้แล้วมองใบหน้าบุตรชายของตนที่แต่งกายเป็นหญิงสวยยิ่งกว่าใคร

“กลับกันดีๆหนาเจ้า” พ่อของแฟงกล่าวพลางยิ้มเล็กน้อย แฟงยิ้มตอบก่อนที่จะยกมือไหว้เพื่อเป็นการลาแล้วเดินลงจากเรือนมาที่เรือที่จอดอยู่ที่ท่า

“น้องสาวของพ่อแฟงมิได้อยู่ที่นี่งั้นรึ?ตั้งแต่มานี่ข้ายังมิเจอนางเลย” รามถามพลางมองไปรอบๆ แฟงมองค้อนก่อนที่จะพูดขึ้นมา

“เจ้ามีกะไรกับน้องข้าหนักหนา นางเองก็กลัวว่าเจ้าจะรู้ความจริงเลยมิอยู่น่ะสิถามมาได้” แฟงกล่าวพลางเดินลงไปเรือไปทันทีด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวที่รามสงสัยเป็นอย่างมาก

“เหตุใดเพลาที่พี่ถามถึงน้องสาวเจ้าจะต้องฉุนเฉียวเยี่ยงนี้ด้วยเล่า” รามถามพลางเดินลงมาในเรือที่ตอนนี้คนพายเรือหรือบ่าวสักคนหนึ่งก็ไม่ได้อยู่ หายหัวไปกันนะไอ้พวกนี้ข้ายิ่งไม่อยากคุยกับไอ้บ้านี่อยู่ด้วย จะอยากเจอแม่เฟื่องฟ้ากะไรหนักหนา น่ารำคาญยิ่งนัก แฟงคิดพลางทำใบหน้าบึ้งตึง

“ข้ามิได้ฉุนเฉียว เจ้าคิดไปเองทั้งสิ้น ข้าจะฉุนเฉียวเจ้าเรื่องกะไร?” แฟงหันมาถามพลางมองหน้าของอีกฝ่าย รามอมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น

“พ่อหึงข้างั้นรึ?” เขาถามด้วยใบหน้าติดเล่น แฟงหน้าแดงก่ำก่อนที่เขาจะหยิบไม้พายที่วางอยู่ไม่ไกลมือนั้นมาถือเอาไว้พลางเอามาจ่อที่หน้าของราม

“พูดกะไรของเอ็ง!!อยากถูกข้าฆ่านักใช่หรือไม่?” แฟงบอกพลางจ้องหน้าของอีกคนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำที่แสนน่าเอ็นดูสำหรับราม รามเอื้อมมือไปจับแขนเรียวของแฟงก่อนที่จะดึงเข้าหาตัวจนแฟงเสียหลักเผลอเอาหน้าไปชนเข้ากับอกแกร่งของราม หัวใจของแฟงเต้นไม่เป็นส่ำ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งเหมือนคนเป็นลมแดดเข้าๆปใหญ่ แต่ทันใดนั้นเองแฟงก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่มันดังออกมาจากอกของอีกคน มันเป็นเสียงของหัวใจที่เต้นแรงไม่ได้ต่างจากเขามากนัก แฟงเงยหน้าขึ้นมามองก่อนที่จะแอบหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของรามที่ดูไม่จืดเลย ใบหน้าของเขาเป็นสีแดงก่ำลามไปถึงใบหูดูแล้วช่างน่าขันยิ่งนัก

“ฮ่าๆๆๆๆดูหน้าเจ้าสิ ฮ่าๆๆๆ” แฟงพูดพลางหัวเราะเสียงดังลั่นแบบที่ไม่สนใจว่าตอนนี้ตนแต่งกายเช่นไรอยู่เลย รามมองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มนั้นของแฟงก่อนที่จะยิ้มอ่อนออกมา

“หึๆพี่เห็นเจ้าหัวเราะ พี่ก็สบายใจแล้ว” เขากล่าวพลางเอื้อมมือมาจับแก้มนวลของแฟงที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อเจือขึ้นมา แฟงมองตาของอีกฝ่ายก่อนที่ใบหน้าของคนทั้งสองจะค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้กัน เรื่อยๆ เรื่อยๆ....

