[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 6 : Chapter 6 : Cinnamon Revelation

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 6 : Cinnamon Revelation

By Alette


          เป็นปกติที่จินอูจะมาถึงเป็นคนสุดท้ายไม่ว่าจะนัดไหนๆก็ตาม มยองจุนทำหน้าบูดบึ้งน่ารักๆเมื่อเห็นจินอูเดินเข้ามาในร้าน Sunshine แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา จินอูยิ้มเชิงขอโทษแล้วจึงนั่งลงบนเก้าอี้ว่างที่เหลือ 


          “เฮ้ ฉันอยู่นี่แล้ว มีอะไรหรอ?”


          “นายควรรีบกว่านี้นะ พวกเรารออยู่” มยองจุนพูดขึ้น วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อเสวทเตอร์สีชมพูแสดสดใสกับกางเกงยีนส์เดฟ ผมหน้าม้าสีทองยาวปรกลงมาบนใบหน้า จินอูรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเขาอยู่ในชุดเสื้อฮู้ดสีดำกับกางเกงยีนส์ขาดๆ


          “พี่เลทตลอดเลยอ่ะ ทำไมช้าแบบนี้เนี่ย?” ซานฮาพูดเชิงบ่น


          “อายุเยอะแล้วไง” มินฮยอกยิ้มล้อเลียนกับจินอูที่ส่งสายตาอาฆาตมาหา


          “รู้จักเคารพผู้ใหญ่บ้างครับเด็กน้อย” จินอูพูดพร้อมกับผลักมินฮยอก ทำให้มินฮยอกต้องทำหน้าทำตาใส่อย่างอดไม่ได้


          “วันนี้วันหยุดของผมนะ ผมควรได้อยู่กับเพื่อนของฉัน ไม่ใช่อยู่กับไดโนเสาร์” 


          ซานฮาหัวเราะแล้วหันไปพูดกับมินฮยอก “แต่พี่ก็เหมือนไดโนเสาร์อยู่นะ”


          คราวนี้เป็นตาของมินฮยอกผลักซานฮา “รู้จักเคารพผู้ใหญ่บ้างครับ” ซึ่งคำพูดนี้ทำให้ซานฮาหัวเราะหนักยิ่งกว่าเดิม


          “โอเค พอแล้วๆ” มยองจุนพูดขึ้นเสียงดังเพื่อจบบทสนทนาที่มีอยู่บนโต๊ะตอนนี้ “ฉันเรียกพวกนายมาเพราะมีเรื่องสำคัญจะบอก”


          ตอนนี้จินอูมองไปรอบๆโต๊ะแล้วสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งหายไป หรือบางคนหายไป “อึนอูอยู่ไหนอ่ะ?”


          “นั่นแหละคือเรื่องสำคัญ” มยองจุนยิ้มด้วยความตื่นเต้น เขามองไปยังรอบโต๊ะเพื่อดูรีแอคชั่นของแต่ละคนซึ่งเห็นมินฮยอกหาวใส่ มยองจุนเตะเข้าที่หน้าแข้งของเขา แล้วประกาศออกมาอย่างยิ่งใหญ่ “อึนอูกำลังชอบใครบางคนอยู่”


          อยู่ดีๆ บรรยากาศก็เงียบลง ซานฮาจึงพูดขึ้น “อึนอูฮยองก็ชอบใครตั้งหลายคนป่ะ ไม่เห็นจะแปลก”


          มยองจุนกลอกตา “ไม่ใช่แบบนั้นไอโง่ แบบชอบอ่ะ ชอบ”


          “พี่หมายถึง..ชอบแบบ?” ซานฮาโน้มตัวไปข้างหน้า อยู่ดีๆตาของเขาก็เบิกกว้าง


          คนส่วนใหญ่บนโต๊ะกลอกตาอีกครั้ง มีแต่มยองจุนที่พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “ใช่ ชอบแบบชอบอ่ะ”


          “ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมทิ้งมาร์คกับชานเพื่อมาฟังเรื่องนี้” มินฮยอกบ่นพึมพำ “พี่บอกว่ามันสำคัญ พี่แทบจะขีดเส้นใต้ไว้ที่ข้อความทุกคำเพื่อนี่อ่ะนะ”


          “ก็มันสำคัญจริงๆอ่ะ หนึ่งในเพื่อนของพวกเรากำลังชอบใครบางคนอยู่ และนี่คือหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องหาว่าเขาคือใคร”


          จินอูนั่งเงียบๆ พยาพยามปั้นหน้าอยากรู้อยากเห็นไปตามน้ำ แน่นอน เขารู้อยู่แล้วว่าบุคคลปริศนาคนนั้นคือใคร มันเป็นไปไม่ได้ที่จะดูไม่ออก ทั้งเห็นเขาเดินในมหาวิทยาลัยกับอึนอูสองคนแล้วอึนอูยังจะเขินหน้าแดงแบบนั้นอีก ปริศนานี้เหลือแค่มยองจุนจะรู้ได้ยังไงแค่นั้นเอง เขามั่นใจว่าอึนอูจะไม่บอกและจินอูจะไม่พูดถึงมันอย่างแน่นอน


          “แล้วฮยองรู้ได้ยังไงครับ?” ซานฮาถามสิ่งเดียวกันกับที่จินอูอยากรู้ “อึนอูฮยองบอกหรอ?”


          “ไม่บอกแน่ๆ อึนอูฮยองไม่บอกหรอก มยองจุนฮยองคงแค่สงสัยเฉยๆ” มินฮยอกพูดขึ้น


          “ฉันไม่ได้แค่สงสัย แต่ฉันมีทฤษฎีวิทยาศาสตร์มารองรับนะโว้ย” มยองจุนพูดอย่างมั่นใจ “และจินอูเป็นคนสอนฉันเอง ถ้าผิดก็ไปโทษเขานู่น”


          จินอูหัวเราะด้วยความประหลาดใจ “สอนอะไรอ่ะ?”


          “ไกด์คาดเดาอารมณ์ของชา อึนอู” มยองจุนพูดออกเสียงเน้นทุกคำอย่างชัดเจน


          “อันนั้นอ่ะนะ จริงหรอฮยอง?”


