[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 4 : Chapter 4 : Golden Misconception

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 4 : Golden Misconception
By Alette

          การอุ้มแมวติดตัวทั้งวันมันก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว

 

          นั่นคือสิ่งที่อึนอูในหัวตอนที่เขานั่งเรียนแถวหลังสุดในคาบสุดท้ายของวัน มือของเขาอยู่ในกระเป๋า วางลงบนร่างของบินที่หายใจอย่างสงบ วันนี้เป็นวันศุกร์รวมถึงเป็นวันที่สามที่อึนอูพาบินไปมหาวิทยาลัยกับเขา อึนอูเริ่มปรับตัวสถานการณ์นี้ได้แล้ว เขายังคงรู้สึกกังวลอยู่เวลามีใครเดินมาใกล้ที่นั่งของเขาแต่ไม่ได้รู้สึกเท่ากับวันแรกที่พาบินมา บางทีอาจเป็นเพราะบินเป็นแมวที่แอบเก่งมากด้วย เขาไม่ส่งเสียงอะไรออกมาเลย เขาจะไม่ขยับเขยื้อนตัวเลยซักนิดถ้าไม่จำเป็น

 

          ก็แค่เวลาที่ไปเข้าห้องเรียนกับอึนอูเท่านั้นแหละ วันก่อนบินตัวแสบเปลี่ยนร่างกลายเป็นคนในห้องหลังร้าน Sunshine แล้วหยิบกล่องกับเศษเก้าอี้ที่หักแล้วมาต่อเล่นเป็นปราสาท บางวันอึนอูเข้าไปในห้องก็เจอเจ้าแมวขนสีดำขาวกระโดดเล่นไปมาทั่วห้องอย่างมีความสุข อึนอูพยายามจะด่าบินแล้วแต่เขาทำไม่ได้เลยเวลาบินอยู่ในร่างแมว พอในร่างมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน แค่เห็นเขาก้มหน้าลงทำปากยื่นมาอย่างรู้สึกผิดอึนอูก็ทำแค่เพียงแค่ถอนหายใจแล้วบอกเขาว่าอย่าทำแบบนี้อีก

 

          แต่วันนี้พวกเขาไม่ได้เข้าไปที่ร้าน Sunshine อึนอูไม่ทำงานทุกวันศุกร์และว่างตลอดทั้งบ่าย สุดท้ายอึนอูกับบินก็ตัดสินใจว่าจะใช้เวลาวันนี้ออกตามหาผู้ที่จะช่วยรักษาการกลายร่างของบิน ตลอดทั้งบ่ายนี้เขาจึงวางแผนว่าจะออกไปเดินรอบมหาวิทยาลัยชุงแดกับบิน

 

          ตอนนี้บินที่กลายร่างแล้วอยู่ใต้มือของอึนอู นิ้วของเขาขยับไปมาเกาอยู่ที่หลังหูของบิน

 

          ไม่ มันไม่ได้มีอะไรแย่เลย

 

          ในที่สุดทุกคลาสเรียนของวันนี้ก็จบลง อึนอูใช้เวลาจัดของในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง เขาพึ่งเปลี่ยนกระเป๋าใหม่ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าใบเดิมที่เคยใช้ เขาหยิบสะพายขึ้นไหล่แล้วเดินออกจากห้องเลคเชอร์

 

“เฮ้อึนอู ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย??” มินกยูพูดขึ้นดังมาจากอีกทางหนึ่งของห้อง “พวกเรากำลังจะไปกันแล้ว”

 

          อึนอูมองไปที่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างมินกยูซึ่งพยายามทำคะแนนด้วยการไปกินข้าวกับมินกยูสองต่อสอง อึนอูยิ้มให้เธอ “ไม่เป็นไรๆ ฉันมีนัดกับจินอูฮยองตอนเที่ยงแล้วน่ะ” ผู้หญิงคนนั้นมองอึนอูด้วยสายตาที่รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

 

“โอเค” จากนั้นมินกยูจึงหันกลับไปดำเนินบทสนทนาของเขาต่อ อึนอูยิ้มกับตัวเองตอนที่เดินออกจากห้องไป เขาเดินออกจากอาคารตรงไปยังอีกอาคารหนึ่ง อาคารตึกนี้มีห้องปฏิบัติการวิศวกรรมมากมายและดูไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนอาคารอื่นๆ อึนอูเดินมาเจอห้องน้ำ และไม่มีคนอยู่ในนั้นเลยเหมือนที่เขาคิดไว้ เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ เมื่อเดินเข้ามา เขาวางกระเป๋าลงบนพื้นสะอาดแล้วรูดซิปเปิด จากนั้นบินจึงกระโดดออกมา

 

          “โอเค นายเปลี่ยนร่างที่นี่นะ” อึนอูดึงชุดเสื้อผ้าที่เขาใส่เอาไว้เมื่อเช้าออกมาจากกระเป๋า บินใช้อุ้งเท้าลูบบนเสื้อนั้นแล้วเงยหน้าขึ้นมา

 

          “ฉันบอกนายแล้วไงว่าวันนี้เราจะไปตามหาเขากัน ไม่มีใครเข้ามาในนี้อยู่แล้ว นายเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นมนุษย์ได้”

 

          บินร้องเมี๊ยว “ถ้านายกังวลเดี๋ยวฉันยืนกันที่หน้าประตูให้” อึนอูตอบ บินร้องเมี๊ยวอีกครั้งหนึ่งแต่ครั้งนี้น้ำเสียงดูหงุดหงิด อึนอูจึงถอนหายใจ “เห็นมั้ย นี่คือเหตุผลที่อยากให้นายกลายร่างเป็นมนุษย์ไง ฉันไม่เข้าใจภาษาแมวนะ”

 

