[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 5 : Chapter 5 : Indoor Crowd

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 5 : Indoor Crowd

By Alette


          “อึนอู”


          “ฉันยกเลิกไม่ได้ ขอโทษนะ”


          “อึนอู”


          “พวกนั้นมาทุกวันอาทิตย์เลย เหมือนเป็นประเพณีอะไรซักอย่างแล้วอ่ะ”


          “อึนอู”


          “ถ้าฉันแคนเซิลไปมันจะดูน่าสงสัยนะ ทั้งอาทิตย์นี้ฉันทำตัวน่าสงสัยมามากพอแล้ว”


          “อึนอู!!”


          อึนอูถอนหายใจ “ฉันขอโทษจริงๆนะ ขอโทษจริงๆ แต่ฉันแคนเซิลไม่ได้”


          บินทำหน้าบึ้ง “งั้นฉันก็ต้องอยู่ในห้องนอนนายทั้งวันเลยใช่มั้ย?”


          “ไม่ทั้งวันหรอก พวกนั้นจะมากินข้าวเที่ยงที่นี้แล้วอยู่ต่อถึงบ่าย กินข้าวเย็น หลังจากนั้นถึงจะกลับ”


          “งั้นฉันก็ไม่ได้กินข้าวเย็นกับนายด้วยสิ” บินทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหัวเสีย


          เจ้าของห้องเดินมานั่งลงข้างๆ เขา “แต่เดี๋ยวฉันจะแอบเอาของกินเข้าไปให้นะ”


          “ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมฉันถึงนั่งเล่นกับพวกเพื่อนๆนายไม่ได้อ่ะ ในฐานะมูนไง” บินพูดขึ้นมาทั้งที่ยังหน้าบึ้งอยู่


          “เพราะว่ามันข่วนมยองจุนฮยองไง มันเป็นแมวนิสัยไม่ดี ฉันเลยไม่ให้มันอยู่ใกล้ใคร”


          “หรือ นายฝึกมันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มูนเป็นเด็กดีแล้วไง” บินเสนอแนะวิธีของเขา “เป็นแมวที่ดีที่สุดและน่ารักที่สุดในโลกเลย”


          “จากนั้นพวกนั้นก็อยากจะเล่นกับมูนตลอดเวลา อยากให้เป็นแบบนั้นหรอ?” 


          “ไม่อ่ะ” บินถอนหายใจ “โอเค แล้วฉันต้องรอนานแค่ไหนอ่ะ”


          “ก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงหรอก เดี๋ยวฉันจะช่วยพูดให้พวกนั้นกลับไปเร็วกว่าปกติ ขอบคุณที่เข้าใจนะ”


          เขายิ้มให้กับบินที่ตอนนี้กำลังทำหน้าบึ้งอยู่ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาบินหันกลับมามองหน้าอึนอูแล้วหัวเราะ “ก็นี่มันอพาร์ตเมนต์ของนายนี่นา ฉันจะบ่นได้ยังไงเล่า อีกอย่างเรากินข้าวด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว ไม่กินด้วยกันแค่วันอาทิตย์วันเดียวจะเป็นไรไป” 


          “ขอบคุณนะ” อึนอูโอบไหล่บินแล้วบีบเบาๆ “งั้นลุกกัน อย่างน้อยวันนี้เราก็ยังกินข้าวเช้าด้วยกันได้นะ”






                    “นายอยู่ได้ใช่มั้ย?”


          บินมองเขามาจากหัวเตียง พร้อมกับกองนิยายเล่มโปรดของอึนอูรอบๆตัวเขา “ฉันอยู่ได้น่า ไปดูแลแขกของนายเถอะ” บินพูดพร้อมกับยิ้ม


          อึนอูพยักหน้าแล้วหันหลังเดินออกจากห้องนอนไป ในห้องนั่งเล่นนั้น มีมินฮยอกและซานฮาที่กำลังนั่งอย่างสบายราวกับอยู่บ้านตัวเอง ในขณะที่มยองจุนอยู่ในห้องครัวกำลังเปิดฝาหม้อดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น


          “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายทำข้าวเที่ยงเสร็จก่อนพวกเราจะมาถึง” 


          “จริง พวกเรากะว่าจะมาช่วยทำซะหน่อย” มินฮยอกพูดขึ้นจากโซฟาเขากำลังแผ่ตัวนอนอยู่


          “ก็แค่อยากทำให้เสร็จก่อนเฉยๆอ่ะ” อึนอูตอบ เหตุผลที่เขาทำแบบนี้เพราะบินจะต้องกินให้เสร็จก่อนที่พวกเพื่อนๆ ของเขาจะมาถึง


          “แล้วจินอูฮยองอยู่ไหน?”


          “ฉันสั่งให้เขาออกไปซื้อขนมอ่ะ” มยองจุนตอบ


          ซานฮายกหัวขึ้นจากแขนเก้าอี้โซฟาแล้วพูดขึ้น “ทำไมพี่ส่งจินฮยองไปซื้อตลอดเลยอ่ะ? พี่ก็รู้ว่าเขาทำอะไรโคตรช้าเลย พี่ควรส่งมินฮยอกฮยองไปมากกว่า” คำพูดนั่นเองทำให้ซานฮาโดนหน้าแข้งของมินฮยอกฟาดไปหนึ่งที


          “ไม่เป็นไรหรอก จินอูไม่เห็นว่าอะไรซักหน่อย” ประโยคที่มยองจุนกำลังจะพูดต่อถูกขัดด้วยเสียงประตูห้องที่เปิดขึ้น จินอูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับขนมเต็มมือทั้งสองข้างก่อนจะใช้เท้าถีบไปทางด้านหลังเพื่อปิดประตู จากนั้นเดินเข้ามาแล้ววางถุงทั้งหมดลงบนโต๊ะ มินฮยอกกับซานฮาลุกขึ้นในทันที


