[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 22 : Chapter 22 : Half Sun

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

Chapter 22 : Half Sun
Alette

          ดวงตะวันจวนจะลับเส้นขอบฟ้า

          แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะหายไปทำให้คลายความหนาวเย็นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แสงประกายส้มแดงส่องแสงทั่วท้องฟ้าให้ความอบอุ่นแต่ไม่เท่ากับที่มาของมัน ผืนหญ้าใต้เท้ากลายเป็นสีเข้มและเงียบสงบ ต้นไม้เหี่ยวแห้งที่ไร้ใบไม้ปลิวไหวในเวลาเย็นเกือบพลบค่ำ มีผู้คนที่ยังอยู่ในสวนสาธารณะในเวลานี้ และคงจะออกไปเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง ดวงอาทิตย์เตรียมพร้อมที่จะลับไปจากขอบฟ้าและหลังจากนั้นแสงสว่างก็คงหายไปอย่างรวดเร็ว จากเพียงอากาศเย็นจะแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บที่สอดแทรกยังผิวสัมผัสจนหนาวเย็นไปถึงกระดูก

          ชาอึนอูไม่เคยรู้สึกมีความสุขขนาดนี้ในชีวิต

          ผมสีดำขลับที่มีหมวกไหมพรมหุ้มไว้ ผ้าพันคอพันรอบคอ และยิ้มกว้างที่สุดเพื่อที่ตัวเองจะได้ลืมความเย็นบนใบหน้า คนโปรดของเขากำลังถือจักรยานสองล้อยืนอยู่ตรงหน้าเขา

          "ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนายถึงคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีอ่ะ" บินพูดอย่างขุ่นเคือง สายตาเรียวรีมองไปยังจักรยานตรงหน้าอย่างรังเกียจ "ยังไงมันก็เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่โง่ที่สุดในโลกชิ้นนึงอยู่ดี"

          "ข้ออ้างใหม่ที่ไม่อยากเรียนขี่จักรยานสินะ มันโง่ยังไงอะ?"

          "เพราะว่าเรามีพวกเครื่องยนต์อะไรแบบนั้นแล้วไง ทำไมเราต้องมาถีบคันถีบเหล็กนี้อีกล่ะ? มันยืนด้วยตัวเองยังไม่ได้เลย"

          อึนอูละเว้นจากประเด็นที่ว่าจักรยานมันยืนด้วยตัวมันเองไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นบินก็ยังมีความสนใจจักรยานมากพออยู่ จากนั้นจึงเป็นฝ่ายเขาที่พูดขึ้นมาแทน "ก็ตอนที่เขาสร้างจักรยานขึ้นมา เขายังไม่มีพวกเครื่องยนต์ไงบิน"

          "แต่ตอนนี้ก็มีแล้วไง เพราะฉะนั้นจักรยานมันก็โบราณไปแล้ว"

          ดูเหมือนคลังคำศัพท์ในหัวบินจะได้ถูกเอามาใช้บ้างแล้ว อึนอูทำได้แต่ยิ้มกว้างออกมา "แต่มันก็ไม่ไง ก็เห็นอยู่ว่าคนก็ยังใช้กันอยู่ น่าน้าา สนุกจะตาย ใช้เวลาเรียนรู้แป้บเดียวเดี๋ยวก็เป็นแล้ว"

          บินยังคงดูสงสัย เขามองจักรยานอีกครั้งก่อนจะพูดออกมา "มันไม่ปลอดภัย"

          "นายมีหมวกกันน็อค" อึนอูเคลื่อนตัวไปใกล้บินที่กำลังถือหมวกกันน็อคไว้ในมือหนึ่ง "นายจะไม่เป็นไรนะ"

          "ดูโซ่นั่นดิอึนอู" บินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ถ้าเท้าฉันเข้าไปติดอยู่ในนั้นอะ? ฉันต้องตัดข้อเท้าทิ้งเลยนะ"

          "ไม่มีใครจะมาตัดอะไรทิ้งทั้งนั้นแหละ" เขาจ้องมองบิน "ฉันไม่เข้าใจเลยว่านายจะกลัวอะไร"

          "ฉันบอกนายแล้วไงว่าไอโซ่นั่น "