          บินร้องเมี๊ยวอีกครั้ง น้ำเสียงดูโกรธมากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นใช้อุ้งเท้าเล็กๆ ของเขาชี้ไปที่ประตู อ๋อ อึนอูเข้าใจที่บินสื่อแล้ว เขาลุกขึ้น วางกระเป๋าทิ้งไว้แล้วออกจากห้องน้ำไป อึนอูยืนรออยู่ไม่กี่นาทีก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตูจากข้างใน ประตูเปิดขึ้นและปรากฏเป็นบินก้าวเดินออกมา

 

          “ฉันว่าฉันควรอยู่ในร่างแมว” บินบ่นออกมาในมือถือกระเป๋าคืนให้อึนอู “มันน่าจะดีกว่าอ่ะ”

 

          “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?” อึนอูพยายามพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่มันยากพอเห็นบินทำหน้ามุ่ยแบบนี้

 

          “ก็รองเท้านายมันเล็กเกินไปอ่ะ ฉันใส่ไม่สบาย รู้สึกไม่สบายไปทั้งตัวเลย” บินบ่นขึ้นมา

 

          “เดี๋ยว ก่อนหน้านั้นนายก็อยากกลายร่างเป็นคนออกตามหาแบบนี้ไม่ใช่หรอ? ฮ่าๆ” อึนอูหัวเราะขณะที่พวกเขาเดินออกจากตึก “หรือนายชอบเวลาถูกขังอยู่ในกระเป๋าแบบนั้น?

 

          “ไม่ใช่เวลาอยู่ในนั้นสิ” บินพูด หน้าของเขาขึ้นสีชมพูจางๆ

 

          อึนอูหัวเราะอีกครั้ง “แล้วถ้างั้นทำไมล่ะ?

 

          บินบ่นพึมพำอะไรซักอย่าง หน้าของเขามีสีชมพูชัดขึ้นมามากกว่าเดิน จากนั้นทำหน้าบึ้งแล้วบ่น “จะทำยังไงได้ล่ะ? ทำอย่างกับว่านายจะให้ฉันเดินออกมาร่างนี้แหละ”

 

          อึนอูยิ้มและยกมือโอบไหล่บิน “แบบนี้ดีกว่า เชื่อสิ เราแยกกันหาก็ได้ถ้าจำเป็นจะต้องทำแบบนั้น นายจะได้ฝึกพูดกับคนอื่นด้วยไง แล้วเวลาฉันพูดกับนาย นายก็ตอบฉันกลับได้ด้วย”

 

          “อ่าห้ะ เข้าใจแล้ว” ในที่สุดบินก็ใจเย็นลง อึนอูยิ้มกว้างให้บินและบินก็ยิ้มให้เขากลับ ก่อนพูดจะจริงจังในไม่กี่วินาทีต่อมา “แต่เราจะไม่แยกกันนะ”

 

          “เราจะหาเขาเจอเร็วขึ้นนะ ถ้าทำแบบนั้น” อึนอูอธิบาย “ฉันเชื่อว่านายทำได้นะ อย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมง”

 

          “เราจะไม่แยกกันหา” บินพูดย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น และเพื่อให้มั่นใจว่าอึนอูเข้าใจเขา เขาจึงยื่นแขนไปโอบรอบเอวของอึนอูค้างไว้ให้ยืนอยู่กับที่

 

          “โอเค โอเค เราจะไม่แยกกัน” อึนอูหัวเราะพลางเคลื่อนตัวออกจากแขนของบินที่ยึดเกาะเอวเขาไว้ “มาเร็ว”

 

          พวกเขามุ่งหน้าตรงไปยังโรงอาหารเพื่อหามื้อเที่ยงกินและกวาดสายตาหาเผื่อจะมีคนเดินอุ้มแมวผ่านไป ที่นั่นคนค่อนข้างหนาแน่นแต่อึนอูก็จัดการหาโต๊ะได้ บินนั่งที่โต๊ะปล่อยอึนอูไปหาซื้ออาหาร เมื่ออึนอูกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับจานสองจานทำให้บินยิ้มกว้างออกมา อึนอูตัดสินใจเลือกถูกแล้วล่ะ

 

          “น่ากินจังเลยอ่ะ” บินพูดอย่างมีความสุขพร้อมกับดึงแฮมเบอร์เกอร์มาหาตัวเอง เขายกมันขึ้นมาแล้วกัดไปคำหนึ่ง แต่อยู่ดีเขาก็หยุดกินแล้วทำหน้าบึ้ง

 

          “มีอะไรหรือเปล่า?” อึนอูถามจากนั้นยิ้ม “อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่ากินแฮมเบอร์เกอร์ยังไงอ่ะ”

 

          “ฉันรู้สิ แต่แค่..” บินลังเลแล้วหันกลับมามองตาอึนอูอีกครั้ง “มันราคาเท่าไหร่หรอ?

 

          คำถามนี้ทำให้อึนอูประหลาดใจ “ก็ไม่แพงเท่าไหร่หรอก” เขาตอบ “ทำไมหรอ?

 

          “นายให้ที่อยู่ฉัน ให้ฉันใส่เสื้อผ้าของนาย แล้วนายก็ยังจ่ายค่าอาหารให้ฉันอีก” บินหน้าบึ้ง “นายเป็นแค่นักศึกษาเอง นายต้องทำงานหาเงินสามวันต่อสัปดาห์ แถมฉันยังกินเยอะด้วย..”