          “ไม่ครับบ ไม่มีการกินขนมก่อนกินข้าวเที่ยงน้า” อึนอูทำเสียงชู่ไล่เจ้าลิงสองตัวให้กลับไปนั่ง “และผมก็หมายถึงพี่ด้วยครับมยองจุนฮยอง”


          มยองจุนบ่นพึมพำแต่ก็ยอมออกไป จากนั้นพยายามเขย่งตัวให้สูงเพื่อล็อคคอซานฮาโทษฐานที่แนะนำทางที่ผิดให้ตัวเอง อึนอูหัวเราะกับภาพตรงหน้าก่อนหันกลับมาหาจินอู ผู้ที่เป็นผู้ใหญ่อีกเพียงคนเดียวในอพาร์ตเมนต์ห้องนี้


          “ขอโทษนะ แต่มยองจุนให้ไปซื้ออ่ะ” จินอูยักไหล่


          “ก็กะไว้แล้วล่ะ แต่เดี๋ยวพวกเขาค่อยกินตอนกินข้าวเสร็จก็ได้” 


          “จริงๆแล้วฉันไม่ได้ไปซื้อขนมให้แค่พวกเด็กๆนะ” จินอูพูดพร้อมกับล้วงมือหาของในถุงจนกระทั่งเจอสิ่งที่ตัวเองต้องการ เขายื่นซองในมือให้กับอึนอู “อะนี่ ของเจ้ามูน”


          เขามองถุงอาหารแมวแพ็คเล็กในมือ แล้วเงยหน้าขึ้นมองจินอู เขายังไม่ลืมหรอว่าอึนอูเลี้ยงแมว แม่งเอ้ย


          “ขอบคุณนะครับ มูนคงชอบน่าดูเลย” อึนอูตอบไป บินจะกินมั้ยนะหรือว่าเขาจะด่าไออาหารแมวนี่


          “คืออะไรหรอ?” ซานฮาผู้ที่โผล่ออกมาจากไหนไม่รู้พูดขึ้น อึนอูคงจะตกใจอยู่หรอก แต่เขาชินไปแล้วกับการกระทำแบบนี้ของน้องน้อยประจำกลุ่ม “ปลาหรอ?”


          “ของแมวจรจัดของอึนอูฮยองไง” มินฮยอกที่กำลังพิงที่พักแขนของโซฟาพูดขึ้น


          “นายหมายถึงไอแมวนรกนั่นหรอ?” มยองจุนลุกขึ้น


          “ใช่ ไอแมวนรกนั่นแหละ แล้วมันอยู่ไหนแล้วล่ะ?” จินอูถาม


          “ผมแยกเอามันไปอยู่อีกห้องหนึ่งฮะ จนกว่าจะฝึกให้มันเป็นเด็กดีได้”


          มินฮยอกได้แค่ทำยักไหล่ผิดกับซานฮาที่หน้าตาผิดหวังอย่างชัดเจน เจ้าของปากเบะใบหน้ากลมๆ พูดขึ้น “ฮยองคิดว่ามันจะหยุดข่วนคนตอนไหนง่ะครับบ?”


          “อย่ากังวลไปเลยนะ คงอีกไม่นานหรอก ไปกันเถอะ ข้าวเที่ยงเสร็จละ”


          อึนอูดีใจที่คำพูดนั้นทำให้ซานฮาเลิกสนใจแมวของเขาไป ยิ่งเลี่ยงหัวข้อบทสนทนาให้ห่างจากบินมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้พวกเขาทั้งสองคนปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


          บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นเหมือนเดิมเหมือนที่เคยเป็นมา ทุกคนพูดคุยกันและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ผิดกับอึนอูที่ลอบมองจินอูอย่างระมัดระวัง เขาแค่กำลังรอเวลาว่าตอนไหนที่จินอูมองเขาด้วยสายตาลับลมคมในหรืออาจจะขยิบตาใส่ แต่ปรากฏว่าไม่มีเลยสักครั้ง จินอูตัดสินใจแล้วว่าจะปิดปากเงียบสนิทและรักษาความลับตามที่สัญญากับอึนอูไว้ เขาน่ะเป็นเจ้าพ่อแห่งการเก็บความลับเลยล่ะ อึนอูก็ไม่ได้คิดว่าจินอูจะไม่รักษาสัญญาของเขา แต่เขาคิดว่าจินอูคงจะมองเขาด้วยสายตาแปลกๆหรือแกล้งเขาบ้าง อึนอูดีใจที่เขารอดจากสายตานั้นมาได้


          หลังทานมื้อเที่ยงเสร็จ อึนอูแต่งตั้งให้เจ้ามักเน่ของกลุ่มสองคนล้างจาน ในขณะเดียวกันจินอูและมยองจุนก็กำลังทะเลาะกันว่าควรเล่นวิดีโอเกมส์อันไหน นี่เป็นโอกาสที่ดีที่อึนอูจะได้เข้าไปเช็คความเป็นอยู่ของบิน


          อึนอูเปิดประตูห้องช้าๆ เพื่อที่บินจะได้ไม่ตกใจ จากนั้นเดินเข้าไป แต่ห้องกลับว่างเปล่า อึนอูตื่นตระหนกมาก ในหัวจินตนาการว่าบินคงเหนื่อยที่จะนั่งในห้องนี้แล้ว แต่ความคิดนี้ก็หายไปเมื่อเขาได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ “โอ้ นายนี่เอง” บินโผล่หัวออกมาจากตู้เสื้อผ้า


          อึนอูถอนหายใจออกมา เขาไม่รู้เลยว่าเขากลั้นหายใจตั้งแต่เมื่อไหร่ หลังจากที่ตกใจอึนอูจึงยิ้มออกมา “ใช่ฉันเอง นายโอเคมั้ย?”