          “นายเป็นคนบอกเองว่าไกด์นี้ถูกต้อง 100% มันตรงทุกอย่างเลย”


          “ไม่จริงน่า” จินอูยิ้มตอบ แต่เขารู้ว่าที่มยองจุนพูดมันถูกทั้งหมด เขาลองนึกถึงสัญญาณบางอย่างที่เคยเจอ ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเวลาตัวเองโดนโอบเอวอยู่ ณ ตอนนั้นที่เห็น ไกด์อะไรที่มีอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว


          “ไกด์คาดเดาอารมณ์ของชา อึนอูคืออะไรอ่ะ?” ซานฮาถามด้วยความสงสัย


          “ไม่มีอะไรหรอก” จินอูพูดพยายามปัดทิ้งประเด็นนี้ไป


          “มันเป็นไกด์ที่อัจฉริยะมาก” มยองจุนยืนยัน


          “มันมาจากจินอูฮยองจริงหรอ?” มินฮยอกพูดขึ้นพร้อมหัวเราะคิกคัก


          “แล้วคิดว่ามาจากไหนล่ะ มาจากคนหัวทึบๆแบบนายหรอ?” มยองจุนลุกขึ้นแล้วเขกหัวมินฮยอกไปหนึ่งทีจากนั้นจึงนั่งลง ตั้งแต่ที่มินฮยอกโกหกเรื่องวิดีโอเกมส์เรื่องนี้ก็สามารถกลายมาเป็นข้ออ้างทุกครั้งที่จะได้ตีมินฮยอก “จินอูฉลาดเสมอถ้าเขาอยากจะฉลาด”


          “แล้วไกด์มันมีอะไรบ้างอ่ะ?” ซานฮาโน้มตัวมาข้างหน้า พร้อมกับตั้งใจฟัง


          “ขอบใจที่ชมนะฮยอง แต่นี่มันไม่ได้ดีอะไรหรอก อาจจะไม่ถูก 100% ด้วย” จินอูไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่รับคำชมของมยองจุน ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าครั้งนี้ไกด์นั้นมันถูก 100% แต่คำว่าเพื่อนมันค้ำคออยู่ตามที่เคยสัญญากับอึนอู เขาจะต้องตีหน้าซื่อต่อหน้ามยองจุนให้ได้ จินอูเป็นคนฉลาด เขาสามารถเก็บความลับได้ดีกว่าตู้เซฟในธนาคารเสียอีก


          “ก็นี่ไง ฉันบอกนายอยู่ว่าครั้งนี้ถูก 100% แน่ๆ” มยองจุนกอดอก “ถูกต้องตามทุกข้อของไกด์”


          “แล้วทำไมพี่ไม่บอกซักทีว่าไกด์มันคืออะไรบ้าง!!?” เสียงซานฮาดังจนตึกแทบจะถล่ม มินฮยอกที่นั่งอยู่ข้างๆเขาเกือบจะตกเก้าอี้เลยทีเดียว


          “โอ้โห อีเด็กนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรมากมายขนาดนั้น ในบล็อกของอึนอูก็บอกอะไรได้ตั้งหลายอย่าง แค่นั้นแหละ” จินอูตอบ


          “อึนอูฮยองโพสต์ลงไปในบล็อกด้วยหรอ ไม่จริงน่า” มินฮยอกพูดพร้อมเลิกคิ้วขึ้น


          “ไม่ใช่ตรงๆแบบนั้นสิ เขาบอกออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ” มยองจุนตอบแบบเริ่มหมดความอดทน


          ซานฮาโน้มตัวไปข้างหน้าอีกครั้ง มินฮยอกทำเหมือนตัวเองไม่ได้สนใจ แต่เหมือนเขาจะไม่ใช่นักแสดงที่ดีเท่าไหร่


          “พื้นฐานของไกด์คาดเดาอารมณ์ชา อึนอูง่ายนิดเดียว อารมณ์ของอึนอูอ่ะดูออกได้จากหนังที่เขาดู  นายต้องลองไปดูพวกลิสต์หนังของเขาอ่ะ แล้วนายก็จะรู้เลย”


          “ปกติอึนอูฮยองก็ดูพวกหนังรักแบบนั้นตลอดอยู่แล้ว ไม่ได้หมายถึงว่าเขาต้องแอบชอบใครซักหน่อย” มินฮยอกชี้ไปที่ประเด็นนี้


          “ใช่ นั่นก็วงจรปกติของหมอนั่น แต่เมื่อเขาไม่ได้ดูล่ะ แสดงว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น นายอยากอธิบายมั้ย?” มยองจุนหันไปที่จินอู


          และทำให้จินอูปฏิเสธไม่ลง “หนังโรแมนติกคือปกติของเขา ส่วนพวกสยองขวัญหรือเลือดสาดแสดงว่าเขากำลังจิตตกอยู่”


          “แล้วถ้าเขากำลังอินเลิฟ เขาจะดูพวกหนังเศร้า แล้วดูหนังล่าสุดที่อึนอูเขียนลงในโพสต์นี้ของเขาดิ? A Werewolf Boy” มยองจุนยิ้มขณะที่พูดเสริม


          ซานฮาถูกโน้มน้าวเต็มเปาทำให้เขาอ้าปากค้างอึ้ง แต่มินฮยอกทำแค่ยักไหล่เท่านั้น


          “มันคือเรื่องจริง พวกนายอาจจะไม่เข้าใจ แต่ฉันกับจินอูมีประสบการณ์เวลาที่อึนอูทำตัวแปลกๆมาแล้ว” 


          มินฮยอกมองหน้าจินอูเพื่อต้องการการยืนยัน จินอูทำได้แค่ถอนหายใจ “มันคือเรื่องจริง ก็ค่อนข้างจะห่วยอ่ะนะเวลาคนคนนึงอยากดูแต่พวกหนังเศร้าๆ ฉันต้องนั่งดู Miracle in Cell no.7 ทั้งหมดเป็นเพื่อนเขาอ่ะ”


          “ซึ่งนายร้องไห้ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกแล้ว” มยองจุนพูดล้อเลียน


          “ไม่ใช่ซักหน่อย!” จินอูโกหกด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “อย่างน้อยผมก็ไม่ใช่คนที่โทรหาคนอื่นตอนตีสองแล้วร้องไห้ แล้วนั่งบ่นว่าทำไมโลกนี้ถึงไม่ยุติธรรมขนาดนี้”


          “มันไม่เคยเกิดขึ้นซักหน่อย อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ” มยองจุนโกหกกลับไปเช่นเดียวกัน


          “หรอ? แล้วใครล่ะที่โทรมาหาผมสองชั่วโมงหลังจากนั้นบอกว่าตัวเองจะย้ายไปอยู่ที่แอนตาร์กติกาอ่ะ ไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นเหมือนกันใช่ป้ะ?”