 

          เขาดูรู้สึกผิดมากทำให้อึนอูต้องพูดให้เขาหยุดรู้สึกแบบนั้น “โอเค อย่างแรกเลยนะ ฉันให้นายใส่เสื้อฉันเพราะฉันก็ไม่อยากให้ใครเดินแก้ผ้าเดินไปมาในอพาร์ตเมนท์ตัวเอง และอย่างที่สอง นายไม่ต้องกังวลเรื่องเงินหรอก”อึนอูยิ้มออกมาเพื่อทำให้บินมั่นใจ

 

          แต่ดูเหมือนบินจะไม่เชื่อเท่าไหร่ “นายมาบอกให้ฉันหยุดกังวลไม่ได้นะ นายมีเงินไม่พอที่จะจ่ายให้ฉันทุกอย่างหรอก”

 

          “ฉันมีตังค์เยอะนะ” คำโกหกหลุดออกจากปากอึนอูก่อนที่เขาจะคิดได้ทัน เขาแค่เกลียดการที่บินต้องมารู้สึกผิดแบบนี้ มันสายเกินไปที่จะถอนคำพูดแล้วถึงแม้เขาอยากจะทำก็ตาม ดังนั้นเขาเลยปล่อยเลยตามเลย “บ้านฉันรวยมาก รวยจริงๆ เขามีเงินให้ฉันพอจ่ายทุกอย่างแล้วรวมถึงอาหารด้วย”

 

          “แล้วถ้างั้นทำไมนายต้องทำงานที่คาเฟ่นั้นล่ะ?” บินสับสน “แถมอพาร์ตเมนท์ของนายก็เล็กมากๆ ด้วย”

 

          “ก็แค่ทำเป็นงานอดิเรกอ่ะ” อึนอูโกหกอย่างมั่นใจ “ฉันทำงานที่นั่นเพราะว่าฉันชอบ แล้วก็ชอบมินฮยอกด้วย มยองจุนฮยองด้วย อพาร์ตเมนท์นั้นก็เหมือนกัน”

 

          บินยังนั่งนิ่ง ทำท่าครุ่นคิด อึนอูพยายามทำตัวไม่ให้อึดอัดภายใต้คำโกหกพวกนั้น ในที่สุดบินก็กลับมายิ้มกว้าง


          “ฉันรู้น่า” บินหยิบแฮมเบอร์เกอร์ขึ้นมาอีกครั้ง “คนธรรมดาทั่วไปหน้าตาไม่เหมือนพวกนายอ่ะ” เขาเริ่มกินต่อ อึนอูที่ตอนแรกกำลังจะถามว่าสิ่งที่เขาพูดเมื่อกี้หมายความว่าอะไรก็ต้องอุบไว้ก่อน จากนั้นยิ้มให้กับภาพตรงหน้าเขา

 

          ระหว่างที่อึนอูกิน สายตาของเขาก็พยายามแสกนนักศึกษาที่เดินผ่านประตูเข้ามาเผื่อว่าจะมีใครสักคนในนั้นอุ้มแมวอยู่ในอ้อมแขน แต่มันก็ยากที่จะต้องละสายตาจากบิน บินจัดการมื้อเที่ยงของเขาเสร็จเร็วมาก เขาเลยใช้เวลาที่เหลือนั่งคุยกับอึนอู เรื่องที่คุยกันส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เขาเคยเจอมาตอนเป็นแมว มันดูน่าดึงดูดใจเวลาที่บินเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ แบบนั้น มีอยู่หลายครั้งที่อึนอูนั่งฟังจนลืมเคี้ยวไปเลย

 

          สุดท้ายเมื่ออึนอูกินเสร็จ เขาคิดว่าพวกเขาใช้เวลามากเกินพอแล้วในโรงอาหารที่นี้ “ฉันว่าพวกเราออกไปเดินหาเขาด้านนอกกันดีกว่า”

 

          “เยี่ยม” บินพูดอย่างร่าเริง “ฉันอยากเดินดูมหาลัยของนายเหมือนกัน ยังไม่เคยเห็นชัดๆ เลย”

 

          “นายไม่เคยมาที่นี่เลยหรอ?” อึนอูถามขึ้นเมื่อเดินผ่านคณะบัญชี

 

          “มันแตกต่างตอนเห็นแบบแมวไง ตอนนั้นทุกอย่างมันดูสูงไปหมดเลยอ่ะ”

 

          บินกับอึนอูเดินไปรอบๆ อย่างสบายๆ อึนอูพยายามมองหาผู้ชายที่มีแมวอยู่ติดตัวกับเขา แต่ดูเหมือนบินจะลืมภารกิจที่เขาต้องทำไปเรียบร้อย เขาในตอนนี้ผันตัวกลายมาเป็นนักท่องเที่ยวแทน ทำให้อึนอูยอมแพ้แล้วต้องเล่นบทเป็นไกด์ให้บินไปโดยปริยาย

 

“ส่วนมากฉันก็เรียนที่นี้แหละ แผนกกฎหมาย” อึนอูพูดพร้อมกับชี้ไปที่ตึก

 

“ทำไมนายถึงลงเรียนวิชาที่ขึ้นชื่อว่าน่าเบื่อที่สุดในโลกอ่ะ?

 

“มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น” อึนอูยิ้ม

 

“นายดูไม่เหมือนพวกแบบทนายความเลยอ่ะ”


“จริงๆ แล้วความฝันของฉันคือผู้พิพากษาน่ะ ไม่ใช่ทนายความ” อึนอูพูด

 

          บินหยุดเดินแล้วหันมามองอึนอูด้วยสายตาประหลาดใจ “จริงหรอ?

 

          “อื้อ” อึนอูหรี่ตาลง “มันดูไม่น่าเชื่อขนาดนั้นเลยหรอ?

 

          “ไม่มีอะไร” บินรีบพูดขึ้นมา “มันก็แค่..” เขาหยุดไปครู่หนึ่งใคร่ครวญอะไรบางอย่างแล้วจึงถาม “นายรู้จักพวกการ์ตูนมังงะมั้ย? พวกที่เด็กผู้หญิงชอบอ่านอ่ะ”

 

          “ก็เคยได้ยินนะ” อึนอูตอบ เขาก็เคยอ่านการ์ตูนพวกนี้อยู่บ้าง

 

          “มันจะมีแบบผู้ชายซักคนนึงในเรื่องที่เพอร์เฟคท์ไปหมดทุกอย่างเลยอ่ะ? ถ้าเขามีตัวตนชีวิตจริงก็คงจะเป็นนาย”

 

          อึนอูกระพริบตาอึ้งอยู่ครั้งสองครั้งแล้วหลุดหัวเราะออกมา “อะไรนะ?