          "ไม่ต้องพูดเลย" อึนอูพูดต่อ ตอนนี้เขาได้เข้าสู่ในโหมดแม่บ้านไปแล้ว "นายยังเคยพูดเลยคนที่ให้อาหารปลาฉลามจากในกรงขี้ขลาด ไม่ต้องมาพูดเลยนะว่านายกลัวโซ่จักรยานอะ"

          "ก็ถ้าพวกเขายืนยันแล้วว่าเขาจะลงไปอยู่ในน้ำกับปลาฉลามงั้นพวกเขาก็ต้องอยู่ในน้ำกับปลาฉลามจริงๆสิ" บินตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

          ชัดเจนเลยว่าบินได้ใช้เวลาอยู่กับมินฮยอกมากเกินไป การโต้แย้งของเขาเหมือนกับที่มินฮยอกมีมาตลอดเป๊ะๆ : ทั้งแปลกแต่ก็ยังคงมีตรรกะอยู่ อึนอูหยุดตัวเองก่อนที่มันจะเลยออกทะเลไปมากกว่านี้ "แต่นี้มันไม่เกี่ยวกับปลาฉลามนะ ทำไมนายไม่อยากรู้ว่าขี่จักรยานยังไงอะ? นายมีปัญหาอะไรกับจักรยานนักหนาเนี่ย?"

          "ก็เปล่า ก็ไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นเลยอะ"

          แต่อึนอูรู้ว่านั่นไม่ใช่เหตุผล บินคงจะไม่บอกเขาจนกระทั่งเขาหมดหนทางจริงๆ "ฉันคิดว่าเราจะได้ไปขี่จักรยานด้วยกันซะอีก" อึนอูทำตาโตออดอ้อนบินซึ่งเขารู้ดีว่ามันได้ผลเสมอมา 

          "เดี๋ยวฉันวิ่งข้างๆ นายก็ได้"

          อึนอูทำหน้าบึ้งตึง กลายเป็นว่ามันไม่ได้ผลสินะ "ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลยนะ แต่ถ้านายไม่บอกฉันว่าทำไมนายถึงไม่ยอมเรียนขี่จักรยานละก็ ฉันจะไม่ทำขนมให้นายกินอีกตลอดไป"

          "นายทำแบบนั้นไม่ได้นะ" บินขุ่นเคือง "นายเอาขนมมาล่อฉันตลอดเลยเวลาที่นายไม่ได้ดั่งใจอ่ะ"

          ก็เรื่องจริง อึนอูไม่ปฏิเสธ เขาพูดต่อ "บอกฉันมา"

          อึนอูเห็นได้ว่าบินกำลังทุกข์ใจที่จะพูดออกมา แต่สุดท้าย มันเป็นแบบนั้นมาเสมอ ของกินชนะทุกอย่าง "แล้วถ้า" บินพูดอย่างช้าๆ "ถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ?"

          "ทำไมนายจะทำไม่ได้ล่ะ?" อึนอูไม่เห็นว่ามันควรจะต้องกังวลอะไร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พูดต่อด้วยความใจเย็น "ฉันสอนนายเองนะ ไม่มีอะไรยากเลย"

          "มันอาจจะไม่ยากสำหรับนาย แต่ถ้ามันยากมากๆ สำหรับฉันล่ะ?"

          "นี่คือเหตุผลที่นายไม่ลองหรอ? เพราะนายกลัวทำไม่ได้?" มันทำให้อึนอูประหลาดใจ บินไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ใจจริงแล้วมันก็ทำให้อึนอูผิดหวังอยู่เล็กๆ เช่นเดียวกัน

          "ฉันไม่ได้กลัวว่าฉันจะทำไม่ได้" บินพูดขึ้นมาแล้วเงียบไป ก่อนจะพูดต่อ "ก็ไม่เชิง"

          "แล้วถ้างั้นเพราะอะไรล่ะ?" อึนอูเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ชิดขึ้น ใกล้จนกระทั่งดึงมือหนามากุมไว้หากเจ้าตัวต้องการ

          บินเม้มปาก หันไปมองทางอื่นสักพัก ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดขึ้น "ฉันเหนื่อยที่จะต้องดูโง่ในสายตานายแล้ว"

          อึนอูประหลาดใจ "นี่นายพูดถึงเรื่องอะไรอยู่เนี่ย?"