          “ฉันจะฟ้องร้องนาย ปาร์ค จินอู—“


          “โอเค พวกเราช่วยกลับมาที่ประเด็นที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่ได้มั้ยครับ?” ซานฮาพูดเสียงดังเพื่อตัดบทสนทนา


          มยองจุนมองแรงใส่จินอูอีกครั้งก่อนจะหันมาหาซานฮา “อึนอู กับ A Werewolf Boy ไอหนุ่มหน้าหวานคนนี้กำลังมีความรัก”


          “เขาแอบชอบซง จุงกิหรอ?” ซานฮาสับสน


          “ไม่ ไม่ใช่ซงจุกิดิ โอเค อาจจะซงจุงกิก็ได้ ไม่รู้อ่ะ ฉันรู้แค่ว่าเขากำลังแอบชอบใครซักคนอยู่”


          “เพราะว่าเขาดูหนังไง” มินฮยอกตอบด้วยหน้าไร้ความรู้สึก


          “แล้วในบล็อกเขาก็บอกเหมือนกันว่าเขาชอบดู A Moment to Remember ทฤษฎีนี้ยืนยันว่าถูกต้อง” 


          “เดี๋ยวนะ” ซานฮาพูดขึ้น “แล้วตอนนั้นที่อึนอูฮยองบอกว่าอยากดู Ode to my Father..?”


          “ใช่” มยองจุนยิ้มกว้าง “ฉันเห็นอึนอูเป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แล้วมักจะเป็นตอนที่กำลังชอบใครอยู่ ฉันรู้ว่าพวกนายรู้จัก ลีโฮวอนใช่มั้ย?”


          “เขาเป็นหัวหน้าของทีมเต้นคู่แข่งกับทีมผม” มินฮยอกพูดอย่างระวังปาก


          “เขาเป็นเหตุผลที่อึนอูดูเรื่องอนิเมะนั่น ชื่อไรละนะ อ๋อ Elfen Lied” ยิ้มยังคงปรากฎบนหน้าของมยองจุน “ทุกครั้งเลย ทั้งลีโฮวอน ไหนจะ ซอน ดงอุน—“


          “แหยะ หมอนั่นเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์โรงเรียนผม” ซานฮาพูดพร้อมทำหน้าทำตา


          “งั้นนายก็รู้ว่าเขาเป็นยังไง นั่นแหละอึนอูไม่รอดจากเงื้อมมือเสน่ห์เชยๆของหมอนั่นได้”


          “โห..” ซานฮาถอนหายใจ “ผมไม่รู้เลยนะเนี่ย พวกพี่โคตรฉลาดอ่ะ” 


          “ก็ไม่ได้วิเศษวิโสขนาดนั้น” จินอูยักไหล่


          “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอึนอูฮยองจะไม่บอกพวกเรา” มินฮยอกพูดขึ้นทั้งที่ยังทำเป็นไม่สนใจอยู่แบบเดิม “ผมเคยเต้นกับโฮวอนฮยอง แถมยังเคยโดดคาบครูซอนอีก”


          “ถ้าจะทำให้พวกนายรู้สึกดีขึ้นก็คงต้องบอกว่าส่วนใหญ่อึนอูเขาก็ไม่รู้ใจตัวเองเหมือนกัน เขารู้ความรู้สึกคนอื่นมากกว่าของตัวเองอีก” จินอูพูด


          “ทำไมมันดูเศร้าจัง” ซานฮาทำหน้าบึ้ง ผมสีช็อคโกแล็ตปรกลงมาเข้าตาเจ้าตัวทำให้เขาต้องปัดมันออก


          “และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องหาว่าใครคือคนที่อึนอูแอบชอบคนล่าสุด พวกเราจะได้ช่วยให้เขาสมหวังไง” มยองจุนยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


          จินอูคิดถึงเรื่องเมื่อวันก่อนที่เขาเจออึนอูกับบินที่ชุงแด การที่บินมาจิกตาใส่เขาแถมยังเอามือโอบรอบเอวอึนอูอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอีก เขาคิดว่าบางทีอึนอูอาจจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือแล้วล่ะมั้ง


          “ผมรู้สึกแย่นิดหน่อยแฮะ อึนอูฮยองทั้งเป็นคนดีแถมยังหล่ออีก แต่พี่เขาไม่ได้คบกับใครมานานมากแล้วนะ” ซานฮาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง


          มยองจุนหันมามองหน้าจินอู จินอูส่งสายตาเตือนและส่ายหน้าเล็กๆ แต่เหมือนจะไม่เป็นผล รอยยิ้มบริสุทธิ์แสนซนปรากฎขึ้นบนหน้าสวยของมยองจุน เขามองหน้ามินฮยอกแล้วตามด้วยซานฮา จากนั้นจึงพูดขึ้น “เด็กๆ พวกนายจำนายแบบมือสมัครเล่นที่ชื่อ คิม โรอุนได้มั้ย?”


          มินฮยอกเคืองเล็กน้อยที่ถูกเรียกว่าเป็นเด็ก แต่ซานฮาไม่สนใจอะไร “ซอกอูฮยองหรอครับ? อ๋อ เขากับอึนอูฮยองเคยเรียนด้วยกันนี่ ทำไมอ่ะ?”


          “มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ” มยองจุนตอบและเพื่อให้ซานฮาเข้าใจ เขาจึงยักคิ้วเชิงบอกเป็นนัย


          “ไม่มีทางอ่ะ” มินฮยอกรีบพูดตัดบททันที “อย่าบอกนะว่าโรอุนฮยองกับอึนอูฮยองเคยคบกันอ่ะ”


          “แต่นั่นมันเกิดขึ้นแล้วจริงๆนะจ้ะ” มยองจุนพูดด้วยน้ำเสียงสดใส เขายักคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง “คิดดูดิ นายไม่สงสัยหรอทำไมเขายังไปไหนมาไหนกับอึนอูอยู่ขนาดเข้ามหาลัยแล้ว?”