 

          “จริงนะ ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่เป็นคนที่พูดแบบนี้กับนายคนแรกน่าา นายเหมือนตัวละครในการ์ตูนมังงะจริงๆ นะ” บินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

          “ฉันไม่คิดว่างั้นนะ” อยู่ดีๆ อึนอูก็รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา เขาพยาพยามไม่สนใจก่อนจะพูดออกมา “ถ้าจะมีใครที่เหมือนอยู่ในการ์ตูนมังงะก็คงเป็นนายต่างหาก เด็กผู้ชายที่แปลงร่างกลายเป็นแมวได้ไง”

 

          “อ่าก็นะ ก็ชัดเจนอยู่” บินพูดพร้อมยิ้มกว้าง “แล้วฉันก็เป็นพระเอกด้วย”

 

          อึนอูหัวเราะ “แล้วถ้างั้นนายจะตั้งชื่อตอนว่าอะไรในการ์ตูนที่เป็นเรื่องชีวิตของนายล่ะ? วันที่พวกเราเดินทั่วมหาลัยชุงแดทั้งบ่ายแต่ก็ไม่เจอผู้ชายอุ้มแมว’หรอ?

 

          “ไม่ใช่ ฉันจะตั้งชื่อว่า ในตอนนี้ที่บินหิวและมีชา อึนอูซื้ออาหารให้บินกินต่างหาก” บินมองไปที่อึนอูด้วยยิ้มน่ารักๆ กับตาที่ส่องประกาย เรื่องแบบนี้เขาล่ะเก่งจริงๆเลย

 

          “โอเค ก็ได้ๆ” อึนอูถอนหายใจยอมแพ้ “เดี๋ยวฉันไปหาอะไรให้นายกินนะ รออยู่ตรงนี้แป้บนึง จากนั้นเราค่อยกลับห้องกัน” เขารู้สึกลำบากใจที่จะพูดออกไปนิดหน่อยแต่ตอนนี้เท้าของเขาสองข้างเจ็บไปหมดจากการเดินตลอดบ่าย

 

          “นายไม่ต้องทำเสียงเป็นแม่ใส่ฉันก็ได้ เข้าใจแล้วน่า” บินอมยิ้ม เขานั่งลงบนพื้นหญ้าที่ยืนอยู่ “ไปเร็วครับ”

 

          อึนอูส่ายหัว แต่เพราะยิ้มของบินทำให้เขาต้องรีบทำตามที่เจ้าตัวขอ เขาปล่อยให้บินนั่งท่าชันเข่าอยู่บนพื้นหญ้านั้นแล้วเดินไปยังโรงอาหาร

 

          ยังมีนักศึกษาอยู่มากมายแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาเย็นแล้ว อึนอูยืนต่อแถวอยู่ซักพักแล้วซื้อแซนวิชมาหนึ่งชิ้น มันคงจะพอให้บินกินรองท้องไปก่อน เขายิ้มกับตัวเองระหว่างเดินกลับ ถึงบินจะกลายร่างเป็นแมวได้ แต่ด้วยความที่เขาพลังล้นเหลือและบุคลิกที่สดใส บางครั้งก็ทำให้เขาดูเหมือนลูกหมามากกว่า สิ่งเหล่านั้นทำให้ใครที่อยู่รอบข้างบินตกหลุมรักเขา

 

          “เห้ย อึนอู”

 

          อึนอูเงยหน้าขึ้นแล้วพบกับจินอูที่กำลังเดินมาหาเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใส


          อึนอูรักจินอูมาก มากจริงๆ เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนที่สนิทที่สุดของอึนอู เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ถึงแม้ว่าจะอายุห่างกันหนึ่งปีก็ตาม เขาทั้งเป็นมิตร ใส่ใจคนอื่น และรู้สึกสนุกที่ได้อยู่ด้วยเวลาได้ไปเที่ยวเล่นกัน และอึนอูก็ชอบที่ใช้เวลาอยู่กับเขามาเสมอ ยกเว้นในตอนนี้ ตอนที่บินกำลังรอเขากลับไปหาพร้อมอาหารในมือ

 

          “โอ้ ฮยอง หวัดดี” หวังว่าที่หน้าเขายิ้มจะไม่ได้ดูบึ้งตึงอยู่นะ “บังเอิญจังเลย มาเจอพี่แบบนี้”

 

          “ฉันก็ว่าจะพูดอยู่” จินอูยิ้ม “ทำไมนายยังอยู่มหาลัยอยู่เลยอ่ะ ทำอะไรหรอ?

 

          จินอูถามออกมาแบบไม่ได้ดูสงสัยอะไร แต่ตอนนี้ความหวั่นวิตกของอึนอูขึ้นมาที่คอแล้ว “ไม่ได้ทำอะไรครับ” เขารู้สึกเลยว่าตอนนี้เขาเสียงสั่นมาก “ก็แค่..มาเดินเล่นเฉยๆ”

 

          “คนเดียวหรอ? ดูไม่น่าสนุกเลยนะ” จินอูเหวี่ยงแขนไปโอบไหล่ของอึนอู ก็ไม่ได้ดูง่ายเท่าไหร่เพราะอึนอูค่อนข้างสูงกว่าเขาเยอะอยู่ “ฉันเดินเป็นเพื่อนนายก่อนได้นะ”

 

          “ไม่ครับ!” เขาพึ่งนึกได้ว่าตัวเองเกือบจะตะโกนใส่จินอูแล้ว อึนอูพยายามทำใจให้สงบลง “ไม่เป็นไรครับฮยอง พี่ไม่ต้องมาก็ได้” เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “ผมรู้ว่าพี่เรียนมาทั้งวัน ผมว่าพี่กลับหอไปพักผ่อนดีกว่า”

 

          “ไม่อ่ะ จีฮุนมันออกไปเที่ยวกับเพื่อน ฉันจะกลับไปทำอะไรอยู่ที่นั่นคนเดียวล่ะ?” จินอูยิ้มตาหยีจนเกือบปิด “เราไปนั่งเม้ากันดีกว่า”

 

          “ความจริงแล้วผมจะต้องกลับอพาร์ตเมนท์แล้วอ่ะตอนนี้” อึนอูพยายามพูดให้เสียงปกติอย่างเต็มที่ให้ไม่เหมือนกับสิ่งที่เขากำลังรู้สึกอยู่ “ขอโทษนะ” แล้วเขาก็รู้ตัวว่าตอนนี้เสียงหัวเราะของเขาดูกังวลมาก

 

          จินอูเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง “นายโอเคหรือเปล่า?