          “ฉันบอกนายแล้วไงอึนอู ฉันอยู่ได้” เขาส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมาก่อนจะพูดต่อ “นายกังวลเกินไปแล้ว ก็แค่วันนี้วันเดียวเอง” 


          “แต่ฉันก็ยังรู้สึกไม่ดีนี่นา นายไม่ต้องติดอยู่ในกระเป๋านั่นมาสองวัน แต่ก็ต้องมาติดแหงกอยู่ในห้องนี้อีกตั้งวันนึงอีก”


          “ไม่เป็นไร” บินยิ้ม “ตอนนี้ออกไปก่อนเร็ว เดี๋ยวเพื่อนนายสงสัยนะว่านายอยู่ที่ไหน” 


          อึนอูออกจากห้องแต่ยังไม่สบายใจเท่าไหร่ บินไม่บ่นแถมเข้าใจเขาทุกอย่างเลย เขาเป็นคนดีจริงๆ หรือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ทำให้มันเป็นแบบนี้นะ?


          อึนอูสลัดความคิดนี้ทิ้งเมื่อเขานั่งลงบนโซฟา คนแก่ประจำกลุ่มสองคน มยองจุนและจินอูนั่งอยู่บนพื้นกำลังเริ่มเล่นเกมตาแรก ส่วนมินฮยอกและซานฮานั่งดูพวกเขาเล่นอยู่บนโซฟา


          เกมนี้เป็นเกมรีเมคของเกมต่อสู้ SNEs ที่มินฮยอกพึ่งเจอแล้วอยากเอามาลองเล่นด้วยกัน อึนอูกับมยองจุนเล่นแพ้ตลอดในเกมนี้ ซานฮาทำได้ดีกว่าพี่ๆสองคน แต่ก็แพ้ในตาถัดมา


          ตรงกันข้ามเกมนี้ไม่ได้ยากสำหรับมินฮยอกเลย เขาเข้าใจเกมและเล่นได้ในประมาณสิบวินาที แถมยังสามารถเอาชนะบอสได้ทั้งที่เล่นแค่ตาที่สอง


          “ไม่สนุกเลยอ่ะ” มยองจุนบ่นหลังจากที่ตัวละครที่ตัวเองเล่นในเกมถูกมินฮยอกฆ่าในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที


          แต่แล้วก็ต้องถอนคำพูดเมื่อจินอูกลายเป็นโปรของเกมนี้ด้วย เขาเล่นผ่านเลเวลไปยังอีกเลเวลด้วยคะแนนที่เกือบจะเทียบชั้นได้กับคะแนนของมินฮยอกซึ่งเป็นคะแนนสูงสุด จินอูใช้เวลาอยู่ซักพักกว่าเข้าใจการควบคุมในเกม แต่เมื่อเข้าใจแล้วเขาก็ไม่ท้อถอย เรียกได้ว่าเป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถหาอะไรมาอธิบายได้ 


          และในที่สุดเวลาที่พวกเขารอคอยก็มาถึง


          “Ladies and gentlemen” มยองจุนที่ทำหน้าที่เป็นเอ็มซีพูดขึ้น “เตรียมตัวให้พร้อมกับการต่อสู้แห่งประวัติศาสตร์ระหว่างปาร์ค จินอู และ ปาร์ค มินฮยอก ใครที่จะได้เป็นผู้ชนะและได้ตำแหน่งจ้าวแห่งอีเกมส์โง่ๆ นี่ที่.. ใครเป็นคนเอามาละนะ?”


          “ผม” มินฮยอกตอบทันที จินอูทำได้แค่หัวเราะเบาๆ


          มยองจุนวางมือทั้งสองลงบนไหล่ของจินอูทางด้านหลัง “จินอูฆ่านายแน่ ใช่มั้ยจินอู?”


          จินอูเงยหน้าขึ้นมองมยองจุนแล้วยักไหล่เชิงว่า แน่อยู่แล้ว เขาจะพยายามและชนะมินฮยอกแน่นอน


          “อ่า ถ้าจะมั่นใจขนาดนั้นอ่ะนะ ทำไมเราไม่มาลองพนันกันล่ะ?” มินฮยอกหรี่ตาลง


          “ฉันไม่พนันกับเด็กหรอก” มยองจุนเชิดหน้าใส่


          มินฮยอกเลิกคิ้วขึ้นทั้งสองข้าง “กลัวโดนหาว่าเป็นไออ่อนหรอ?”


          “มินฮยอกฮยอง!!” ซานร้องกรีดร้องเสียงแหลม ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นมากไปหน่อย


          “เอางี้ดีกว่า ถ้าผมชนะ.. พี่จะต้องเอากฎข้อที่ 76 ของร้าน Sunshine ออก” มินฮยอกพูด เหมือนเขาคิดเรื่องนี้มารอบคอบแล้ว


          มยองจุนขมวดคิ้ว “กฎข้อที่ 76 มันคืออะไรแล้ววะ?”