          “พวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน” ซานฮาพูดจริงจัง “จินอูฮยองอยู่มหาลัยแล้ว ผมอยู่มัธยม ผมยังไปเที่ยวกับพี่เขาเลย”


          “ซานฮา มันชัดเจนมากเลยนะ” มยองจุนกลอกตา “พวกเขาไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันทุกวันเลย ไม่สังเกตหรอ? แถมทุกครั้งเวลาไปดูหนัง ก็ไปกันแค่สองคนอีก?”


          “ไปเที่ยวด้วยกันไม่ได้แปลว่าไปเดทกัน มันต้องทำหลายอย่างที่คนมีคู่เขาทำกันสิ แบบจับมือกัน กอดกัน แล้วก็.. แล้วก็..” ซานฮาพูดพร้อมกับหน้าที่เจือสีชมพูระเรื่อ


          มยองจุนหัวเราะหนักกับการกระทำของซานฮา ทำให้จินอูต้องพูดขึ้นมาแทน “ฉันขอโทษนะซานฮา แต่มันคือเรื่องจริง พวกเขามีกำไลคู่ด้วย แล้วก็จับมือกันด้วย แล้วก็—อีกหลายอย่าง ที่พวกนายไม่เห็นอ่ะ”


          ซานฮายังดูเหมือนไม่เชื่อสนิทใจ ส่วนมินฮยอกทำหน้าเหมือนได้ตรัสรู้อะไรขึ้นมา “แม่ง อึนอูฮยองเคยคบไอขายาวนั่นอ่ะนะ”


          “ใช่ เขาเคยคบกับโรอุน ประมาณสามเดือนได้มั้ง หลังจากเลิกกัน อึนอูก็เอาแต่ดูเรื่อง Saw ทุกภาคเลย” จินอูยืนยัน


          “ไม่เอาน่าฮยอง ถ้าอึนอูฮยองกับซอกอูฮยองเคยคบกันจริงๆ ทำไมพี่เขาถึงไม่บอกผมกับมินฮยอกฮยองบ้างอ่ะ?” ซานฮาถาม เขายังคงเชื่อว่าบุคคลที่สามในบทสนทนาของพวกเขาเป็นแค่ ‘เพื่อนกัน’


          “ก็ความจริงอึนอูก็ไม่ได้บอกพวกเราเองเหมือนกัน อึนอูเขินอายกับเรื่องอะไรแบบนี้ง่ายจะตาย ก็น่ารักดี” มยองจุนตอบกลับน้องเล็ก


          มินฮยอกจึงพูดขึ้นต่อ “แต่พี่เขาก็บอกพวกพี่อยู่ดี ทำไมพี่เขาถึงไม่บอกผม? ผมหมายถึง ผมพอเข้าใจอยู่ว่าทำไมพี่เค้าถึงไม่บอกซานฮา แต่พี่เขาไม่บอกผมด้วยเนี่ยนะ?” ซานฮาทำปากยู่ใส่มินฮยอกซึ่งเป็นหน้าตาที่น่ารักกว่าสิ่งใดบนโลกนี้


          “เขาบอกว่าเขาอยากรักษาความบริสุทธิ์ของเด็กน้อยไว้” มยองจุนทำหน้ายิ้มอย่างสบายใจให้กับมักเน่ทั้งสอง


          เป็นอีกครั้งที่จินอูต้องเข้ามาพูดแทน “นายก็รู้ ตอนนั้นนายอายุประมาณแค่แบบ 16 ปี แล้วซานฮาหรอ เหอะ เด็กกว่านั้นไปอีก” เขาพูดอย่างใจเย็น “นายทุกคนยังไม่บรรลุนิติภาวะเลย” และตอนนี้ก็ยังไม่บรรลุอยู่ดี จินอูเติมประโยคนี้ในใจ จากนั้นหันหน้าไปทางมยองจุน โดยเฉพาะพี่เนี่ยตัวดีเลย


          “พี่เขาคิดว่าพวกเราจะทำอะไรถ้ารู้หรอ? ทำหน้าทำตาใส่เขา?” ซานฮาทำหน้าบูดพร้อมยื่นริมฝีปากล่างออกมาน้อยๆ ดูเหมือนตอนนี้เขาจะเชื่ออย่างสนิทใจแล้ว


          “จริงๆแล้ว..” จินอูชำเลืองตาไปยังมินฮยอกช้าๆ รู้สึกไม่ดีต่อมินฮยอกนิดหน่อย เพราะถึงแม้มินฮยอกจะอายุน้อยเป็นอันดับที่สองของกลุ่ม แต่เขาเป็นคนที่ปกป้องคนอื่นเสมอ แม้เขาเองก็ยังไม่ได้รับรู้เรื่องของโรอุนเลย 


          “ผมไม่อยากจะเชื่อเลย!!” ซานฮาพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “พี่เค้าไม่คิดจะบอกผมเลยใช่มั้ย??” จากนั้นซานฮาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา


          “เห้ยๆ นายจะทำอะไรอ่ะ?” มยองจุนพูดพร้อมกับชะเง้อหน้าไปมองที่หน้าจอมือถือของซานฮา


          “ผมจะโทรหาอึนอูฮยองแล้วด่าพี่เขาให้สาแก่ใจเลย” ซานฮาพูดอย่างหัวร้อนแล้วกดที่ปุ่มโทรโทรหาอึนอูทันทีทำให้มยองจุนต้องรีบแย่งมือถือมาจากมือซานฮา


          “ฉันพูดเอง แทนที่จะไปนั่งตะโกนใส่เขา ทำไมไม่เรียกเขามาที่นี่แล้วถามเขาเองล่ะ?”


          ซานฮาตาโตแล้วพยักหน้าหงึกๆ แต่จินอูแสดงสีหน้าที่ไม่ค่อยมั่นใจในวิธีนี้เท่าไหร่ “นี่พวกนาย ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอกน่า เขาควรมีเวลาส่วนตัวที่ไม่ต้องมีเด็กๆไปยุ่งกับเขาบ้าง” เด็กทั้งสามคนเลย ใช่ รวมนายด้วยมยองจุน


          “ใช่ เขามีเวลาทั้งบ่ายเลยล่ะ และโลกจะต้องรับรู้”


          “แล้วถ้าครั้งนี้เป็นดาราอีกล่ะ? จำไม่ได้หรอตอนที่เขาตกหลุมรักลีฮยอนอูหัวปักหัวปำอ่ะ?”