          “ผมสบายดี สบายดีจริงๆ ครับ” เขาพูดออกไปแม้ในใจจะรู้สึกตรงกันข้าม “แค่อยากกลับไปนอนเฉยๆ อ่ะ” ในหัวของเขาคิดว่าบินอาจจะหมดความความอดทนแล้วลุกขึ้นตามหาอึนอูแล้ว ตอนนี้เขาอาจจะแอบอยู่หลังพุ่มไม้มองเขากับจินอูแล้วรอให้อึนอูสะบัดจินอูทิ้งอยู่ก็ได้

 

          “โอเค เดี๋ยวฉันเดินไปส่งนะ” จินอูพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูกังวลชัดเจน “ยังไงฉันก็อยากแวะเข้าไปที่ร้าน Sunshine อยู่แล้ว”

 

          ตอนนี้แสงอาทิตย์ส่องสาดแสงบนผมสีน้ำตาลน้ำผึ้งปนทองของจินอู เกิดเป็นเงาจากสันกรามคมของเขา และสิ่งเดียวตอนนี้ที่อึนอูคิดได้คือบินกำลังรอเขาอยู่

 

          “ฮยอง ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ” อึนอูพยายามถอนตัวเองออกจากแขนของจินอู “แต่ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมเดินกลับเองได้”

 

          “อ่าๆ ฉันเชื่อนาย” จินอูพูดพร้อมกระชับแขนให้แน่นขึ้น “แต่อย่างที่พูดไป ยังไงฉันก็จะเดินไปทางนั้นอยู่แล้ว ฉันจะไปกับนายด้วย”

 

          “โอเคครับ แต่ผม

 

          “อึนอู”

 

          อึนอูหันหน้าไปที่ต้นเสียง แม้จะรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นเจ้าของเสียงนั้น

 

          “บิน” อึนอูพูด แล้วในที่สุดเขาก็หลุดพ้นจากอ้อมแขนจินอู เขาก้าวเท้าถอยจากจินอูแล้วเดินไปหาบินที่เดินมาอยู่ข้างเขาอัตโนมัติ

 

          “ฉันรอนายอยู่” ถึงปากจะพูดอยู่กับอึนอู แต่เขากลับตวัดสายตาใส่จินอู “นายหายไปนานเลยนะ”

 

          “มันต้องต่อคิวอ่ะ” อึนอูพยายามส่งสายตาบอกให้บินหยุดพูดได้แล้ว แต่บินไม่สนใจกลับหันไปหาจินอูแทนแล้วพูด “หวัดดี”

 

          “หวัดดี” สีหน้าจินอูดูสับสนชัดเจน เขาหันไปถามอึนอู “เพื่อนที่เรียนคลาสเดียวกับนายหรอ?

 

          “ใช่” อึนอูรีบพูดตอบทันที เขาไม่เห็นว่ามีทางไหนที่ดีกว่านี้แล้ว ถ้าเขาตอบว่าไม่ใช่คงจะโดนเชิญไปสัมภาษณ์อีกว่าเจอกับบินได้ยังไง จะยิ่งทำให้เละเทะกันไปใหญ่

 

          จินอูพยักหน้า ยิ้มด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรเหมือนปกติที่เขาทำจนชินตา แล้วหันไปหาบิน “ฉันปาร์ค จินอูนะ เป็นเพื่อนกับอึนอูน่ะ”

 

          “ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อนายมาก่อนเลยนะ” บินตอบห้วนๆ

 

          อึนอูกระชากเสื้อบินดึงให้เข้ามาใกล้แล้วถามเสียงเบาๆ “นายเป็นอะไรของนาย?

 

          “เปล่า” บินตอบ แต่หน้าของบินดูไม่สบอารมณ์ “ก็เรื่องจริงนี่ ฉันไม่รู้จักเขา”

 

          “นายช่วยอยู่เงียบๆ แล้วปล่อยให้ฉันจัดการเองได้มั้ย?” อึนอูถลึงตาใส่ บินแค่ยักไหล่ทำหน้าบูดบึ้ง

 

          อึนอูหันไปหาจินอูและยิ้มเชิงขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ “ขอโทษนะ บางครั้งบินก็ชอบทำตัวเป็นเด็กๆอ่ะ” บินยังคงหน้าบึ้งอยู่แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป

 

          “ไม่เป็นไร มยองจุนแย่หนักกว่านั้นอีก” จินอูพูดปัดๆ ไป ตอนนี้เขาดูเหมือนจะสนใจบินมากผิดปกติ เขาหันไปหาบิน “นายก็เรียนนิติเหมือนกันหรอ?

 

          บินไม่ได้ตอบอะไรแต่หันมาหาอึนอูแทนแล้วเลิกคิ้วใส่เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้รับอนุญาตให้พูดอะไรออกมา อึนอูตัดสินใจไปแล้วว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เขาสามารถตอบคำถามได้ดีกว่าบิน  “ไม่ ฉันรู้จักเขาตอนเรียนคลาสภาษาอังกฤษ” เขาโกหกน้ำเสียงเรียบๆ “เขาเรียนบริหาร”

 

          จินอูยิ้มกว้างแล้วเลิกคิ้วขึ้นทั้งสองข้าง “แล้วนานแค่ไหนแล้วล่ะ?