          “ห้ามเต้นเพลงของ BigBang ในคาเฟ่ ถ้าผมชนะ พี่ต้องเอากฎข้อนี้ออก”


          “อ่าาใช่ พี่ตั้งกฎนี้ขึ้นหลังจากมินฮยอกทำเครื่องชงกาแฟพังใช่ป้ะ?” อึนอูพูดขึ้น


          “ใช่ ตอนนั้นเขายังไม่เคยทำงานที่ Sunshine มาก่อน กฎนี้ตั้งขึ้นเพราะพี่มีเหตุผลนะมินฮยอก”


          “ผมจะห้ามตัวเองไม่ให้เต้นเวลาเพลง Fantastic Baby ขึ้นมาได้ยังไง เอาเป็นว่าพี่โอเคมั้ย?”


          “โอ้ ก็ได้ ถ้านายชนะ ฉันจะเอากฎข้อที่ 76 ของร้าน Sunshine ออก แต่ถ้าฉันชนะ—“


          “ถ้าฉันชนะต่างหาก” จินอูพูดแล้วจากนั้นเมินไป


          “— นั้นแหละ นายต้องบอกกับทีมเต้นของนายว่า ฉันน่ะ เต้นเก่ง” 


          มินฮยอกเบิกตากว้าง “ฮยอง ไม่ได้น่า ไม่งั้นคนอื่นก็ว่ามาตรฐานการเต้นของผมต่ำดิ”


          “โห โคตรใจร้ายเลยย” มยองจุนพูดแดกดัน “แต่ฉันก็ไม่ได้เต้นแย่เท่าอึนอูนะ”


          อึนอูกลอกตา แต่เขาก็ยอมรับ การเต้นเป็นประสบการณ์หนึ่งที่เขาไม่สนใจจะกลับไปทำมันอีกเลยซักครั้ง


          “งั้นนายเป็นไอไก่อ่อนอ้ะป่าวว?? ปั๊ค ปั๊ค มินฮยอกกกก” มยองจุนเชิดหน้าขึ้น เขาน่ะราชาแห่งการทำเสียงไก่เลยและเขาก็รู้ว่าควรใช้เสียงนี้ตอนไหน


          “ฮยองอย่าทำแบบนั้นได้มั้ย? อย่าลืมสิว่ามันคือนามสกุลผมเหมือนกัน” จินอูพูดแล้วเมินอีกครั้ง


          “ผมไม่ได้เป็นไก่อ่อนนะ โอเคผมยอมรับคำท้า” มินฮยอกเชิดหน้าใส่กลับ


          มยองจุนปรบมือ “งั้นเริ่มเล่นได้”


          พวกเขาเริ่มเล่นเกม สามสิบวินาทีต่อมาเริ่มกำเนิดการแบ่งทีมขึ้น โดยซานฮาอยู่ฝั่งของมินฮยอก มยองจุนส่งเสียงเชียร์จินอูเสียงดังรวมถึงช่วยคอยโค้ชให้ทุกการเคลื่อนไหว ถึงแม้ว่าเสียงพวกนั้นดูจะเป็นการขัดขวางการเล่นมากกว่าการช่วยก็เถอะ อึนอูที่เป็นกลางในตอนแรก ตอนนี้เขาแอบหวังให้ฝั่งของมยองจุนชนะ พวกเขาไม่มีเงินจะซื้อเครื่องชงกาแฟอีกครั้งแล้วนะ


          เป็นการแข่งขันที่สูสีแต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ได้ผู้ชนะ


          “โถ มยองจุนฮยอง กฎข้อที่ 76 หายไปแล้ว!!” มินฮยอกกระโดดไปมาชี้เชิงเยาะเย้ยไปทางฝั่งของคู่แข่งตัวเอง ซานฮาดีใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนนี้ เขาวิ่งไปรอบๆห้อง กระโดดขึ้นลงไปมาพร้อมกับส่งเสียงเชียร์


          มยองจุนส่งเสียงคราง นอนกางแขนกางขา “โถ่เอ้ย” เขาบ่นพึมพำเอามือทั้งสองข้างก่ายขึ้นมาปิดหน้า


          “และนี่คือเหตุผลที่ผมถูกเรียกว่า ‘หินที่เชื่อถือได้’” มินฮยอกพูดแล้วยิ้มปากฉีกถึงหูด้วยความพึงพอใจมาก 


          “ฉันไม่เห็นจะมีใครเรียกนายแบบนั้นเลย” มยองจุนลุกขึ้นนั่งจากที่นอนบนพื้น แล้วฟาดไปที่แขนของจินอูอย่างแรง “ทำไมนายเอาชนะไอเด็กนั่นไม่ได้อ่ะ นายทำให้ร้านฉันมีค่าเป็นแสนวอน แล้วนายก็ทำลายมันหมดเลย”


          “ขอโทษนะฮยอง” มยองจุนฟาดจินอูอีกครั้งแต่ไม่ได้แรงเท่าครั้งก่อน เขาทำหน้าบึ้งแล้วมองไปมินฮยอกกับซานฮาที่ตอนนี้กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยกันอยู่


          อึนอูตัดสินใจว่าควรถึงเวลาพักกินขนมที่ซื้อมา เขาลุกขึ้นเดินไปที่ห้องครัวแล้วหยิบบรรดาถุงที่จินอูซื้อมา


          “โอ้ แม่ง โทรศัพท์แบตหมด” เขาได้ยินเสียงมินฮยอกมาจากห้องนั่งเล่น “อึนอูฮยอง ที่ชาร์จแบตพี่อยู่ไหนอ่ะ?”