          “ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะหยุดยุ่งกับเขาเอง” มยองจุนตอบ จากนั้นกดโทรศัพท์ให้เป็นโหมด Speaker 


          จินอูแอบหวังว่าอึนอูคงจะรู้ดีพอที่จะโกหกเรื่องนี้ แต่ในทางตรงข้ามก็หวังว่าอึนอูจะไม่โกหกเหมือนกัน มันโคตรชัดเจนเลยว่าเด็กที่ชื่อบินนั่นจะชอบอึนอูกลับแน่นอน ยิ่งอึนอูรู้ใจตัวเองแล้วก้าวข้ามคำว่าเพื่อนได้เร็วเท่าไหร่ เรื่องดีๆก็จะเกิดขึ้นเร็วเท่านั้น


          “ฮัลโหล ซานฮาหรอ?”


          “ไม่ใช่ นี่ฉันเอง มยองจุน ฉันอยู่กับซานฮาน่ะ นายอยู่ไหนหรอ?”


          “ผมอยู่มหาลัยครับ มีอะไรหรือเปล่าฮยอง? ให้ผมช่วยอะไรมั้ยครับ?”


          “จริงๆแล้ว ฉันอยากให้นายแวะมาที่คาเฟ่หน่อยอ่ะ” ตอนนี้มยองจุนกึ่งพูดกึ่งตะโกน เขาไม่รู้ว่าต้องควบคุมเสียงตัวเองให้ดังแค่ไหนเวลาเปิดสปีคเกอร์ จินอูมั่นใจเลยว่าตัวเองหูดับไปแล้วข้างหนึ่งจากการที่มยองจุนพูดดังขนาดนั้น


          “ตอนนี้เลยหรอ?”


          “ใช่ครับ ตอนนี้เลยครับ ถ้าพี่สะดวก” คราวนี้ซานฮาเป็นคนพูดขึ้นมาบ้าง


          “ขอเวลาหนึ่งนาทีนะ” หลังจากนั้นในสายไม่มีเสียงอะไรนอกจากความเงียบ


          “ฉันสงสัยจังว่าอึนอูยังทำอะไรอยู่ที่ชุงแด นายรู้มั้ยจินอู??” มยองจุนเลิกคิ้วพร้อมกับยิ้มให้จินอู


          “คงอยู่ห้องสมุดล่ะมั้ง” จินอูตอบ เขาสัญญากับอึนอูว่าเขาจะไม่พูดอะไรให้น่าสงสัยเด็ดขาด 


          “นั่นแหละ ทำอะไรในห้องสมุดล่ะ??” 


          “เดทกันในห้องสมุดไง” มินฮยอกพูดพร้อมทำหน้าสะอิดสะเอียน


          เสียงอึนอูผ่านเข้ามาในสายอีกครั้ง “โอเค เดี๋ยวอีกประมาณนาทีสองนาทีผมไปครับ”


          “เยี่ยม ขอบใจนะอึนอู มาเร็วๆนะ” มยองจุนพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง


          “โอเคครับ จะรีบไป”


          เมื่อสายตัดลง มยองจุนคืนมือถือให้ซานฮา จากนั้นพิงตัวกลับไปยังพนักเก้าอี้พร้อมกับกอดอก “ตอนนี้เราก็ทำแค่รอ”


          “โอเค แต่สัญญาได้มั้ยว่าพออึนอูมาถึงเราจะไม่เผาเขาจนหมดเปลือกเลย?” จินอูถอนหายใจ เขาไม่ว่าอะไรหรอกที่อึนอูอาจจะโดนล้วงความลับหรือโดนน้องๆด่า แต่อึนอูจะต้องมาโทษว่าเป็นความผิดของเขาทีหลังแน่ๆ สิ่งที่เขาทำตอนนี้ก็แค่เป็นการปกป้องตัวเอง


          “ไม่สัญญา” 


          “ไม่งั้นพี่เค้าก็ควรบอกเรื่องที่คบกับไอขาตะเกียบตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วดิ” มินฮยอกยังแค้นฝังใจกับเรื่องนี้ ซานฮาพยักหน้าเห็นด้วยกับมินฮยอก


          จินอูถอนหายใจยอมแพ้และพร้อมรับชะตากรรมของตัวเอง หวังว่าอึนอูจะผ่านเรื่องนี้ไปได้นะ


          ช่วงเวลาระหว่างรออึนอูมาถึงร้าน มยองจุนได้สอนงานให้บยองชานเด็กเสิร์ฟคนใหม่ที่พึ่งมาทำงานได้ไม่นาน ส่วนซานฮาสั่งเค้กซินนาม่อนมาซึ่งมินฮยอกจัดการมันไปมากกว่าคนที่สั่งมาเสียอีก จินอูนั่งรอไปเรื่อยเปื่อยแอบคิดว่าอึนอูจะหลุดปากพูดเรื่องบินออกมาหรือเปล่า ไม่นานหลังจากนั้นเขาจึงชำเลืองเห็นอึนอูที่เดินผ่านร้าน Cotta มาแถมยังเหลือบมองชีสเค้กในร้านนั้น จนกระทั่งเข้ามายังประตูร้าน Sunshine 


          แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว ในอ้อมแขนของอึนอูมีอีกสิ่งหนึ่งมีชีวิตขนสีดำขาวที่กำลังมองไปรอบตัวอย่างอยากรู้อยากเห็น


          “อึนอู ทางนี้” มยองจุนกวักแขนเรียกอึนอูแรงๆเพื่อเรียกความสนใจ อึนอูยิ้มเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนของเขาแล้วเดินมาหา


          “เฮ้ พวกนายมาทำอะไรกันหรอ?” เขาดึงเก้าอี้เสริมมาจากโต๊ะเล็กข้างๆ แล้วนั่งลง จากนั้นปล่อยให้มูนขึ้นไปนอนม้วนตัวอยู่กลางโต๊ะ


          “ไม่มีอะไร แค่นั่งเม้ามอยกันอ่ะ” มยองจุนตีหน้าซื่อ


          “พี่เดินมาจากชุงแดเลยหรอครับ?” มินฮยอกถามผู้ที่พึ่งมาถึง


          “ใช่ เสร็จแล้วก็มาเลย”


          “แสดงว่าพี่พาแมวไปที่มหาลัยด้วยหรอ?”