“ข้าต้องขออภัยด้วยขอรับขุนหลวงราม พอดีข้าท้องเสียน่ะขอรับ อูย...อ้าว?เหตุใดจึงนั่งกันเยี่ยงนั้นล่ะขอรับ?” บ่าวที่เป็นคนพายเรือของรามกล่าวถามพลางมองร่างของแฟงที่นั่งเอาหัวงัดคางของรามที่ดูแล้งช่างน่าประหลาดตายิ่งนัก แฟงยิ้มเจื่อนก่อนที่จะถอยห่างออกมาแล้วหยิบร่มของตัวเองที่อยู่ในเรือมากาง รามหลุดยิ้มออกมากับท่าทางที่แสนน่ามองของแฟงออกมาเล็กน้อยก่อนที่บ่าวคนอื่นๆจะมาพวกนางอ้างว่าท้องเสียเช่นกันแต่คนพายเรือของรามกลับบอกว่าพวกมันไปเที่ยวเล่นกันที่ตลาดจนลืมเวลาขอรับมิได้ท้องเสียเยี่ยงข้าดอกขอรับ แล้วก็ทะเลาะกันยกใหญ่กว่าจะได้กลับเรือนของราม

“กลับมาแล้วหรือลูก?” เสียงของหญิงนางหนึ่งกล่าวพลางมองทั้งสองคนมาจากหัวบันได หญิงวัยกลางคนที่งดงามถึงจะเทียบไม่ได้กับแม่ของแฟงก็ตาม แฟงมองร่างของหญิงคนนั้นก่อนที่จะหันมามองรามแล้วกระซิบคุยกันเบาๆ

“นางงดงามเพียงนี้ชายเจ้าชู้เยี่ยงเจ้ามิคิดกะไรบ้างรึ?” รามเลิกคิ้วมองไปที่แม่เลี้ยงของเขาก่อนที่จะหันมามองหน้าของแฟงที่จ้องหน้าเขาอย่างต้องการคำตอบ

“เจ้างดงามกว่านางมากเป็นไหนๆข้าจะคิดเยี่ยงนั้นได้เยี่ยงไรกันเล่า?” รามกล่าวพลางส่งยิ้มหวาน แฟงมองหน้าอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่เบิกกว้างก่อนที่เขาจะเดินหนีออกมาจากคารมที่ยิ่งนับวันจะยิ่งทำให้หัวใจของแฟงอ่อนแอลงไปทุกที

“ข้าไหว้เจ้าค่ะคุณแม่” แฟงกล่าวหลังจากที่เดินบันไดขึ้นมาถึงหัวบันได แม่เลี้ยงของรามรับไหว้พลางยิ้มอ่อน

“พ่อแม่เจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้างเล่าแม่เฟื่องฟ้า?สบายดีกันหรือไม่?” นางถาม

“สบายดีเจ้าค่ะคุณแม่” แฟงกล่าวพลางยิ้มอ่อนด้วยกิริยาแบบกุลสตรีไทยแท้เลยทีเดียว

“แล้วนี่กินกะไรกันมาหรือยังเล่า?แม่จะได้เตรียมสำรับให้พวกเจ้า” นางถามพลางมองไปที่รามที่กำลังเดินขึ้นบันไดมาอย่างช้าๆ

“ยังเลยขอรับคุณแม่ แล้วนี่คุณพ่ออยู่ที่ไหนหรือขอรับ?” รามถามพลางมองเข้าไปในเรือน

“ถ้าพ่อเจ้าล่ะก็กำลังนั่งดื่มชากินขนมอยู่ที่ริมสระน่ะจ้ะ” นางกล่าวพลางยิ้มหวาน ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปในเรือนกัน

.

.

“พี่สบายดีสินะพี่แฟง” หญิงสาวผู้มีหน้าตาที่ผิดแปลกไปจากหญิงสาวทั่วไปกล่าวพลางมองไปที่ร่างของแฟงที่อยู่ไกลจนตอนนี้ลับสายตาไปแล้ว

“แม้ตอนนี้จะสบายแต่เราก็ไม่รู้ว่าพ่อรามคนนั้นจะรู้ว่าแฟงเป็นผู้ชายเมื่อใด ยังไงเสียชีวิตของพี่เจ้าก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี” กล้ากล่าวพลางโอบไหล่เมียของตนเบาๆ เฟื่องฟ้าทำหน้าเศร้าก่อนที่จะเอียงหัวไปซบไหล่ของกล้าพลางลูบท้องของตัวเองที่แก่เต็มที

“แล้วนี่เจ้าจะกลับไปที่บ้านเมื่อไหร่เล่า?พ่อแลแม่ของเจ้าจะมิเป็นห่วงหรอกรึ?” กล้าถาม เฟื่องฟ้ากลับมายืนท่าเดิมก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ข้ามิอยากเป็นตัวถ่วงของพวกท่าน รอให้ข้าคลอดเด็กคนนี้ออกมาก่อนแล้วข้าจะกลับไป” นางกล่าวพลางลูบท้องของตัวเองเบาๆ กล้ามองเมียของตัวเองด้วยดวงตาแสนเศร้าก่อนที่จะโอบกอดร่างของนางไว้