          "นายรู้ว่าฉันพูดเรื่องอะไร" เขาพูดก่อนจะหันไปสบตากับอึนอู "ฉันเป็นแฟนของนาย ใช่มั้ยครับ? ฉันควรจะทำให้นายประทับใจ แต่ดูที่ผ่านมาสิฉันเป็นคนไม่ดีในสายตานายตลอด"

          "นายไปดูไม่ดีในสายตาฉันตอนไหนหรอ?" อึนอูอยากรู้ อึนอูไม่เคยคิดว่าบินดูโง่หรือไม่ดีเลยสักครั้ง

          "ทุกครั้งที่ฉันพยายามหรือทำอะไร" เขาเริ่มชูนิ้วขึ้นมานับ "พอฉันทำอาหาร ห้องครัวก็แทบระเบิด ฉันสอบตกทุก essay ที่นายให้ฉันทำ พอเรียนประวัติศาสตร์ฉันก็จำชื่อคนหรือวันที่ไม่ได้เลย ฉันก็แค่เรียนไม่เก่ง "

          อึนอูทนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว "แล้วไงล่ะ?" อึนอูพูดแทรกขึ้น "ถ้านายเรียนไม่เก่งแล้วไง? มันไม่ได้ทำให้นายดูโง่หรือดูไม่ดีหรืออะไรก็แล้วแต่แบบที่นายคิดหรอกนะ" ริมฝีปากแดงยกยิ้ม "ฉันชอบที่นายเป็นนายนะ"

          "ฉันรู้" บินทำหน้าบูดบึ้ง "ฉันก็แค่อยากทำให้นายประทับใจซักครั้งนึง"

          "นายทำให้ฉันประทับใจตลอดแหละ" อึนอูพูดอย่างจริงใจ "นายเป็นนักเต้นที่เก่ง นายเรียนรู้เร็วมาก ทุกอย่างที่นายเรียนก็เรียนแค่จากบทเรียนที่เราอ่านกันเองแค่นั้น ฉันทำแบบนั้นไม่ได้เลยนะ จะมีสักกี่คนที่ทำแบบนายได้"

          "จริงหรอ?"

          "จริงสิ มันไม่สำคัญเลยว่านายจะทำอาหารมั้ย ยังไงคนเราก็ไม่จำเป็นต้องเก่งไปหมดทุกอย่างอยู่แล้วนี่"

          บินหัวเราะแล้วเอื้อมแขนไปดึงอึนอูให้เข้ามาแนบชิด อึนอูยิ้มอยู่บนไหล่ของบิน เพลิดเพลินกับความอบอุ่นที่ตัวเองได้รับ เขาไม่ได้เป็นคนที่ชอบแสดงความรักในที่สาธารณะสักเท่าไหร่ แต่เนื่องด้วยตอนนี้ในสวนสาธารณะก็เหลือผู้คนน้อยมากแล้ว ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะทำแบบนี้

          "ขอบคุณนะครับ" บินพูดทั้งที่ยังกอดอึนอูไว้ "นายรู้เสมอว่าจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นได้ยังไง" อึนอูทำเพียงดึงร่างหนาให้ใกล้ชิดมากขึ้นแล้วยิ้มกว้างมากกว่าเดิม ปกติมันจะตรงข้ามกัน บินจะทำให้เขาคลายกังวล แต่เขารู้สึกชอบมากกว่าที่มันเป็นแบบนี้

          ในที่สุดอึนอูก็ถอนตัวออกจากอ้อมกอดก่อนจะพูดขึ้น "โอเค คราวนี้มาเริ่มเรียนขี่จักรยานกัน"

          "ฉันคิดว่านายจะลืมเรื่องนี้ซะแล้ว" ถึงบินจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ยังคงยิ้มอยู่ "ก็ได้ มาลองกันเถอะ ฉันต้องขึ้นแบบนี้ ใช่มั้ยครับ?"