          อึนอูอ้าปากแล้วรีบปิดลงโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรไป เขามองไปที่มูน จินอูสาบานว่าเหมือนเขาเห็นมูนทำหน้าแปลกๆมองกลับไปที่อึนอูเหมือนกัน


          “ฉันไม่ค่อยชอบปล่อยให้มันอยู่คนเดียวนานๆน่ะ” ในที่สุดหน้าของอึนอูขึ้นสีชมพูระเรื่อขึ้น “พอเรียนเสร็จ ฉันเลยกลับไปแวะรับเขามาด้วย”


          “ความจริงนายเอามันมาทิ้งไว้ที่ร้านก็ได้นะ” มยองจุนเสนอแนะ “พอซานฮากลับมาจากโรงเรียน เดี๋ยวให้เขาดูแลมูนแทนนายก็ได้”


          เจ้าแมวแสดงสีหน้าท่าทางฉลาดแปลกๆออกมาอีกแล้ว “ไม่เป็นไรครับ ผมโอเค ผมคิดว่ามันก็ควรฝึกอยู่ด้วยตัวเองให้ได้เหมือนกัน” 


          “ตอนนี้อึนอูกลายมาเป็นผู้ชายอุ้มแมวไปมาในมหาลัยซะแล้ว” จินอูยิ้มแซว “เหมือนกับเมื่อก่อนพวกผู้หญิงยังวิ่งตามนายไม่พออ่ะ”


          “พี่เคยเห็นผู้ชายแบบนั้นมั้ย? คนที่อุ้มแมวไปมาอ่ะ?” อึนอูถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น


          “ที่ชุงแดหรอ? ไม่นะ ยกเว้นตอนนี้ ก็มีนายไงที่ทำแบบนี้อ่ะ”


          “โอ้” อึนอูดูซึมลง เจ้าแมวเดินไปหาอึนอูแล้วกระโดดไปยังตักของเขา อึนอูจึงยิ้มออกมาได้อีกครั้ง


          “แมวพี่ฉลาดจัง” มินฮยอกออกความเห็นในขณะที่อึนอูกำลังเกาหลังให้มัน


          “ไม่หรอก มันก็อยู่บ้าๆของมันนั่นแหละ” อึนอูพูดพร้อมยิ้มตอบเล็กๆ เจ้าแมวทำเสียงขู่ฟ่อใส่อึนอู ทำให้อึนอูหัวเราะออกมา


          “มันอยู่เหมือนลูกหมาเลยอ่ะ เวลาแสดงท่าทางอะไรต่างๆ ฉันพนันว่านายต้องแอบสอนอะไรแปลกๆให้มันใช่มั้ย?” มยองจุนพูดขึ้น


          ตาซานฮาเปล่งประกายขึ้นมา “จริงหรอฮยอง? ฮยองสอนอะไรมันอ่ะ?”


          “ไม่มีหรอก ถ้าฉันสอนอะไรมันแล้วเดี๋ยวฉันค่อยทำให้นายดูละกัน” อึนอูหัวเราะเล็กน้อยตอบเจ้ามักเน่ไป


          “หรอครับ? ฮยองจะบอกให้พวกเรารู้แล้วหรอ? ฮยองไม่คิดว่าพวกเราเป็นเด็กน้อยสำหรับฮยองแล้ว?” มินฮยอกพูดพร้อมกับเลิกคิ้วสงสัย


          “เดี๋ยว พวกนายพูดเรื่องอะไรเนี่ย?” อึนอูสับสน


          “ก็เรื่องซอกอูฮยองไง!” ซานฮาตอบแทนมินฮยอก เขาลืมเรื่องฝึกมูนไปหมดแล้ว


          แก้มใสของอึนอูกลายเป็นสีชมพูอย่างเด่นชัดในทันที “โรอุนฮยองหรอ? ทำไมล่ะ?”


          “ฮยองไม่บอกพวกเราได้ยังไงว่าฮยองเคยคบกับพี่เขาอ่ะ!!?”


          ตอนนี้หน้าของอึนอูกลายเป็นสีแดงไปแล้ว “อะไ—ทำไมพวกนายถึงคิดแบบนั้นล่ะ?”


          “ไม่ต้องมาแสดงเลย พวกเรารู้นะว่าฮยองเคยคบกับเขา แต่ฮยองไม่บอกผมเลย หรือซานฮาด้วย”


          อึนอูมองไปหาจินอูเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือจินอูแค่ยักไหล่และยิ้มตอบเท่านั้น อึนอูอาจจะบอกให้เขาช่วยเก็บความลับเรื่องของบิน แต่ไม่ใช่เรื่องของโรอุนนี่นา จินอูรับรู้ได้ว่ามยองจุนกำลังยิ้มร่าอยู่ข้างตัวเองและนั่นทำให้เขายิ้มด้วยเช่นกัน


          “ทำไมฮยองถึงไม่บอกพวกเราอ่า?” ซานฮาทำหน้าบึ้ง “พวกเราไม่ใช่เด็กๆแล้วนะครับ”


          “ทำไมพวกนายถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา? ตอนนี้?” ตอนนี้หน้าของอึนอูแดงจนพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่อ เขาเขินอายอย่างชัดเจน “ฉันจะบอกพวกนายเรื่องนี้ แต่ไว้ทีหลังนะ”


          “อะไรอ่ะ ตอนที่พวกเราจะแก่เท่ามยองจุนฮยองกับจินอูฮยองหรอ??” มินฮยอกพูดเสียดสี ทำให้จินอูแสดงหน้า ‘ย่าห์!’ ใส่พร้อมกับมยองจุนเขกหัวเขาเข้าไปให้อีกหนึ่งที แต่มักเน่ทั้งสองไม่สนใจอะไรทั้งนั้น


          “ตอนนี้เลยครับฮยอง” ซานฮาพูด


          “ฉันบอกนายแล้วไงว่าไม่ใช่ตอนนี้” อึนอูรีบพูดขึ้นมา “เดี๋ยวครั้งหน้า ฉัน—“


          เจ้ามูนกระโดดออกมาจากอ้อมแขนของอึนอูแล้วขึ้นไปบนโต๊ะ อึนอูมองหน้าเจ้าแมวอย่างประหลาดใจ แต่อยู่ดีๆ มูนก็มองหน้าเขากลับแล้วทำเสียงขู่ฟ่อใส่