          “ในห้องนอน” อึนอูตอบไปโดยไม่ทันได้คิด


          เวลาผ่านไปสามวินาทีจนอึนอูพึ่งนึกได้ว่าเขาทำอะไรลงไป “ไม่ๆ มินฮยอก เดี๋ยวพี่เอาให้” อึนอูตะโกนแล้วรีบหันหลังกลับไป แต่เหมือนจะสายไป เพราะมินฮยอกได้เปิดประตูห้องนอนของเขาเข้าไปซะแล้ว เขาต้องเห็นบิน—


          “โห ฮยอง แมวของพี่ตัวเล็กกว่าที่ผมคิดไว้อีกอ่ะ”


          อึนอูแทบจะใจสลายเมื่อเห็นเจ้าแมวขนสีดำขาววิ่งผ่านหว่างขาของมินฮยอกออกมาจากห้องนอนของเขา มันวิ่งตรงมาหาอึนอูที่ได้ทิ้งถุงทุกใบร่วงลงพื้นหมดแล้ว


          “เก่งมาก” อึนอูพูดเบาๆ พร้อมกับอุ้มมันขึ้นมา แมวน้อยหันหน้าไปหาอึนอูแล้วเอาอุ้งเท้าเล็กแตะไปที่แก้มของเขา อึนอูไม่รู้ว่านั่นหมายถึงอะไรแต่เขาชอบนะ บินดูเหมือนจะพึงพอใจ


          “แสดงว่านี่คือมูนสินะ น่ารักนะเนี่ย” จินอูพูดพร้อมกับลุกขึ้น


          “ไอแมวนั่นส่งมาจากโลกปีศาจ มันพยายามจะลอกหนังฉันออกเป็นกล้วยเลย” มยองจุนประกาศศึกกับเจ้าแมวชัดเจน


          “ดูเหมือนตอนนี้เขาโอเคแล้วนะ” ซานฮาพูด


          ใช่แล้ว บินนอนสบายในอ้อมแขนของอึนอู ทั้งสงบและสบายใจ


          “มันก็ชอบแต่อึนอูนั่นแหละ” มยองจุนบ่น “จริงจังเลยนะอึนอู นายควรฝึกไอแมวนี้ ตอนนี้มันควรเป็นเด็กดีได้แล้วอ่ะ”


          อึนอูกับบินมองหน้ากัน เขากำลังจะพูดออกไปเขาก็กำลังฝึกอยู่ แต่อยู่ดีๆ บินก็กระโดดออกจากอ้อมแขนของอึนอู แล้วเดินย่ำช้าๆไปหามินฮยอก เจ้าแมวเอาหน้าคลอเคลียที่ข้อศอกของเขา ตอนมินฮยอกอุ้มมันขึ้นมา มันก็ไม่ได้ดิ้นสู้ด้วย


          “มันก็ดูโอเคแล้วนะ” มินฮยอกเกาที่หลังหูของมัน “ฮยองลูบมันแบบนี้ใช่มั้ย?” 


          “ใช่” อึนอูตอบด้วยเสียงแผ่วเบา นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาหวังซักเท่าไหร่


          ซานฮายื่นมือเข้าไปหาบินด้วยความระมัดระวัง แต่เมื่อบินเอาหัวถูไถปลายนิ้วของซานฮา เจ้ามักเน่ก็ลืมความกลัวไปทั้งสิ้นแล้วเข้าไปร่วมวงเล่นกับเจ้าแมวกับมินฮยอก


          “ดูเหมือนจะเชื่องแล้วนะ” จินอูยิ้มหันไปทางมยองจุน


          “ผมว่ามันเกลียดแค่มยองจุนฮยองนั่นแหละ” มินฮยอกพูดพลางยกแมวไปวางบนตักซานฮา เขาจะต้องเอาโทรศัพท์ไปชาร์จก่อน


          “ไม่มีใครเกลียดฉันซักหน่อย ไม่มีใครซักคนบนโลกนี้เกลียดฉัน” มยองจุนพิสูจน์ด้วยการเดินไปหาบิน บินตอบรับการลูบของเขาด้วยเสียงร้องเมี๊ยว


          “ว้าว แมวนายทำสำเร็จแล้ว ดูเหมือนว่านายจะฝึกเขาดีนะอึนอู” จินอูพูด อึนอูตอบรับด้วยการแค่พยักหน้า เขารู้สึกไม่ค่อยให้มันเป็นแบบนี้เท่าไหร่แฮะ


          “ชา อึนอูคนโง่ นายจะเอาแมวแอบในห้องของนายทำไม?” มยองจุนพูดในขณะที่กำลังพยายามอุ้มบินออกมาจากซานฮา “นายรู้มั้ยว่าซานฮารอเล่นกับมันมานานแค่ไหน?”


          “ผม...” อึนอูไม่รู้จะตอบว่าอะไรแต่กลับเดินไปหาซานฮาแล้วแย่งบินกลับมาไว้ในอ้อมแขนของตัวเองแทน “มัน.. มันยังไม่ฉีดยาเลย ฉันแค่ไม่อยากให้พวกนายโดนอะไรแบบนั้นอ่ะ”


          “แล้วนายทำอะไรเมื่อวานอ่ะ? ฉันให้นายมาเที่ยวบ้านฉันแต่นายกลับบอกว่ายุ่งอยู่”


          “ก็..” อึนอูก็ไม่รู้ว่าตอบว่าอะไรเหมือนกัน บินดิ้นจากอ้อมแขนอึนอู เขาวิ่งไปนั่งบนตักของมินฮยอกก่อนอึนอูจะจับได้ มินฮยอกลูบหัวเขาเบาๆ เขาเริ่มสนใจแมวขึ้นมานิดหน่อย ปกติมินฮยอกจะชอบเล่นกับสุนัขมากกว่า