          เขาขึ้นคร่อมจักรยานทันทีที่ใส่หมวกกันน็อคแล้วในขณะเดียวกันกับที่อึนอูจับเบาะด้านหลัง "โอเค คราวนี้ลองถีบคันถีบดู"

          "เดี๋ยวฉันจะคอยประคองไว้ให้ตอนที่นายขี่"

          บินหันหลังไปยิ้มให้อึนอูและพยักหน้าก่อนจะเริ่มปั่น อึนอูได้เลือกพื้นที่ในสวนสาธารณะที่พื้นถนนราบและเรียบที่สุด เพื่อที่บินจะได้ปั่นง่ายๆ ตอนนี้อึนอูยังคงประคองจักรยานไว้อยู่

          เมื่อพวกเขาเคลื่อนไปด้วยความเร็วที่คงที่แล้ว บินก็ได้ตะโกนขึ้น "อึนอู ฉันว่านายปล่อยได้แล้วแหละ"

          "นายแน่ใจนะ?" อึนอูถามอย่างไม่มั่นใจ ตอนแรกเขาก็คิดไว้ว่าจะปล่อยเร็วๆ นี้ แต่ตอนนี้เขาเริ่มกังวลขึ้นมา

          "แน่ใจ ปล่อยเลยๆ" เสียงของบินดูมั่นใจมากพอที่จะทำให้เขาปล่อยไปโดยไม่คิดอีกเป็นครั้งที่สอง

          บินปั่นออกไปอย่างง่ายดายโดยไม่โอนเอนแม้แต่นิดเดียว เมื่อเห็นอย่างนั้น อึนอูจึงอดไม่ได้ที่จะตะโกนส่งเสียงเชียร์และปรบมือไปด้วย และยิ่งตะโกนดังมากกว่าเดิมเมื่อบินหันมาแล้วปั่นมาหาเขาอย่างง่ายดายโดยไม่มีที่ติ

          "นี่ก็ง่ายดีนะ" บินพูดขณะที่ขี่ผ่านไป เขายิ้มกว้างมากยิ่งกว่าเดิมและดูตื่นตาตื่นใจ

          "ฉันบอกแล้วว่านายทำได้" อึนอูตะโกนตามหลังเมื่อบินขี่ห่างออกไป "นายเรียนไม่ถึงสองวิด้วยซ้ำ! นายเก่งที่สุดเลย!"

          บินหันหัวจักรยานกลับมา "หยุดตะโกนได้แล้ว เดี๋ยวนายจะอายเอานะ" บินพูดขณะที่ขับผ่านหน้าเขาไปอีกครั้งแต่เขาก็ยังคงยิ้มอยู่

          อึนอูอยากตะโกนสิ่งที่เขาคิดว่ามันจะทำให้เขาอายมากที่สุดออกไปด้วยซ้ำ (ฉันภูมิใจในตัวนายมากเลยน้าที่รัก! นี่คือสิ่งแรกที่เขาคิดจะตะโกนไป) เขาจึงทำเพียงหัวเราะแทน ก่อนจะนั่งลงบนพื้นหญ้ามองบินขับจักรยานผ่านหน้าไปมาสักพัก

          ผ่านไปสักพัก บินค่อยๆ หยุดแล้วเดินออกมาจากจักรยาน อึนอูลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหาแฟนหนุ่ม "ไม่ได้ยากใช่มั้ยล่ะ?"

          "สนุกมากเลยแหละ" ใบหน้าของคนที่พึ่งขี่จักรยานได้ทั้งสว่างและสดใส เขาแทบจะไม่ได้เหนื่อยหอบเลย "ไว้เราไปขี่จักรยานด้วยกันนะครับ"

          อึนอูพยักหน้า เขาคิดว่าบินจะพูดถึงประสบการณ์การขี่จักรยานครั้งแรกของเขาต่อ แต่ก็ต้องตกใจเล็กน้อยที่บินได้ดึงตัวเขาให้เขามาใกล้แนบชิดแทน