          “เห็นมั้ย มูนก็อยากรู้เหมือนกัน” ซานฮาพูด “เร็วครับฮยอง ผมขอร้อง”


          “นายก็จะทำแบบนี้กับฉันด้วยหรอ? เอาจริงหรอ?” อึนอูพูดด้วยน้ำเสียงโกรธจัด จินอูใช้เวลาอยู่ซักพักหนึ่งถึงจะรู้ว่าอึนอูพูดประโยคเมื่อกี้กับแมวของเขา


          มูนมองเขากลับเหมือนเขาทำสีหน้าไม่เข้าใจ แต่จินอูก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันเป็นแมวนี่หว่า มันก็ต้องไม่เข้าใจอยู่แล้วสิ


          “โอเค ก็ได้” แม้ว่าอึนอูจะนั่งลงไปที่เดิม แต่เขาไม่ได้รู้สึกสบายเลยซักนิด “พวกนายอยากรู้อะไรล่ะ?”


          “ทำไมฮยองตัดสินใจคบกับเขา?”


          “ทำไมฮยองไม่บอกพวกเรา?”


          “นายไม่รู้สึกแปลกหรอเวลาจะจูบอะไรแบบนั้น? เขาสูงจะตาย”


          จินอูผลักมยองจุนไปหนึ่งที “สองคนนั้นถามได้ แต่ไม่ได้อนุญาตให้ฮยองถามนะครับ”


          “ก็ฉันอยากรู้นี่หน่า” มยองจุนทำหน้าไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จินอูไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะจริงๆแล้วเขาก็อยากจะรู้เหมือนกัน


          “เขาขอฉับคบจริงๆ” หน้าของอึนอูยังคงขึ้นสีชมพูอยู่ เขาชำเลืองไปมองที่แมวของของเขา “ฉันไม่ได้บอกพวกนาย เพราะคิดว่าเดี๋ยวพวกนายจะทำเป็นเรื่องใหญ่โตน่ะ” จากนั้นเขาจึงชำเลืองอีกครั้ง


          “แต่พี่บอกมยองจุนฮยองเนี่ยนะ” มินฮยอกพูดด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ “แล้วฮยองเขาก็ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องใหญ่อยู่แล้วอ่ะ”


          “ฉันไม่ได้บอกเขา เขารู้เอง” อึนอูตอบไป แต่ครั้งนี้เขามองไปที่จินอู จินอูหันหน้าหนี ณ เวลานั้น เขาไม่มีกำลังพอที่จะเอาชนะความขี้สงสัยของมยองจุนได้เลย


          “แล้วทำไมพวกพี่เลิกกันอ่ะ?” ซานฮาถามด้วยความสงสัย มินฮยอกรีบกระทุ้งศอกเข้าที่ท้องซานฮาที่ถามออกไปแบบนั้น แต่ชัดเจนอยู่ความจริงเขาก็อยากรู้เหมือนกันนั่นแหละ


          อึนอูกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เขาดูเขินอายมากกว่าเจ็บปวดที่จะพูดออกมา “ฉันทำตัวติดกับเขาเกินไปอ่ะ” เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติผิดกับใบหน้าอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนแดงไปหมดเต็มไปด้วยความเขินอาย “เขาไม่ชอบที่ฉันคอยตามโทรเขาตลอดและฉันก็ไม่ชอบที่เขาไม่เคยโทรหาฉันก่อนเลย พวกเราก็เลยเลิก ต่างคนต่างอยากเลิกอ่ะแหละ” 


          ซานฮาทำหน้าบูดพร้อมกับสับสนในเวลาเดียวกัน “แล้วทำไมหลังจากนั้นต้องดูเรื่อง Saw อ่ะ?”


          และตอนนี้อึนอูถึงกับงงขึ้นมา “ห้ะ?”


          “ไม่มีอะไรหรอก” มยองจุนรีบพูดแทรกขึ้นมา ขณะเดียวกันซานฮามองมยองจุนในสายตาเชิงบอกให้เขาหยุดพูดแทรก “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ”


          “งั้นทุกคนมีคำถามอะไรอีกมั้ยครับ?” จินอูถามขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่มินฮยอกและซานฮา ซานฮาส่ายหัวแต่มินฮยอกใช้ความคิดของเขาสักครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบเหมือนซานฮา


          “แต่ฮยองก็น่าจะบอกพวกเราบ้าง ผมจะได้เข้าไปต่อยหน้าเขาเลย โทษฐานที่เขาไม่ยอมโทรหาพี่”


          “ถ้าฮยองต่อยถึงอ่ะนะ” ซานฮาพูดพร้อมหัวเราะ มินฮยอกรีบหันไปหรี่ตาใส่ มยองจุนและจินอูด้วยเช่นกัน สามคนนี้ค่อนข้างมีความสูงที่ใกล้เคียงกัน


          “เห็นมั้ย นี่แหละที่ฉันคิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่” อึนอูพูดขึ้น มูนที่ตอนแรกนั่งอยู่บนโต๊ะได้กระโดดกลับไปนั่งอยู่บนตักของอึนอูเหมือนเดิม อึนอูรู้สึกใจเย็นลงเมื่อมีเจ้าแมวอยู่ข้างๆ “มันไม่ได้เป็นการเลิกที่ใหญ่โตอะไรเลย”


          “แต่นายจะบอกพวกเราแล้วใช่มั้ยตอนนี้?” มยองจุนพูดพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปหา “ถ้านายกำลังคบกับใครอยู่ นายจะบอกใช่มั้ย?”