“เจ้ายังมิเลิกคิดเรื่องนี้อีกรึแม่เฟื่องฟ้าของพี่ เจ้ามิได้ผิดเสียหน่อย พี่เองต่างหากที่ผิด...” กล้าพูดพลางลูบหัวของเฟื่องฟ้าอย่างอ่อนโยน

“พี่อย่าพูดเช่นนี้สิ อย่าโทษตัวเอง” นางบอกพลางลูบหัวของกล้ากลับก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นๆที่ไหล่ของนางเบาๆ

“กลับบ้านกันเถิดพี่ ป่านนี้ยายแกคงรอพวกเราแย่แล้ว” เฟื่องฟ้าบอกพลางลูบใบหน้าของกล้าเบาๆ

“นั่นสินะ ป่านนี้คงจะหิวแย่แล้ว” กล้าบอกพลางยิ้มออกมาก่อนที่จะจับมือของเฟื่องฟ้าแล้วพากันเดินเข้าไปในป่า พวกเขาเดินลึกเข้าไปจนไปถึงกระท่อมหลังเล็กแห่งหนึ่งที่มีหญิงชราตาบอดนางหนึ่งกำลังนั่งลูบนกตัวหนึ่งอยู่

“ยายจ๊ะ พวกข้ากลับมาแล้วจ้ะ” เฟื่องฟ้าบอกพลางเดินเข้าไปหาร่างของหญิงชรา

“กลับมาแล้วรึนังหนู ข้าทำกับข้าวไว้ให้เอ็งสองคนแล้วนะอยู่ด้านใน ไปกินกันได้เลยนะ” ยายบอกพลางยิ้ม เฟื่องฟ้ามองยายก่อนที่จะลงไปนั่งตรงหน้าของยายพลางจับแขนของนาง

“มิเห็นต้องทำเลยจ้ะยาย ข้าว่าจะกลับมาทำให้อยู่แล้วเชียว” นางบอก ยายยิ้มหวานออกมาพลางพูดขึ้น

“ข้าทำเองดีกว่า พวกเจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปๆกินข้าวเสีย เดี๋ยวเย็นเสียหมด” ยายบอกพลางลูบนกของนางไปด้วย เฟื่องฟ้ายิ้มก่อนที่จะเดินไปจับมือของกล้าพากันเข้าไปในกระท่อมเพื่อกินข้าว

“...ข้าขอโทษจริงๆนะนังหนู ที่เวลานั้นของลูกเจ้ามันจะมาถึงแล้ว....” นางกล่าวพลางทำใบหน้าเศร้าก่อนที่จะมองมาที่นกของนางที่กำลังลูบขนของมันอยู่

“...เรื่องนี้มันเป็นชะตาที่ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว....”

.

.

“นี่เจ้าแต่งชุดอะไรของเจ้า?” แฟงถามพลางเลิกคิ้วมองรามที่แต่งตัวเรียบร้อยเหมือนกับจะไปเที่ยวที่ไหนสักที่

“ก็แต่งมาเรียนมวยจากเจ้าอย่างไรเล่าพ่อแฟง มิได้รึ?” รามถามพลางมองเสื้อผ้าของตัวเอง

“มันก็ต้องไม่ได้อยู่แล้วสิ ต่อยมวยนะไม่ได้พาไปเที่ยวโรงชำเราว์ ไปเปลี่ยน!” แฟงบอกพลางยืดกอดอก รามเดินคอตกไปเปลี่ยนชุด

“คนบ้าอะไรใส่ชุดเต็มยศแบบนั้นมาเรียนมวย นี่เคยเรียนมวยมาตอนเด็กจริงรึ?” แฟงบ่นพลางถกผ้าถุงของตัวเองแล้วนั่งลงกับพื้นรออีกคนเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จจะได้สอนท่ามวยไทยให้กับเขา โดยที่แฟงไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าท่าทางที่เขาทำเหมือนอย่างเคยตามสัญชาตญาณของผู้ชายนั้นมันไปเตะสายตาของใครคนหนึ่งเข้า และเขาไม่ใช่ใครที่ไหนไกลเลย

“เหตุใดแม่เฟื่องฟ้าจึงได้มีท่าทางเยี่ยงบุรุษก็มิปานเยี่ยงนั้นเล่า?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น