          "หยุดเลยนะ" อึนอูพูดอย่างเขินอายเมื่อบินระดมหอมแก้มนุ่มไม่หยุด

          "ไม่ครับ" บินผละออกมาเพื่อยิ้มซนให้ก่อนจะโน้มตัวไปหาร่างบางอีกครั้ง

อึนอูชำเลืองมองรอบๆ ว่ามีใครที่มองดูอยู่หรือไม่ มีเพียงคนเดียวที่อยู่ในกรอบสายตาของเขาเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นกำลังจ้องมองแต่แลปทอปที่อยู่ตรงหน้า แทบจะไม่มีหลงเหลือใครในสถานที่แห่งนี้แล้ว อึนอูจึงยอมแพ้ก่อนจะโน้มตัวไปจูบริมฝีปากบาง "พอใจยัง?" เขาพูดพึมพำ

          "มากครับ" บินยิ้มกว้าง "มาเร็ว ไปนั่งที่ไหนซักที่กันดีกว่า"

          ทั้งสองนั่งลงที่ริมแม่น้ำที่ไหลตัดผ่านสวนสาธารณะ ปกติที่ตรงนี้จะมีผู้คนหนาแน่น แต่ด้วยอากาศฤดูหนาวในเวลาเกือบพลบค่ำแบบนี้ทำให้คนส่วนใหญ่อยากอยู่ในบ้านมากกว่า อึนอูรู้สึกขอบคุณอากาศหนาวจริงๆ

          เขานั่งก่อนคนแรกก่อนที่บินจะมานั่งซ้อนหลังแล้วโอบรอบตัวเขา อึนอูเอนหลังพิงเพื่อรับความอบอุ่น มองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังจมลับขอบฟ้าช้าๆ อากาศกำลังหนาวขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาไม่ได้สนใจอะไร

          "นี่ นายจำครั้งแรกที่เราเจอกันได้มั้ย?" จู่ๆ บินก็พูดขึ้น

          อึนอูยิ้มกับตัวเอง "นายหมายถึงครั้งแรกที่นายมากินอาหารของฉัน หรือครั้งที่สองที่นายนอนโป๊อยู่บนเตียงฉันล่ะ?"

          "ทำไมนายต้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทุกทีเลยเนี่ย?" มีความเขินอายออกมาจากน้ำเสียงของบินชัดเจน

          "นายเป็นคนถามเองนะ" อึนอูพูดทั้งที่ยังยิ้มอยู่ "แต่ก็ใช่ ฉันจำได้หมดแหละ ฉันจะลืมได้ยังไง?"

          "รู้สึกเหมือนมันผ่านมานานมากๆ เลย น่าทึ่งมากเลยเนอะ? ว่าเราเริ่มจากจุดนั้นจนมาถึงตอนนี้ได้ยังไง"

          อึนอูลองคิดถึงการเดินทางที่ผ่านมา ทั้งที่เคยเกิดขึ้นและทั้งที่มันควรจะต้องเกิดขึ้น คิดถึงทุกๆคนได้ช่วยเขาสองคนให้มาอยู่จุดนี้แม้ว่าพวกเขาจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม "อื้อ น่าทึ่งมากเลยแหละ" เขาพูดพึมพำ

          "ฉันคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตตัวเองจะเป็นยังไงถ้าเราไม่ได้เจอกัน ฉันลองจินตนาการดูแล้วแต่ฉันทำไม่ได้ ฉันคิดว่าฉันคงใช้ชีวิตอยู่แบบแมวต่อ แล้วนายรู้มั้ยว่าอะไรที่แปลกที่สุด? ฉันคงจะมีความสุขโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าชีวิตตัวเองได้ขาดอะไรไป"

          "อย่าพูดแบบนั้นนะ" อึนอูพูดพร้อมเอนตัวไปข้างหลังมากกว่าเดิม เขาไม่แม้แต่จะอยากคิดถึงมันเลย "เราได้พบกัน เราได้อยู่ด้วยกันตรงนี้ แค่นั้นก็พอ"

          "ใช่แล้ว" บินพูดพร้อมกระชับกอดให้อึนอูแน่นมากกว่าเดิม "ฉันดีใจที่มันเกิดขึ้นนะ ดีใจที่ได้อยู่ตรงนี้กับนาย"

          "ฉันเหมือนกัน" อึนอูพูดขณะที่กำลังปิดตา เขาพร้อมที่จะล่องลอยอยู่ในความคิดตัวเองแล้วก่อนที่จะมีคำถามผุดขึ้นมา "นี่บินนี่ ฉันถามอะไรนายหน่อยได้มั้ย?"