          “แน่นอนสิ” อึนอูตอบโดยไม่มีความลังเลใดๆทั้งสิ้น “ตราบใดที่มินฮยอกสัญญาว่าจะไม่ไปต่อยเขาอ่ะ”


          “ตราบใดที่ฮยองไม่คบกับคนที่ทำตัวให้ผมอยากต่อยอ่ะ” มินฮยอกทำตัวเป็นคนคูลๆ ทำให้มยองจุนกับซานฮาระเบิดหัวเราะออกมา และอึนอูยิ้มออกแล้วในตอนนี้


          จินอูมองหน้าอึนอูแล้วเลิกคิ้ว เมื่ออึนอูหันกลับมาสบตากับจินอูทำให้เขาหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง อึนอูส่ายหัวทำให้จินอูทำได้แค่ถอนหายใจอยู่ในใจ เขาไว้ใจให้อึนอูเป็นผู้ใหญ่อีกหนึ่งในกลุ่มเลย ถึงแม้บางครั้งหมอนี่ก็ทำตัวเป็นเด็กบ้างก็เถอะ


          มยองจุนพูดถูก ครั้งนี้จินอูตัดสินใจแล้วว่าอึนอูควรได้รับการผลักดันบ้าง


          “แต่นายมีคนที่ชอบใช่มั้ยตอนนี้?” จินอูถามออกไปเสียงดัง “หื้อว่าไงอึนอู?”


          อึนอูหมุนหัวไปหาจินอูอย่างรวดเร็วด้วยดวงตาเบิกกว้าง “อะไร? ทำไมฮยองต้องพูดขึ้นมาตอนนี้ด้วยเนี่ย?” อึนอูถามออกไป ในใจเขาปั่นป่วนอยู่ไม่สุขขึ้นมาอีกครั้ง


          “ไม่มีอะไร” จินอูตีหน้าซื่อ “ฉันไม่เข้าใจคำถามนายอ่ะ นายหมายถึงอะไรหรอ?” 


          “ไม่— ก็ฮยองก็รู้เรื่องโรอุนฮยองแล้วนี่” อึนอูตอบ เขากระวนกระวายอย่างชัดเจน แล้วจึงรีบพูดต่อ “และผมก็ยังไม่ได้ตอบคำถามของมยองจุนฮยองเลย”


          “ถูก เขายังไม่ตอบคำถามฉันเลย” มยองจุนพึ่งนึกขึ้นได้ “ฉันรอนายตอบคำถามฉันนานจะตายละเนี่ย”


          “ก็ความจริงก็ใช่” อึนอูกอดมูนเข้ากับอกของตัวเองแน่นระหว่างที่ตอบคำถาม “ความจริงผมก็ชอบคนที่ความสูงใกล้เคียงกันมากกว่าอยู่แล้วแหละ แต่ความสูงผมกับโรอุนฮยองไม่ได้ต่างกันมาก เวลาทำอะไรแบบนั้นโอเคแหละ”


          “ใช่ ดีนะที่ไม่เป็นมยองจุนฮยอง” ซานฮาพูดพร้อมหัวเราะคิกคัก


          “เดี๋ยวแหละไอเด็กหัวเส้นมาม่า กล้าดียังไงวะ?” 


          “นายก็ยังไม่ตอบคำถามของฉันอยู่ดีนะอึนอู” จินอูพูดพร้อมกับพิงหลังกลับไปที่พนักเก้าอี้ “นายกำลังคุยๆกับใครอยู่หรือเปล่า? ใช่มั้ย?”


          อึนอูกอดมูนไว้แน่น “ไม่มี” จินอูจะต้องเชื่อเขาตราบใดที่ยังไม่เห็นหลักฐานด้วยตาตัวเอง “ยังไงผมยังไม่ชอบใครยกเว้นพวกตัวละครในนิยายที่อ่านอ่ะนะ” อึนอูพูดเสริม เก่งมากนะอึนอู พูดเพิ่มเติมให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ทั้งน่าประทับใจแล้วก็น่ารำคาญในเวลาเดียวกันเลย จินอูทำหน้าบูดบึ้งไม่สบอารมณ์


          “เอาน่าจินอู นายไม่ควรไปยุ่งกับชีวิตรักของเขามากเกินไปน้า” มยองจุนตบเบาๆที่แขนของเขา


          จินอูแทบจะอ้าปากค้างไว้แบบนั้น ไม่อยากจะเชื่อเลย มยองจุนเป็นคนแรกที่เริ่มเรื่องนี้แท้ๆ


          “ก็เพราะว่าฮยองเขาทั้งโสดแถมยังขี้เหงาไง น่าสงสารจริงๆเลย” มินฮยอกพูดพร้อมส่ายหัวไปมาเบาๆ 


          “อย่างน้อยเขาก็คบมาหลายคนมากกว่านายอ่ะ” มยองจุนพูดพร้อมกับฟาดขามินฮยอกไปอีกครั้งที่ใต้โต๊ะ


          “ผมก็เคยคบมาเยอะแยะแหละ” มินฮยอกยืนยัน “ผมผ่านอะไรมาเยอะแยะ ซานฮาต่างหากแหละ ข้อมูลโง่ๆเยอะแยะที่เขามีก็คงช่วยได้อยู่ ถ้านายพยายามอ่ะนะ”


          “มินฮยอกฮยอง!”


          “ซานฮายังเป็นเด็กอยู่ โถเด็กน้อย ไม่เป็นไรนะ ถ้านายยังไม่มีแฟนอ่ะ”


          “มยองจุนฮยอง!”


          ในที่สุดบทสนทนาก็หนีห่างจากชีวิตรักของอึนอูและไม่กลับมาอีกเลย เมื่อมินฮยอกและซานฮาถึงเวลาต้องกลับบ้าน พวกเขาจึงลุกขึ้น จินอูจับสังเกตหน้าที่โล่งใจของอึนอูได้ เขานั่งดูเพื่อนของเขาอุ้มแมวราวกับกำลังถือผ้ากำมะหยี่นุ่มนิ่มและหัวเราะอย่างมีความสุข


          จินอูยังข้องใจว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าอึนอูกับบินจะคบกัน เขาคิดว่าคงไม่นานหรอก เป็นไปได้ว่าสองคนนั้นอาจจะไม่อยากได้ความช่วยเหลือด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันใช้เวลานานขนาดนั้นละก็ จินอูนี่แหละ จะช่วยทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเอง


          นั่นแหละน้า ไม่งั้นจะมีเพื่อนไว้ทำไมล่ะ?


—————————————

ตอนนี้สอนให้รู้ว่า พี่มยองจุนรู้ = โลกรู้นะคะ 5555

เพื่อนๆ แก๊งค์นี้น่ารักน้อ

มีข้อผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ :)

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #37 girladyx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 01:45
    พี่จิน = ความหวังของหมู่บ้าน
    #37
    0
  2. #7 NunpungCh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 11:03

    จินจินนนนนน เราฝากความหวังไว้ที่นายนะ

    #7
    0