          จินอูหัวเราะขึ้น “สงสัยมันจะไม่ได้ชอบแค่อึนอูคนเดียวแล้วล่ะ”


          “โอเค พอแล้วๆ” อึนอูเดินไปและคว้าบินกลับมา ทุกอย่างนี่น่ารำคาญไปหมดเลย


          “โถ่ ฮยอง ให้เขาอยู่นี่เถอะน้าา” ซานฮาครวญคราง “เขาจะไม่ข่วนมยองจุนฮยองอีกแล้ว”


          อึนอูมองลงไปที่บินที่กำลังมองขึ้นมาที่เขาเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่อึนอูจินตนาการอยู่หรือเปล่า? ทำไมเขารู้สึกเหมือนเห็นความสบายใจออกมาจากหน้าแมวๆ นั้น


          ซานฮารอคำตอบอย่างมีความหวัง และอึนอูก็กำลังระวังตัวเองจากสายตาของจินอูเช่นกัน มยองจุนมองมาที่เขาแล้วเลิกคิ้วทั้งสองข้างขึ้น


          “โอเค ก็ได้” อึนอูยอมแพ้ แล้วปล่อยบินไปแต่โดยดี 


          บินใช้โอกาสนี้วิ่งถี่ๆ กลับไปหามินฮยอก อึนอูมองไปแต่ไม่ได้พูดอะไร


          หนังที่มยองจุนเลือกเป็นหนังคริสมาสต์ของอเมริกา เขาชอบหนังเป็นประเภทพวกคริสมาสต์มากด้วยเหตุผลบางอย่าง มินฮยอกบ่นอยู่บ้างแต่เนื่องจากเป็นตาของมยองจุนที่จะได้เลือกหนังดู พวกเขาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งดู


          ทั้งห้าคนนั่งอยู่หน้าทีวีเครื่องเล็กๆของอึนอู โดยซานฮานั่งอยู่บนที่วางแขน จินอูนั่งขัดสมาธิบนพื้น ปล่อยให้อึนอู นั่งเบียดบนโซฟากับมยองจุนและมินฮยอก


          บินนั่งอย่างสบายใจอยู่บนตักของมินฮยอก มินฮยอกก็ไม่ขัดอะไรแถมบางครั้งก็ลูบหัวอีกด้วย เขาไม่ได้ทำตัวเป็นปัญหาเลย อึนอูหวังว่าตัวเองจะรู้สึกสบายใจแบบนั้นได้บ้าง เขาพยายามเมินไปแต่ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรรบกวนที่สมองอยู่ตลอดเวลา ทำไมบินถึงดูชอบมินฮยอกเป็นพิเศษ? หรือความจริงเขาเกลียดอึนอูแล้วแต่ทำเป็นชอบอึนอูเพื่อที่จะได้อยู่อพาร์ตเมนต์ต่อ?


          เมื่อผ่านไปประมาณหนึ่งในสามของหนังที่ดู อึนอูก็นึกถึงทางเป็นไปได้อีกหนึ่งทาง ทั้งหมดนี่อาจจะเป็นการแก้แค้นที่พวกเขาทะเลาะกันเมื่อวันศุกร์ เขาทำตัวไม่เป็นมิตรกับจินอูแล้วตอนนี้เขาก็ทำตัวเป็นมิตรเกินไปกับเพื่อนคนอื่นๆของอึนอู แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ อึนอูจะไม่พอใจมากๆ เขาทำหน้าบึ้งใส่เจ้าแมวที่กำลังเหยียดตัวอยู่บนเข่าข้างขวาของมินฮยอก ทำไมถึงทำตัวไม่รู้จักโตขนาดนี้นะ?  


          มินฮยอกลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำในเวลาต่อมา พวกเขาจึงหยุดเล่นหนังก่อน บินปีนออกจากตัวมินฮยอกแล้วเดินตรงไปหามยองจุนในขณะที่อึนอูกำลังนั่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่อีกฝั่งตรงข้ามของโซฟา


          “โอเค ฉันจะไม่ทนแล้ว” มยองจุนอุ้มแมวขึ้น แล้วยกมันไปไว้บนตักของอึนอู “เอาแมวของนายไปแล้วหยุดทำหน้าบูดได้แล้ว” 


          “ผมไม่ได้ทำหน้าบูดซักหน่อย” อึนอูตอบอัตโนมัติ


          “ขอร้องเหอะอึนอู” จินอูหมุนหัวเงยขึ้นหาอึนอู “นายกำลังหึงจนแทบจะเป็นบ้า”


          อึนอูพูดละล่ำละลักพร้อมกับหน้าที่เริ่มร้อนขึ้นมา “ผมไม่รู้ว่าพวกพี่พูดอะไรกันอยู่” เขาพยายามเลี่ยงที่จะมองตาสีเขียวของเจ้าหน้าแมว


          “ทุกคนดูออก ไม่เป็นไรน่า นายอยากให้แมวของนายอ้อนแค่นายคนเดียว ก็ปกติป่าว ฉันว่านะ” มยองจุนพูดพร้อมกับยิ้ม


          “มันก็อาจจะดูแปลกอยู่นะ แต่มันปกติสำหรับพี่นะฮยอง” ซานฮาร่วมบทสนทนา 


          ในเวลานี้มินฮยอกพึ่งออกมาจากห้องน้ำ “เกิดอะไรขึ้นหรอครับ?” เขาถามพลางนั่งลงที่เดิม


          “เรากำลังพูดถึงเรื่องที่อึนอูฮยองเขาหวงแมวตัวเองอยู่อ่ะ” ซานฮาช่วยคลายความสงสัยของมินฮยอก ในขณะที่อึนอูพยายามทำท่าทางห้ามไม่ให้ซานฮาพูดออกมา


          “อ๋อ มีอะไรอีกมั้ย?” มินฮยอกยักไหล่


          อึนอูอยากหายไปตัวจากตรงนั้นเลย บินได้ยินบทสนทนานี้ทั้งหมด เขาจะมองว่าอึนอูเป็นคนยังไงแล้วเนี่ย?