          "ได้สิ"

          "ทำไมนายถึงยอมให้ฉันพานายกลับบ้านล่ะ?" อึนอูถาม "ฉันหมายถึง นายจะไปกับใครก็ได้ที่ให้อาหารนายหรอ?"

          "ไม่ ไม่ใช่ใครก็ได้ซักหน่อยนะ" บินพูดพร้อมกับหัวเราะ เขาหยุดไปเหมือนกับกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะพูดต่อ "ที่จริงที่ฉันยอมไปกับนายเพราะนายเรียกฉันว่าเจ้าหน้าแมว"

          อึนอูหันไปมองหน้าบิน "อะไรนะ?"

          "ฉันเจอคนมาเยอะแยะมากมายนะ" เขาพูดต่อ "ทุกคนเรียกฉันว่า ลูกแมว เจ้าตัวน้อย บางครั้งก็เจ้าแมว แต่นายเรียกฉันว่าเจ้าหน้าแมวอ่ะ แบบ 'โอเค เจ้าหน้าแมว นายไปกับฉันนะ' แบบนี้อ่ะ ฉันว่ามันแปลกดีอ่ะ" บินยักไหล่ "ฉันชอบนะ"

          "ฉันพูดแบบนั้นหรอ?" อึนอูจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดแบบนั้นออกไป "จริงหรอ?"

          "จริงครับ" บินพูดพร้อมกับพยักหน้า "ฉันรู้สึกว่านายไม่ได้เป็นแค่เด็กผู้ชายธรรมดาที่หน้าตาดีคนนึง" ริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้าง "ฉันคิดถูกสินะ"

          "ใช่" อึนอูยิ้มกลับ เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่กำลังแผ่ไปทั่งร่างกาย จากนั้นจึงโน้มตัวเพื่อกดจูบแก้มของบินอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกลับมาพิงแผ่นอกหนาเหมือนเดิม

          การที่บินพูดถึงเรื่องการพบกันครั้งแรกทำให้อึนอูคิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมา มันช่างน่าอัศจรรย์เมื่อได้คิดว่าเหตุการณ์บังเอิญมากมายได้ไหลรวมกัน ค่อยๆ ปะติดปะต่อกัน จนกระทั่งกลายมาเป็นประสบการณ์ เหมือนกระแสคลื่นมากมายที่ไหลรวมกันกลายเป็นผืนท้องทะเล ทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับเขา ทุกอย่างที่ได้เกิดขึ้น ทุกอย่างที่จบลงแล้วนำมาสู่ช่วงเวลาเช่นนี้ ช่วงเวลาที่เขาได้นั่งอยู่ในอ้อมกอดของบินในสวนสาธารณะท่ามกลางอากาศหน้าหนาว

          แน่นอนว่ามีหลายสิ่งที่อึนอูยังคงเสียใจ เวลาทุกครั้งที่เขาจงใจปิดตาลงแล้วนึกถึงตอนที่เขาหลอกตัวเองและทำให้บินเจ็บปวด แต่ในตอนนี้เมื่ออึนอูได้ลองคิดดูแล้ว เขาคิดแล้วว่าหากเขาได้รับโอกาสอีกครั้ง เขาก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นถึงแม้ว่าจะรวมไปถึงความทรงจำที่เขาเกลียด มันก็ได้นำพาให้มาสู่ช่วงเวลาแบบนี้ และช่วงเวลานี้ทำให้อึนอูมีความสุข

          เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ ชีวิตของเขามีความสุข ทุกช่วงเวลาอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้นตลอด อึนอูเข้าใจตัวเองมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน เขาได้เห็นอย่างทะลุปรุโปร่งว่าเขามีอะไรและไม่ต้องการสิ่งใดอีก เขารู้ดีว่าเหตุผลมันคืออะไร เหตุผลเพราะเจ้าของแขนเรียวยาวโอบรอบตัวเขาในช่วงพระอาทิตย์ตกหน้าหนาวและมอบความอบอุ่นให้เขาอย่างที่เขาต้องการ