 

          อึนอูตื่นตระหนก ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าคำถามนั้นหมายความว่าอะไรจนกระทั่งเขาเข้าใจว่าจินอูหมายถึงอะไร หน้าของเขาแดงขึ้นในทันที “ฮยอง ไม่ใช่นะ!” อึนอูตะโกนออกมาดังมากจนจินอูกับบินสะดุ้งแทบจะกระโดด “ทำไมถึงถามผมแบบนั้นอ่ะ?!

 

          “ถามจริง แม้แต่ฉันเองก็ถามคำถามแบบนั้นกับนายไม่ได้หรอ?” จินอูยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย “ฉันไม่ได้ถามรายละเอียดลึกซักหน่อย แบบทำอะไรแบบนั้น..”

 

          “ฮยอง หุบปากเลย!!” อึนอูกรีดร้องเสียงแหลม “บินเป็นเพื่อนของผมแล้วทำไมต้องแค่ไม่ต้องถามอะไรได้มั้ย?” อึนอูรู้สึกว่าอันตรายอยู่ข้างหน้าตัวเขาแล้ว

 

          “เกิดอะไรขึ้นหรอ??” บินถาม เอนตัวเข้ามาหาอึนอู ตอนนี้ความอยากรู้ของเขาเอาชนะอารมณ์เสียที่เป็นอยู่เมื่อครู่ได้แล้ว

 

          “ไม่มีอะไร” ทันใดนั้นอึนอูก็พึ่งรู้ตัวว่าตอนนี้บินยืนอยู่ใกล้เขามากแค่ไหนซึ่งบินยืนอยู่แบบนี้มาซักพักแล้ว แน่นอนว่าจินอูไม่ได้ใช้เวลานานที่จะสังเกตเห็นอยู่แล้ว นิสัยบางอย่างเขาก็แย่พอๆ กับมยองจุนเลย

 

          “มันไม่ได้ดูเหมือนไม่มีอะไรนะ” บินหันไปมองที่จินอู จากนั้นอึนอูรู้สึกถึงน้ำหนักแขนของบินที่ตอนนี้โอบเอวของเขาอยู่ หูของอึนอูในตอนนี้แดงมาก นี่ไม่ได้ช่วยให้การทะเลาะของเขากับจินอูเมื่อครู่ดีขึ้นเลย

 

          “บิน พอแล้ว” อึนอูพูดเสียงเบา เขาพยายามขยับออกจากอ้อมแขนโดยไม่ให้บินรู้ตัว แต่บินกลับไม่ขยับเขยื้อน แขนของเขายังอยู่ที่เอวของอึนอูเหมือนเดิม

 

          “ไม่ๆ ความผิดฉันเองแหละ ขอโทษที่รบกวนเวลาพวกนายนะ” จินอูพูดทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่ อึนอูรู้ว่ายิ้มนั้นจะเป็นปัญหากับเขาหลังจากนั้น “ฉันไปละ อะไรที่ทำค้างอยู่เมื่อกี้ก็..ไปทำต่อให้เสร็จนะ”

 

          “ฮยอง พอ” อึนอูทำหน้าบึ้งในขณะที่จินอูยังยิ้มไม่หุบ “ไว้โทรหานะอึนอู แล้วก็ยินดีที่ได้รู้จักนะบิน”

 

          จินอูขยิบตาหนึ่งก่อนเดินจากไป อึนอูอยากจะหายไปจากโลกเดี๋ยวนี้เลย

 

          “ประหลาดคนแฮะ” บินพูดขึ้นเมื่อจินอูเดินไปแล้ว “เมื่อกี้มันคืออะไรอ่ะ?

 

          อึนอูหันไปเผชิญหน้ากับบิน “แล้วนายล่ะ? เมื่อกี้มันคืออะไรหรอ?

 

          บินหน้าด้านพอที่จะตีหน้าซื่อ “อะไรหรอ?

 

          นั่นไง” อึนอูพูดด้วยความโกรธ เขายังรู้สึกอายจากบทสนทนาที่คุยกับจินอูเมื่อกี้อยู่ “เข้ามาพูดแทรกฉัน ทำตัวหยาบคายกับเพื่อนฉัน ทำตัวเป็นคนเลวเอาแต่ใจตัวเอง”

 

          “ฉันไม่ได้ทำตัวเป็นคนเลวนะ” เขาหน้าแดงขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะจากความเขินหรือความโกรธ หรืออาจจะทั้งสองอย่างนั้นเลย “ฉันมาตามหานาย แล้วเจอนายอยู่กับเขา ฉันก็เลยเข้ามาหานายสองคนไง”

 

          “ก็ใช่ไง เห็นมั้ย นายไม่ควรนายจะปล่อยฉันได้หรือยัง?

 

          ในที่สุดบินก็ปล่อยอึนอูออกจากอ้อมแขน ดูประหลาดใจกับตัวเองนิดหน่อย หน้าของอึนอูยังคงเจือสีแดงอยู่แต่เขาพยายามปกปิดความรู้สึกไว้ “นายไม่ควรทำแบบนั้น ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะ? นายก็รู้ว่าฉันตอบคำถามคนอื่นเรื่องของนายไม่ได้”

 

          “นายเป็นคนบอกฉันเองนะว่าฉันต้องเข้าสังคมบ้าง” บินยกมือกอดอก “นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังทำ”

 

          “แต่ไม่ใช่กับจินอูฮยองไง” อึนอูพูดด้วยความโมโห “ตอนนี้ฉันต้องโกหกเขาแล้วจะทำยังไงถ้าเขาอยากรู้รายละเอียดมากกว่านั้น อย่างเช่นชีวิตมหาลัยของนายเป็นยังไง? หรือถ้าเขาจับได้ว่าไม่มีเด็กปีหนึ่งคณะบริหารชื่อบินล่ะ?” เขาขยี้ผมตัวเองแรงๆ อย่างไม่พอใจ “ทำไมนายแค่ไม่ปล่อยให้ฉันคุยกับเขาให้เสร็จๆ?

 

          “แต่นายไม่ได้แค่คุยกับเขานี่” บินพูดอย่างขุ่นเคือง “ก็เขาเอาแขนโอบตัวนายด้วยอ่ะ”

 

          “แล้ว?” อึนอูกระแทกเสียง “ถ้าเขาทำแล้วจะทำไม?