          เมื่อดูเหมือนไม่มีอะไรแล้ว จินอูจึงกดเล่นหนังต่อ บินยังคงนั่งอยู่บนตักของอึนอูจนกระทั่งหนังจบ


          หลังจากนั้นอึนอู มยองจุน และจินอูจึงช่วยกันทำอาหารอยู่ในห้องครัว ซานฮาวิ่งเล่นกับบินรอบๆห้อง ส่วนมินฮยอกทำการถ่ายรูปนั้นไว้ อึนอูรู้สึกว่าบรรยากาศทุกอย่างคงจะดีกว่านี้ถ้าเขาลืมได้ว่าความจริงแล้วเจ้าแมวขนฟูสีดำขาวมันเป็นคน


          จบลงด้วยพวกเขานั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน ทั้งหกคน อึนอูค่อนข้างอยากจะแยกบินออกไปเพื่อที่เขาจะได้กินข้าวเย็น แต่ไม่มีทางเลยที่เขาจะสามารถแยกเจ้าแมวนี่ออกจากเพื่อนๆของเขาได้ เขาจึงทำได้แค่แยกจานเล็กๆให้บินแทะๆเล็มๆ แต่ก็ไม่ลืมจะเก็บอาหารเย็นให้เขากินทีหลังด้วย


          ระหว่างที่พวกเขากำลังเก็บจาน มินฮยอกได้รับสายจากแม่ของเขา การมาเที่ยวบ้านของอึนอูจบสิ้นลงโดยสมบูรณ์ มินฮยอกออกจากอพาร์ตเมนต์คนแรก และจินอูก็ออกไปกับเขาด้วย จินอูอ้างว่าเขามีการบ้านต้องทำแต่ก็ชัดเจนอยู่ว่าที่เขาตามออกไปด้วยก็แค่เพราะต้องการแน่ใจว่ามินฮยอกจะถึงบ้านอย่างปลอดภัย จากนั้นจึงตามด้วยซานฮาและมยองจุน ก่อนออกจากอพาร์ตเมนต์ซานฮาก็ยังไม่วายหันกลับไปเกาหัวให้บินอีกรอบ


          “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจินอูจะแพ้มินฮยอก” มยองจุนพูดพึมพาระหว่างเดินไปยังทางประตู ความจริงแล้วเขาก็บ่นเรื่องนี้ตลอดที่กินข้าวเย็นเหมือนกัน


          “เจอกันที่ทำงานนะครับฮยอง” อึนอูพูดพร้อมยิ้มหวาน


          “บายครับอึนอูฮยอง” ซานพูดแล้วยิ้มอย่างสดใส จากนั้นเขาจึงโบกมือเล็กให้กันบินตอนที่เดินออกจากประตู มยองจุนยิ้มตอบกลับ “เจอกันๆ” ในที่สุดประตูก็ปิดลง


          บรรยากาศในอพาร์ตเมนต์เงียบลงเหมือนกับทุกวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพียงแต่ครั้งนี้อึนอูไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว เขามองไปที่เจ้าขนฟูสีดำขาวที่ตอนนี้กระโดดออกจากโต๊ะกินข้าวแล้ววิ่งตรงไปยังห้องนอนของเขา อีกสองนาทีปรากฎเป็นบินที่กำลังรีดด้านหน้าเสื้อยืดตัวเองให้เรียบเดินออกมา


          “ฉันทำได้ดีใช่มั้ย?” บินยิ้มอย่างภูมิใจ


          อึนอูกอดอก “ถามจริง? นายอยากให้ฉันชมนายตอนนี้อ่ะนะ?”


          “ก็.. ใช่ ทุกคนรักมูน”


          “แต่ฉันว่าที่พวกเราตกลงไว้คือพวกนั้นจะต้อง’ไม่ชอบ’นายไม่ใช่หรอ? ฉันถึงต้องเก็บมูนในห้องนั้นไง”


          “ก็มินฮยอกเจอฉันแล้ว ฉันจะทำไงได้ล่ะ? แถมพวกเพื่อนนายก็พูดถึงเรื่องฝึกนั่นอีก ฉันก็ไม่ได้อยากให้นายดูแย่โดยการกัดข่วนคนนู้นคนนี้ไปทั่วนะ” 


          ทำไมเป็น..คนดีจัง อึนอูหาเหตุผลจะมาเถียงต่อไม่ได้เลย แต่นั่นไม่ใช่อย่างเดียวที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด “แล้วทำไมนายต้องทำตัวติดกับมินฮยอกขนาดนั้นด้วยล่ะ?” เขาถามโดยเลี่ยงไม่มองหน้าบิน


          บินยักไหล่ “ฉันชอบเขานะ เขาไม่เอามือมายุ่มย่ามกับตัวฉันเกินไปด้วยซึ่งดีมากๆเลย” 


          อึนอูพูดตะกุกตะกัก “นายไม่ชอบให้คนมาลูบตัวนายตอนนายเป็นแมวหรอ?”