          เมื่อบินได้เข้ามาในชีวิตของอึนอู ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป มันมีทั้งขึ้นและลงและอาจจะมากกว่านี้ในอนาคต แต่อึนอูมั่นใจว่าเขาจะสามารถเผชิญหน้ากับมันได้ เขาสามารถเผชิญหน้าได้กับทุกอย่างตราบใดที่มีบินอยู่ข้างๆ เขาเสมอ

          "ฉันรักนายนะ"

          คำพูดนั้นทำให้อึนอูหลุดออกจากความคิด เขาอ้าปากค้างหันไปหาบินที่กำลังมองเขากลับด้วยดวงตาเบิกกว้าง

          และนั่นทำให้อึนอูตระหนักรู้ขึ้นมาได้ว่า เจ้าของคำพูดเมื่อกี้ไม่ใช่บิน แต่เป็นตัวเขาเอง

          ทั้งสองมองหน้ากันสักพักโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่จะมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบินช้าๆ รอยยิ้มที่งดงามบริสุทธิ์ที่ได้แผ่ไปจนถึงหูจนทำให้จมูกของเขารั้นขึ้นไป

          "ฉันก็รักนายเหมือนกันนะ" บินพูดออกมาอย่างง่ายดาย

          อึนอูอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา ราวกับมีแม่เหล็กดึงดูดเขาสองคนให้เข้าหากัน ทั้งสองมอบจูบให้แก่กันและกัน มันเป็นจูบที่นุ่มนวลและอ่อนโยนและแฝงไปด้วยคำพูดอยู่ในนั้น คำพูดที่พวกเขาได้พูดออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

          ทันทีที่ผละออกจากกัน บินก้มลงมองดูนาฬิกา "หกโมงสี่สิบเจ็ด" เมื่อเห็นว่าอึนอูดูอยู่ เขาจึงยิ้มกว้างกว่าเดิม "ฉันต้องจำช่วงเวลานี้ไว้" เขาพูดขึ้น "หกโมงสี่สิบเจ็ด วัน....วันนี้วันที่เท่าไหร่นะ? มกรา...อะไรนะ?"

          อึนอูหัวเราะ "ทำไมอะ? จะเริ่มเขียนไดอารี่หรอ?"

          "อาจจะ" บินพูดพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "คู่กันกับของนายไง"

          "แต่บันทึกอันนั้น ฉันเอาไว้เขียนเกี่ยวกับเรื่องเรียนนะ" อึนอูโกหก ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าหน้าของเขากำลังแดงไปหมด

          บินหัวเราะ "ใช่ๆ นั่นสิเนอะ งั้นก็เอาเขียนลงไปในบันทึกการเรียนของนายด้วยละกันนะ หกโมงสี่สิบเจ็ด เดือนมกราคม วันที่..."

          "ยี่สิบหก" เขารู้สึกได้ว่าคอของเขาเริ่มเมื่อยมากแล้ว เขาจึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้มองหน้าบินได้ชัดมากขึ้น 

          "เดือนมกรา วันที่ยี่สิบหก ดีๆ" บินพูด "วันโปรดวันใหม่ของฉัน"

          "กับคนโปรดของนายด้วย" อึนอูพูดเสริม

          "ใช่ กับคนโปรดของฉัน" บินพูดพร้อมกับยิ้มอย่างอบอุ่น อึนอูทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มให้กลับไป ก่อนจะพิงตัวเองนอนลงบนตัวบินพร้อมกับฝังหน้าลงไปที่คอของเขา บินหัวเราะคิกคักเบาๆ ก่อนจะกระชับกอดให้แน่นมากขึ้น

          พระอาทิตย์ตกดิน และอากาศที่พัดผ่านเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก แต่ในชีวิตนี้ อึนอูรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะทำให้เขาสามารถอบอุ่นได้มากขนาดนี้อีกแล้ว




—————————————
เจอกันตอนหน้า(ตอนอวสาน) นะคะ ^^
 #StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #33 Moon🌜 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 17:09
    ตอนหน้าจบแล้วอ่าาา ฮืออออออ~
    #33
    0