          บินเปิดปากเหมือนจะพูดอะไรซักอย่างจากนั้นคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเขาไม่พูดออกไป เขายังดูอารมณ์เสียอยู่แต่ก็ไม่ได้หันไปมองอึนอูเลย ซึ่งอึนอูก็ดีใจที่เป็นแบบนั้น เขาไม่ได้อยากจะยืนเถียงตะโกนกันไปมากับบินหรือที่แย่กว่านั้นคือพูดขอโทษกับบิน อึนอูมักจะเป็นคนพูดขอโทษก่อนเสมอเวลาทะเลาะกับใครไม่ว่าเขาจะผิดหรือไม่ก็ตาม แต่ครั้งนี้เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นคนผิดและเขาก็จะไม่พูดขอโทษก่อนด้วย


          ตลอดทางเดินกลับอพาร์ตเมนต์ บรรยากาศตึงเครียดและเงียบมาก บินทิ้งตัวคว่ำหน้าลงบนโซฟาทันทีที่ถึงห้อง บินไม่มองหน้าอึนอูเลยตลอดทางเดินกลับ แถมยังทำหน้าบึ้งเต็มไปด้วยความไม่พอใจในความเงียบนั้น ก็ดี จะได้รู้ว่าใครจะแพ้ก่อนกัน เขาเมินบินที่ทอดตัวยาวบนโซฟานั้นแล้วเดินไปที่ห้องนอนของตัวเองแทน อึนอูอาบน้ำให้นานที่สุดเท่าที่จะอาบได้แค่เพื่อที่จะได้เลี่ยงกับการออกไปเจอบินข้างนอกนั้น เมื่อเสร็จธุระ อึนอูนั่งลงบนเตียงโดยมีโทรศัพท์ที่หน้าจอปรากฎสายเรียกเข้า เขาเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับข่าวที่แย่ที่สุดของวันนี้


          โทรศัพท์ถูกรับสายเมื่อดังจนกระทั่งกริ่งที่สามเฮ้ หวัดดีอึนอู


          หวัดดีจินอูฮยองอึนอูพูดขึ้นและพยายามลืมความกังวลที่เป็นอยู่แล้ว.. ฮยองทำอะไรอยู่หรอ?”


          ฉันไม่ได้ไปเจอมยองจุน ถ้านั้นคือสิ่งที่นายกำลังจะถามอ่ะนะจินอูตอบ


          อึนอูอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจอ่า โอเคเขาจึงพูดต่อถ้าสมมุติพี่ไปเจอมยองจุนฮยอง พี่ช่วยทำเหมือนเรื่องวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้มั้ยครับ?”


          ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนายต้องปิดบังเรื่องนี้กับทุกคนด้วยฟังเสียงก็รู้เลยว่าจินอูกำลังยิ้มอยู่บินเขาทั้งสูงแถมยังหล่ออีก แล้วฉันรู้นะว่านายชอบพวกประเภทขี้หึงอ่ะ คงเข้ากันได้ดีเลยล่ะสิ” 


          อึนอูพูดละล่ำละลักใส่โทรศัพท์ฮยอง ช่วยหยุดพูดเรื่องนั้นซักทีได้มั้ย?” สุดท้ายเขาจึงพูดต่อบินกับผมไม่ใช่... พวกเราแค่ยังไม่ใช่แบบนั้น โอเค้?” 


          อ้าว ยังไม่ใช่หรอ?” เสียงจินอูดูไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดเลยซักนิดนายไม่ได้บอกฉันว่านายไม่ชอบเขาซักหน่อย ฉันดูออกนะว่าเขาชอบนาย เขาถลึงตาใส่ฉันแรงมาก อีกนิดคิดว่าฉันไปโยนใส่กองไฟเผาให้ไหม้ตายไปละ” 


          ฮยอง ขอเถอะอึนอูทำเสียงครวญครางหยุดพูดแบบนั้นได้แล้ว บินเป็นเพื่อนผมนะ อย่าทำให้พวกเรามองหน้ากันไม่ติดสิ” 


          โอเค ถ้านายยืนยันแบบนั้นจากนั้นจินอูจึงพูดต่อท้ายฉันแค่อยากบอกอ่ะน้า ว่าเวลาพวกนายอยู่ด้วยกันดูเป็นคู่ที่น่ารักมากเลยอ่ะ


          แล้วพี่ก็ทำให้มันแปลกอีกแล้ว พอออ


          ขอโทษๆ มันอดพูดไม่ได้อ่ะ ฮ่าๆ” 


          แค่สัญญากับผมพอ พี่ห้ามบอกมยองจุนฮยองนะอึนอูพูดต่อผมอยากได้ยินจากปากพี่เอง ว่าพี่จะไม่บอกเรื่องนี้กับมยองจุนฮยองเด็ดขาดเขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ทบทวนคำพูดอีกครั้ง แล้วพูดเสริมและคำว่าบอกในที่นี้ผมหมายถึงการแจ้งให้เขาได้รับทราบโดยเจตนา ไม่ว่าจะทางคำพูด หรือลายลักษณ์อักษร ตลอดการพูดบอกใบ้เป็นนัย รวมไปถึงวิธีอื่นๆที่มีผลลัพธ์คล้ายกัน


          โอเค โอเค อย่ามาทำตัวเป็นทนายความใส่ฉันสิจินอูพูดฉันจะไม่บอกมยองจุน ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมต้องกังวลขนาดนั้น บินจะไม่ปฏิเสธนายแน่นอนต่อให้เวลาผ่านไปหนึ่งพันล้านปี แถมตอนนั้นที่นายแก้มแดง—“


          โอเคฮยอง ลาก่อนอึนอูรีบพูดแล้วตัดสายทันที เขาหายใจเข้าลึกและพยายามสงบตัวเอง เขาไม่อยากฟังคำพูดประหลาดๆ อะไรทั้งนั้นที่ออกมาจากปากจินอู ไม่อีกต่อไป


          อึนอูเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นเห็นบินกำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา บนตัวมีผ้าห่มคลุมไว้ เขาดูน่าเอ็นดูเกินไปจนทำให้อึนอูเกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังโกรธเขาอยู่


          นายไม่โกรธใช่มั้ยที่ฉันคลี่ผ้าห่มของนายมาห่มบินเงยหน้ามองเขา


          ไม่อ่ะอึนอูตอบสั้นๆ อึนอูก็อยากนะ อยากทำเสียงรำคาญใส่แล้วบอกว่า ฉันโกรธ ไม่อยากให้นายใช้ แต่ในใจลึกๆ เขาก็ไม่ได้โกรธจริงๆ


          บินและอึนอูเงียบใส่กัน ไม่มีใครเริ่มพูดอะไรหรือขยับตัวไปไหนทั้งนั้น จนกระทั่งบินคลายผ้าห่มที่คลุมตัวเขาอยู่แล้วเคลื่อนผ้าห่มช้าๆ ไปยังอีกด้านหนึ่งของโซฟา 


          คำเชิญสินะ อึนอูลังเลอยู่ซักพักก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ บิน บินเอาผ้าห่มคลุมเหนือตัวอึนอู ดึงตัวอึนอูให้อยู่ในความอบอุ่นเดียวกันกับเขา ความจริงมันค่อนข้างอุ่นเกินไปสำหรับอึนอู แต่อึนอูก็ไม่ได้ดึงมันออกไป


          เขานั่งดูทีวีด้วยกัน บินไม่ได้พูดอะไร เช่นเดียวกันกับอึนอู เขารู้สึกถึงแขนของบินรวมไปถึงตัวเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ มันแปลกดี แปลกที่ไม่รู้ว่าทำไมมันรู้สึกสบายใจขนาดนี้ อึนอูยังไม่ได้รู้จักบินดีขนาดนั้นแต่ก็เลือกที่จะนั่งคลุมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับเขา นั่งดูละครไปเรื่อยเปื่อยด้วยกัน เขาไม่ควรรู้สึกคุ้นเคยขนาดนี้ แต่มันเป็นไปแล้ว


          ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกอยู่ดีๆ บินก็พูดขึ้นมา คือทั้งหมดนั้นเลย ฉันจะไม่ทำอีก” 


          บินและอึนอูหันมามองหน้ากัน อึนอูไม่ได้หันหน้าหนีเขา บินดูรู้สึกขอโทษจริงๆ อึนอูสัมผัสได้ว่าความโกรธของเขาที่เหลืออยู่น้อยนิดได้จางหายไปหมดแล้ว


          แล้วทำไมตอนนั้นนายถึงทำแบบนั้น?” อึนอูถาม อึนอูก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคำตอบอะไรคือสิ่งที่เขาคาดหวัง หรือแม้กระทั่งคำตอบที่เขาอยากได้ยิน 


          บินหันหน้าหนีมองต่ำลงไปที่ผ้าห่มฉันก็ไม่รู้บินพูดเสียงอู้อี้มันแค่รู้สึกกวนใจฉันอ่ะ เขาพูดอะไรแบบนั้นที่ทำให้นายรู้สึกไม่สบายใจ แล้วมันก็กวนใจฉันยิ่งขึ้นไปอีก..” บินหันกลับมามองตาอึนอูอีกครั้งนั่นแหละ อย่างที่ฉันบอกไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีก” 


          งั้นก็โอเคอึนอูตอบกลับ ยังไงเขาก็ไม่แน่ใจว่าตัวเขาเองคาดหวังคำตอบแบบไหนจากบินอยู่อยู่แล้ว คำสารภาพรักเหมือนในละครหรอ? มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง


          ‘ฉันดูออกนะว่าเขาชอบนาย’


          อยู่ดีๆ คำพูดของจินอูก็ก้องในหัวของเขา เขาพยายามสลัดทิ้งมันออกไปบิน นายเกทหรือเปล่าว่าที่จินอูพูดหมายความว่ายังไง? คำพูดที่ทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆอ่ะ?” 


          ไม่เข้าใจอ่ะบินยักไหล่หมายความว่าอะไรหรอ?” 


          อึนอูถอนหายใจด้วยความโล่งใจไม่มีอะไรหรอกดีแล้วที่บินไม่เข้าใจ มันอาจทำให้ระหว่างเขาสองคนแปลกไปเลยก็ได้ และอึนอูไม่อยากให้เป็นแบบนั้น จากนั้นอึนอูยิ้มกับให้บินนายยังไม่กินอะไรเลยใช่มั้ย?” อึนอูถามพลางยันตัวขึ้นเดี๋ยวฉันทำอะไรให้กินนะ


          ฉันขอช่วยบินอาสาโดยทันที แต่อยู่ดีๆเขากลับมุดตัวลงไปในผ้าห่มเหมือนเดิม เงยหน้าขึ้นมองอึนอูแล้วยิ้มด้วยรอยยิ้มซนๆ “แต่เดี๋ยวรออีกแป้บนึงก็ได้นะ” 


          อึนอูหัวเราะพอเห็นว่าบินหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ จากนั้นจีงเอนตัวลงพิงพนักโซฟา ทำตัวเองให้สบายขึ้นกว่าเดิมภายใต้ผ้าห่มผืนนั้นผืนเดียวกับบิน


————————————

อุ๊บ พบแมวขี้หึง 1 อัตรา อิอิ

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️



 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #40 Happy 24 hr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 01:27
    โอ้ย เจ้าแมวบินน่ารักมากกกกก น่าเอ็นดูทั้งหมดดดด 😍💕💕
    #40
    0
  2. #16 BemyOng (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 14:25
    โง้ยยย เจ้าแมวน้อยยย
    #16
    0
  3. #6 HVBTS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:39
    แม่หนูเขิน บินจะน่าเองลุเกินไปแล้ว!!!!
    #6
    0