          “ใช่ พวกคนชอบทำแบบนี้อ่ะ มันน่ารำคาญ” บินหยุดพูดไปแล้วจึงรีบพูดขึ้นต่อ “แต่ฉันโอเคนะถ้าเป็นนายอ่ะ ฉันไม่ว่าอะไร”


          “แน่ใจนะ? ถ้านายไม่ชอบฉันจะได้ไม่ทำไง ฉันไม่น่าเริ่มทำตั้งแต่แรกเลยถ้าฉันรู้ก่อน” 


          “ไม่ ไม่ ฉันโอเค” บินรีบพูดขึ้นมา “ฉันหมายถึงคนอื่นน่ะ นายก็รู้ บางคนพยายามบังคับจะอุ้มแมวขึ้นมาให้ได้ แต่นายไม่ได้ทำแบบนั้นไง ฉันโอเคจริงๆๆนะ” 


          อึนอูพยักหน้า เขาแน่ใจว่าเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เขายังรู้สึกอารมณ์เสียหรือหงุดหงิดอยู่เลย แต่ตอนนี้เขาสบายใจขึ้น สบายใจขึ้นมากๆ เขารู้สึกดีที่บินไม่ถือที่อึนอูลูบหัวเขา


          “แล้วทำไมนายถึงโกรธฉันอ่ะ??”


          “หืมม?”


          “ฉันแค่รู้สึกว่านายอารมณ์เสียที่ฉันนั่งกับมินฮยอก เมื่อกี้ตอนที่นายถามเหมือนกัน นายอารมณ์เสียเรื่องนี้ใช่มั้ย?”


          “อ่าา..” อึนอูปฏิเสธไม่ได้ เพราะเขาก็อารมณ์เสียจริงๆ แต่เขาก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น


          “ทำไมหรอ?” หน้าของบินแสดงออกเหมือนเขากำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง


          “เพราะว่า..” อึนอูหยุดไปครู่หนึ่ง เขาพยายามรวบรวมความคิด จากนั้นจึงพูดต่อ “เพราะพวกเขาไม่รู้ว่านายเป็นคนไง มันดูเหมือนหลอกลวงอ่ะ พวกเขากำลังคิดว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับแมวทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่”


          “โอ้” สีหน้าบินดูผิดหวังกับคำตอบ “แค่นั้น?”


          “แค่นั้นแหละ” จริงแล้วมันไม่ใช่แค่นั้น แต่อึนอูก็ไม่มีคำตอบอื่นแล้วให้บินเหมือนกัน เขาก็เลยตัดสินใจจบมันไว้แค่นี้ เขากลืนน้ำลายแล้วพูดต่อ “ฉันเอาข้าวเย็นนี้ใส่ในตู้เย็นไว้ดีมั้ย?”


          “ไม่มีทาง” บินสดใสขึ้นในทันที เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารแล้วเริ่มกินข้าวที่อึนอูแอบเก็บไว้ให้ อึนอูนั่งลงข้างๆเขา บางอย่างยังคงสะกิดใจเขาอยู่ เขาตัดสินใจเรียบเรียงแล้วถามออกไปอย่างระมัดระวัง “เอ่อ.. บิน ตอนที่นายบอกว่านายชอบมินฮยอก..”


          “โอ้ ใช่ ฉันชอบตรงที่เขาหลอกพวกนายได้หมดเลยอ่ะ โคตรเจ๋ง”


          “เดี๋ยว อะไรนะ?? หลอกหรอ?” 


          “โถ่ นึกดีๆสิ” บินยิ้มกว้าง “ฉันนั่งดูพวกนายเล่นเกมนั่นตลอดนะ อย่าบอกนะว่านายคิดจริงๆว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาเล่นเกมนี้อ่ะ”


          “ไม่จริงอ่ะ แต่อันนี้มันเป็นเกมใหม่ที่.. มินฮยอกเอามา..” อึนอูพยายามปะติดปะต่อเรื่องต่างๆเข้าด้วยกัน เมื่อนึกได้อึนอูถึงกับอ้าปากค้าง “มันหลอกพวกเราจริงด้วย!!”


          บินกำลังหัวเราะชอบใจ แต่อึนอูกำลังอึ้งมากไปจนไม่สามารถรวบรวมสติได้ “โอเค พอเลย ฉันต้องโทรหามยองจุนฮยอง”


          “อะไรอ่ะ ตอนนี้เลยหรอ?” บินพูดพลางพิงพนักเก้าอี้


          อึนอูมองหน้าบินอยู่พักหนึ่ง บินดูทั้งใจเย็นและดูมั่นใจเหลือเกินตอนที่มองขึ้นไปหาเขา และรอยยิ้มนั้นทำให้อารมณ์อึนอูแทบจะปะทุออกมา อึนอูรู้สึกโกรธโมโหและอารมณ์เสียอยู่ครู่หนึ่งแต่หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกมีความสุขและเบาใจขึ้นมาซะอย่างนั้น นี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา นี่มันต้องอันตรายแน่ๆ


          ในที่สุดอึนอูจึงนั่งกลับลงไปแล้วยิ้มกลับให้เขา “โอเค ไว้โทรทีหลังก็ได้”



—————————————

ดูเหมือนตอนนี้จะพบคนขี้หึงเพิ่มอีก 1 อัตรนะคะอิอิ

เราชอบเวลาเจ้าแสบออกมาครบ 6 คนมากเลย วุ่นวายสุดๆ555555

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #17 BemyOng (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 14:44
    กรี๊ดดด หึงกันน่ารักมากอะ5555
    #17
    0
  2. #5 Immee Immee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 17:51
    ว้าาาาาาาา มีคนหึงแมวววววว /รอตอนต่อไปนะคะ ;///;
    #5
    0